Dripping Love น้ำหยดลงหิน หินบอกไม่กินน้อง

Dripping Love น้ำหยดลงหิน หินบอกไม่กินน้อง

last updateLast Updated : 2025-10-19
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
67Chapters
3.0Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

‘ถ้าลูบเกียร์แล้วจะได้เป็นเมียวิศวะ แล้วถ้าหนูลูบเฮียละคะจะเป็นเมียเฮียได้อะเปล่า!!!’ เมื่ออยากลูบเกียร์ตั้งใจฝากตัวเป็นเมียวิศวะ แต่พลาดท่าตกหลุกลึก พร้อมอุทานว่าเหี้ย...ฉันก็ได้เป็นเมียพี่เขาสมใจ

View More

Chapter 1

PROLOGUE

Lillian Bloom unlocked the front door of Bloom House Floral at precisely six forty five every morning.

Not because anyone demanded it. Not because customers arrived that early. But because discipline was a form of respect. For the flowers. For the street. For herself.

Florentis Quarter still slept when she stepped inside. The heritage district carried a quiet shaped by centuries of restraint. Stone walkways held the night’s cool. Wooden shutters remained closed. The air smelled faintly of incense from the corner temple and warm bread drifting from a cart that would soon take its place down the street.

Florentis had rules, most of them never written.

You greeted elders first. You moved aside for those carrying burdens. You kept your voice low. These streets remembered louder times. Power here did not announce itself. It waited.

Lillian slid the bolt into place and rested her palm against the doorframe before stepping fully inside. Bloom House Floral greeted her with a familiar hush.

The shop revealed itself slowly. Wooden shelves lined with ceramic vases. Twine sorted by thickness. Buckets of roses, peonies, orchids, and wild greens arranged with care. Nothing here existed by accident. Bloom House Floral did not chase trends. It endured them.

She tied her apron, washed her hands until the water ran clear, and began trimming stems.

Snip. Turn. Trim again.

The rhythm settled her. Flowers did not pretend. They either thrived or failed. They responded honestly to care. Lillian trusted that.

Her phone buzzed once on the counter.

She ignored it.

She had learned that if she allowed the world to enter before she anchored herself, it would claim the day. Calls became errands. Errands became favors. Favors became obligations she never agreed to.

So she worked first.

Outside, the quarter stirred.

A delivery scooter passed at a respectful speed. Mr. Chen swept the front of his tea shop. Two elderly women appeared at the corner with woven baskets already deep in conversation. Florentis did not wake abruptly. It eased into motion.

At six fifty five, Mr. Zhou stopped in front of the shop holding a folded paper bag and wearing a look of stern generosity.

“You are early again,” he said.

“On time,” Lillian replied as she opened the door wider.

He handed her the bag. “Still warm. Eat.”

She accepted it with both hands. “Thank you, Mr. Zhou.”

His eyes moved through the shop, pausing at the buckets and shelves. “The white lilies opened.”

“They did,” she said. “They listened.”

He made a dismissive sound that failed to hide his approval. “This street looks better when you are here.”

He walked away before she could respond.

Lillian set the bag near the register and unwrapped it. A red bean bun, still warm. The kind her adoptive father used to bring home on rainy mornings. She took one bite because refusing kindness was its own discourtesy.

By seven ten, the first customer arrived.

Mrs. Tan entered with her cane and her careful gaze. “Good morning, Miss Bloom.”

“Good morning,” Lillian replied, already reaching for the small vase that belonged to her.

Mrs. Tan bought a single yellow chrysanthemum every Wednesday. One flower. Clean and unadorned. Mourning did not need spectacle.

Lillian trimmed the stem and turned the vase so the bloom faced outward. Mrs. Tan nodded once and placed her coins on the counter in a neat line.

“Your mother would be proud,” she said.

Lillian did not correct her.

In Florentis, goodness was explained through lineage. People preferred believing care was inherited rather than chosen.

The morning unfolded in gentle order.

A young man asked for apology flowers. Lillian suggested pale pink instead of red and told him to write the note himself. A mother came in with a child clutching a crooked drawing of a flower. Lillian crouched and asked what color it should be today. She handed him a daisy and told him daisies survived storms. The child smiled as if he had been trusted with something important.

By eight, Bloom House Floral felt awake.

Ready. Steady.

Then the outside world pressed closer.

Lillian’s phone buzzed again. Twice this time.

She glanced at the screen.

Two missed calls. A message.

Please call me when you open. I need you.

Catherine Hawthorne.

Lillian’s chest tightened. She looked around the shop at the calm order she had built. She looked through the window at the street that still pretended the rest of Aurelia did not exist.

She did not call back yet.

She turned the sign on the door from CLOSED to OPEN.

As the latch clicked, something slid through the mail slot. Not an advertisement. Not a flyer. Heavier.

Lillian picked it up.

The envelope was thick and cream colored. The seal bore an embossed crest. It was the kind of stationery used by institutions that expected compliance.

She placed it on the counter without opening it.

Outside, the temple bell rang once.

Florentis Quarter continued its quiet rhythm, unaware that the boundary between its calm and the machinery of power had just thinned.

Lillian looked down at the name printed on the envelope.

Not a person.

An institution.

Whitmore Foundation.

And for the first time that morning, her hands were not steady.

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
67 Chapters
PROLOGUE
ถ้าการตื้อคือกีฬา...ฉันคงได้แชมป์โอลิมปิก... เพราะอะไรน่ะเหรอ...ฮึฮึ...ฟังนี่นะ~ ฉันชื่อพริกแกงหรือพระนามเต็มคือพิรัญญา พิมลพรรณ ลูกสาวคนสวยของคุณนายงามพริ้ง พิมลพรรณ เจ้าของร้านขายข้าวแกงและอาหารตามสั่งที่รสชาติเด็ดสุดในย่านมหาวิทยาลัย XXแต่บอกเลยว่าร้านนี้ไม่ได้มีดีแค่ข้าวแกง พริกแกงคนสวยก็เด็ดไม่แพ้กัน ฮิ้ววววว~ อวยยศเก้าพุ่มเงินเก้าพุ่มทองให้ตัวเองหนึ่งกรุบและที่สำคัญแม่ฉันได้ทำการเช่าผูกขาดร้านกึ่งฟู้ดคอร์ตในคอนโดสุดหรูหราหมาเห่าอีกด้วย ฉันไม่รู้ว่าแม่ฉันไปเป็นกิ๊กกับนิติคอนโดนี้หรือเปล่า ถึงได้มาง่าย ๆนั่นยังเป็นความลับของคุณนายงามพริ้งคนสวยอยู่ดี แต่เรื่องนั้นไม่สำคัญอีกต่อไปเมื่อฉันได้พบกับใครคนหนึ่งเข้าล่ะไม่รู้โลกกลมหรือพรหมลิขิตบันดาลชักพาดลให้ฉันได้พบกับรุ่นพี่ในโรงเรียนที่ฉันแอบชอบมาตั้งแต่เรียนม. 1 ตอนนั้นเขาอยู่ม.3 ฉันเป็นเด็กกะโปโลใส ๆ เอาดอกไม้ไปให้เขาตอนวันวาเลนไทน์ ที่สาว ๆ นิยมให้ดอกกุหลาบกับคนหล่อ ๆ กัน และฉันด้วย...แต่ทว่าขนาดช่อที่มันเอ่อ...ค่อนข้างใหญ่ไปนิดนึงนั้นทำให้ชื่อเสียงเรื่องการทุ่มเทให้ผู้ชายของฉันดังขจรขจายไปทั่ว เพราะผ
Read more
EP.1 I พิเศษใส่ไข่หรือใส่ใจดีคะ
Day 1 ภารกิจเปลี่ยนฉันเป็นแฟนเฮียเช้าวันนี้ฉันตื่นตั้งแต่ตีห้า ลากนังลูกฟูกให้ตื่นมาช่วยกันเมคอัพหน้าตีฟาร่าผมยิ่งกว่าภารกิจระดับจักรวาลเสียอีก เพราะอะไรน่ะเหรอก็วันที่ไปลูบเกียร์ชีวิตเหี้ย ๆ ของอีพริกก็ต้องนอนเดี้ยงไปหนึ่งอาทิตย์ จากนั้นก็ไม่มีเวลาไปเสนอหน้าทำคะแนนกับพี่ปัณณ์น่ะสิ แม้ว่าห้องจะอยู่คนละชั้นกับลูกฟูก แต่ว่าฉันก็ไม่กล้าเอาสภาพโทรม ๆ ของตัวเองไปให้เฮียปัณณ์ของฉันเห็นเด็ดขาดเดี๋ยวจะไม่ประทับใจ“อาจารย์เลื่อนคลาสเรียนบ่าย จะตื่นแต่เช้าทำอะไรมิทราบ” ลูกฟูกที่เป็นช่างผมประจำวันนี้บ่นอ้อลืมเล่าไป ห้องนอนห้องนังลูกฟูกมีสองห้อง และด้วยความที่กลัวเพื่อนเหงาฉันกับจูเน่จึงหอบผ้าหอบผ่อนมานอนบ้านมัน ด้วยการเสนอค่าเช่าที่เหมือนอยู่ฟรีให้แต่คนขี้งกอย่างลูกฟูกไม่มีทางที่จะมีน้ำใจบอกให้อยู่ฟรีเด็ดขาด เรียกได้ว่าเขี้ยวกับเพื่อนเอาไว้เปย์กับผู้เพื่อนเลว!“ฉันไม่ได้เจอเฮียปัณณ์มาหนึ่งอาทิตย์แล้วนะ เดี๋ยวเขาลืมหน้าฉันพอดี อีกอย่างฉันได้ยินว่าเขาเลิกกับแฟนคนที่ร้อยแล้วมั้ง”“ก็เห็นว่าเขาเจ้าชู้ มึงก็ยังปักใจ ถามจริงจะเก็บจิ้นไว้ให้อีเฮียปัณณ์คนเดียวว่างั้น”ลูกฟูกพูดไม่ผิด ถ้าครั้งแรกขอ
Read more
EP.2 I หินหรือเหี้ย
ฉันยกจานข้าวราดด้วยพริกแกงหมูกรอบแบบพิเศษใส่ไข่ดาว และแน่นอนว่าหมูกรอบของแม่ฉันก็ตักให้ว่าที่ลูกเขยแบบไม่อั้นกลัวไม่อิ่ม และเลือกไข่ดาวฟองใหญ่ที่สุดให้สองฟอง จะได้ฟิตปึ๋งปั๋งซอยบั้นเอวแรงไม่ตก ในหัวคิดมีแต่เรื่องนี้จริง ๆ ผู้หญิงใส ๆ แหละ “นี่น้องพริกแกง...ตักให้ไอ้ปัณณ์ไม่กลัวขาดทุนแบบนี้ คุณแม่ไม่ว่าเหรอจ๊ะ” เรียกชื่อเต็มแบบนี้คุณพี่รินประชดชัวร์ป้าบไม่ต้องสืบเลยแหละ “ไม่ค่ะ” “ไม่ว่า?” “ไม่รู้ต่างหาก-อิอิ” ใช่ถ้าแม่รู้ก็โดนหักเงินน่ะสิ แต่อันที่จริงถ้าใครหล่อจะบริการเป็นพิเศษนิดหน่อยต่างหาก แต่ที่พิเศษสุด ๆ ก็มีแค่คนเดียวคือเฮียปัณณ์เท่านั้นเอง “โธ่...พี่ก็นึกว่าคุณนายงามพริ้งขายข้าวแกงรวยจนให้ลูกสาวแถมให้เยอะ ๆ ก็ว่าจะมาอุดหนุนสามมื้อไปเลย” “ขายข้าวแกงจะไปรวยได้ยังไงพี่ริน นี่พริกก็กำลังช่วยแม่หาวิธีลัดอยู่ค่ะ อยากเป็นคนรวยเหมือนกัน” ฉันส่งสายตาพราวระยับให้กับพี่ริน พี่รินงงอะสิ วิธีลัดคือวิธีอะไรแต่ฉันเตรียมคำตอบเอาไว้อยู่แล้วล่ะ “ทำไม...หนูจะรวยทางลัดแบบเปิดธุรกิจสีเทาเหรอ” พี่รินโน้มหน้าลงม
Read more
EP.3 I ไม่ได้ใจแต่ได้เลือด
ฉันแยกย้ายกับพี่ ๆ จากนั้นก็ไปเรียนตอนสิบโมงพร้อมกับอัพเดตชีวิตให้กับสองสาวลูกฟูกและจูเน่ฟัง “มีเรื่องจะเม้าท์” “ถ้าบอกว่าเฮียปัณณ์หล่อกูจะตบ” จูเน่รีบดักคอ เพราะทุกวันฉันพูดเรื่องนี้จนมันเอือมระอากันหมดแล้ว “อะไรอ่า...รู้ทันตลอดแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ” ฉันแกล้งหน้ามุ่ย แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงนี่ เฮียปัณณ์หล่อมากโดนใจด้วย อีกอย่างตอนนี้เขาโสดดังนั้นฉันมีสิทธิ์ “หล่อเหี้ย ๆ เลยนะแกวันนี้” “ถ้าไม่มีคำว่าหล่อก็เหี้ยอย่างเดียวแหละกูว่า” “....” ดอกนี้เจ็บ ทำไมทุกคนต้องด่าว่าที่ลูกเขยคุณนายงามพริ้งขนาดนั้น เท่าที่ฟังพี่รินเขาเป็นคนดีมากนะ ยิ่งเห็นว่ารักและปกป้องเพื่อนกันขนาดนั้นจะให้ฉันเลิกรักได้ยังไง “แฟนฉันเป็นคนดีย่ะ” “เขารับมึงเป็นแฟนแล้วหรือไง ตื่นได้แล้วอีพริก มึงก็สวย แต่ว่ามึงวิ่งไล่ตามผู้ชายเอาซะไม่มีค่าเลย” ฮะ...ไม่มีค่าได้ยังไง นี่ไล่ตามผู้ชายก็ใช้เงินนะ แถมแม่งามพริ้งยังลงทุนให้ลูกสาวไปยกกระชับหน้าทำเมโสหน้าใส อ่อนวัยตลอดไปด้วย เฮ้อ...บางทีเพื่อนก็ไม่ให้กำลังใจเลย ให้ตายสิ!
Read more
EP.4 I ใจกากอย่าปากเก่ง
ฉันร้องเสร็จแล้วพี่รินรีบวางมือจากนั้นก็โวยวายยิ่งกว่าฉันอีก “มีดบาดเลยเจ็บไหม” เจ็บไหมไม่สำคัญ...แต่ฉันจะเป็นลมให้ตายเถอะ...แต่ไม่ได้ต่อหน้าผู้ชายจะเสียศูนย์ไม่ได้เด็ดขาด ฉันจึงหลบสายตาไปอีกทางหนึ่ง พยายามไม่มองเลือด เมื่อก่อนก็ไม่ได้กลัวเลือดหรอก จนไปดูคลิปหนึ่งที่โคตรจะน่ากลัว เป็นคดีฆาตกรรม แล้ววันนั้นก็อ้วกแตกจนเป็นลมแม่ต้องหามส่งโรงพยาบาลเลยทีเดียว “เป็นอะไรไอ้ริน” พี่ปุณณ์เดินเข้ามาพร้อมพี่ปั้นอย่างเป็นห่วง แต่ที่จริงเขาคงเป็นห่วงพี่รินมากกว่าคนไม่ถูกรักเศร้าแปล๊บ “น้องโดนมีดบาด หน้าซีดเลยกลัวเลือดเหรอ” “ไม่...ค่ะ” ต่อหน้าคนอื่นก็อยากเจ๋งอะเนอะ แต่ว่าขาเริ่มอ่อนจนต้องพิงเคาน์เตอร์ครัว “แล้วนั่น...เซจะล้มแล้ว...เป็นอะไร” ฉันบิดปากคว่ำบีบน้ำตาแสร้งดรามาให้พี่ ๆ เขาจะได้ไม่เครียดแทน จะได้ดึงความสนใจตัวเองออกไปจากเลือดตรงปลายนิ้วด้วย “เป็นคนไม่ถูกรัก” “ใช่เวลาเล่นไหมเนี่ย” โดนพี่ปุณณ์ดุเข้าให้อีก สุดท้ายมือฉันก็ถูกดึงไปล้างมือ ก่อนจะถูกลากไปนั่งที่โซฟาแล้วพี่ปั้นเอากล่องปฐมพยาบาลมาให้ ท่ามกลางอีกคนที่
Read more
EP.5 I อารมณ์ขึ้นก่อนของ 1/2
ฉันเดินตามแรงดึงของเฮียปัณณ์ลงมาด้านล่าง จากนั้นก็โดนลากไปเรื่อยแล้วก็เดินแรงเหมือนจะรีบไปตามควาย ไม่รู้ควายหายหรือว่ายังไงก็ไม่ทราบ ทราบแต่ว่าอีพริกเนี่ยวิ่งตามไม่ทันแล้ว “นี่จะรีบไปตามควายเหรอเฮีย” “จูงควายต่างหาก ควายเดินช้า” ไม่หน้าเปิดช่องให้ด่าเลย จากพริกแกงเผ็ดแซ่บกลายเป็นอีควายพริกไปแล้ว เฮียนี่ปากสุนัขจริง ๆ ฉันเชื่อพี่รินแต่แรกก็จบแล้ว แต่ใจบอกว่ายังชอบอยู่ “เป็นควายก็ดีอะ จะได้มีเขาคนนี้ไง” ฉันพูดพร้อมชี้ไปที่เฮีย กลัวที่ไหนล่ะ นอกจากจะไม่โกรธแล้วยังหยอดกลับด้วยความทะเล้นอีกด้วย ถามว่าจะหยอดถึงเมื่อไหร่ ก็จนกว่าจะใจอ่อนนั่นแหละ “เลิกล้อเล่นได้แล้ว นี่จะจีบถึงเมื่อไหร่” “จีบให้ครบ 21 วัน” ฉันตอบอย่างมุ่งมั่นตอนรอลิฟต์ จากนั้นจะยกคีย์การ์ดขึ้นแตะ แต่อีกคนก็ยึดไปซะอย่างนั้น “เฮีย...ลิฟต์ที่นี่ต้องแตะคีย์การ์ดชั้นใครชั้นมันนะ” “รู้” รู้แล้วเอาไปทำไมล่ะ แล้วแตะคีย์การ์ดชั้นตัวเองอย่างเดียวคืนนี้ฉันจะนอนที่ไหน ไม่ใช่จะทรมานฉันด้วยการนอนหน้าห้องนะ ไม่เด็ดขาดยุงหามแน่
Read more
EP.5 I อารมณ์ขึ้นก่อนของ 2/2
แหม...เฮีย ก็อุตส่าห์อาศัยช่วงชุลมุนจับเฮียลากเข้าห้องสักหน่อย จะได้ลัดขั้นตอน “ไม่เป็นไรนะ...ห้องพริกมีถุงยางถ้าเฮียกลัวจะไม่พร้อม” เฮียไม่ตอบกลับแต่ดันปิดประตูใส่ บอกให้รู้ว่าอย่ามากวนหากเยอะกว่านี้อาจจะโดนจับโยนไปนอกห้องก็ได้ แต่วันนี้ก็ได้นอนห้องเฮียนะ ฟีลดีไปอีกแบบ แล้วฉันก็ง่วงนอนมาก ๆ แล้วด้วย จึงดึงผ้าห่มที่เฮียโยนให้จากนั้นก็ปรับโซฟาเบดให้นอนสบาย ปิดไฟในห้องรับแขกแล้วก็นอนเสียเลย อยากให้นอนดีนัก พรุ่งนี้อีพริกจะโพสต์ให้ทั่วเลยว่าได้นอนห้องเฮียปัณณ์ อิอิ! เช้าวันรุ่งขึ้นฉันตื่นมาด้วยเสียงบางอย่างในครัว พร้อมกับกลิ่นไข่ดาวทอดหอมกรุ่น จึงงัดตัวเองขึ้นมาจากโซฟาเบดก่อนจะเห็นชายหนุ่มร่างบึกบึนยืนทำครัวแถมถอดเสื้อด้วย ซี้ด...น้ำลายไหลออกมาเลย คนอะไรขยันอ่อย ฉันรีบควานหาโทรศัพท์มือถือก่อนจะเก็บภาพนี้เอาไว้จากนั้นอัปขึ้นสตอรีทันที #ตื่นมาก็มีคนทำอาหารเช้ารอ...ดีจริง ๆ ฉันอัปภาพด้านหลังที่เป็นเฮียถอดเสื้อจากนั้นก็นอนรอคนกดไลค์ เพราะหุ่นนี่ยิ่งกว่านายแบบอีกนะ J-Junee : ใครอีพริก
Read more
EP.6 I หินบอกไม่กินน้อง 1/2
วันอาทิตย์แห่งชาติ...หลังจากได้คีย์การ์ดมาก็วิ่งหน้าตั้งไปอาบน้ำที่ห้องจากนั้นก็ลงไปรับคุณนายแม่ขึ้นมากินข้าว นี่คือกิจกรรมประจำสัปดาห์ ซึ่งวันนี้แม่ดูไม่ค่อยเอนจอย อย่างที่เคย“แม่เป็นอะไร”“เป็นคนสวย”ฉันกลอกตา…ก็แน่ล่ะ ฉันได้ DNA ความมั่นหน้ามาจากใครได้อีก ถ้าไม่ใช่จากคนตรงหน้าเนี่ย“กิ๊กทิ้ง?”“ยัง”“ยังไม่ได้ทิ้ง?” ฉันเลิกคิ้วถาม“ยังไม่ได้คบ”ฉันหลุดหัวเราะเบา ๆ ...“โถ...ได้แค่คนคุยเหรอ ไม่ได้คบ สงสาร...นี่แม่หรือว่าเสน่ห์ช่วงนี้ตกไป ควรไปบริหารเสน่ห์หน่อยไหม”เราแกล้งหยอกกันแบบนี้เป็นปกติ แม่ก็หัวเราะ แห้ง ๆ พลางส่ายหัวไปมา ก่อนจะหันมามองฉันด้วยสายตาห่วงใยที่คุ้นเคยฉันอมยิ้มให้แม่ ที่จริงเราหยอกล้อเล่นกันแบบนี้
Read more
EP.6 I หินบอกไม่กินน้อง 2/2
POV ปัณณ์ เช้าวันจันทร์ที่ร้านข้าวแกงแม่งามพริ้งวันนี้ดูเงียบแปลก ๆ มันเหมือนขาดอะไรไปสักอย่างจนผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน“ไอ้ปัณณ์ทำหน้าส้นตีนแบบนั้น ข้าวแกงไม่อร่อยหรือไง ก็เมนูเดิมที่ชอบ” ไอ้รินไอ้นี่จับสังเกตเก่ง ผมเคี้ยวไปแบบไม่ตอบ แต่ในหัวมันขุ่น ๆ มัว ๆ แปลก ๆ แต่มันยังเซ้าซี้ “ลืมเอาปากมา?”“เสือกจริงนะมึง”“ไอ้นี่กวนส้นตีน...แล้วยังไงเมื่อคืนกับดาวปีสี่วิทยา ส่งสายตาหวานเยิ้มเชียวนะมึง กูเห็น”“หวานเหี้ยอะไร”มันก็ไม่ใช่อย่างที่เห็นแต่ผมไม่อยากอธิบายเบื่อเพราะแม่งนี่ไม่ค่อยเชื่อ ผมขี้เกียจจะเถียง“หรือไม่ใช่ เมื่อคืนมึงอย่ามาพูด ถ้ามีช่องกูก็ว่ามึงน่าจะชวนมาคอนโดด้วยซ้ำ” ซ้ำอะไรอีกก็บอกไม่กินซ้ำแค่ทักทายในฐานะคนรู้จัก“กับน้องพริกแกงนี่ยังไง มึงไม่เอาแน่ใช่ปะ”“กูบอกแล้วแค่น้อง”แค่น้องเหรอวะปัณณ์…แล้วทำไมตอนริมฝีปากเฉียดกันถึงใจสั่นวะภาพนั้นมันวนอยู่ในหัวผมทั้งคืน คิ้วผมขมวดเองโดยไม่รู้ตัว“พูดมากแดกไปเหอะมึง” ผมไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก แต่ว่าไอ้รินมันหยุดที่ไหน“กูเห็นนะว่ามึงพาน้องไปนอนที่ห้องด้วย ยังไงถ้าไม่คิดอะไรก็อย่าให้ความหวังไอ้สัด กูเคยเป็นมาก่อนมันเจ็บแ
Read more
EP.7 I ตัดใจยากตัดเพื่อนง่ายกว่า
วันอังคารใจฉันที่อยากกลับมาสดใส แต่ความเครียดก็ไม่ยอมจางหายไปสักทีได้แต่นั่งใต้ตึกคณะมองดูนักศึกษาที่เดินผ่านไปผ่านมาอย่างเซ็ง ๆ“มึงบอกจะตัดใจไม่ใช่หรือไง ทำไมทำหน้าเหมือนไม่ได้แดกข้าวมาสองชาติอย่างนั้น”นังลูกฟูกพูดเกินไปไม่ได้แดกข้าวสองชาติ ได้ตายตั้งแต่สามวันแรกแล้วมั้ง“กูอยู่ระยะทำใจไง” ฉันบอกอย่างเซ็ง ๆ พยายามคิดหาวิธีmove on อยู่อ้อลืมไปฉันถือคติจะไม่แย่งคนที่มีเจ้าของอยู่ หากจะจีบต้องโสดเท่านั้น และต่อให้เป็นคนที่ฉันชอบมากแค่ไหนก็จะตัดใจ“แดกเหล้าไหมมึง”“วันนี้วันอังคารนะ พรุ่งนี้เรียนเช้า วันศุกร์ไหมล่ะ”เรียกได้ว่านี่คือชีวิตในฝันของฉันเลยแหละ เมื่อก่อนเรียนห้าวันหยุดสองวันรู้สึกไม่พอ ทุกวันนี้เรียนสี่วันหยุดสามวันและฉันจะได้นอนเปื่อย ๆ อยู่ห้องได้ฉันไถโทรศัพท์เล่นไปเรื่อย จนกระทั่งเสียงสั่นแจ้งเตือนทำให้หันมองนาฬิกาที่เชื่อมกัอถือเห็นว่ากรุ๊ปไลน์ของเซกเด้ง ทั้งที่ยังไม่ได้อ่านจบนังลูกฟูกก็ตะโกนขึ้น“ยกคลาส...วู้...ปะ” ฉันเข้าไปอ่านให้ละเอียดว่ายกคลาสแล้วมีชดเชยวันไหนหรือเปล่า แต่ว่าวันนี้อาจารย์ติดประชุมเร่งด่วน ทำให้ต้องยกคลาสไปก่อนค่อยโล่งใจ“ไปไหน”“ไปหาอะไรกินไง”“ไ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status