LOGINต่อหน้าทุกคน...เขาคือเฮดว๊ากสุดโหด ที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปจีบ แต่ลับหลัง...เขาคือแฟนที่คลั่งรักมาก แต่ปัญหาคือแฟนสาวของเขาดันเป็นเฟรชชี่ปีหนึ่ง และไม่มีใครรู้ว่า 'เฮดว๊ากสุดหล่อ' นั้นมีแฟนเป็นรุ่นน้องปี 1 เมื่อเฮดว๊ากสุดหล่อแห่งวิศวะต้องปิดบังความสัมพันธ์กับแฟนสาวเฟรชชี่ปีหนึ่ง เขาจึงทำได้เพียงมองผู้ชายคนอื่นเข้ามาจีบเธอ...โดยไม่มีสิทธิ์ห้าม ความอดทนของคนคลั่งรักมีขีดจำกัด
View Moreวันศุกร์สุดสัปดาห์
เชนรีบขับรถกลับบ้านที่ต่างจังหวัดหลังจากเลิกคลาสเรียนวิชาสุดท้ายของวันนี้ด้วยความเร่งรีบ ใช้เวลาเดินทางกว่า 4 ชั่วโมงด้วยระยะทางกว่า 500กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ ถึงขอนแก่น และถึงจุดมุ่งหมายปลายทางอย่างฉิวเฉียด
หน้าโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งที่จังหวัดขอนแก่น
ครืด…เสียงโทรศัพท์กอหญ้าดังขึ้น
"ฮัลโหลเชนว่าไงคะ" หญ้ากดรับสายทันทีเมื่อหน้าจอโชว์ว่าใครโทรมา
"หญ้าครับวันนี้เชนมารอรับนะครับ" เสียงทุ้มปลายสายพูดขึ้น
"โอเคค่ะ รอตรงไหนคะ" หญ้าตอบกลับไปน้ำเสียงดีใจเพราะวันนี้คนที่มารับไม่ใช่พี่ชายคนโต กลับเป็นอีกคนที่เขาเฝ้าคิดถึงตลอดสัปดาห์
"รอหน้าโรงเรียนครับ" ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
"โอเคค่ะ แล้วเจอกันนะคะหญ้ากำลังเดินออกไป" รอยยิ้มหวานปรากฎบนใบหน้าได้รูปช่วยเสริมให้ใบหน้านี้หน้าหลงไหลขึ้นไปอีก
บริเวณหน้าโรงเรียน
หนุ่มวิศวะใส่ช็อปยืนกดโทรศัพท์หลังพิงรถสปอร์ตคู่ใจ
"กรี๊ดๆๆๆ แกพี่เขาหล่อมากอ่ะ เรียนวิศวะด้วยหล่อมากๆ เลยแก"
"ใช่ขับรถสปอร์ตด้วยอะแก รูปหล่อพ่อรวย"
"ใช่หล่อมาก อยากได้ ฉันอยากได้มากอ่ะแก"
"ว่าแต่พี่เขามารอรับใครอ่ะ"
เด็กนักเรียนที่กำลังทะยอยเดินออกจากโรงเรียนเพื่อขึ้นรถเมย์กลับบ้านหลังเลิกเรียน ต่างกรี๊ดกร๊าดเมื่อเห็นหนุ่มหล่อยืนอยู่หน้าโรงเรียนซึ่งเป็นจุดสนใจของทุกคน โรงเรียนมัธยมเล็ก ๆ ประจำตำบล เด็กนักเรียนที่เรียนที่นี่ฐานะทางบ้านก็ธรรมดา พ่อแม่หาเช้ากินค่ำจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เด็กจะให้ความสนใจรถหรูที่เป็นความใฝ่ฝันของใครหลายคนว่าสักวันอยากมีแบบนี้สักคันเป็นของตัวเอง
หญ้าเดินมาพร้อมกับกลุ่มเพื่อน เมื่อใกล้จะถึงหน้าโรงเรียน ‘เเพรว’ เพื่อนในกลุ่มพูดขึ้น
"ผู้ที่ไหนอ่ะแกโคตรหล่อ งานดี มารอรับใครอ่ะ ชะนีที่ไหนเป็นผู้โชคดีทำไมฉันไม่เคยเห็นมาก่อน"
"หล่อมากอ่ะแก ป่ะเดินไปถามพี่เขากันว่ามารอใคร เผื่อเรารู้จักจะได้ช่วยพี่เขาตามหา" ‘โบว์’ พูดขึ้นและเตรียมท่าจะเดินตรงไปหาบุคคลที่ยืนอยู่ตรงนั้นทันที โดยไม่รอฟังความเห็นจากเพื่อนๆ เลยแม้สักนิด
"กล้ามากค่ะ ไม่รู้จักเขาแต่จะเดินไปคุยกับพี่เขา" ‘ตุ๊กตา’ พูดดักคอเพื่อนขึ้นเสียงดังจนโบว์ต้องชะงักฝีเท้าทันที
"กล้ามาก" เสียงแพรวและตุ๊กตาว่าให้โบว์
"หึ" หญ้าพูดขึ้นพร้อมกับส่ายหัวให้กับนิสัยบ้าผู้ชายของเพื่อน บ้าดารายังไม่พอ เวลาเห็นผู้หล่อเป็นไม่ได้ออกอาการจนตัวสั่น สั่นสู้นะคะไม่ได้สั่นเพราะกลัว
หญ้าเดินตรงไปหาชายหนุ่มที่รถโดยที่ไม่พูดอะไรออกมา เพื่อนทุกคนต่างงุนงงปนตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า ทุกคนต่างรีบเดินตามหญ้าไปพร้อมกับจ้องมองหน้าชายหนุ่มข้างกายเพื่อนไม่วางตา
"เชน" หญ้าเอ่ยเรียกเชนที่ยืนก้มหน้าเล่นมือถืออยู่ เมื่อเชนได้ยินเสียงเรียกของหญ้าก็เงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มหล่อกระชากใจสาวๆ ที่ได้พบเห็น
"ครับ" เสียงตอบรับสั้นๆ ทั้งๆ ที่ยังไม่หุบยิ้ม
"ยืนเก๊กท่าหล่อให้สาวกรี๊ดอยู่ได้ ทำไมไม่รอในรถ" หญ้าดุออกไปเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจที่คนของตนมายืนล่อสายตาของสาวๆ นับร้อยทั้งๆ ที่รู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาเลิกเรียนนักเรียนทุกคนต่างพากันทะยอยกลับบ้าน
"ประหยัดน้ำมันครับ ดับเครื่องยนต์เมื่อไม่ได้ใช้งาน" เชนตอบหน้าตายสไตส์หนุ่มวิศวะ หญ้าซึ่งได้รับคำตอบถึงกับยืนนิ่งกลอกตาไปมาเพราะไม่มีคำใดๆ จะเอ่ยออกมา
"ใครอ่ะแก" โบว์ที่ยืนฟังบทสนทนาอยู่นานจึงเอ่ยถามขึ้น
"อ้อ เพื่อนนะ" หญ้าตอบกลับไปขณะที่สายตาของเชนยืนจ้องรอฟังคำตอบอยู่
"เพื่อนอะไรของแก พี่เขาเรียนมหาลัยแล้วป่ะ เพื่อนหรือใคร เอาดีๆ อีสวย" โบว์สวนเพื่อนกลับทันที เพราะดูจากสถานการณ์ก่อนหน้า ความสัมพันธ์ต้องมากกว่าเพื่อนเพราะมีอาการหึงหวงเกิดขึ้น
"พี่ชาย" เมื่อตอบออกไปแล้วเพื่อนไม่เชื่อ หญ้าจึงรีบเปลี่ยนสถานะให้ชายหนุ่มตรงหน้าทันที
"เพื่อนหรือพี่เลือกสักอย่างอีสวย" ตุ็กตาและพลอยพูดขึ้นพร้อมกันเสียงดังจนเชนที่ยืนฟังอยู่อดที่จะขำไม่ได้
"ก็เพื่อนที่เป็นรุ่นพี่ไง จะซักเพื่อ...แล้วจะเพื่อนหรือพี่มันจะอะไรนักหนา ที่แน่ๆไม่ใช่พ่อฉันค่ะ จบนะ" หญ้าตอบกลับเพื่อนออกไปเสียงดังสีหน้าหงุดหงิดเพราะโดนเพื่อนซักอยู่นานสองนาน
"จบค่ะอีสวย สถานะใหม่ที่พึ่งเคยได้ยินครั้งแรก เพื่อนที่เป็นรุ่นพี่" แพรว ตุ๊กตา โบว์ พูดขึ้นพร้อมกัน
หญ้าพยักหน้าพร้อมส่งยิ้มเป็นคำตอบ ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจก่อนหน้านี้หายหมด มีแต่ความดีใจเข้ามาแทนที่แม้จะเป็นเพียงแค่ข้อความสั้น ๆ แค่ไม่กี่ข้อความก็ช่วยรักษาความเสียใจก่อนหน้าได้เป็นอย่างดี เปรียบเสมือนยาวิเศษมาสค็อตหมีทั้ง 4 ตัวเมื่อได้รับสัญญาณจากคนเป็นนายจึงเบี่ยงตัวหลบออกไปด้านข้างทันที เผยให้เห็นชายหนุ่มในชุดสูทสีดำยืนถือช่อดอกไม้สีขาวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มคนตัวเล็กเมื่อเห็นบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าถึงกลับพูดไม่ออก ไม่คิดว่าจะมายืนตรงนี้ ไหนบอกว่ามาไม่ได้ ไหนบอกว่าติดงานสำคัญแล้วผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าล่ะเป็นใคร ใช่เขาจริง ๆ หรือเปล่าจึงเผลอเอ่ยเรียกคนรักเบา ๆ"เชน""ครับ ขอโทษนะครับที่มาช้า นี่ครับดอกไม้สำหรับคนเก่ง" เชนคุกเข่าพร้อมยื่นกุหลาบสีขาวช่อโตให้คนตัวเล็กพร้อมการ์ดสีขาวที่ติดอยู่กับช่อดอกไม้ ซึ่งมีข้อความเขียนไว้ว่า‘Marry me, will you agree?’หญ้าที่ยืนงงกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ได้แต่ยืนอึ้งอ่านข้อความความในการ์ดสลับกับมองหน้าผู้ชายที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้านานนับนาที"What's up?, can you marry me (ตกลงว่าไงครับ แต่งงานกับผมได้ไหม)" เชนเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งส่งสายตาอ้
"เดี๋ยวพี่เขาก็คงมา น่าจะติดธุระสำคัญม๊าว่าน้องหญ้ามานั่งรอตรงนี้ดีกว่า ยืนนานแล้วเดี๋ยวปวดเท้าเอามานั่งนี่มาลูกสาวคนสวยของม๊า" ม๊าเอ่ยบอกคนเป็นลูกสะใภ้ออกไป ไม่เข้าใจลูกชายตัวเองเหมือนกันว่ากำลังจะทำอะไรเพราะเขาได้รับเพียงโทรศัพท์จากลูกชายว่าให้บินกลับไทยด่วนเพื่อมาวันรับปริญญาของลูกสะใภ้คนสวย แต่ก็ไร้เงาลูกชายในวันสำคัญของคนรัก จนเขาเองก็กังวลอยู่ไม่น้อย"สงสัยพี่ ๆ เขาคงไม่มาแล้วล่ะค่ะ หญ้าว่าเรากลับกันเถอะค่ะนี่ก็เย็นมากแล้วพี่ ๆ เขาคงติดงานสำคัญคงมาไม่ได้เรากลับบ้านกันเถอะค่ะ" หญ้าเอ่ยออกมาน้ำตาคลอเบ้า จากที่ตั้งใจว่าจะไม่ร้องไห้แต่ก็อดไม่ได้กับความน้อยใจคนรักและพี่ชาย ที่เห็นงานสำคัญกว่าวันสำคัญของเขาเช่นนี้"รอเฮียอีกสักพักเถอะครับ ผมว่าเฮียน่าจะกำลังมา เฮียรักน้องหญ้ามากพี่เชื่อว่ายังไงเฮียก็ต้องมา รออีกสักพักนะครับเชื่อพี่สักครั้ง พี่ขอร้อง" ชาโคเอ่ยบอกคนตัวเล็กเพื่อปลอบใจไม่ให้ร้องไห้เสียใจ เพราะยังไงเขาก็เชื่อว่าคนเป็นเจ้านายจะมา"แต่นี่ก็เย็นมากแล้วถ้าพี่ ๆ เขาจะมาเขาก็น่าจะมาตั้งนานแล้วนะคะ" ฟ่างพูดบอกชาโคออกไปด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจอย่างเห็นได้ชัด"รออีกสักพักนะครับถือว่
"แลคไม่ทานเหรอคะ""รอคนป้อนอยู่ครับ สงสัยเขาลืมว่าแลคนั่งอยู่ตรงนี้" แลคตอบเด็กสาวออกไปแต่สายตากลับมองไปยังคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ"เดี๋ยวหญ้าป้อนนะ เอาอันนี้ดีกว่ากุ้งตัวโตมาก" มือเล็กกำลังยื่นไปตักกุ้งในชามเพื่อป้อนพี่ชายกลับต้องหยุดชะงักทันที"ผัวนั่งอยู่นี่ครับ ไอ้แลคแฟนมันก็มีให้คุณมลโน่นเป็นคนป้อนเป็นแค่น้องอย่าทำหน้าที่แฟนครับเมีย เอามานี่เดี๋ยวเชนกินเอง" เชนยื่นหน้าไปงับเอากุ้งตัวโตในช้อนของหญ้าเข้าปากทันที"เอ่อ...คุณแลคจะทานอะไรคะ เดี๋ยวมลตักให้" อัลวิมลเมื่อไม่มีทางเลือกจำต้องตักข้าวป้อนแลคอย่างเลี่ยงไม่ได้"อะไรก็ได้ที่คุณชอบทานผมทานได้หมดครับ" ตอบเลขาสาวออกไปพร้อมอมยิ้มมุมปากอย่างเก็บไม่อยู่"นี่คะ ลองทานอันนี้ดูมลว่ามันอร่อยดี" อัลวิมลตักข้าวป้อนแลคด้วยความเขินอายที่ต้องมาทำแบบนี้ต่อหน้าทุกคน"ขอบคุณครับ อร่อยครับ" แลคเคี้ยวข้าวไปยิ้มไปอย่างกับว่าได้ทานของวิเศษเข้าไป"เฮียกับข้าวร้านนี้เขาใส่กัญชาด้วยเหรอ" เอเมื่อได้ยินคำถามก็ได้แต่นั่งงงไม่เข้าใจว่าน้องต้องการจะสื่ออะไร"เปล่านี่ ร้านนี้เฮียก็สั่งมาทานประจำทำไมเหรอ" จึงตอบเชนออกไปตามความจริง"ก็ผมเห็นไอ้แลคมันกินไปยิ้มไปผมนึ
"คงจะจริงอย่างชาโคมันว่า เราอาจจะห่วงน้องเกินไปเราไม่เคยปล่อยให้น้องได้เรียนรู้อะไรด้วยตัวเองเลย บางทีน้องมันก็คงอึดอัดปล่อยให้น้องได้เรียนรู้งานกับไอ้แลคสักเดือนก่อนแล้วกัน จากนั้นค่อยให้น้องมาเรียนรู้งานกับเราต่อ เฮียว่าเกมส์นี้เราเดินหมากผิดตั้งแต่แรก ถึงจะยังแก้ไขทันแต่ผลลัพธ์ก็ไม่เป็นที่น่าพอใจซักเท่าไหร่คงต้องยอมรับ" เอนั่งหลังพิงพนักโซฟาหลับตาอย่างใช้ความคิดอยู่สักพักแล้วพูดออกมาทั้งที่ตายังหลับอยู่"คิดได้ก็ดี ดีกว่าคิดไม่ได้เลย ทางที่ดีอย่ากดดันให้แม่มดแปลงร่างเพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจะพังพินาศกันหมด อย่าหาว่าชาโคไม่เตือน" ชาโคพูดเสริมแกมแดกดันเจ้านายนิดหน่อย"เงียบปากไป! ไม่ต้องมาซ้ำ กูรู้!!!" เอกรินทร์สวนกลับลูกน้องคนสนิททันทีรู้สึกว่าเหมือนเขาโดนหลอกด่ายังไงไม่รู้"ถ้าไม่เตือนสติ จะรู้ตัวไหมครับ ถามจริงนะครับ บ้าพอกันทั้งพี่ทั้งน้องผมชักไม่แน่ใจแล้วว่าคุณแลคกับคุณหญ้าโตมาด้วยกันกับพวกคุณหรือเปล่าความคิดต่างกันฉิบหาย" ชาโคสวนเจ้านายกลับเสียงเบาแต่คำพูดไม่ได้เบาตามเสียงเลย"ด่ากูว่าควายจะง่ายกว่าไหมพูดยาว ๆ เพื่อ สุดท้ายก็ความหมายเดียวกันป่ะ""ได้เหรอเฮีย ผมสงสารบุคคลที่ถูกพาดพิ





