LOGINณ ร้านอาหารแถวบริษัทฟ้า
"ชนแก้ว! ชนแก้ว!" เสียงพี่มีนากระหึ่มไปทั่วร้าน "ในที่สุดยัยฟ้ากับวินก็ได้กลับมาสำนักงานใหญ่สักที หายไปครึ่งปี กลับมาทั้งทีต้องฉลองกันหน่อย ยินดีต้อนรับการกลับมาเว้ยน้องรัก! หมดแก้ว!"
"พี่มีน้าาาา! พอเลยๆ" วินรีบยกมือห้ามเมื่อพี่มีนาจะรินเหล้าเพิ่ม
"แล้วมีใครจะไปต่อกับพี่บ้างมั้ย? ตื๊ดๆๆๆ" พี่มีนายิ้มกว้าง
ทุกคนต่างเฮลั่นอย่างพร้อมเพรียง
"ทุกคนคะ ฟ้าขอตัวก่อนนะคะ พอดีแม่ของฟ้าไปต่างตังหวัด ไม่มีใครอยู่บ้านเลย" น้ำฟ้ารีบปฏิเสธอย่างเกรงใจ
"เดี๋ยววินไปส่ง" วินรีบอาสา เพราะไม่อยากพลาดโอกาสอยู่ใกล้ๆ น้ำฟ้า
น้ำฟ้ารีบส่ายหน้า "ไม่ต้องเลยวิน ไปสนุกกับพี่ๆ เถอะ ฟ้ากลับเองได้"
"แต่ฟ้าดื่มมานะ ดูเหมือนจะเมาด้วย กลับเองไหวเหรอ?" วินถามด้วยความเป็นห่วง
"ไหวสิ! เดี๋ยวเรียกแท็กซี่หน้าร้านเนี่ยแหละ วินถ่ายรูปทะเบียนรถไว้ก็ได้ ถ้าถึงบ้านแล้วจะไลน์บอกเลย โอเค๊?" น้ำฟ้ายิ้มให้วินอย่างขอบคุณ
"โธ่เอ๊ย! จะห่วงอะไรนักหนา ฟ้ามันโตแล้ว กลับบ้านถูกแน่นอน" รุ่นพี่คนหนึ่งพูดขึ้นมาเสียงดัง
"งั้นถึงบ้านแล้วไลน์มาบอกด้วยนะ" วินกำชับ
"โอเค โอเค ตามนั้น ฟ้าไปก่อนนะคะทุกคน สนุกกันให้เต็มที่เลย" น้ำฟ้าโบกมือลาเพื่อนร่วมงานแล้วเดินไปขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่
"คนเมื่อกี้แฟนหนูเหรอ?" ลุงคนขับแท็กซี่ชวนคุย
น้ำฟ้าส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มจางๆ "เปล่าค่ะ แค่เพื่อนกัน"
บนรถ น้ำฟ้าพยายามฝืนตัวเองไม่ให้หลับตา เพราะรู้ดีว่าถ้าหลับไปจะยิ่งเมาหนักกว่าเดิม
"ลุงคะ! จอดตรงนี้เลยค่ะ!" น้ำฟ้าพูดขึ้นเสียงร้อนรน
"อ้าวเพิ่งถึงหน้าหมู่บ้านเอง เดี๋ยวลุงเข้าไปส่งถึงหน้าบ้านดีกว่า เดินไปคงลึกน่าดูเลยนะ" ลุงแท็กซี่พูดพลางมองกระจกหลัง
"อ๋อ!!! ได้ๆๆ จอดตรงนี้เลยค่ะลุง" น้ำฟ้ารีบตอบ
ลุงแท็กซี่เห็นน้ำฟ้าเอามือปิดปากก็เข้าใจได้ในทันทีว่าควรจอดให้ผู้โดยสารลงตรงนี้ ก่อนที่ทุกอย่างจะเลอะเทอะบนรถของแกไปมากกว่านี้
ฟ้าอ้วกแตก!!!! ในขณะที่ฟ้ากำลังลุกขึ้น
... "โอ๊ย! เท้าผม!!" เดินให้มันดีหน่อยครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้น ทำให้ฟ้าที่กำลังจะทรุดตัวลงกับพื้นชะงัก เธอพยายามเงยหน้าขึ้นมอง แต่ภาพทุกอย่างกลับหมุนวนจนเวียนหัวไปหมด
"เสียงใครน่ะ..." ฟ้าพึมพำกับตัวเอง
ในที่สุดร่างที่อ่อนแรงก็ล้มลง แต่แทนที่จะกระทบกับพื้นปูนแข็ง ๆ กลับมีวงแขนแข็งแรง โอบรับเธอไว้ได้ทัน
"พี่ฟ้า..." เสียงนั้นเรียกชื่อเธออีกครั้งอย่างแผ่วเบา
ฟ้าค่อยๆ เพ่งมองใบหน้าของคนที่ช่วยเธอไว้ และทันทีที่ภาพชัดเจนขึ้น ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ
"ท...ทิว!?"
“เจ้าเด็กน้อย นี่เอง ” ฟ้ายิ้มขำและเอื้อมมือไปยีผมข้างหน้าของทิวอย่างเอ็นดู
“ผมไม่ได้ชื่อเด็กน้อย ผมชื่อทิว แล้วผมก็ไม่ใช่เด็กแล้วด้วย” ทิวตอบกลับเสียงห้วน ใบหน้าบึ้งตึงอย่างไม่พอใจ
“โอเค โอเค๊ ไม่เด็กก็ไม่เด็กจ้า เข้าใจแล้วๆ” ฟ้าหัวเราะคิกคัก “พ่อหนุ่มน้อย...แหม โตแล้วสินะ เจ้าทิวลี่น้อยของพี่ น่ารักดี”
ขณะพูด เธอเขย่งเท้าให้สูงขึ้นเพื่อเอื้อมหน้าเข้าไปใกล้ทิว แล้วใช้มือบิดแก้มเขาเบาๆ ทิวรู้สึกประหม่า ทำตัวไม่ถูก จึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“กลิ่นเหล้าหึ่งเลยนะ! ค่ำๆ มืดๆ แบบนี้ รู้ไหมว่าผู้หญิงเมาคนเดียวมันอันตราย” ทิวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น “แล้วเดินกลับไหวไหมเนี่ย?”
ฟ้ากลับยิ้มทะเล้นแล้วตอบว่า “ทำไม? เดินไม่ไหวแล้วจะแบกพี่กลับเหรอ?”
ทิวไม่ตอบ แต่กลับโก่งตัวลงแล้วพูด “ขึ้นหลังผมสิ ยังไงก็ทางเดียวกัน ถ้าปล่อยพี่ไว้คนเดียว ย่ารู้คงได้ด่าผมตายพอดี”
“โอเค! งั้นเห็นแก่เจ้าทิวลี่น้อยนะ เพื่อไม่ให้ย่าด่า พี่จะยอมสละตัวเองขี่หลังนายก็ได้” พูดจบ ฟ้าก็กระโดดขึ้นหลังทิวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเอากระเป๋าสะพายมาห้อยไว้ที่คอของเขา
“นี่...ว่าแต่นายมาทำอะไรตรงนี้หนิ ดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ ไม่หลับไม่นอน?” ฟ้าถามทั้งที่ตาปรือด้วยความเมาปนง่วง
“ผมก็ออกมาเดินรับลมเย็นๆ รถก็ไม่มี แดดก็ไม่มี สบายจะตายไป” ทิวตอบและถามกลับ(แอบรอแหละ) “ว่าแต่พี่เถอะ เมาอะไรขนาดนี้ แล้วป้านวลไปไหน ผมมาถึงเห็นบ้านเงียบเลย ไฟก็ไม่เปิด?”
ไม่มีเสียงตอบรับจากฟ้า ทิวหันไปดูแล้วพบว่าเธอหลับคอพับอยู่บนไหล่ของเขาจนริมฝีปากและจมูกไปสะกิดตรงแก้มของเขาพอดี ทิวอมยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะแบกหญิงสาวเดินไปจนถึงหน้าบ้าน
“ถึงบ้านแล้วครับ...ตื่นได้แล้ว ถึงบ้านแล้ว”
ไม่มีการตอบรับใดๆ ทั้งสิ้น ทิวจึงต้องถือวิสาสะเปิดกระเป๋าของเธอเพื่อหากุญแจไขเข้าบ้าน
เมื่อเดินเข้ามาถึงด้านใน ทิววางฟ้าลงบนโซฟาอย่างนุ่มนวล “พี่ไหวไหม? ผมส่งพี่แค่ตรงนี้นะ”
“อือ…” ฟ้าตอบรับเสียงงึมงำ
“งั้นผมกลับแล้วนะ ล็อกประตูบ้านด้วย” ทิวกล่าวเตือน
“อือ…” ฟ้าตอบรับสั้นๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนโซฟา
ทิวลังเลว่าจะกลับหรือจะอยู่ดูแลฟ้าก่อน(ฮัลโหลๆทิวนายไม่มีกุญแจเข้าบ้าน)
"พี่ไหวไหม?" ทิวถามอย่างเป็นห่วง
ฟ้ามองหน้าทิวด้วยความประหลาดใจ สายตาของทิวที่มองมา ไม่เหมือนสายตาของเด็กน้อยวัย 10 ขวบเหมือนเมื่อก่อน
ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
ในใจคิดว่าจะปล่อยให้ฟ้านอนพักบนโซฟาพอส่างเมาคงขึ้นห้องไปเอง พอจะเดินจากไป เขาก็หยุดชะงัก ทิวส่ายหน้า ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาก้มลงมองใบหน้าของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยเหงื่อ กับแก้มที่แดงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์และริมฝีปากบางๆอมชมพูที่พึ่งไปกระแทกกับแก้มเขา จนทำให้ใจของทิวเต้นระรัวจนแทบจะห้ามใจไม่ไหว แต่เมื่อเรียกสติกลับมาได้ เขาจึงช้อนตัวฟ้าขึ้นแล้วพาไปส่งที่ห้องนอน
ในจังหวะที่ทิวกำลังจะเดินออกจากห้อง ฟ้าก็สะดุ้งลุกขึ้น
"ตื่นแล้วเหรอครับ?"
"งั้นผม..." ทิวพูดยังไม่ทันจบ ฟ้าก็โผเข้ากอดเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าซบลงที่อกของทิวทันที ทิวรู้สึกถึงความอุ่นชื้นที่แผ่ซ่านมาตรงหน้าอก...
"โอ๊ย! อะไรเนี่ย! พี่อ้วกใส่ผมทำไมเนี่ย!" ทิวโวยวาย "บ้าไปแล้ว! นอนอยู่ดีๆ ยังลุกขึ้นมาอ้วกใส่คนอื่นได้อีก! ไปอาบน้ำล้างตัวเองเลยนะ ผมจะกลับบ้านแล้ว!"
ทิวหันหลังเพื่อเปิดประตู แต่พลันนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่มีที่ไป อาไปสัมมนา ป้านวลก็ไม่อยู่ ที่พึ่งเดียวที่เหลือก็คือคนเมาที่ยืนอยู่ตรงหน้า
'เอาวะ... ไหนๆ ก็ไม่มีที่ไป'
ทิวหันกลับไปหาหญิงสาวที่เสื้อผ้าเลอะเทอะไปหมด
"พี่ฟ้า ลุกไปล้างตัวครับ เดี๋ยวผมช่วย" ทิวดึงแขนฟ้าขึ้น แต่เท้าดันเหยียบอ้วกของฟ้าจนลื่นหงายหลังลงไปกับพื้น ส่วนฟ้าก็ล้มทับเขาลงมาอีกที สถานการณ์ดูชุลมุนวุ่นวายสุดๆ
เมื่อตั้งสติได้ ทิวพยายามลุกขึ้นอย่างระมัดระวังและพาฟ้าเข้าห้องน้ำเพื่อให้จัดการตัวเอง และในระหว่างนั้นเขาก็จัดการตัวเองที่เปื้อนอ้วกไปด้วย ทิวถอดเสื้อออก เผยให้เห็นเรือนร่างที่เต็มไปด้วยซิกแพ็คและกล้ามเนื้อแน่นๆ เขาหันหลังให้ฟ้าเพื่อซักเสื้อในอ่างล้างหน้าโดยไม่ได้สนใจความเงียบที่ปกคลุมอยู่ เพราะคิดว่าเธอน่าจะกำลังล้างอ๊วกที่เปอะเปื้อนตามเสื้อของเธอ
"เสร็จรึยังครับ? ไม่ตอบ ผมจะหันไปแล้วนะ"
"นับหนึ่งถึงสามนะ... หนึ่ง... สอง... สาม!"
"ชิบหายยยยยยยยย!" ทิวอุทานเสียงหลง
ฟ้าเปิดน้ำทิ้งไว้แล้วหลับอยู่ในอ่างอาบน้ำ ทิวรีบกระโดดลงอ่างเพื่ออุ้มเธอขึ้นมา แล้วตบแก้มเบาๆ เพื่อปลุก
"พี่ฟ้า... พี่ฟ้า! ตื่น!"
"กรี๊ด! นายทำอะไรเนี่ย!" ฟ้าตะโกนพร้อมใช้มือทุบตีทิวไม่ยั้ง
"ผมเปล่า! ฟังผมก่อน!"
"ไอ้บ้า! นายเข้ามาในบ้านฉัน ในห้องนอนฉัน ตอนที่ไม่มีใครอยู่ได้ยังไง! จะทำบ้าอะไร!"
"โอ๊ย...พี่ฟ้า! เงียบหน่อยสิครับ เดี๋ยวเพื่อนบ้านตื่นหมด!"
"ดีเลย! ตื่นมาเลย! จะได้รู้กันไปว่านายมันไอ้เด็กบ้า! ไอ้เด็กบ้า!"
"ผมไม่ใช่เด็ก! อย่ามาว่าผมเด็ก!" ทิวเริ่มทนไม่ไหวกับคำพูดของเธอ
"ทำไม! เด็กก็คือเด็ก! คิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่รึไง! ไอ้เด็กบ้า!" ฟ้าตะโกนไม่หยุด
"เด็กใช่ไหม...?"
คำด่าของฟ้าเงียบลงในทันทีที่ทิวโน้มตัวลงไป...
เสียงเพลงจังหวะสนุกสนานดังกระหึ่มไปทั่วรีสอร์ทที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นลานปาร์ตี้กลางแจ้ง เพื่อนๆ ของเจ้าบ่าวเจ้าสาวต่างสนุกสนานอย่างเต็มที่ ก่อนที่เสียงของซันจะดังขึ้นพร้อมกับแก้วไวน์ในมือ“ทุกคน! ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล!” เขาขึ้นไปยืนบนเวทีเล็กๆ ด้วยท่าทางที่เมาได้ที่แล้ว “ผมในฐานะเพื่อนรักเจ้าบ่าว วันนี้ขอเป็นตัวแทนกลุ่มเพื่อนๆ อวยพรและร่วมยินดีไปกับ ‘คุณทิวา’ หรือที่พวกเราเรียกว่าไอ้ทิวา และ ‘ทิวจ๋า’ ของเจ้าสาวของเรา ขอให้รักกันไปนานๆ ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง!”เสียงโห่ร้องและเสียงปรบมือดังสนั่น “เอาทุกคน! วันนี้ไม่เมาเราไม่เลิก!” ซันชูแก้วขึ้นสูง ก่อนจะหันไปทางทิวกับฟ้าที่ยิ้มให้ด้วยความอบอุ่นอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันท่ามกลางความสนุกสนาน ฝนที่ดื่มไปไม่กี่แก้วก็เริ่มรู้สึกมึนงงเพราะเธอไม่ใช่คนคอแข็ง เธอจึงเดินโซซัดโซเซเพื่อจะไปเข้าห้องน้ำ ดวงตาที่ปรือและหัวที่กำลังหมุนไปมาทำให้เธอไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง เสียงเพลงที่ดังจนกลบทุกอย่างยิ่งทำให้เธอไม่ได้ยินเสียงใดๆเธอก้าวเข้าไปในห้องน้ำที่ดูว่างเปล่าและตรงไปที่ชักโครกอย่างเร่งรีบ ทันใดนั้นก็มีร่างผู้ชายย
งานแต่งงานที่เรียบง่าย ท่ามกลางอ้อมกอดของธรรมชาติเพียงหนึ่งเดือนต่อมา ทิวก็จัดงานแต่งงานอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ณ รีสอร์ทส่วนตัวในเขาใหญ่ ท่ามกลางขุนเขาและลำธารใสที่ไหลผ่าน เสียงหัวเราะและบทสนทนาของแขกที่มาร่วมงานดังก้องไปทั่ว“เฮ้ย! กูตกใจหมดเลย!” เสียงของซันดังลั่นท่ามกลางกลุ่มเพื่อนสนิท “กูก็นึกว่าที่บ้านมันแค่เลี้ยงวัวทำสวนมาตลอด! ชิบหาย! คบกันมาจนเรียนจบ เพิ่งรู้ว่่่าที่บ้านมันเป็นเจ้าของรีสอร์ท!”“มันก็ไม่ได้โกหกหรือหลอกพวกเรานี่หว่า” เพื่อนอีกคนในกลุ่มเอ่ยขึ้น “ตอนที่เราถามกันตอนปีหนึ่ง มันก็บอกว่าเลี้ยงวัวกับทำสวน ซึ่งก็จริง ที่บ้านมันเป็นเจ้าของฟาร์มวัวนมก็เลี้ยงวัว ส่วนไร่องุ่นกับผักออร์แกนิกของมันก็นับเป็นทำสวนสิ พวกเรานั่นแหละที่มโนไปเอง”“ใครจะไปคิดว่าจะมีเพื่อนเป็นทายาทรีสอร์ทวะ” เพื่อนคนหนึ่งว่า “ดูมันทำตัวสิ มันก็ไม่ได้ทำตัวว่ามันรวยสักหน่อย”“แต่มันก็ไม่ได้ทำตัวจนนะ” ซันเสริมพลางหัวเราะ “อยากใช้อะไรมันก็ใช้ชีวิตแบบสบายๆ พวกเราต่างหากที่จินตนาการเกินจริงไปเอง”ซันมองไปรอบๆ งานอย่างทึ่งๆ “มึงรู้ไหมตอนที่เจอมันเป็นเฟรชชี่ปีหนึ่งในหัวกูจินตนาการว่ามัน
เสียงของนวลดังขึ้นในความเงียบยามเช้า ขณะที่ฟ้ากำลังง่วนอยู่กับการจัดของ“ฟ้า… แม่ขอถามอะไรหนูหน่อยได้ไหม”ฟ้าหันกลับมามองด้วยความสงสัย สายตาของนวลดูเป็นกังวลมากกว่าปกติ“รอบเดือนหนู… มันไม่ได้มาใช่ไหม”ฟ้าชะงักไปเล็กน้อย เธอพยายามนึกย้อนดูความทรงจำ แต่ความสับสนเข้ามาแทนที่ “ไม่แน่ใจค่ะแม่ ฟ้าก็ลืมนับ… มีอะไรหรือเปล่าคะ”“ตอนนี้หนูรู้สึกยังไงบ้าง เพลียไหม เหนื่อยง่ายหรือเปล่า” นวลถามย้ำ น้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความห่วงใย“ก็เพลียค่ะ เหนื่อยง่ายด้วย” ฟ้ายอมรับอย่างไม่เต็มใจนัก “แต่ก็แค่เหนื่อยธรรมดา พักผ่อนเดี๋ยวก็หาย”“แม่ว่าฟ้าควรไปหาหมอนะ ไปให้หมอตรวจร่างกายให้ดีกว่า” นวลเสนอ “มาถึงขนาดนี้แล้ว ก็ให้ทิวเขาพาไปเถอะ”“อะไรกันแม่ ฟ้าไม่ได้เป็นอะไรนี่นา” ฟ้าเริ่มหงุดหงิด “ทำไมฟ้าต้องไปหาหมอด้วย”คำพูดของนวลทำให้เธอรู้สึกร้อนรนอย่างไม่ทราบสาเหตุ “แน่ใจเหรอว่าแค่อาการเหนื่อย ฟ้าไม่รู้สึกผิดปกติกับร่างกายตัวเองเลยหรือไง”นวลไม่รอให้เธอตอบ แต่หันไปทางฝนที่กำลังคุยอยู่กับทิวที่หน้าบ้าน “งั้นเดี๋ยวให้ฝนไปเป็นเพื่อนแล้วกัน แม่จะไปบอกน้อง”“ฝน ไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนพี่ฟ้าหน่อยนะลูก แม่บอกว่าจะให้ท
ความเปลี่ยนแปลงของฟ้าเช้าวันทำงาน ทุกอย่างดูเหมือนจะปกติแต่ก็ไม่เป็นอย่างนั้น ทุกคนต่างเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้นขณะที่ฟ้ากำลังทำงานอยู่ ก็มีเสียงเพื่อนร่วมงานดังขึ้น"อ้าวฟ้า หยุดยาวนี้ไปเที่ยวไหนมาเหรอ" พี่มีนาถาม"ไปเขาใหญ่ค่ะ" ฟ้าตอบ"บรรยากาศน่าจะดีนะ อยากไปบ้างจังมีที่แนะนำไหม""ก็มีอยู่หลายที่นะคะ" ฟ้าตอบเลี่ยง ๆ"แล้วฟ้าไปรีสอร์ทไหนอ่ะ เผื่อพี่อยากไปบ้าง"ฟ้าเงียบไป ไม่พูดต่อ "ต้องถามน้องสาวค่ะ ต้องถามฝน เพราะว่าฝนเป็นคนจอง""ฟ้าไม่สบายไหม ทำไมหน้าตาดูซีด ๆ ช่วงนี้ทำงานหนักเกินไปหรือเปล่า มีเรื่องให้เครียดหรือเปล่า""น่าจะเป็นเพราะทางไกลมั้งคะ นั่งรถเหนื่อยมั้ง" ฟ้าตอบ"ไปเขาใหญ่ก็ไม่ไกลนะ ไม่น่าจะเหนื่อยขนาดนั้นนะ เอ๊ะ หรือว่าไปทำอะไรมาหรือเปล่า ร่างกายอ่อนเพลีย" มีนาพูดและรอยยิ้มที่กรุ้มกริ่มขณะที่ฟ้ากำลังถ่ายเอกสาร กระดาษติดอยู่ในเครื่อง ฟ้าพยายามดึงออกมาแต่ทำไม่ได้ เธอกทรุดตัวลงนั่งร้องไห้โดยไม่มีเหตุผลเพื่อนร่วมงานเห็นจึงเข้ามาถามว่าฟ้าเป็นอะไร แต่ฟ้าก็เอาแต่ส่ายหน้าและร้องไห้ วินเพื่อนร่วมงานจึงแนะนำให้เธอกลับไปพักผ่อนที่บ้านในวันนั้น ฟ้าจึงทำงานได้แค่ครึ่งวันก็
บรรยากาศอึมครึมรถยนต์ที่กำลังมุ่งหน้ากลับบ้านเต็มไปด้วยบรรยากาศที่หนักอึ้งและน่าอึดอัด ฝนที่นั่งอยู่เบาะหลังสังเกตเห็นความตึงเครียดของทั้งคู่ จึงเอ่ยปากขึ้น"พี่ฟ้า เดี๋ยวจอดให้ฝนลงก่อนนะ ฝนไม่อยากเข้าบ้าน พี่กับทิวาไปเคลียร์กันเองที่บ้าน" ฝนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง"ยังไม่อยากเจอหน้าแม่ตอนนี้ด้วย รู้สึกว่าตัวเองเหมือนเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด""ให้ฝนลงตรงนี้ก็ได้ เดี๋ยวฝนกลับเอง""จะไม่ไปหาแม่เหรอ?" ฟ้าเอ่ยถาม"ไม่ ฝนจะกลับหอพักเลย""พี่ฟ้าคิดด้วยจะบอกพ่อยังไง หรือจะให้ฝนเป็นคนพูดให้ จะเอายังไงก็บอกฝนมาแล้วกัน เพราะยังไงเรื่องนี้พ่อก็ต้องรู้อยู่แล้ว""โอเค พี่ขอเวลาหน่อยนะ" ฟ้าพูด" อื้ม...พี่ฟ้าฝนยืมมือถือจดเบอร์พ่อแป๊ป มือถือแบตหมด " ทิวขับรถไปจอดเทียบฟุตบาทส่งฝนลง ทำให้ในรถเหลือเพียงทิวและฟ้าแค่สองคน บรรยากาศภายในรถยิ่งเงียบงันลงไปอีก ทิวเห็นสีหน้ากังวลของฟ้าจึงเอื้อมมือไปกุมมือเธอไว้แน่น"เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันนะ อย่าคิดมาก" ทิวปลอบใจ "เรื่องนี้ทิวจะสารภาพกับป้านวลเอง"ฟ้าพยักหน้าด้วยความเหนื่อยล้า"เหนื่อยเหรอ?""อืม เหนื่อยมาก" ฟ้าพยักหน้าพร้อมกับตอบเสียงแผ่วเบา"งั้นนอนพักก
ในช่วงสายของวัน ณ จุดบริการนักท่องเที่ยวของรีสอร์ท ราตรี ผู้เป็นแม่ของ ทิว และ ทับทิม ผู้เป็นย่า เดินทางกลับจากปฏิบัติธรรมก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นรถคนนึงจอดอยู่ผิดที่ราตรี: "อ้าว! นี่รถใครมาจอดอยู่ตรงนี้เนี่ย ทำไมพนักงานถึงไม่บอกให้ไปจอดที่สำหรับลูกค้า"ย่าทับทิม: "รถคันนี้ใช่รถที่ตาทิวซื้อใหม่หรือเปล่า ช่วยแม่ดูหน่อย"เมื่อสอบถามพนักงานก็ได้ความจริงที่ราตรี: "รถคันนี้...ใช้รถของคุณทิวไหม?"พนักงาน: "ใช่ค่ะคุณผู้หญิง"ราตรี: "จะกลับทำไมไม่เห็นบอกแม่เลยนะ!"พนักงาน: "คุณผู้หญิงคะ...คุณทิวพาผู้หญิงมาด้วยนะคะ"ราตรี: "มาตั้งแต่วันไหน"พนักงาน: "มาตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ"ทั้งคู่หันมองหน้ากันด้วยความไม่พอใจผสมความสงสัยราตรี: "แล้วตอนนี้คุณทิวอยู่ไหนล่ะ"พนักงาน: "อยู่โซนฝั่งน้ำตกค่ะ เดี๋ยวให้หนูพาไปไหมคะ"ราตรี: "ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันไปเองก็ได้"ย่าทับทิม: "ไปดูกัน! ตาทิวพาใครมาอยากเห็นหน้าเหมือนกันแหละ ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นพาผู้หญิงเข้าบ้าน"ทั้งสองมุ่งหน้าเดินไปหาทิวทันที ระหว่างทางมีเด็กสาวสองคนเดินสวนมา คนหนึ่งกำลังคุยโทรศัพท์ฝน: "ฮัลโหลพี่ฟ้า ฝนกำลังจะเข้าไปนะคะ ตอนนี







