Masukเขากระชากแขนหญิงสาวให้เดินตามมา และตลอดทางที่เดินก็มีสายตาของผู้ชายส่วนใหญ่จ้องมองอยู่ตลอด ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดใจเป็นอย่างมาก สิ่งที่ไม่ชอบที่สุดก็คือการที่เลดี้อ่อยผู้ชาย ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะคอยบอกตลอด ว่าเธอไม่เคยทำอะไรในแบบที่เขากล่าวหาแม้แต่น้อย พวกผู้ชายพวกนั้นมองเธอเองทั้งนั้น เธอก็อยู่ของตัวเองดีๆ ไม่เคยยุ่งวุ่นวายกับใคร แต่เขาก็ยังคอยหาเรื่องไม่หยุด
"บอกว่าอย่าอ่อยผู้ชายไง เธอนี่มันดื้อด้านจริงๆ"
"แต่ว่าเลดี้ไม่ได้อ่อยใครเลยนะคะ ทำไมคุณคชาถึงไม่เคยเข้าใจเลย"
หญิงสาวเอ่ยตัดเพ้อใส่ชายหนุ่ม ข้อมือเล็กเริ่มแดงเพราะแรงบีบของเขา และยิ่งเธอต่อต้าน หรือใช้คำพูดเถียงกลับ เขาก็ยิ่งโกรธ และเอาแต่ใจตัวเองมากยิ่งขึ้น
"เธอเถียงฉันเหรอ เคยตายคาเตียงไหม"
และจบประโยคนั้นหญิงสาวก็หยุดเถียงชายหนุ่มทันที คำพูดที่เขาพ่นออกมา ไม่มีการข่มขู่แม้แต่น้อย ทำจริงแน่นอน เพราะฉะนั้นเธอควรจะสงบปากสงบคำดีกว่า
"เมื่อกี้ฉันเห็นนะ ว่าเธอไปอ่อยไอ้พวกปี 2 แล้วไปยืนนิ่งให้มันเอาหน้ามาใกล้ทำไม"
"หึ... สงสัยเธออยากโดนดีสินะ"
หญิงสาวเลือกที่จะเงียบไม่ตอบโต้ เพราะท้ายที่สุดเธอเองก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ตั้งแต่ที่ถูกเก็บมาเลี้ยง เธอได้รับความรักความเอาใจใส่จากคนในครอบครัว ทั้งคุณพ่อ คุณแม่ บรรดาแม่บ้านรวมไปถึงคนขับรถ แม้กระทั่งคนสวนทุกคนต่างรัก และเอ็นดูเธอเสมอ แตกต่างจากผู้ชายอีกคน ที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ค่อยเอาใจใส่เท่าไหร่ ทั้งที่เขาเองเป็นลูกแท้ๆ ลูกคนเดียวของพวกเขา มันเป็นปมในใจของคชามาตั้งแต่ไหนแต่ไร พอโตขึ้นเขากลายเป็นผู้ชายที่เย็นชา แสดงออกทางความรักไม่เป็น เพราะไม่เคยได้รับมันตั้งแต่เด็ก จึงตัดสินใจออกมาอยู่คอนโดข้างนอกแทบไม่กลับเข้าบ้าน เขาเข้าไปทำงานที่บริษัท กินเงินเดือนเหมือนพนักงานคนอื่น จึงทำให้คนที่บ้านไม่สามารถบังคับอะไรชายหนุ่มได้เลย เพราะเขาเป็นคนทำงานเพื่อแลกกับเงินเดือน คนเป็นพ่อแม่จึงไม่บังคับให้เขาทำตามที่ต้องการ
ช่วงหลังเหมือนพวกท่านเริ่มรู้ว่า คชาตีตัวออกห่างไปไกล จึงทำให้พ่อแม่เริ่มกลับมาเอาใจใส่ แต่ทว่ามันสายเกินไปแล้ว ความรู้สึกของเขามันแตกสลายแทบไม่มีชิ้นดี ไม่ว่าจะพยายามต่อให้ติดยังไง สุดท้ายเขาก็ยังแข็งกระด้าง และเย็นชาเหมือนเดิม
"ขึ้นรถ"
หญิงสาวขยับตัวเข้าไปนั่งในรถอย่างว่าง่าย จ้องมองใบหน้าของเขาก่อนจะก้มหน้าลงต่ำ เมื่อมีสายตาดุจ้องมองมา
คชาปิดประตูใส่หญิงสาวเสียงดัง เดินอ้อมกลับมายังฝั่งคนขับ จากนั้นก็สตาร์ทรถ และขับออกไปทันที เขาซื้อคอนโดอยู่ไม่ห่างจากบริษัทของที่บ้าน เข้าไปทำงานในตำแหน่งรองประธานบริษัท กินเงินเดือนเหมือนพนักงานทั่วไป โชคดีที่ตำแหน่งนี้ได้เงินเดือนเยอะมากพอสมควร จึงทำให้เขามีเงินใช้อยู่สุขสบายไม่ยอมกลับเข้าบ้าน เพราะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปอีก
"คุณคชาคะ"
"อะไร..."
เขาเอ่ยออกมาพร้อมกับสายตาที่ยังคงจ้องมองไปยังเบื้องหน้า เมื่อวานเธอคุยกับคุณพ่อคุณแม่ ท่านขอร้องให้มาช่วยคุยกับคุณคชา อยากให้กลับไปอยู่ที่บ้านด้วยกัน แต่เธอยังมีความลังเลในการพูด ถ้าเอ่ยออกไปอาจจะโดนดุด่าก็เป็นได้
"คุณพ่อกับคุณแม่อยากให้คุณคชากลับบ้านค่ะ กลับไปอยู่ที่บ้านนะคะ เลดี้ขอร้อง"
"หึ... ใครสั่งให้เธอมาพูดอีกล่ะ"
"ถ้าเกิดว่าคุณคชาไม่อยากเห็นหน้าของเลดี้ เดี๋ยวจะลองคุยกับคุณพ่อคุณแม่ ย้ายออกมาอยู่ข้างนอกค่ะ"
และเมื่อจบประโยคของหญิงสาว ชายหนุ่มก็หันขวับมามองด้วยใบหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ หรือว่าปีกกล้าขาแข็งขึ้นมา อยากจะออกไปอยู่ข้างนอกกับผู้ชายคนอื่น อยู่ที่บ้านคงจะมีกรอบเยอะมากไปสินะ ผู้หญิงแรดน่ารังเกียจที่สุด
"ทำไม... อยู่ที่บ้านมันไม่ได้ออกไปแรดสินะ ถึงได้หาวิธีเอาตัวเองออกมาอยู่ข้างนอก"
"อะไรที่ทำให้คุณคิดได้ขนาดนี้คะ เลดี้ก็แค่อยากให้คุณกลับไปอยู่ที่บ้านเอง หนูก็แค่คิดว่า คุณอาจจะไม่อยากเห็นหน้าหนูก็เลยออกมาอยู่ข้างนอก"
"ไม่ต้องแรดอยากออกไปอยู่ที่อื่น ถ้าฉันอยากกลับเดี๋ยวฉันจะกลับเอง ถ้ามีสมองก็ช่วยจำไว้อะไรที่ฉันไม่ชอบอย่าทำ อย่าหาเรื่องให้ตัวเองโดนดีเลย เข้าใจที่พูดไหม"
ชายหนุ่มเลยออกมาเสียงข่มขู่ เลดี้ถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ เวลาที่เธอพูดอะไรเขาไม่เคยรับฟังเลย แถมยังแปลคำพูดเธอไปในความหมายอื่น บางทีก็คิดนะว่าเขาเกลียดเธอมากถึงขั้นไหน ถึงได้ปิดหูปิดตาไม่รับฟัง หรือรับรู้ความหวังดีของเธอเลย
"เข้าใจแล้วค่ะ"
และเมื่อรถเคลื่อนที่มาถึงคอนโดหรูใจกลางเมือง เขาก็วนรถขึ้นไปจอดชั้นบนสุด เปิดประตูลงจากรถและหลังจากนั้นไม่กี่วินาทีหญิงสาวก็เปิดตามลงมา
"กินข้าวมาหรือยัง"
"ยังเลยค่ะ"
เธอกอดกระเป๋าตัวเองไว้แน่น ตอบคำถามในสิ่งที่เขาต้องการอยากรู้ ถ้าเกิดว่าขัดใจขึ้นมา จะต้องทะเลาะกันอีกยาว ซึ่งเธอเองก็ไม่ชอบสักเท่าไหร่นัก
"อืม... เดี๋ยวจะสั่งอะไรมาให้กิน เข้าไปได้แล้วตรงนี้มันร้อน"
ทั้งสองคนพากันเดินไปที่ประตูทางเข้าชั้นบนสุด แตะคีย์การ์ดเข้าไป ก่อนจะพากันเดินไปยังหน้าห้อง ซึ่งจะเข้าไปได้ต้องสแกนนิ้วมือ หรือมีรหัสกดเข้าไป ซึ่งเลดี้เป็นคนเดียวที่รู้รหัสห้องของเขา เพราะโดยปกติชายหนุ่มจะไม่ให้ใครขึ้นมา จะมีแค่กลุ่มเพื่อนของเขาที่มาบ้าง แต่สำหรับผู้หญิงคนอื่นไม่เคยได้ย่างกรายเข้ามา เพราะเขาค่อนข้างหวงแหนความเป็นส่วนตัว คชามีเพื่อนสนิทอยู่ในกลุ่มที่เรียนมหาวิทยาลัยสาขาวิศวะโยธาอยู่สองคน คนแรกชื่อโฮป อีกคนชื่อชาวิน แต่ละคนก็จะมีบุคลิกที่แตกต่างกัน แต่ด้วยความที่สามารถเข้ากันได้ดี จึงทำให้กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันในปัจจุบัน
เลดี้วางกระเป๋าลง จากนั้นก็เดินไปยังห้องครัวเพื่อหยิบน้ำเย็นมาให้ชายหนุ่มดื่มเพื่อแก้กระหาย เห็นแบบนี้เธอเป็นผู้หญิงที่เอาใจใส่มากๆ นี่อาจจะเป็นนิสัยอีกอย่างที่คชาถูกใจ จึงไม่ยอมปล่อยหญิงสาวออกไปไหนห่างตัว เพราะพวกผู้ชายชอบผู้หญิงแบบนี้
"คุณคชาคะดื่มน้ำเย็นก่อนค่ะ เมื่อกี้เลดี้เห็นในตู้เย็นมีของสดอยู่ แล้วก็มีเส้นสปาเก็ตตี้ด้วย เดี๋ยวเลดี้ทำกับข้าวให้กินดีไหมคะไม่ต้องซื้อหรอก ใช้เวลาไม่นานค่ะแป๊บเดียว"
"อืม... เอาไงก็ได้ งั้นเดี๋ยวฉันขอไปอาบน้ำก่อน เธออยากทำอะไรก็ทำเถอะ"
"ได้ค่ะ"
หญิงสาวยิ้มออกมาก่อนจะส่งน้ำเย็นไปให้เขาดื่ม คชารับแก้วน้ำมาถือไว้ ก่อนจะมองตามหญิงสาวไปจนลับสายตา และไม่รู้ว่าอะไรดลใจทำให้ชายหนุ่มเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว พอได้สติก็กระแอมออกมาเล็กน้อย รีบหุบยิ้มก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นดื่มจนหมดแก้วเพื่อดับกระหาย
และในที่สุดวันที่ครอบครัวรอคอยก็มาถึง เด็กน้อยได้คลอดออกมาอย่างปลอดภัย ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดี ทุกคนในบ้านเห่อกันเป็นอย่างมาก เตรียมของมาให้เด็กน้อยเพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ในการออกมาลืมตาดูโลก โดยเฉพาะคุณพ่อกับคุณแม่ แทบจะประเคนให้ทุกอย่างที่มี คชาลูบผมภรรยาอย่างอ่อนโยน จ้องมองไปยังตัวเล็กที่ตอนนี้อยู่ใจกลางบ้าน โดยที่ผู้ใหญ่รายล้อมกำลังหยอกเล่นกันอยู่"ทุกคนดูตื่นเต้นกันใหญ่เลย""ก็แน่สิคะที่บ้านหลังนี้ไม่มีเด็กมาไม่รู้กี่ปี หลานคนแรกก็จะเห่อแบบนี้ล่ะค่ะ อีกหน่อยถ้าเริ่มโตขึ้นแล้วก็ซนมาก หนูว่าไล่ตีกันแน่นอน"ทั้งสองคนหันมาจ้องมองสบตากันก่อนจะยิ้มออกมา ในที่สุดครอบครัวก็เป็นครอบครัวจริงๆ สักที ท้ายที่สุดเธอก็ไม่ได้เข้าพิธีแต่งงานกับชายคนรัก เราสองคนพยายามหาตรงกลาง ไม่รู้ว่าเธออาจจะแคร์คนภายนอกมากเกินไป ด้วยความที่โตมาในบ้านหลังนี้ตั้งแต่ยังตัวเล็ก วันหนึ่งจะต้องมาประกาศว่าแต่งงานกับพี่ชายที่โตมาด้วยกัน คนภายนอกเขาไม่มาเข้าใจด้วยหรอก เธอก็เลยคิดว่าอยู่แบบนี้เราสองคนก็มีความสุขดีแล้ว ไม่ได้ต้องการอะไรอีก"พี่ก็ว่าอย่างนั้นแหละ ดูหน้าสิเจ้าเล่ห์ตั้งแต่เด็ก""หนูว่านิสัยเหมือนพี่คชาแน่ๆ เล
คชายังคงคอยดูแลภรรยาอยู่ไม่ห่าง และคนในบ้านก็ยังไม่มีใครทราบว่าผู้หญิงของเขากำลังตั้งครรภ์อยู่ แล้ววันนี้มีนัดพบคุณหมอซึ่งตอนนี้ภรรยาของเขาตั้งครรภ์ได้ประมาณสามเดือนแล้ว แน่นอนว่าเย็นนี้เขาเตรียมจะบอกข่าวดีกับครอบครัว ถ้าคนในบ้านอยู่เราต้องดีใจมากแน่นอนคุณพ่อคุณแม่มีความรู้สึกมึนงง ลูกชายก็จะจัดปาร์ตี้เล็กๆ ที่บ้าน แม่บ้านเตรียมเมนูอาหารมากมาย แถมยังมีเครื่องดื่มที่มาจากร้านดัง ดูท่าทางจะมีข่าวดีอะไรหรือเปล่าคนเป็นพ่อแม่ก็อดสงสัยไม่ได้"คุณว่าเด็กสองคนเขามีอะไรหรือเปล่า""ไม่รู้สิ คงอยากปาร์ตี้กันในบ้านแล้วมั้ง จะมาสงสัยอะไรเด็กๆ ล่ะ""กำลังคิดว่าเลดี้ก็เรียนจบแล้ว สองคนเขาอาจจะอยากแต่งงานกันหรือเปล่า ถ้าเป็นแบบนี้ก็ถือว่าเป็นข่าวดีนะคุณ"สองสามีภรรยาคิดวิเคราะห์ไปต่างๆ นาๆ แต่ทว่าความจริงจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อเด็กๆ เป็นคนพูดเอง ส่วนพวกเธอมีหน้าที่เพียงแค่คอยสนับสนุนในทุกสิ่งที่ลูกทำเท่านั้น "แต่งกันก็ดีนะ แต่ดูท่าทางเหมือนเลดี้ไม่อยากแต่ง ลูกบอกผมว่าอยู่ด้วยกันมาขนาดนี้แล้ว เป็นครอบครัวกันมาแต่ไหนแต่ไร จู่ๆ จะมาแต่งกันรู้สึกแปลก คุณก็ลองคุยดูสิ ผมว่าเจ้าคชาดูอยากแต่งงานนะ แต่ก็นั่นแหละ
ในตอนนี้คชาได้นั่งเฝ้าคนรักกำลังปาร์ตี้สนุกสนานกับกลุ่มเพื่อนของเธออยู่ที่ดาดฟ้าของโรงแรม เราทั้งสองคนตัดสินใจว่าจะเก็บเรื่องตั้งครรภ์ไว้เป็นความลับ จนกว่าจะอายุครรภ์ครบสามเดือน หลังจากนั้นจะบอกคุณพ่อกับคุณแม่เป็นคนแรก ถือเคล็ดเอาไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย จึงทำให้เขาต้องมานั่งคอยระมัดระวังไม่ให้คนรักได้รับการกระทบกระเทือน แต่รายนี้ค่อนข้างจะดื้อเสียเหลือเกิน เดินไปเดินมาชนแก้วกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน แทบลืมไปว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์อยู่"นั่งบ้างเถอะค่ะเดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งเอา""ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้เป็นอะไรไม่เห็นพี่จะห่วงขนาดนี้เลย""ไม่เหมือนกันค่ะก่อนหน้านั้นเรายังไม่รู้ว่าหนูท้อง แต่ว่าตอนนี้หนูกำลังท้องอยู่ เพราะฉะนั้นระมัดระวังตัวเองหน่อยเถอะถือว่าพี่ขอร้อง นั่งลงนะคะ"แต่เมื่อเจอประโยคอ้อนวอนขอร้องแบบนั้นเธอก็รีบนั่งลงทันที ก็ไม่ได้ใช้แรงมหาศาลอะไรเลย แค่ลุกขึ้นเดินไปคุยกับเพื่อนคนนู้นคนนี้ เพราะเสียงเพลงบนดาดฟ้าค่อนข้างดัง การที่จะคุยกับเพื่อนที่อยู่ไกลกันก็ไม่สามารถที่จะได้ยินชัดเจน "ก็ได้ค่ะนั่งลงก็ได้"เธอยอมนั่งลงตามที่ชายหนุ่มร้องขอ จากนั้นก็ยื่นมือไปหยิบน้ำส้มมา
เมื่อชายหนุ่มเริ่มได้สติก็รีบเขย่าไหล่ของคนรัก จากนั้นก็เอามือตบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติ เพื่อยืนยันว่าเขาไม่ได้ฝันไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า"หนูท้องได้ยังไง""ไม่รู้เหมือนกันค่ะ หนูก็กินยาคุมปกตินะ หรือว่ากินบ้างไม่กินบ้าง... เอ่อ""ดีใจจังเลยที่หนูท้อง ถ้างั้นเรื่องเรียนกับทำงานตัดออกไปก่อนแล้วกัน ถ้าหนูคลอดเมื่อไหร่แล้วค่อยคุยเรื่องนี้กันอีกที"คชาสวมกอดคนรักก่อนจะยิ้มออกมาอย่างดีใจ หัวใจในตอนนี้เต้นแรง และรัวแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะมีวันนี้ เห็นอายุอานามไม่ได้เยอะมาก แต่เขาก็อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น ยิ่งตอนนี้จะได้เป็นพ่อคนแล้ว เขาต้องยิ่งขยันมากขึ้น ภรรยากับลูกจะได้มีชีวิตที่สุขสบายเลดี้สวมกอดชายคนรักก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ทั้งชีวิตของเธอก็คือการที่ได้เห็นคนที่รักยิ้มได้แบบนี้ เขาพูดอยู่ตลอดว่าอยากจะมีลูก ด้วยความที่เธอยังเด็ก มีความฝันที่จะทำหลายอย่าง จึงทำให้เราสองคนยังไม่สามารถตกลงกันได้กับเรื่องนี้ แต่พอวันหนึ่งที่รับรู้ว่ามีหนูน้อยอยู่ในท้อง ทำให้เธอ และคุณคชามีความสุขอย่างพูดไม่ออก"ถ้าอย่างนั้นหนูจะอยู่ที่บ้านดูแลตัวเองอย่างดี เอาไว้ถ้าตัวเล็กคลอดออ
เลดี้ยังคงถ่ายรูปร่วมเฟรมกับเพื่อนๆ โดยวันนี้คชามาเฝ้าตั้งแต่เช้ายันเย็น ช่วยเธอถือช่อดอกไม้ ตุ๊กตา ไหนจะผู้ช่วยของเขาอีกที่มาคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง บอกเลยว่าวันนี้วุ่นวายมาก โชคดีที่สภาพอากาศเป็นใจไม่ค่อยร้อนมาก จึงทำให้ทุกคนใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มมีความสุขกันถ้วนหน้า"คุณคชาคะ คืนนี้เพื่อนของเลดี้ไปปาร์ตี้ด้วยกันทั้งห้องเลยค่ะ""ดีเลยค่ะ โชคดีพี่ให้โรงแรมเตรียมอาหารไว้เยอะมาก ว่าแต่เมื่อไหร่หนูจะเรียกพี่ว่าพี่สักที เลิกเรียกคุณได้แล้วมั้ง""ได้เลยค่ะพี่คชา ว่าแต่คืนนี้หนูใส่ชุดอะไรได้บ้าง ใส่ชุดเดรสได้ไหมน้า"หญิงสาวแอบถามเผื่อว่าเขาจะใจดีให้เธอแต่งตัวเซ็กซี่บ้าง ตลอดเวลาที่ผ่านมาใส่เสื้อยืดกางเกงรัดรูปยังแทบออกบ้านไม่ได้เลย เอาจริงก็ไม่ได้มีความคาดหวังว่าเขาจะตามใจมากขนาดนั้น"ก็รู้อยู่ว่าไม่ได้ ขยันถามเก่งเนาะ""เชอะ...! ไม่น่าเสียเวลาถามเลย ฝากช่อดอกไม้ค่ะหนูจะไปถ่ายรูปกับเพื่อน อีกเดี๋ยวเราก็กลับได้เลยค่ะหนูรู้สึกเหนื่อยแล้วอยากไปนอนเอาแรง เย็นนี้จะได้ปาร์ตี้กับเพื่อนยาวๆ""ได้ค่ะ พี่รอแถวนี้แหละ"เขารับช่อดอกไม้จากมือของคนรัก จากนั้นก็ปล่อยให้เธอไปสนุกสนานถ่ายรูปร่วมเฟรมกับเพื่อนๆ หลัง
หลังจากวันนั้นคชาก็ทำตามที่สัญญาไว้กับหญิงสาว ทุกอาทิตย์เขาจะบินมาที่เชียงใหม่ และมาอยู่เป็นเพื่อนเธอในทุกสัปดาห์ จนตอนนี้เวลาผ่านไปเกือบจะครบสามเดือนแล้ว เขาก็ยังตามเฝ้าคนรักอยู่ไม่ห่างเนื่องจากว่าเป็นห่วงความปลอดภัย เพราะเธอนอนอยู่ที่บ้านพักคนเดียว ซึ่งอีกเพียงหนึ่งสัปดาห์ที่เธอจะฝึกสอนเสร็จ เขาก็เลยแบกกระเป๋ามาอยู่ด้วยทั้งอาทิตย์"ทำไมรอบนี้กระเป๋าใบใหญ่จังเลยคะ"หญิงสาวเอ่ยถามคนรักด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน โดยปกติจะมาแค่ชุดเพียงแค่สองชุดเท่านั้น ทว่าคราวนี้หิ้วมาเป็นเป้ใบใหญ่ เธอก็เลยรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย"พี่จะมาอยู่เป็นเพื่อนหนูหนึ่งอาทิตย์ เพราะว่าจะได้กลับพร้อมกัน""อ่อ ก็คือว่ามารับหนูกลับกรุงเทพฯเลยใช่ไหมคะ""ใช่แล้วค่ะ พี่มีช็อกโกแลตแล้วก็ขนมมาเยอะแยะเลยนะ จะได้เอาไปแจกเด็กๆ ในห้องเรียนไง"เขาชี้ไปยังกองขนมที่อยู่ตรงหน้าประตู หญิงสาวเห็นแบบนั้นก็วิ่งเข้าไปสวมกอดชายคนรัก หอมแก้มซ้ายขวาอย่างเอาอกเอาใจก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงสดใส"ขอบคุณมากเลยนะคะใจดีที่สุดเลย""พี่อยากให้หนูกลับจะแย่แล้ว คุณพ่อกับคุณแม่บ่นคิดถึงมาก กลับไปคราวนี้เราไปจดทะเบียนสมรสกันนะ แต่ว่าเลดี้ต้องเรียนอีกปีหนึ่งใช่ไห
คชาเดินมานั่งเล่นที่โซฟาในระหว่างที่รอหญิงสาวอาบน้ำ จู่ๆ มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ซึ่งเป็นเบอร์ของไอ้เปี๊ยก พนักงานที่อยู่ในสนามแข่ง เป็นคนสนิทของพี่อัคเจ้าของสนามแข่ง ชายหนุ่มเลิกคิ้วมองด้วยความแปลกใจ ทำไมอยู่ๆ ถึงโทรมาอดแปลกใจไม่ได้แหะ"ว่าไงเปี๊ยก โทรมาทำไม"(ลูกพี่มาดูเพื่อนหน่อยเถอะ กำลังจะแข่งร
หลังจากที่ชายหนุ่มพาหญิงสาวกลับมาถึงคอนโด เขาก็กอดคอเธอก่อนจะลากเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง เลดี้ร้องออกมาเสียงหลงเมื่อถูกเขาพลักลงบนเตียงนอน"คุณคชา หนูเจ็บนะ!""เธอกล้าดียังไงถ่ายรูปพวกผู้ชาย ฉันเตือนไปไม่ฟังเหรอ"เขาค่อยๆ ถอดเสื้อของตัวเองออก จ้องมองร่างบางที่ตอนนี้ดูตัวสั่นกลัวกว่าปกติ ทั้งที่ไม่ใ
ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะวุ่นวายซับซ้อน คชาจึงขอตัวกลับก่อน และปล่อยให้เพื่อนจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง โดยสั่งพนักงานเอาไว้ว่าให้ดูแลชาวินให้ดี จากนั้นเขาก็ดึงตัวเลดี้ให้ลุกขึ้น เห็นหยิบโทรศัพท์ถ่ายรูปนักแข่งดังๆ แถมยังทำตัวแรดร้องกรี๊ดกร๊าดเหมือนกับผู้หญิงใจแตก ซึ่งเขาไม่ชอบที่สุด "กลับได้แล้ว""เราไ
เลดี้อยู่ในห้องน้ำนานพอสมควร หญิงสาวรู้สึกไม่อยากออกไปอยู่กับคุณคชา เพราะอดที่จะประชดประชันเขาไม่ได้ คำพูดคำจาไม่เคยทะนุถนอมกับเธอเลย ขูู่เก่งเป็นไหนๆ แต่ก็ต้องอดทนเพราะเลือกที่จะอยู่แบบนี้แล้ว เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็เดินออกไปหาชายหนุ่มที่นั่งอยู่ที่บาร์ตรงกลางแกรนด์สแตน เธอขยับตัวนั่งลงใก







