LOGINในวันนั้นมีการแจ้งคนหายสี่ราย เป็นผู้ชายหนึ่งราย เด็กชายอายุสิบขวบหนึ่งราย และผู้หญิงสองราย แต่ไม่มีใครที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ จากรายงานที่เคยได้รับมาทำให้เกิดคำถามมากมาย
ทำไมไม่มีใครแจ้งความว่าเธอหายตัวไป หรือว่าเธอตัวคนเดียวไม่มีญาติพี่น้อง
บางทีเธออาจจะไม่ใช่คนของฮิลฟาฮาร์ ถ้าเป็นเช่นนั้นเธอมาทำอะไรที่นี่
สุดท้ายก็บอกกับตัวเองว่าคาดเดาไปก็เท่านั้น เธอฟื้นขึ้นมาเมื่อไรเขาก็จะได้รับคำตอบที่ต้องการ
ฟาอิสสลัดความคิดเหล่านั้นออกจากหัว และเริ่มลงมือทำงานที่ลูกน้องทยอยเอาเข้ามาให้ เขานั่งทำงานอยู่นานสามสี่ชั่วโมงก่อนจะลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถ โดยยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง คิดถึงสิ่งที่รีฮานได้รายงานมาก่อนหน้านี้อีกครั้ง
‘ไม่มีใครออกตามหาตัวเธอ หรือว่าพวกเขายังไม่รู้ว่าเธอหายตัวไป’ นั่นคือสิ่งที่เขาคิด
ทันใดนั้นเองหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายซึ่งนอนหมดสติมานานก็รู้สึกตัวขึ้นอีกครั้ง เธอลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ปรับสายตาอยู่สักพักก่อนจะมองไปรอบๆ ตัว เธอมองเห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เมื่อพยายามที่จะลุกขึ้นก็รู้สึกเจ็บจนเผลอร้องออกมา
ฟาอิสได้ยินเสียงนั้นทำให้เขาหันกลับไปมอง เมื่อเห็นอีกฝ่ายรู้สึกตัวจึงรีบเดินตรงเข้าไปหา
“ฉันอยู่ที่ไหน” เสียงที่ถามมานั้นแผ่วเบา
“โรงพยาบาล”
“ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
“คุณถูกรถชนผมก็เลยพาคุณมารักษาตัวที่นี่ คุณจำอะไรได้บ้างไหม”
หญิงสาวส่ายหน้าแทนคำตอบ สีหน้าของเธอยังคงซีดเผือดไร้เลือดฝาด ฟาอิสหันไปสั่งให้ลูกน้องตามหมอมาตรวจอาการของเธอทันที เขายกหัวเตียงพร้อมเข้ามาประคองให้เธอนั่งได้อย่างสะดวก เธอจ้องมองเขาก่อนจะเอ่ยถาม
“คุณเป็นใคร!?”
“อย่าเพิ่งถามอะไรผมตอนนี้เลย รอให้หมอมาตรวจดูอาการของคุณก่อนดีกว่า”
แพทย์ที่รักษาเธอถูกตามตัวมาอย่างรวดเร็ว เขาเริ่มสอบถามข้อมูลจากเธอ
“คุณจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณก่อนที่คุณจะมาที่นี่ได้ไหมครับ”
“ฉันจำอะไรไม่ได้เลย ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่”
หญิงสาวตอบพร้อมกับจ้องมองผู้คนที่ยืนเรียงรายล้อมรอบตัวเธอ
“คุณชื่ออะไร จำได้ไหมว่าบ้านของคุณอยู่ที่ไหน”
เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ และไม่ว่าใครจะถามอะไรคำตอบของเธอก็มีเพียงคำตอบเดียว และเป็นคำตอบที่น่าตกใจ
ฉันไม่รู้!
ทำไมถึงจำอะไรไม่ได้สักอย่าง
เมื่อพยายามใช้ความคิดมากๆ เข้า อาการปวดหัวอย่างรุนแรงก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ฟาอิสสังเกตเห็นจากสีหน้าและการกุมขมับของเธอ ทำให้เขาวางมือบนไหล่บอบบางนั้น
“ตอนนี้ยังจำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องคิดมาก พักผ่อนซะเดี๋ยวคุณก็จำได้เอง”
ฟาอิสสั่งให้เธอนอนพักไม่ต้องคิดอะไร ส่วนตัวเขาออกไปคุยกับหมอที่ดูแลอาการป่วยของเธอ โดยให้สององครักษ์หนุ่มอยู่เป็นเพื่อนหญิงสาว
หลังจากที่แพทย์ได้พูดคุยสอบถามและตรวจร่างกายเธออย่างละเอียดอีกครั้ง แพทย์วินิจฉัยว่าเธอสูญเสียความทรงจำ เธอจดจำเรื่องราวในอดีตหรือแม้แต่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเธอก่อนหน้านี้ไม่ได้เลย จำไม่ได้ว่าตนเองเป็นใคร มาจากไหน ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อของตัวเอง นั่นอาจเกิดจากสมองได้รับความกระทบกระเทือนหรือภาวะทางสุขภาพจิต ในกรณีนี้เป็นไปได้ว่าเธอได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น จนมีผลทำให้สูญเสียความทรงจำ
“เธอจะมีโอกาสหายเป็นปกติไหม”
“ถ้าสาเหตุเกิดจากสมองได้รับอุบัติเหตุ แต่ไม่มีรอยโรคในสมองอย่างกรณีของผู้ป่วยรายนี้ ก็มีโอกาสที่จะหายเป็นปกติได้ครับ”
“ต้องใช้เวลานานเท่าไรเราถึงจะฟื้นความทรงจำของเธอกลับมาได้”
“ตอบยากครับท่านชีค บางคนใช้เวลาแค่สองสามเดือนก็สามารถจดจำทุกอย่างได้หมด บางคนต้องใช้เวลาเป็นปีหรือหลายปีถึงจะรื้อฟื้นความทรงจำที่หายไปกลับมาได้”
“แล้วต้องทำยังไงถึงจะช่วยให้เธอจดจำทุกสิ่งทุกอย่างได้”
“ให้เธอกลับไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คุ้นชิน และพยายามเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาของเธอ เพื่อช่วยกระตุ้นให้เธอทบทวนความทรงจำที่หายไป แต่ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปอย่ารีบร้อน มิฉะนั้นเธอจะมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง”
คำตอบที่ได้รับสร้างความหนักใจให้แก่ฟาอิสไม่น้อย เขากล่าวโทษตัวเองที่เป็นต้นเหตุให้เธอต้องเป็นเช่นนี้ จึงจำเป็นต้องรับผิดชอบชีวิตเธออย่างน้อยก็จนกว่าความทรงจำของเธอจะกลับคืนมา
แม้จะอยากรื้อฟื้นความทรงจำให้เธอมากแค่ไหน แต่เขาจะช่วยเธอได้อย่างไรในเมื่อเขาเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นใคร แล้วจะเอาข้อมูลที่ไหนไปทบทวนความทรงจำให้เธอ นอกจากต้องสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่แทนประวัติเดิม
วินาทีนั้นฟาอิสตัดสินใจรับผิดชอบด้วยการพาหญิงสาวไปอยู่กับเขาที่ฮิลฟาฮาร์พาเลซ ทั้งที่สถานที่แห่งนั้นเป็นสถานที่ต้องห้ามสำหรับผู้หญิง แต่ก็คงไม่มีวิธีไหนดีไปกว่าวิธีนี้อีกแล้ว
“ใครนะที่อยากได้ดินแดนของบารัซ” “ท่านตา” หนูน้อยทั้งห้าพร้อมใจกันวิ่งไปอัมรานและพันไมล์ สององครักษ์หนุ่มทำความเคารพคณะที่เดินทางมาจากบารัซ อัมรานอุ้มหนูน้อยซาบียาที่ดูจะฉลาดเฉลียวเกินวัยไว้ในอ้อมแขน “ท่านตาจะยกบารัซให้พวกเราใช่ไหมคะ” “ตาไม่แน่ใจว่าพวกน้าๆ จะยอมให้ตายกบารัซให้ซาบียาหรือเปล่านี่สิ” “บารัซต้องตกเป็นของซาบียาแน่นอนชัวร์ เพราะท่านน้าทั้งสามคนรักและตามใจซาบียาเสมอใช่ไหมคะ” ทาซัส มัสซาร์ และอาบีดีนยิ้มให้กับคำพูดอันชาญฉลาดของแม่หนูน้อยที่เป็นที่รักของทุกคน “คิ้วไปโดนอะไรมาน่ะชาคิน” พันไมล์เอ่ยถามเมื่อเห็นรอยเลือดซึมออกมาจากบาดแผลบริเวณหัวคิ้วของชาคิน “คุณอิรฟานสาธิตให้ทุกคนดูว่าอาวุธที่เพิ่งได้มาใหม่มีอานุภาพร้ายแรงแค่ไหนครับท่านชายา” “อิรฟาน” เจ้าตัวถึงกับสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินท่านยายเรียกชื่อตัวเองเสียงเข้ม ก่อนจะวิ่งไปหลบด้านหลังอัสซาร์ โดยหวังว่าเขาจะเป็นเกาะกำบังให้ตนเอง “ชายชาติทหารเขาไม่วิ่งไปหลบอยู่หลังคนอื่นหรอกนะไอ้เสือ”
ผ่านไปหกปีเชอรีนมีทายาทให้ชีคฟาอิสมากถึงห้าคน และทุกคนก็มีความแสบซ่าไม่แพ้กัน พวกเขามีความชอบที่แตกต่างกันและมีความสนใจชัดเจน อัชมีย์...มีความเป็นผู้นำสูง เจ้าความคิด และเป็นนักวางแผน อิรฟาน...ชื่นชอบความท้าทายและรักการต่อสู้ รุสรัน...ชอบดูแลพี่น้องในยามที่พวกเขาได้รับบาดเจ็บจากการเล่นซน ซาบียา...สาวน้อยแก่นแก้วแสนซน พูดจาฉะฉาน เธอชอบควบคุมให้พี่น้องอยู่ในโอวาทของตนเอง และรักการต่อสู้ นอกจากความสวยที่ถอดแบบออกมาจากมารดาแล้ว อุปนิสัยยังคล้ายกันมากอีกด้วย นาฎาล...ชื่นชอบดนตรีและรักการวาดภาพ เพราะซาบียาเป็นทายาทสาวเพียงหนึ่งเดียวของชีคฟาอิส เธอจึงเป็นรักของทุกคน เวลาที่ซาบียาต้องการอะไรทุกคนก็มักจะตามใจ โดยเฉพาะบิดาและพี่น้องของเธอ ไม่ว่าอะไรที่ซาบียาต้องการพี่น้องทุกคนก็จะเสียสละให้เธอได้เสมอ สิ่งหนึ่งที่พวกเขามีเหมือนกันคือความซุกซนอย่างเสมอต้นเสมอปลาย และเพราะความซุกซนที่มีทำให้ทุกคนต่างก็ปวดเศียรเวียนเกล้า คนที่โดนบ่อยสุดหนีไม่พ้นสามองครักษ์หนุ่มของบิดาและมารดา ชาคิน ซากี และรีฮานมักจะโดนเ
ทันทีที่ฟาอิสเข้าไปภายในห้อง เขาเห็นเชอรีนร้องครวญครางออกมาด้วยความเจ็บปวด น้ำตาของเธอไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวเพราะรู้สึกเจ็บอย่างที่ไม่เคยเจ็บมากเท่านี้มาก่อน เขากุมมือเธอไว้เพื่อถ่ายทอดกำลังใจ “คุณไม่ต้องกลัวนะเชอรีน ผมจะอยู่กับคุณตลอดเวลาจนกว่าลูกจะคลอด” “เจ็บจังค่ะฟาอิส” “ถ้าเจ็บก็ร้องออกมาไม่ต้องเก็บกดไว้” ความเจ็บของเชอรีนกินเวลายาวนานหลายชั่วโมง และเธอก็เริ่มเจ็บท้องถี่ขึ้นเรื่อยๆ ฟาอิสลูบเส้นผมที่เปียกชื้นของเชอรีน ยิ่งเห็นเธอเจ็บปวดแสนสาหัสแบบนี้เขาก็ยิ่งเป็นห่วง และไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการคลอดลูกจะทำให้คนเป็นแม่ต้องเจ็บปวดมากมายเช่นนี้ “อดทนอีกนิดนะคะ อีกไม่นานเจ้าตัวเล็กก็จะออกมาให้ยลโฉมแล้วค่ะ หายใจลึกๆ ถ้าหมอบอกให้เบ่งก็เบ่งให้เต็มที่เลยนะคะ” “พร้อมนะ โอเคเบ่งเลยค่ะ” เชอรีนกลั้นใจเบ่งจนสุดแรงและทำเช่นนั้นอยู่หลายครั้ง แต่ความเจ็บที่ได้รับมันรุนแรงมากจนเธอแทบจะทนแบกรับความเจ็บปวดนั้นไว้ไม่ไหว ไม่คิดเลยว่าการคลอดลูกจะนำมาซึ่งความเจ็บปวดได้มากมายถึงเพียงนี้ “ใกล้แล้วค่ะ เบ่งอีกทีนะคะ”
และแล้ววันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง นั่นคือวันแต่งงานของขีคฟาอิสและเชอรีน เสียงจุดพลุดังระงมไปทั่วฮิลฟาฮาร์ สองข้างทางที่ขบวนของคู่บ่าวสาวต้องขับผ่านนั้นเต็มไปด้วยประชาชนมากมาย พวกเขาต่างก็พร้อมใจกันออกมายืนคอยต้อนรับท่านชีคและเจ้าสาวของเขา ไม่นานนักขบวนรถของชีคฟาอิสก็ค่อยๆ ขับผ่านมาตามเส้นทางนั้นอย่างช้าๆ เพื่อให้คนที่มาคอยต้อนรับได้ยลโฉมผู้นำและเจ้าสาวของเขาอย่างใกล้ชิด เชอรีนนั่งเคียงคู่ฟาอิสมาในรถเปิดประทุน เธอโบกมือให้กับผู้คนที่มารอต้อนรับเขาและเธอทั้งสองข้างทาง พร้อมมอบรอยยิ้มที่อ่อนหวานให้กับทุกคน ชาวฮิลฟาฮาร์ต่างชื่นชมในความสวยของเธอ ชุดแต่งงานที่หญิงสาวสวมใส่นั้นหรูหราราคาแพง และออกแบบตัดเย็บอย่างประณีตจากดีไซน์เนอร์ชื่อดังของโลก ความสวยงามตระกานตาของชุดดังกล่าวยามเมื่ออยู่บนเรือนร่างเพรียวบางของเชอรีนถือได้ว่าเหมาะสมและคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป ขบวนรถของคู่บ่าวสาวสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับทุกคนที่ได้พบเห็น งานเลี้ยงฉลองสมรสที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติเป็นไปอย่างครึกครื้น ผู้คนที่มีชื่อเสียงจากทั่วทุกมุมโลกพร้อมใจก
ฟาอิสและเชอรีนก็เดินไปขึ้นรถที่มาจอดรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งคู่จะเดินทางไปด้วยกันตามลำพัง เชอรีนนำช่อดอกไม้มาวางตรงจุดที่นิชามีเสียชีวิต แววตาของเชอรีนหม่นเศร้า ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นมันย้อนกลับมาในความคิดของเธออีกครั้ง และเธอคงไม่มีวันลืมภาพเหล่านั้นได้เลยไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม “หลับให้สบายนะชามี คนที่ทำร้ายเธอล้วนแล้วแต่ได้รับผลกรรมที่ทำไว้อย่างสาสมแล้ว” “พี่กำลังจะแต่งงานกับเชอรีนในไม่ช้านี้นะชามี เธอกำลังตั้งท้องทายาทของพี่ ฉะนั้นก็ไม่ต้องห่วงอะไรหลับให้สบายนะน้องพี่” “คุณรู้เรื่องแผนการของเรยาที่คิดจะหาทางให้คุณแต่งงานกับเธอมาก่อนหน้านี้ไหมคะฟาอิส” “ผมไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน และไม่เคยคิดอะไรกับเรยาในแง่ชู้สาว ที่จริงต้องพูดว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนทำให้ผมหวั่นไหวได้นอกจากคุณ” “คำพูดและการกระทำของคุณมันขัดแย้งกันอยู่นะคะ คุณบอกว่าไม่คิดอะไรกับเรยา แต่ก็ยอมให้เธอเข้ามาใกล้ชิดสนิทสนมด้วย มันหมายความว่ายังไงคะ” “นั่นเป็นเพราะการวางตัวที่เหมาะสมของเรยา เธอไม่ได้แสดงออกจากโจ่งแจ้งว่าชอบผม แล
หลังจากที่ฟาอิสออกจากโรงพยาบาล ชาวฮิลฟาฮาร์ก็ได้รับข่าวดีว่าท่านชีคของพวกเขาจะสละโสดกับผู้หญิงตามคำทำนายในไม่ช้านี้ พิธีแต่งงานจะถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ เพราะฝ่ายหญิงเป็นถึงบุตรสาวเพียงคนเดียวของชีคอัมรานและชายาพันไมล์แห่งบารัซ ซึ่งถือเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ มั่นคง และมั่งคั่งไม่ต่างไปจากฮิลฟาฮาร์ นอกจากเรื่องนี้แล้วก็ยังมีข่าวดีที่ทำให้ชาวฮิลฟาฮาร์ถึงกับโห่ร้องชัยโยออกมาด้วยความยินดี เพราะในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าฮิลฟาฮาร์จะได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ที่ทุกคนต่างก็ตั้งตารอคอย สำนักข่าวต่างๆ ได้นำเสนอข่าวของชีคฟาอิสและเชอรีนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นข่าวเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดเตรียมพิธีแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ที่จะมีขึ้นในอีกไม่ช้า ข่าวว่าที่ชีคคาของฮิลฟาฮาร์กำลังตั้งท้องทายาทของชีคฟาอิส รวมถึงประวัติความเป็นมาของเชอรีน คาราส จัสติน ที่ทุกคนไม่เคยรู้มาก่อน ชาวฮิลฟาฮาร์ต่างก็ตั้งตารอพิธีดังกล่าวอย่างตื่นเต้น รวมถึงการให้กำเนิดทายาทของชีคฟาอิสกันอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อฟาอิสพาเชอรีนกลับมาอยู่ที่ฮิลฟาฮาร์พาเลซ ทั้งคู่ก็มีโอกาสได้







