LOGINเช้าวันต่อมาในขณะที่ฟาอิสกำลังแต่งตัวเพื่อไปปฏิบัติภารกิจตามปกติ ซากีได้เข้ามารายงานให้เขาทราบว่านายหญิงอิฟฟาเดินทางมาที่นี่พร้อมกับคุณเรยาเพื่อมารอพบท่านชีค ตอนนี้นั่งรออยู่ที่ห้องรับรอง
ฟาอิสเพียงแค่รับฟังไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไร ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องเขาได้เดินไปหยิบเอกสารบางอย่างในลิ้นชักโต๊ะข้างเตียง ในเวลานั้นสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นสิ่งของส่วนตัวของหญิงสาวปริศนา ซึ่งเขาได้รับจากนางพยาบาลที่ทำหน้าที่ดูแลเธอ เขาลืมไปสนิทเลยว่าได้นำของเหล่านั้นมาเก็บไว้ในลิ้นชักนี้
ฟาอิสเทของที่อยู่ในซองออกมาดู พบว่ามีแหวนล้ำค่า สร้อยคอพร้อมจี้เพชรน้ำงามสีชมพูรูปพระจันทร์เสี้ยวล้อมรอบด้วยหมู่ดาว ดูจากของสองสิ่งนี้ก็รู้ว่าประเมินค่าไม่ได้ เธอคงมาจากครอบครัวที่มีฐานะมีชาติตระกูล เขาหยิบแหวนขึ้นมาพิจารณาโดยละเอียด ฉับพลันสายตาของเขาก็สังเกตเห็นตัวอักษรที่สลักคำว่าเชอรีนอยู่ด้านใน
“หรือว่าเชอรีนคือชื่อของเธอ”
นอกจากของสองสิ่งนี้แล้วเขายังพบเข็มกลัดที่มีสัญลักษณ์บางอย่างที่ดูคุ้นตา แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นสัญลักษณ์แบบนี้ที่ไหน ฟาอิสเก็บของเหล่านั้นไว้ที่เดิมโดยตั้งใจไว้ว่าจะนำไปคืนให้กับเจ้าของทันทีที่เธอรู้สึกตัว
เมื่อเดินลงมาด้านล่าง เขาพบมารดาและผู้หญิงที่แม่จ้องจะจับคู่ให้กับเขาเดินตรงมายังจุดที่เขายืน
“เจอตัวเรายากจริงๆ เลยนะฟาอิส แล้วนี่กำลังจะไปไหนแต่เช้า”
ชายหนุ่มทำความเคารพมารดา “ไปทำงานครับ ผมมีงานมากมายที่ต้องทำ”
“ไม่ต้องเร่งรีบขนาดนั้นก็ได้ อยู่คุยกับแม่ก่อน แม่มีเรื่องจะพูดด้วย”
“เรื่องอะไรครับ”
“นี่เรยา รู้จักกันไว้สิ อันที่จริงลูกกับเรยาก็เคยพบกันมาก่อนตอนที่ลูกยังเด็ก”
ฟาอิสตวัดสายตาไปมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างตัวมารดา
“เรยาตามท่านอามาทักทายพี่ฟาอิสค่ะ” หญิงสาวเอื้อนเอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“ก็ทักทายเรียบร้อยแล้วนี่แล้วจะอยู่รออะไร”
อิฟฟาได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับต้องเอ่ยปรามบุตรชาย
“ฟาอิสพูดกับน้องอย่างนี้ได้ยังไง”
“เท่าที่จำได้ผมเป็นลูกคนเดียว”
“ทำไมเสียมารยาทแบบนี้ น้องอุตส่าห์ตั้งใจมาทักทาย แล้วดูคำตอบของลูกสิ”
“ถ้าการเป็นคนมีมารยาทหมายถึงการที่จะต้องฝืนใจทำอะไรบางอย่างผมไม่ทำ”
ถ้าเขาคิดว่าการแสดงออกถึงความเย็นชาจะทำให้เรยาเสียใจล่ะก็คิดผิดถนัด เธอเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้เข้าสักวัน หญิงสาวส่งยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน
“ขอโทษนะคะที่เรยามารบกวนเวลาของพี่ฟาอิส เรยาเรียกพี่แบบนี้ได้ใช่ไหมคะ”
“อยากจะเรียกอะไรก็เรียกไปเถอะ” ฟาอิสตอบแบบขอไปที
ทันใดนั้นเองซากีได้เดินเข้ามารายงานเรื่องบางอย่าง ทำให้ฟาอิสสั่งให้ลูกน้องไปเตรียมรถ
“ในเมื่อไม่มีธุระสำคัญอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ” เขาจากไปทันทีที่พูดจบโดยไม่อยู่ฟังคำทัดทานของมารดา
“เดี๋ยวสิฟาอิสจะรีบไปไหน กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน”
“ช่างเถอะค่ะท่านอา พี่ฟาอิสคงมีงานเร่งด่วนที่ต้องทำก็เลยรีบร้อนจากไปเช่นนี้”
“อาจะทำยังไงกับเขาดีนะ”
“เรื่องแบบนี้บังคับกันไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าท่านอาบังคับพี่ฟาอิสก็จะยิ่งต่อต้าน ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่านะคะ”
“แต่อาจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด ไม่ว่ายังไงอาก็จะทำให้ฟาอิสแต่งงานกับหนูให้ได้ ไม่มีใครเหมาะสมกับฟาอิสเท่าหนูอีกแล้ว”
‘เป็นผู้หญิงที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับเขาแล้วยังไง ถ้าเขาไม่สนใจก็ไร้ประโยชน์ แม้จะมีมารดาของเขาคอยหนุนหลังก็ตามที ปรบมือข้างเดียวถึงอยากให้ดังแต่ก็ดังไม่ได้อยู่ดี’ นั่นคือความคิดของเรยา
“เรากลับกันเถอะค่ะ”
และแล้วการรอคอยของฟาอิสก็สิ้นสุดลง เขาได้รับรายงานว่าหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายฟื้นแล้ว หลังจากนอนสลบไปถึงสิบวันเต็มๆ
เมื่อรู้สึกตัวเธอมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ฟาอิสรีบเดินทางมาที่โรงพยาบาลแห่งนี้
“เธอรู้สึกตัวตั้งแต่เมื่อไร” เป็นคำถามแรกที่ฟาอิสเอ่ยถามทีมแพทย์ทันทีที่มาถึง
“ประมาณครึ่งชั่วโมงที่แล้วครับ หลังจากที่เธอรู้สึกตัวก็มีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง ทำให้พวกเราต้องสั่งยาระงับปวดให้เธอ”
“อีกนานไหมกว่าเธอจะฟื้น”
“คงต้องรอให้หมดฤทธิ์ยาก่อน”
“ทำไมเธอถึงมีอาการแบบนี้”
“ยังตอบไม่ได้ครับท่านชีค จนกว่าเราจะได้ตรวจเธออย่างละเอียดอีกครั้งตอนเธอฟื้น”
“ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนแต่ผู้หญิงคนนี้ต้องปลอดภัยเข้าใจไหมหมอ” แม้น้ำเสียงจะฟังดูราบเรียบแต่ทุกคนรู้ดีว่านั่นคือคำสั่งประกาศิตจากผู้นำของฮิลฟาฮาร์
“พวกเราจะทำอย่างสุดความสามารถครับท่านชีค”
“ขอให้จำไว้เสมอว่าถ้าเธอเป็นอะไรไป เราจะไม่ปล่อยพวกคุณไปง่ายๆ แน่”
คำพูดเยือกเย็นเหล่านั้นของท่านชีคทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องถึงกับเสียวสันหลัง ก่อนจะทยอยเดินออกจากห้องไป
“พวกนายยกเลิกนัดพร้อมกับเลื่อนการประชุมบ่ายนี้ออกไปก่อน ถ้ามีเอกสารหรืองานเร่งด่วนอะไรให้เอามาที่นี่ ฉันจะใช้ห้องนี้เป็นห้องทำงานเป็นการชั่วคราว เพื่อจะรอจนกว่าเธอจะฟื้น”
สององครักษ์หนุ่มคนสนิทจัดการทุกอย่างตามคำสั่งโดยทันที ฟาอิสนึกถึงสิ่งที่รีฮานเคยมารายงานเขาก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการแจ้งความคนหายในวันที่เธอได้รับอุบัติเหตุ
“ไปจ้ะ อาจะกลับไปคิดก่อนว่าเราควรใช้วิธีไหนที่จะปราบฟาอิสให้อยู่หมัด”
“ใครนะที่อยากได้ดินแดนของบารัซ” “ท่านตา” หนูน้อยทั้งห้าพร้อมใจกันวิ่งไปอัมรานและพันไมล์ สององครักษ์หนุ่มทำความเคารพคณะที่เดินทางมาจากบารัซ อัมรานอุ้มหนูน้อยซาบียาที่ดูจะฉลาดเฉลียวเกินวัยไว้ในอ้อมแขน “ท่านตาจะยกบารัซให้พวกเราใช่ไหมคะ” “ตาไม่แน่ใจว่าพวกน้าๆ จะยอมให้ตายกบารัซให้ซาบียาหรือเปล่านี่สิ” “บารัซต้องตกเป็นของซาบียาแน่นอนชัวร์ เพราะท่านน้าทั้งสามคนรักและตามใจซาบียาเสมอใช่ไหมคะ” ทาซัส มัสซาร์ และอาบีดีนยิ้มให้กับคำพูดอันชาญฉลาดของแม่หนูน้อยที่เป็นที่รักของทุกคน “คิ้วไปโดนอะไรมาน่ะชาคิน” พันไมล์เอ่ยถามเมื่อเห็นรอยเลือดซึมออกมาจากบาดแผลบริเวณหัวคิ้วของชาคิน “คุณอิรฟานสาธิตให้ทุกคนดูว่าอาวุธที่เพิ่งได้มาใหม่มีอานุภาพร้ายแรงแค่ไหนครับท่านชายา” “อิรฟาน” เจ้าตัวถึงกับสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินท่านยายเรียกชื่อตัวเองเสียงเข้ม ก่อนจะวิ่งไปหลบด้านหลังอัสซาร์ โดยหวังว่าเขาจะเป็นเกาะกำบังให้ตนเอง “ชายชาติทหารเขาไม่วิ่งไปหลบอยู่หลังคนอื่นหรอกนะไอ้เสือ”
ผ่านไปหกปีเชอรีนมีทายาทให้ชีคฟาอิสมากถึงห้าคน และทุกคนก็มีความแสบซ่าไม่แพ้กัน พวกเขามีความชอบที่แตกต่างกันและมีความสนใจชัดเจน อัชมีย์...มีความเป็นผู้นำสูง เจ้าความคิด และเป็นนักวางแผน อิรฟาน...ชื่นชอบความท้าทายและรักการต่อสู้ รุสรัน...ชอบดูแลพี่น้องในยามที่พวกเขาได้รับบาดเจ็บจากการเล่นซน ซาบียา...สาวน้อยแก่นแก้วแสนซน พูดจาฉะฉาน เธอชอบควบคุมให้พี่น้องอยู่ในโอวาทของตนเอง และรักการต่อสู้ นอกจากความสวยที่ถอดแบบออกมาจากมารดาแล้ว อุปนิสัยยังคล้ายกันมากอีกด้วย นาฎาล...ชื่นชอบดนตรีและรักการวาดภาพ เพราะซาบียาเป็นทายาทสาวเพียงหนึ่งเดียวของชีคฟาอิส เธอจึงเป็นรักของทุกคน เวลาที่ซาบียาต้องการอะไรทุกคนก็มักจะตามใจ โดยเฉพาะบิดาและพี่น้องของเธอ ไม่ว่าอะไรที่ซาบียาต้องการพี่น้องทุกคนก็จะเสียสละให้เธอได้เสมอ สิ่งหนึ่งที่พวกเขามีเหมือนกันคือความซุกซนอย่างเสมอต้นเสมอปลาย และเพราะความซุกซนที่มีทำให้ทุกคนต่างก็ปวดเศียรเวียนเกล้า คนที่โดนบ่อยสุดหนีไม่พ้นสามองครักษ์หนุ่มของบิดาและมารดา ชาคิน ซากี และรีฮานมักจะโดนเ
ทันทีที่ฟาอิสเข้าไปภายในห้อง เขาเห็นเชอรีนร้องครวญครางออกมาด้วยความเจ็บปวด น้ำตาของเธอไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวเพราะรู้สึกเจ็บอย่างที่ไม่เคยเจ็บมากเท่านี้มาก่อน เขากุมมือเธอไว้เพื่อถ่ายทอดกำลังใจ “คุณไม่ต้องกลัวนะเชอรีน ผมจะอยู่กับคุณตลอดเวลาจนกว่าลูกจะคลอด” “เจ็บจังค่ะฟาอิส” “ถ้าเจ็บก็ร้องออกมาไม่ต้องเก็บกดไว้” ความเจ็บของเชอรีนกินเวลายาวนานหลายชั่วโมง และเธอก็เริ่มเจ็บท้องถี่ขึ้นเรื่อยๆ ฟาอิสลูบเส้นผมที่เปียกชื้นของเชอรีน ยิ่งเห็นเธอเจ็บปวดแสนสาหัสแบบนี้เขาก็ยิ่งเป็นห่วง และไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการคลอดลูกจะทำให้คนเป็นแม่ต้องเจ็บปวดมากมายเช่นนี้ “อดทนอีกนิดนะคะ อีกไม่นานเจ้าตัวเล็กก็จะออกมาให้ยลโฉมแล้วค่ะ หายใจลึกๆ ถ้าหมอบอกให้เบ่งก็เบ่งให้เต็มที่เลยนะคะ” “พร้อมนะ โอเคเบ่งเลยค่ะ” เชอรีนกลั้นใจเบ่งจนสุดแรงและทำเช่นนั้นอยู่หลายครั้ง แต่ความเจ็บที่ได้รับมันรุนแรงมากจนเธอแทบจะทนแบกรับความเจ็บปวดนั้นไว้ไม่ไหว ไม่คิดเลยว่าการคลอดลูกจะนำมาซึ่งความเจ็บปวดได้มากมายถึงเพียงนี้ “ใกล้แล้วค่ะ เบ่งอีกทีนะคะ”
และแล้ววันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง นั่นคือวันแต่งงานของขีคฟาอิสและเชอรีน เสียงจุดพลุดังระงมไปทั่วฮิลฟาฮาร์ สองข้างทางที่ขบวนของคู่บ่าวสาวต้องขับผ่านนั้นเต็มไปด้วยประชาชนมากมาย พวกเขาต่างก็พร้อมใจกันออกมายืนคอยต้อนรับท่านชีคและเจ้าสาวของเขา ไม่นานนักขบวนรถของชีคฟาอิสก็ค่อยๆ ขับผ่านมาตามเส้นทางนั้นอย่างช้าๆ เพื่อให้คนที่มาคอยต้อนรับได้ยลโฉมผู้นำและเจ้าสาวของเขาอย่างใกล้ชิด เชอรีนนั่งเคียงคู่ฟาอิสมาในรถเปิดประทุน เธอโบกมือให้กับผู้คนที่มารอต้อนรับเขาและเธอทั้งสองข้างทาง พร้อมมอบรอยยิ้มที่อ่อนหวานให้กับทุกคน ชาวฮิลฟาฮาร์ต่างชื่นชมในความสวยของเธอ ชุดแต่งงานที่หญิงสาวสวมใส่นั้นหรูหราราคาแพง และออกแบบตัดเย็บอย่างประณีตจากดีไซน์เนอร์ชื่อดังของโลก ความสวยงามตระกานตาของชุดดังกล่าวยามเมื่ออยู่บนเรือนร่างเพรียวบางของเชอรีนถือได้ว่าเหมาะสมและคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป ขบวนรถของคู่บ่าวสาวสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับทุกคนที่ได้พบเห็น งานเลี้ยงฉลองสมรสที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติเป็นไปอย่างครึกครื้น ผู้คนที่มีชื่อเสียงจากทั่วทุกมุมโลกพร้อมใจก
ฟาอิสและเชอรีนก็เดินไปขึ้นรถที่มาจอดรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งคู่จะเดินทางไปด้วยกันตามลำพัง เชอรีนนำช่อดอกไม้มาวางตรงจุดที่นิชามีเสียชีวิต แววตาของเชอรีนหม่นเศร้า ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นมันย้อนกลับมาในความคิดของเธออีกครั้ง และเธอคงไม่มีวันลืมภาพเหล่านั้นได้เลยไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม “หลับให้สบายนะชามี คนที่ทำร้ายเธอล้วนแล้วแต่ได้รับผลกรรมที่ทำไว้อย่างสาสมแล้ว” “พี่กำลังจะแต่งงานกับเชอรีนในไม่ช้านี้นะชามี เธอกำลังตั้งท้องทายาทของพี่ ฉะนั้นก็ไม่ต้องห่วงอะไรหลับให้สบายนะน้องพี่” “คุณรู้เรื่องแผนการของเรยาที่คิดจะหาทางให้คุณแต่งงานกับเธอมาก่อนหน้านี้ไหมคะฟาอิส” “ผมไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน และไม่เคยคิดอะไรกับเรยาในแง่ชู้สาว ที่จริงต้องพูดว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนทำให้ผมหวั่นไหวได้นอกจากคุณ” “คำพูดและการกระทำของคุณมันขัดแย้งกันอยู่นะคะ คุณบอกว่าไม่คิดอะไรกับเรยา แต่ก็ยอมให้เธอเข้ามาใกล้ชิดสนิทสนมด้วย มันหมายความว่ายังไงคะ” “นั่นเป็นเพราะการวางตัวที่เหมาะสมของเรยา เธอไม่ได้แสดงออกจากโจ่งแจ้งว่าชอบผม แล
หลังจากที่ฟาอิสออกจากโรงพยาบาล ชาวฮิลฟาฮาร์ก็ได้รับข่าวดีว่าท่านชีคของพวกเขาจะสละโสดกับผู้หญิงตามคำทำนายในไม่ช้านี้ พิธีแต่งงานจะถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ เพราะฝ่ายหญิงเป็นถึงบุตรสาวเพียงคนเดียวของชีคอัมรานและชายาพันไมล์แห่งบารัซ ซึ่งถือเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ มั่นคง และมั่งคั่งไม่ต่างไปจากฮิลฟาฮาร์ นอกจากเรื่องนี้แล้วก็ยังมีข่าวดีที่ทำให้ชาวฮิลฟาฮาร์ถึงกับโห่ร้องชัยโยออกมาด้วยความยินดี เพราะในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าฮิลฟาฮาร์จะได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ที่ทุกคนต่างก็ตั้งตารอคอย สำนักข่าวต่างๆ ได้นำเสนอข่าวของชีคฟาอิสและเชอรีนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นข่าวเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดเตรียมพิธีแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ที่จะมีขึ้นในอีกไม่ช้า ข่าวว่าที่ชีคคาของฮิลฟาฮาร์กำลังตั้งท้องทายาทของชีคฟาอิส รวมถึงประวัติความเป็นมาของเชอรีน คาราส จัสติน ที่ทุกคนไม่เคยรู้มาก่อน ชาวฮิลฟาฮาร์ต่างก็ตั้งตารอพิธีดังกล่าวอย่างตื่นเต้น รวมถึงการให้กำเนิดทายาทของชีคฟาอิสกันอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อฟาอิสพาเชอรีนกลับมาอยู่ที่ฮิลฟาฮาร์พาเลซ ทั้งคู่ก็มีโอกาสได้







