LOGINในงานเลี้ยงรุ่น ฉันเพิ่งกลับมาจากการไปทำธุระให้แฟนหนุ่ม แต่ที่นั่งเดิมของฉันกลับถูกเพื่อนสนิทแย่งไปแล้ว แก้วไวน์และจานอาหารของฉันถูกเก็บออกไป และมีจานชุดใหม่มาแทนที่ ไม่เหลือร่องรอยว่าฉันเคยนั่งอยู่ตรงนั้นสักนิด เมื่อเห็นฉันเดินกลับมา เสิ่นหมิงซูกำลังจะลุกขึ้น แต่โจวซือเหนียนกลับกดไหล่เธอให้นั่งลงไปตามเดิม “ถึงยังไงเรื่องคดีที่เราคุยกันเธอก็ฟังไม่รู้เรื่องหรอก ให้นั่งตรงนี้ก็มีแต่จะต้องปั้นหน้ายิ้มเปล่า ๆ” ไม่มีใครกล้าพูดอะไรสักคำ ทุกคนรู้ดีว่าตอนนั้นครอบครัวของฉันเกิดเรื่อง ทำให้ฉันจำใจต้องดร็อปเรียน สมัยเรียนมหาวิทยาลัย พวกเขาคือ “ยอดคู่หู” ประจำคณะนิติศาสตร์ ที่ร่วมมือกันไขคดีสุดหินมาแล้วนับไม่ถ้วน หลังเรียนจบ ทั้งสองคนก็ก้าวเข้าสู่แวดวงทนายความชั้นแนวหน้า โดยมีฉันเป็นเพียง “เลขา ฯ ตัวน้อย” ผู้เข้ามาทำงานในสำนักงานทนายความได้เพราะใช้เส้นสายของแฟนหนุ่ม ฉันได้แต่ยืนนิ่งอย่างทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงนั้น โจวซือเหนียนเพิ่งรับบุหรี่ที่ฉันไปซื้อมาให้ ขณะสั่งต่ออย่างไม่ใส่ใจว่า “หมิงซูอยากกินชานม คุณไปซื้อมาให้แก้วหนึ่งสิ” เขาไม่ได้ปรายตามามองฉันด้วยซ้ำขณะพูด ก่อนจะหันกลับไปคุยกันต่ออย่างออกรส ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักที่พวกเขาพูดคุยกันอย่างถูกคอ ฉันพลันรู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมาทันที แม้จะเคยทุ่มเทสุดกำลังเพื่อวิ่งตามให้ทัน แต่ฉันไม่อยากวิ่งตามอีกแล้ว
View Moreกลีบกุหลาบขาวร่วงหล่นกระจายเต็มพื้น กาลเวลาคล้ายหยุดนิ่งลงในชั่วขณะนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าของโจวซือเหนียนค่อย ๆ เลือนหาย เหลือไว้เพียงความจืดเจื่อนเท่านั้น“ฮุ่ยหลิน นี่คุณเกลียดผมขนาดนี้เลยเหรอ?”“ตลอดเวลาที่ผมตามหาคุณ ทุกวันมันช่างยากลำบากเหลือเกิน เหมือนกับว่าอยู่ดี ๆ ผมก็หมดแรงใจในชีวิต”“เพราะงั้นผมถึงต้องหาคุณให้เจอ แล้วพาคุณกลับบ้าน”มือของฉันยังคงวุ่นวายอยู่กับการห่อดอกไม้โดยไม่หยุดพัก และไม่ได้ปรายตาขึ้นมองเขาสักนิด“บอกแล้วไงคะว่าฉันจะไม่กลับไปกับคุณ”“ต่อไปนี้คุณใช้ชีวิตของคุณ ฉันใช้ชีวิตของฉัน พวกเราไม่ต้องมาข้องเกี่ยวกันอีก”“เฉินฮุ่ยหลิน!” ในที่สุดเขาก็หมดความอดทน เอื้อมมือมาจับข้อมือของฉันแน่น“งั้นก็กลับไปกับผม คุณเคยสัญญาแล้วนะว่าจะแต่งงานกับผม”ฉันพยายามสะบัดมือเขาออกด้วยความยากลำบาก พลางขมวดคิ้วมุ่น“โจวซือเหนียน คุณกลายเป็นคนงี่เง่าแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”“คุณไม่เข้าใจคำว่าเลิกกันหรือไง? กว่าฉันจะหาชีวิตของตัวเองกลับคืนมาได้มันไม่ง่ายเลยนะ คุณยังจะไม่ยอมจบอีกใช่ไหม?”“คุณปล่อยฉันไปเถอะ”ดูเหมือนว่าท่าทีของฉันจะทำให้เขาสะอึกไปเล็กน้อย มือของชายหนุ่มชะงักค
ฉันก้าวเดินไปบนเส้นทางที่ไม่อาจล่วงรู้ หลังบอกลาเมืองที่ใช้ชีวิตอยู่นานเกือบสิบปีตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันคอยอยู่เคียงข้างโจวซือเหนียนตอนเริ่มก่อร่างสร้างตัว เฝ้ามองสำนักงานทนายความของเขาเติบโตขึ้นทุกวันฉันอยู่เบื้องหลัง อดหลับอดนอนตั้งใจอ่านหนังสือ จนคว้าใบอนุญาตทนายความที่ใฝ่ฝันมาครอบครองได้สำเร็จเดิมทีฉันคิดว่า ในที่สุดก็จะได้ยืนเคียงข้างโจวซือเหนียน และกลายเป็นคู่ชีวิตที่คู่ควรกับเขาสักทีแต่ความจริงกลับพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ฉันคงไม่มีวันวิ่งตามเขาทันดวงดาวที่เปล่งประกายเจิดจรัสที่สุดข้างกายเขา ยังคงเป็นเสิ่นหมิงซูอยู่เสมอส่วนฉันเป็นได้แค่ฉากหลังที่คอยขับเน้นให้พวกเขาโดดเด่นขึ้นเท่านั้นช่วงหลายวันนี้ ฉันพบเจอกับทิวทัศน์มากมาย คล้ายได้โยนความทุกข์ใจทั้งหมดทิ้งไว้ข้างหลังโจวซือเหนียนยังคงส่งข้อความมาหาบ้างเป็นบางครั้งเพื่อบอกฉันว่า เขากับเสิ่นหมิงซูไปร้านอาหารฝรั่งเศสที่เราสองคนชอบไปเดตกันบ่อย ๆเพื่อบอกฉันว่า เขาไล่เสิ่นหมิงซูออกแล้ว และเขาอยากจะมาขอโทษฉันด้วยตัวเองเพื่อบอกฉันว่า ช่วงนี้เขาทรมานใจ ถามว่าฉันจะกลับไปพบเขาสักครั้งได้ไหมแต่ฉันไม่ได้ตอบกลับ ซ้ำยังบล็อ
เวลานี้เขาถึงเพิ่งได้มองดูใบลาออกของเฉินฮุ่ยหลินโดยละเอียดวันที่ระบุไว้คือวันเดียวกับงานเลี้ยงรุ่นพอดีตอนนั้นเขาดื่มไปเยอะ ขณะออกไปตามหาเธอที่ระเบียงทางเดิน ก็ได้ยินเธอพูดแว่ว ๆ ว่า "ไม่ต้องบอกเขานะคะ"สรุปว่า เฉินฮุ่ยหลินตัดสินใจไปจากเขาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วแต่ว่าเพราะอะไรกันล่ะ?เพราะเขาใช้ให้เธอไปทำธุระ หรือเป็นเพราะเสิ่นหมิงซูแย่งที่นั่งของเธอไป?แต่นั่นมันก็เรื่องปกตินี่โจวซือเหนียนฝืนลุกขึ้น เดินไปหาเสิ่นหมิงซูที่ห้องทำงานแต่บังเอิญได้ยินเธอกำลังคุยกับใครบางคนอยู่พอดี"ทนายเสิ่นคะ ทางลูกความโมโหมากเลยค่ะ พวกเขาคิดไม่ถึงว่าคดีระดับนี้คุณจะแพ้ได้""แต่ก็น่าแปลกจริง ๆ นะคะ ด้วยฝีมือระดับคุณ คดีนี้น่าจะชนะใส ๆ อยู่แล้ว"เสิ่นหมิงซูได้ยินดังนั้น ก็แค่นหัวเราะเย็นชา"พวกเขาต้องการค่าเสียหายเท่าไหร่ เสนอตัวเลขมาแล้วกัน เดี๋ยวฉันควักกระเป๋าจ่ายให้เอง"เมื่อเห็นพนักงานทำหน้าไม่เข้าใจ เธอจึงพูดต่อ"ที่ฉันทำแบบนี้ก็เพราะหวังดีต่อทุกคนนะ!""เฉินฮุ่ยหลินน่ะโง่จะตาย เข้ามาทำงานที่นี่ได้ก็เพราะอาศัยบารมีประธานโจวทั้งนั้น แค่ทำงานก๊อก ๆ แก๊ก ๆ ก็นั่งรับเงินเดือนสบาย พวกเธอเองก็เ
[โจวซือเหนียน เรื่องของเราจบกันแค่นี้!]โจวซือเหนียนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับจ้องมองข้อความประโยคนั้นอยู่นานเขาไม่รู้ว่าช่วงนี้เฉินฮุ่ยหลินเป็นอะไร เอะอะก็เอาแต่บอกเลิกเขาข่มความร้อนใจ พิมพ์ตอบกลับไป[เลิกงี่เง่าสักทีได้ไหม? ผมจองร้านอาหารฝรั่งเศสที่คุณชอบที่สุดไว้แล้ว ตอนนี้อยู่ที่ไหน? รีบโทรกลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ]แต่พอกดส่ง กลับมีเครื่องหมายตกใจสีแดงเด้งขึ้นมาเฉินฮุ่ยหลินถึงกับบล็อกเขาไปแล้วโจวซือเหนียนชะงักกึก คิ้วขมวดเข้าหากันจังหวะนั้น เสิ่นหมิงซูก็เดินเข้ามา และปรายตามองหน้าจอ"ซือเหนียน ช่วงนี้เฉินฮุ่ยหลินทำตัวแย่เกินไปแล้วนะ ทำไมถึงทำกับคุณแบบนี้ล่ะ?""คุณอุตส่าห์หวังดีจองร้านอาหารที่เธอชอบ แต่เธอกลับไม่เห็นค่าเลยเหรอ?"ยิ่งเธอพูดแบบนี้ โจวซือเหนียนก็ยิ่งรู้สึกว่าเฉินฮุ่ยหลินทำตัวงี่เง่าไร้เหตุผลเขาต้องเปลืองน้ำลายไปเท่าไหร่กว่าจะหาตำแหน่งพนักงานต้อนรับให้เธอได้ แถมยังคอยเอาใจสารพัดอีกแต่เธอกลับมาบอกเลิกด้วยความเย็นชา"ปกติเราสองคนตามใจเธออย่างกับเจ้าหญิง เธอก็เลยได้คืบจะเอาศอก นี่มันเอาแต่ใจตัวเองเกินไปแล้ว"โจวซือเหนียนนวดหว่างคิ้วด้วยความเหนื่อ











