แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: ซานซาน
จี้สวินวิ่งตามออกมาส่งฉัน

ในลิฟต์ จู่ๆ เขาก็เอ่ยปาก

"แม่ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ"

"อะไรนะ"

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง

"เรื่องที่ให้โม่ลี่เรียกว่าแม่ แม่ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ"

ฉันยิ้มอ่อน

ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาพลิกมองซ้ำไปซ้ำมา

"แม่นายเจอฉันครั้งแรกก็ชมว่าฉันสวย บอกว่ามือฉันสวยมาก ดูแวบเดียวก็รู้ว่าไม่เคยลำบาก

หลังจากนั้นทุกครั้งที่ไปบ้านนาย ขอแค่ฉันนั่งลง แม่นายก็จะเรียกฉันเข้าครัวไปช่วยงาน

เจ็ดปีมานี้ ฉันล้างจานชามที่บ้านนายไปแล้ว 78 ครั้ง

แต่กับหลีโม่ลี่ ตอนกินข้าวเมื่อกี้ แม่นายแม้แต่น้ำก็ยังไม่ยอมให้เธอรินด้วยซ้ำ"

สีหน้าของจี้สวินเปลี่ยนไปเล็กน้อย

"หว่านหว่าน โม่ลี่เขาเป็นแขกนะ"

"แล้วแม่นายให้แขกเรียกว่าแม่เหรอ"

จี้สวินเงียบกริบ

ฉันถามเขาต่อ

"เรื่องเอาลูกอมมงคลมาให้ฉัน เป็นความคิดของใคร?"

จี้สวินชะงักงัน

"ความคิดของโม่ลี่น่ะ อยากให้เธอได้รับโชคดีบ้าง"

"นายไม่ได้ห้ามเหรอ"

"ฉันไม่ได้คิดมากขนาดนั้น..."

ฉันยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง

คบกันมาเจ็ดปี ประโยคนี้ฉันได้ยินจากปากจี้สวินนับครั้งไม่ถ้วน

เคยลืมวันเกิดฉัน เขาก็บอกว่า "งานยุ่งมาก ฉันไม่ได้คิดมากขนาดนั้น"

วันครบรอบซื้อสร้อยข้อมือแบบเดียวกันให้ฉันกับหลีโม่ลี่ เขาก็บอกว่า "ก็ยี่ห้อเดียวกัน ฉันไม่ได้คิดมากขนาดนั้น"

ขนาดตอนขอฉันแต่งงาน ซื้อแหวนไซส์ใหญ่ไปหนึ่งไซส์

คำอธิบายของเขาก็ยังเป็น "ฉันจำเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ไม่ได้ ไม่ได้คิดมากขนาดนั้น"

จะคิดบ้างหรือเปล่า ฉันเองก็ไม่รู้หรอก

แต่ตอนนี้ ฉันเองก็ขี้เกียจจะคิดเล็กคิดน้อยแล้ว

ฉันแค่ถามเขากลับไปคำเดียว

"จี้สวิน ถ้าตอนนี้นายคิดจะเปลี่ยนใจเรื่องแต่งงานกับฉัน ก็ยังทันนะ"

สีหน้าของจี้สวินเปลี่ยนไปฉับพลัน แววตาจริงจังขึ้นมาทันที

มือซ้ายบีบข้อมือฉันไว้แน่น

"หลินหว่าน เธออย่าพูดเหลวไหล! เราคบกันมาเจ็ดปี เธอไม่แต่งงานกับฉันแล้วจะไปแต่งกับใคร

ถ้าเธอไม่ชอบลูกอมมงคล เดี๋ยวฉันเอาไปทิ้งก็ได้ แต่คำพูดนี้ฉันไม่ชอบ เธอถอนคำพูดซะ"

ตอนมองดูท่าทางโมโหที่เกิดขึ้นไม่บ่อยของเขา ฉันก็กระตุกมุมปากเบา ๆ

"เข้าใจแล้ว"

ฉันเดินออกจากลิฟต์ ทิ้งเขาไว้ข้างหลัง

ตอนเย็น ฉันส่งกระเป๋าเดินทางใบสุดท้ายในเรือนหอออกไป

ตอนที่ถ่ายรูปส่งให้ฉู่เหยาดู จี้สวินก็ส่งข้อความมาหาฉัน

[ยังโกรธอยู่เหรอ]

[ฉันคุยกับแม่แล้วนะ ต่อไปแม่จะไม่ให้เธอล้างจานอีกแล้ว]

ฉันไม่ได้ตอบ

เขาส่งมาอีก

[อีกสิบสองชั่วโมงพวกเราก็จะแต่งงานกันแล้วนะ หว่านหว่าน เธอเฝ้ารอมันใช่ไหม?]

ฉันนั่งอยู่ตรงกลางห้องรับแขกที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งบรรยากาศมงคล ลังเลอยู่พักหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ตอบกลับ

ไป

ฉู่เหยาแชร์ข่าวข่าวหนึ่งมาให้ฉัน

[ไอ้สองตัวนี้! เธอรีบดูเร็วเข้า!]

ฉันกดเปิดดู เป็นข่าวด่วนท้องถิ่นของสวิตเซอร์แลนด์

[งานแต่งงานแห่งศตวรรษของคู่รักชาวจีน เจ้าบ่าวกล่าว: รักแท้ประเมินค่าไม่ได้]

ในบทความ นักข่าวเขียนบรรยายงานแต่งของจี๋สวินกับหลีโม่ลี่ไว้อย่างละเอียด กินเนื้อที่ถึงสองพันคำ

เต็ม ๆ

ทั้งยังมีรูปถ่ายตอนจี้สวินให้สัมภาษณ์อีกด้วย

นักข่าวถามเขา

"ทำไมถึงเลือกจัดงานแต่งงานที่สวิตเซอร์แลนด์ครับ"

เขาตอบว่า

"เพราะภรรยาของผมชอบครับ"

ฉันดาวน์โหลดข่าวนั้นบันทึกเก็บไว้

จากนั้นก็เปิดช่องแชตของจี้สวิน ตอบกลับเขาไปว่า

[เฝ้ารอมากเลยล่ะ]

หลังจากส่งข้อความนี้เสร็จ ฉันก็ถอดแหวนหมั้นออก

วางไว้บนโต๊ะน้ำชา

ข้าง ๆ วางคอมพิวเตอร์ของเขาอยู่

ฉันขยับเมาส์ กรอกลิงก์ที่ฉู่เหยาส่งมาให้ ค้างหน้าจอไว้ที่รายงานข่าวการแต่งงานของจี้สวินกับหลีโม่ลี่

มองดูห้องห้องนี้เป็นครั้งสุดท้าย ปิดไฟแล้วเดินจากมา

ด้านล่าง ฉู่เหยาขับรถมารอฉันอยู่แล้ว

"ไปไหนต่อ"

"สนามบิน"

รถขับออกจากหมู่บ้าน ฉันไม่ได้หันกลับไปมองอีก

ฉันเปิดโหมดเงียบในโทรศัพท์

ลาก่อนนะ เจ็ดปีของฉัน

แปดโมงเช้าของวันรุ่งขึ้น

จี้สวินพาหลีโม่ลี่และญาติพี่น้องตระกูลจี้เดินทางมาถึงเรือนหอ

วินาทีที่ผลักประตูเปิดออก ทุกคนต่างก็ตกตะลึงไปตาม ๆ กัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 14

    โจวอวี้ไป๋ใส่ใจกว่าฉันอีกเรื่องดอกไม้ประดับเขาก็อยู่ช่วยฉันเลือกชุดเจ้าสาวเขาก็ไปลองเป็นเพื่อนฉันรายชื่อแขกเขาก็ตรวจสอบยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าแม้แต่ฟอนต์ตัวอักษรบนการ์ดเชิญ เขายังตั้งใจถามฉันว่าชอบหรือไม่ชอบฉันหัวเราะที่เขาพิถีพิถันเกินไปเขาบอกว่า"งานแต่งงานไม่ใช่แค่เรื่องของรูปแบบพิธี แต่เป็นการที่ผมได้บอกกับทุกคนว่า ผมเห็นคุณค่าคุณมากแค่ไหน"วันงานแต่งงาน อากาศดีมากฉันสวมชุดเจ้าสาว ยืนอยู่บนเวทีด้านล่างเวที ฉู่เหย่าร้องไห้สะอึกสะอื้นจนหน้าตาดูไม่ได้เธอเช็ดน้ำตาไป พลันขยับปากพูดกับฉันว่า"เธอคู่ควรแล้ว"ฉันยิ้มพลางพยักหน้าพิธีกรถามโจวอวี้ไป๋ "คุณยินดีที่จะรับคุณหลินหว่านเป็นภรรยาหรือไม่ครับ"โจวอวี้ไป๋มองฉัน สายตานุ่มนวลอ่อนโยน"ผมยินดีครับ ไม่ว่าทุกข์หรือยามเป็นสุขใจ ยามป่วยไข้หรือสุขกายสบายดี ผมก็ยินดีที่จะเคารพ ปกป้อง และสนับสนุนเธอ ไม่ใช่เพื่อให้เธอมาเป็นส่วนเติมเต็มให้ผม แต่เป็นการเคียงข้างเธอในแบบที่เธอเป็นตัวเอง"เสียงปรบมือดังกระหึ่ม พิธีกรหันมามองฉันต่อ"คุณหลินหว่าน คุณยินดีที่จะแต่งงานกับคุณโจวอวี้ไป๋ และเป็นภรรยาของเขาหรือไม่ครับ"ขณะ

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 13

    ฉันรู้สึกผิดคาดนิดหน่อย"ฉันเพิ่งเข้าทำงานเองนะคะ""แล้วยังไงครับ"เขาเหลือบตาขึ้นมองฉัน น้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น"ความสามารถน่ะ ไม่ต้องเรียงตามลำดับอาวุโสหรอก"ในวินาทีนั้น จู่ ๆ ฉันก็มีความรู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมาที่แท้การถูกให้เกียรติ มันเป็นความรู้สึกแบบนี้นี่เองไม่ใช่การถูกตอบปัดส่งเดชว่า "ตามใจ"ไม่ใช่การถูกเกณฑ์เข้าครัวไปล้างจานไม่ใช่ตอนที่คุณเสนอความต้องการ แล้วอีกฝ่ายบอกว่า "อย่ามางอแง"แต่การที่มีใครบางคนเห็นคุณด้วยความตั้งใจจริง ๆมองเห็นความสามารถของคุณมองเห็นทางเลือกของคุณมองเห็นคุณในฐานะมนุษย์ที่สมบูรณ์คนหนึ่งเวลาผ่านไปเร็วมากเร็วจนพอฉันนึกถึงจี้สวินอีกครั้ง ก็ไม่ได้รู้สึกปวดใจอีกต่อไปแล้วนาน ๆ ทีจะได้ยินข่าวคราวของเขาจากเพื่อนกลุ่มเดียวกันบอกว่าเขากับหลีโม่ลี่ทะเลาะแตกหักกันแล้วจริง ๆค่าใช้จ่ายงานแต่งงานที่สวิตเซอร์แลนด์ส่วนใหญ่จี้สวินเป็นคนออกแหวนเพชร ชุดเจ้าสาว สถานที่ ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม รวม ๆ แล้วหมดไปเกือบล้านหลังจากเกิดเรื่องขึ้น จี้สวินอยากให้หลีโม่ลี่คืนแหวนแต่งงานให้เขาแต่หลีโม่ลี่ไม่ยอมทั้งคู่ทะเลาะกันใหญ่โตที่หน้าห้างสร

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 12

    [แม่จี้ก็ไม่ใช่คนดีอะไรหรอก ให้เมียน้อยเรียกว่าแม่ แถมยังให้แฟนตัวจริงล้างจานมาตั้งเจ็ดปี]ฉันไม่ได้ตอบอีกเพราะหลักฐานมันเพียงพอแล้วการโต้ตอบที่มีพลังจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องร้องไห้โวยวายแค่เอาความจริงออกมาตีแผ่เท่านั้นทำให้ทุกคนได้เห็นจี้สวินโพสต์แถลงการณ์ขอโทษอย่างรวดเร็วตัวอักษรของเขายาวมากเขาบอกว่าตัวเองโง่เขลา เห็นแก่ตัวและขี้ขลาดเขาบอกว่าขอโทษต่อสิ่งที่ฉันทุ่มเทให้ตลอดเจ็ดปีเขาบอกว่างานแต่งงานที่สวิตเซอร์แลนด์คือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาเขาบอกว่าฉันไม่เคยทำผิดต่อเขาเลย มีแต่เขาที่ทำลายพวกเราด้วยมือตัวเองช่องแสดงความคิดเห็นไม่ได้คล้อยตามเขา[ถ้าขอโทษแล้วจบ จะมีกฎหมายไว้ทำไม][นายไม่ได้รู้ว่าตัวเองผิดหรอก นายแค่รู้ว่าตัวเองจบเห่แล้วต่างหาก][อย่ารบกวนฝ่ายหญิง ปล่อยเธอไปเหอะ][รักลึกซึ้งที่มาสาย ไร้ค่ายิ่งกว่าหญ้าอีก]แต่หลีโม่ลี่กลับไม่ยอมรับผิดเธอเปิดไลฟ์สดร้องไห้ร้องไห้สะอื้นบอกว่าตัวเองไม่ใช่เมียน้อย บอกว่าเธอกับจี้สวินต่างหากคือรักแท้บอกว่าฉันยึดตำแหน่งของเธอมานานเจ็ดปีบอกว่าถ้าไม่ใช่เพราะฉัน เธอคงได้คบกับจี้สวินไปนานแล้วผลปรากฏว่

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 11

    ชีวิตคนเราจะมีเจ็ดปีสักกี่ครั้งกัน"ฉันมองดูเขาประโยคนี้ ฉันเองก็เคยถามตัวเองมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วเหมือนกันเพราะเวลาเจ็ดปี ก็เลยตัดใจไม่ลงเพราะเวลาเจ็ดปี ก็เลยยอมอดทนแล้วอดทนอีกเพราะเวลาเจ็ดปี ก็เลยเชื่อว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้แต่ในตอนนี้ ในที่สุดฉันก็เข้าใจแล้วเจ็ดปีไม่ใช่เหตุผลให้ฉันต้องเจ็บต่อไปเจ็ดปีเป็นแค่หลักฐานให้ฉันหยุดการขาดทุนได้ทันเวลาต่างหาก"จี้สวิน เพราะชีวิตคนเราไม่ได้มีเจ็ดปีบ่อย ๆ ไงฉันถึงจะไม่เอาเจ็ดปีข้างหน้าไปผลาญทิ้งกับนายแล้ว"สีหน้าของเขาซีดสลด ฉันเดินผ่านข้างกายเขาไปจู่ ๆ เขาเข้ามากอดฉันจากทางด้านหลัง พร้อมพูดเสียงสะอื้น"อย่าไปเลยนะ หว่านหว่าน อย่าทิ้งฉันไปเลยฉันตัดขาดกับหลีโม่ลี่ได้ ฉันย้ายออกไปข้างนอกได้ ฉันยอมให้เธอด่าหรือทุบตีฉันก็ได้ ขอแค่เธอกลับมาก็พอ"ฉันค่อย ๆ แกะนิ้วมือของเขาออกทีละนิ้วเหมือนกับแกะตรวนที่สวมอยู่บนตัวฉันตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมาออกไป"จี้สวิน ความรู้สึกเสียใจของนายตอนนี้ ไม่ใช่เพราะนายรักฉันมากมายอะไรหรอก แต่เป็นเพราะนายได้สูญเสียคนที่วางนายไว้เป็นอันดับหนึ่งเสมอไปแล้วต่างหาก แต่ฉันไม่ใช่ตัวสำ

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 10

    "พวกเราไปจดทะเบียนสมรสกันตามปกติ แล้วก็ใช้ชีวิตกันไปตามปกติเถอะนะ ฉันจะชดเชยให้เธอเอง"ฉันมองดูเขา แล้วจู่ ๆ ก็รู้สึกว่าน่าขำ"จี้สวิน อย่าบอกนะว่าจนป่านนี้แล้วนายยังรู้สึกว่า สิ่งที่ฉันแคร์คือตอนสุดท้ายนายจะจดทะเบียนสมรสกับฉันหรือเปล่าน่ะ"เขาชะงัก"ไม่ใช่เหรอ"ฉันหัวเราะออกมาเบา ๆ"ไม่ใช่อยู่แล้ว"ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋า กดเปิดตารางแผ่นนั้นขึ้นมา"ฉันจะถามนายสักสองสามคำถามแล้วกัน"จี้สวินจ้องมองไปที่หน้าจอ สีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนไปฉันบอกว่า "วันเกิดอายุยี่สิบห้าปีของฉัน ฉันรอนายอยู่ทั้งคืน นายบอกว่าติดโอทีด่วน ความจริงนายไปไหนมา"จี้สวินขยับริมฝีปากเบา ๆ"ฉัน...""พูดความจริงมา"เขาก้มหน้าลง"ไปดูหนังเป็นเพื่อนโม่ลี่""ทำไมล่ะ""วันนั้นเธออารมณ์ไม่ดี"ฉันพยักหน้า แล้วขีดฆ่าแถวนั้นบนตารางออกไป"วันครบรอบเจ็ดปี นายให้สร้อยข้อมือฉันเส้นหนึ่ง ต่อมาฉันถึงเพิ่งรู้ว่า หลีโม่ลี่ก็มีเส้นหนึ่งเหมือนกัน ตอนนั้นนายคิดยังไงของนาย"จี้สวินหลบสายตาไปมาฉันไม่ได้คิดอะไรมากขนาดนั้น""งั้นเหรอ"ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขา"ถ้างั้นทำไมของเธอถึงเป็นกล่องของขวัญรุ่น

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 9

    "เธอคืนแหวนให้ผมแล้วเธอไม่ต้องการผมแล้ว"วิดีโอตัดจบลงตรงนี้ฉู่เหยาส่งข้อความมาหาฉัน[สะใจชะมัด][แต่ว่าหว่านหว่าน เธอไม่คิดจะคุยกับเขาให้รู้เรื่องจริง ๆ เหรอ]ฉันมองโทรศัพท์อยู่นาน ก่อนตอบเธอ[ไม่จำเป็นหรอก]ความสัมพันธ์เจ็ดปี ใช่ว่าจะไม่มีอะไรจะพูดเพียงแต่คำพูดทั้งหมดที่ควรพูด ได้พูดไปหมดแล้วในความผิดหวังนับครั้งไม่ถ้วนเขาไม่ได้ฟังงั้นฉันก็จะไม่พูดอีกแล้ววันแรกที่ยกเลิกงานแต่งงาน ฉันนอนหลับไปสิบชั่วโมงตอนที่ตื่นขึ้นมา แสงแดดส่องอยู่ที่ปลายเตียงแม่ของฉันกำลังนั่งปอกแอปเปิลให้ฉันอยู่ข้าง ๆเธอไม่ได้ถามฉันว่าทำไมจู่ ๆ ถึงกลับบ้าน และไม่ได้ถามว่าทำไมงานแต่งงานถึงยกเลิกแม่แค่หั่นแอปเปิลเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วยื่นให้ฉัน"กินอะไรหวาน ๆ หน่อยสิ"ฉันปวดจมูกขึ้นมาเลย น้ำตาแทบจะร่วงออกมาหลายปีมานี้ ฉันให้ความสำคัญกับจี้สวินมากเกินไปสำคัญจนพอถึงเทศกาลก็ต้องถามเขาก่อนว่าว่างไหม สำคัญจนพอเงินเดือนเข้าก็คิดแต่ว่าจะซื้ออะไรให้เขา สำคัญจนแค่แม่ของเขาพูดไม่พอใจคำเดียว ฉันก็ทบทวนพิจารณาตัวเองไปสามวันสามคืนฉันนึกว่าการรักใครสักคน คือการลดคุณค่าตัวเองลงทีละนิดต่ำต้อยจนแทบ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status