Share

บทที่ 5

Author: เหมิงเหมิง
เขาพินิจใบหน้าอันสงบนิ่งของซางอิ๋ง มองความเรียบเฉยในแววตาของเธอ ความหงุดหงิดและอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูกพลันตีรวนขึ้นในอกอีกครั้ง ซ้ำยังรุนแรงกว่าเดิมอีกด้วย

"นี่เธอ... ไม่โกรธเหรอ?" เขาอดถามออกไปไม่ได้

ซางอิ๋งปรายตามองด้วยความประหลาดใจ "นายมีเหตุผลที่สมควรแล้ว ฉันจะโกรธทำไมล่ะ?"

ลั่วถิงเซินถึงกับพูดไม่ออกเมื่อถูกย้อนถามเช่นนั้น

นั่นสิ เขามี "เหตุผลที่สมควร" แล้ว แต่ทำไมพอเธอทำตัวมีเหตุผลขนาดนี้ ในใจเขากลับยิ่งรู้สึกอึดอัดล่ะ?

เขาอยากให้เธอร้องไห้ โวยวาย ซักไซ้ไล่เลียง หรือเหวี่ยงวีนใส่เขาก็ยังดี

ไม่ใช่มาทำตัวเป็นแฟนสาวดีเด่นผู้เยือกเย็น มีเหตุผล และไม่เคยหาเรื่องทะเลาะเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

"ฉัน..." เขาอ้าปากคล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็บอกเพียงว่า "ฉันเคลียร์งานที่บริษัทในช่วงนี้หมดแล้ว เดี๋ยวฉันจะอยู่ดูแลเธอเอง"

เขาลุกขึ้นยืน ตั้งใจจะไปรินน้ำให้เธอสักแก้ว

แต่แล้วโทรศัพท์มือถือก็ส่งเสียงขัดจังหวะขึ้นมา

ลั่วถิงเซินตัวแข็งทื่อไปทันที

ซางอิ๋งเองก็ได้ยินเช่นกัน จึงตวัดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเรียบเฉย

ลั่วถิงเซินลังเลครู่หนึ่ง ก็หยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วเดินไปรับสายข้างหน้าต่าง

ไม่รู้ปลายสายพูดอะไร สีหน้าของลั่วถิงเซินถึงได้เปลี่ยนเป็นย่ำแย่ในพริบตา ชายหนุ่มตวาดกร้าว ขณะพยายามข่มกลั้นโทสะในน้ำเสียง "จงหว่านอวี๋! นี่เธอเสียสติไปแล้วหรือไง?! ก็ลองไปเปิดห้องกับมันดูสิ!! ...โรงแรมไหน?! ...รออยู่นั่นแหละ! ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้!"

เขารีบกดตัดสาย ก่อนหันขวับกลับมา ใบหน้าเผยให้เห็นถึงความร้อนรนและเกรี้ยวกราดอย่างไม่คิดปิดบัง

"ซางอิ๋ง พอดีว่าที่บริษัท... มีเรื่องด่วน ฉันต้องรีบไปจัดการก่อน เดี๋ยวฉันรีบกลับมานะ!"

พูดจบ เขาก็คว้าเสื้อคลุม พุ่งพรวดออกไปจากห้องพักฟื้นด้วยความร้อนรน

ประตูถูกปิดกระแทกตามหลัง ได้ยินเสียงดังปัง

ภายในห้องพักฟื้นกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง

ซางอิ๋งนอนอยู่บนเตียงคนไข้ สายตาทอดมองเพดาน ใบหน้าไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ

เธอคิดไว้อยู่แล้ว

เธอแทบไม่ต้องเดาเลยด้วยซ้ำว่าจงหว่านอวี๋พูดอะไรกับเขา

ก็คงหนีไม่พ้นคำพูดปั่นหัวให้ลั่วถิงเซินสติแตก เพื่อให้เขาทิ้ง 'แฟนคนปัจจุบัน' ซึ่งกำลังบาดเจ็บ วิ่งแจ้นไปหาเธอด้วยความลนลาน

ช่างเป็นละครฉากเดิมที่แสนคุ้นเคยซะจริง

เพียงแต่ครั้งนี้ เธอไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดในหัวใจอีกแล้ว

เธอหยิบกริ่งเรียกพยาบาลที่หัวเตียงขึ้นมากด แล้วพูดอย่างใจเย็น "รบกวนช่วยจ้างพยาบาลพิเศษให้ฉันทีนะคะ ขอแบบที่ดีที่สุดเลย แล้วก็ มือถือฉันแบตหมด พอจะขอยืมสายชาร์จหน่อยได้ไหม?"

ตลอดหลายวันให้หลัง ซางอิ๋งก็จ้างพยาบาลพิเศษมาดูแลตัวเอง พักรักษาร่างกายด้วยความสบายใจ

ฝ่ายลั่วถิงเซินก็ไม่ได้โทรศัพท์มาถามไถ่อาการแม้แต่คำเดียว รวมถึงไม่ได้โผล่หน้ามาให้เห็นเลยด้วยซ้ำ

แต่เธอก็ไม่ได้ไปรบกวนเขา เพียงใช้เวลาอยู่คนเดียวเงียบ ๆ ในห้องพักฟื้น อ่านหนังสือ ดูเน็ตฟลิกซ์ และพูดคุยสัพเพเหระกับพยาบาลพิเศษ

วันที่ออกจากโรงพยาบาล อากาศปลอดโปร่งแจ่มใส

ซางอิ๋งไปจัดการเรื่องเอกสารด้วยตัวเอง จากนั้นจึงเรียกแกร็บกลับบ้าน

บรรยากาศในบ้านยังคงหนาวเหน็บและว่างเปล่าเหมือนเคย เธอวางข้าวของลง แล้วเริ่มจัดการธุระชุดสุดท้ายก่อนต้องเดินทางไปต่างประเทศ

วันนี้ ซางอิ๋งออกไปข้างนอกเพื่อจัดการเอกสารบางอย่าง

เมื่อทำธุระเสร็จ อารมณ์ของเธอก็แจ่มใสขึ้น เธอแวะซื้อกาแฟร้อนริมทางมาแก้วหนึ่ง ก่อนเดินทอดน่องกลับบ้าน

ขณะเดินผ่านลานกว้างย่านการค้า เธอก็ถูกเด็กสาวคนหนึ่งซึ่งถือไมโครโฟนและกล้องวิดีโอเดินเข้ามาดักหน้า

"สวัสดีค่ะพี่สาว! พวกเรามาจากรายการ 'มนุษย์คนเมือง' กำลังทำคอนเทนต์สัมภาษณ์ผู้คนริมถนนต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์อยู่ค่ะ! ขออนุญาตสัมภาษณ์พี่สักหน่อยได้ไหม?"

ตอนแรกซางอิ๋งตั้งใจจะปฏิเสธ แต่พอเห็นแววตาเป็นประกายด้วยความคาดหวังของอีกฝ่าย เธอก็ยอมพยักหน้าตกลง

"เยี่ยมไปเลยค่ะ! งั้นขอถามพี่สาวหน่อยนะคะ ใกล้วันวาเลนไทน์เข้ามาทุกทีแล้ว พี่มีแพลนจะไปฉลองกับแฟนยังไงบ้างคะ? มีแผนเซอร์ไพรส์อะไรพิเศษหรือเปล่าเอ่ย?" เด็กสาวยื่นไมโครโฟนมาจ่อตรงหน้าเธอ

ซางอิ๋งชะงักไปเล็กน้อย

แฟนงั้นเหรอ?

เธอใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปมองกล้องพร้อมคลี่ยิ้มเล็กน้อย และตอบอย่างเป็นธรรมชาติว่า

"พี่ไม่มีแฟนหรอกจ้ะ"

พูดจบ เธอก็พยักหน้าให้เด็กสาว แล้วหันหลังเดินจากไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เก็บรักไว้ในความฝัน   บทที่ 21

    ประกายไฟแห่งความหวังพลันแข็งค้างไปในทันที“ฉันจะไม่กลับมาคบกับนายเพียงเพราะความรู้สึกซาบซึ้งหรอกนะ ทำแบบนั้นมันไม่ยุติธรรมกับนาย และสำหรับฉันแล้ว” เธอส่ายหัวเบา ๆ “มันก็คือการดูถูกอย่างหนึ่งเช่นกัน”สีเลือดบนใบหน้าของลั่วถิงเซินค่อย ๆ เลือนหายไปจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซีดเซียวเสียยิ่งกว่าตอนเพิ่งผ่าตัดเสียอีกเขาอ้าปากพะงาบ ๆ อยากจะเอ่ยอะไรบางอย่าง ทว่ากลับเปล่งเสียงออกมาไม่ได้สักเสียง“ความรักของนาย” ซางอิ๋งมองเขา แววตาสงบนิ่งและไกลโพ้น ราวกับกำลังมองดูเรื่องราวในอดีตที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเอง “มันมาถึงช้าเกินไป และหนักหน่วงเกินกว่าจะรับไหว ฉันรับไม่ไหวและไม่ต้องการมันอีกแล้ว”“ครั้งนี้คุณช่วยฉัน เราหายกันแล้ว” เธอสูดลมหายใจเข้าเล็กน้อย ราวกับในที่สุดก็สลัดภาระหนักอึ้งบางอย่างออกไปได้เสียที “ตลอดหกปีที่ผ่านมา สิ่งดี ๆ ที่ฉันมีให้นาย กับแผลมีดเล่มนี้ที่นายรับแทนฉัน ถือว่าสะสางกันหมดสิ้น ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เราต่างคนต่างไม่ติดค้างอะไรกันอีก”เธอเดินไปที่โต๊ะหัวเตียง หยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมา ท่าทางเด็ดเดี่ยวและฉับไว ไม่มีแม้แต่ความอาลัยอาวรณ์“รักษาตัวให้ดี ให้ความร่วมมือกับก

  • เก็บรักไว้ในความฝัน   บทที่ 20

    ณ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงปารีสในอากาศคละคลุ้งด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออันเย็นเยียบทางเดินเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องมือแพทย์ที่ดังขึ้นเป็นจังหวะจำเจเป็นครั้งคราวซางอิ๋งนั่งอยู่บนม้านั่งตัวยาวหน้าห้องฉุกเฉิน บนร่างยังคงสวมชุดการแสดงชุดเดิมที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด ซึ่งตอนนี้แห้งกรังและแข็งกระด้างไปแล้วการแต่งหน้าบนเวทีอันประณีตของเธอถูกน้ำตาชะล้างจนเละเทะ ผสมปนเปไปกับฝุ่นละอองและคราบเลือด ดูมอมแมมในหัวว่างเปล่าและส่งเสียงอื้ออึงก้องกังวาน ภาพเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ฉายซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัว: แสงประกายเย็นเยียบ เสียงคำราม ร่างที่พุ่งเข้ามาของเขา เสียงทึบยามคมมีดแทงทะลุเนื้อร่าง ใบหน้าที่ซีดเซียว และประโยคแผ่วเบาราวกับลมหายใจว่า “ในที่สุดก็ทำถูกสักที”ทุกครั้งที่ภาพเหล่านั้นย้อนกลับมา มันทำให้ทั่วร่างของเธอเย็นยะเยือก ราวกับร่วงหล่นลงไปในถ้ำน้ำแข็งเธอเคยเกลียดเขา เคยโกรธแค้นเขา และตั้งใจแน่วแน่ว่าจะลืมเขาให้สิ้นซากทว่าเมื่อคมมีดเล่มนั้นพุ่งเข้าใส่เขา และร่างกายโชกไปด้วยเลือดล้มลงในอ้อมอกของเธอ ความเกลียดชังและความโกรธแค้นเหล่านั้นพลันถูกความหวาดกลัวอันเกิดจากสัญชาตญาณดั้งเ

  • เก็บรักไว้ในความฝัน   บทที่ 19

    การเดินทางแสดงวนรอบดำเนินต่อไป จากนิวยอร์กสู่ลอนดอน และมุ่งหน้าสู่ปารีสเมืองแห่งความโรแมนติกการแสดงทุกรอบของซางอิ๋งบัตรขายหมดเกลี้ยง เสียงชื่นชมหนาหูเธอกำลังเปล่งประกายเจิดจ้าอยู่บนเวที ถ่ายทอดบทบาทตัวละครสตรีผู้เปี่ยมด้วยพลังชีวิต ผ่านพ้นความทุกข์ยากจนกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทุกครั้งที่โค้งคำนับลาผู้ชม เสียงปรบมือยาวนานไม่มีทีท่าว่าจะจบสิ้นลั่วถิงเซินยังคงติดตามราวกับเงาตามตัว เขาเปรียบเสมือนเงาที่ซีดจางแต่ดื้อดึง ทอดทาบอยู่อย่างดึงดันบริเวณขอบโลกอันเจิดจรัสของเธอ ดูแปลกแยก น่ารำคาญ ทว่ากลับสลัดไม่หลุดการแสดงรอบสุดท้ายในปารีส เป็นการแสดงกลางแจ้งเพื่อการกุศล ณ จัตุรัสประวัติศาสตร์ชื่อดัง โดยมีจุดประสงค์เพื่อระดมทุนช่วยเหลือโรงละครเด็กในท้องถิ่นที่นั่งผู้ชมจัดอยู่กลางจัตุรัส แม้เวทีสร้างขึ้นชั่วคราวอย่างเรียบง่าย แต่กลับมีบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวการแสดงประสบความสำเร็จอย่างงดงามเมื่อซางอิ๋งและเหล่านักแสดงทั้งหมดโค้งคำนับอำลาบนเวที แสงอาทิตย์ยามอัสดงอาบไล้ทั่วทั้งจัตุรัสด้วยประกายสีแดงอมทอง เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องกึกก้องราวกระแสน้ำฝูงชนเริ่มท

  • เก็บรักไว้ในความฝัน   บทที่ 18

    ลั่วถิงเซินไม่ได้ออกจากนิวยอร์กเขาราวกับร่างไร้วิญญาณ ดึงดันและดื้อรั้นที่จะอยู่ในเมืองนี้ต่อไปเมื่อคณะละครเวทีเดินทางออกจากโรงแรมไปยังสถานที่ซ้อมแห่งถัดไป เขาก็ตามไปยังเมืองถัดไปด้วยเช่นกันเขารู้ว่าตัวเองดูเหมือนตัวตลก ราวกับพวกโรคจิตสะกดรอยตาม แต่เขากลับควบคุมตัวเองไม่ได้เขาตามซื้อตั๋วการแสดงรอบเปิดของเธอทุกรอบ นั่งอยู่แถวหน้าสุดตรงกลางเสมอทุกครั้งที่การแสดงจบลงและนักแสดงออกมาโค้งคำนับ เขาจะส่งช่อดอกไม้ขนาดใหญ่มหึมา ซึ่งเกือบจะท่วมเวทีได้ทั้งเวทีบนการ์ดอวยพรของช่อดอกไม้เหล่านั้นเต็มไปด้วยความสำนึกผิดและการอ้อนวอนอันเงอะงะและวกวนของเขาทว่าดอกไม้เหล่านั้นไม่เคยส่งไปถึงมือของซางอิ๋งเลยสักครั้ง หากไม่ถูกเจ้าหน้าที่ของคณะละครปฏิเสธด้วยถ้อยคำสุภาพแต่หนักแน่น ก็ถูกแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่และผู้ชมคนอื่น ๆ ในโรงละครเขาพยายามใช้เงินเบิกทาง ติดสินบนคนในคณะละครที่ดูเหมือนจะเข้าใกล้ซางอิ๋งได้ เพื่อส่งจดหมาย ส่งของขวัญ และฝากข้อความแต่ท้ายที่สุดของทุกอย่างก็ถูกส่งคืนกลับไปยังเคาน์เตอร์โรงแรมที่เขาพักอยู่โดยไม่มีการแกะดูเลยแม้แต่น้อยท่าทีของซางอิ๋งถูกส่งตรงถึงเขาอย่างชัดเจนผ่านว

  • เก็บรักไว้ในความฝัน   บทที่ 17

    ซางอิ๋งไม่ได้ขัดขืน เพียงแค่ก้มมองมือของเขาที่กำท่อนแขนของเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นทำให้เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยจากนั้น เธอก็เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาที่พังทลายและเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงของเขา ในแววตาคู่นั้นไม่มีความหวั่นไหว ไม่มีความสะใจ มีเพียงความรู้สึกเวทนาจาง ๆ ที่เบาบางเสียจนแทบจะเรียกว่าความสงสารเธอยกมืออีกข้างขึ้นอย่างแผ่วเบา ทว่ามั่นคงอย่างยิ่ง ค่อย ๆ แกะนิ้วมือที่เย็นเฉียบและแข็งทื่อของเขาออกทีละนิ้ว ทีละนิ้ว“ลั่วถิงเซิน” น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ชัดถ้อยชัดคำและเยือกเย็นท่ามกลางสายลมยามเย็น “พวกเราเลิกกันไปนานแล้ว ยังเหลือบ้านที่ไหนกันล่ะ?”“ไม่! เราไม่ได้เลิกกัน! ฉันไม่ยอม!” ลั่วถิงเซินถูกเธอแกะมือออก ราวกับสูญเสียหลักยึดเหนี่ยวสุดท้ายไป อารมณ์จึงยิ่งพวยพุ่งรุนแรงขึ้น “ฉันรู้ว่าฉันมันเลว! ฉันมันตาบอด! แต่ตอนนี้ฉันตาสว่างแล้ว! ในใจฉันมีแค่เธอ มีแค่เธอมาโดยตลอด! ฉันเคลียร์กับจงหว่านอวี๋แล้ว ตัดขาดกันเด็ดขาดแล้ว! แหวนนี่ไง ดูสิ ฉันยังเก็บมันไว้อยู่เลย!”เขาลนลานหยิบกล่องกำมะหยี่ขนาดเล็กออกจากกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน เนื่องจากมือที่สั่นเทาทำให้กล่องตกลงพื้น เขารีบก้มลงเก็บอย่างร้อนล

  • เก็บรักไว้ในความฝัน   บทที่ 16

    “ไม่ต้องการให้ใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณเข้ามารบกวน”ประโยคนี้เปรียบดั่งค้อนเหล็กหนักอึ้งที่ทุบลงมาจนนัยน์ตาของลั่วถิงเซินมืดดับลงเธอคาดการณ์ไว้แล้วว่าเขาต้องตามมา ถึงขั้นเอ่ยปากดักทางล่วงหน้า ปิดตายทุกเส้นทางที่เขาจะเข้าหาจนหมดสิ้นคนเย่อหยิ่งอย่างลั่วถิงเซิน เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าอำนาจและเงินตราที่อยู่ในกำมือนั้นไร้ค่าเสียเหลือเกินเขาราวกับสัตว์ป่าที่ติดกับ เดินวนเวียนอย่างสูญเปล่าอยู่ในเมืองแปลกหน้าต่อให้เขาจ้างนักสืบเอกชนด้วยราคาสูงลิ่ว ก็สืบพบเพียงสถานที่ที่คณะละครเวทีอาจใช้ซ้อมอยู่ไม่กี่แห่งเท่านั้น ไม่สามารถระบุพิกัดที่แน่ชัดได้เขามีทางเลือกเดียวคือเฝ้ารอโชคเข้าข้างเท่านั้นเขาเดินวนเวียนอยู่ภายนอกโรงละครเป้าหมายที่น่าจะเป็น นั่งรออย่างยากลำบากอยู่ในล็อบบี้โรงแรมหลายแห่งที่คณะละครมีโอกาสเข้าพักเขาอดหลับอดนอน ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดง สูทราคาแพงยับยู่ยี่ บริเวณคางมีตอหนวดสีเขียวครึ้มขึ้นระเกะระกะ ทั่วทั้งร่างแผ่ซ่านกลิ่นอายความตกต่ำและดื้อรั้นสุดขั้วเขาไม่รู้ว่าตัวเองรอมานานเท่าไรแล้ว สามวัน หรืออาจจะสี่วัน? ห้วงเวลาพร่าเลือนจนแยกแยะไม่ออกกระทั่งยามเย็นวัน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status