登入ฉันเป็นจิตรกร แต่แล้วอุบัติเหตุทางรถยนต์ก็พรากดวงตาของฉันไป ในยามที่ฉันสติแตกจนถึงขีดสุด ก็มีเพื่อนสมัยเด็กอย่างจือเหิงคอยอยู่เคียงข้างฉันเสมอ เขากลายเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของฉัน ต่อมาพวกเราแต่งงานกัน แต่ 2 ปีหลังจากนั้น ฉันกลับบังเอิญพบคลิปเสียงในคอมพิวเตอร์ “จือเหิง ขอบคุณนะที่ช่วยฉัน แต่การที่คุณปิดบังฉู่ซินหนิง แอบเอากระจกตาของเธอมาให้ฉัน ถ้าเธอฟื้นขึ้นมาคุณจะอธิบายยังไง ถ้าเธอแจ้งความขึ้นมาล่ะ” “ฉันจะไม่ยอมให้เธอรู้ความจริง ตอนนี้เธอมองไม่เห็นแล้ว ฉันจะแต่งงานกับเธอและควบคุมเธอไว้ข้างตัว” “เจียงเหยา เพื่อเธอแล้ว ฉันทำได้ทุกอย่าง” ราวกับถูกคนสาดน้ำเย็นจัดใส่ ความหนาวเหน็บแล่นปราดตั้งแต่หัวจรดเท้า สิ่งที่ฉันคิดว่าคือการไถ่บาปนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงคำโกหกหลอกลวงมาตั้งแต่ต้นจนจบ หลังจากคัดลอกไฟล์เสียงลงโทรศัพท์มือถือ ฉันก็ทำการนัดหมายกับโรงพยาบาลเพื่อเอาเด็กออก ในเมื่อเป็นแบบนี้ พวกเราก็แยกกันตรงนี้เถอะ
查看更多ช่วงที่ฉันอยู่ในประเทศใต้ ฉันได้สร้างสรรค์ภาพวาดออกมาไม่น้อยภาพวาดบางส่วนถูกส่งเข้าประกวดแล้ววันที่กลับประเทศ คือวันที่ฉันขึ้นรับรางวัลฉันยืนอยู่บนโพเดียมรับรางวัล บอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังผลงานของฉันให้ทุกคนฟัง“ฉันเคยสูญเสียดวงตาไป ช่วงเวลาของชีวิตตอนนั้นเมื่อนึกย้อนกลับไปมันช่างซับซ้อน ฉันถูกอดีตคนรักหักหลังและหลอกลวง ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางคำโกหกที่อ้างว่าเป็นการไถ่บาป และยังต้องคอยให้กำลังใจตัวเองในความมืดมิด”“ท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างก็กลายเป็นผลงานชิ้นนี้ มันคืออดีต และก็เป็นชีวิตใหม่ของฉันด้วย”สิ้นเสียง ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังสนั่นฉันมองเห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนร้องไห้เงียบ ๆ อยู่ตรงมุมห้องสวี่จือเหิงนั่นเองสุดท้ายแล้วผลงานชิ้นนี้ของฉันก็ถูกสวี่ซื่อกรุ๊ปประมูลไปด้วยราคาสูงสุดของค่ำคืนนั้นฉันรู้ดีว่านี่คือการชดเชยของสวี่จือเหิงแต่ฉันไม่ใช่เจียงเหยา ฉันไม่ต้องการวิธีการพวกนี้ของเขาตอนที่กำลังจะกลับ สวี่จือเหิงก็เข้ามาขวางฉันไว้เมื่อเห็นว่าฉันอยากจะหันหลังเดินหนี เขาก็รีบเอ่ยปากอธิบายทันที“หนิงหนิง ที่ฉันมาครั้งนี้ไม่ได้จะมาบังคับให้เธอให้อภัยฉันหรอกนะ แล้วก็ไม่
ในเวลาเดียวกันนั้น สวี่จือเหิงก็ตามหาเจียงเหยาพบ“เจียงเหยา ความชอบที่ฉันมีต่อเธอมันเป็นอดีตไปตั้งนานแล้ว ฉันเห็นเธอเป็นแค่เพื่อน”“เธอรีบไปอธิบายบนอินเทอร์เน็ตเดี๋ยวนี้ ตอนนี้ทุกคนรุมด่าหนิงหนิงกันหมด”สีหน้าของเจียงเหยาพลันดูไม่ได้ขึ้นมาทันที น้ำเสียงเจือไปด้วยความโกรธ“ตอนนี้ชาวเน็ตกำลังอารมณ์รุนแรง ถ้าฉันออกไปอธิบาย คนที่ถูกด่าก็ต้องเป็นฉันแทน คุณจะทนดูฉันถูกด่าได้ลงเหรอ”“ที่บอกว่าเรื่องชอบฉันเป็นอดีตไปแล้วมันหมายความว่ายังไง สองปีมานี้ วันที่คุณอยู่กับฉันมันมากกว่าอยู่กับฉู่ซินหนิงซะอีก คุณไปชอบเธอได้ยังไง”“คุณอย่าลืมนะว่าตอนนั้นคุณยอมทำให้เธอตาบอดเพื่อฉันได้ เธอรู้ความจริงแล้วจะให้อภัยคุณได้ยังไง”“สวี่จือเหิง การแต่งงานของคุณกับฉู่ซินหนิงมันก็เป็นแค่ละคร ทำไมคุณถึงยังอินกับบทอีก”สวี่จือเหิงมองเจียงเหยาที่อยู่ตรงหน้า รู้สึกเพียงว่าจู่ ๆ คนตรงหน้าก็กลายเป็นคนแปลกหน้าไปเสียแล้วเขาถึงขั้นนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าตอนนั้นทำไมตัวเองถึงไปชอบเจียงเหยาได้วินาทีนี้ เขาเสียใจมากที่ตอนนั้นทำเรื่องทำร้ายฉู่ซินหนิงไปมากมายเพื่อเจียงเหยาแววตาของเขาค่อย ๆ เย็นชาลง น้ำเสียงเจือความหงุด
ฉันไม่ได้ตั้งใจไปคอยติดตามข่าวของพวกเขาแต่ช่วงหลายวันมานี้การแจ้งเตือนข่าวสารมีแต่ชื่อของสวี่จือเหิงกับเจียงเหยาเพราะว่าเจียงเหยาหย่าแล้วข่าวที่สวี่จือเหิงทุ่มเงินมหาศาลเพื่อภาพวาดของเจียงเหยาตลอดหลายปีที่ผ่านมาถูกขุดคุ้ยขึ้นมาทั้งหมดชาวเน็ตต่างพากันบอกว่านี่คือความรักระหว่างประธานจอมเผด็จการกับสาวมากพรสวรรค์ถึงขั้นมีคนคาดเดาว่าที่เจียงเหยาหย่า เป็นเพราะท่านประธานแย่งชิงตำแหน่งมาได้สำเร็จหรือเปล่าจากนั้นก็มีคนขุดคุ้ยเรื่องที่สวี่จือเหิงแต่งงานไปตั้งนานแล้วออกมาแม้แต่รูปถ่ายของฉันก็ถูกนำไปโพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ตตอนนั้นตาของฉันเพิ่งจะบอด สภาพของฉันดูทรุดโทรมจนน่ากลัวชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์ว่าร่างกายของฉันมีตำหนิ ไม่คู่ควรกับสวี่จือเหิงบอกว่าสวี่จือเหิงกับเจียงเหยาต่างหากที่เป็นกิ่งทองใบหยกฉันไม่ต้องเดายังรู้เลยว่าข่าวกับหน้าม้าพวกนี้เจียงเหยาเป็นคนจ่ายเงินจ้างมาตอนฉันแต่งงานกับสวี่จือเหิง ตระกูลสวี่ยังเป็นแค่ครอบครัวเล็ก ๆในขณะที่เจียงเหยาแต่งงานกับทายาทเศรษฐีตัวจริงแต่ตอนนี้ทายาทเศรษฐีคนนั้นเอาแต่เที่ยวเตร่ดื่มเหล้าไปวัน ๆ กิจการของครอบครัวก็ค่อย ๆ ตกต่ำ
อีกด้านหนึ่ง ฉันกำลังนอนอยู่ในห้องพักฟื้น มีผ้าก๊อซปิดตาอยู่หมอบอกว่าการผ่าตัดของฉันประสบความสำเร็จอย่างมาก ช่วงหลังจากนี้แค่พักฟื้นให้ดี ก็กลับมาเป็นคนปกติได้แล้วหลังจากตื่นนอน ฉันถึงเพิ่งรู้สึกได้ถึงความไม่สบายตาทั้งปวดแปลบ แพ้แสง ลืมตาไม่ขึ้นเลยแม้แต่น้อย ทรมานเอามาก ๆแต่ฉันกลับไม่เสียใจเลยเมื่อเทียบกับการใช้ชีวิตอยู่ในความมืดตลอดสองปีที่ผ่านมา ความเจ็บปวดแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ตาของฉันก็กลับมามองเห็นได้อย่างชัดเจนฉันเช่าห้องพักห้องหนึ่งในประเทศใต้ เตรียมตัวเริ่มต้นชีวิตใหม่ของตัวเองที่นี่ฉันหยิบพู่กันขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเริ่มวาดภาพสองปีที่ไม่ได้จับพู่กัน ทำให้รู้สึกไม่คุ้นมืออยู่บ้าง แต่ความรักที่ฉันมีต่อการวาดภาพกลับไม่ได้ลดน้อยถอยลงไปจากตอนนั้นเลยตอนกลางวัน ฉันสอนเด็ก ๆ วาดรูปอยู่ในสตูดิโอตอนกลางคืน ฉันจะไปวาดทุกอย่างที่มองเห็นอยู่ริมแม่น้ำ ลานกว้าง หรือไม่ก็กลางทุ่งนาชีวิตที่อิสระและสว่างไสวเช่นนี้ เดิมทีมันก็เป็นของฉันอยู่แล้วเป็นความเห็นแก่ตัวของสวี่จือเหิงและเจียงเหยาที่แย่งชิงทุกอย่างนี้ไปโรงพยาบาลในประเทศใต้ เป็นประเทศเดียวที่ฉันต
สวี่จือเหิงงุนงงเล็กน้อย“ไปพักร้อนอะไร ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย”พ่อบ้านทำหน้าประหลาดใจ“หลังกลับมาจากโรงพยาบาลเมื่อเช้า คุณผู้หญิงก็เริ่มเก็บกระเป๋าเดินทาง ก่อนออกจากบ้านยังบอกว่าจะไปพักร้อนกับคุณ”“ตอนนี้คุณผู้หญิงไม่ได้อยู่กับคุณเหรอครับ”สวี่จือเหิงอ้าปากค้างเล็กน้อย ชะงักไปพักใหญ่ครู่ต่อม
ฉันทรุดลงไปนั่งกับพื้น ความเจ็บปวดที่แล่นมาจากท้องทำเอาฉันแทบหายใจไม่ออกเมื่อวานเพิ่งจะทำแท้ง ฉันทนรับแรงกระแทกอย่างแรงจากสวี่จือเหิงไม่ได้เลยฉันหยิบไม้เท้าบนพื้นขึ้นมา ฝืนประคองตัวลุกขึ้นยืน“ฉันตาบอด แต่ใจฉันไม่ได้บอด”“สวี่จือเหิง พวกนายทำเรื่องอะไรที่ผิดต่อฉัน พวกนายย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ”เส
ด้านล่างยังมีรูปภาพในข่าวอีกหนึ่งรูปฉันเดาว่าสวี่จือเหิงในรูปถ่ายรวมจะต้องยิ้มอย่างมีความสุขมากแน่ ๆเดินไปจนสุดทางเดินชั้นสองก็ถึงหน้าประตูห้องหนึ่ง ที่นี่คือห้องเก็บของสะสมของสวี่จือเหิงเขามักจะขลุกอยู่ในนี้เป็นวัน ๆเพราะฉันมองไม่เห็น เขาจึงไม่เคยป้องกันฉันเลยเมื่อผลักประตูเข้าไป ฉันก็หยิ
เมื่อหมอเห็นว่าฉันตาบอด แถมยังมาเอาเด็กออกเพียงลำพัง น้ำเสียงก็เต็มไปด้วยความสงสาร“การเอาเด็กออกไม่ใช่การผ่าตัดเล็ก ๆ นะครับ ครอบครัวของคุณล่ะ ไม่ต้องโทรเรียกพวกเขามาอยู่เป็นเพื่อนเหรอ”ฉันส่ายหน้า“ฉันไม่มีครอบครัวค่ะ”สิบปีก่อน พ่อแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เป็นตระกูลสวี่ที่รับฉันกลับ





