เข้าสู่ระบบ..ถิงถิง..เด็กสาวชาวไทยที่ในวันแรกที่เธอลืมตาดูโลก เธอต้องเผชิญกับชะตากรรมของการถูกทอดทิ้ง แม่ของเธอแต่งงานใหม่กับมหาเศรษฐีชาวจีน และพ่อของเธอเสียชีวิต ต่อมาเมื่อเธออายุได้สองขวบ เธอตามคุณยายเดินทางไปประเทศจีนและเข้าไปอยู่ในตระกูลเจียง เธอคิดว่าที่นี่จะเป็นที่ที่ทำให้ชีวิตของเธอมีความสงบสุข แต่เธอคาดไม่ถึงว่าที่นี่จะผลักเธอให้จมดิ่งลงไปในหุบเหว ..เธอ..เกลียดตระกูลเจียง จนถึงขั้นทำทุกอย่างได้เพื่อลากทุกคนในตระกูลเจียงลงนรก .. โชคชะตายังคงทำให้ชีวิตของเธอปั่นป่วนไม่หยุดเมื่อแม่ที่ทอดทิ้งเธอไป มารับเธอไปอยู่ด้วยในคฤหาสน์หลังงามตระกูลเฟย ท่ามกลางความเกลียดชังของพ่อเลี้ยงและน้องสาวต่างพ่อของเธอ... ..เขา..เด็กชายที่คอยปกป้องเธอ..สนับสนุนเธอ..ผู้เป็นดั่งดวงอาทิตย์ที่ให้ความอบอุ่นในหัวใจกับเธอ...เป็นดั่งดวงดาวที่คอยจุดประกายให้เธอมีกำลังใจ..สุดปลายสายรุ้งของชีวิตถิงถิงจะเป็นเช่นไร ติดตามหาคำตอบได้เลยค่ะ
ดูเพิ่มเติม“ฉันคิดถึงเธอมาก”เจียงอวี่เซิงสะดุ้งตื่นกลางดึกเมื่อได้ยินเสียงของถิงถิง เขารู้สึกมึน ๆ งง ๆ เล็กน้อย รอให้ดวงตาเริ่มชินกับความมืดของห้องแล้วจึงเอื้อมมือไปกดเปิดโคมไฟ เขาใช้เวลาเพียงเล็กน้อยก็เข้าใจได้ว่าถิงถิงนอนละเมออย่างไรก็ตามมันแปลกจริง ๆ ทั้งที่เขาและถิงถิงแต่งงานกันแล้ว แต่ถิงถิงยังคงนอนละเมอแบบนี้ มันอาจจะสามารถอธิบายได้ทางวิทยาศาสตร์ว่า ถิงถิงได้บันทึกและเก็บรักษาอารมณ์และความรู้สึกในตอนนั้นไว้ในหน่วยความจำส่วนลึกในสมองของเธอ ความคิดถึงที่ฝังแน่นและทำให้ถิงถิงสะเทือนใจเป็นพิเศษเจียงอวี่เซิงถอนหายใจอย่างโล่งอกและเผยรอยยิ้มออกมาเมื่อสี่ปีก่อนหลังจากที่เขาและถิงถิงพูดคุยทางโทรศัพท์ในวันนั้น เขาซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อกลับไปพบกับถิงถิง ภาพความทรงจำยังคงชัดเจนเสมอหลังจากลงเครื่องที่สนามบินแล้ว เขานั่งแท็กซี่ตรงไปยังบ้านตระกูลเฟยทันที ถิงถิงร้องไห้อย่างหนักเมื่อพบเขาและพูดซ้ำ ๆ ว่า “ฉันคิดถึงเธอมาก คิดถึงเธอมากที่สุด ฉัน..ฉันได้ทุนการศึกษาไปต่างประเทศ ฉันสอบได้...ได้ทุนการศึกษา...ฉันจะได้ไปหาเธอแล้ว...ฮือ ฮือ” ถิงถิงโชว์หน้าเว็บไซด์ประกาศผลสอบชิงทุนการศึกษาให้เจียง
“ถิงถิงสบายดีไหม?” เจียงอวี่เซิงแทบจะรอไม่ไหวที่จะถามถึงถิงถิง พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าเขาคิดถึงถิงถิงมากแค่ไหนในช่วงหนึ่งปีหกเดือนที่ผ่านมา เขาต้องต่อสู้กับใจตัวเองที่จะไม่ให้ส่งข้อความและโทรหาถิงถิงเพื่อฝึกให้ตัวเองค่อย ๆ ชินกับชีวิตที่ไม่มีถิงถิง “ไม่ดีเลย... แต่นายจะยืนคุยกับฉันตรงนี้เหรอ?” เฟยหลิงเหอมองไปรอบ ๆ ผู้คนเดินไปมาพลุกพล่าน “อ่อ..ขอโทษที ฉันลืมไป งั้นไปที่บ้านฉันดีกว่า” บ้านที่คุณปู่เจียงซื้อไว้ที่ลอนดอนเป็นบ้านสไตล์มิวส์ขนาดห้าห้องนอนใกล้ไฮด์ปาร์ค ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าเซาท์เคนซิงตัน เจียงอวี่เซิงอาศัยอยู่ที่นี้คนเดียว ยกเว้นในช่วงสุดสัปดาห์เจียงฮวาจะนำอาหารจีนมาให้เขา พร้อมทั้งพาแม่บ้านมาทำความสะอาด ดังนั้นตามปกติบ้านค่อยข้างจะเงียบมากทีเดียว เจียงอวี่เซิงไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะคิดเรื่องอื่นใดอีก เขาคิดถึงคำพูดของเฟยหลิงเหอที่พูดกับเขาที่สถานีรถไฟคิงส์ครอสก่อนหน้านี้ “ไม่ดีเลย” “ถิงถิงเป็นอะไร เธอไม่สบายหรือเปล่า?” เจียงอวี่เซิงถามเฟยหลิงเหอทันทีที่เปิดประตูบ้าน เขาผายมือเชิญเฟยหลิงเหอเข้าบ้าน “นั่งก่อน
เรื่องการเรียนและการทำงานในสหภาพนักศึกษาของมหาวิทยาลัยของถิงถิงว่ายุ่งแล้ว การเรียนรู้งานในต้าเฟยกรุ๊ปของเฟยหลิงเหอยิ่งยุ่งมากกว่า เฟยหมิงให้คำชี้แนะเฟยหลิงเหอด้วยตัวเอง และยังพาเฟยหลิงเหอไปร่วมงานเลี้ยงทางธุรกิจด้วยทุกงาน รวมถึงการเดินทางไปดูงานและตกลงการค้ากับลูกค้าในต่างประเทศ ทั้งคู่ไปต่างประเทศบ่อยมาก และทุกครั้งคนที่บ้านก็ไม่เคยต้องไปส่งพวกเขาที่สนามบินเลย ในความเป็นจริง ไม่นานหลังจากเจียงอวี่เซิงจากไป และเฟยหลิงเหอสอบโครงการจบเสร็จสิ้นไปแล้วและไม่ได้มามหาวิทยาลัยอีกในช่วงนี้ นักศึกษาในมหาวิทยาลัยที่มีสายตาที่เฉียบแหลมก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าความสัมพันธ์ของ ถิงถิงกับเจียงอวี่เซิงไม่ใช่ของจริงเพราะมันเต็มไปด้วยความสภาพและห่างเหิน และความสัมพันธ์ของถิงถิงกับเฟยหลิงเหอก็ไม่ใช่ของจริงเพราะถึงแม้พวกเขาจะอยู่บ้านเดียวกันแต่ทั้งคู่ก็ยังดูมีระยะห่างอยู่ ต่างจากคู่ที่เป็นแฟนกันอย่างแท้จริงอย่างจ้าวเซียวและแฟนของเธอ ซึ่งหวานหยดและใกล้ชิดกันตลอด อย่างไรก็ตามไม่มีนักศึกษาชายคนใดเข้ามาจีบถิงถิงเลย ไม่ใช่เพราะถิงถิงไม่สวย แต่เป็นเพราะถิงถิงไม่ชอบเข้าสังคม แต่ละวันในมหาวิทยาลัย
เวลาผ่านไปรวดเร็วมาก เฟยหลิงเหอกำลังเตรียมตัวสอบโครงการจบการศึกษา ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งประธานสหภาพนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีงานยุ่งมากอยู่ตลอดเวลา อนาคตของเฟยหลิงเหอเป็นอะไรที่ชัดเจนมาก เฟยหมิงเตรียมการไว้ให้เขาทั้งหมดแล้วในต้าเฟยกรุ๊ป และโดยพื้นฐานเฟยหลิงเหอก็เป็นคนเก่งรอบด้านและมีความรับผิดชอบสูงมาตั้งแต่เด็ก ถิงถิงเป็นนักศึกษาปีสามแล้ว เธอเป็นผู้ใหญ่ขึ้น และยุ่งอยู่กับการทำการบ้าน อ่านหนังสือและงานในสหภาพนักศึกษา จนวัน ๆ หนึ่ง เธอพูดเพียงไม่กี่คำแม้แต่กับเฟยหลิงเหอ และทุกคืนก่อนนอนเธอจะเปิดวีแชทโมเมนต์ดูว่ามีอัพเดทใหม่อะไรจากเจียงอวี่เซิงหรือไม่...เมื่อปีที่แล้วเธอสังเกตเห็นว่าเจียงอวี่เซิงปลี่ยนชื่อวีแชทเป็นเอสเอฟที เฟยหลิงเหอรู้สึกว่าถิงถิงกำลังตั้งใจทำอะไรบางอย่าง เขาเป็นห่วงถิงถิงมากแต่เขาไม่ได้พูดออกมา เขาเพียงรอให้เธอมาบอกเขาเองเมื่อเธอพร้อมที่จะบอก คนทั้งครอบครัวพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อทำให้ถิงถิงมีชีวิตชีวามากขึ้น แต่ถิงถิงยังคงพูดน้อย ถึงแม้ว่าถิงถิงจะเรียนรู้ที่จะยิ้มแย้มแจ่มใสทุกครั้งที่พบเห็น
ถิงถิงยังคงจดจำวันนั้นได้ วันที่เจียงอวี่เซิงมาไหว้คุณยายของเธอที่สุสาน แม้วันเวลาจะผ่านไปหนึ่งปีครึ่งแล้ว แต่ภาพนั้นยังคงชัดเจนในความทรงจำของเธอ ไม่รู้นานเท่าใดแล้วที่ถิงถิงยืนอยู่หน้าสุสานของคุณยายมา พื้นที่รอบ ๆ บริเวณว่างเปล่าและเงียบมากจนดูเหมือนว่าเข็มที่ตกลงพื้นก็จะสา
ถิงถิงสามารถไปทำงานที่สหภาพนักศึกษาได้เฉพาะเมื่อเธอมีเวลาว่างจากชั้นเรียนเท่านั้น เธอได้รับมอบหมายให้ทำงานในแผนกวางแผน ส่วนจ้าวเซียวได้ขอเข้าไปทำงานในแผนกกิจกรรมตามแฟนของเธออย่างมีความสุข จ้าวเซียวคงลืมไปว่าถิงถิงต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวในแผนกวางแผน เมื่อคนเรามีความรักพฤติกรรมย่อมเปลี่ยนไ
งานของสหภาพนักศึกษาของมหาวิทยาลัยค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้น ทำให้ถิงถิงยุ่งมากจนไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น ๆ ต่าง ๆ นานา และแน่นอนว่าเฟยหลิงเหอซึ่งเป็นประธานของสหภาพนักศึกษาก็มีงานยุ่งมาก ทั้งคู่จึงไม่มีเวลาแม้แต่จะออกไปทานข้าวด้วยซ้ำ แต่อย่างไรก็ตามถิงถิงได้รับการดูแลอย่างดีจากนักศึกษาคนอื่น ๆ ที่ทำ
เฟ่ยหลินตกตะลึง หลังจากอึ้งไปครู่หนึ่ง เธอยังคงยิ้มเมื่อเผชิญหน้ากับถิงถิงที่หน้าตาดูคล้ายเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ ความรู้สึกผิดของเธอเพิ่มมากขึ้น เมื่อนึกถึงวันที่เธอจากถิงถิงไปอย่างโหดร้าย เธอเป็นต้นเหตุให้ถิงถิงมีบุคลิกเช่นนี้ “ลูกดื่มนมแล้ว นอนหลับให้สบายนะ” “ค่ะ ค





