LOGIN“อ้าว? ล็อกคนแล้วนัดหนูมาทำไมคะคุณเลขา” ความปากไวของคนตัวเล็กถามขึ้นก่อนจะยิ้มแห้งส่งให้เลขา *เออ...เมื่อกี๊เขาก็บอกอยู่เลขาส่วนตัวรองประธานนี่เนอะ ไม่ใช่มาฝึกตำแหน่งเดียวกับเรา ไวไปนะปากกูเนี่ย แล้วทำไมชื่อคุ้นนักวะ คนมันจะชื่อโหลขนาดนั้นเลยหรือไง...* หญิงสาวคิดในใจ
“เอ่อ...แต่เมื่อวานบอสเซ็นรับคุณพรพรรษานะครับ” สุรชาติรีบแจงให้คนที่ถูกเลือกเข้าใจ
“พี่จากัวร์เซ็นรับเธอเข้ามาทำงานตำแหน่งผู้ช่วยเลขา แต่คุณย่าให้ฉันมาในตำแหน่งเลขาส่วนตัว คนละตำแหน่งกัน เธองงอะไรจ๊ะ” ริชชี่หันมาบอกยิ้ม ๆ “จริง ๆ หน้าที่เลขาส่วนตัวมันก็ควรจะเป็นว่าที่คู่หมั้นอย่างฉันนี่แหละ สุรชาติจะได้กลับไปช่วยงานลุงโรมเหมือนเดิมส่วนเธอก็ฝึกเป็นผู้ช่วยของสุรชาตินั่นแหละ ยังไงพี่จากัวร์ก็เซ็นรับเธอเข้ามาแล้ว”
“งั้นก็เชิญ 2 คนเลย เดี๋ยวผมให้คนจัดโต๊ะเพิ่มให้แต่ไม่ว่าจะเลขาส่วนตัวของใครผมก็มีหน้าที่สอนงานให้พวกคุณอยู่ดี” สุรชาติจำต้องเปิดประตูให้ 2 สาวเข้าไปในห้องแล้วกดต่อหาเบอร์ภายในให้หาโต๊ะทำงานมาเพิ่มจนห้องดูคับแคบไปถนัดตา *แววปวดหัวมาละกู ระเบิดจาติรัชจะลงหรือกูต้องเตรียมเข้าป่าไปด้วยวะ...* สุรชาติถอนหายใจกับความวุ่นวายในอนาคตอันใกล้
“ถ้าจะคับแคบขนาดนี้ให้ริชชี่ไปนั่งในห้องพี่จากัวร์เลยก็ได้นะ จะได้ไม่ต้องย้ายหลายรอบ”
“ไม่ได้หรอก ห้องบอสเป็นห้องต้องห้าม ถึงบอสจะยังไม่เข้าแต่ท่านก็ทำงานมาจากที่อื่นฉะนั้นอุปกรณ์ในนั้นต้องออนไลน์ตลอดเวลา คนเข้าได้มีแค่ท่านประธานเท่านั้น” สุรชาติว่าพลางถอนหายใจและพอจะเดาออกแล้วว่าทำไมรองประธานหนุ่มถึงบอกว่าจะไปต่างประเทศ 2 อาทิตย์แทนที่จะไปแค่ 2 วันดูงานเท่านั้น *ทำไมเมื่อคืนนี้กูไม่ขอไปกับบอสด้วยวะเนี่ยไอ้ชาติเอ๊ย...*
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวริชชี่ขอคุณย่าก็ได้” หญิงสาวว่าพลางทำท่าจะกดโทรศัพท์ออกหาย่าของชายหนุ่ม
“ขอไปก็ไร้ประโยชน์ ห้องนั้นสแกนลายนิ้วมือเข้าหรือเปิดจากด้านใน แค่คุณบิดลูกบิดสัญญาณมันก็ดังไปถึงฝรั่งเศสแล้ว ถึงตอนนั้นพวกเราก็คงจะได้คุยกับบอสแค่วิดีโอคอลเท่านั้น” สุรชาติพูดขึ้นเหมือนไม่ใส่ใจนักนั่งโต๊ะทำงานของตัวเองพร้อมกับเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ขึ้นเพื่อเตรียมทำงาน
“งั้นก็ได้ แต่ขอริชชี่นั่งใกล้แอร์แล้วเปิด 20 องศานะ” หญิงสาวว่าพลางเดินเข้าไปนั่งด้านในสุด ส่วนคนที่ถูกเรียกมาได้แต่มองบนถอนหายใจนั่งลงที่โต๊ะหน้าประตู
“ที่นี่แอร์รวมเปิด 22 องศาทั้งชั้น” เลขารองประธานหนุ่มพูดเหมือนรำคาญเต็มแก่
“คุณสุรชาติมีอะไรให้หมี่ช่วยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวหน้าประตูถามขึ้นหลังจากที่เก็บกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว
“ต่อไปเรียกผมว่าพี่ชาติก็ได้นะ แล้วน้องชื่ออะไรนะครับ” สุรชาติแนะนำตัวพลางถามกลับยิ้ม ๆ
“ชื่อมัดหมี่ค่ะ เรียกหมี่เฉย ๆ ก็ได้” หญิงสาวแนะนำตัวอย่างนอบน้อมผิดกับอีกคนที่เชิดหน้าชูคออยู่ตลอดเวลาจนเกรงว่าจะเมื่อยในอีกไม่นาน
“โอเคครับ งั้นน้องมัดหมี่กับน้อง...”
“ริชชี่ค่ะ เรียกว่าคุณริชก็ได้จะได้ชินปาก เป็นลูกคนเดียวไม่สะดวกให้ใครเรียกน้อง” สาวสวยสวนขึ้นทำเอาคนหน้าประตูถึงกับเบะปากกับความเจ้ายศเจ้าอย่างของเธอ
“เฮ้อ...ที่ไหนก็คงจะมีเหมือนกันสินะ” หญิงสาวพึมพำหันไปเปิดลิ้นชักโต๊ะด้านข้าง
“นี่เธอว่าอะไรน่ะ” ริชชี่แหวห้ามหัวเลขาทำเอาสุรชาติถึงกับเงยขึ้นมองหน้าคนนั้นทีคนนี้ทีเป็นคำถาม กับเหตุการณ์ระหว่างก้มลงเก็บยางลบแค่เสี้ยวนาทีแค่นั้น
“ฉันไปว่าอะไรกับเธอ ฉันคุยกับแม่ซื้อค่ะคุณริชชี่ โอ๊ย! เส้นกั้นบาง ๆ ระหว่างหูดีกับหูหาเรื่องนี่มันจางจริง ๆ” หญิงสาวร้องข้ามหัวเลขาตอบกลับเสียงดังพอกัน
“น้อง ๆ ครับ” “ฉันไม่ใช่น้องคุณ” ริชชี่สวนสุรชาติขึ้นทันที
“เข้าใจครับคุณริชชี่ บ้านผมก็ไม่มีน้องสาวหรอกที่เรียกน้องเพราะเห็นว่าเกิดทีหลังเท่านั้น จะเรียกป้าหรืออีก็ดูจะหยาบคายเกินไปสำหรับคนมีการศึกษา” สุรชาติอดรนทนไม่ได้สวนกลับเสียงดังพอกัน “ฟังนะ! ผมมีหน้าที่สอนงานให้พวกคุณจากคำสั่งของผู้ใหญ่ด้วยตำแหน่งผู้ช่วยเลขา ซึ่งก็คือผู้ช่วยของผมโดยตรง ผมไม่สนหรอกว่าคุณจะไปเป็นเลขาส่วนตัวหรือส่วนหัวของใครในอนาคต แต่ตอนนี้หน้าที่ของผมคือสอนให้พวกคุณเป็นงานในตำแหน่งนี้และสามารถแบ่งเบาหน้าที่ที่ผมรับผิดชอบอยู่ได้ และผมต้องการคนที่มาแบ่งเบาไม่ใช่มาเพิ่มภาระทางสมองของผม ถ้ามันลำบากกับการขอผู้ช่วยของผมตรงนี้ ผมสามารถยื่นหนังสือให้ผู้ใหญ่ขอยกเลิกตำแหน่งนี้ทุกเมื่อ” สุรชาติลุกขึ้นพูดเสียงดังฟังชัดพลางมอง 2 สาวสลับกัน
“เมื่อก่อนคุณเป็นเลขาของลุงโรมแล้วตอนนี้มีพี่จากัวร์อีก ริชชี่มาช่วยงานคุณก็ควรไว้เกียรติกันบ้างนะ” ริชชี่เสียงแข็ง
“แล้วผมขอให้คุณมาเหรอ ที่ผ่านมาผมทำตำแหน่งนี้คนเดียวผมไม่ตาย ฉะนั้น! อย่ามั่นหน้า ระหว่างนี้ผมสอนผมบอกพวกคุณต้องฟัง ถ้ามีคำสั่งบอสเปลี่ยนแปลงค่อยเป็นไปตามนั้น”
“ริชจะบอกคุณย่า”
“บอกคุณปู่ด้วยเลยครับคุณริชชี่ ผมจำได้ว่าคุณหญิงรวิดาไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นที่นี่ ผู้มีอำนาจเด็ดขาดและถือหุ้นใหญ่ที่สุดของไทยวรวัฒน์ตอนนี้คือดอกเตอร์รวัช วรวัฒน์วีรชน ประธานฝ่ายบริหาร และผู้มีอำนาจตัดสินใจเบ็ดเสร็จในตอนนี้คือ ดอกเตอร์จาติรัช วรวัฒน์วีรชน รองประธานฝ่ายบริหาร แล้วผมก็รู้จักพวกท่านดีมากกว่าคุณแน่นอน” สุรชาติสวนขึ้นเสียงดังอย่างเหลืออด ซึ่งเสียงของเขาก็ดังพอจะออกไปนอกห้องที่หัวหน้าฝ่ายบุคคลกำลังจะเปิดประตูเข้ามาและทำเอาหญิงสาวที่จะบอกคุณย่าอ้าปากค้างไปเหมือนกัน
“ฟังผมอีกครั้ง! ตำแหน่งนี้คือ ตำแหน่งผู้ช่วยเลขา ผมเป็นหัวหน้างานของพวกคุณ คุณต้องรับคำสั่งงานโดยตรงจากผม หรือคนที่ตำแหน่งสูงกว่าผมในช่วง 3 เดือนนี้ ทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ประตูอยู่ซ้ายมือหรือตรงหน้า หมุนขวาดึงเข้าหาตัวแล้วก้าวออกไปได้เลย”
ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูขัดจังหวะสงครามขนาดย่อมในห้อง ทำให้ทั้ง 3 หันมองอย่างพร้อมเพียง
“เชิญ!” สุรชาติตะโกนออกไปจนคนข้างนอกสะดุ้ง
“อนุญาตค่ะคุณชาติ ปรางเอาเอกสารจ้างงานมาให้พรพรรษาเซ็นค่ะ แล้ว?” หัวหน้าฝ่ายบุคคลเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือ เมื่อครู่เธอให้พนักงานเอามาให้แต่เขาบอกว่าได้ยินเสียงคุณเลขากำลังอารมณ์เสียเลยไม่กล้าเข้ามา เธอเลยจำเป็นต้องมาเอง แล้วต้องเลิกคิ้วเป็นคำถามเมื่อเห็นในห้องนี้ไม่ได้มีแค่เลขากับผู้ช่วยแค่ 2 คน หากแต่เป็นคนที่มาสัมภาษณ์เมื่อวานเพิ่มอีก 1 คน
“ทางผู้ใหญ่ให้คุณริชชี่มาฝึกตำแหน่งนี้ด้วยน่ะ”
“ริชชี่มาเป็นเลขาส่วนตัวพี่จากัวร์ไม่ได้มาฝึกผู้ช่วยเลขา” ริชชี่สวนคำพูดของสุรชาติขึ้นอย่างเสียมารยาท
“จะเป็นอะไรก็ต้องรอท่านสั่ง ตอนนี้ตำแหน่งในออฟฟิศที่ว่างคือผู้ช่วยเลขาเท่านั้น ถ้าไม่ทำก็ออกไป” เสียงห้วนว่าพลางตวัดหางตามองอย่างเหลืออด “เอกสารของริชชี่รอบอสสั่งลงมาก่อน แต่เขียนวันเริ่มงานไว้แล้วเก็บใบสมัครงานไว้ด้วย แล้วเดี๋ยวตอนเที่ยงก็ค่อยให้ไปเก็บลายนิ้วมือจะได้สแกนเข้าทำงานได้” สุรชาติพูดขึ้นพลางชี้มือไปที่สาวสวยหน้าประตู เพื่อให้เธอเซ็นสัญญาจ้าง ซึ่งเธอก็ยกมือไหว้รับเอกสารมาอ่านอย่างตั้งใจก่อนจะเซ็นและยื่นคืนให้ยิ้ม ๆ
“อ๋อ...โอเคค่ะ พี่ชื่อณปรางนะคะหรือเรียกว่าพี่ปรางก็ได้เป็นหัวหน้าฝ่ายบุคคลที่นี่ น้องชื่ออะไรนะ”
“หนูชื่อมัดหมี่ค่ะ เรียกว่าหมี่เฉย ๆ ก็ได้” หญิงสาวตอบอย่างเป็นมิตร
“น้องหมี่ นั่น...” ทวนชื่อเธอพลางชี้ไปที่สาวสวยด้านใน
“ฉันชื่อริชชี่ หรือเรียกว่าคุณริชก็ได้ เป็นว่าที่คู่หมั้นพี่จากัวร์” หญิงสาวแนะนำตัวเองอย่างมั่นใจ ซึ่งทำเอาเลขาที่รู้นิสัยนายดีถึงกับถอนหายใจมองหน้าหัวหน้าฝ่ายบุคคลเหมือนรู้กัน
“อ๋อ...ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ บอกก่อนเลยนะเลขาที่นี่ดุมาก แรก ๆ อาจไม่ชินเดี๋ยวพอหูชาจะชินไปเอง” หัวหน้าฝ่ายบุคคลว่าพลางหัวเราะหยิบเอกสารก้มคำนับเลขาเจ้านาย แล้วเดินออกจากห้อง...
คุณเลขาดุมากพี่ ไม่อยากนึกถึงประธานกับรองประธานบริษัทนี้เลยจริง ๆ
สงสารคุณพี่ชาติเลย แววปวดหัวมาเต็มมาก
5 ปีต่อมาภาพชินตาหลังเลิกเรียนของโรงทอไทยวรวัฒน์ กับความน่ารักของ 3 แสบพี่น้องที่คุณลุง คุณน้าและคุณพ่อ (ก็คนเดียวกันนั่นแหละแต่หลายตำแหน่ง) ไปรับลูกและหลานกลับมาจากโรงเรียน และเดินชักแถวกันเข้าลิฟต์เพื่อขึ้นไปหาคุณแม่ คุณน้าและคุณอา (ก็คนเดียวกันอีกนั่นแหละ) บนชั้น 5 ของออฟฟิศประธานหนุ่มรับหน้าที่ไปรับไปส่งลูกหลานด้วยตัวเองอย่างไม่มีขาดตกบกพร่องและพามาที่ออฟฟิศทุกวัน จนตอนนี้ดูไม่ออกว่าลูกหลานติดเขาหรือเขากันแน่ที่ติดลูกหลาน เพราะไปไหนก็จะพาไปด้วยตลอด ซึ่งเด็ก ๆ ชอบมากโดยเฉพาะกิจกรรมวันหยุดที่คุณลุง คุณอาและคุณพ่อจะพาออกต่างจังหวัดกันตั้งแต่เด็ก ๆ เรียกได้ว่าพ่อแม่จริง ๆ แทบจะไม่ได้แตะลูก ๆ เลยทีเดียว“คุณพ่อขา เราคุยกันแล้วว่าเราจะมีเบบี๋ค่ะ เพื่อนน้องแพรมีเบบี๋ด้วย” สาวน้อยวัยอนุบาลจับแขนคุณพ่อเขย่าอ้อนขออย่างน่ารัก ส่วนพี่ ๆ ก็มองหน้าคุณลุงคุณอาตาปริบ ๆ“ใช่ครับอาจา เพื่อนมังกรแม่เขาก็มีเบบี๋กัน” น้องมังกรลูกชายของสารวัตรหมอกยืนยันอีกเสียง“หม่ามี้ทิมก็กำลังจะมีเบบี๋ให้ทิมล่ะ ตอนนี้ป๊าบอกว่าต้องเรียกทิมว่าพี่ทิมน
หลายเดือนต่อมาบ้านคุณหญิงวริดา“หืม?... ทำอะไรกินน่ะน้าทอง” ชายหนุ่มเดินเข้ามาในบ้านแล้วหันไปทักแม่บ้านที่เดินผ่านมาพอดี กับกลิ่นฉุนของอาหารมื้อเย็นที่โชยออกมาแตะจมูกชนิดที่ได้กลิ่นแล้วหัวหมุนทันที“คุณหญิงกับคุณมัดหมี่กำลังทำไข่เจียวใส่ชะอมค่ะ คุณมัดหมี่เธอบอกว่าอยากกินน้าเห็นว่ายอดข้างรั้วหลังบ้านกำลังงามเลยเก็บมาให้” น้าทองตอบยิ้ม ๆ“โห กลิ่นอย่างโหด” ปากว่าขาก้าวไปทางครัวเมื่อบอกว่าคุณย่าและภรรยาอยู่ข้างใน“คุณย่าครับ จามาและ...อุ อุ แหวะ” คนจะทักคุณย่าว่าไม่จบก็ต้องรีบปิดปากวิ่งเข้าห้องน้ำชั้นล่างอย่างเร็ว“เป็นอะไรคะอ้าย” ภรรยาสุดที่รักรีบเข้ามาทักถามทันทีกับอาการของสามีที่เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน“หมี่ทำอะไรกินน่ะ”“ไข่เจียวใส่ชะอมค่ะ หมี่อยากกิน พอดีน้าทองเห็นหลังบ้านยอดมันสวยเลยเก็บมาให้” ว่าพลางยื่นน้ำเย็นให้สามีกลั้วปาก “เป็นอะไรคะ”“ไม่รู้สิ อ้ายน่าจะเมากลิ่นชะอม งั้นอ้ายขึ้นห้องไปอาบน้ำก่อนนะค
หลังจากแต่งงาน 1 เดือนครืด...ครืด...มือถือเครื่องบางของประธานหนุ่มสั่นระรัวในกระเป๋ากางเกง ทำให้ชายหนุ่มจำต้องหยุดรถแล้วล้วงกระเป๋าดึงออกมาดูสายเรียกเข้าก่อนจะถอนหายใจกดรับสาย“ว่าไงชาติ”‘บอสอยู่ไหนครับ มีเอกสารด่วนต้องเซ็นครับ’ สุรชาติถามขึ้นพลางขมวดคิ้วกับเสียงเครื่องยนต์ดังสนั่น“เอาไปให้อาโรมเซ็นสิวะกูรีบอยู่” ชายหนุ่มตะโกนแข่งกับเสียง‘ดอกเตอร์ไปอเมริกากับคุณมาร์คครับ’“ให้หมี่เซ็นไปเลย”‘หมี่เซ็นไม่ได้ครับเอกสารจากแอฟริกากลางนะครับบอส แล้ววันนี้น้องหมี่ก็พาคุณย่าไปหาหมอตามนัดด้วยครับ’ สุรชาติถอนหายใจกับงานด่วนที่หาคนเซ็นไม่ได้ *กูปวดหัวกับบ้านนี้จริง ๆ แต่งงานแล้วคิดว่าจะสบายขึ้นหนักกว่าเดิมอีกกู...*“งั้นมึงเอาเอกสารมาให้กูเซ็นที่บ้านพ่อตากูเนี่ย ตอนนี้กูยังไม่ว่างกลับ” คนงานเยอะว่าพลางเริ่มเข้าเกียร์เดินหน้ารถอีกครั้ง‘อีกกี่วันกลับครับบอส’“ไม่รู้กูยังไม่ชำนาญรถเกี่ยวเลยเนี่ย มึงเอาเ
ในวันแต่งงานช่วงเช้าเป็นการตักบาตรเลี้ยงพระ และผูกแขนที่บ้านของฝ่ายหญิงตามประเพณีอีสานที่พ่อใหญ่อัฐเสนอเป็นแม่งานและเห็นพ้องต้องกันกับกำนันเมฆ ซึ่งผู้ร่วมงานช่วงเช้าก็คือเครือญาติของทั้ง 2 ส่วนงานเลี้ยงช่วงเย็นที่เป็นการฉลองสมรสของคนทั้งคู่และย้ายกันมาจัดที่โรงทองานแต่งสุดอลังการที่จัดขึ้นที่ลานกว้างของบริษัทโรงทอไทยวรวัฒน์ แขกผู้เข้ามาร่วมงานต่างก็ตะลึงกับการจัดสร้างที่อลังการนี้เพราะแทนที่จะจัดงานที่โรงแรมหรู แต่ทางเจ้าบ่าวกลับเนรมิตลานกว้างด้านข้างของบริษัทเป็นโดมสีขาวขนาดใหญ่จุผู้คนได้หลายพันคน และติดแอร์รอบทิศจนเย็นฉ่ำ ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวกลิ่นหอมอบอวลทั่วงาน เจ้าสาวที่พนักงานโรงทอต่างอยากรู้ว่าคือใครถูกนำภาพถ่ายพรีเว็ดดิ้งมาตั้งที่หน้างาน และตามจุดต่าง ๆ ซึ่งพนักงานของโรงทอต่างก็อึ้งไปตาม ๆ กันกับใบหน้าคุ้นตาของเจ้าสาว“มัดหมี่นี่” พี่อ้อมทักขึ้นอย่างตื่นเต้นพร้อมกับมองหน้าณปรางเป็นคำถาม ซึ่งณปรางถือว่าสนิทกับมัดหมี่มากคนหนึ่ง เพราะเป็นรุ่นน้องเรียนปริญญาโทด้วยกันและกลับบ้านด้วยกันบ่อยที่สุด“ปรางไม่รู้ค่ะ นั่นไงคุณชาติเลย
ก่อนวันงาน 3 วัน“ป้าด...บ้านใหญ่มากเลยพ่อกำนัน ใช่หลังที่ถ่ายรูปมั้ยนี่” พ่อใหญ่ก้านกับเมียลงจากรถของพ่อกำนันอุทานเสียงดังอย่างตื่นเต้น วันนี้พวกท่านเดินทางมาเตรียมตัวก่อนวันงาน และคุยกันว่าจะนอนที่บ้านของลูกสาวที่จะใช้จัดพิธีตอนเช้าแบบภาคอีสานตามคำแนะนำของพี่ชายคุณย่าเจ้าบ่าวที่ท่านก็เป็นเขยอีสานเหมือนกัน“อือ...หลังนี้ของเจ้าหมี่กับผัวเขา ส่วนหลังถัดไปนั่นของเจ้าหมอก” พ่อกำนันชี้ไปที่บ้านอีกหลังที่รั้วติดกัน“อ่อ เรือนหอใช่มั้ยนี่” พ่อใหญ่ก้านถามขึ้นพลางมองชายหนุ่มที่เดินออกมาจากบ้านพร้อมกับยกมือไหว้มาแต่ไกล“สวัสดีครับ”“สวัสดีลูก นี่หรือเรือนหอ” พ่อใหญ่ก้านถามขึ้นเพราะชายหนุ่มโทรไปหาพ่อตาบอกว่าคุณย่าให้มาดูเรือนหอก่อนวันงานเผื่อขาดเหลืออะไรจะได้จัดเตรียมทัน“ไม่หรอกครับ หลังนี้พ่อใหญ่ผมบอกว่าเป็นบ้านฝ่ายหญิงก็จะผูกแขนกับพิธีเช้าที่นี่ครับเป็นภายในแค่ญาติ ๆ เรือนหอเป็นบ้านผมครับ” ชายหนุ่มพูดยิ้ม ๆ มองหน้าแฟนสาวที่มุ่ยหน้ามาให้ เธอบอกว่าอยากเอาบ้านหลังนี้เป็นเรื
ก่อนเที่ยงของวันรุ่งขึ้น รถครอบครัวคันหรูขับนำรถตู้สีขาวคันใหญ่ 2 คันทะเบียนกรุงเทพ เข้ามาในหมู่บ้านไพรศรีสุก แล้วมาหยุดที่หน้าบ้านทรงไทยยกสูงหลังใหญ่ที่ป้ายหน้าบ้านเขียนว่า ที่ว่าการกำนัน หนุ่มหล่อร่างสูงโปร่งเปิดประตูลงจากรถพร้อมกับยิ้มให้ลูกน้องของพ่อตาที่ขับมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดพอดี“อ้ายจาสวัสดีครับ” เด็กหนุ่มทักทายยกมือไหว้อย่างสนิทสนม “โห...เปลี่ยนรถใหม่หรืออ้ายคันนี้แพงกว่า 4 ประตูคันเดิมอีกนะ”“รถที่บ้าน พ่อแม่ล่ะ” ชายหนุ่มตอบยิ้ม ๆ พร้อมกับถามหาพ่อตาแม่ยาย“พ่อกำนันกำลังมาครับ แม่ใหญ่น่าจะอยู่ในบ้าน”“อือ...” ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วเดินไปเปิดประตูให้คุณย่ายิ้ม ๆ ส่วนมัดหมี่รีบเดินไปเปิดประตูรถอีกคันเชื้อเชิญพ่อแม่ของแฟนลงจากรถ “ถึงแล้วครับคุณย่า”“มาถึงเร็วจังเลยลูก พ่อกำลังกลับจากงานบวชคนในหมู่บ้าน โทษทีแม่ไม่ได้ยินเสียงรถ” แม่ศรีไพรรีบเดินออกมาต้อนรับอย่างยิ้มแย้ม พร้อมกับหันไปมองหน้าผู้มาเยือนที่ลูกเขยโทรมาบอกก่อนหน้าว่าจะพาครอบครัวมาในวันนี้ *ว่าแล้ว







