LOGIN..ถิงถิง..เด็กสาวชาวไทยที่ในวันแรกที่เธอลืมตาดูโลก เธอต้องเผชิญกับชะตากรรมของการถูกทอดทิ้ง แม่ของเธอแต่งงานใหม่กับมหาเศรษฐีชาวจีน และพ่อของเธอเสียชีวิต ต่อมาเมื่อเธออายุได้สองขวบ เธอตามคุณยายเดินทางไปประเทศจีนและเข้าไปอยู่ในตระกูลเจียง เธอคิดว่าที่นี่จะเป็นที่ที่ทำให้ชีวิตของเธอมีความสงบสุข แต่เธอคาดไม่ถึงว่าที่นี่จะผลักเธอให้จมดิ่งลงไปในหุบเหว ..เธอ..เกลียดตระกูลเจียง จนถึงขั้นทำทุกอย่างได้เพื่อลากทุกคนในตระกูลเจียงลงนรก .. โชคชะตายังคงทำให้ชีวิตของเธอปั่นป่วนไม่หยุดเมื่อแม่ที่ทอดทิ้งเธอไป มารับเธอไปอยู่ด้วยในคฤหาสน์หลังงามตระกูลเฟย ท่ามกลางความเกลียดชังของพ่อเลี้ยงและน้องสาวต่างพ่อของเธอ... ..เขา..เด็กชายที่คอยปกป้องเธอ..สนับสนุนเธอ..ผู้เป็นดั่งดวงอาทิตย์ที่ให้ความอบอุ่นในหัวใจกับเธอ...เป็นดั่งดวงดาวที่คอยจุดประกายให้เธอมีกำลังใจ..สุดปลายสายรุ้งของชีวิตถิงถิงจะเป็นเช่นไร ติดตามหาคำตอบได้เลยค่ะ
View Moreครืด! ครืด! เสียงโทรศัพท์ในมือของอัยลดาสั่นเตือนขณะที่เธอกำลังถ่ายรูปอยู่กับเพื่อนในวันรับปริญญา เมื่อรู้ว่าเป็นเบอร์พ่อเธอจึงรีบขอตัว “เราขอตัวไปรับโทรศัพท์แป๊บนึงนะทุกคน” เพื่อน ๆ พยักหน้าให้ อัยลดาจึงรีบวิ่งออกไป
อัยลดากดรับสาย “ค่ะพ่อ”
‘อัยเสร็จยังลูก รีบกลับบ้านตอนนี้เลยได้ไหม’ เสียงปลายสายเอ่ยออกด้วยความร้อนใจ
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” ฟังจากน้ำเสียงของพ่ออัยลดาก็ตกใจเช่นกัน
“กลับมาก่อนเถอะเดี๋ยวพ่อเล่าให้ฟัง”
“ค่ะ ๆ” อัยลดากดวางสายแล้วจึงเดินเข้าไปหาเพื่อนสนิทอีกสองคน แล้วเอ่ย “พลอย แก้ม เราขอตัวกลับบ้านก่อนนะ”
“อ้าว ทำไมล่ะอัย” พลอยถามด้วยความสงสัย
“สงสัยที่บ้านมีเรื่องด่วนน่ะ พ่อโทร. มาบอกให้รีบกลับบ้าน” อัยลดารู้สึกเป็นกังวลเพราะเสียงของพ่อฟังดูสั่น ๆ ชอบกล
“เออ ๆ ถ้าอย่างนั้นก็กลับไปก่อนเถอะ อย่าลืมเรื่องนัดสัมภาษณ์งานนะ” กัลยากรย้ำกับเพื่อนอีกครั้ง เพราะพวกเธอเรียนจบปริญญาตรีมาสี่ห้าเดือนแล้ว แต่เธอกับอัยลดายังหางานไม่ได้เลย ส่วนพลอยไพลินนั้นเข้าทำงานในบริษัทของครอบครัวไปแล้ว
“อืม ไม่ลืมหรอก”
อัยลดาเก็บข้าวของ ตุ๊กตา และช่อดอกไม้ที่ทุกคนนำมามามอบให้เมื่อเช้านี้แล้วรีบขึ้นแท็กซี่กลับบ้านทันที อัยลดานั่งรถประมาณสามสิบนาทีจึงมาถึงบ้าน เธอรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่หน้าบ้านมีชายฉกรรจ์ใบหน้าดุดันยืนอยู่ด้วยสามคน
ร่างบอบบางในชุดครุยก้าวขาออกมาจากรถแท็กซี่ มือข้างหนึ่งถือตุ๊กตาตัวใหญ่ มืออีกข้างหอบดอกไม้หลายช่อลงมาด้วย
“นั่นไงคนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดกลับมาแล้ว” กุสุมาหรือแม่เลี้ยงของเธอเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจเมื่อเห็นอัยลดาเดินเข้ามา
อัยลดามีสีหน้างุนงงเดินเข้าไปหาพ่อ “มีอะไรกันเหรอคะพ่อ” ชายแปลกหน้ารูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่งมองมาที่เธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า แววตาบ่งบอกว่ามีความพึงพอใจแฝงอยู่
“เอาของเข้าไปเก็บก่อนเถอะ” จารึกบอกลูกสาว
ให้หลังอัยลดา คนที่เป็นหัวหน้าจึงพูดออก “นั่นคือลูกสาวของคุณที่ระบุไว้ในสัญญาใช่ไหมครับ”
“ครับ” จารึกตอบอย่างนอบน้อม
“เธอรู้เรื่องนี้ไหม”
“วันนี้ผมจะคุยกับลูกเองครับ”
“ถ้าอย่างนั้นผมจะลองกลับไปเจรจากับเสี่ยอีกครั้ง หากเสี่ยยอมตกลงไม่เกินสิบวันคงให้คนมารับ” เพราะลูกหนี้เจ้านี้ยืดเยื้อมานานมากแล้ว
“ขอบคุณมากครับ”
“แต่คุณก็ต้องเผื่อใจไว้บ้าง เพราะเสี่ยไม่เคยเอาลูกหนี้มาทำเมีย” ส่วนมากถ้าเอาบ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันก็จะยึดบ้านทันที แต่สำหรับเคสนี้ในสัญญาระบุไว้สองอย่างคือบุตรสาวคนโตและบ้านหลังนี้ ซึ่งต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
กุสุมาทำหน้าเศร้าและพูดอ้อนวอน “คุณยศก็ช่วยพูดกับเสี่ยให้หน่อยสิคะ พวกเราลำบากแค่ไหนคุณก็เห็นแล้ว หากเสี่ยยึดบ้านเราไป พวกเราจะไปอยู่ที่ไหนคะ ลูกฉันอีกสองคนก็กำลังเรียนอยู่แท้ ๆ”
“นั่นก็เป็นเรื่องของพวกคุณครับ ไม่ได้เกี่ยวกับผม ผมแค่ทำตามคำสั่งนายเท่านั้น หมดหน้าที่ผมแล้วผมต้องขอตัวกลับก่อนครับ”
คนทวงหนี้กลับไปแล้ว อัยลดาก็เปลี่ยนชุดเสร็จพอดี มีเพียงผมที่มวยไว้เท่านั้นที่เธอยังไม่จัดการ เพราะหากเธออาบน้ำก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร
แม่เลี้ยงกับพ่อเดินเข้ามา อัยลดานั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกแล้ว จารึกจึงเริ่มพูดเรื่องสำคัญทันที “อัย”
“คะ”
จารึกถอนหายใจยาวเหยียดคล้ายหนักใจหนักหนา “บ้านของเรากำลังจะถูกยึด”
อัยลดาตกใจจนหน้าเผือดสี “พ่อเอาบ้านไปเข้าธนาคารตั้งแต่เมื่อไรคะ”
“ไม่ใช่กับธนาคารหรอก พ่อเอาไปกู้เงินกับเสี่ยศิลามาน่ะ” เป็นเสี่ยที่เพื่อนขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างด้วยกันแนะนำมาเมื่อหลายปีก่อน
“เท่าไรคะ อีกไม่กี่วันอัยก็จะไปสัมภาษณ์งานแล้ว พ่อบอกให้เขารออีกสักเดือนสองเดือนได้ไหมคะ อัยจะรีบหาเงินไปผ่อนเขาให้ได้ค่ะ”
“ไม่ทันแล้วอัย พ่อเลื่อนนัดเขามาปีกว่าแล้ว”
“แสดงว่าเสี่ยใจดีมากนะคะ” เขาให้เลื่อนมาได้อย่างไรตั้งปีกว่า หากเป็นคนอื่นคงโดนยิงทิ้งไปแล้วกระมัง
“ใช่ สมควรแล้วที่เสี่ยให้คนมายึดบ้านเรา”
“พ่อเป็นหนี้เขาเท่าไรคะ”
“ล้านห้า” เริ่มแรกเขาเป็นหนี้แค่สองแสน ผ่านไปห้าปีเขามีหนี้เป็นล้านเพราะไปกู้เพิ่มเรื่อย ๆ จนหาเงินส่งหนี้ไม่ไหว กระทั่งตอนนี้ทั้งต้นทั้งดอกรวมแล้วก็หนึ่งล้านห้าแสนบาทพอดี
“ล้านห้า” อัยลดาร้องออกมาเสียงสูง “แล้วพ่อจะให้อัยช่วยยังไงคะ”
“อัย… พ่อ…” จารึกมีท่าทางลำบากใจ
“ฉันคิดถึงเธอมาก”เจียงอวี่เซิงสะดุ้งตื่นกลางดึกเมื่อได้ยินเสียงของถิงถิง เขารู้สึกมึน ๆ งง ๆ เล็กน้อย รอให้ดวงตาเริ่มชินกับความมืดของห้องแล้วจึงเอื้อมมือไปกดเปิดโคมไฟ เขาใช้เวลาเพียงเล็กน้อยก็เข้าใจได้ว่าถิงถิงนอนละเมออย่างไรก็ตามมันแปลกจริง ๆ ทั้งที่เขาและถิงถิงแต่งงานกันแล้ว แต่ถิงถิงยังคงนอนละเมอแบบนี้ มันอาจจะสามารถอธิบายได้ทางวิทยาศาสตร์ว่า ถิงถิงได้บันทึกและเก็บรักษาอารมณ์และความรู้สึกในตอนนั้นไว้ในหน่วยความจำส่วนลึกในสมองของเธอ ความคิดถึงที่ฝังแน่นและทำให้ถิงถิงสะเทือนใจเป็นพิเศษเจียงอวี่เซิงถอนหายใจอย่างโล่งอกและเผยรอยยิ้มออกมาเมื่อสี่ปีก่อนหลังจากที่เขาและถิงถิงพูดคุยทางโทรศัพท์ในวันนั้น เขาซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อกลับไปพบกับถิงถิง ภาพความทรงจำยังคงชัดเจนเสมอหลังจากลงเครื่องที่สนามบินแล้ว เขานั่งแท็กซี่ตรงไปยังบ้านตระกูลเฟยทันที ถิงถิงร้องไห้อย่างหนักเมื่อพบเขาและพูดซ้ำ ๆ ว่า “ฉันคิดถึงเธอมาก คิดถึงเธอมากที่สุด ฉัน..ฉันได้ทุนการศึกษาไปต่างประเทศ ฉันสอบได้...ได้ทุนการศึกษา...ฉันจะได้ไปหาเธอแล้ว...ฮือ ฮือ” ถิงถิงโชว์หน้าเว็บไซด์ประกาศผลสอบชิงทุนการศึกษาให้เจียง
“ถิงถิงสบายดีไหม?” เจียงอวี่เซิงแทบจะรอไม่ไหวที่จะถามถึงถิงถิง พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าเขาคิดถึงถิงถิงมากแค่ไหนในช่วงหนึ่งปีหกเดือนที่ผ่านมา เขาต้องต่อสู้กับใจตัวเองที่จะไม่ให้ส่งข้อความและโทรหาถิงถิงเพื่อฝึกให้ตัวเองค่อย ๆ ชินกับชีวิตที่ไม่มีถิงถิง “ไม่ดีเลย... แต่นายจะยืนคุยกับฉันตรงนี้เหรอ?” เฟยหลิงเหอมองไปรอบ ๆ ผู้คนเดินไปมาพลุกพล่าน “อ่อ..ขอโทษที ฉันลืมไป งั้นไปที่บ้านฉันดีกว่า” บ้านที่คุณปู่เจียงซื้อไว้ที่ลอนดอนเป็นบ้านสไตล์มิวส์ขนาดห้าห้องนอนใกล้ไฮด์ปาร์ค ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าเซาท์เคนซิงตัน เจียงอวี่เซิงอาศัยอยู่ที่นี้คนเดียว ยกเว้นในช่วงสุดสัปดาห์เจียงฮวาจะนำอาหารจีนมาให้เขา พร้อมทั้งพาแม่บ้านมาทำความสะอาด ดังนั้นตามปกติบ้านค่อยข้างจะเงียบมากทีเดียว เจียงอวี่เซิงไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะคิดเรื่องอื่นใดอีก เขาคิดถึงคำพูดของเฟยหลิงเหอที่พูดกับเขาที่สถานีรถไฟคิงส์ครอสก่อนหน้านี้ “ไม่ดีเลย” “ถิงถิงเป็นอะไร เธอไม่สบายหรือเปล่า?” เจียงอวี่เซิงถามเฟยหลิงเหอทันทีที่เปิดประตูบ้าน เขาผายมือเชิญเฟยหลิงเหอเข้าบ้าน “นั่งก่อน
เรื่องการเรียนและการทำงานในสหภาพนักศึกษาของมหาวิทยาลัยของถิงถิงว่ายุ่งแล้ว การเรียนรู้งานในต้าเฟยกรุ๊ปของเฟยหลิงเหอยิ่งยุ่งมากกว่า เฟยหมิงให้คำชี้แนะเฟยหลิงเหอด้วยตัวเอง และยังพาเฟยหลิงเหอไปร่วมงานเลี้ยงทางธุรกิจด้วยทุกงาน รวมถึงการเดินทางไปดูงานและตกลงการค้ากับลูกค้าในต่างประเทศ ทั้งคู่ไปต่างประเทศบ่อยมาก และทุกครั้งคนที่บ้านก็ไม่เคยต้องไปส่งพวกเขาที่สนามบินเลย ในความเป็นจริง ไม่นานหลังจากเจียงอวี่เซิงจากไป และเฟยหลิงเหอสอบโครงการจบเสร็จสิ้นไปแล้วและไม่ได้มามหาวิทยาลัยอีกในช่วงนี้ นักศึกษาในมหาวิทยาลัยที่มีสายตาที่เฉียบแหลมก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าความสัมพันธ์ของ ถิงถิงกับเจียงอวี่เซิงไม่ใช่ของจริงเพราะมันเต็มไปด้วยความสภาพและห่างเหิน และความสัมพันธ์ของถิงถิงกับเฟยหลิงเหอก็ไม่ใช่ของจริงเพราะถึงแม้พวกเขาจะอยู่บ้านเดียวกันแต่ทั้งคู่ก็ยังดูมีระยะห่างอยู่ ต่างจากคู่ที่เป็นแฟนกันอย่างแท้จริงอย่างจ้าวเซียวและแฟนของเธอ ซึ่งหวานหยดและใกล้ชิดกันตลอด อย่างไรก็ตามไม่มีนักศึกษาชายคนใดเข้ามาจีบถิงถิงเลย ไม่ใช่เพราะถิงถิงไม่สวย แต่เป็นเพราะถิงถิงไม่ชอบเข้าสังคม แต่ละวันในมหาวิทยาลัย
เวลาผ่านไปรวดเร็วมาก เฟยหลิงเหอกำลังเตรียมตัวสอบโครงการจบการศึกษา ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งประธานสหภาพนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีงานยุ่งมากอยู่ตลอดเวลา อนาคตของเฟยหลิงเหอเป็นอะไรที่ชัดเจนมาก เฟยหมิงเตรียมการไว้ให้เขาทั้งหมดแล้วในต้าเฟยกรุ๊ป และโดยพื้นฐานเฟยหลิงเหอก็เป็นคนเก่งรอบด้านและมีความรับผิดชอบสูงมาตั้งแต่เด็ก ถิงถิงเป็นนักศึกษาปีสามแล้ว เธอเป็นผู้ใหญ่ขึ้น และยุ่งอยู่กับการทำการบ้าน อ่านหนังสือและงานในสหภาพนักศึกษา จนวัน ๆ หนึ่ง เธอพูดเพียงไม่กี่คำแม้แต่กับเฟยหลิงเหอ และทุกคืนก่อนนอนเธอจะเปิดวีแชทโมเมนต์ดูว่ามีอัพเดทใหม่อะไรจากเจียงอวี่เซิงหรือไม่...เมื่อปีที่แล้วเธอสังเกตเห็นว่าเจียงอวี่เซิงปลี่ยนชื่อวีแชทเป็นเอสเอฟที เฟยหลิงเหอรู้สึกว่าถิงถิงกำลังตั้งใจทำอะไรบางอย่าง เขาเป็นห่วงถิงถิงมากแต่เขาไม่ได้พูดออกมา เขาเพียงรอให้เธอมาบอกเขาเองเมื่อเธอพร้อมที่จะบอก คนทั้งครอบครัวพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อทำให้ถิงถิงมีชีวิตชีวามากขึ้น แต่ถิงถิงยังคงพูดน้อย ถึงแม้ว่าถิงถิงจะเรียนรู้ที่จะยิ้มแย้มแจ่มใสทุกครั้งที่พบเห็น
ถิงถิงยังคงจดจำวันนั้นได้ วันที่เจียงอวี่เซิงมาไหว้คุณยายของเธอที่สุสาน แม้วันเวลาจะผ่านไปหนึ่งปีครึ่งแล้ว แต่ภาพนั้นยังคงชัดเจนในความทรงจำของเธอ ไม่รู้นานเท่าใดแล้วที่ถิงถิงยืนอยู่หน้าสุสานของคุณยายมา พื้นที่รอบ ๆ บริเวณว่างเปล่าและเงียบมากจนดูเหมือนว่าเข็มที่ตกลงพื้นก็จะสา
ถิงถิงสามารถไปทำงานที่สหภาพนักศึกษาได้เฉพาะเมื่อเธอมีเวลาว่างจากชั้นเรียนเท่านั้น เธอได้รับมอบหมายให้ทำงานในแผนกวางแผน ส่วนจ้าวเซียวได้ขอเข้าไปทำงานในแผนกกิจกรรมตามแฟนของเธออย่างมีความสุข จ้าวเซียวคงลืมไปว่าถิงถิงต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวในแผนกวางแผน เมื่อคนเรามีความรักพฤติกรรมย่อมเปลี่ยนไ
งานของสหภาพนักศึกษาของมหาวิทยาลัยค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้น ทำให้ถิงถิงยุ่งมากจนไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น ๆ ต่าง ๆ นานา และแน่นอนว่าเฟยหลิงเหอซึ่งเป็นประธานของสหภาพนักศึกษาก็มีงานยุ่งมาก ทั้งคู่จึงไม่มีเวลาแม้แต่จะออกไปทานข้าวด้วยซ้ำ แต่อย่างไรก็ตามถิงถิงได้รับการดูแลอย่างดีจากนักศึกษาคนอื่น ๆ ที่ทำ
เฟ่ยหลินตกตะลึง หลังจากอึ้งไปครู่หนึ่ง เธอยังคงยิ้มเมื่อเผชิญหน้ากับถิงถิงที่หน้าตาดูคล้ายเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ ความรู้สึกผิดของเธอเพิ่มมากขึ้น เมื่อนึกถึงวันที่เธอจากถิงถิงไปอย่างโหดร้าย เธอเป็นต้นเหตุให้ถิงถิงมีบุคลิกเช่นนี้ “ลูกดื่มนมแล้ว นอนหลับให้สบายนะ” “ค่ะ ค





