Home / โรแมนติก / เงารักข้างกาย / ตอนที่ 3 ซีรีส์เรื่องใหม่

Share

ตอนที่ 3 ซีรีส์เรื่องใหม่

last update Petsa ng paglalathala: 2026-07-13 13:00:38

           ณ สตูดิโอใจกลางเมือง กองถ่ายคึกคักด้วยทีมงาน ช่างภาพ สไตลิสต์ และนักข่าวที่มาร่วมงานโปรโมตซีรีส์ พันธะรักของมาเฟีย การถ่ายภาพดำเนินไปอย่างราบรื่น จนถึงเซตสุดท้ายของคู่พระเอก “ภูบดินทร์ อัครโชติ” และนายเอก “วินภัทร ธีระการ”

          ทีมงานที่อยู่รอบเซตถ่ายภาพเริ่มรับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่เริ่มตึงเครียดเมื่อช่างภาพหยุดการถ่ายภาพชั่วคราว ช่างภาพขมวดคิ้วมองภาพในกล้อง “ภู วิน ขยับเข้าใกล้กันอีกนิดสิ สายตายังไม่ถึง”

วินภัทรยิ้มเกร็ง มือกำขอบเสื้อแน่น “ขอโทษครับ ผมตื่นเต้น กล้องเยอะจนลืมตัว”

          “มิว” สไตลิสต์หนุ่มก้าวเข้ามาแทรกความเงียบ เขาถือผ้าคลุมไหล่ในมือพลางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้วินภัทร ก่อนจะกระซิบเบาๆ ข้างหูด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า “วิน ผ่อนคลายหน่อยสิ นายดูเหมือนหุ่นในร้านเสื้อผ้าแล้ว หรือเขินพี่ภูจนตัวแข็ง”

วินภัทรหัวเราะเขินๆ “พี่มิว อย่าแซวสิครับ ผมพยายามอยู่นะ”

ขณะนั้น “โจ” ผู้ช่วยช่างกล้องที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็หันมาแซวด้วยน้ำเสียงขี้เล่น “หรือจะให้ถ่ายเดี่ยวก่อน พี่ภูดูจ้องน้องวินจนตาค้างแล้วนะ”

ภูบดินทร์ยิ้มมุมปาก “โจ อย่ามาแซว เดี๋ยวให้ไปปรับไฟใหม่ทั้งเซตนะ”

เสียงหัวเราะดังขึ้น บรรยากาศผ่อนคลายลง วินภัทรยิ้มเขิน สบตาภูบดินทร์แวบหนึ่งก่อนจัดท่าใหม่ตามที่มิวแนะนำ สไตลิสต์หนุ่มตบไหล่วินภัทรเบาๆ “เอาล่ะ นายหล่อแล้ว ลองมองพี่ภูเหมือนแฟนคลับมองนายสิ ได้ช็อตเด็ดแน่”

ทั้งคู่ยืนประจำตำแหน่ง ภูบดินทร์ดูผ่อนคลายขึ้น สายตานุ่มนวลเมื่อมองวินภัทร แต่ช่างภาพยังส่ายหน้า “ยังไม่ถึงครับ ยังขาดความรู้สึก”

          ทันใดนั้น เมธาวีที่ยืนมองภาพจากหน้ามอนิเตอร์ด้านหลัง ตัดสินใจเดินเข้าไปหาทั้งสองคนด้วยท่าทีสงบนิ่ง แต่แววตาจริงจัง “ขอพักเซตนี้ก่อนนะคะ ขอคุยกับนักแสดงสองคนแป๊บหนึ่ง”

          ห้องพักด้านหลังสตูดิโอถูกใช้เป็นพื้นที่ส่วนตัวชั่วคราว หญิงสาวพิงโต๊ะเล็ก มองภูบดินทร์และภัทรที่สีหน้าเริ่มเครียด “พี่ภู น้องวิน สังเกตไหมว่าทำไมเรายังไม่ได้รูปเซตสุดท้ายสักที” วินภัทรก้มมองพื้น “ผมเกร็งไปหน่อยครับพี่เมย์”

           เมธาวียิ้ม “สายตาของทั้งคู่ยังไม่ใช่สายตาคนรักกัน ลืมกล้อง ลืมทีมงาน แล้วมองกันเหมือนคนที่กำลังตกหลุมรัก” เธอเว้นจังหวะ มองทั้งสองคนสลับกัน “มีอะไรอยากถามเมย์ไหมคะ”

ภูบดินทร์สีหน้าครุ่นคิด “คุณเมย์ ทำไมถึงเลือกผมกับวิน ทั้ง ๆ ที่คาแรกเตอร์เราไม่ตรงนิยายเลย” วินภัทรพยักหน้าเห็นด้วย แอบมองภูบดินทร์

          เมธาวียิ้มบาง มองทั้งคู่ด้วยแววตาอบอุ่น “เมย์เคยเห็นคลิปสัมภาษณ์เก่า ๆ ของทั้งสองคนจากซีรีส์เรื่องที่แล้ว” เธอหยุดเล็กน้อย “ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร แต่...” เธอหันมองภูบดินทร์ก่อนแล้วค่อย ๆ มองไปหาวินภัทร “มีช่วงหนึ่งที่ทั้งคู่นั่งห่างกัน แต่แอบมองกันอยู่ตลอดเวลา” เธอหัวเราะเบา ๆ “อาจเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ แต่เมย์เห็นเคมีที่คนอื่นไม่เห็น” “เมย์เลยตั้งใจว่า ถ้าวันหนึ่งได้ทำซีรีส์เอง จะเลือกให้ทั้งสองคนแสดงด้วยกันให้ได้” เธอมองตาทั้งคู่สลับกันน้ำเสียงนุ่มแต่หนักแน่น “เมย์ไม่ได้อยากให้แสดงตามนิยายเป๊ะๆ แต่เมย์อยากให้ทั้งสองคนแสดงเป็นคนรักกันจริงๆ ในแบบของตัวเอง”

          ความเงียบเคลือบห้องชั่วครู่ เมธาวียิ้ม “พัก 30 นาที ลองคุยกันในฐานะคนที่กำลังเริ่มต้นอะไรบางอย่าง แล้วเจอกันในสตูดิโอนะคะ” เธอเดินออกไป ปล่อยทั้งสองอยู่ตามลำพัง  หลังเมธาวีเดินออกไป ห้องเงียบลงทันที

ภูบดินทร์หันมามอง “วิน อึดอัดไหมเมื่อกี้”

วินภัทรส่ายหน้า “ไม่อึดอัดหรอกครับ แค่เกร็ง”

“เกร็งเพราะกล้อง หรือเพราะพี่” ภูบดินทร์ยกคิ้ว

วินภัทรหน้าแดง “ทั้งสองอย่างแหละครับ”

          ทั้งคู่หัวเราะพร้อมกัน  “ผมกลัวนิดหน่อยครับ กลัวเล่นเป็นคนรักพี่ไม่ดีพอ ตัวละครในนิยายเข้มข้นมาก กลัวคนดูเปรียบเทียบ”

          ภูบดินทร์พยักหน้า “พี่ก็กังวลเหมือนกัน ตัวละครนี้ไม่เหมือนพี่เลย พี่ไม่ใช่มาเฟีย ไม่เคยตกหลุมรักใครพริบตา” ภูบดินทร์ขยับเข้าใกล้ “คุณเมย์บอกให้เราเป็นตัวเอง ลองเริ่มจากรู้จักกันจริง ๆ ดีไหม”

วินภัทรยิ้ม “ดีสิครับ เริ่มจากอะไร”

“เริ่มจากตรงนี้เลย” ภูบดินทร์แตะไหล่เบา ๆ “ใจพี่เต้นแรงเหมือนกันนะ เวลาวินมองแบบนี้”

วินภัทรหลบตาแล้วยิ้มกว้าง “ผมก็เหมือนกัน”

         เวลาผ่านไป 30 นาที เมื่อทั้งสองกลับมาหน้ากล้อง พวกเขายืนใกล้กันมากขึ้น สายตาอบอุ่นเป็นธรรมชาติ ภูบดินทร์มองวินภัทร ยิ้มมุมปาก “วิน พร้อมมั้ย”

วินภัทรสบตากลับ “พร้อมครับพี่ คราวนี้ต้องได้”

ช่างภาพตะโกน “โอเค เซตนี้ใช่เลย ขยับเข้าใกล้อีกนิด” มิวกระซิบโจ “เฮ้ย ดูสายตาน้องวินสิ หลงพี่ภูไปแล้วมั้ง”

โจหัวเราะเบา “เงียบ ๆ สิ เดี๋ยวช่างภาพจับได้ว่าเราแซว”

        ช่างภาพกดชัตเตอร์ต่อเนื่อง ภูบดินทร์ดึงปกเสื้อวินภัทรให้ใกล้เข้า วินภัทรสบตานิ่งไม่ถอย ภาพในมอนิเตอร์ทำให้ทีมงานซุบซิบ ช่างภาพพยักหน้าพอใจ

       ด้านหลังห้อง เมธาวีนั่งมองไกลๆ ยิ้มช้าๆ เพราะมันคือภาพที่เธอเลือกด้วย “ความรู้สึก” ไม่ใช่แค่โปรไฟล์ ไม่ใช่ชื่อเสียงหรือ follower ในโซเซียล ๆ “นี่แหละ ภาพที่รออยู่” เธอพึมพำ

       หลังได้ภาพโปรโมตหลัก ไม่กี่วันต่อมา JEM Studio เดินหน้าจัดเวิร์กชอปเข้มข้นให้นักแสดงทุกคน เพราะเกือบทั้งหมดคือนักแสดงหน้าใหม่ โดยเฉพาะภูบดินทร์และวินภัทรที่ทุกสายตาจับจ้อง ไม่นาน โซเชียลเริ่มลือ บรรยากาศเวิร์กชอปว่าพระนายสนิทเกินบท บางคนก็พากันจิ้น พร้อมตั้งแฮชแท็กเฉพาะ #ภูวิน และคาดเดากันไปต่าง ๆ นานา “จะอินแค่บทหรืออินนอกบทด้วย” ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ ข่าวก็เริ่มทำหน้าที่ของมัน ช่วยให้กระแสของซีรีส์ค่อย ๆ ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ

       สองสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว การถ่ายทำเริ่มอย่างเป็นทางการ 2 เดือนเต็ม ทุกคนทุ่มเท แม้เป็นบริษัทใหม่แต่เปี่ยมพลัง เมธาวีงดงานแสดงใหญ่ มาดูแลกองเอง โดยเฉพาะเวลาถ่ายซีนอารมณ์หรือเลิฟซีน เธอมักจะมาดูด้วยตัวเองทุกครั้ง

      “เลิฟซีนของเรื่องนี้ เวลาพระนายแสดงความรักกันแบบเบา ๆ จะต้องละมุน”

      “ส่วนบางฉากที่ต้องมีเลิฟซีนแบบเร่าร้อนก็ตามที่พี่วิเห็นสมควรได้เลยค่ะ”

      “แต่ทั้งนี้ก็อยากให้แสดงออกมาแบบคนดูรู้สึกถึงความรัก ไม่ใช่แค่ความใคร่”

       เธอใส่ใจทุกรายละเอียด และนักแสดงก็สัมผัสได้ถึงเจตนานั้น บรรยากาศในกองถ่ายที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป

          นอกจากทีมงานและนักแสดง ความอบอุ่นในกองยังมาจากแฟนคลับที่เริ่มทยอยส่ง ฟู้ดซัพพอร์ต เข้ามา ทั้งจากแฟนคลับเดี่ยวของภูบดินทร์ ของวินภัทร และบ้านคู่ที่เขียนชื่อ #ภูวิน ตัวใหญ่ มิวและโจกำลังแกะกล่องอาหาร ขณะที่ภูบดินทร์และวินภัทรนั่งใกล้กัน ดูเมนูในมือ

          มิวที่กำลังถือกล่องข้าว “เฮ้ย ดูนี่สิ แฟนคลับส่งข้าวกล่องมาเพียบเลย มีชื่อภูวินคู่กันด้วย #ภูวิน นี่มาแรงจริงๆ”

วินภัทรอ่านป้ายแล้วยิ้มเขิน “อะไรครับพี่มิว เขียนชื่อผมกับพี่ภูคู่กันเลยเหรอ”

โจหยิบโทรศัพท์ เลื่อนดูโซเชียล “ยังไม่หมดแค่นั้น แฟนๆ ตัดคลิปจากงานเมื่อวานแล้วคอมเมนต์บอกว่าแค่ยืนข้างกันก็รู้สึกถึงความรัก”

วินภัทรหัวเราะเขินๆ “พี่โจ อย่ามาแซวสิครับ ผมยังไม่ได้เช็กโซเชียลเลย”

ภูบดินทร์ยิ้มมุมปากมองวินภัทร “จริงเหรอ งั้นเดี๋ยวต้องไปดู ว่าเรายืนข้างกันแล้วดูรักกันขนาดไหน”

วินภัทรสบตาภูบดินทร์แวบหนึ่ง “พี่ภู อย่ามาแซวผมด้วยสิ แต่ถ้าแฟนๆ ชอบ ผมว่าเราต้องทำให้ดีกว่านี้”

มิวขยิบตาให้วินภัทร “โห น้องวินตั้งใจขนาดนี้ พี่ภูต้องช่วยหน่อยแล้วล่ะ เดี๋ยวเวิร์กชอปนี้ต้องซ้อมเลิฟซีนให้เนียนเลย”

ภูบดินทร์หัวเราะเบาๆ “มิว อย่าเพิ่งกดดัน เดี๋ยววินเขินจนลืมบทหมด

วินภัทรยิ้มกว้าง “ไม่ลืมหรอกครับพี่ ถ้าพี่ช่วย ผมพร้อมลุยเต็มที่”

ทั้งกลุ่มหัวเราะครื้นเครง วินภัทรส่งยิ้มให้ภูบดินทร์ ขณะที่ภูบดินทร์แตะไหล่วินภัทรเบาๆ เหมือนให้กำลังใจ บรรยากาศอบอุ่นขึ้นทันที กล่องฟู้ดซัพพอร์ตที่มีชื่อทั้งคู่ถูกทีมงานถ่ายรูปลงโซเชียล กระตุ้นกระแส #ภูวิน ให้ร้อนแรงยิ่งขึ้น

        ในที่สุดทีมงานก็ปิดกล้องวันสุดท้ายกันไปเรียบร้อยแล้ว ทุกคนกอดกัน ร้องไห้ ยิ้มทั้งน้ำตา สองเดือนที่เหมือนฝันผ่านไปเร็วเกินกว่าที่ใครจะเชื่อ  

       แสงจากจอสาดส่องใบหน้าเมธาวี เธอนั่งมองหน้าจอ หายใจเข้าลึก ยิ้มน้อย ๆ “อีกไม่นาน ทุกคนจะได้เห็นในสิ่งที่เราเชื่อมาตลอด”  เธอกดปุ่ม play ภาพค่อย ๆ ขึ้น ภูบดินทร์ยืนอยู่ใต้แสงดาว ก้าวเข้าไปกอดวินภัทรจากด้านหลังแน่น วินภัทรหลับตาลง พิงอกเขาเต็ม ๆ  เมธาวีพึมพำเบา ๆ กับตัวเองในห้องมืด

      “นี่แหละ ความรักที่แท้จริง”   เธอยิ้ม แล้วกดบันทึกไฟล์สุดท้าย

       “พันธะรักของมาเฟีย Final Cut”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 24 ไม่เคยหยุดรักคุณเลย

    หลังจากเหตุการณ์ผ่านพ้นไปและการรักษาตัวของกันต์กวีดีขึ้นตามลำดับ เขาก็กลับมาพักฟื้นที่บ้าน บ้านหลังใหญ่กลับมีชีวิตชีวาอีกครั้งเพราะเสียงหัวเราะและการดูแลเอาใจใส่ของเมธาวี เธอดูแลเขาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แม้จะมีงานถ่ายแบบและอีเวนต์ที่รับไว้ล่วงหน้า แต่เธอก็จัดสรรเวลาอย่างรัดกุม ทำงานเสร็จแล้วรีบกลับบ้านทุกครั้งกันต์กวีเองแม้จะยังไม่หายดีนัก แต่เมื่อเห็นว่าทั้งเลขาและอดิศักดิ์ต้องขนแฟ้มเอกสารมาตรวจถึงบ้านเกือบทุกวัน เขาก็อดรู้สึกเกรงใจไม่ได้ สุดท้ายก็ยืนยันจะกลับไปทำงานในช่วงเวลานั้นเอง หลายสิ่งที่เคยค้างคาในหัวใจของทั้งเขาและเธอก็ค่อย ๆ คลี่คลาย ทั้งสองคนเปิดอกพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ทุกบทสนทนา กลายเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิมแต่สิ่งหนึ่งที่หญิงสาวไม่เคยรู้มาก่อน และไม่มีใครเคยบอกคือ “จุดเริ่มต้น” ของเส้นทางในวงการบันเทิงของเธอ จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่เธอไปพบคุณพรพรรณ อดีตผู้จัดการมือทอง ซึ่งกลับมาเมืองไทยชั่วคราวเพื่อจัดการธุระส่วนตัว ก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตที่

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 23 ศัตรูคนสุดท้าย

    ขณะนั้นเอง กันต์กวีก้าวเข้าไปในอุโมงค์ใต้ดิน ทุกย่างก้าวหนักแน่นแต่เต็มไปด้วยความระวัง แสงไฟจากโคมไฟฉุกเฉินส่องสลัว ทำให้เงาของเขาทอดยาวบนผนัง เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของลูกน้องเสี่ยชาญจากด้านหน้า และรู้ว่าทุกวินาทีคือการแข่งกับเวลา “เมย์ ผมมาแล้ว” เขาพูดในใจ ขณะที่มือกำปืนแน่นขึ้นเมื่อเห็นเงาของชายติดอาวุธปรากฏขึ้นที่มุมโค้งเสียงฝีเท้าก็ใกล้เข้ามาอีกครั้งจากอีกทางหนึ่งปัง! ปัง!เสียงปืนสองนัดดังถี่ยิบ ชายติดอาวุธที่กำลังจะยกปืนขึ้นยิงกลับ ทรุดลงทันที เลือดไหลรินจากหน้าผากและอก ร่างแน่นิ่งไร้ชีวิตกันต์กวีก้าวเข้ามาแสงไฟในห้องสะท้อนดวงตาเขาที่ไร้อารมณ์ แววตาที่เคยอ่อนโยนให้กับคนรัก กลับแข็งกระด้าง เย็นชาราวกับน้ำแข็งพันปี เขามองลงไปยังร่างของเขมิกา ที่นอนจมกองเลือดอยู่กับพื้น ในแววตาเขา ไม่มีความเศร้า ไม่มีความเห็นใจ มีเพียงการไม่แยแส “เธอเลือกเอง” เขาพึมพำเบา ๆ เหมือนพูดกับอากาศ แล้วเดินผ่านไปโดยไม่เหลียวหลัง เสียงฝีเท้าของกันต์กวีดังสะท้อนในอุโมงค์

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 22 จะไม่ให้ใครมาทำร้ายเธออีก

    ห้องน้ำภายในสถานที่จัดงาน เสียงน้ำไหลจากก๊อกดังสม่ำเสมอ ขณะที่เมธาวีกำลังล้างมือหลังจากทำงานมาตลอดบ่ายถึงค่ำ ประตูห้องน้ำเปิดออกอย่างช้า ๆ และเขมิกาก้าวเข้ามาในชุดเดรสหรูหรา ใบหน้าสวยเฉียบแต่เต็มไปด้วยความเย็นชา เมธาวีหันไปมอง สายตาฉายแววระแวงทันที “คุณมาที่นี่ทำไม”เขมิกาไม่ตอบ แต่สายตานั้นจ้องเธอราวกับเหยื่อที่รอเวลาถูกสังหาร จากนั้นเธอก็ควักปืนพกเล็กจากกระเป๋าถืออย่างรวดเร็ว ปลายกระบอกสีดำหันตรงมาที่เมธาวี “คุณคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะรอดเหรอ” เมธาวีเอ่ยออกมาแม้ใบหน้าจะเริ่มซีด“ทำไมล่ะ แกจะทำอะไรฉันได้ พ้นคืนนี้ไป แกไม่มีวันเชิดหน้าชูตาได้อีกแล้ว” เขมิกายิ้มเยาะ มือถือปืนสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น “แกคิดว่าผัวแกจะมาทันเหรอ คืนนี้แกจะถูกขายไปเมืองนอก ตัวแกจะสกปรกจนเขาไม่อยากแตะอีกตลอดชีวิต”เมธาวีกัดฟัน “ฉันไม่ยอมให้แกได้สมใจหรอกนังปีศาจ” เธอใช้ทั้งแรงทั้งหมดที่มี พุ่งตัวชนเข้าไปที่ลำตัวเขมิกาอย่างแรง ทำให้ทั้งสองล้มลงไปกับพื้น เสียงโก

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 21 ศัตรูเก่าที่ยังเหลือ

    ปัจจุบัน...ในช่วงเช้า อดิศักดิ์ ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้ม ผู้ขวาของกันต์กวี ยืนตรงรอในห้องโถงของบ้านมือประสานไว้ด้านหน้า แม้สีหน้าจะเรียบเฉยและนิ่งขรึมเหมือนเคย แต่ในแววตานั้นแฝงด้วยแรงกดดัน เพราะเขารู้ว่าเจ้านายของเขา ไม่มีวันยอมให้เรื่องที่เกิดขึ้นกับคนรักตัวเองผ่านไปง่าย ๆเพียงไม่นาน เสียงฝีเท้าแน่นหนักก็ดังขึ้นบนบันได กันต์กวีในเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกางเกงผ้าตัดเย็บเนี้ยบ ก้าวลงมาช้า ๆ สีหน้าเคร่งขรึมและเฉียบขาด “ได้เรื่องว่ายังไง”“ผมตามดูทุกความเคลื่อนไหวของนทีตามที่นายสั่งครับ เขากับเพื่อนไปโรงพยาบาล แต่ตอนแจ้งกับโรงพยาบาล กลับบอกว่าเป็นการทะเลาะวิวาทกันเอง ไม่มีการเอ่ยถึงชื่อของนายเลยแม้แต่นิดเดียวกันต์กวีหรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ “กลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะร้องขอความยุติธรรม”“ครับ” อดิศักดิ์พยักหน้าเบา ๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดรูปส่งให้เจ้านายดู “นี่สภาพมันเมื่อคืนครับ”ภาพแรก ใบหน้าบวมช้ำจนจำไม่ได้ ตาข้างซ้ายปิดสนิท ปากแตกเลือดแห้งเกรอะ

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 20 การประกวด Supermodel (อดีต)

    แสงแดดอ่อนยามบ่ายลอดผ่านม่านสีครีมในห้องทำงาน เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นบนโต๊ะทำงานอย่างแผ่วเบา เขาเหลือบตาไปมองหน้าจอ ชื่อของภานุวัฒน์ปรากฏอยู่“ว่าไง วัฒน์”“มึงรู้ยังว่ะ น้องเมย์เข้ารอบสุดท้าย Supermodel แล้วตอนนี้เป็นเต็งหนึ่งเลยนะ”“จริงดิ” เขายิ้มมุมปากโดยไม่รู้ตัว“จริงสิวะ มึงต้องไปดูวันเสาร์นี้เลยนะ ไอ้ธรติดเข้าเวร ไปไม่ได้ กูเลยอยากชวนมึง”“ไปสิ” เขาตอบทันควัน จนตัวเองยังตกใจว่าทำไมถึงเร็วขนาดนั้น“เฮ้ย เร็วขนาดนี้เลยเหรอวะมึง” ภานุวัฒน์หัวเราะหึๆ “หรือมีอะไรในใจ”เขาเงียบไปนิดนึง “ไม่มี”“โกหกเก่งนะมึง”หลังวางสาย เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างมองออกไปด้วยสีหน้าครุ่นคิด บริษัทของเขาเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของการประกวดนี้ ภายใต้ข้อตกลงที่ว่า ผู้ที่ชนะการประกวด 3 อันดับแรกจะได้เป็นพรีเซนเตอร์แคมเปญใหม่ของ

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 19 ความสูญเสีย (อดีต)

    กลับถึงห้องพักในต่างประเทศ กันต์กวีโยนตัวลงเก้าอี้ที่คุ้นเคย เขาทุ่มเทให้งานมากขึ้น ทุกคืนเขายังเปิดแชตเก่าของคนรักที่เงียบมานานหลายสัปดาห์ ทุกครั้งที่เขาอยากถาม “เมย์สบายดีไหม” นิ้วของเขาจะพิมพ์ลงไปช้าๆ แต่สุดท้ายก็ต้องลบทิ้งทุกครั้ง กลัวจะรบกวนชีวิตใหม่ของเธอในวันที่ผลสอบของเธอออก ธนาธรก็โทรมาแจ้งข่าวอย่างรวดเร็ว “น้องสอบติดแล้วนะ น้องดีใจมาก อาสุรีพรก็ยิ้มแก้มปริ” เสียงธนาธรดังขึ้นจากปลายสาย “ดีแล้ว อย่าบอกน้องว่าฉันถามนะ” เขาตอบกลับสั้นๆ แต่ในใจรู้สึกอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย เขายิ้มจางๆ ตอนที่เห็นภาพเธอในชุดนักศึกษาที่เพื่อนส่งมา เธอดูแข็งแรงขึ้น โตขึ้นกว่าเดิม แววตาที่เคยหม่นหมองตอนนี้กลับมีประกายแห่งความหวัง “อย่างน้อยทุกอย่างที่เกิดขึ้น เธอสามารถยืนขึ้นได้อีกครั้ง” เขาพึมพำกับตัวเองอีเมลจากเลขานุการของแม่เด้งขึ้นมา ดึงเขาออกจากห้วงความคิด “คุณธิดาดูเครียดมากช่วงนี้ เรื่องโปรเจกต์ใหม่มีปัญหาใหญ่ มีคนในบริษัทไม่เห็นด้วย” กันต์กวีขมวดคิ้ว รู้สึกถึงลางร้ายที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ ถึงแม้จะบอกตัวเองว่าแม่จัดการได้เสมอ แม่เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมาตลอดชีวิต แม่กับพ่อสร้างบริษัทขึ้นมาด้วยกัน

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status