เข้าสู่ระบบ"อ้าปากเร็วๆ อย่ามัวแต่อมข้าวไว้ในแก้มได้ไหมวะพาย มึงเป็นหนูแฮมสเตอร์หรือไง"
"ก็คนมันกินไม่ลงนี่ เจ็บแขนด้วย มึงจะดุทำไมเนี่ย"
เสียงทุ้มที่ติดจะดุเจือความรำคาญนิดๆดังขึ้นสลับกับเสียงหวานที่ตอบกลับอย่างงอแง
ภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วยวีไอพีที่มีแต่กลิ่นยาฆ่าเชื้อ บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยบรรยากาศแปลกประหลาดที่ไม่อาจอธิบายได้
เกียร์นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง มือหนาข้างหนึ่งถือถ้วยข้าวต้มหมูสับที่พร่องไปกว่าครึ่ง ส่วนมืออีกข้างถือช้อนที่ตักข้าวต้มพอดีคำเป่าจนคลายความร้อน แล้วจ่อไปที่ริมฝีปากบางของคนป่วยที่นั่งทำหน้างออยู่บนเตียง
พะพายขมวดคิ้วยุ่ง ดวงตากลมที่ยังคงหลงเหลือร่องรอยความบอบช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักจ้องมองหน้าเพื่อนชายร่วมคณะอย่างจับผิด ก่อนจะยอมอ้าปากรับข้าวต้มที่อีกฝ่ายป้อนให้แต่โดยดี
"เคี้ยวแล้วก็กลืนด้วย ไม่ใช่อมไว้"
เกียร์บ่นอุบอิบขณะดึงช้อนกลับมา แต่สายตาคมกริบกลับมองใบหน้าซีดเซียวของคนตรงหน้าด้วยความอ่อนโยนที่ขัดกับน้ำเสียงอย่างสิ้นเชิง
เขาใช้กระดาษทิชชูซับหยดน้ำซุปที่เลอะมุมปากของพะพายให้อย่างเบามือ การกระทำที่ดูเป็นธรรมชาติและใส่ใจในทุกรายละเอียดนั้น ทำให้คนที่เอาแต่จมอยู่กับความเศร้ามาตลอดหลายวันเริ่มรู้สึกแปลกใจ
เมื่อเห็นว่าพะพายส่ายหน้าปฏิเสธข้าวต้มคำต่อไป เกียร์ก็ไม่ได้บังคับอะไร
เขาแค่วางถ้วยข้าวต้มลงบนโต๊ะข้างเตียง แล้วเอี้ยวตัวไปหยิบแอปเปิลสีแดงสดจากตะกร้าของเยี่ยมมาถือไว้ พร้อมกับมีดปอกผลไม้เล่มเล็ก
พะพายนั่งมองมือหนาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดตามแบบฉบับของผู้ชายสายลุย ค่อยๆจรดคมมีดลงบนผิวแอปเปิลแล้วปอกเปลือกออกอย่างใจเย็นและประณีต
เปลือกสีแดงหลุดลอกออกมายาวเป็นสายโดยไม่ขาดตอนเลยสักนิด ภาพความขัดแย้งระหว่างผู้ชายเถื่อนๆคณะวิศวะกับงานละเอียดอ่อนตรงหน้า ทำให้ริมฝีปากบางที่เรียบตึงมาหลายวันเผลอหลุดรอยยิ้มขำออกมาโดยไม่รู้ตัว
"ขำอะไรของมึง" เกียร์ชะงักมือ ขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากคนบนเตียง
"ก็ขำมึงไง" พะพายยิ้มบางๆนัยน์ตาที่เคยหม่นหมองเริ่มมีประกายขึ้นมานิดหน่อย
"ใครจะไปรู้ ว่าคนอย่างมึงก็ปลอกผลไม้เป็นด้วย แถมยังดูแลคนป่วยเป็นอีกต่างหาก"
เกียร์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากตั้งใจหั่นแอปเปิลเป็นชิ้นพอดีคำ เลาะแกนกลางออกอย่างทะนุถนอม
"ถ้าสาวๆในสต็อกมึงมาเห็นภาพนี้เข้า คงกรี๊ดแย่เลยเนอะ ผู้ชายแบดบอยที่แท้ทรู กลายเป็นพ่อบ้านใจกล้าไปซะแล้ว"
พะพายอดไม่ได้ที่จะพูดแซว เธอรู้จักเกียร์มานาน ภาพจำของเขาในสายตาคนทั้งคณะคือเสือผู้หญิงจอมกะล่อน ขี้เล่น และไม่เคยจริงจังกับใคร การมานั่งป้อนข้าวปอกผลไม้ให้คนอื่นแบบนี้ มันผิดคาดไปมากจริงๆ
เกียร์หยุดมือที่กำลังหั่นแอปเปิลชิ้นสุดท้าย เขาเงยหน้าขึ้น สบตากับดวงตากลมที่กำลังฉายแววหยอกล้อ
รอยยิ้มขี้เล่นที่มักจะประดับอยู่บนมุมปากเสมอค่อยๆจางหายไป แทนที่ด้วยแววตาดุดันที่แฝงความหมายบางอย่างเอาไว้ลึกซึ้ง
เขาแค่นยิ้มมุมปาก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ราบเรียบแต่กลับกระแทกใจคนฟังอย่างจัง
"ไม่มีใครได้เห็นหรอก กูแสดงออกแบบนี้ เฉพาะคนที่กูอยากแสดงออกด้วยเท่านั้นแหละ"
"..."
สิ้นประโยคนั้น บรรยากาศรอบตัวก็คล้ายจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ พะพายชะงักกึก รอยยิ้มที่มุมปากค้างเติ่ง
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยขณะสบเข้าไปในนัยน์ตาสีเข้มของคนตรงหน้า หัวใจที่เคยเต้นเนิบนาบจู่ๆก็กระตุกผิดจังหวะไปชั่ววินาที ความหมายแฝงในประโยคนั้นมันชัดเจนเสียจนคนที่เอาแต่ปิดกั้นตัวเองมาตลอดอย่างเธอถึงกับไปไม่เป็น
เมื่อเห็นว่าคนบนเตียงนิ่งอึ้งไป เกียร์ก็เริ่มรู้ตัวว่าตัวเองเผลอหลุดปากพูดอะไรที่มันมากเกินไปเสียแล้ว ความอึกอักและทำตัวไม่ถูกแทนที่ความเท่เมื่อครู่ทันที ใบหน้าหล่อเหลาหันหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตา
เขาคว้ารีบเอาชิ้นแอปเปิลที่หั่นเสร็จแล้วยัดใส่ปากพะพายทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าของตัวเอง
"อื้อ!"
"แดกเข้าไป! พูดมากชิบหาย!" เกียร์แกล้งทำเสียงดุ กลบเกลื่อนรอยสีแดงจางๆที่พาดผ่านใบหูของตัวเอง
พะพายขมวดคิ้วมุ่น รีบเคี้ยวแอปเปิลในปากตุ้ยๆ ก่อนจะแกล้งพูดสวนกลับเพื่อดึงบรรยากาศให้กลับมาเป็นปกติ
"แหวะ! เค็ม! ล้างมือยังเนี่ย!" เธอทำหน้าย่น แกล้งทำท่าจะคายแอปเปิลทิ้ง
เกียร์เห็นดังนั้นก็รีบรับมุกทันที เขาแกล้งทำหน้าตายแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงยียวน
"ยัง เพิ่งเข้าห้องน้ำมาเมื่อกี้ด้วย"
"อี๋! ไอ้เกียร์! สกปรก!" พะพายร้องลั่น คว้าหมอนใบเล็กบนเตียงปาใส่หน้าคนขี้แกล้งทันที
"ฮ่าๆๆๆ"
เกียร์หัวเราะลั่นอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนตัวเล็ก เขายกมือขึ้นรับหมอนเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะเอื้อมมือไปขยี้กลุ่มผมนุ่มของเธอจนยุ่งเหยิง
"ล้อเล่นน่า กูเช็ดแอลกอฮอล์จนมือจะเปื่อยแล้ว แดกๆเข้าไปเหอะ บำรุงสมองหน่อย"
รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเกียร์ ทำให้พะพายเผลอยิ้มตามออกมาอีกครั้ง มันเป็นรอยยิ้มที่มาจากความรู้สึกผ่อนคลายจริงๆในรอบหลายวันที่ผ่านมา
เมื่อเห็นว่าคนป่วยอารมณ์ดีขึ้นแล้ว เกียร์ก็ผุดลุกขึ้นยืน หยิบจานเปลือกผลไม้เตรียมจะเดินเอาไปทิ้งที่ถังขยะมุมห้อง ทว่าก้าวเท้าไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เสียงหวานที่ติดจะสั่นเครือของคนบนเตียงก็รั้งให้เขาต้องหยุดชะงัก
"เกียร์..."
แผ่นหลังกว้างหยุดนิ่ง เกียร์ค่อยๆหันกลับมามอง รอยยิ้มบนใบหน้าของพะพายเลือนหายไปแล้ว เหลือเพียงดวงตาที่วูบไหวและเต็มไปด้วยความกังวล
"มึงว่า... ซีนจะเกลียดกูไปเลยไหม" น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาราวกับคนหลงทาง
"ทุกคนเกลียดกู... แม้แต่ความเป็นเพื่อน กูยังไม่มีสิทธิ์ได้แล้วใช่ไหม"
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศที่เพิ่งจะสดใสเมื่อครู่ ดิ่งวูบลงสู่ความหม่นหมองอีกครั้ง
เกียร์ลอบถอนหายใจยาว ความรู้สึกปวดหนึบแล่นริ้วขึ้นมาในอก เขาเกลียด... เกลียดที่ต้องทนเห็นผู้หญิงที่เขารัก ร้องไห้และคร่ำครวญถึงผู้ชายคนอื่น แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เข้าใจดีว่าบาดแผลในใจของพะพายมันลึกเกินกว่าจะลบเลือนได้ง่ายๆ
เขาวางจานเปลือกผลไม้ลงบนโต๊ะ แล้วเดินกลับมายืนข้างเตียง เขาจ้องมองใบหน้าเศร้าสร้อยของเพื่อนสนิทด้วยแววตาจริงจัง
"ถ้าพูดตามตรง สิ่งที่มึงทำมันก็แย่อยู่"
เกียร์เลือกที่จะพูดความจริง เขาไม่คิดจะปลอบประโลมด้วยคำโกหกสวยหรู เพราะนั่นไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น
สิ่งที่พะพายทำลงไป ทั้งการไประรานมีนา การสร้างเรื่องวุ่นวาย และการทำร้ายตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจ มันคือความผิดพลาดที่สร้างรอยร้าวให้กับความสัมพันธ์ของเธอและซีน รวมถึงความสัมพันธ์ของซีนและมีนาด้วย
"ถ้าอยากเป็นเพื่อนกับทุกคนจริงๆ มึงก็ต้องให้เวลาเขาหน่อยวะพาย ความรู้สึกคนเรามันเหมือนแก้ว ร้าวไปแล้วมันจะให้กลับมาติดกันเหมือนเดิมภายในวันสองวันมันเป็นไปไม่ได้หรอก"
พะพายก้มหน้าลงซ่อนหยาดน้ำตาที่เริ่มรื้อรื้นขึ้นมาอีกครั้ง มือเล็กที่ไม่ได้เจ็บกำเข้าหากันแน่นบนตัก
"กูรู้ กูรู้ว่ากูมันแย่..." เสียงสะอื้นหลุดลอดออกมาเบาๆ
"แต่ว่า... ซีนเป็นโลกทั้งใบของกูเลยนะเกียร์ ถ้ากูไม่มีเขา กูก็ไม่เหลือใครแล้วจริงๆ"
คำว่า 'ไม่เหลือใคร' อีกแล้ว... คำนี้มันเหมือนมีดที่กรีดลงบนหัวใจของคนที่ยืนอยู่ตรงนี้เสมอ
เกียร์เม้มริมฝีปากแน่น เขาเอื้อมมือไปวางแหมะลงบนศีรษะเล็ก แล้วลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม
"แต่มีนาก็มีแค่ไอ้ซีนเหมือนกันนะพาย" น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลง แต่แฝงไปด้วยการดึงสติ
"มึงไม่สงสารบ้างเหรอเวลาที่เห็นสองคนนั้นเศร้า มึงรักไอ้ซีน มึงก็ควรจะอยากเห็นมันมีความสุขไม่ใช่เหรอวะ" พะพายเม้มริมฝีปากจนห้อเลือด ดวงตาคู่สวยสั่นระริก
"ก็สงสาร แต่..."
เธอหลับตาลงอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้น้ำตาหยดลงมาอาบแก้ม ความคิดในหัวตีกันให้วุ่นวายไปหมด
ภาพเหตุการณ์ต่างๆไหลย้อนเข้ามาประดังประเด ทั้งท่าทีร้ายกาจที่เธอจงใจแสดงออกไป วันที่เธอทำให้ซีนกับมีนาต้องทะเลาะและเข้าใจผิดกัน ไหนจะสารพัดวิธีที่เธอไปตามรังควานผู้หญิงคนนั้น...
เธอทำเรื่องบ้าๆพวกนั้นลงไปได้ยังไง เธอทำไปด้วยความคิดตื้นเขิน หวังเพียงแค่อยากเหนี่ยวรั้งซีนเอาไว้ หวังเพียงแค่ไม่อยากสูญเสียที่พึ่งพิงทางใจเพียงหนึ่งเดียวไป โดยหลงลืมไปว่าการกระทำของตัวเองกำลังกรีดแทงคนที่เธอรักมากที่สุดให้เจ็บปวดเช่นกัน
เกียร์มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดของพะพายแล้วก็ทนไม่ได้ เขาไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย ไม่ชอบเห็นเธอจมอยู่กับความเศร้าและความเกลียดชังตัวเอง
มือหนาที่ลูบหัวเธออยู่จึงเปลี่ยนมาเป็นโยกหัวคนตัวเล็กเบาๆสองสามที เพื่อเรียกสติและเปลี่ยนเรื่องคุย
"เออๆช่างแม่งเหอะ มึงเลิกเครียดเถอะน่า ร้องไห้บ่อยๆ เดี๋ยวก็หน้าแก่ก่อนวัยหรอก"
เกียร์พูดด้วยน้ำเสียงกวนๆ ดึงมือกลับมาล้วงกระเป๋ากางเกง
"ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่... อยากได้ผู้ชายแบบไอ้ซีนอีกสักกี่คน เดี๋ยวพี่เกียร์จัดให้เอง รับรองว่าหล่อ รวย สายเปย์ เอาใจเก่งกว่ามันร้อยเท่า!"
พะพายเงยหน้าขึ้นมาทั้งน้ำตา คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อได้ยินสรรพนามที่อีกฝ่ายใช้เรียกตัวเอง ความเศร้าเมื่อครู่ถูกปัดเป่าออกไปชั่วคราวด้วยความหมั่นไส้
"หยุดเลย! อย่ามาเรียกตัวเองว่าพี่เกียร์ ขนลุก!" เธอแหวเข้าให้พร้อมกับทำท่าลูบแขนตัวเองประกอบความสยองขวัญ
"ฮ่าๆๆๆ"
เกียร์ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างพอใจที่สามารถดึงเธอกลับมาจากห้วงความเศร้าได้สำเร็จ
"เออๆ รีบหายแล้วกัน กูมีที่ดีๆอยากพามึงไป รับรองว่ามึงไปแล้วต้องชอบแน่ๆ"
"ที่ไหน?" พะพายหรี่ตามองอย่างจับผิด
"อย่ามาทำพูดดีเลย กูไม่ใช่สาวๆ ในสต็อกมึงนะ จะได้หลงกลคำหวานของมึงง่ายๆ หลอกพาไปขายหรือเปล่าก็ไม่รู้"
เกียร์หัวเราะหึๆในลำคอ เขาส่ายหน้าไปมาอย่างระอาใจกับความช่างระแวงของคนตัวเล็ก
"เออ กูไม่หลอกไปขายหรอกน่า มึงผอมแห้งเป็นไม้เสียบผีขนาดนี้ ชั่งกิโลขายยังไม่ได้ราคาเลย รีบๆกินแล้วก็นอนพักไปซะ จะได้รีบออกจากโรงพยาบาลสักที กูขี้เกียจมานั่งเฝ้าแล้ว"
ปากก็บ่นไปอย่างนั้น แต่สายตาที่มองกลับเต็มไปด้วยความเอ็นดู พะพายเบ้ปากใส่คนตรงหน้า ก่อนจะยอมล้มตัวลงนอนตามคำสั่ง โดยมีเกียร์คอยดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้ถึงหน้าอก
"นอนซะ กูอยู่นี่แหละ ไม่ไปไหนหรอก" เสียงทุ้มกระซิบเบาๆ
พะพายพยักหน้ารับ ฤทธิ์ยาที่กินเข้าไปบวกกับความอ่อนเพลียทำให้เปลือกตาของเธอเริ่มหนักอึ้ง เพียงไม่นาน ลมหายใจที่เข้าออกอย่างสม่ำเสมอก็บ่งบอกว่าคนบนเตียงเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว
เกียร์ยืนมองใบหน้ายามหลับใหลของพะพายอยู่เนิ่นนาน รอยยิ้มจางๆผุดขึ้นบนมุมปาก
'ไม่ใช่สาวๆ ในสต็อกงั้นเหรอ'
เขาคิดในใจพลางส่ายหน้าเบาๆ พะพายไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ... ว่าสำหรับเขาแล้ว เธอไม่เคยอยู่ในสต็อกบ้าบออะไรนั่นเลย เธออยู่ในที่ที่พิเศษกว่านั้นมาตลอด
เธอไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตั้งแต่วินาทีที่เขาอุ้มร่างที่เปื้อนเลือดของเธอมาส่งที่โรงพยาบาล โลกทั้งใบของเขาก็หยุดหมุน
แชททุกแชทจากผู้หญิงทุกคนที่คุยเล่นอยู่ สายโทรเข้าทุกสายที่ดังจนสายแทบไหม้... เขาไม่เคยกดเข้าไปดูหรือสนใจมันเลยสักนิด
เพราะในสายตาและในหัวใจของเกียร์ มีแค่พะพายคนเดียวมาตั้งนานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอะไร เขายอมทิ้งได้ขอแค่เป็นเรื่องของพะพาย
"จ้องหน้าพายขนาดนี้ กะจะกลืนพายลงท้องไปเลยหรือไงเกียร์""ถ้ากลืนได้กูกลืนไปนานแล้ว ไม่ปล่อยให้มึงมานอนบ่นกูฉอดๆ อยู่บนเตียงแบบนี้หรอกน่า"เสียงทุ้มที่เต็มไปด้วยความหยอกเย้าดังขึ้นพร้อมกับท่อนแขนแกร่งที่กระชับกอดรัดเอวบางให้ขยับเข้ามาแนบชิดมากยิ่งขึ้นแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่เข้ามาภายในห้องนอนกว้าง กระทบกับร่างสองร่างที่ยังคงนอนตระกองกอดกันอยู่บนเตียงคิงไซส์พะพายขยับตัวยุกยิกอยู่ในอ้อมกอดของเกียร์ เธอเงยหน้าขึ้นจากแผงอกกว้าง สบตากับนัยน์ตาคมกริบที่กำลังทอดมองมาที่เธอด้วยความรักที่ปิดไม่มิด รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากของคนที่เพิ่งตื่นนอน"ปล่อยเลย พายจะลุกไปอาบน้ำแล้ว สายป่านนี้แล้วเนี่ย" พะพายดันแผงอกเขาเบาๆ"ไม่อาววว วันนี้วันหยุด มึงจะรีบตื่นไปไหนวะ นอนกอดกันต่ออีกนิดนึงไม่ได้หรือไง"เกียร์ลากเสียงยาวอย่างออดอ้อน ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนและซอกคอหอมกรุ่นของแฟนสาวอย่างเอาแต่ใจ"ไอ้บ้าเกียร์ หนวดทิ่มคอพายเนี่ย! จั๊กจี้นะ!"พะพายหัวเราะคิกคัก พยายามหดคอหนีสัมผัสสากๆ จากไรหนวดที่เพิ่งขึ้นบางๆ ของเขา"ก็ใครใช้ให้มึงตัวหอมขนาดนี้วะพาย กูดมเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอเลยจริงๆ""เวอร์ละมึงอะ น
"เล่ามาให้หมด ว่าพวกเธอร่วมมือกันทำบ้าอะไรลงไป พูดความจริงออกมา อย่าให้กูต้องหมดความอดทน"เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของเกียร์ดังก้องไปทั่วห้องพักฟื้นผู้ป่วยพิเศษ นัยน์ตาคมกริบของเขาจ้องเขม็งไปยังร่างของเธอสองคนที่กำลังนั่งคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้นห้อง โดยมีโซ่กับซีนยืนกอดอกตีหน้าขรึมคุมเชิงอยู่ด้านหลังบนเตียงผู้ป่วย เกียร์ยังคงนั่งพิงหัวเตียงโดยมีร่างเล็กของพะพายซุกตัวอยู่ในอ้อมกอด ท่อนแขนแกร่งของเขาโอบรัดรอบเอวบางเอาไว้แน่นราวกับจะปกป้องเธอจากทุกสิ่งบนโลกใบนี้"ฮึก แยม แยมขอโทษค่ะพี่เกียร์"แยมสะอื้นไห้จนตัวโยน ใบหน้าที่เคยสะสวยและเย่อหยิ่งบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและความหวาดกลัว"แยมไม่ได้ตั้งใจจะให้เรื่องมันบานปลายขนาดนี้ แยมก็แค่อยาก... อยากจะหาโอกาสเข้าไปดูแลพี่เกียร์ตอนที่พี่พายไม่อยู่ แยมแค่อยากให้พี่เกียร์หันมามองแยมบ้าง""แล้วมึงก็เลยกล้าใช้ชื่อกูไปแอบอ้างกับพนักงานข้างล่างงั้นสิ?"พะพายที่นั่งพิงอกเกียร์อยู่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ได้เกรี้ยวกราดเหมือนเมื่อก่อน แต่แววตาของเธอก็ยังคงมีความเด็ดขาด"หนู... หนูขอโทษค่ะคุณพาย!" พนักงานต้อนรับที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้าง
"ไอ้ซีน กูมีเรื่องอยากให้มึงช่วยหน่อยว่ะ"น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าจากพิษไข้ เอ่ยทำลายความเงียบงันภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาลเกียร์นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง นัยน์ตาคมกริบที่เคยแข็งกร้าวและดุดัน บัดนี้ทอดมองเพียงแค่ใบหน้าซีดเซียวของคนที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความปวดร้าวฝ่ามือหนาที่ยังคงรุมๆ ด้วยอุณหภูมิความร้อนของร่างกาย เอื้อมไปลูบกลุ่มผมยาวสลวยของพะพายอย่างเบามือและทะนุถนอมที่สุดก่อนที่เขาจะเลื่อนมือลงมากอบกุมฝ่ามือเล็กที่เย็นเฉียบเอาไว้ ยกมันขึ้นมาจรดริมฝีปาก ประทับรอยจุมพิตลงบนหลังมือของเธอเนิ่นนาน ราวกับต้องการถ่ายทอดความรู้สึกผิดและความรักทั้งหมดที่มีส่งผ่านไปให้ถึงหัวใจของคนหลับเกียร์ค่อยๆ ละริมฝีปากออก ก่อนจะหันขวับไปสบตากับซีนที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่ไม่ไกล แววตาของเกียร์แปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวและเย็นเยียบจนน่าขนลุก"กูต้องการให้แยมได้รับบทเรียน บทเรียนที่สาสมกับสิ่งที่มันทำ ให้มันรู้ว่าการล้ำเส้นและทำให้พายเป็นแบบนี้ มันจะต้องเจอกับอะไร มึงจัดการให้กูทีนะไอ้ซีน เอาให้มันไม่มีที่ยืนไปเลย"ซีนพยักหน้ารับอย่างหนักแน่นโดยไม่ต้องเสียเ
"หมอครับ! พยาบาล! ช่วยแฟนผมด้วยครับ พาย... พายได้ยินกูไหม แข็งใจไว้นะพาย"เสียงทุ้มที่แหบพร่าและสั่นเครือตะโกนลั่นไปทั่วบริเวณโถงทางเดินของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังร่างสูงใหญ่ของเกียร์ที่กำลังถูกเผาผลาญด้วยพิษไข้ขั้นรุนแรง อุ้มร่างเล็กที่หมดสติและสั่นเกร็งของพะพายวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามาด้วยความรวดเร็วและตื่นตระหนกสุดขีดในเวลานี้เขาลืมความเจ็บป่วยของตัวเองไปจนหมดสิ้น สัญชาตญาณเดียวที่หลงเหลืออยู่ในหัวคือ เขาต้องช่วยผู้หญิงในอ้อมกอดให้ปลอดภัยให้เร็วที่สุดบุรุษพยาบาลและทีมแพทย์ฉุกเฉินรีบเข็นเตียงมารับร่างของพะพายอย่างรวดเร็ว เกียร์วางร่างของแฟนสาวลงบนเตียงด้วยมือที่สั่นเทา ดวงตาคมกริบที่แดงก่ำจ้องมองใบหน้าซีดเซียวของคนรักไม่วางตา ขณะที่เตียงกำลังถูกเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉิน"ญาติรออยู่ด้านนอกก่อนนะคะ เข้าไปไม่ได้ค่ะ" พยาบาลดึงแขนของเกียร์เอาไว้เมื่อเขากำลังจะก้าวตามเข้าไปเกียร์ชะงักฝีเท้า เขาจับขอบประตูห้องฉุกเฉินเอาไว้แน่น ก่อนจะช้อนสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและเว้าวอนมองหน้าคุณหมอเวรที่กำลังจะเดินตามเข้าไป"หมอครับ ฝากเขาด้วยนะครับหมอ ฝากชีวิตแฟนผมด้วยนะครับ""ไม่ต้องห่วงครับ หมอจะดูแลอย
"มีนา ฮึก พี่ขอโทษ พี่ขอโทษจริงๆ นะมีนา ฮือออ"เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจดังขึ้นทันทีที่บานประตูห้องเปิดออก ร่างเล็กของพะพายที่ทรุดตัวนั่งอยู่บนพื้นห้องโผเข้ากอดเอวของมีนาเอาไว้แน่น น้ำตาเม็ดโตไหลทะลักอาบสองแก้มจนเปรอะเปื้อนเสื้อของรุ่นน้องสาวจนชุ่มชื้นไปหมดมีนาที่เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงพร้อมกับเจ้าขาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอรีบทิ้งกระเป๋าสะพายลงบนพื้นแล้วคุกเข่าลงไปกอดตอบรุ่นพี่สาวเอาไว้แน่น"พี่พาย... พี่พายใจเย็นๆ นะคะ เกิดอะไรขึ้น ทำไมร้องไห้หนักขนาดนี้?" มีนาเอ่ยถามเสียงสั่น ลูบแผ่นหลังที่กำลังสั่นสะท้านของพะพายอย่างอ่อนโยน"ฮือออ พี่เข้าใจแล้วมีนา พี่รู้ซึ้งแล้วว่าความเจ็บปวดมันเป็นยังไง ฮึก พี่ขอโทษที่พี่เคยทำเลวกับมีนานะ พี่ขอโทษที่พี่เคยทำให้มีนากับซีนต้องเข้าใจผิดกัน ฮือออ พี่มันเลว พี่มันสมควรโดนแบบนี้แล้วใช่ไหม"พะพายพร่ำบอกคำขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้สึกผิดบาปในอดีตที่เธอเคยจงใจเข้าไปสวมกอดซีนตอนที่เขาหลับเพื่อทำให้มีนาเข้าใจผิด มันย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจของเธอเองในวันนี้วันที่เธอต้องมาเผชิญกับภาพบาดตาบาดใจในรูปแบบเดียวกัน เธอกำลังชดใช้กรรมใช่ไหม นี่คือสิ่งที่สวร
"ฮึก ไปคอนโดlilit ค่ะพี่ ฮือ"เสียงหวานที่สั่นเครือและเต็มไปด้วยเสียงสะอื้น เอ่ยบอกจุดหมายปลายทางกับคนขับรถแท็กซี่ทันทีที่ก้าวขึ้นมานั่งบนเบาะหลัง พะพายยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเอง ปล่อยให้น้ำตาแห่งความเสียใจไหลรินออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้อีกต่อไป ร่างเล็กสั่นเทาไปทั้งตัวเธอวิ่งหนีออกมาจากคอนโดของเกียร์อย่างไม่รู้ทิศรู้ทาง ขาทั้งสองข้างก้าวสลับกันไปข้างหน้าด้วยความรู้สึกที่เหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมาตรงหน้า ภาพที่ผู้หญิงคนนั้นโน้มตัวลงไปหาเกียร์ และภาพที่ท่อนแขนแกร่งของเขายกขึ้นมาจับแขนของยัยแยมเอาไว้ มันฉายวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกตอกย้ำให้กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกทันทีที่แท็กซี่จอดเทียบหน้าคอนโดส่วนตัวของเธอ พะพายก็จ่ายเงินลวกๆ แล้วรีบวิ่งขึ้นลิฟต์ตรงดิ่งกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง ทันทีที่บานประตูถูกปิดลง ร่างบางก็ทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นห้องอย่างหมดเรี่ยวแรง"ฮือออ ทำไม ทำไมมึงทำแบบนี้วะเกียร์ ฮึก"พะพายกอดเข่าตัวเองแน่น ซุกใบหน้าลงกับท่อนแขนแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างน่าสงสาร ความเจ็บปวดที่ก่อตัวขึ้นในอกมันรุนแรงจนเธอแทบจะหายใจไม่ออก สองมือเล็กยกขึ้นมากำเสื้อบริเวณตำแหน่งหั







