เข้าสู่ระบบในขณะที่หญิงสาว ซึ่งนั่งนิ่งกำลังคิดอะไรเพลินๆ เอกภพที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกำลังจิบเครื่องดื่มอยู่ สังเกตท่าทางนั้นได้ทันที เขาวางแก้วน้ำลงอย่างเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้ม
“เมย์ คิดอะไรอยู่ นั่งนิ่งเซียวเลย” เสียงเรียกทำให้หญิงสาวหลุดจากห้วงความคิด เธอหันไปสบตาพี่ชาย ก่อนจะมองไปยังจิรายุที่นั่งอยู่ข้างกัน หญิงสาวสูดลมหายใจ “พวกพี่คิดว่ามีคนจงใจเล่นข่าวเมย์หรือเปล่า” ทั้งเอกภพและจิรายุหันไปสบตากันในทันที สีหน้าของทั้งคู่บ่งบอกว่าคำถามนี้ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ
“เมย์รู้สึกแปลกๆ มาสักพักแล้ว เหมือนข่าวลือพวกนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่มีคนอยู่เบื้องหลัง” เมธาวีพูดน้ำเสียงหนักแน่น
จิรายุขมวดคิ้ว “ถ้ามีคนกล้าทำแบบนี้จริง คงมีแค่กลุ่มเดียวที่ทำได้”
“พวกเหี้ยนั่นแหละ” เอกภพแทรกทันทีสายตาแข็งกร้าว “คิดว่าแม่เป็นเจ้าของสื่อ จะเห่าใส่ใครก็ได้”
เขาชำเลืองมองเมธาวีเล็กน้อย “เคยมีคนที่เจอแบบนี้ แล้วก็หายไปจากวงการเงียบๆ จำได้ใช่ไหม” “และอย่าลืมอีกคนนางเอกรุ่นพี่ที่มีข่าวกับคุณคิมหันต์และงานโฆษณาหลายๆ งานที่เปลี่ยนมาเลือกให้เมย์เป็นพรีเซนเตอร์แทนอีก” จิรายุเสริม “ถ้าเขารู้ว่าคุณคิมหันต์สนใจเมย์ ยังไงก็ไม่พอใจแน่”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะมองหน้าหญิงสาวด้วยแววตาจริงจัง “คนที่มีแฟนคลับเป็นกองทัพน่ะ คำเดียวจากเขาก็พอจะปั่นอะไรได้เยอะอยู่” เมธาวีนิ่งไปครู่หนึ่ง ไม่มีสีหน้าหวาดกลัวหรือกังวลออกมาให้เห็น มีเพียงแววตาที่เหมือนกำลัง “คิด” บางอย่าง
“คนแบบนี้ ยิ่งแสดงว่าเราไม่กลัว มันจะยิ่งหงุดหงิด” เธอพึมพำเบาๆ คล้ายพูดกับตัวเอง เอกภพยิ้มมุมปากเล็กน้อย ชอบใจในความนิ่งของน้องสาว ก่อนจะสรุปสถานการณ์อย่างรวดเร็ว “เอาแบบนี้ เคลียร์ข่าวภูบดินทร์ก่อน” “ประกาศชัดๆ ว่าไม่มีอะไรเกินเลย แค่พี่น้อง”
“เพราะถ้าปล่อยนานกว่านี้ ฝั่งนั้นอาจใส่สีจนแฟนคลับภูบดินทร์ลุกฮือ” จิรายุเสริม “ส่วนคุณคิมหันต์ เมย์คิดยังไง”
เมธาวีเงียบครู่หนึ่ง “เมย์ว่าเราควรปล่อยให้เขาขยับก่อน ถ้าเราพูดไปตอนนี้ อาจดูเหมือนมโนฝ่ายเดียว”
“ฉลาดมาก” เอกภพยิ้มมุมปากเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ก่อนเหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือซ้าย แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูผ่อนคลายลงกว่าเดิม “ส่วนเรื่องงานบวงสรวงซีรีส์ ทุกอย่างพร้อมแล้วนะ” เขาขยับลำตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย “วันมะรืน เตรียมตัวให้พร้อมหน่อย งานจะจัดใหญ่พอสมควร สื่อมาเยอะ”
หญิงสาวยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนเสริมทันทีด้วยน้ำเสียงเจือความกระตือรือร้น “ต้องมีโมเมนต์เปิดตัวภูบดินทร์กับวินภัทรแล้วล่ะ ให้สื่อเขาเห็นกับตาว่า คนที่เมย์เลือกมา ไม่ได้มีดีแค่หน้า แต่มีของด้วย” หญิงสาวหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดกล้องหน้าเพื่อส่องดูตัวเอง เสี้ยวรอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏที่ริมฝีปากขณะเธอปัดผมด้านข้างออกอย่างลวก ๆ “ถ้างั้นคืนนี้นอนเร็วหน่อย จะได้มีแรงเตรียมตัวเป็นนางร้ายในชีวิตจริง”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นพร้อมกันทั้งสามคน มันไม่ใช่เสียงหัวเราะจากความตลก แต่เป็นเสียงหัวเราะจากความเข้าใจและความเหนื่อยล้าที่ต้องรับมือกับเกมของวงการ เกมที่ไม่จำเป็นต้องยุติธรรม แต่ก็ต้องเล่นอย่างมีชั้นเชิง
ในห้องทำงานของคฤหาสน์หรูใจกลางเมือง ยามค่ำคืนทอดตัวลง มีเพียงแสงจากหน้าจอแท็บเล็ตที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าสะท้อนขึ้นบนใบหน้าคมคายของชายหนุ่มผู้หนึ่ง โซฟาหนังแท้สีเข้มดูหรูหราแต่กลับไม่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเลยแม้แต่น้อย เช่นเดียวกับเจ้าของร่างสูงที่นั่งเอนหลังอยู่บนนั้น สายตาของเขาเย็นเฉียบ ขณะไล่ดูบทความข่าวที่เพิ่งถูกปล่อยออกมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า
“JEM Studio ปฏิเสธข่าวลือ เมธาวี-ภูบดินทร์ ไม่ได้คบกัน เป็นเพียงพี่น้องร่วมวงการ”
“ส่วนข่าวความสัมพันธ์กับนักธุรกิจชื่อดัง คิมหันต์ ทางต้นสังกัดขอไม่ให้ความเห็นในตอนนี้”
กันต์กวีโยนแท็บเล็ตลงบนโต๊ะดังโครม เสียงกระแทกดังก้องในห้องเงียบ นิ้วเรียวยาวเคาะเบา ๆ บนที่พักแขนโซฟาเพียงครั้งเดียว แต่จังหวะนั้นเหมือนกำลังนับถอยหลังให้ใครบางคน มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่รอยยิ้ม แต่เป็นรอยเยาะที่เย็นเยียบ
เขาเลื่อนนิ้วลงอย่างเร็วบนหน้าจอแท็บเล็ต ไล่สายตาอ่านคอมเมนต์ที่กำลังร้อนระอุใต้ข่าว คอมเมนต์ที่ไม่ได้เพียงแค่ “ตั้งคำถาม” แต่ตีความไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมดอย่างพร้อมเพรียง
“แปลว่าไม่ได้ปฏิเสธน่ะสิ”
“อ้าววว เงียบแบบนี้คือเปิดตัวหรือเปล่า”
“เมย์กับคุณคิมคือเรื่องจริงใช่ไหม”
กันต์กวีลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขายืนกอดอกกำลังครุ่นคิดบางอย่าง แววตาหรี่ลง เฉียบคม และเยียบเย็น
แสงแดดอ่อนในเช้าวันงานหน้าอาคาร JEM Studio มีสื่อมวลชน บล็อกเกอร์สายบันเทิง และแฟนคลับที่มาตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะวันนี้คือ วันเปิดตัวอย่างเป็นทางการของคู่พระ-นายหน้าใหม่ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด
#ภูบดินทร์วินภัทรเปิดตัว
#บวงสรวงซีรีส์วายแห่งปี
แฮชแท็กเหล่านี้ติดเทรนด์ตั้งแต่ก่อนเริ่มพิธีเสียอีก
พิธีบวงสรวงดำเนินต่ออย่างเรียบง่ายและทันทีที่พราหมณ์ให้สัญญาณ จุดธูปพร้อมกันนักแสดงและทีมงานทุกคนต่างยกมือไหว้และตั้งจิตอธิษฐาน
“ขอให้การออกอากาศราบรื่น มีคนรักเรื่องนี้มากกว่าที่เราคาดหวัง” ในใจของหญิงสาว เธอไม่ได้แค่ขอให้ซีรีส์ดัง แต่ขอให้ ความเชื่อของเธอถูกพิสูจน์
ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของการให้สัมภาษณ์หลังพิธีบวงสรวง ทันใดนั้น “คุณเมย์ครับ มีของมาส่ง” ทีมงานตะโกนจากด้านหลัง ก่อนที่ชายในชุดยูนิฟอร์มจะเดินเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้สีขาวครีม-ชมพูหวานช่อใหญ่ สะดุดตาจนทุกคนหยุดชะงัก ริบบิ้นสีทองผูกไว้อย่างประณีต มีการ์ดเล็กๆ เสียบอยู่ด้านใน
“ขอแสดงความยินดีกับ JEM Studio สำหรับซีรีส์เรื่องแรก”
— คิมหันต์ —
เสียงนักข่าวร้อง “อุ๊ย!” ตามมาด้วยเสียงกรี๊ดเบาๆ ของบล็อกเกอร์ฝั่งบันเทิง “โอ๊ยย แซ่บกว่าซีรีส์ก็ข่าวนี้นี่แหละ” “แปลว่ามาดูแลกันทั้งนอกจอในจอเลยไหมคะคุณเมย์” นักข่าวถามพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
เมธาวีหัวเราะเบา ๆ รับช่อดอกไม้มา มองตรงไปที่นักข่าวด้วยแววตาเป็นมิตร “เอาละค่ะ ขอเคลียร์ก่อนเลย ดอกไม้นี้คุณคิมหันต์ส่งมาแสดงความยินดีกับทุกคนในทีม JEM นะคะ ไม่ใช่แค่เมย์คนเดียว”
เธอหยุดเล็กน้อย เอียงศีรษะเล็ก ๆ พร้อมรอยยิ้มขี้เล่น “แต่ถ้าจะให้แซ่บกว่านี้ ต้องรอดูเคมีของพระ-นายเราในงานเปิดตัวซีรีส์ค่ะ รับรองหวานกว่าดอกไม้ช่อนี้แน่นอน”
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากกลุ่มนักข่าวและบล็อกเกอร์ “โอ๊ยย คุณเมย์นี่เล่นใหญ่จริง” เสียงหนึ่งตะโกนขึ้นมา พร้อมกับเสียงหัวเราะของนักข่าวที่พอใจกับคำตอบ
จิรายุกับเอกภพมองหน้ากันแล้วพยักหน้าช้าๆ เหมือนจะบอกว่า “น้องมึงเอาอยู่ว่ะ”
ขณะที่กล้องยังจับภาพอยู่ ภูบดินทร์กับวินภัทรที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็สบตากันแวบเดียว ก่อนที่วินภัทรจะกระซิบเบาๆ พลางยิ้มเจ้าเล่ห์ “ถ้าพี่เขาเล่นใหญ่แบบนี้บ่อยๆ เราจะกลายเป็นข่าวตกกระแสไหมพี่ภู”
ภูบดินทร์ยิ้มนิดๆ พลางพยักหน้า “เดี๋ยวเราก็แซงได้ ในจอไง” เสียงหัวเราะเบาๆ ของทีมเบื้องหลังดังขึ้น ขณะที่กล้องทุกตัวยังไม่หยุดจับภาพเพราะโมเมนต์จริงๆ เพิ่งเริ่มต้น
โรงหนังแห่งหนึ่งที่ทาง JEM Studio เนรมิตให้กลายเป็นโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของซีรีส์ "พันธะรักของมาเฟีย" เมื่อถึงเวลางานเริ่ม เสียงดนตรีประกอบที่ใช้ในซีรีส์ก็ดังขึ้นเบาๆ เพื่อสร้างบรรยากาศ พิธีกรขึ้นเวทีเปิดงาน ก่อนจะกล่าวเชิญผู้บริหารของ JEM Studio ขึ้นเวที เมธาวี ยืนอยู่กลางเวทีในชุดเดรสสีไวน์แดงที่สง่างาม เธอส่งยิ้มบางให้กล้องและผู้ชม
“ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงานเปิดตัวซีรีส์พันธะรักของมาเฟีย ซีรีส์เรื่องแรกของ JEM Studio นะคะ เพราะเราเชื่อว่าความรักไม่มีกรอบ และไม่จำกัดเพศ วันนี้เมย์ขอชวนทุกคนมารู้จักกับความรักของพวกเขาเป็นครั้งแรก” แสงไฟในห้องหรี่ลง Pilot ก็เริ่มฉาย
“โอ๊ยยย เปิดมาแรงมากกก” แฟนคลับกระซิบ
7 นาทีผ่านไป ภาพตัดฉากโรงแรม ต้นน้ำถูกอุ้มเข้าไป แฟนคลับบางคนถึงกับจิกแขนเพื่อนข้าง ๆ
“สายตาพระเอกนี่คือฆ่าฉันเลย”
จากนั้นตอนที่ 1 เริ่มต้น
ภาพร้านเหล้าสลัว ๆ ต้นน้ำนั่งหน้าเคาน์เตอร์ ดวงตาแดงช้ำ
“อกหักหนักมาก ฉันร้องไห้ตามแล้ววว”
ภูผาเดินผ่านหลัง สายตาสบกันผ่านกระจก
“แค่นี้ก็เคมีระเบิดแล้วอะ”
ห้องเงียบกริบ จนถึงฉาก “คืนนี้ คุณอยู่กับผมได้ไหม” ต้นน้ำที่กำลังเมามองร่างสูงด้วยสายตาเว้าวอน เขามองกลับด้วยแววตาที่อ่อนโยน “คืนนี้ ฉันจะไม่ปล่อยนายไว้คนเดียว” ก่อนที่จะอุ้มต้นน้ำเดินออกไปจากร้าน จากนั้นภาพก็ตัดสลับกับฉากในโรงแรม เสื้อเชิ้ตถูกโยนลงพื้น มือของใครคนหนึ่งแตะลงบนแผ่นหลังของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา และก่อนที่กล้องจะเคลื่อนไปจนถึงขอบเตียง
“ตายยยยยยย” แฟนคลับถึงกับอุทานออกมาพร้อมกัน
เสียงซาวด์แทร็กจบตอนแรกดังขึ้น
“ตราบใดที่ใจยังจำเธอได้ เธอก็ไม่เคยไปจากฉัน”
แล้วภาพค่อยๆ มืดลง พร้อมคำว่า EPISODE 1 END
เสียงปรบมือดังก้องทั่วห้องตามมาทันที เสียงกรี๊ดระงมจนลั่น พร้อมเสียงแฟนคลับที่เริ่มตะโกนชื่อ
“ภูบดินทร์”
“วินภัทร”
“พระนายเคมีดีมากกกกกก”
เมธาวีที่นั่งอยู่ด้านหน้ามองจิรายุกับเอกภพ ก่อนจะถอนหายใจยาวเบาๆ “เราพาเขาเข้ามาได้แล้วจริงๆ ใช่ไหมคะ”
เสียงปรบมือค่อย ๆ เบาลง แสงไฟเวทีสาดส่อง พิธีกร “ถ้าต้องเลือกซีนที่อยากถ่ายซ้ำ” ภูบดินทร์ ยิ้มมุมปาก “ฉากบาร์ครับ ผมได้มองตาวินนาน ๆ โดยไม่ต้องเขิน”
วินภัทรหน้าแดงรีบเอามือปิดปากภูบดินทร์ “พี่ภู! นี่ถ่ายทอดสดนะ”
แฟนคลับกรี๊ดลั่น “โอ๊ยยยย!!” แฟลชทำงานถี่ ป้าย #ภูวิน ถูกยกสูงเหนือศีรษะ
เวทีสว่างไสวด้วยแสงไฟสีทอง กล้องทุกตัวจับภาพคู่พระนายที่ยืนเคียงข้างกัน โมเมนต์ที่โลกออนไลน์แชร์กันนับล้านครั้งในอีกไม่กี่นาที
“ขอถามตรงๆ ค่ะ ตอนถ่ายทำเลิฟซีนแรก เขินกันไหมคะ” วินภัทรยิ้มหัวเราะพร้อมยกมือเกาหลังคอ
“เขินครับ แต่มากกว่านั้นคือ กลัวจะไม่ออกมาละมุนอย่างที่ต้องการ” ภูบดินทร์หันไปมองวินภัทรพร้อมพยักหน้า “ตอนถ่ายทำ พี่ไม่ได้คิดว่ากำลังแสดงอยู่เลยนะ”
เสียงแฟนคลับกรี๊ดลั่น “เอาอีกแล้วพี่ภู นี่ซ้อมหรือจีบ” “เขินแทนแล้ววววววววววววววว”
เมธาวีที่ถึงกับกลั้นยิ้มไม่ไหว จิรายุแซวเบาๆ ข้างหูเธอ “บอกแล้วว่าเคมีหลุดจอ”
“คุณภูกับคุณวิน รู้สึกยังไงบ้างคะกับการเปิดตัวครั้งแรกในฐานะนักแสดงนำของซีรีส์เรื่องนี้” ภูบดินทร์ยิ้มบาง ขยับไมค์ขึ้นก่อนตอบเสียงนิ่งแต่ชัดเจน “รู้สึกดีใจครับ แล้วก็ตื่นเต้นมาก เพราะนี่เป็นก้าวสำคัญในชีวิตการแสดงของผม ขอบคุณผู้จัด ขอบคุณคุณเมย์ และ JEM Studio ที่ให้โอกาสครับ” วินภัทรหันมายิ้ม พร้อมเสริม “สำหรับผมก็ยังรู้สึกเหมือนฝันอยู่เลยครับ ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ ขอบคุณทุกคนที่เชื่อในตัวเรา สัญญาว่าจะตั้งใจทำให้ดีที่สุดครับ”
เสียงกรี๊ดดังขึ้นอีกครั้ง และในจังหวะที่ทั้งสองยืนมองกันบนเวที แววตาที่ทอดมองเหมือนจะบอกอะไรบางอย่าง “พวกเขามองกันแบบนั้นตลอดเลยเหรอ” เสียงกระซิบจากนักข่าวบางคน เมธาวี มองดูทั้งสองคนยืนท่ามกลางแสงแฟลชและเสียงชัตเตอร์ เธอยิ้มจางๆ อย่างคนที่รู้คำตอบในใจมานานแล้ว “เลือกไม่ผิดจริงๆ”
เอกภพหันมากระซิบ “มึงคู่นี้เขาเล่นไม่ต้องแสดงเลยมั้ง” “เคมีมันหลุดมานอกบทแล้ว” จิรายุหัวเราะเบาๆ “ระวังไว้เถอะ เดี๋ยวแฟนคลับจะแยกไม่ออกว่าอันไหนแสดง อันไหนจริง”
ปิดท้ายงานด้วยการให้แฟนคลับขึ้นเล่นเกมบนเวทีกับนักแสดง มีทั้ง“จับคู่คำถาม” และ “ทำท่าในซีรีส์” ซึ่งแน่นอนว่ามีโมเมนต์ พระนายต้องทำท่ากอดกันเบาๆ แบบในโปสเตอร์ แฟนคลับกรี๊ดสนั่น นักข่าวกดชัตเตอร์ไม่หยุด
ก่อนจากภูบดินทร์หันไปพูดกับคนดูด้วยน้ำเสียงจริงใจ “พวกเราตั้งใจกับเรื่องนี้มาก อยากให้ทุกคนเปิดใจ แล้วเราจะพาไปรู้จักความรักในรูปแบบที่คุณอาจไม่เคยสัมผัส” สุดท้ายก่อนงานจะจบลง เมธาวีถือไมค์อีกครั้ง “ขอบคุณทุกคนอีกครั้งนะคะ แล้วเจอกันวันออนแอร์ตอนแรก คุณจะตกหลุมรักพวกเขา เหมือนที่เมย์ตกหลุมรักตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นเคมีของทั้งคู่ค่ะ”
ไฟเวทีค่อยๆ หรี่ลง เพลงประกอบดังขึ้น “เธอคือคนที่ทำให้ใจฉันสั่น โดยที่ไม่ต้องพูดอะไรเลย” เสียงแฟนคลับยังดังไม่หยุดขณะที่ฉากปิดลง กระแสบนโลกออนไลน์ก็ปะทุขึ้นทันที
X Live ทะลุ 1M วิวใน 10 นาที
#พันธะรักของมาเฟีย ติดเทรนด์อันดับ 1 แล้ววววว
#ภูวิน ติดเทรนด์อันดับ 2
@phuwinfan: พี่ภูมองวินแบบนั้น ฉันตายแล้ววววว
@winphatclub: คู่นี้จริงเกินบท ช่วยด้วยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
@phuwinsmile: ภูผาคือพี่ภูในชีวิตจริงป่ะ ช่วยบอกที
@vinfanforever: วินภัทรหน้าแดงทั้งงาน ฉันเขินแทนแล้ววววว
@phuwinvinforever: คู่นี้ไม่ใช่แค่เคมี แต่คือจริงเลยนะ ฉันเชื่อแล้ววววว
หลังจากเหตุการณ์ผ่านพ้นไปและการรักษาตัวของกันต์กวีดีขึ้นตามลำดับ เขาก็กลับมาพักฟื้นที่บ้าน บ้านหลังใหญ่กลับมีชีวิตชีวาอีกครั้งเพราะเสียงหัวเราะและการดูแลเอาใจใส่ของเมธาวี เธอดูแลเขาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แม้จะมีงานถ่ายแบบและอีเวนต์ที่รับไว้ล่วงหน้า แต่เธอก็จัดสรรเวลาอย่างรัดกุม ทำงานเสร็จแล้วรีบกลับบ้านทุกครั้งกันต์กวีเองแม้จะยังไม่หายดีนัก แต่เมื่อเห็นว่าทั้งเลขาและอดิศักดิ์ต้องขนแฟ้มเอกสารมาตรวจถึงบ้านเกือบทุกวัน เขาก็อดรู้สึกเกรงใจไม่ได้ สุดท้ายก็ยืนยันจะกลับไปทำงานในช่วงเวลานั้นเอง หลายสิ่งที่เคยค้างคาในหัวใจของทั้งเขาและเธอก็ค่อย ๆ คลี่คลาย ทั้งสองคนเปิดอกพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ทุกบทสนทนา กลายเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิมแต่สิ่งหนึ่งที่หญิงสาวไม่เคยรู้มาก่อน และไม่มีใครเคยบอกคือ “จุดเริ่มต้น” ของเส้นทางในวงการบันเทิงของเธอ จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่เธอไปพบคุณพรพรรณ อดีตผู้จัดการมือทอง ซึ่งกลับมาเมืองไทยชั่วคราวเพื่อจัดการธุระส่วนตัว ก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตที่
ขณะนั้นเอง กันต์กวีก้าวเข้าไปในอุโมงค์ใต้ดิน ทุกย่างก้าวหนักแน่นแต่เต็มไปด้วยความระวัง แสงไฟจากโคมไฟฉุกเฉินส่องสลัว ทำให้เงาของเขาทอดยาวบนผนัง เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของลูกน้องเสี่ยชาญจากด้านหน้า และรู้ว่าทุกวินาทีคือการแข่งกับเวลา “เมย์ ผมมาแล้ว” เขาพูดในใจ ขณะที่มือกำปืนแน่นขึ้นเมื่อเห็นเงาของชายติดอาวุธปรากฏขึ้นที่มุมโค้งเสียงฝีเท้าก็ใกล้เข้ามาอีกครั้งจากอีกทางหนึ่งปัง! ปัง!เสียงปืนสองนัดดังถี่ยิบ ชายติดอาวุธที่กำลังจะยกปืนขึ้นยิงกลับ ทรุดลงทันที เลือดไหลรินจากหน้าผากและอก ร่างแน่นิ่งไร้ชีวิตกันต์กวีก้าวเข้ามาแสงไฟในห้องสะท้อนดวงตาเขาที่ไร้อารมณ์ แววตาที่เคยอ่อนโยนให้กับคนรัก กลับแข็งกระด้าง เย็นชาราวกับน้ำแข็งพันปี เขามองลงไปยังร่างของเขมิกา ที่นอนจมกองเลือดอยู่กับพื้น ในแววตาเขา ไม่มีความเศร้า ไม่มีความเห็นใจ มีเพียงการไม่แยแส “เธอเลือกเอง” เขาพึมพำเบา ๆ เหมือนพูดกับอากาศ แล้วเดินผ่านไปโดยไม่เหลียวหลัง เสียงฝีเท้าของกันต์กวีดังสะท้อนในอุโมงค์
ห้องน้ำภายในสถานที่จัดงาน เสียงน้ำไหลจากก๊อกดังสม่ำเสมอ ขณะที่เมธาวีกำลังล้างมือหลังจากทำงานมาตลอดบ่ายถึงค่ำ ประตูห้องน้ำเปิดออกอย่างช้า ๆ และเขมิกาก้าวเข้ามาในชุดเดรสหรูหรา ใบหน้าสวยเฉียบแต่เต็มไปด้วยความเย็นชา เมธาวีหันไปมอง สายตาฉายแววระแวงทันที “คุณมาที่นี่ทำไม”เขมิกาไม่ตอบ แต่สายตานั้นจ้องเธอราวกับเหยื่อที่รอเวลาถูกสังหาร จากนั้นเธอก็ควักปืนพกเล็กจากกระเป๋าถืออย่างรวดเร็ว ปลายกระบอกสีดำหันตรงมาที่เมธาวี “คุณคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะรอดเหรอ” เมธาวีเอ่ยออกมาแม้ใบหน้าจะเริ่มซีด“ทำไมล่ะ แกจะทำอะไรฉันได้ พ้นคืนนี้ไป แกไม่มีวันเชิดหน้าชูตาได้อีกแล้ว” เขมิกายิ้มเยาะ มือถือปืนสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น “แกคิดว่าผัวแกจะมาทันเหรอ คืนนี้แกจะถูกขายไปเมืองนอก ตัวแกจะสกปรกจนเขาไม่อยากแตะอีกตลอดชีวิต”เมธาวีกัดฟัน “ฉันไม่ยอมให้แกได้สมใจหรอกนังปีศาจ” เธอใช้ทั้งแรงทั้งหมดที่มี พุ่งตัวชนเข้าไปที่ลำตัวเขมิกาอย่างแรง ทำให้ทั้งสองล้มลงไปกับพื้น เสียงโก
ปัจจุบัน...ในช่วงเช้า อดิศักดิ์ ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้ม ผู้ขวาของกันต์กวี ยืนตรงรอในห้องโถงของบ้านมือประสานไว้ด้านหน้า แม้สีหน้าจะเรียบเฉยและนิ่งขรึมเหมือนเคย แต่ในแววตานั้นแฝงด้วยแรงกดดัน เพราะเขารู้ว่าเจ้านายของเขา ไม่มีวันยอมให้เรื่องที่เกิดขึ้นกับคนรักตัวเองผ่านไปง่าย ๆเพียงไม่นาน เสียงฝีเท้าแน่นหนักก็ดังขึ้นบนบันได กันต์กวีในเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกางเกงผ้าตัดเย็บเนี้ยบ ก้าวลงมาช้า ๆ สีหน้าเคร่งขรึมและเฉียบขาด “ได้เรื่องว่ายังไง”“ผมตามดูทุกความเคลื่อนไหวของนทีตามที่นายสั่งครับ เขากับเพื่อนไปโรงพยาบาล แต่ตอนแจ้งกับโรงพยาบาล กลับบอกว่าเป็นการทะเลาะวิวาทกันเอง ไม่มีการเอ่ยถึงชื่อของนายเลยแม้แต่นิดเดียวกันต์กวีหรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ “กลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะร้องขอความยุติธรรม”“ครับ” อดิศักดิ์พยักหน้าเบา ๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดรูปส่งให้เจ้านายดู “นี่สภาพมันเมื่อคืนครับ”ภาพแรก ใบหน้าบวมช้ำจนจำไม่ได้ ตาข้างซ้ายปิดสนิท ปากแตกเลือดแห้งเกรอะ
แสงแดดอ่อนยามบ่ายลอดผ่านม่านสีครีมในห้องทำงาน เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นบนโต๊ะทำงานอย่างแผ่วเบา เขาเหลือบตาไปมองหน้าจอ ชื่อของภานุวัฒน์ปรากฏอยู่“ว่าไง วัฒน์”“มึงรู้ยังว่ะ น้องเมย์เข้ารอบสุดท้าย Supermodel แล้วตอนนี้เป็นเต็งหนึ่งเลยนะ”“จริงดิ” เขายิ้มมุมปากโดยไม่รู้ตัว“จริงสิวะ มึงต้องไปดูวันเสาร์นี้เลยนะ ไอ้ธรติดเข้าเวร ไปไม่ได้ กูเลยอยากชวนมึง”“ไปสิ” เขาตอบทันควัน จนตัวเองยังตกใจว่าทำไมถึงเร็วขนาดนั้น“เฮ้ย เร็วขนาดนี้เลยเหรอวะมึง” ภานุวัฒน์หัวเราะหึๆ “หรือมีอะไรในใจ”เขาเงียบไปนิดนึง “ไม่มี”“โกหกเก่งนะมึง”หลังวางสาย เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างมองออกไปด้วยสีหน้าครุ่นคิด บริษัทของเขาเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของการประกวดนี้ ภายใต้ข้อตกลงที่ว่า ผู้ที่ชนะการประกวด 3 อันดับแรกจะได้เป็นพรีเซนเตอร์แคมเปญใหม่ของ
กลับถึงห้องพักในต่างประเทศ กันต์กวีโยนตัวลงเก้าอี้ที่คุ้นเคย เขาทุ่มเทให้งานมากขึ้น ทุกคืนเขายังเปิดแชตเก่าของคนรักที่เงียบมานานหลายสัปดาห์ ทุกครั้งที่เขาอยากถาม “เมย์สบายดีไหม” นิ้วของเขาจะพิมพ์ลงไปช้าๆ แต่สุดท้ายก็ต้องลบทิ้งทุกครั้ง กลัวจะรบกวนชีวิตใหม่ของเธอในวันที่ผลสอบของเธอออก ธนาธรก็โทรมาแจ้งข่าวอย่างรวดเร็ว “น้องสอบติดแล้วนะ น้องดีใจมาก อาสุรีพรก็ยิ้มแก้มปริ” เสียงธนาธรดังขึ้นจากปลายสาย “ดีแล้ว อย่าบอกน้องว่าฉันถามนะ” เขาตอบกลับสั้นๆ แต่ในใจรู้สึกอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย เขายิ้มจางๆ ตอนที่เห็นภาพเธอในชุดนักศึกษาที่เพื่อนส่งมา เธอดูแข็งแรงขึ้น โตขึ้นกว่าเดิม แววตาที่เคยหม่นหมองตอนนี้กลับมีประกายแห่งความหวัง “อย่างน้อยทุกอย่างที่เกิดขึ้น เธอสามารถยืนขึ้นได้อีกครั้ง” เขาพึมพำกับตัวเองอีเมลจากเลขานุการของแม่เด้งขึ้นมา ดึงเขาออกจากห้วงความคิด “คุณธิดาดูเครียดมากช่วงนี้ เรื่องโปรเจกต์ใหม่มีปัญหาใหญ่ มีคนในบริษัทไม่เห็นด้วย” กันต์กวีขมวดคิ้ว รู้สึกถึงลางร้ายที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ ถึงแม้จะบอกตัวเองว่าแม่จัดการได้เสมอ แม่เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมาตลอดชีวิต แม่กับพ่อสร้างบริษัทขึ้นมาด้วยกัน







![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)