LOGIN“แสดงว่าบอสที่นี่ไม่ได้มีแค่กูหรือไง” ว่าแล้วเปิดเอกสารไปที่คนสุดท้ายอ่านหัวกระดาษพลางยิ้มที่มุมปากขำ ๆ กับความจริงจังกับคำสั่งของลูกน้อง
“คนที่ 3 จบมาปีกว่ายังไม่ได้ทำงาน เคยฝึกงานที่บริษัททัวร์ของฝรั่งเศสเลยได้ภาษามาด้วยนิดหน่อย ภาษาอังกฤษค่อนข้างดี เมื่อกี๊บอกว่าจะไปสมัครฝั่งโรงทอด้วยจะได้ไม่เสียเที่ยว เอ้อ...ฝากบอกบอสด้วยครับ”
“บอกว่า?”
“ทีหลังถ้าจะเรียกมาเอาปริมาณทั้ง ๆ ที่ล็อกคนไว้แล้วก็อย่าเรียก เสียดายค่ารถ เสียความรู้สึกแล้วก็เสียเวลานอนด้วยครับ” สุรชาติว่าพลางหลบตา จริง ๆ ประโยคนี้เขาไม่จำเป็นต้องบอกผู้เป็นนายก็ได้แต่อยากรู้ว่านายจะทำหน้ายังไง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือเหมือนเขาไม่ได้ยินในสิ่งที่เลขาบอกหรืออาจได้ยินแต่ไม่เข้าใจทั้งหมด
“หึ! บ้านเลี้ยงควาย”
“ครับ ที่บ้านเธอเลี้ยงควาย” สุรชาติพยักหน้าทันที
“เรียกมาเริ่มงานเลย” ว่าพลางจรดปากกาเซ็นเอกสารรับหญิงสาวเข้าทำงานแบบไม่เปิดอ่านประวัติแล้วยื่นเอกสารส่งคืนให้เลขา
“คนไหนครับบอส”
“คนเลี้ยงควาย โทรบอกตอนนี้เลย” ว่าพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูงหยิบแว่นตามาสวมทำท่าจะเดินออกจากห้อง
“ขอเหตุผลได้มั้ยครับ ผมคิดว่าท่านดอกเตอร์ต้องถามแน่ ๆ” สุรชาติรีบขอเหตุผลการตัดสินใจรับคนเข้าทำงาน แค่ประโยคที่บ้านเลี้ยงควายของชายหนุ่ม เพราะสงสัยตั้งแต่คำสั่งก่อนสัมภาษณ์แล้ว
“เฮ้อ...” ถอนหายใจนั่งลงที่เดิม “ฟังนะครับชาตินี้ คนแรกกูไม่รู้จักครับ มั่นใจว่าถึงอาโรมจะรู้จักท่านก็ไม่ให้อภิสิทธิ์ตามที่บอกมาแน่นอน ส่วนคนที่ 2 สาวเซ็กซี่ที่บอกว่ารู้จักบอสที่นี่ เมื่อคืนกินเหล้ากับกูอยู่ มึงก็รู้ว่ากูไปไหนมา ฉะนั้นกูไม่ชอบคนตอแหลครับ” รองประธานหนุ่มมองหน้าเลขาให้เหตุผลด้วยสีหน้าจริงจัง
“แต่คนที่ 3 ไม่มีประสบการณ์ ไม่เคยทำงานเลยนะครับบอส แต่ที่ไม่เข้าใจมากคือทำไมต้องถามว่าบ้านไหนเลี้ยงควายแล้วรับคนนั้นนี่แหละ”
“เฮ้อ...ชาติ มึงฟังกูนะครับรุ่นพี่ กูแค่พูดประชดมึงครับ งานผู้ช่วยเลขาคืองานผู้ช่วยของมึง ที่มึงควรพิจารณาว่าใครเหมาะสมต้องการคนแบบไหนมาช่วยแบ่งเบาตัวเอง แล้วค่อยยื่นเสนอกูครับ” คำตอบของชายหนุ่มทำเอาคนจริงจังกับคำสั่งอ้าปากค้าง
“อ้าว?!”
“กูถึงบอกว่าให้มึงสัมภาษณ์ไง กูจะรู้เหรอว่ามึงอยากได้คนแบบไหนมาเป็นผู้ช่วย แล้ว 2 คนนั้นกูให้เหตุผลไปแล้ว กูก็รับคนที่ 3 จบมั้ยครับ” ชายหนุ่มสวนขึ้นพลางมองหน้าเลขานิ่ง ๆ
“แต่เธอไม่เคยทำงานนะครับ”
“แต่เขาก็เรียนพื้นฐานมาแล้วนี่ ได้ภาษาฝรั่งเศสมาด้วย อย่างน้อยก็ช่วยรับโทรศัพท์ให้มึงได้ตอนไม่อยู่โต๊ะ แล้วคนไม่มีประสบการณ์เราสอนอะไรไปเขาก็จำ มึงอยากให้เขาทำอะไรได้มึงก็สอน ดีกว่าเอาพวกประสบการณ์เยอะ ๆ มานั่งเถียงให้เสียเวลาชีวิตไง แล้วอีกอย่างมึงจะเสียเงินจ้างพวกคนมีประสบการณ์แพง ๆ ทำไมในเมื่อมึงก็สามารถให้ประสบการณ์คนที่เขาอยากมีได้ จ่ายแค่เริ่มต้นฝึกงานผ่านก็ค่อยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เขาก็ภูมิใจอยู่กับมึงได้นานไม่ต้องสอนคนใหม่ซ้ำ ๆ เก็บเวลาไปทำอย่างอื่นครับ”
“สุดยอดความคิดเลยครับบอส ลึกซึ้งมากครับ ภาษาไทยบอสดีขึ้นเยอะเลยพัฒนาต่อไปนะครับ” เลขายกนิ้วให้พร้อมกับเอ่ยชมรองประธานหนุ่มยิ้ม ๆ ทำงานด้วยกันมาร่วมปี ช่วงนี้เขามีหางเสียงมากขึ้น
“มันต้องมีการพัฒนาสิวะ มึงไม่เข้าใจกูหรอก ว่าการโดนบังคับเรียนอ่านเขียนภาษาบ้านเกิดตอนอายุ 30 อายเด็กแค่ไหน ไอ้สัตว์” ชายหนุ่มว่าพลางลุกขึ้นยืนอีกรอบ
“แล้วบอสจะไปไหนครับ?” สุรชาติรีบร้องตามเมื่อขายาวทำท่าจะก้าวออกจากห้อง
“เฮ้อ...คุณสุรชาติครับ รบกวนดูตารางงานกูด้วยเถอะครับ คืนนี้กูต้องบินไปดูงานแทนคุณพ่อกับเลขาท่านที่จีน 2 อาทิตย์ นี่แหละอีกเหตุผลที่มึงต้องมีผู้ช่วยด่วน” ชายหนุ่มหันมาพูดพลางถอนหายใจ
“แต่งานที่จีนกำหนด 2 วันนะครับบอส ไม่ใช่... 2 อาทิตย์” เลขารีบแย้งขึ้นพลางกลืนน้ำลายลงคอฝืด ๆ *กูว่ากูแจ้งเดย์นะ หรือกูเขียนเป็นวีคไปวะ...*
“ผมต้องการไป 2 อาทิตย์ อีก 3 วันอาโรมน่าจะกลับมา มีอะไรก็รออาโรม” ชายหนุ่มว่าพลางถอนหายใจมองข้อความที่เข้ามาในมือถือก่อนจะเดินออกจากห้องลงลิฟต์ไปทันที ส่วนคนรับคำสั่งรีบเดินออกไปที่ห้องฝ่ายบุคคลเพื่อแจ้งผลตามคำสั่งของนายและให้หัวหน้าฝ่ายบุคคลโทรแจ้งให้คนผ่านสัมภาษณ์เข้ามาเริ่มงานในวันรุ่งขึ้นได้เลย เพราะตอนนี้ผู้เป็นนายไม่อยู่จะเป็นเวลาว่างที่เขาจะสามารถสอนงานให้เธอได้เต็มที่
บ้านคุณหญิงรวิดา
รถครอบครัวคันใหญ่วิ่งเข้ามาในที่จอดรถของบ้าน หนุ่มหล่อหน้าเข้มหนวดเคราเขียวครึ้ม หลานชายคนโตของบ้าน เปิดประตูก้าวลงมาจากรถรีบเดินเข้าบ้านด้วยสีหน้ากังวล
“คุณย่าเป็นยังไงมั่งเจ” ชายหนุ่มถามน้องชายถึงคุณย่าอย่างเป็นห่วง เพราะวันนี้เป็นวันนัดตรวจสุขภาพของท่าน แต่ท่านไม่ได้ไปโรงพยาบาลกลับให้น้องชายของเขาที่เป็นหมอมาตรวจให้ที่บ้าน และยังส่งข้อความหาเขาให้กลับมาที่บ้านด้วยซึ่งไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ปกติดี แต่มีแขกว่ะ ผมกลับไปสั่งยาให้แล้วพี่ก็รีบตามไปเอายาด้วยล่ะ” คุณหมอเจเดนพูดกับพี่ชายพลางถอนหายใจเบา ๆ เบะปากมองข้างใน ซึ่งคำพูดน้องชายคนเป็นพี่มีหรือจะไม่รู้ว่าอะไรคืออะไร เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกกับภาระกิจหลักของคุณย่าตั้งแต่เขากลับมาจากอังกฤษ
“อือ...เดี๋ยวพี่ไป” พยักหน้าให้น้องชายพลางตบบ่าขอบใจเบา ๆ ก่อนจะถอนหายใจปรับสีหน้าเดินเข้าบ้าน “ผมมาแล้วครับคุณย่า” เสียงทุ้มกับสำเนียงภาษาที่คุ้นเคยดังเข้าบ้านไปก่อนตัว
“พี่จา ย่าอยู่ในห้องนั่งเล่นลูก” เสียงคุณย่าขานรับด้วยภาษาไทยเสียงหวานหู ชายหนุ่มรีบเดินเข้าไปหาแล้วนั่งลงหอมแก้มคุณย่าฟอดใหญ่แต่ไม่ได้สนใจคนที่นั่งร่วมอยู่ก่อน
“มีนัดเขาต้องไปหาหมอ ไม่ใช่ให้หมอมาหานะครับคุณย่า ถ้าคุณพ่อกับอาโรมรู้เดี๋ยวก็บ่นอีก” จาติรัชยังใช้ภาษาที่ตัวเองถนัดแกล้งดุคนแก่ด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก
“ก็วันนี้ย่ามีแขกนี่คะลูก พี่จานี่คุณวิชาคุณตาของน้องริชชี่ค่ะลูก” คุณย่าตอบพลางแนะนำให้ชายหนุ่มรู้จักแขกของท่าน
“สวัสดีครับ” ภาษาไทยห้วน ๆ กับมือแข็ง ๆ ยกไหว้ส่ง ๆ จนแขกหน้าเจื่อน
“วันนี้น้องริชชี่บอกว่าจะไปสัมภาษณ์งานเป็นยังไงบ้างคะ โอเคมั้ย” คุณย่าถามยิ้ม ๆ
“ไม่รู้สิ ผมไม่ได้สัมภาษณ์เอง สุรชาติรายงานว่ามีคนรู้จักอาโรม ที่บ้านให้มาสัมภาษณ์เป็นพิธีเฉย ๆ แต่จริง ๆ จะให้มาใกล้ชิดกับผม คนนี้คุณย่าจะจับคู่ผมอีกแล้วหรือครับ” ชายหนุ่มตอบพลางถามในประโยคเดียวกันด้วยภาษาอังกฤษที่มั่นใจว่าแขกจะเข้าใจด้วย เพราะถ้าภาษาไทยเขาอาจจะห้วนจนคุณย่าเสียหน้ากว่านี้ ทำเอาคุณหญิงรวิดาหน้าเจื่อนมองแขกอย่างเกรงใจ
“ไม่ใช่จับคู่ค่ะลูก ย่าเห็นว่าน้องริชชี่จบนอกมาน่าจะช่วยงานพี่จาได้ แล้วน้องก็น่ารักมาก ๆ ด้วย ย่าเลยอยากให้ทำความรู้จักกันไว้ค่ะ ปีนี้พี่จาก็ 32 แล้วนะไม่คิดจะให้ย่าอุ้มหลานเลยหรือไง” คุณย่ายกแม่น้ำทั้ง 5 พูดกับหลานชายถึงสิ่งที่ตัวเองทำ
“32 แล้วยังไง คุณย่ารู้หรือเปล่าว่าการทำแบบนี้ ทำให้ผมดูแย่แค่ไหน แล้วคนอื่น ๆ ที่เขาดั้นด้นมาไกล ๆ เสียทั้งเวลาทั้งค่ารถมาจะรู้สึกยังไง ที่มาได้ยินว่าที่นี่ล็อกคนไว้เรียบร้อยเป็นคนที่ผู้ใหญ่เลือกแล้ว ให้ผมโดนคนมาสัมภาษณ์คนอื่นด่าว่าเรียกมาเอาปริมาณเสียเวลาเขาไปหางานที่อื่น เสียค่าใช้จ่ายโดยไม่เกิดประโยชน์เหมือนผมไปซ้ำเติมคนว่างงานเรียกเขามาเยาะเย้ยแบบนั้นหรือครับ ตกลงว่าอยากให้ผมกลับมาทำงานหรือให้กลับมาขยายพันธุ์ครับ” ชายหนุ่มร่ายยาวไม่ได้สนใจสีหน้าของคุณย่าและแขกแม้แต่น้อย
“จาลูก เกรงใจคุณวิชาหน่อยสิคะ...
เปิดมาคุณพี่ก็ฉะกับคุณย่าเลยเป็นไง บอกแล้วว่าอย่าให้อาโรมเลี้ยง
พี่จากัวร์ หลานชายอาโรม เรื่อง My sister วุ่นรักน้องสนิท นะคะ เสต็ปปากก็อปกันมาสมคนส่งเสียเลยจ้า...
5 ปีต่อมาภาพชินตาหลังเลิกเรียนของโรงทอไทยวรวัฒน์ กับความน่ารักของ 3 แสบพี่น้องที่คุณลุง คุณน้าและคุณพ่อ (ก็คนเดียวกันนั่นแหละแต่หลายตำแหน่ง) ไปรับลูกและหลานกลับมาจากโรงเรียน และเดินชักแถวกันเข้าลิฟต์เพื่อขึ้นไปหาคุณแม่ คุณน้าและคุณอา (ก็คนเดียวกันอีกนั่นแหละ) บนชั้น 5 ของออฟฟิศประธานหนุ่มรับหน้าที่ไปรับไปส่งลูกหลานด้วยตัวเองอย่างไม่มีขาดตกบกพร่องและพามาที่ออฟฟิศทุกวัน จนตอนนี้ดูไม่ออกว่าลูกหลานติดเขาหรือเขากันแน่ที่ติดลูกหลาน เพราะไปไหนก็จะพาไปด้วยตลอด ซึ่งเด็ก ๆ ชอบมากโดยเฉพาะกิจกรรมวันหยุดที่คุณลุง คุณอาและคุณพ่อจะพาออกต่างจังหวัดกันตั้งแต่เด็ก ๆ เรียกได้ว่าพ่อแม่จริง ๆ แทบจะไม่ได้แตะลูก ๆ เลยทีเดียว“คุณพ่อขา เราคุยกันแล้วว่าเราจะมีเบบี๋ค่ะ เพื่อนน้องแพรมีเบบี๋ด้วย” สาวน้อยวัยอนุบาลจับแขนคุณพ่อเขย่าอ้อนขออย่างน่ารัก ส่วนพี่ ๆ ก็มองหน้าคุณลุงคุณอาตาปริบ ๆ“ใช่ครับอาจา เพื่อนมังกรแม่เขาก็มีเบบี๋กัน” น้องมังกรลูกชายของสารวัตรหมอกยืนยันอีกเสียง“หม่ามี้ทิมก็กำลังจะมีเบบี๋ให้ทิมล่ะ ตอนนี้ป๊าบอกว่าต้องเรียกทิมว่าพี่ทิมน
หลายเดือนต่อมาบ้านคุณหญิงวริดา“หืม?... ทำอะไรกินน่ะน้าทอง” ชายหนุ่มเดินเข้ามาในบ้านแล้วหันไปทักแม่บ้านที่เดินผ่านมาพอดี กับกลิ่นฉุนของอาหารมื้อเย็นที่โชยออกมาแตะจมูกชนิดที่ได้กลิ่นแล้วหัวหมุนทันที“คุณหญิงกับคุณมัดหมี่กำลังทำไข่เจียวใส่ชะอมค่ะ คุณมัดหมี่เธอบอกว่าอยากกินน้าเห็นว่ายอดข้างรั้วหลังบ้านกำลังงามเลยเก็บมาให้” น้าทองตอบยิ้ม ๆ“โห กลิ่นอย่างโหด” ปากว่าขาก้าวไปทางครัวเมื่อบอกว่าคุณย่าและภรรยาอยู่ข้างใน“คุณย่าครับ จามาและ...อุ อุ แหวะ” คนจะทักคุณย่าว่าไม่จบก็ต้องรีบปิดปากวิ่งเข้าห้องน้ำชั้นล่างอย่างเร็ว“เป็นอะไรคะอ้าย” ภรรยาสุดที่รักรีบเข้ามาทักถามทันทีกับอาการของสามีที่เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน“หมี่ทำอะไรกินน่ะ”“ไข่เจียวใส่ชะอมค่ะ หมี่อยากกิน พอดีน้าทองเห็นหลังบ้านยอดมันสวยเลยเก็บมาให้” ว่าพลางยื่นน้ำเย็นให้สามีกลั้วปาก “เป็นอะไรคะ”“ไม่รู้สิ อ้ายน่าจะเมากลิ่นชะอม งั้นอ้ายขึ้นห้องไปอาบน้ำก่อนนะค
หลังจากแต่งงาน 1 เดือนครืด...ครืด...มือถือเครื่องบางของประธานหนุ่มสั่นระรัวในกระเป๋ากางเกง ทำให้ชายหนุ่มจำต้องหยุดรถแล้วล้วงกระเป๋าดึงออกมาดูสายเรียกเข้าก่อนจะถอนหายใจกดรับสาย“ว่าไงชาติ”‘บอสอยู่ไหนครับ มีเอกสารด่วนต้องเซ็นครับ’ สุรชาติถามขึ้นพลางขมวดคิ้วกับเสียงเครื่องยนต์ดังสนั่น“เอาไปให้อาโรมเซ็นสิวะกูรีบอยู่” ชายหนุ่มตะโกนแข่งกับเสียง‘ดอกเตอร์ไปอเมริกากับคุณมาร์คครับ’“ให้หมี่เซ็นไปเลย”‘หมี่เซ็นไม่ได้ครับเอกสารจากแอฟริกากลางนะครับบอส แล้ววันนี้น้องหมี่ก็พาคุณย่าไปหาหมอตามนัดด้วยครับ’ สุรชาติถอนหายใจกับงานด่วนที่หาคนเซ็นไม่ได้ *กูปวดหัวกับบ้านนี้จริง ๆ แต่งงานแล้วคิดว่าจะสบายขึ้นหนักกว่าเดิมอีกกู...*“งั้นมึงเอาเอกสารมาให้กูเซ็นที่บ้านพ่อตากูเนี่ย ตอนนี้กูยังไม่ว่างกลับ” คนงานเยอะว่าพลางเริ่มเข้าเกียร์เดินหน้ารถอีกครั้ง‘อีกกี่วันกลับครับบอส’“ไม่รู้กูยังไม่ชำนาญรถเกี่ยวเลยเนี่ย มึงเอาเ
ในวันแต่งงานช่วงเช้าเป็นการตักบาตรเลี้ยงพระ และผูกแขนที่บ้านของฝ่ายหญิงตามประเพณีอีสานที่พ่อใหญ่อัฐเสนอเป็นแม่งานและเห็นพ้องต้องกันกับกำนันเมฆ ซึ่งผู้ร่วมงานช่วงเช้าก็คือเครือญาติของทั้ง 2 ส่วนงานเลี้ยงช่วงเย็นที่เป็นการฉลองสมรสของคนทั้งคู่และย้ายกันมาจัดที่โรงทองานแต่งสุดอลังการที่จัดขึ้นที่ลานกว้างของบริษัทโรงทอไทยวรวัฒน์ แขกผู้เข้ามาร่วมงานต่างก็ตะลึงกับการจัดสร้างที่อลังการนี้เพราะแทนที่จะจัดงานที่โรงแรมหรู แต่ทางเจ้าบ่าวกลับเนรมิตลานกว้างด้านข้างของบริษัทเป็นโดมสีขาวขนาดใหญ่จุผู้คนได้หลายพันคน และติดแอร์รอบทิศจนเย็นฉ่ำ ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวกลิ่นหอมอบอวลทั่วงาน เจ้าสาวที่พนักงานโรงทอต่างอยากรู้ว่าคือใครถูกนำภาพถ่ายพรีเว็ดดิ้งมาตั้งที่หน้างาน และตามจุดต่าง ๆ ซึ่งพนักงานของโรงทอต่างก็อึ้งไปตาม ๆ กันกับใบหน้าคุ้นตาของเจ้าสาว“มัดหมี่นี่” พี่อ้อมทักขึ้นอย่างตื่นเต้นพร้อมกับมองหน้าณปรางเป็นคำถาม ซึ่งณปรางถือว่าสนิทกับมัดหมี่มากคนหนึ่ง เพราะเป็นรุ่นน้องเรียนปริญญาโทด้วยกันและกลับบ้านด้วยกันบ่อยที่สุด“ปรางไม่รู้ค่ะ นั่นไงคุณชาติเลย
ก่อนวันงาน 3 วัน“ป้าด...บ้านใหญ่มากเลยพ่อกำนัน ใช่หลังที่ถ่ายรูปมั้ยนี่” พ่อใหญ่ก้านกับเมียลงจากรถของพ่อกำนันอุทานเสียงดังอย่างตื่นเต้น วันนี้พวกท่านเดินทางมาเตรียมตัวก่อนวันงาน และคุยกันว่าจะนอนที่บ้านของลูกสาวที่จะใช้จัดพิธีตอนเช้าแบบภาคอีสานตามคำแนะนำของพี่ชายคุณย่าเจ้าบ่าวที่ท่านก็เป็นเขยอีสานเหมือนกัน“อือ...หลังนี้ของเจ้าหมี่กับผัวเขา ส่วนหลังถัดไปนั่นของเจ้าหมอก” พ่อกำนันชี้ไปที่บ้านอีกหลังที่รั้วติดกัน“อ่อ เรือนหอใช่มั้ยนี่” พ่อใหญ่ก้านถามขึ้นพลางมองชายหนุ่มที่เดินออกมาจากบ้านพร้อมกับยกมือไหว้มาแต่ไกล“สวัสดีครับ”“สวัสดีลูก นี่หรือเรือนหอ” พ่อใหญ่ก้านถามขึ้นเพราะชายหนุ่มโทรไปหาพ่อตาบอกว่าคุณย่าให้มาดูเรือนหอก่อนวันงานเผื่อขาดเหลืออะไรจะได้จัดเตรียมทัน“ไม่หรอกครับ หลังนี้พ่อใหญ่ผมบอกว่าเป็นบ้านฝ่ายหญิงก็จะผูกแขนกับพิธีเช้าที่นี่ครับเป็นภายในแค่ญาติ ๆ เรือนหอเป็นบ้านผมครับ” ชายหนุ่มพูดยิ้ม ๆ มองหน้าแฟนสาวที่มุ่ยหน้ามาให้ เธอบอกว่าอยากเอาบ้านหลังนี้เป็นเรื
ก่อนเที่ยงของวันรุ่งขึ้น รถครอบครัวคันหรูขับนำรถตู้สีขาวคันใหญ่ 2 คันทะเบียนกรุงเทพ เข้ามาในหมู่บ้านไพรศรีสุก แล้วมาหยุดที่หน้าบ้านทรงไทยยกสูงหลังใหญ่ที่ป้ายหน้าบ้านเขียนว่า ที่ว่าการกำนัน หนุ่มหล่อร่างสูงโปร่งเปิดประตูลงจากรถพร้อมกับยิ้มให้ลูกน้องของพ่อตาที่ขับมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดพอดี“อ้ายจาสวัสดีครับ” เด็กหนุ่มทักทายยกมือไหว้อย่างสนิทสนม “โห...เปลี่ยนรถใหม่หรืออ้ายคันนี้แพงกว่า 4 ประตูคันเดิมอีกนะ”“รถที่บ้าน พ่อแม่ล่ะ” ชายหนุ่มตอบยิ้ม ๆ พร้อมกับถามหาพ่อตาแม่ยาย“พ่อกำนันกำลังมาครับ แม่ใหญ่น่าจะอยู่ในบ้าน”“อือ...” ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วเดินไปเปิดประตูให้คุณย่ายิ้ม ๆ ส่วนมัดหมี่รีบเดินไปเปิดประตูรถอีกคันเชื้อเชิญพ่อแม่ของแฟนลงจากรถ “ถึงแล้วครับคุณย่า”“มาถึงเร็วจังเลยลูก พ่อกำลังกลับจากงานบวชคนในหมู่บ้าน โทษทีแม่ไม่ได้ยินเสียงรถ” แม่ศรีไพรรีบเดินออกมาต้อนรับอย่างยิ้มแย้ม พร้อมกับหันไปมองหน้าผู้มาเยือนที่ลูกเขยโทรมาบอกก่อนหน้าว่าจะพาครอบครัวมาในวันนี้ *ว่าแล้ว