All Chapters of เก็บรักไว้ในความฝัน: Chapter 1 - Chapter 10

21 Chapters

บทที่ 1

ซางอิ๋งคลี่ยิ้มพลางพูดขัดจังหวะ "ฉันเข้าใจ นายไม่ต้องอธิบายหรอก รีบไปเล่นต่อเถอะ อย่าทำให้ทุกคนหมดสนุกเลย"วินาทีนั้น ลั่วถิงเซินถึงกับชะงักงันตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ซางอิ๋งราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนทั้งไม่คอยซักไซ้เวลาเขากลับดึก แถมยังไม่เช็กโทรศัพท์มือถือ รวมถึงไม่แสดงท่าทีหึงหวงบรรดาสาว ๆ ที่เข้ามาวนเวียนรอบตัวเขาแม้แต่ตอนที่จงหว่านอวี๋ข้อเท้าพลิกเมื่อครั้งก่อน เขาเป็นคนพาเธอไปโรงพยาบาลและอยู่เป็นเพื่อนจนถึงเที่ยงคืน ซางอิ๋งก็เพียงเข้านอนแต่หัวค่ำ ซ้ำวันรุ่งขึ้นก็ยังไม่ถามถึงเรื่องนี้สักคำคล้ายว่าเธออยู่ดี ๆ ก็กลายเป็นบ่อน้ำลึก สงบนิ่ง แต่กลับทำให้คนมองว้าวุ่นใจ"ไม่เล่นแล้ว" ลั่วถิงเซินรู้สึกจุกในลำคอ ขณะหยิบเสื้อคลุมขึ้นมา "เธอไม่เคยชอบงานเลี้ยงแบบนี้ เดี๋ยวฉันพากลับบ้านดีกว่า"ซางอิ๋งตีสีหน้าจนใจ "แต่พวกนายเพิ่งเริ่มกันเองนะ...""ไป!"เขาดึงตัวเธอขึ้นมาโดยไม่รอคำปฏิเสธ หลังร่ำลาทุกคนอย่างรวบรัด ก็เดินออกจากห้องวีไอพีไปทันทีแต่พอขึ้นรถ กระจกฝั่งคนขับก็ถูกเคาะลั่วถิงเซินลดกระจกลง จงหว่านอวี๋ยืนอยู่ด้านนอก เส้นผมยาวสลวยปลิวไสวแผ่วเบาตามสายลมยามราตรีเธอยิ้มพลางชี้ไ
Read more

บทที่ 2

จนถึงทุกวันนี้ เธอยังคงจำภาพเหตุการณ์ตอนที่พบลั่วถิงเซินเป็นครั้งแรกได้ดีนั่นคือวันแรกที่เธอเพิ่งย้ายจากเมืองเล็ก ๆ เข้ามาเรียนต่อมัธยมปลายในตัวเมืองบนรถเมล์ หลังเธอควานมือหาในกระเป๋า ถึงได้รู้ตัวว่ากระเป๋าสตางค์ถูกขโมยไปแล้วคนขับรถเร่งเร้าด้วยน้ำเสียงรำคาญใจ “ถ้าไม่มีเงินก็ลงไปซะ!”ผู้โดยสารรอบข้างต่างมองมาด้วยสายตาแปลก ๆ แถมยังพากันกระซิบกระซาบชี้ไม้ชี้มือใบหน้าของซางอิ๋งแดงก่ำ แต่ขณะที่กำลังทำตัวไม่ถูกอยู่นั้น ก็มีคนจากด้านหลังยื่นเหรียญห้ามาให้“ผมจ่ายให้เธอเองครับ”เมื่อซางอิ๋งหันไปมอง ก็พบกับเด็กหนุ่มในชุดนักเรียนคนหนึ่งเขาตัวสูง หล่อเหลา นัยน์ตาลึกล้ำ จมูกโด่งเป็นสัน ทั้งเนื้อทั้งตัวแผ่กลิ่นอายความเย็นชาและสูงส่งที่ดูแปลกแยกจากคนรอบข้างโดยสิ้นเชิงเธอรีบขอบคุณด้วยความร้อนรน แต่เขากลับปรายตามองเธออย่างเรียบเฉย ก่อนพูดว่า “ไม่เป็นไร” แล้วก็เดินไปท้ายรถ สวมหูฟัง ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างเพียงชำเลืองมองแวบเดียว ก็สามารถตราตรึงและเติมเต็มช่วงเวลาวัยรุ่นอันแสนแห้งแล้งของเธอได้โดยสมบูรณ์หลังจากนั้นเธอถึงได้รู้ว่า เขาคือคนดังประจำโรงเรียน เป็นเดือนโรงเรียนนามว่าลั่วถ
Read more

บทที่ 3

วันต่อมา ซางอิ๋งตื่นแต่เช้าตรู่ และเริ่มเก็บกระเป๋าเดินทางบ้านหลังนี้ เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจตกแต่งมันทีละน้อย เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น ของประดับทุกอย่าง แม้กระทั่งสีของผ้าม่าน เธอล้วนเป็นคนคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ด้วยเคยคิดว่าที่นี่จะเป็นบ้านของเธอกับลั่วถิงเซินไปตลอดชีวิตแต่ตอนนี้ เธอต้องไปแล้วเธอจัดของลงกล่องใบใหญ่ถึงสามใบ แต่พอรู้สึกว่าคงเอาไปไม่หมด จึงเริ่มคัดของออกเสื้อผ้าที่ไม่ค่อยได้ใส่ เอาไปบริจาคของใช้ในบ้านที่เก่าแล้ว เอาไปทิ้งความทรงจำทั้งหมดระหว่างเธอกับเขา เอาไปเผาให้หมดเมื่อเธอคัดของจากกล่องใบสุดท้ายจนเหลือเพียงกระเป๋าเดินทางขนาดยี่สิบสี่นิ้วใบเดียว ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกลั่วถิงเซินเดินงัวเงียออกมาในชุดนอน หลังเห็นกระเป๋าเดินทางและร่องรอยการเก็บของในห้องนั่งเล่น เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย"นี่เธอ... กำลังทำอะไรน่ะ?"ซางอิ๋งชะงักมือ ก่อนเงยหน้าขึ้นตามปกติ แล้วส่งยิ้มให้ "ไม่มีอะไรหรอก แค่รู้สึกว่าของในบ้านเยอะเกินไป นี่ก็ไม่ได้จัดบ้านมานานแล้ว เลยว่าจะโละของสักหน่อย อะไรควรบริจาคก็บริจาค อะไรควรทิ้งก็ทิ้ง"ลั่วถิงเซินมองใบหน้าเรียบเฉยของเธอ สลับกับกองของที่ถูกจัดเตร
Read more

บทที่ 4

รอยยิ้มได้ใจบนใบหน้าจงหว่านอวี๋พลันแข็งค้างเธอมองซางอิ๋งด้วยความรู้สึกไม่อยากเชื่อเป็นแบบนี้อีกแล้ว!ก่อนหน้านี้ตอนอยู่บนรถ เธอจงใจรื้อฟื้นความหลังกับลั่วถิงเซิน ซางอิ๋งก็เอาแต่นั่งเล่นเกมแคนดี้ครัชตอนนี้ เธอจงใจยั่วยุต่อหน้าต่อตา นอกจากซางอิ๋งจะไม่โกรธ ไม่เถียงแล้ว ยังบอกว่า “เธอพูดถูก” อีกเนี่ยนะ?จงหว่านอวี๋รู้สึกเหมือนตัวเองชกกำปั้นใส่ก้อนสำลี ทั้งอึดอัดและน่าโมโหที่สุด!ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้สนใจจริง ๆ หรือกำลังเล่นเกมจิตวิทยา โดยใช้กลยุทธ์ถอยเพื่อรุกที่เหนือชั้นกว่ากันแน่?!แต่จังหวะที่จงหว่านอวี๋กำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง…“ระวัง!! หลบไป!!!”เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกดังมาจากระยะไกล!ดูเหมือนนักท่องเที่ยวที่กำลังเล่นสกีผาดโผนคนหนึ่งจะสูญเสียการควบคุม และพุ่งมาทางพวกเธอด้วยความเร็วแรง!“ซางอิ๋ง! หว่านอวี๋! ระวัง!” เสียงตะโกนของลั่วถิงเซินดังมาจากจุดที่ไม่ไกลนัก!ทั้งซางอิ๋งและจงหว่านอวี๋ต่างยืนตะลึง ได้แต่มองดูคนคนนั้นพุ่งเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ!ในชั่วพริบตา ลั่วถิงเซินก็พุ่งตัวออกมาจากโซนพักผ่อน ไม่ต่างไปจากเสือชีตาห์ที่ถูกยั่วโมโห!เป้าหมายของเขานั้นชัดเจน แ
Read more

บทที่ 5

เขาพินิจใบหน้าอันสงบนิ่งของซางอิ๋ง มองความเรียบเฉยในแววตาของเธอ ความหงุดหงิดและอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูกพลันตีรวนขึ้นในอกอีกครั้ง ซ้ำยังรุนแรงกว่าเดิมอีกด้วย"นี่เธอ... ไม่โกรธเหรอ?" เขาอดถามออกไปไม่ได้ซางอิ๋งปรายตามองด้วยความประหลาดใจ "นายมีเหตุผลที่สมควรแล้ว ฉันจะโกรธทำไมล่ะ?"ลั่วถิงเซินถึงกับพูดไม่ออกเมื่อถูกย้อนถามเช่นนั้นนั่นสิ เขามี "เหตุผลที่สมควร" แล้ว แต่ทำไมพอเธอทำตัวมีเหตุผลขนาดนี้ ในใจเขากลับยิ่งรู้สึกอึดอัดล่ะ?เขาอยากให้เธอร้องไห้ โวยวาย ซักไซ้ไล่เลียง หรือเหวี่ยงวีนใส่เขาก็ยังดีไม่ใช่มาทำตัวเป็นแฟนสาวดีเด่นผู้เยือกเย็น มีเหตุผล และไม่เคยหาเรื่องทะเลาะเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้"ฉัน..." เขาอ้าปากคล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็บอกเพียงว่า "ฉันเคลียร์งานที่บริษัทในช่วงนี้หมดแล้ว เดี๋ยวฉันจะอยู่ดูแลเธอเอง"เขาลุกขึ้นยืน ตั้งใจจะไปรินน้ำให้เธอสักแก้วแต่แล้วโทรศัพท์มือถือก็ส่งเสียงขัดจังหวะขึ้นมาลั่วถิงเซินตัวแข็งทื่อไปทันทีซางอิ๋งเองก็ได้ยินเช่นกัน จึงตวัดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเรียบเฉยลั่วถิงเซินลังเลครู่หนึ่ง ก็หยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วเดินไปรับสาย
Read more

บทที่ 6

ซางอิ๋งนึกไม่ถึงเลยว่า การสัมภาษณ์ริมถนนโดยไม่คิดอะไรครั้งนั้น ด้วยรูปร่างหน้าตาอันโดดเด่นและบุคลิกที่ดูสงบนิ่งของเธอ จะถูกตัดต่อเข้าไปในรายการฉบับสมบูรณ์ ซ้ำยังกลายเป็นกระแสโด่งดังเล็ก ๆ บนโลกโซเชียลด้วยจุดขายที่ว่า “พี่สาวคนสวยประกาศตัวโสด”ใต้คลิปวิดีโอนั้น มีคนจำนวนมากเข้ามาขอช่องทางการติดต่อของเธอ พร้อมคอมเมนต์ตะโกนเรียก “พี่สาวครับ ผมขอเป็นแฟนได้ไหม”ตอนที่ซางอิ๋งไถฟีดไปเจอ เธอแค่รู้สึกตลกดี แต่ก็ปัดผ่านไป ไม่ได้เก็บมาใส่ใจตกกลางคืน ทันทีที่เธอกลับถึงบ้าน ประตูก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง!ลั่วถิงเซินเดินหน้าตึงเข้ามา แววตาของเขามืดมนจนน่ากลัวเขาปาโทรศัพท์มือถือกระแทกลงบนโต๊ะรับแขกตรงหน้าซางอิ๋งอย่างแรง หน้าจอยังคงสว่าง เปิดค้างอยู่ที่คลิปสัมภาษณ์นั้น“ซางอิ๋ง! นี่มันหมายความว่ายังไง?” เขาพยายามข่มกลั้นความโกรธในน้ำเสียง ขณะชี้ไปที่หน้าจอ “ที่บอกว่าไม่มีแฟนคืออะไร? เธอตอบฉันมาสิว่านี่มันหมายความว่าไง!”ซางอิ๋งมองภาพตัวเองบนหน้าจอที่กำลังยิ้มขณะพูดว่า “พี่ไม่มีแฟนหรอกจ้ะ” สลับกับมองสีหน้าเกรี้ยวกราดของลั่วถิงเซิน ในใจเพียงรู้สึกว่านี่มันช่างน่าตลกและน่าเหนื่อยใจเหลือเกินเธอ
Read more

บทที่ 7

ลั่วถิงเซินถูกท่าทีดื้อดึงไม่ฟังใคร ซ้ำยังแฝงแววเย้ยหยันของเธอปั่นหัวจนเดือดดาลขั้นสุด!"ดี! ดีมาก!" เขาโกรธจนหน้าอกยุบขึ้นยุบลงอย่างหนักหน่วง ก่อนคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของหญิงสาว แรงบีบมหาศาลทำเอาเธอถึงกับนิ่วหน้า "ฉันจะพาเธอไปหาคนที่โพสต์คลิปนั่นเดี๋ยวนี้! ฉันจะให้เด็กนั่นดูให้เต็มตาว่าสรุปแล้วใช่เธอหรือเปล่า! ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอคิดทำอะไรกันแน่!"เขากระชากตัวเธอลากตรงไปที่ประตู!ซางอิ๋งถูกลากจนเซถลา ความเจ็บปวดแล่นริ้วมาจากข้อมือแต่เมื่อรถยนต์แล่นมาได้ครึ่งทาง โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของลั่วถิงเซินก็ดังขึ้น เป็นสายเรียกเข้าจากผู้ช่วยส่วนตัวเขากดรับสายด้วยความหงุดหงิด น้ำเสียงกระแทกกระทั้น "มีอะไร?!"ไม่รู้ปลายสายพูดอะไร แต่สีหน้าของลั่วถิงเซินก็เปลี่ยนไปในพริบตา เขากระทืบเบรกอย่างแรง!"ว่าไงนะ? แล้วหว่านอวี๋ล่ะ? เธอออกมาหรือยัง?! ...ฉันจะไปเดี๋ยวนี้!"ความโกรธที่อยากจะพาซางอิ๋งไปค้นหาความจริงเมื่อครู่ถูกลืมเลือนในพริบตา เขาหักพวงมาลัยกลับรถอย่างกะทันหัน เหยียบคันเร่งจนมิด รถยนต์พุ่งทะยานราวกับลูกธนูหลุดจากคันศรพุ่งตรงไปอีกทิศทางหนึ่งในที่สุด รถก็แล่นมาจอดอยู่นอกหม
Read more

บทที่ 8

ซางอิ๋งไปจัดการปัญหาทุกอย่างที่ศูนย์ยื่นขอวีซ่าด้วยตัวเองจนเสร็จเรียบร้อยจากนั้น เธอก็ไม่ได้กลับไปที่โรงพยาบาลอีก เพราะหันมาเริ่มจัดการธุระเรื่องสุดท้ายก่อนออกเดินทางในระหว่างนั้น คนของลั่วถิงเซินก็โทรศัพท์มาหาไม่ขาดสายแม่บ้านโทรมาบอกใบ้อย่างระมัดระวังว่าเจ้านายกินอาหารของโรงพยาบาลไม่ค่อยได้ จึงถามว่าเธอพอจะทำอาหารไปส่งให้หน่อยได้ไหม ซึ่งซางอิ๋งก็ปฏิเสธกลับไปอย่างมีมารยาท โดยบอกว่าตนกำลังยุ่งบอดี้การ์ดโทรมารายงานอย่างลังเลใจว่าเจ้านายอารมณ์เสียหนักมาก ไม่ยอมให้ความร่วมมือในการรักษา เอาแต่ขว้างปาข้าวของ ก่อนถามว่าคุณซางพอจะมาช่วยเกลี้ยกล่อมหน่อยได้ไหม ซางอิ๋งตอบไปว่าเธอเกลี้ยกล่อมไม่ได้หรอก รบกวนพวกเขาทนเอาหน่อยแล้วกันพ่อบ้านโทรมาพูดจาอ้ำอึ้งว่าเจ้านายอารมณ์ไม่ดี บ่นว่าอยากเจอเธอ ซางอิ๋งบอกแค่ว่ารับทราบแล้ว จากนั้นก็วางสายไปเธอไม่ได้ไปหาเขาแม้แต่ครั้งเดียวในที่สุด ก็ถึงวันที่ต้องออกเดินทางซางอิ๋งตรวจสอบเอกสารและกระเป๋าเดินทางที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อยืนยันว่าไม่มีอะไรผิดพลาด มือของเธอเพิ่งจะเอื้อมไปจับลูกบิดประตู…แต่แล้วเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้
Read more

บทที่ 9

ลั่วถิงเซินบังคับให้จงหว่านอวี๋ตัดขาดการติดต่อกับโจวซวี่ เขายืนมองเธอกดบล็อกและลบช่องทางการติดต่อทั้งหมดด้วยตัวเอง ซ้ำยังปั้นหน้าเครียดตักเตือนไปอีกยกใหญ่ ถึงค่อยรู้สึกว่าความขุ่นเคืองที่อัดอั้นอยู่ในใจค่อย ๆ บรรเทาลงไปเล็กน้อยหลังจัดการเรื่องพวกนี้เสร็จ เขาก็เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่ามีนัดกินข้าวที่ร้านอาหารกับซางอิ๋งเมื่อหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรออก ปลายสายกลับได้ยินเพียงเสียงระบบตอบรับอัตโนมัติแสนเย็นชาดังขึ้นว่า "หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้..."เขาขมวดคิ้ว ก่อนเปิดแอปพลิเคชันไลน์ เลื่อนหาหน้าต่างแชตของซางอิ๋ง แล้วส่งเครื่องหมาย "?" ไปให้แต่รออยู่นานสองนาน ก็ยังไม่มีสัญลักษณ์แจ้งเตือนว่าเธออ่านข้อความสักทีลั่วถิงเซินจ้องมองข้อความที่ตนเองส่งไป หลังนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก็แค่นหัวเราะหยัน แล้วล็อกหน้าจอเก็บโทรศัพท์มือถือกลับใส่กระเป๋าอยากเรียกร้องความสนใจสินะเดี๋ยวนี้ถึงขั้นไม่ยอมอ่านข้อความแล้วเหรอเขานวดหว่างคิ้ว ความหงุดหงิดใจที่เกิดขึ้นจากจงหว่านอวี๋เป็นทุนเดิม ตอนนี้ได้มาผสมรวมกับความรำคาญใจที่ซางอิ๋งทำตัว "ไม่รู้จักโต" อีกสายหนึ่งแล้วผู้หญิงนี่น่ารำคาญ
Read more

บทที่ 10

“ถิงเซิน...” เสียงสะอื้นที่ตั้งใจดัดให้อ่อนหวานของจงหว่านอวี๋ดังมาจากปลายสาย ท่ามกลางความเงียบสงัดของฉากหลัง “ที่นี่... ไฟดับน่ะ มืดไปหมดเลย ฉันอยู่คนเดียวรู้สึกกลัว... นายช่วยมาอยู่เป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม?”ลั่วถิงเซินมองดูบ้านอันว่างเปล่า เย็นเยียบและไร้ซึ่งไออุ่นของผู้คน สลับกับมองกระดาษโน้ตที่มีคำว่า "เราเลิกกันเถอะ" ในมือ ความหงุดหงิดที่อธิบายไม่ได้และความรู้สึกอยากจะหนีไปให้พ้นพลันเกาะกุมจิตใจในทันทีที่นี่มันเงียบเกินไป เงียบซะจนทำให้เขารู้สึกใจคอไม่ดี“รออยู่นั่นแหละ” เขาแทบจะตอบตกลงโดยไม่ต้องคิด ก่อนคว้ากุญแจรถแล้วหันหลังเดินออกไป ราวกับมีสัตว์ร้ายกำลังวิ่งไล่ตามอย่างไรอย่างนั้นเขาต้องการเสียงอะไรก็ได้ ต้องการไออุ่นของใครสักคน เพื่อมาขับไล่ความเงียบเหงาที่ชวนให้อึดอัดแทบขาดใจในห้องนี้ที่พักของจงหว่านอวี๋มืดสนิทอย่างที่บอกจริง ๆ มีเพียงแสงริบหรี่จากเทียนไม่กี่เล่มบนเชิงเทียนเท่านั้นเธอสวมชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาติน นั่งขดตัวอยู่บนโซฟา พอได้ยินเสียงเปิดประตู ก็รีบพุ่งเข้าไปในอ้อมกอดของลั่วถิงเซินทันทีราวผีเสื้อน้อยผู้ตื่นตกใจ“ถิงเซิน! ในที่สุดนายก็มาแล้ว!”กลิ่นน้ำหอมที
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status