หน้าหลัก / โรแมนติก / เขยอีสาน จาติรัช / บทที่ 7 เริ่มงานวันแรก 1

แชร์

บทที่ 7 เริ่มงานวันแรก 1

ผู้เขียน: plernwalee
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-11-16 20:01:01

‘อีกแล้วนะแม่เนี่ยบอกไม่จำ’ ดอกเตอร์รวัชบ่นให้ผู้เป็นแม่ที่วุ่นวายหาคู่ให้หลานชายคนโตของบ้านตั้งแต่เขากลับมาใหม่ ๆ ไม่หยุด

“อย่าให้หมดความอดทนนะเว้ย พูดไม่ฟังผมกลับฝรั่งเศสนะอา”

‘ใจเย็นสิวะ มึงนี่ได้พ่อมาเลยนะสันดานเนี่ย อุตส่าห์ส่งไปเรียนอีกฟากโลกยังจะเก็บนิสัยเอาแต่ใจมันไว้อีก’ คุณอาด่าหลานเสียงดัง

‘พูดเหมือนมึงใจเย็นนะไอ้โรม นิสัยไอ้จามันก็คือมึงนั่นแหละ เลี้ยงแบบแกะบล็อกกันมาเองอย่ามาโทษกู’ เสียงพี่ชายของอาหรือคุณพ่อสรัญด่าน้องชายมาตามสาย

“เอ้อ...ไม่ต้องโทษกันครับ อาเจ้าไปไหน” ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องถามหาอาสะใภ้ที่สนิทมากกว่าพ่อแม่

‘ไปชอปปิ้ง พรุ่งนี้จะไปหาลูกสาว ไอ้น้องมึงนี่ก็นะเชิญยากจนกูเหนื่อย เงินเดือนที่อิตาลีมันเท่าไหร่วะกูจะจ้างมันกลับบ้าน’ ท่านดอกเตอร์พูดถึงลูกสาวที่ไปเรียนแฟชั่นดีไซน์ที่อิตาลี่ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนจบปริญญาโททางด้านแฟชั่นด้วยวัยเพียง 23 ปี เธอได้ทำงานที่บริษัทแฟชั่นอันดับต้น ๆ ของเมืองมิลาน ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบปริญญาตรีจนตอนนี้จบปริญญาโทมาปีกว่าแล้วแต่ก็ยังไม่ยอมกลับมาช่วยงานที่บ้านทั้งที่ครอบครัวมีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง

“ก็บอกมันสิครับว่าคุณย่าป่วย คุณยายป่วยพร้อมกัน ทำหน้าเหนื่อยเหมือนตอนไปหลอกผมมาน่ะ เดี๋ยวมันก็ใจอ่อน” ชายหนุ่มว่าขึ้นไม่จริงจังนัก

‘เออ...ความคิดดีว่ะ แล้วนี่แกจะเดินทางตอนไหน’ 

“ขอผมพักซัก 2 ชั่วโมงก็จะออกไปออฟฟิศแล้วครับ นัดเลขาคุณพ่อตรวจเอกสารก่อนจะได้ไม่เสียเวลา เอ้อ...ผมไป 2 อาทิตย์นะอา รีบกลับมาด้วยล่ะ” ชายหนุ่มรายงานพร้อมกับบอกกำหนดการหายตัวของตัวเอง ทำเอาคนปลายสายถึงกับถอนหายใจมองบนทันที

‘เจริญล่ะไอ้เสือ งาน 2 วันมึงไปยาว 2 อาทิตย์’ คุณอาโวยวายมาตามสาย

“เปลี่ยนที่ทำงานเถอะครับอา ผมว่าคุณย่าไม่หยุดแค่นี้แน่ ไม่แน่พรุ่งนี้ไอ้ชาติมันอาจได้ผู้ช่วย 2 คนก็ได้ คุณอาก็รีบกลับมาแล้วกัน ถ้าไม่รีบมาเคลียร์ผมจะนอนป่ายาว ๆ เลย” คำขู่ของหลานชายทำเอาคุณอาถอนหายใจ ท่านขอให้หลานชายกลับมาช่วยงานที่ไทยทั้งที่เขามีบริษัทของตัวเองที่ร่วมกันเปิดกับเพื่อนที่ฝรั่งเศส เพราะคุณแม่และแม่ยายป่วยพร้อม ๆ กัน และพี่ชายก็มีอาการหน้ามืดบ่อย ๆ เลยทำให้ภาระตกอยู่ที่ท่าน แต่เมื่อหลานชายมาถึงคุณย่ากลับสรรหาสาวสวยมาคอยนัดเดทกับหลานชายไม่หยุดด้วยข้ออ้างว่ากลัวหลานชายจะเหงาเพราะไม่มีเพื่อนสนิทที่ไทยและสาวสวยเหล่านั้นต่างก็ดีพร้อมเหมาะสมกับหลานชายที่อายุเกิน 30 ไปแล้วของท่าน ทำให้ชายหนุ่มเบื่อหน่ายและไม่ค่อยกลับบ้านบ่อยนัก

จาติรัชเป็นคนชอบธรรมชาติมาตั้งแต่เด็กเขามักจะหาเวลาเข้าป่าส่องสัตว์ถ่ายรูปกับกลุ่มเพื่อน ๆ เสมอช่วงที่เรียนที่ต่างประเทศแต่เมื่อกลับไทยความชอบนั้นก็เป็นข้ออ้างได้ดีให้เขาได้หายออกจากบ้านไปครั้งละนาน ๆ ซึ่งคุณอาและอาสะใภ้ที่ดูแลมาตั้งแต่เด็กก็รู้เหตุผลนี้ อีกอย่างเขาไม่ได้หายแบบที่ติดต่อไม่ได้ ทุกที่ที่เขาไปจะเลือกที่มีสัญญาณสื่อสารเสมอเพราะจุดประสงค์การเข้าป่าที่ไทยในตอนนี้ของชายหนุ่มคือการหาที่ทำงานเงียบ ๆ เท่านั้น

‘เฮ้อ...วุ่นวายจริง ๆ เออ เดี๋ยวกูไปดูให้’

“ขอบคุณครับอา แค่นี้ก่อนะครับผมอาบน้ำแล้วจะงีบซะหน่อย สวัสดีครับ” ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณทั้งยังเอ่ยลาก่อนจะกดวางสาย ถอนหายใจมองดวงไฟบนฝ้า นึกถึงเสียงเล็ก ๆ ที่เรียกตัวเองว่าลุงในตอนเช้าตามมาด้วยเสียงบ่นเรื่องรอรถช้าของเธอ ตามมาด้วยเสียงเศร้า ๆ เหงา ๆ กับดวงตาหมอง ๆ เมื่อพูดถึงเรื่องกลับบ้าน ตลอดจนเมื่อชั่วโมงก่อนที่เธอคว้าแขนของเขาดึงไว้ไม่ให้หนีเพียงต้องการคำว่าขอโทษแค่นั้น “เมื่อเช้าว่าเด็กแล้ว เมื่อกี๊ชุดอยู่บ้านกูนึกว่าเด็กมัธยมก็สมควรหรอกที่ไม่อยากกลับบ้านไปเลี้ยงควายจะโดนเหยียบตายเอาสิวะ” ชายหนุ่มว่าพลางยิ้มที่มุมปากลุกขึ้นไปโกนหนวดเคราของตัวเองจนเกลี้ยงเกลาแล้วมองหน้าตัวเองในกระจกขำ ๆ “โกนแล้วแม่ง! กูโคตรเข้าใจอาโรมตอนหนุ่ม ๆ เลยว่าทำไมถึงปล่อยหนวดปล่อยผม กรรมสนองตอนนั้นเสือกเรียกแกว่าโรมมี่” พึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวหลวม ๆ เดินออกมาจากห้องน้ำ ทาครีมบำรุงผิวลวก ๆ แล้วล้มตัวลงนอนหลับไปอย่างรวดเร็ว

..........//..........

วันรุ่งขึ้น

โรงทอไทยวรวัฒน์

สาวสวยตัวเล็ก แต่งหน้าบาง ๆ สวมเสื้อครอปกับกางเกงเอวสูงและสวมทับด้วยเสื้อสูทสีเดียวกับกางเกง ใส่รองเท้าหุ้มส้นพื้นเตี้ย รีบก้าวออกจากลิฟต์ชั้น 5 ไปยืนอยู่ที่หน้าห้องที่มีป้ายตำแหน่งเลขาสีทองติดอยู่ที่ด้านซ้ายของประตูแล้วทำท่าจะเคาะ

“เกือบสาย...” เสียงหวานปนห้วนดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้หญิงสาวหันขวับกลับไปมอง และต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นสาวสวยที่มาสัมภาษณ์งานด้วยกันเมื่อวานนั่งอยู่ก่อน ซึ่งเธอคิดว่าบริษัทน่าจะเรียกมาทำงานพร้อมกับเธอ

“ก็เหลือเวลาอีก 10 นาทีนะแหละ แต่มาวันแรกเลยไม่อยากมาสายดีจังที่นี่เขารับผู้ช่วย 2 คนเราจะได้ช่วยกันได้” หญิงสาวพูดยิ้ม ๆ พลางเดินไปนั่งเก้าอี้ใกล้ ๆ ซึ่งคนนั่งอยู่ก่อนก็รีบขยับเก้าอี้ออกห่างเล็กน้อยแต่หญิงสาวไม่ใส่ใจนัก

“ตำแหน่งผู้ช่วยเลขามันต้องแต่งตัวให้สมฐานะหน่อยนะ ไม่ใช่ (ปรายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า) รองเท้าพื้นเตี้ย เสื้อผ้าแบรนด์แต่คอลเล็กชัน 2-3 ปีก่อน หน้าก็ไม่แต่งแถมหัวก็ฟูอีก” คนเรียบร้อยเมื่อวานว่าพลางยิ้มเหยียดไม่เหลือคราบความเรียบร้อยให้เห็นนอกจากเสื้อผ้าราคาแพงที่เธอสวมใส่มา

“ก็แค่ฝึกงานผู้ช่วย ยังไม่รู้จะได้ทำงานจนบรรจุหรือเปล่าแล้วทำไมต้องใส่อะไรที่มันแพง ๆ มาด้วยล่ะ เงินเดือนก็ยังไม่ได้เลยจะลงทุนทำไมเยอะแยะ” หญิงสาวตอบพลางยกข้อมือดูนาฬิกาแล้วมองที่ประตูห้องพลางถอนหายใจแรง ๆ กับบทสนทนาจะรู้สึกว่าจะเหยียดตัวเองตั้งแรกเห็น

“ได้ข่าวว่าพี่จากัวร์ค่อนข้างดุ ความอดทนไม่สูงลาออกวันนี้ก็ได้นะ”

“นี่เธอ!” “เอ๊า! มาแต่เช้าเลยนะครับพรพรรษาขอโทษที่ให้รอ พี่ไม่คิดว่าเราจะมาเช้าขนาดนี้” สุรชาติทักทายหญิงสาวทันทีที่เดินออกจากลิฟต์แล้วต้องขมวดคิ้วมองหน้าสาวสวยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขาจำได้ว่าผู้หญิงคนนี้มาสัมภาษณ์งานเมื่อวาน แต่บอสของเขาเซ็นรับแค่คนเดียวเท่านั้น แล้วผู้หญิงคนนี้คือ... “เอ่อ...”

“ฉันชื่อริชชี่ วันนี้คุณย่าให้มาเริ่มทำงานวันแรก” สาวสวยลุกขึ้นยืนแนะนำตัวอย่างสง่าผ่าเผยเชิดหน้าชูคอดั่งนางพญาทำเอาคนที่ได้มาทำงานในตำแหน่งเดียวกันถึงกับขมวดคิ้ว

“คุณย่า?” สุรชาติขมวดคิ้วทวนคำ ตั้งแต่เขามาทำงานเป็นเลขาของท่านประธานบริษัทที่นี่มาหลายปี จนมีหลานชายท่านเข้ามา เขาจึงมารับหน้าที่เป็นเลขาของรองประธานต่อตามคำสั่งของท่าน เพราะท่านโอนหน้าที่ทุกอย่างให้หลานชายดูแลส่วนตัวท่านรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษา แต่สุรชาติไม่เคยเห็นว่าคุณย่าของรองประธานหรือคุณแม่ท่านประธานมาก้าวก่ายงานของบริษัทเลยซักครั้ง แสดงว่าผู้หญิงคนนี้ต้องสำคัญท่านถึงได้จัดการด้วยตัวเอง ซึ่งไม่มั่นใจว่าท่านประธานหรือบอสรู้เรื่องนี้หรือไม่

“คุณหญิงรวิดา คุณย่าพี่จากัวร์ไงคะพอดีเมื่อวานเราไปทานข้าวด้วยกันท่านบอกว่าจริง ๆ คุณสุรชาติเป็นเลขาของลุงโรม พี่จากัวร์ยังไม่มีเลขาส่วนตัวเลยอยากให้ริชชี่มาเป็นเลขาให้จะได้ดูแลส่วนอื่นด้วย” หญิงสาวตอบยิ้ม ๆ ซึ่งชื่อที่เธอเรียกทำให้หญิงสาวคนยืนข้าง ๆ สะดุดหูไม่น้อย

“อ้าว? ล็อกคนแล้วนัดหนูมาทำไมคะคุณเลขา...

มีแววจะวุ่นวายแล้วไง??

ฝากติดตามพี่จากัวร์ และ คุณอาของพี่ด้วยนะคะ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เขยอีสาน จาติรัช   ตอนพิเศษ 3 ลูกสาวอยากมีน้อง

    5 ปีต่อมาภาพชินตาหลังเลิกเรียนของโรงทอไทยวรวัฒน์ กับความน่ารักของ 3 แสบพี่น้องที่คุณลุง คุณน้าและคุณพ่อ (ก็คนเดียวกันนั่นแหละแต่หลายตำแหน่ง) ไปรับลูกและหลานกลับมาจากโรงเรียน และเดินชักแถวกันเข้าลิฟต์เพื่อขึ้นไปหาคุณแม่ คุณน้าและคุณอา (ก็คนเดียวกันอีกนั่นแหละ) บนชั้น 5 ของออฟฟิศประธานหนุ่มรับหน้าที่ไปรับไปส่งลูกหลานด้วยตัวเองอย่างไม่มีขาดตกบกพร่องและพามาที่ออฟฟิศทุกวัน จนตอนนี้ดูไม่ออกว่าลูกหลานติดเขาหรือเขากันแน่ที่ติดลูกหลาน เพราะไปไหนก็จะพาไปด้วยตลอด ซึ่งเด็ก ๆ ชอบมากโดยเฉพาะกิจกรรมวันหยุดที่คุณลุง คุณอาและคุณพ่อจะพาออกต่างจังหวัดกันตั้งแต่เด็ก ๆ เรียกได้ว่าพ่อแม่จริง ๆ แทบจะไม่ได้แตะลูก ๆ เลยทีเดียว“คุณพ่อขา เราคุยกันแล้วว่าเราจะมีเบบี๋ค่ะ เพื่อนน้องแพรมีเบบี๋ด้วย” สาวน้อยวัยอนุบาลจับแขนคุณพ่อเขย่าอ้อนขออย่างน่ารัก ส่วนพี่ ๆ ก็มองหน้าคุณลุงคุณอาตาปริบ ๆ“ใช่ครับอาจา เพื่อนมังกรแม่เขาก็มีเบบี๋กัน” น้องมังกรลูกชายของสารวัตรหมอกยืนยันอีกเสียง“หม่ามี้ทิมก็กำลังจะมีเบบี๋ให้ทิมล่ะ ตอนนี้ป๊าบอกว่าต้องเรียกทิมว่าพี่ทิมน

  • เขยอีสาน จาติรัช   ตอนพิเศษ 2 ว่าที่คุณพ่อ

    หลายเดือนต่อมาบ้านคุณหญิงวริดา“หืม?... ทำอะไรกินน่ะน้าทอง” ชายหนุ่มเดินเข้ามาในบ้านแล้วหันไปทักแม่บ้านที่เดินผ่านมาพอดี กับกลิ่นฉุนของอาหารมื้อเย็นที่โชยออกมาแตะจมูกชนิดที่ได้กลิ่นแล้วหัวหมุนทันที“คุณหญิงกับคุณมัดหมี่กำลังทำไข่เจียวใส่ชะอมค่ะ คุณมัดหมี่เธอบอกว่าอยากกินน้าเห็นว่ายอดข้างรั้วหลังบ้านกำลังงามเลยเก็บมาให้” น้าทองตอบยิ้ม ๆ“โห กลิ่นอย่างโหด” ปากว่าขาก้าวไปทางครัวเมื่อบอกว่าคุณย่าและภรรยาอยู่ข้างใน“คุณย่าครับ จามาและ...อุ อุ แหวะ” คนจะทักคุณย่าว่าไม่จบก็ต้องรีบปิดปากวิ่งเข้าห้องน้ำชั้นล่างอย่างเร็ว“เป็นอะไรคะอ้าย” ภรรยาสุดที่รักรีบเข้ามาทักถามทันทีกับอาการของสามีที่เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน“หมี่ทำอะไรกินน่ะ”“ไข่เจียวใส่ชะอมค่ะ หมี่อยากกิน พอดีน้าทองเห็นหลังบ้านยอดมันสวยเลยเก็บมาให้” ว่าพลางยื่นน้ำเย็นให้สามีกลั้วปาก “เป็นอะไรคะ”“ไม่รู้สิ อ้ายน่าจะเมากลิ่นชะอม งั้นอ้ายขึ้นห้องไปอาบน้ำก่อนนะค

  • เขยอีสาน จาติรัช   ตอนพิเศษ 1 คนอยากมีลูก

    หลังจากแต่งงาน 1 เดือนครืด...ครืด...มือถือเครื่องบางของประธานหนุ่มสั่นระรัวในกระเป๋ากางเกง ทำให้ชายหนุ่มจำต้องหยุดรถแล้วล้วงกระเป๋าดึงออกมาดูสายเรียกเข้าก่อนจะถอนหายใจกดรับสาย“ว่าไงชาติ”‘บอสอยู่ไหนครับ มีเอกสารด่วนต้องเซ็นครับ’ สุรชาติถามขึ้นพลางขมวดคิ้วกับเสียงเครื่องยนต์ดังสนั่น“เอาไปให้อาโรมเซ็นสิวะกูรีบอยู่” ชายหนุ่มตะโกนแข่งกับเสียง‘ดอกเตอร์ไปอเมริกากับคุณมาร์คครับ’“ให้หมี่เซ็นไปเลย”‘หมี่เซ็นไม่ได้ครับเอกสารจากแอฟริกากลางนะครับบอส แล้ววันนี้น้องหมี่ก็พาคุณย่าไปหาหมอตามนัดด้วยครับ’ สุรชาติถอนหายใจกับงานด่วนที่หาคนเซ็นไม่ได้ *กูปวดหัวกับบ้านนี้จริง ๆ แต่งงานแล้วคิดว่าจะสบายขึ้นหนักกว่าเดิมอีกกู...*“งั้นมึงเอาเอกสารมาให้กูเซ็นที่บ้านพ่อตากูเนี่ย ตอนนี้กูยังไม่ว่างกลับ” คนงานเยอะว่าพลางเริ่มเข้าเกียร์เดินหน้ารถอีกครั้ง‘อีกกี่วันกลับครับบอส’“ไม่รู้กูยังไม่ชำนาญรถเกี่ยวเลยเนี่ย มึงเอาเ

  • เขยอีสาน จาติรัช   บทที่ 75 อ้ายรักหมี่นะ

    ในวันแต่งงานช่วงเช้าเป็นการตักบาตรเลี้ยงพระ และผูกแขนที่บ้านของฝ่ายหญิงตามประเพณีอีสานที่พ่อใหญ่อัฐเสนอเป็นแม่งานและเห็นพ้องต้องกันกับกำนันเมฆ ซึ่งผู้ร่วมงานช่วงเช้าก็คือเครือญาติของทั้ง 2 ส่วนงานเลี้ยงช่วงเย็นที่เป็นการฉลองสมรสของคนทั้งคู่และย้ายกันมาจัดที่โรงทองานแต่งสุดอลังการที่จัดขึ้นที่ลานกว้างของบริษัทโรงทอไทยวรวัฒน์ แขกผู้เข้ามาร่วมงานต่างก็ตะลึงกับการจัดสร้างที่อลังการนี้เพราะแทนที่จะจัดงานที่โรงแรมหรู แต่ทางเจ้าบ่าวกลับเนรมิตลานกว้างด้านข้างของบริษัทเป็นโดมสีขาวขนาดใหญ่จุผู้คนได้หลายพันคน และติดแอร์รอบทิศจนเย็นฉ่ำ ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวกลิ่นหอมอบอวลทั่วงาน เจ้าสาวที่พนักงานโรงทอต่างอยากรู้ว่าคือใครถูกนำภาพถ่ายพรีเว็ดดิ้งมาตั้งที่หน้างาน และตามจุดต่าง ๆ ซึ่งพนักงานของโรงทอต่างก็อึ้งไปตาม ๆ กันกับใบหน้าคุ้นตาของเจ้าสาว“มัดหมี่นี่” พี่อ้อมทักขึ้นอย่างตื่นเต้นพร้อมกับมองหน้าณปรางเป็นคำถาม ซึ่งณปรางถือว่าสนิทกับมัดหมี่มากคนหนึ่ง เพราะเป็นรุ่นน้องเรียนปริญญาโทด้วยกันและกลับบ้านด้วยกันบ่อยที่สุด“ปรางไม่รู้ค่ะ นั่นไงคุณชาติเลย

  • เขยอีสาน จาติรัช   บทที่ 74 วิธีการแบ่งทรัพย์สินของคุณย่า

    ก่อนวันงาน 3 วัน“ป้าด...บ้านใหญ่มากเลยพ่อกำนัน ใช่หลังที่ถ่ายรูปมั้ยนี่” พ่อใหญ่ก้านกับเมียลงจากรถของพ่อกำนันอุทานเสียงดังอย่างตื่นเต้น วันนี้พวกท่านเดินทางมาเตรียมตัวก่อนวันงาน และคุยกันว่าจะนอนที่บ้านของลูกสาวที่จะใช้จัดพิธีตอนเช้าแบบภาคอีสานตามคำแนะนำของพี่ชายคุณย่าเจ้าบ่าวที่ท่านก็เป็นเขยอีสานเหมือนกัน“อือ...หลังนี้ของเจ้าหมี่กับผัวเขา ส่วนหลังถัดไปนั่นของเจ้าหมอก” พ่อกำนันชี้ไปที่บ้านอีกหลังที่รั้วติดกัน“อ่อ เรือนหอใช่มั้ยนี่” พ่อใหญ่ก้านถามขึ้นพลางมองชายหนุ่มที่เดินออกมาจากบ้านพร้อมกับยกมือไหว้มาแต่ไกล“สวัสดีครับ”“สวัสดีลูก นี่หรือเรือนหอ” พ่อใหญ่ก้านถามขึ้นเพราะชายหนุ่มโทรไปหาพ่อตาบอกว่าคุณย่าให้มาดูเรือนหอก่อนวันงานเผื่อขาดเหลืออะไรจะได้จัดเตรียมทัน“ไม่หรอกครับ หลังนี้พ่อใหญ่ผมบอกว่าเป็นบ้านฝ่ายหญิงก็จะผูกแขนกับพิธีเช้าที่นี่ครับเป็นภายในแค่ญาติ ๆ เรือนหอเป็นบ้านผมครับ” ชายหนุ่มพูดยิ้ม ๆ มองหน้าแฟนสาวที่มุ่ยหน้ามาให้ เธอบอกว่าอยากเอาบ้านหลังนี้เป็นเรื

  • เขยอีสาน จาติรัช   บทที่ 73 ฐานะที่แท้จริงของจาติรัช

    ก่อนเที่ยงของวันรุ่งขึ้น รถครอบครัวคันหรูขับนำรถตู้สีขาวคันใหญ่ 2 คันทะเบียนกรุงเทพ เข้ามาในหมู่บ้านไพรศรีสุก แล้วมาหยุดที่หน้าบ้านทรงไทยยกสูงหลังใหญ่ที่ป้ายหน้าบ้านเขียนว่า ที่ว่าการกำนัน หนุ่มหล่อร่างสูงโปร่งเปิดประตูลงจากรถพร้อมกับยิ้มให้ลูกน้องของพ่อตาที่ขับมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดพอดี“อ้ายจาสวัสดีครับ” เด็กหนุ่มทักทายยกมือไหว้อย่างสนิทสนม “โห...เปลี่ยนรถใหม่หรืออ้ายคันนี้แพงกว่า 4 ประตูคันเดิมอีกนะ”“รถที่บ้าน พ่อแม่ล่ะ” ชายหนุ่มตอบยิ้ม ๆ พร้อมกับถามหาพ่อตาแม่ยาย“พ่อกำนันกำลังมาครับ แม่ใหญ่น่าจะอยู่ในบ้าน”“อือ...” ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วเดินไปเปิดประตูให้คุณย่ายิ้ม ๆ ส่วนมัดหมี่รีบเดินไปเปิดประตูรถอีกคันเชื้อเชิญพ่อแม่ของแฟนลงจากรถ “ถึงแล้วครับคุณย่า”“มาถึงเร็วจังเลยลูก พ่อกำลังกลับจากงานบวชคนในหมู่บ้าน โทษทีแม่ไม่ได้ยินเสียงรถ” แม่ศรีไพรรีบเดินออกมาต้อนรับอย่างยิ้มแย้ม พร้อมกับหันไปมองหน้าผู้มาเยือนที่ลูกเขยโทรมาบอกก่อนหน้าว่าจะพาครอบครัวมาในวันนี้ *ว่าแล้ว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status