Masuk“แม่พี่ฝากเค้กมาให้ครับ” พี่เดย์คลี่ยิ้มพลางยื่นถุงมาให้ตรงหน้า ฉันยิ้มแหยก่อนจะเอื้อ
“แกคิดงั้น” ฉันถามอย่างชั่งใจ“อื้อ ขนาดพีชยังให้โอกาสพี่เทมส์เลย แกจะไม่ให้โอกาสพี่เดย์รึไง” แก้มยุ้ยแซวพีชไปในตัวทำเอาคนโดนแซวโวยเบาๆ หน้าแดงกว่าปกติ รู้เลยว่ากำลังเขิน ฮ่าๆ“อ้าว! ไหงลากฉันเข้าไปเกี่ยวด้วยเล่า”“ก็ในบรรดาเราทั้งหมด แกเห็นภาพชัดที่สุดไง ฉันเลยยกตัวอย่างให้ฝันเห็นก็เท่านั้น” แก้มยุ้ยยักคิ้วใส่เพื่อนรักที่นั่งข้างกันรัวๆพีชย่นจมูกใส่แต่กลับเถียงไม่ออกทำเอาพวกเราที่เหลือยิ้มด้วยความเอ็นดู จากนั้นพวกเราก็คุยกันเรื่อยเปื่อย พออิ่มไม่ไหวก็เช็คบิล ออกมาเดินย่อยเข้าร้านโน้นออกร้านนี้ ถึงเวลาก็เข้าไปดูหนัง ออกจากโรงมาก็มีคนเรียกฉันไว้ซะงั้น“น้องฝันหวานครับ”ขวับ! เราสี่คนที่กำลังเม้าท์มอยเรื่องหนังหันไปมองทางคนเรียกก็เห็นพี่เดย์กับพี่เทมส์ยืนข้างกัน แน่นอนว่าเพียงแค่ยืนเฉยๆ หนุ่มหล่อโลกละลายและหนุ่มหล่อเกินต้านก็สามารถเรียกสายตาจากสาวๆ แถวหน้าโรงหนังให้หันไปมองพวกเค้าเป็นสายตาเดียวได้อย่างง่ายดาย“สวัสดีค่ะพี่เทมส์ พี่เดย์” แก้มยุ้มกับเอมยกมือไหว้หนุ่ม
แต่ทำเอาพีชที่นั่งข้างกันหน้าแดงขึ้นมา ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะพี่เทมส์ขอพีชเป็นแฟนแล้ว แต่เพื่อนฉันยังไม่ได้ตกลงกับหนุ่มหล่อเกินต้านหรอกนะคะ ขอดูๆ กันไปก่อน เชื่อเถอะอีกไม่นานพีชต้องตกลงแน่ ก็พี่เทมส์อ่ะโคตรเช้าถึงเย็นถึง ขนาดเมื่อกี้โทรมา ถึงขั้นจะรอรับพีชที่หน้าโรงหนังเลยเถอะ... คลั่งรักไม่ไหว ฮิ้ว!“ถึงขั้นตอบคำถามจนได้ mvp แถมพี่เค้ายังให้หมวกคู่แกมา ถามจริง... เท่าเดิมจริงอ่ะ” แก้มยุ้ยที่นั่งฝั่งตรงข้ามถามกันด้วยสีหน้าไม่เชื่อ พีชกับเอมถึงกับพยักหน้ารัวๆ ทำนองเห็นด้วยกับคนถาม“ก็เท่าเดิมจริงๆ นี่ พี่เค้าเล่าโน่นนี่นั่นให้ฟัง ฉันก็ตอบได้บ้างไรบ้างสิ”“อ่ะจ้า แต่ตอบได้ทุกคำถามเนอะ ไม่รู้ใจกันเลย” เอมยิ้มล้อเลียนทำเอาฉันหลบสายตาวิบวับของเพื่อน เฉไฉทำเป็นลวกเนื้อทันควัน“ฉันนึกว่าพี่เดย์ขอแกเป็นแฟนแล้วซะอีก ต่อหน้าคนอื่นพี่เค้ายังเปิดเผยขนาดนั้น คุยกันสองต่อสอง... ไม่รุกแกแย่เหรอ”“ก็รุก...แหละ” ฉันตอบเบาๆ ไปตามตรง“นั่นไง!” ทั้งเอม แก้มยุ้ยรวมถึงพีชโพล่งคำเดียวกันทันควัน โชคดีที่โต๊ะอื่นมีสภาพไม่ต่างจากเรา กินไปคุยไปก็เลยไม่มีใครหันมามองพวกเร
ฉันหมุนตัวเช็คความเรียบร้อยบริเวณหน้ากระจก พอเห็นว่าทุกอย่างโอเคก็หยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นหมวกที่วางอยู่บนเตียงก็พาลคิดถึงรอยยิ้มหวานโลกละลายของคนให้ ใจดวงน้อยดันเต้นตึกตัก เม้มปากอย่างชั่งใจ คำถามที่ทำเอาหลับๆ ตื่นๆ แทบทั้งคืนวนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้งถ้าวันนี้พี่เดย์ไม่เห็นหมวกจะรู้สึกยังไง? เฉยๆ หรือแอบเฟลแล้วถ้าฉันใส่ไป... พี่เดย์จะดีใจ ยิ้มกว้างเหมือนตอนฉันรับไว้รึเปล่า?รู้ตัวอีกทีขาทั้งสองข้างก็มาหยุดที่ข้างเตียง ถ้าพี่เดย์ไม่พูดว่าหมวกคู่! ฉันคงสามารถหยิบขึ้นมาสวมโดยไม่คิดหนัก แต่เพราะพี่เค้าบอกชัดเจนว่าอยากให้เราใส่คู่กัน ฉันเลยเกิดลังเลเบาๆ ในเมื่อเราสองคนยังไม่ได้ตกลงในความสัมพันธ์ครั้งนี้แต่อย่างใดตัวฉันไม่เคยมีความรักมาก่อน ที่ผ่านมามีแต่คนเข้ามาจีบฉันก็ปฏิเสธทุกรายไป แต่กับพี่เดย์... มีเหตุการณ์ทำให้เราสองคนเจอกันบ่อยมาก แถมทุกครั้งที่ฉันเจอปัญหา ไม่ว่าจะมาจากผู้ชายที่ตามตื๊อรวมถึงแฟนคลับของพี่เดย์ที่มาอาละวาดใส่ พี่เดย์ไม่เคยทอดทิ้งกันแถมยังยื่นมือเข้าช่วยเหลือฝันหวานคนนี้ทุกครั้ง ไหนจะเรื่องน้องหมาที่พี่เค้าเคยรับเลี
“นั่น...” ฉันตาโตมองพี่เดย์หน้าตื่น“ถ้าน้องฝันหวานไม่รับไว้ พี่คงโดนพวกพี่เทมส์ล้อยันรับปริญญาว่าบ้า ที่ซื้อหมวกแบบเดียวกันต่างกันแค่สีมาใส่ เพราะงั้นช่วยรับไว้ด้วยนะครับ” ทั้งน้ำเสียงออดอ้อนและแววตาระยิบ ระยับของพี่เดย์ทำเอาใจดวงน้อยของฉันวิวหวิวในชั่ววินาทีจากที่ตอนแรกตั้งใจจะปฏิเสธอย่างแข็งขัน ไม่รับแน่นอน ตอนนี้ใจเริ่มเอนเอียงซะอย่างนั้น ฮือ!ไม่ได้ฝันหวาน นี่มันราคาแพงมาก เธอจะรับไม่ได้! ท่องเอาไว้เธอต้องปฏิเสธ!! ฉันสะกดจิตตัวเองก่อนจะบอกไปว่า“หนูรับไว้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ มันแพงเกินไป” ฉันว่าพลางจับหมวกหมายจะถอดคืนแต่พี่เดย์เร็วกว่า จับมือของฉันไว้อีกทีจนฉันต้องรีบดึงมือตัวเองออกโดยพลัน กลายเป็นว่ามือของพี่เดย์วางอยู่บนหัวฉันอย่างอ่อนโยนโดยมีหมวกกั้น“น้องฝันหวานเคยสัญญากับพี่ว่า เพื่อเป็นการตอบแทน ที่พี่รับเลี้ยงเจ้าฟูฟู ถ้าพี่อยากได้อะไรให้บอก น้องยินดีจะทำให้ ตอนนี้พี่อยากให้น้องรับหมวกใบนี้ไว้...ได้มั้ยครับ” พอพี่เดย์ให้เหตุผลทั้งรอยยิ้ม ฉันถึงกับปฏิเสธไม่ลงเพราะเคยรับปากพี่เค้าเอาไว้จริงๆ ...
“พี่จอดรถไว้ตรงโน้น ไปกันเถอะครับ” พี่เดย์ยักคิ้วด้วยใบหน้าสว่างไสวพร้อมกับผายมือไปทางขวา“ไหนบอกว่าจะเอารถแกไปไง” ฉันถามเอมที่กำลังพยายามใช้มือดันหลังให้ฉันเดิน“แกก็รู้แถวหลัง ม. หาที่จอดยาก ไปกับพี่เดย์นี่แหละสะดวกสุด ไม่ต้องวนหาที่จอดรถด้วย”เรื่องนั้นมันก็จริง เอาฟะ! ไปก็ไป ขืนตกลงกันไม่ได้ต้องตกเป็นเป้าสายตาและเป้าน้ำลายยิ่งกว่าเดิมมีเอมกับแก้มยุ้ยนั่งไปด้วย คงไม่โดนเม้าท์หนักหรอกเดินมาไม่เท่าไหร่ก็ถึงรถหรูของพี่เดย์ แต่ยังไม่ทันจะขึ้นไปนั่งรุ่นพี่ปี 2 ในเอกที่เห็นหน้าบ่อยครั้งกำลังพยุงกันมาทำให้พวกเราสามคนรวมถึงพี่เดย์หันไปมองเป็นตาเดียว“มีอะไรให้พวกเราช่วยมั้ยคะพี่เป้ย” แก้มยุ้ยร้องถามทำให้พี่เป้ยที่พยุงพี่มดหันมามองทางนี้“น้องๆ ช่วยพี่พยุงพี่มดอีกแรงได้มั้ย พี่มดเป็นไฮเปอร์ไทรอยด์ นอนไม่พออาการเลยกำเริบ ใจสั่นจนเดินไม่ไหว พี่กำลังจะขับรถไปส่งที่บ้านเนี่ย” พี่เป้ยบอกยาวเหยียดด้วยสีหน้าแตก ตื่น“เดี๋ยวเราอุ้มไปส่งที่รถ” พี่เดย์ขันอาสาพร้อมกับเดินตรงเข้าไปหารุ่นพี่ของฉัน“ไม่รบกวนเดย์ดีกว่า คือเพื่อนเราเป็นวันนั้นของเดือนน่ะ คงไม่สะดวกใจเท่าไหร่ถ้าให้ผู้ชายอุ้ม” พี่เป้ยกระซิ
เมื่องานเฟรชชี่เดย์จบลง น้องปี 1 อย่างพวกเราก็ถูกรุ่นพี่ปล่อยพักตามอัธยาศัย ทางคณะมีข้าวกล่องมาแจกอีกมื้อ แต่ฉัน เอม และแก้มยุ้ยตกลงจะไปหาอะไรทานแถวหลัง ม. แทน คือไม่ ใช่ไรหรอก แบบว่าเหนียวตัวกันมากไง กะจะไปอาบน้ำ (ที่ห้องฉัน) ทานข้าว พักให้หายเหนื่อยแล้วค่อยกลับมางานเฟรชชี่ไนท์อีกครั้ง“พวกแก พีชบอกว่าร้องเพลงได้ละ อีกสักพักจะมีคนมาแต่งหน้าให้” ฉันแชทกับพีชพลางบอกเอมและแก้มยุ้ยที่เดินอยู่ข้างๆ อย่างตื่นเต้น เอาตามตรงอยากเชียร์พีชร้องเพลงไม่ไหวแล้วเนี่ย“ชักอยากเห็นแล้วดิวะ ฉันว่าพีชต้องเปล่งประกายบนเวทีแน่นอน ฟันธง!” แก้มยุ้ยบอกด้วยแววตาระยิบระยับ น้ำเสียงตื่นเต้นไม่ต่างกัน“ถูก!” ฉันกับเอมพยักหน้าเห็นด้วยรัวๆนี่ไม่ใช่การชาบูเพื่อนนะคะ พีชโหมดปกติคือน่ารักเกินต้านอยู่ละ ยิ่งได้แต่งหน้าทำผมเสริมลุคเข้าไป มีหรือออร่าจะไม่พุ่งกว่าเดิม!“แล้วพีชทานไรยัง ให้พวกเราซื้อขึ้นไปให้มั้ย” เอมถามอย่างนึกได้ทำให้ฉันระรัวพิมถามไป“รุ่นพี่เตรียมไว้ให้ละ” ฉันบอกพลางยื่นหน้าจอมือถือให้สองคนนี้ดู เมื่ออีกฝ่ายถ่ายรูปสลัดกล่องโตมาให้ดูเป็นหลักฐานว่ารุ่นพี่เตรียมอาหารเย็นไว้ให้เรียบร้อย“เค งั้นเราสามคนก
วันนี้ฉันต้องกลับหอคนเดียวเป็นครั้งแรกเพราะพีชโดนรุ่นพี่หลีดคณะมาหาเรื่องถึงห้องเรียน ที่แย่ไปกว่านั้นเพื่อจะให้รุ่นพี่พวกนั้นเลิกจิกกัดพวกเราเอกญี่ปุ่น พีชจำใจต้องไปคัดหลีดแค่คนเดียว มองจากดาวอังคารลงมายังรู้เลยว่าเพื่อนรักของฉันโดนแกล้ง จะบอกรุ่นพี่ในเอก... พีชก็ไม่ยอมอีก กลัวมีปัญหากันทีหลัง เ
“ให้มันจริง สรุปเพราะเรื่องนี้ทำให้แกกับพี่เดย์เลยรู้จักกัน”“อื้อ” ฉันพยักหน้าขึ้นลง ก่อนจะหยีตาถามเพื่อนอย่างเกรงๆ “แกไม่โกรธใช่มั้ยที่ฉันปิดบังไว้ตั้งนาน”“หึ ไม่อ่ะ” พีชส่ายหน้าช้าๆ พลางคลี่ยิ้ม “เรื่องแค่นี้ฉันจะโกรธแกทำไมก่
“ชะนี! สรุปเรื่องมันเป็นไงยะ ทำไมพีชมันถึงเข้าไปขอถ่ายรูปกับแฟนในอนาคตของฉันได้ เม้าท์ด่วน!” เสียงทักทายของลิซ่าทำให้ฉันที่เพิ่งกดรับสายแล้วเปิดโฟนเหลือบมองหน้าพีชที่นั่งฝั่งตรงข้ามก็เกิดความสงสาร เมื่อเพื่อนรักกำลังถอนหายใจยาวด้วยสีหน้าเหมือนกังวล“ไม่มีไรหรอก พีชทำไปเพราะแลกกับลายเซ็นพี่ปี 3 เท่า
พรึ่บ! ฉันยกกระเป๋าขึ้นมาปิดหน้าแทบไม่ทัน หวังว่าพี่เดย์คงไม่เห็นฉันเข้าหรอกนะ!“เป็นไรรึเปล่าน้องฝันหวาน” หนึ่งในรุ่นพี่ถามฉันด้วยน้ำเสียงแปลกใจ“แฮร่!” ฉันหันมายิ้มแหยให้พวกรุ่นพี่ “ไม่มีไรค่ะ หนูแค่ร้อนนิดหน่อยเลยเอากระเป๋าขึ้นมาบัง”“พี่นึกว่าน้องฝันหวานหลบพี่ซะอีก”“เปล่าค่ะ หนูจะหลบพวกพี่ไปทำ


![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




