Share

บทที่ 3

Author: ซานซาน
พอเขาพูดถึงตรงนี้ ก็มีเสียงผู้หญิงดังมาจากด้านข้าง

"อาสวิน นายช่วยดูให้หน่อยสิว่าแหวนเพชรฉันหลวมหรือเปล่า"

จี้สวินเอียงหน้าตอบรับคำหนึ่ง

"แป๊บหนึ่ง"

เขากลอกสายตากลับมามองฉันอีกครั้ง

"หว่านหว่าน เธอมีอะไรอีกไหม ถ้าไม่มีฉันจะวางสายก่อนนะ"

ฉันลดสายตาลง มองผู้ชายในหน้าจอ ในที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

"จี้สวิน นายอยากแต่งงานกับฉันจริง ๆ หรือเปล่า"

จี้สวินชะงักไป จากนั้นก็หัวเราะออกมา

"แน่นอนสิ พวกเราอยู่ด้วยกันมาเจ็ดปีแล้วนะ

"ชีวิตคนเราจะมีเจ็ดปีสักกี่ครั้ง ฉันก็ต้องอยากแต่งงานกับเธออยู่แล้ว"

ฉันพยักหน้า

นิ้วมือหยุดค้างอยู่ที่หน้าต่างแชตกลุ่มครอบครัวของจี้สวิน

เมื่อสามนาทีก่อน ฉันพิมพ์ข้อความไว้แถวหนึ่ง

[จากการปรึกษาหารือของทั้งสองฝ่าย งานแต่งงานที่กำหนดไว้ในวันมะรืนนี้ขอยกเลิก]

ตอนนั้นฉันยังอยากจะไว้หน้าเขาอยู่บ้าง

แต่ตอนนี้ ฉันลบมันออกทีละตัวอักษร

"เข้าใจแล้ว"

วันต่อมา ฉันส่งกระเป๋าเดินทางกลับบ้านเกิด

แม่ของจี้สวินโทรศัพท์เข้ามา

"หว่านหว่าน เที่ยงนี้มาทานข้าวที่บ้านสิ อาสวินกลับมาแล้วนะ"

อีกฝ่ายชะงักไป หัวเราะแล้วพูดเสริมอีก

"เขายังพาเพื่อนอีกคนมาด้วยนะ ชื่อหลีโม่ลี่ พอดีเลยจะได้แนะนำให้พวกเธอรู้จักกัน"

แม่ของจี้สวินเป็นคนที่ 'มีเมตตาอารี' มาก

ครั้งแรกที่จี้สวินพาฉันกลับบ้าน ทันทีที่เห็นหน้าฉัน เธอก็ยิ้มแย้มทักทายแล้วชวนฉันดื่มชา

เธอชมว่าฉันหน้าตาสวย แล้วก็ถามถึงวุฒิการศึกษา ภูมิหลังครอบครัว รวมถึงงานบ้านงานเรือนว่าฉันทำอะไรได้บ้าง

ฉันตอบทีละข้อ ประหม่ายิ่งกว่าตอนสอบเรียยจบซะอีก

ฉันพยายามสุดความสามารถที่จะเป็นลูกสะใภ้ที่เธอพึงพอใจ

เธอเองก็ดีใจมาก บอกว่าการที่จี้สวินหาแฟนแบบฉันได้ ถือเป็นบุญวาสนาของทั้งครอบครัวพวกเขา

แต่พอหันหลังไป เธอกลับเรียกจี้สวินเข้าไปล้างผลไม้ในครัว

ฉันได้ยินเธอถอนหายใจ แล้วพูดกับจี้สวินอย่างเสียดาย

"เสียดายจัง ยังไงคนก่อนก็ดีกว่า"

คนก่อนที่ว่า หมายถึงหลีโม่ลี่

จี้สวินไม่ได้บอกฉัน แต่ฉันสืบรู้ได้ด้วยตัวเอง

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทุกครั้งที่ไปบ้านแม่ของจี้สวิน ในหัวของฉันมักจะนึกถึงชื่อนั้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

วันนี้ ในที่สุดก็จะได้เจอสักที

ตอนที่ฉันไปถึง บนโซฟาในห้องรับแขกมีคนนั่งอยู่เต็มแล้ว

หลีโม่ลี่นั่งอยู่ตรงกลาง จี้สวินนั่งเบียดข้างเธอ ในมือยังแกะส้มโอให้เธอชิ้นหนึ่งด้วย

อยู่ด้วยกันมาเจ็ดปี จี้สวินไม่เคยปฏิบัติตัวกับฉันแบบนี้เลยสักครั้ง

พอเห็นฉันเดินเข้าประตูมา แม่ของจี้สวินก็รีบลุกขึ้นทันที

"หว่านหว่านมาแล้วเหรอ"

เธอมาจูงมือฉันเข้าไป แล้วชี้ไปทางหลีโม่ลี่

"นี่เพื่อนสมัยเรียนของอาสวิน เก่งมาก ๆ เลย พอรู้ว่าอาสวินจะแต่งงาน ก็ตั้งใจเดินทางมาร่วมงานแต่ง

โดยเฉพาะ"

"โม่ลี่ นี่หว่านหว่านนะ"

แม้แต่การแนะนำตัว ก็ยังมีความแตกต่าง

ฉันยังไม่ได้เปิดโปงความจริง ได้แต่หาที่เงียบ ๆ นั่งลง

แม่ของจี้สวินคุยสัพเพเหระกับเธอต่อ

"โม่ลี่ ครั้งนี้เธอไปแต่งงานถ่ายรูปที่สวิตเซอร์แลนด์มาหรือเปล่า"

"เธอนี่ก็นะ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ดันไม่ยอมบอกให้เร็วกว่านี้"

หลีโม่ลี่ยิ้มอย่างเขิน ๆ

"คุณน้าคะ..."

"ยังจะเรียกว่าน้าอยู่อีกเหรอ"

แม่ของจี้สวินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

"แม่ครับ!"

จี้สวินร้องทักขึ้นมาทันควัน หางตารีบเหลือบมองมาทางฉันอย่างรวดเร็ว

"หว่านหว่านยังอยู่นะครับ"

บรรยากาศในห้องรับแขกตึงเครียดขึ้นมาทันที

แม่ของจี้สวินคล้ายกับเพิ่งรู้สึกตัว จึงเอ่ยขึ้นอย่างเก้อเขิน

"แม่พูดผิดไปน่ะ แม่แค่เอ็นดูโม่ลี่มาก มองเธอเป็นเหมือนลูกสาวแท้ ๆ"

"มาสิหว่านหว่าน ทานลูกอมมงคลสิ"

เธอเลื่อนกล่องลูกอมมงคลบนโต๊ะมาให้ฉัน

แถมยังยัดลูกอมกำใหญ่ใส่ยื่นมาในฝ่ามือฉัน

ฉันแกะออกมาเม็ดหนึ่งใส่เข้าปาก กลับขมยิ่งกว่ายาสมุนไพรจีนเสียอีก

"ขอบคุณค่ะคุณน้า"

ฉันไม่ได้เรียกเธอว่าแม่หรอก

เพราะเธอไม่คู่ควร

ฉันคิดไม่ถึงเลย ว่าเรื่องที่จี้สวินกับหลีโม่ลี่แต่งงานกัน เธอเองก็รับรู้เรื่องด้วย

แต่ฉันยังคงไม่โวยวาย

เพราะมันไม่จำเป็น

ฉันกำลังรอ รอคอยดูสีหน้าของพวกเขาในวันพรุ่งนี้ตอนที่รู้ว่างานแต่งงานถูกยกเลิกไปแล้ว

หลังจากทานอาหารเที่ยงเสร็จ ฉันก็ลุกขึ้นเดินทางกลับบ้าน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 14

    โจวอวี้ไป๋ใส่ใจกว่าฉันอีกเรื่องดอกไม้ประดับเขาก็อยู่ช่วยฉันเลือกชุดเจ้าสาวเขาก็ไปลองเป็นเพื่อนฉันรายชื่อแขกเขาก็ตรวจสอบยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าแม้แต่ฟอนต์ตัวอักษรบนการ์ดเชิญ เขายังตั้งใจถามฉันว่าชอบหรือไม่ชอบฉันหัวเราะที่เขาพิถีพิถันเกินไปเขาบอกว่า"งานแต่งงานไม่ใช่แค่เรื่องของรูปแบบพิธี แต่เป็นการที่ผมได้บอกกับทุกคนว่า ผมเห็นคุณค่าคุณมากแค่ไหน"วันงานแต่งงาน อากาศดีมากฉันสวมชุดเจ้าสาว ยืนอยู่บนเวทีด้านล่างเวที ฉู่เหย่าร้องไห้สะอึกสะอื้นจนหน้าตาดูไม่ได้เธอเช็ดน้ำตาไป พลันขยับปากพูดกับฉันว่า"เธอคู่ควรแล้ว"ฉันยิ้มพลางพยักหน้าพิธีกรถามโจวอวี้ไป๋ "คุณยินดีที่จะรับคุณหลินหว่านเป็นภรรยาหรือไม่ครับ"โจวอวี้ไป๋มองฉัน สายตานุ่มนวลอ่อนโยน"ผมยินดีครับ ไม่ว่าทุกข์หรือยามเป็นสุขใจ ยามป่วยไข้หรือสุขกายสบายดี ผมก็ยินดีที่จะเคารพ ปกป้อง และสนับสนุนเธอ ไม่ใช่เพื่อให้เธอมาเป็นส่วนเติมเต็มให้ผม แต่เป็นการเคียงข้างเธอในแบบที่เธอเป็นตัวเอง"เสียงปรบมือดังกระหึ่ม พิธีกรหันมามองฉันต่อ"คุณหลินหว่าน คุณยินดีที่จะแต่งงานกับคุณโจวอวี้ไป๋ และเป็นภรรยาของเขาหรือไม่ครับ"ขณะ

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 13

    ฉันรู้สึกผิดคาดนิดหน่อย"ฉันเพิ่งเข้าทำงานเองนะคะ""แล้วยังไงครับ"เขาเหลือบตาขึ้นมองฉัน น้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น"ความสามารถน่ะ ไม่ต้องเรียงตามลำดับอาวุโสหรอก"ในวินาทีนั้น จู่ ๆ ฉันก็มีความรู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมาที่แท้การถูกให้เกียรติ มันเป็นความรู้สึกแบบนี้นี่เองไม่ใช่การถูกตอบปัดส่งเดชว่า "ตามใจ"ไม่ใช่การถูกเกณฑ์เข้าครัวไปล้างจานไม่ใช่ตอนที่คุณเสนอความต้องการ แล้วอีกฝ่ายบอกว่า "อย่ามางอแง"แต่การที่มีใครบางคนเห็นคุณด้วยความตั้งใจจริง ๆมองเห็นความสามารถของคุณมองเห็นทางเลือกของคุณมองเห็นคุณในฐานะมนุษย์ที่สมบูรณ์คนหนึ่งเวลาผ่านไปเร็วมากเร็วจนพอฉันนึกถึงจี้สวินอีกครั้ง ก็ไม่ได้รู้สึกปวดใจอีกต่อไปแล้วนาน ๆ ทีจะได้ยินข่าวคราวของเขาจากเพื่อนกลุ่มเดียวกันบอกว่าเขากับหลีโม่ลี่ทะเลาะแตกหักกันแล้วจริง ๆค่าใช้จ่ายงานแต่งงานที่สวิตเซอร์แลนด์ส่วนใหญ่จี้สวินเป็นคนออกแหวนเพชร ชุดเจ้าสาว สถานที่ ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม รวม ๆ แล้วหมดไปเกือบล้านหลังจากเกิดเรื่องขึ้น จี้สวินอยากให้หลีโม่ลี่คืนแหวนแต่งงานให้เขาแต่หลีโม่ลี่ไม่ยอมทั้งคู่ทะเลาะกันใหญ่โตที่หน้าห้างสร

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 12

    [แม่จี้ก็ไม่ใช่คนดีอะไรหรอก ให้เมียน้อยเรียกว่าแม่ แถมยังให้แฟนตัวจริงล้างจานมาตั้งเจ็ดปี]ฉันไม่ได้ตอบอีกเพราะหลักฐานมันเพียงพอแล้วการโต้ตอบที่มีพลังจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องร้องไห้โวยวายแค่เอาความจริงออกมาตีแผ่เท่านั้นทำให้ทุกคนได้เห็นจี้สวินโพสต์แถลงการณ์ขอโทษอย่างรวดเร็วตัวอักษรของเขายาวมากเขาบอกว่าตัวเองโง่เขลา เห็นแก่ตัวและขี้ขลาดเขาบอกว่าขอโทษต่อสิ่งที่ฉันทุ่มเทให้ตลอดเจ็ดปีเขาบอกว่างานแต่งงานที่สวิตเซอร์แลนด์คือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาเขาบอกว่าฉันไม่เคยทำผิดต่อเขาเลย มีแต่เขาที่ทำลายพวกเราด้วยมือตัวเองช่องแสดงความคิดเห็นไม่ได้คล้อยตามเขา[ถ้าขอโทษแล้วจบ จะมีกฎหมายไว้ทำไม][นายไม่ได้รู้ว่าตัวเองผิดหรอก นายแค่รู้ว่าตัวเองจบเห่แล้วต่างหาก][อย่ารบกวนฝ่ายหญิง ปล่อยเธอไปเหอะ][รักลึกซึ้งที่มาสาย ไร้ค่ายิ่งกว่าหญ้าอีก]แต่หลีโม่ลี่กลับไม่ยอมรับผิดเธอเปิดไลฟ์สดร้องไห้ร้องไห้สะอื้นบอกว่าตัวเองไม่ใช่เมียน้อย บอกว่าเธอกับจี้สวินต่างหากคือรักแท้บอกว่าฉันยึดตำแหน่งของเธอมานานเจ็ดปีบอกว่าถ้าไม่ใช่เพราะฉัน เธอคงได้คบกับจี้สวินไปนานแล้วผลปรากฏว่

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 11

    ชีวิตคนเราจะมีเจ็ดปีสักกี่ครั้งกัน"ฉันมองดูเขาประโยคนี้ ฉันเองก็เคยถามตัวเองมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วเหมือนกันเพราะเวลาเจ็ดปี ก็เลยตัดใจไม่ลงเพราะเวลาเจ็ดปี ก็เลยยอมอดทนแล้วอดทนอีกเพราะเวลาเจ็ดปี ก็เลยเชื่อว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้แต่ในตอนนี้ ในที่สุดฉันก็เข้าใจแล้วเจ็ดปีไม่ใช่เหตุผลให้ฉันต้องเจ็บต่อไปเจ็ดปีเป็นแค่หลักฐานให้ฉันหยุดการขาดทุนได้ทันเวลาต่างหาก"จี้สวิน เพราะชีวิตคนเราไม่ได้มีเจ็ดปีบ่อย ๆ ไงฉันถึงจะไม่เอาเจ็ดปีข้างหน้าไปผลาญทิ้งกับนายแล้ว"สีหน้าของเขาซีดสลด ฉันเดินผ่านข้างกายเขาไปจู่ ๆ เขาเข้ามากอดฉันจากทางด้านหลัง พร้อมพูดเสียงสะอื้น"อย่าไปเลยนะ หว่านหว่าน อย่าทิ้งฉันไปเลยฉันตัดขาดกับหลีโม่ลี่ได้ ฉันย้ายออกไปข้างนอกได้ ฉันยอมให้เธอด่าหรือทุบตีฉันก็ได้ ขอแค่เธอกลับมาก็พอ"ฉันค่อย ๆ แกะนิ้วมือของเขาออกทีละนิ้วเหมือนกับแกะตรวนที่สวมอยู่บนตัวฉันตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมาออกไป"จี้สวิน ความรู้สึกเสียใจของนายตอนนี้ ไม่ใช่เพราะนายรักฉันมากมายอะไรหรอก แต่เป็นเพราะนายได้สูญเสียคนที่วางนายไว้เป็นอันดับหนึ่งเสมอไปแล้วต่างหาก แต่ฉันไม่ใช่ตัวสำ

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 10

    "พวกเราไปจดทะเบียนสมรสกันตามปกติ แล้วก็ใช้ชีวิตกันไปตามปกติเถอะนะ ฉันจะชดเชยให้เธอเอง"ฉันมองดูเขา แล้วจู่ ๆ ก็รู้สึกว่าน่าขำ"จี้สวิน อย่าบอกนะว่าจนป่านนี้แล้วนายยังรู้สึกว่า สิ่งที่ฉันแคร์คือตอนสุดท้ายนายจะจดทะเบียนสมรสกับฉันหรือเปล่าน่ะ"เขาชะงัก"ไม่ใช่เหรอ"ฉันหัวเราะออกมาเบา ๆ"ไม่ใช่อยู่แล้ว"ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋า กดเปิดตารางแผ่นนั้นขึ้นมา"ฉันจะถามนายสักสองสามคำถามแล้วกัน"จี้สวินจ้องมองไปที่หน้าจอ สีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนไปฉันบอกว่า "วันเกิดอายุยี่สิบห้าปีของฉัน ฉันรอนายอยู่ทั้งคืน นายบอกว่าติดโอทีด่วน ความจริงนายไปไหนมา"จี้สวินขยับริมฝีปากเบา ๆ"ฉัน...""พูดความจริงมา"เขาก้มหน้าลง"ไปดูหนังเป็นเพื่อนโม่ลี่""ทำไมล่ะ""วันนั้นเธออารมณ์ไม่ดี"ฉันพยักหน้า แล้วขีดฆ่าแถวนั้นบนตารางออกไป"วันครบรอบเจ็ดปี นายให้สร้อยข้อมือฉันเส้นหนึ่ง ต่อมาฉันถึงเพิ่งรู้ว่า หลีโม่ลี่ก็มีเส้นหนึ่งเหมือนกัน ตอนนั้นนายคิดยังไงของนาย"จี้สวินหลบสายตาไปมาฉันไม่ได้คิดอะไรมากขนาดนั้น""งั้นเหรอ"ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขา"ถ้างั้นทำไมของเธอถึงเป็นกล่องของขวัญรุ่น

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 9

    "เธอคืนแหวนให้ผมแล้วเธอไม่ต้องการผมแล้ว"วิดีโอตัดจบลงตรงนี้ฉู่เหยาส่งข้อความมาหาฉัน[สะใจชะมัด][แต่ว่าหว่านหว่าน เธอไม่คิดจะคุยกับเขาให้รู้เรื่องจริง ๆ เหรอ]ฉันมองโทรศัพท์อยู่นาน ก่อนตอบเธอ[ไม่จำเป็นหรอก]ความสัมพันธ์เจ็ดปี ใช่ว่าจะไม่มีอะไรจะพูดเพียงแต่คำพูดทั้งหมดที่ควรพูด ได้พูดไปหมดแล้วในความผิดหวังนับครั้งไม่ถ้วนเขาไม่ได้ฟังงั้นฉันก็จะไม่พูดอีกแล้ววันแรกที่ยกเลิกงานแต่งงาน ฉันนอนหลับไปสิบชั่วโมงตอนที่ตื่นขึ้นมา แสงแดดส่องอยู่ที่ปลายเตียงแม่ของฉันกำลังนั่งปอกแอปเปิลให้ฉันอยู่ข้าง ๆเธอไม่ได้ถามฉันว่าทำไมจู่ ๆ ถึงกลับบ้าน และไม่ได้ถามว่าทำไมงานแต่งงานถึงยกเลิกแม่แค่หั่นแอปเปิลเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วยื่นให้ฉัน"กินอะไรหวาน ๆ หน่อยสิ"ฉันปวดจมูกขึ้นมาเลย น้ำตาแทบจะร่วงออกมาหลายปีมานี้ ฉันให้ความสำคัญกับจี้สวินมากเกินไปสำคัญจนพอถึงเทศกาลก็ต้องถามเขาก่อนว่าว่างไหม สำคัญจนพอเงินเดือนเข้าก็คิดแต่ว่าจะซื้ออะไรให้เขา สำคัญจนแค่แม่ของเขาพูดไม่พอใจคำเดียว ฉันก็ทบทวนพิจารณาตัวเองไปสามวันสามคืนฉันนึกว่าการรักใครสักคน คือการลดคุณค่าตัวเองลงทีละนิดต่ำต้อยจนแทบ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status