LOGIN“คุณอิงฟ้า ทำไมมานอนที่นี่คะ”
ช่วงเช้าตรู่แม่บ้านรายหนึ่งได้เข้ามาทำความสะอาดในห้องนั่งเล่น ทว่านายหญิงของบ้านที่เพิ่งแต่งงานเข้ามาเมื่อวาน กลับมานอนอยู่บนโซฟา ส่งเสียงพึมพำคล้ายกับคนนอนละเมอแต่ฟังไม่ได้ศัพท์
“คุณอิงฟ้าคะ”
แม่บ้านเรียกอีกครั้ง คนที่นอนอยู่ก็ยังไม่ลืมตาตื่น และสีหน้าก็ดูคล้ายกับคนไม่สบาย จึงถือวิสาสะเลื่อนมือขึ้นไปแตะบนหน้าผาก จากนั้นก็เดินออกจากห้องนั่งเล่น
“ป้านวล ฉันเห็นคุณอิงฟ้านอนอยู่ในห้องนั่งเล่น แล้วตัวก็ร้อนมากเลยนะจ๊ะ ป้าขึ้นไปบอกคุณคิณให้หน่อยสิ”
แม่บ้านอีกคนที่กำลังวุ่นอยู่กับการทำความสะอาดคฤหาสน์หลังใหญ่เอ่ยตอบ
“แกก็ขึ้นไปบอกเองสินังปิ่น”
“ฉันไม่กล้าขึ้นไปหรอก หรือว่าฉันเอาผ้าชุบน้ำไปเช็ดตัวให้คุณอิงฟ้าดีไหมจ๊ะป้า”
“ถ้าแกไม่อยากชะตาขาด ป้าว่าอย่าไปยุ่งเรื่องของคุณคุณเค้าเลย ทำหน้าที่ของตัวเองไปเถอะ”
“จ้ะ”
ในขณะที่ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นเรื่อย ๆ คิณ อคิราห์ พิชยเมฆา มาเฟียหนุ่ม อายุ 26 ปี ผู้สืบทอดธุรกิจนำเข้าน้ำมันดิบ และปั๊มน้ำมันรายใหญ่ทั่วประเทศ แล้วเขาก็ยังเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของ V.K.T. Pub ได้ลุกออกจากที่นอนไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วลงมากินมื้อเช้าก่อนออกไปทำงาน
ทว่าพอคิณเดินเข้าไปในห้องรับประทานอาหาร กลับไม่พบภรรยาที่ควรจะตื่นก่อนสามี
“คุณอิงฟ้าอยู่ไหน”
“เอ่อ คุณอิงฟ้ายังนอนอยู่ในห้องนั่งเล่นค่ะ ดูเหมือนจะไม่สบาย”
คิณถอนหายใจ คิ้วของเขาขมวดเป็นปมหลังจากได้ฟังคำตอบจากแม่บ้าน แล้วเดินออกจากห้องรับประทานอาหาร ตรงดิ่งไปที่ห้องนั่งเล่น
“จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้”
อิงดาว อัญชิสา รวีทิพย์ หญิงสาวในวัย 23 ปี เธอกำลังถูกพิษไข้เล่นงานจนแทบไม่มีแรงลุกไปอาบน้ำ และตอนนี้เธอก็กำลังถูกกระชากแขน พลันทำให้สะดุ้งตื่น ใจเต้นแรงแทบจะทะลุออกมาจากหน้าอก
“พี่คิณ คือดาว…”
เธอเอ่ยเสียงแผ่ว และยังไม่ทันได้พูดจบประโยค คิณก็พูดแทรกขึ้น
“ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหม อยู่ที่นี่ เธอเป็นได้แค่อิงฟ้าเท่านั้น”
สีหน้าของคิณดูไม่สบอารมณ์ มือหนาบีบแขนของอิงดาวจนเธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“ลุกไปอาบน้ำ แล้วไปกินข้าวกับฉันเดี๋ยวนี้”
“แต่ฉันลุกไม่ไหวจริง ๆ”
คิณกระชากแขนของอิงดาวเพื่อให้เธอลุกออกจากโซฟา ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงเยือกเย็น พร้อมกับแววตาที่ไร้เยื่อใย
“อย่ามาใช้วิธีทำตัวน่าสงสาร เพื่อทำให้ฉันเห็นใจ ทางที่ดีเธอควรรีบไปอาบน้ำ แล้วไปนั่งกินข้าวกับฉันจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นถ้าเรื่องพวกนี้ไปถึงหูของคุณแม่ล่ะก็ ไอ้พวกขี้ฟ้องได้ถูกฉันส่งไปลงนรกแน่”
ดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำสีใสของอิงดาว ช้อนขึ้นมองใบหน้าของชายที่เธอแอบรักมานาน ทว่าตอนนี้เขาช่างดูเย็นชา และเป็นคนไร้เหตุผลสิ้นดี
“ค่ะ ช่วยปล่อยมือด้วย ฉันจะไปอาบน้ำ”
“ขึ้นไปอาบข้างบน ห้องของเธออยู่ถัดจากห้องของฉัน ตั้งแต่คืนนี้ก็ไปนอนที่นั่น อย่ามาทำตัวน่าสมเพชให้พวกแม่บ้านเอาไปนินทา”
“ค่ะ”
มือเล็กคว้ากระเป๋าเดินทาง เดินออกจากห้องนั่งเล่นเพื่อขึ้นไปยังห้องนอนที่เขาจัดเตรียมเอาไว้ให้ แม้ว่าห้องนี้จะใหญ่พอ ๆ กับห้องของคิณ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาเลย
พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ อิงดาวก็ลงไปหาผู้เป็นสามีที่ห้องรับประทานอาหาร
“มาได้สักที เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังทำให้ฉันไปทำงานสาย”
“ขอโทษค่ะ ต่อไปฉันจะตื่นให้เร็วกว่านี้”
“ปกติฉันจะลงมากินข้าวเช้าไม่เกินเจ็ดโมงสี่สิบห้า แล้วออกจากบ้านไม่เกินแปดโมงครึ่ง ส่วนเธอก็ควรจะทำหน้าที่ภรรยา ให้สมกับความหน้าด้านที่เสนอตัวมาแต่งงานแทนน้องสาวหน่อยสิ”
ประโยคของคิณทำให้คนฟังรู้สึกเจ็บปวด จากนั้นเขาก็เงียบไปจนกระทั่งกินข้าวเสร็จ คิณก็ได้เรียกแม่บ้านทุกคนมารวมตัวกัน
“ใครที่รู้ตัวว่าเป็นคนของคุณแม่ ภายในวันนี้ให้รีบเก็บของ แล้วกลับไปที่คฤหาสน์พิชยเมฆาซะ เหลือแค่ป้าอิ่ม และคนที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่”
ป้าอิ่มคือคนที่อิงฟ้าเคยเอ่ยปากชมตอนไปกินข้าวที่บ้านกับพ่อแม่ว่าทำอาหารอร่อย แม่ของเขาจึงส่งให้มาทำงานที่นี่ แต่คนอื่น ๆ มาเฟียหนุ่มไม่อยากเก็บเอาไว้ข้างกาย
“ถ้าส่งแม่สามคนนี้กลับ แล้วใครจะช่วยป้าทำงานบ้านล่ะคะคุณคิณ”
แม่บ้านเก่าแก่ที่ชื่ออิ่มเอ่ยถามกับคนที่เธอเคยช่วยเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังแบเบาะ เพราะจะเหลือแค่เธอที่ส่วนใหญ่รับหน้าที่ดูแลงานในครัว กับเด็กใหม่อีกสองคนที่เพิ่งรับเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงเดือน
“ต่อจากนี้คุณอิงฟ้าจะเป็นคนดูแลบ้านหลังนี้เอง”
คิณจับมือของอิงดาว พร้อมกับหันมาสบตา ในขณะที่มือหนาก็ออกแรงบีบจนเธอรู้สึกเจ็บ
“ใช่ไหมครับ อิงฟ้า”
“ค่ะ เดี๋ยวฟ้าทำเอง”
บรรยากาศในห้องรับประทานอาหารดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและเป็นกันเอง จนกระทั่งมาถึงมื้อของหวานตบท้าย เสียงของยูตะก็ดังขึ้น เรียกความสนใจจากทุกคนให้หันมามองที่เขาอย่างพร้อมเพรียง“ผมมีเรื่องสำคัญจะบอกกับทุกคนครับ”“เรื่องอะไรคะ”อิงดาวเอ่ยพลางจ้องมองคนที่เธอนับถือเป็นพี่ชาย รอฟังคำตอบ ขณะเดียวกันทอรุ้งที่นั่งอยู่ข้างกายแฟนหนุ่มก็เปิดกระเป๋าสะพาย หยิบซองสีชมพูอ่อนออกมายื่นให้เธออิงดาวหยิบการ์ดที่อยู่ในซองออกมาดู ก่อนจะช้อนดวงตาเปล่งประกายขึ้นมองใบหน้าของยูตะและทอรุ้งสลับกัน สีหน้าแสดงออกถึงความยินดี“พี่หมอกับคุณรุ้งจะแต่งงานกัน ดาวยินดีด้วยนะคะ ดีใจกับพี่หมอมากจริง ๆ จากนี้ไปพี่จะมีผู้หญิงที่น่ารักแบบคุณรุ้งคอยดูแลกันและกัน”เอ่ยจบเธอก็ยื่นซองพร้อมกับการ์ดเชิญให้สามี คิณรับไปถือเอาไว้ ไล่สายตาอ่านเพียงชื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาว ใบหน้าหล่อก็เงยขึ้นมองสองคนนั้น“ยินดีกับทั้งสองคนด้วยนะ งานแต่งนี้ครอบครัวของพวกเราจะไปร่วมอย่างแน่นอน”มือของยูตะเลื่อนเข้าไปประสานกับมือของว่าที่เจ้าสาวของเขา แววตาที่จ้องมองกันเปี่ยมล้นไปด้วยความรักอันลึกซึ้ง ทั้งสองคนมีแพลนจะแต่งงานกันในอีกสองเดือนข้างหน้า แม้จะคบหาดูใ
1 ปีผ่านไปหนูอายวัยหนึ่งขวบสี่เดือนละความสนใจไปจากหนังสือนิทานที่ทำจากผ้าสีสันสดใส คลานไปหาพี่สาวที่นั่งอยู่ด้วยกัน ใช้มือเล็ก ๆ เกาะขาคนเป็นพี่ ยันตัวขึ้นในท่าตั้งไข่โอนเอนเล็กน้อย แต่ดีที่เกาะบ่าทั้งสองข้างของหนูเอมเอาไว้ พลางส่งเสียงประท้วง“หม่ำ หม่ำ หม่ำ”“ใจเย็นนะคะ คุณแม่กำลังทำของอร่อยให้อยู่”“แมะ แมะ”“ใช่ค่ะ คุณแม่เตรียมอาหารให้พวกเราอยู่ในครัว หนูอายเล่นกับพี่เอมรอแป๊บนึงนะคะ”คิณนั่งทำงานในโน้ตบุ๊กอยู่บนโซฟา หันใบหน้ามองลูกสาวคนโตเอ่ยกับน้องน้ำเสียงอ่อนโยน ใบหน้าจิ้มลิ้มของหนูเอมมีรอยยิ้มหวาน หนูอายก็ทำหน้าเหมือนจะเข้าใจ ปล่อยมือจากไหล่ของคนเป็นพี่ หย่อนก้นลงบนเบาะรองคลาน แล้วเล่นของเล่นกันต่อไม่ถึงห้านาที เจ้าตัวเล็กของเขาก็คลานมาหา ก่อนจะใช้มือทั้งสองเกาะขาผู้เป็นพ่อยันตัวลุกขึ้นยืน“ป้อ ป้อ”“มีอะไรคะ อยากให้คุณพ่อไปเล่นด้วยเหรอ”“หม่ำ นำ”“อ๋อ หิวน้ำนี่เอง”“พี่เอมเอาน้ำให้นะคะ”หนูเอมได้ยินเสียงน้องเอ่ยกับผู้เป็นพ่อ เธอก็อาสาไปหยิบแก้วน้ำแบบมีหลอดดูดสำหรับเด็กเล็ก ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟามาให้น้องสาวดื่ม ทว่าเด็กน้อยก็ยังไม่ยอมปล่อยมือออกจากขาของบิดา“ป้อ ป้อ”ลูก
เด็กน้อยวัยสี่เดือนเริ่มจ้ำม่ำ และเพิ่งค้นพบว่าการพ่นน้ำลายจนริมฝีปากสั่นมันสนุกมากแค่ไหนหนูอายส่งเสียง “ปรือ… ปรือ…” นอนถีบแข้งถีบขา ขยับแขนทั้งสองข้างอยู่บนเบาะนอนในห้องนั่งเล่น โดยที่มีคุณปู่คุณย่าคอยอยู่เป็นเพื่อนหลังเลิกงานคิณก็ไปรับลูกสาวคนโตที่โรงเรียน และสิ่งแรกที่สองพ่อลูกจะทำเมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ ก็คือเข้ามาหาหนูอาย“สวัสดีค่ะคุณปู่คุณย่า”หนูเอมยกมือไหว้ชายหญิงวัยกลางคนอย่างนอบน้อม ก่อนจะเข้าไปสวมกอดทั้งสองท่านที่นั่งอยู่บนเบาะหนานุ่มขนาดใหญ่ที่ปูอยู่บนพื้น“ไปเรียนเป็นยังไงบ้างจ๊ะ เล่าให้ย่าฟังหน่อย” เกสราเอ่ยถามหลานสาว“สนุกมากค่ะ คาบเรียนวิทยาศาสตร์คุณครูสอนทำภูเขาไฟลาวาด้วยค่ะ”“อู้ว… เก่งมากเลยจ้ะ”“เทอมนี้ถ้าสอบได้คะแนนดี ปู่จะมีรางวัลให้” ไอศูรย์เอ่ยด้วยรอยยิ้มบางเบา“จริงเหรอคะ”“หนูเลือกได้เลยว่าอยากซื้อของ ไปเที่ยว หรือไปกินของอร่อย ปู่จะตามใจหนูหนึ่งวัน”“คุณปู่เตรียมเงินไว้เลยค่ะ หนูเอมจะตั้งใจเรียนและสอบให้ได้คะแนนดี ๆ คิกคิก”เด็กหญิงส่งเสียงหัวเราะแผ่วเบา ก่อนจะหันใบหน้าไปหาน้องสาว พร้อมกับยกมือขึ้นปิดใบหน้าของตัวเอง“จ๊ะเอ๋ พี่เอมมาแล้วค่า หนูอายคิดถึงพี่ไ
“พี่ขออุ้มหลานได้ไหมครับ” ยูตะเอ่ยขออนุญาตแม่ของหลานสาวตัวน้อย“ได้ค่ะ”อิงดาวเอ่ยอนุญาต มือหนาก็ประคองร่างเล็ก ๆ เข้ามาอุ้มในอ้อมแขนอย่างระมัดระวัง ทอรุ้งขยับเข้าไปยืนอยู่ข้างกายยูตะ ชะโงกใบหน้ามองหลานสาวของเขาที่มีใบหน้าจิ้มลิ้ม สวยได้ทั้งพ่อและแม่ตั้งแต่ยังแบเบาะ“น่ารักน่าชังจัง น้องชื่ออะไรเหรอคะ”“ชื่ออายค่ะ”“ชื่อน่ารักมากเลยค่ะ โตมาต้องสวยเหมือนพี่สาวแล้วก็คุณแม่แน่ ๆ”ทอรุ้งเอ่ยกับอิงดาวด้วยรอยยิ้มหวาน ก่อนที่เธอกับยูตะจะเผลอช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าของกันและกัน และค้างไว้แบบนั้นครู่หนึ่ง จนกระทั่งได้ยินเสียงแซวของคิณดังขึ้น ทำให้เปลือกตาของทั้งคู่กระพริบ ละสายตาออกจากกัน“จ้องแบบนั้นเดี๋ยวก็ท้องกันพอดี”“คนนะ ไม่ใช่ปลากัด”“อ้าว ทันมุกเหมือนกันเหรอไอ้หมอ”คิณกระตุกยิ้มส่งเสียงขำในลำคอ ยูตะก็ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยด้วยท่าทางสุขุมบรรยากาศในห้องพักผู้ป่วยพิเศษทำให้ทอรุ้งรู้สึกถึงความเป็นกันเอง หลานสาวทั้งสองคนของยูตะก็น่ารักมาก ๆ หลังจากเยี่ยมทารกน้อยใบหน้าจิ้มลิ้มเสร็จแล้ว เธอและยูตะก็ขอตัวกลับไปทำงานต่อขณะยืนรอลิฟต์ ยูตะก็เอ่ยขึ้น“ผมยังพอมีเวลาอีกสิบนาทีก่อนจะถึงเวรห้องตรวจ คุณร
“ดาวอยากให้พี่คิณตั้งชื่อให้ลูกค่ะ”อิงดาวเอ่ยกับสามีเสียงแผ่วเบา เนื่องจากยาชาเริ่มหมดฤทธิ์ทำให้เจ็บระบมช่วงล่าง และรู้สึกเหนื่อยล้าจากการคลอดลูก ทำให้เธอแทบไม่มีแรงจะขยับตัวคิณชะงักไปครู่หนึ่งราวกับตัวเองฟังผิดไป ก่อนเอ่ยถาม“แน่ใจเหรอครับว่าจะให้พี่ตั้งให้”“ค่ะ”วินาทีนี้หัวใจของมาเฟียหนุ่มเต้นระรัวด้วยความดีใจ ลูกสาวคนแรกเขาไม่เคยมีโอกาสได้เฝ้ามองตอนหนูเอมลืมตาดูโลก ทว่าลูกสาวคนที่สอง เขากลับได้รับความรักและความไว้ใจจากอิงดาว ดวงตาคมร้อนผ่าวและรื้นไปด้วยน้ำสีใส ริมปากคลี่ยิ้มตลอดเวลา ขณะในหัวกำลังครุ่นคิดว่าจะตั้งชื่อให้เจ้าตัวน้อยคนนี้ว่าอย่างไรดี“พี่ขอเวลาแป๊บนะ”มันตื่นเต้นจนเขาคิดอะไรไม่ออก ทำได้เพียงหลบมุมไปนั่งอยู่ตรงโซฟา นำโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง ค้นหาชื่อเด็กผู้หญิงในกูเกิล ก่อนจะถูกชะตากับชื่อหนึ่ง ผละตัวลุกออกไปยืนอยู่ข้างเตียงของภรรยา“ชื่ออายดีไหมครับ อาย อรณิชา”“น้องอายหลอคะ หนูเอมชอบ”ลูกสาวคนแรกเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม แล้วตามมาด้วยเสียงจากภรรยา“อรณิชา ชื่อเพราะดีนะคะ มีความหมายว่าอะไรเหรอ”“สตรีผู้บริสุทธิ์ครับ”“คนแรกหนูเอม คนที่สองหนูอาย ชื่อจริงก็ม
“จะทำอะไรคะ”อิงดาวเอ่ยถามสามีด้วยความสงสัย เพราะหลังจากกินมื้อเย็นอิ่มเขาก็ประคองเธอขึ้นมานั่งพักอยู่บนห้องนอน ทว่าอีกฝ่ายได้เดินไปหยิบอุปกรณ์บางอย่าง ก่อนจะกลับมานั่งลงบนพื้นตรงปลายเตียง จับเท้าของเธอวางลงบนขาของตัวเอง“พี่จะตัดเล็บให้ครับ”“ไม่ต้องทำหรอกค่ะ ดาวทำเองได้”เธอทำท่าจะชักขาออก ทว่ากลับถูกมือหนาของสามีรั้งเอาไว้“ท้องโตขนาดนี้ดาวคงก้มลำบาก พี่ขอทำให้นะ” อิงดาวเงียบไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าสามีมีความตั้งใจจะปรนนิบัติดูแลภรรยาตั้งครรภ์เข้าสู่ช่วงสัปดาห์ที่สามสิบ เธอจึงเผยรอยยิ้มหวาน พยักหน้าลงอนุญาต เพื่อบรรเทาความรู้สึกผิดที่สามีมักจะหลุดปากพูดถึงตอนเธออุ้มท้องลูกสาวคนแรก แล้วต้องอยู่ตามลำพังที่ญี่ปุ่นมือหนาของสามีจับนิ้วเท้าของเธอเบา ๆ ก่อนจะตัดเล็บให้ด้วยความระมัดระวัง จังหวะนั้นลูกสาวของทั้งสองคนก็ถูกผู้เป็นย่าพามาส่งที่ห้องหนูเอมเดินเข้าไปหาพ่อแม่ ก่อนเอ่ยถาม“ตัดเล็บให้คุณแม่หลอคะ”“ค่ะ หนูเอมเล็บยาวรึยัง ให้คุณพ่อตัดให้ไหม” คิณเอ่ยถามลูกสาว“ยาวนิดนึง แต่ตัดก็ได้ค่ะ”เด็กหญิงนั่งลงบนพื้นข้างกายผู้เป็นพ่อ หลังจากคิณตัดเล็บให้แม่ของลูกเสร็จ เขาก็หันไปตัดเล็บมือและเล







