Short
ความรักคือการไถ่บาป แต่คำโกหกไม่ใช่

ความรักคือการไถ่บาป แต่คำโกหกไม่ใช่

作者:  เฉียวปู้ชือ已完成
語言: Thai
goodnovel4goodnovel
9章節
714閱讀量
閱讀
加入書架

分享:  

檢舉
作品概覽
目錄
掃碼在 APP 閱讀

故事簡介

มือที่สาม

ความลำเอียง/ความเห็นแก่ตัว

รักแรก

การเสียใจภายหลัง

ย้อนกลับ

ฉันเป็นจิตรกร แต่แล้วอุบัติเหตุทางรถยนต์ก็พรากดวงตาของฉันไป ในยามที่ฉันสติแตกจนถึงขีดสุด ก็มีเพื่อนสมัยเด็กอย่างจือเหิงคอยอยู่เคียงข้างฉันเสมอ เขากลายเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของฉัน ต่อมาพวกเราแต่งงานกัน แต่ 2 ปีหลังจากนั้น ฉันกลับบังเอิญพบคลิปเสียงในคอมพิวเตอร์ “จือเหิง ขอบคุณนะที่ช่วยฉัน แต่การที่คุณปิดบังฉู่ซินหนิง แอบเอากระจกตาของเธอมาให้ฉัน ถ้าเธอฟื้นขึ้นมาคุณจะอธิบายยังไง ถ้าเธอแจ้งความขึ้นมาล่ะ” “ฉันจะไม่ยอมให้เธอรู้ความจริง ตอนนี้เธอมองไม่เห็นแล้ว ฉันจะแต่งงานกับเธอและควบคุมเธอไว้ข้างตัว” “เจียงเหยา เพื่อเธอแล้ว ฉันทำได้ทุกอย่าง” ราวกับถูกคนสาดน้ำเย็นจัดใส่ ความหนาวเหน็บแล่นปราดตั้งแต่หัวจรดเท้า สิ่งที่ฉันคิดว่าคือการไถ่บาปนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงคำโกหกหลอกลวงมาตั้งแต่ต้นจนจบ หลังจากคัดลอกไฟล์เสียงลงโทรศัพท์มือถือ ฉันก็ทำการนัดหมายกับโรงพยาบาลเพื่อเอาเด็กออก ในเมื่อเป็นแบบนี้ พวกเราก็แยกกันตรงนี้เถอะ

查看更多

第 1 章

บทที่ 1

เมื่อหมอเห็นว่าฉันตาบอด แถมยังมาเอาเด็กออกเพียงลำพัง น้ำเสียงก็เต็มไปด้วยความสงสาร

“การเอาเด็กออกไม่ใช่การผ่าตัดเล็ก ๆ นะครับ ครอบครัวของคุณล่ะ ไม่ต้องโทรเรียกพวกเขามาอยู่เป็นเพื่อนเหรอ”

ฉันส่ายหน้า

“ฉันไม่มีครอบครัวค่ะ”

สิบปีก่อน พ่อแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เป็นตระกูลสวี่ที่รับฉันกลับบ้าน

พ่อแม่ของฉันกับตระกูลสวี่เป็นเพื่อนเก่าแก่กัน ฉันกับสวี่จือเหิงเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่โตมาด้วยกัน เขาเคยบอกว่าจะดูแลฉันตลอดไป

จนกระทั่งการปรากฏตัวของเจียงเหยา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

เจียงเหยาเป็นคนโดดเด่นและเปิดเผย สวี่จือเหิงจึงถูกเธอดึงดูดอย่างไม่รู้ตัว

ตั้งแต่นั้นมา เขาก็กลายเป็นองครักษ์พิทักษ์เจียงเหยา

แม้ว่าต่อมาเจียงเหยาจะแต่งงานไปแล้ว แต่เขาก็ยังคงรักเธอ

ในอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนั้น ฉันกับเจียงเหยาต่างก็อยู่บนรถ เรากำลังเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันวาดภาพระดับนานาชาติด้วยกัน

ฉันคิดมาตลอดว่าเป็นอุบัติเหตุที่พรากดวงตาของฉันไป แต่กลับคิดไม่ถึงว่าคนที่ตาบาดเจ็บคือเจียงเหยา

สวี่จือเหิงแย่งชิงดวงตาของฉันไปเพื่อรักษาเธอ

หลายปีมานี้ที่เขาทำดีกับฉัน เป็นเพียงความรู้สึกผิดและการชดเชยเท่านั้น

ทว่าฉันกลับมองว่ามันคือการไถ่บาปของชีวิต และเข้าใจผิดคิดว่าเป็นความรัก

ช่างน่าขำสิ้นดี

ฉันก้มหน้าลง เซ็นชื่อในใบยินยอมการผ่าตัด

ครึ่งชั่วโมงต่อมา การผ่าตัดก็เสร็จสิ้น

ฉันนอนรอดูอาการอยู่ในห้องพักฟื้น เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น คนที่โทรเข้ามาคือสวี่จือเหิง

“หนิงหนิง ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ทำไมถึงไม่ออกไปกับคนรับใช้ เดี๋ยวฉันจะส่งคนไปรับนะ”

“เธอมองไม่เห็น อยู่ข้างนอกคนเดียวมันอันตราย ฉันเป็นห่วงนะ”

น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรน

แต่ฉันกลับสัมผัสถึงความจริงใจของเขาไม่ได้อีกแล้ว

ฉันข่มอารมณ์ในใจลง

“ฉันอยู่บ้านแล้วรู้สึกอุดอู้นิดหน่อยก็เลยออกมาเดินเล่น ตอนนี้กำลังจะกลับแล้ว”

หลังจากวางสาย ฉันก็ลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าและลุกออกมา

ตอนไปทำเรื่องออกจากโรงพยาบาล ฉันเผลอเดินชนเข้ากับคนคนหนึ่งอย่างจัง และตอนฉันกำลังจะล้มก็มีคนประคองขึ้นมา

“ขอโทษครับ ผมไม่ได้สังเกตว่าคุณตาบอด”

คนคนนั้นรีบเอ่ยปากขอโทษฉันทันที

ฉันส่ายหน้าให้เขาเพื่อบอกว่าตัวเองไม่เป็นไร

แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยมือ ซ้ำยังเอื้อมมือมาถ่างตาฉันออก แล้วพึมพำว่า

“ตาของคุณรักษาง่ายมาก แค่ผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาก็กลับมามองเห็นได้แล้ว ทำไมถึงปล่อยทิ้งไว้ตั้งนานขนาดนี้ล่ะ”

ฉันหายใจสะดุด ก่อนเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง

“คุณกำลังจะบอกว่าตาของฉันกลับมามองเห็นได้อีกครั้งใช่ไหมคะ”

“ใช่ครับ ผมเป็นจักษุแพทย์คนใหม่ของโรงพยาบาลนี้ ตาของคุณรักษาให้หายได้นะ”

ในหัวของฉันอื้ออึงไปหมด ความคิดล่องลอยไปถึงเมื่อสองปีก่อน

ครึ่งปีหลังจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ สวี่จือเหิงพาฉันตระเวนไปตามโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อรักษาตาของฉัน

หมอทุกคนล้วนบอกว่าตาของฉันได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่มีทางกลับมามองเห็นได้อีกแล้ว

แต่ตอนนี้กลับมีคนบอกฉันว่ารักษาให้หายได้

ความคิดอันบ้าบิ่นขึ้นมาในใจของฉัน

หรือว่าสวี่จือเหิงคอยขัดขวางไม่ให้ฉันรักษาดวงตามาตลอดงั้นเหรอ

ฉันแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วกลับมาที่บ้าน

พอก้าวเข้าประตูมา สวี่จือเหิงก็รวบตัวฉันเข้าไปกอดไว้ในอ้อมแขนทันที

น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความกังวล

“อากาศหนาวขนาดนี้ ร่างกายเธอเองก็ไม่สะดวก อย่าออกไปไหนมาไหนคนเดียวเลย คราวหน้าถ้าจะออกไปข้างนอกก็ให้คนขับรถกับคนรับใช้ไปเป็นเพื่อนเถอะ ไม่งั้นฉันก็เป็นห่วง”

“หิวแล้วใช่ไหม เราไปกินข้าวกันก่อนเถอะ ฉันให้คุณป้าทำปลาต้มพริกของโปรดของเธอไว้ด้วยนะ”

สิ้นเสียง เขาก็อุ้มฉันขึ้นมาแล้วเดินตรงไปยังห้องอาหาร

บนโต๊ะอาหาร สวี่จือเหิงคอยแกะก้างปลาให้ฉันตลอด รอจนฉันวางตะเกียบลง เขาถึงได้เริ่มกินข้าว

เพียงแต่ความเอาใจใส่ของเขา มันเปลี่ยนรสชาติไปจากใจฉันตั้งนานแล้ว

หลังมื้อค่ำ เขาอ้างว่าบริษัทมีประชุมแล้วรีบร้อนจากไป

ฉันเอาโทรศัพท์มือถือออกมาค้นหาชื่อบริษัทของสวี่จือเหิง แล้วกดเปิดดูแจ้งเตือนข่าวสารล่าสุด

ฉันมองไม่เห็น จึงทำได้เพียงพึ่งให้เสียงบรรยายในโทรศัพท์อ่านข้อความออกมา

“คืนนี้ สวี่ซื่อกรุ๊ปทุ่มเงินมหาศาลประมูลผลงานชิ้นใหม่ของจิตรกรเจียงเหยา”

展開
下一章
下載

最新章節

更多章節
暫無評論。
9 章節
บทที่ 1
เมื่อหมอเห็นว่าฉันตาบอด แถมยังมาเอาเด็กออกเพียงลำพัง น้ำเสียงก็เต็มไปด้วยความสงสาร“การเอาเด็กออกไม่ใช่การผ่าตัดเล็ก ๆ นะครับ ครอบครัวของคุณล่ะ ไม่ต้องโทรเรียกพวกเขามาอยู่เป็นเพื่อนเหรอ”ฉันส่ายหน้า“ฉันไม่มีครอบครัวค่ะ”สิบปีก่อน พ่อแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เป็นตระกูลสวี่ที่รับฉันกลับบ้านพ่อแม่ของฉันกับตระกูลสวี่เป็นเพื่อนเก่าแก่กัน ฉันกับสวี่จือเหิงเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่โตมาด้วยกัน เขาเคยบอกว่าจะดูแลฉันตลอดไปจนกระทั่งการปรากฏตัวของเจียงเหยา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเจียงเหยาเป็นคนโดดเด่นและเปิดเผย สวี่จือเหิงจึงถูกเธอดึงดูดอย่างไม่รู้ตัวตั้งแต่นั้นมา เขาก็กลายเป็นองครักษ์พิทักษ์เจียงเหยาแม้ว่าต่อมาเจียงเหยาจะแต่งงานไปแล้ว แต่เขาก็ยังคงรักเธอในอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนั้น ฉันกับเจียงเหยาต่างก็อยู่บนรถ เรากำลังเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันวาดภาพระดับนานาชาติด้วยกันฉันคิดมาตลอดว่าเป็นอุบัติเหตุที่พรากดวงตาของฉันไป แต่กลับคิดไม่ถึงว่าคนที่ตาบาดเจ็บคือเจียงเหยาสวี่จือเหิงแย่งชิงดวงตาของฉันไปเพื่อรักษาเธอหลายปีมานี้ที่เขาทำดีกับฉัน เป็นเพียงความรู้สึกผิดและการชดเชยเท
閱讀更多
บทที่ 2
ด้านล่างยังมีรูปภาพในข่าวอีกหนึ่งรูปฉันเดาว่าสวี่จือเหิงในรูปถ่ายรวมจะต้องยิ้มอย่างมีความสุขมากแน่ ๆเดินไปจนสุดทางเดินชั้นสองก็ถึงหน้าประตูห้องหนึ่ง ที่นี่คือห้องเก็บของสะสมของสวี่จือเหิงเขามักจะขลุกอยู่ในนี้เป็นวัน ๆเพราะฉันมองไม่เห็น เขาจึงไม่เคยป้องกันฉันเลยเมื่อผลักประตูเข้าไป ฉันก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปห้องทั้งห้องฉันอัปโหลดรูปถ่ายลงบนอินเทอร์เน็ต เพื่อถามชาวเน็ตว่าในรูปมีอะไรบ้างไม่นานก็มีความคิดเห็นใต้โพสต์“นี่มันภาพวาดของจิตรกรเจียงเหยาไม่ใช่เหรอ ดูท่าเจ้าของโพสต์จะเป็นแฟนคลับตัวยงของเจียงเหยานะ”“ถ้าให้พูดนะ ภาพวาดของเจียงเหยา นอกจากผลงานที่ได้รางวัลไม่กี่ภาพ ภาพอื่น ๆ กลับเหมือนไม่ได้มาจากฝีมือคนคนเดียวกันเลย ไม่เห็นจะน่าเก็บสะสมตรงไหน”“มีภาพวาดเยอะขนาดนี้เชียว ฉันลองนับดูแล้วมีตั้งร้อยยี่สิบภาพ”จากนั้นฉันก็ค้นหาข่าวของเจียงเหยาบนอินเทอร์เน็ตสองปีมานี้เธออาศัยผลงานกวาดรางวัลทั้งในและนอกประเทศไปไม่น้อย และในทุกวันที่เธอรับรางวัลแต่ละรางวัล สวี่จือเหิงก็จะไปร่วมแสดงความยินดีด้วยตัวเองเสมอเพื่อเพิ่มชื่อเสียงให้กับเจียงเหยา สวี่จือเหิงถึงกับทุ่มเ
閱讀更多
บทที่ 3
ฉันทรุดลงไปนั่งกับพื้น ความเจ็บปวดที่แล่นมาจากท้องทำเอาฉันแทบหายใจไม่ออกเมื่อวานเพิ่งจะทำแท้ง ฉันทนรับแรงกระแทกอย่างแรงจากสวี่จือเหิงไม่ได้เลยฉันหยิบไม้เท้าบนพื้นขึ้นมา ฝืนประคองตัวลุกขึ้นยืน“ฉันตาบอด แต่ใจฉันไม่ได้บอด”“สวี่จือเหิง พวกนายทำเรื่องอะไรที่ผิดต่อฉัน พวกนายย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ”เสียงของสวี่จือเหิงมีความลุกลนเล็กน้อย“เราทำอะไร ฉันกับเหยาเหยาเราบริสุทธิ์ใจต่อกัน”“ถ้าเธอมีเรื่องอะไรเข้าใจผิดก็ถามฉันได้ ไม่ใช่ลงไม้ลงมือตีคนอื่นแบบนี้”“เธอทำแบบนี้ จะให้พนักงานในบริษัทมองฉันยังไง มองเธอยังไง”ไม่รอให้ฉันเอ่ยปาก เจียงเหยาก็ร้องไห้โฮออกมาเสียก่อน“ฉันผิดเองแหละที่ถือวิสาสะพาหนิงหนิงมาที่บริษัทจนทำให้เธอเข้าใจผิด”“ต่อไปฉันจะรักษาระยะห่างจากพวกคุณ จะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ฉันไปซะก็พอใช่ไหม”สิ้นเสียง เจียงเหยาก็วิ่งออกไปสวี่จือเหิงวิ่งตามออกไปอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อยเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่ค่อย ๆ ไกลออกไป ฉันก็ล้มพับลง ทนไม่ไหวอีกต่อไปสวี่จือเหิง เราจบกันอย่างสมบูรณ์แล้วพอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ฉันก็นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาลแล้วตอนนั้นเองสวี่จ
閱讀更多
บทที่ 4
สวี่จือเหิงงุนงงเล็กน้อย“ไปพักร้อนอะไร ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย”พ่อบ้านทำหน้าประหลาดใจ“หลังกลับมาจากโรงพยาบาลเมื่อเช้า คุณผู้หญิงก็เริ่มเก็บกระเป๋าเดินทาง ก่อนออกจากบ้านยังบอกว่าจะไปพักร้อนกับคุณ”“ตอนนี้คุณผู้หญิงไม่ได้อยู่กับคุณเหรอครับ”สวี่จือเหิงอ้าปากค้างเล็กน้อย ชะงักไปพักใหญ่ครู่ต่อมา แววตาที่สับสนของเขาก็พลันถูกแทนที่ด้วยความดีใจ มุมปากยกยิ้มขึ้น“ฉันรู้แล้ว หนิงหนิงรู้ว่าฉันบินมาต่างประเทศ คงตั้งใจเตรียมเซอร์ไพรส์ให้ฉันแน่ ๆ ”“พวกนายอย่าหลุดปากไปล่ะ ฉันจะแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องนี้ก็แล้วกัน”หลังจากวางสาย รอยยิ้มบนมุมปากของสวี่จือเหิงก็ยิ้มกว้างขึ้นอีกหลายส่วนเจียงเหยาที่ผลักประตูเข้ามาเหลือบเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของสวี่จือเหิง ก็ยังเข้าใจผิดคิดว่าสวี่จือเหิงดีใจที่ได้เจอตัวเองเธอเดินเข้าไปควงแขนสวี่จือเหิงแล้วออดอ้อน“จือเหิง ขอบคุณนะคะที่รีบบินข้ามคืนมาออกหน้าแทนฉัน โชคดีที่มีคุณอยู่ข้าง ๆ ไม่งั้นถ้าฉันอยู่คนเดียวก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงเหมือนกัน”“จริงสิ แบรนด์ที่ฉันชอบเพิ่งออกชุดราตรีมาใหม่ตั้งหลายชุด คืนนี้คุณไปเป็นเพื่อนฉันลองชุดที่ร้านหน่อยได้ไหม”“ฉันจะได้ถ
閱讀更多
บทที่ 5
หลังจากวางสายสวี่จือเหิงยืนนิ่งค้าง เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกเขาติดนิสัยชอบบันทึกประวัติการโทรระหว่างตัวเองกับเจียงเหยามาตลอดแต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะมีสักวันที่ถูกฉันเจอเข้าเจียงเหยาไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติของสวี่จือเหิง เธอรั้งแขนของเขาไว้แล้วพูดออดอ้อนว่า“จือเหิง เลิกทำงานก่อนเถอะค่ะ มาช่วยฉันดูกระโปรงก่อนสิ”พูดจบเธอก็ยื่นมือออกไปหมายจะหยิบโทรศัพท์มือถือในมือของสวี่จือเหิงสวี่จือเหิงรีบเบี่ยงตัวหลบ ดันมือที่เกาะกุมแขนของตนออก“เธอเลือกเสื้อผ้าไปก่อนนะ ฉันจะให้คนอยู่เป็นเพื่อนที่นี่ ฉันมีธุระต้องบินกลับประเทศ”ไม่รอให้เจียงเหยาได้ตอบสนอง เขาก็หันหลังเดินจ้ำอ้าวจากไปทันทีหลังจากขึ้นรถ เขาก็รีบโทรศัพท์หาฉู่ซินหนิงแต่โทรศัพท์กลับบอกว่าปิดเครื่องเขาจึงส่งข้อความหาเธออย่างไม่ลดละ“หนิงหนิง เธอไปไหน”“เรามาเจอกันแล้วคุยกันดี ๆ ได้ไหม”“เรื่องไฟล์เสียงฉันอธิบายได้นะ”กระทั่งเขาขึ้นเครื่องบิน ก็ยังไม่มีการตอบกลับจากฉู่ซินหนิงจู่ ๆ เขาก็นึกถึงความผิดปกติของเธอเมื่อหลายวันก่อนขึ้นมาได้เขารีบโทรศัพท์หาผู้ช่วย สั่งให้เขาไปตรวจสอบร่องรอยของฉู่ซินหนิงในช่วงหลายวันท
閱讀更多
บทที่ 6
อีกด้านหนึ่ง ฉันกำลังนอนอยู่ในห้องพักฟื้น มีผ้าก๊อซปิดตาอยู่หมอบอกว่าการผ่าตัดของฉันประสบความสำเร็จอย่างมาก ช่วงหลังจากนี้แค่พักฟื้นให้ดี ก็กลับมาเป็นคนปกติได้แล้วหลังจากตื่นนอน ฉันถึงเพิ่งรู้สึกได้ถึงความไม่สบายตาทั้งปวดแปลบ แพ้แสง ลืมตาไม่ขึ้นเลยแม้แต่น้อย ทรมานเอามาก ๆแต่ฉันกลับไม่เสียใจเลยเมื่อเทียบกับการใช้ชีวิตอยู่ในความมืดตลอดสองปีที่ผ่านมา ความเจ็บปวดแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ตาของฉันก็กลับมามองเห็นได้อย่างชัดเจนฉันเช่าห้องพักห้องหนึ่งในประเทศใต้ เตรียมตัวเริ่มต้นชีวิตใหม่ของตัวเองที่นี่ฉันหยิบพู่กันขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเริ่มวาดภาพสองปีที่ไม่ได้จับพู่กัน ทำให้รู้สึกไม่คุ้นมืออยู่บ้าง แต่ความรักที่ฉันมีต่อการวาดภาพกลับไม่ได้ลดน้อยถอยลงไปจากตอนนั้นเลยตอนกลางวัน ฉันสอนเด็ก ๆ วาดรูปอยู่ในสตูดิโอตอนกลางคืน ฉันจะไปวาดทุกอย่างที่มองเห็นอยู่ริมแม่น้ำ ลานกว้าง หรือไม่ก็กลางทุ่งนาชีวิตที่อิสระและสว่างไสวเช่นนี้ เดิมทีมันก็เป็นของฉันอยู่แล้วเป็นความเห็นแก่ตัวของสวี่จือเหิงและเจียงเหยาที่แย่งชิงทุกอย่างนี้ไปโรงพยาบาลในประเทศใต้ เป็นประเทศเดียวที่ฉันต
閱讀更多
บทที่ 7
ฉันไม่ได้ตั้งใจไปคอยติดตามข่าวของพวกเขาแต่ช่วงหลายวันมานี้การแจ้งเตือนข่าวสารมีแต่ชื่อของสวี่จือเหิงกับเจียงเหยาเพราะว่าเจียงเหยาหย่าแล้วข่าวที่สวี่จือเหิงทุ่มเงินมหาศาลเพื่อภาพวาดของเจียงเหยาตลอดหลายปีที่ผ่านมาถูกขุดคุ้ยขึ้นมาทั้งหมดชาวเน็ตต่างพากันบอกว่านี่คือความรักระหว่างประธานจอมเผด็จการกับสาวมากพรสวรรค์ถึงขั้นมีคนคาดเดาว่าที่เจียงเหยาหย่า เป็นเพราะท่านประธานแย่งชิงตำแหน่งมาได้สำเร็จหรือเปล่าจากนั้นก็มีคนขุดคุ้ยเรื่องที่สวี่จือเหิงแต่งงานไปตั้งนานแล้วออกมาแม้แต่รูปถ่ายของฉันก็ถูกนำไปโพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ตตอนนั้นตาของฉันเพิ่งจะบอด สภาพของฉันดูทรุดโทรมจนน่ากลัวชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์ว่าร่างกายของฉันมีตำหนิ ไม่คู่ควรกับสวี่จือเหิงบอกว่าสวี่จือเหิงกับเจียงเหยาต่างหากที่เป็นกิ่งทองใบหยกฉันไม่ต้องเดายังรู้เลยว่าข่าวกับหน้าม้าพวกนี้เจียงเหยาเป็นคนจ่ายเงินจ้างมาตอนฉันแต่งงานกับสวี่จือเหิง ตระกูลสวี่ยังเป็นแค่ครอบครัวเล็ก ๆในขณะที่เจียงเหยาแต่งงานกับทายาทเศรษฐีตัวจริงแต่ตอนนี้ทายาทเศรษฐีคนนั้นเอาแต่เที่ยวเตร่ดื่มเหล้าไปวัน ๆ กิจการของครอบครัวก็ค่อย ๆ ตกต่ำ
閱讀更多
บทที่ 8
ในเวลาเดียวกันนั้น สวี่จือเหิงก็ตามหาเจียงเหยาพบ“เจียงเหยา ความชอบที่ฉันมีต่อเธอมันเป็นอดีตไปตั้งนานแล้ว ฉันเห็นเธอเป็นแค่เพื่อน”“เธอรีบไปอธิบายบนอินเทอร์เน็ตเดี๋ยวนี้ ตอนนี้ทุกคนรุมด่าหนิงหนิงกันหมด”สีหน้าของเจียงเหยาพลันดูไม่ได้ขึ้นมาทันที น้ำเสียงเจือไปด้วยความโกรธ“ตอนนี้ชาวเน็ตกำลังอารมณ์รุนแรง ถ้าฉันออกไปอธิบาย คนที่ถูกด่าก็ต้องเป็นฉันแทน คุณจะทนดูฉันถูกด่าได้ลงเหรอ”“ที่บอกว่าเรื่องชอบฉันเป็นอดีตไปแล้วมันหมายความว่ายังไง สองปีมานี้ วันที่คุณอยู่กับฉันมันมากกว่าอยู่กับฉู่ซินหนิงซะอีก คุณไปชอบเธอได้ยังไง”“คุณอย่าลืมนะว่าตอนนั้นคุณยอมทำให้เธอตาบอดเพื่อฉันได้ เธอรู้ความจริงแล้วจะให้อภัยคุณได้ยังไง”“สวี่จือเหิง การแต่งงานของคุณกับฉู่ซินหนิงมันก็เป็นแค่ละคร ทำไมคุณถึงยังอินกับบทอีก”สวี่จือเหิงมองเจียงเหยาที่อยู่ตรงหน้า รู้สึกเพียงว่าจู่ ๆ คนตรงหน้าก็กลายเป็นคนแปลกหน้าไปเสียแล้วเขาถึงขั้นนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าตอนนั้นทำไมตัวเองถึงไปชอบเจียงเหยาได้วินาทีนี้ เขาเสียใจมากที่ตอนนั้นทำเรื่องทำร้ายฉู่ซินหนิงไปมากมายเพื่อเจียงเหยาแววตาของเขาค่อย ๆ เย็นชาลง น้ำเสียงเจือความหงุด
閱讀更多
บทที่ 9
ช่วงที่ฉันอยู่ในประเทศใต้ ฉันได้สร้างสรรค์ภาพวาดออกมาไม่น้อยภาพวาดบางส่วนถูกส่งเข้าประกวดแล้ววันที่กลับประเทศ คือวันที่ฉันขึ้นรับรางวัลฉันยืนอยู่บนโพเดียมรับรางวัล บอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังผลงานของฉันให้ทุกคนฟัง“ฉันเคยสูญเสียดวงตาไป ช่วงเวลาของชีวิตตอนนั้นเมื่อนึกย้อนกลับไปมันช่างซับซ้อน ฉันถูกอดีตคนรักหักหลังและหลอกลวง ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางคำโกหกที่อ้างว่าเป็นการไถ่บาป และยังต้องคอยให้กำลังใจตัวเองในความมืดมิด”“ท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างก็กลายเป็นผลงานชิ้นนี้ มันคืออดีต และก็เป็นชีวิตใหม่ของฉันด้วย”สิ้นเสียง ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังสนั่นฉันมองเห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนร้องไห้เงียบ ๆ อยู่ตรงมุมห้องสวี่จือเหิงนั่นเองสุดท้ายแล้วผลงานชิ้นนี้ของฉันก็ถูกสวี่ซื่อกรุ๊ปประมูลไปด้วยราคาสูงสุดของค่ำคืนนั้นฉันรู้ดีว่านี่คือการชดเชยของสวี่จือเหิงแต่ฉันไม่ใช่เจียงเหยา ฉันไม่ต้องการวิธีการพวกนี้ของเขาตอนที่กำลังจะกลับ สวี่จือเหิงก็เข้ามาขวางฉันไว้เมื่อเห็นว่าฉันอยากจะหันหลังเดินหนี เขาก็รีบเอ่ยปากอธิบายทันที“หนิงหนิง ที่ฉันมาครั้งนี้ไม่ได้จะมาบังคับให้เธอให้อภัยฉันหรอกนะ แล้วก็ไม่
閱讀更多
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status