FAZER LOGINผมตามตื๊อเพื่อนสนิทของพี่สาวอยู่นานถึงสามปี ในที่สุดเธอก็ยอมคบกับผมแบบลับๆ แต่หลังจากคบกันแบบลับๆมาห้าปี ขณะที่ผมกำลังเตรียมจะขอเธอแต่งงาน ผมกลับได้ยินบทสนทนาระหว่างเธอกับเพื่อนๆเข้าเสียก่อน “รักแรกของเธอกำลังจะกลับประเทศแล้ว แล้วแฟนตัวแทนคนนั้นของเธอจะจัดการยังไง?” “ตอนเลิกกันก็หาเหตุผลดีๆไว้ล่ะ อย่าให้เรื่องมันจบไม่สวย ไม่อย่างนั้นถ้าพี่เจียงรู้ว่าน้องชายตัวเองถูกรังแก เธอไม่ปล่อยเธอไว้แน่” หลังจากนิ่งคิดอยู่นาน เธอก็ตัดสินใจ “งั้นก็แกล้งทำเป็นความจำเสื่อมสิ ลืมเรื่องห้าปีนี้ไปซะ ยังไงเราก็คบกันแบบลับๆอยู่แล้ว ไม่มีใครรู้หรอก” ลืมก็ดีเหมือนกัน ลืมไปซะจะได้ไม่ต้องเจ็บอีก คืนนั้น ผมจึงไปหานักสะกดจิตที่เก่งที่สุดเพื่อลบความทรงจำตลอดแปดปีนี้ออกไป แต่พอผมลืมเธอได้จริงๆ ผู้หญิงที่เคยเย็นชาและสงบนิ่งมาตลอดกลับเสียสติขึ้นมา เอาแต่พร่ำขอร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้ผมนึกถึงเธอให้ได้
Ver mais“ผมกับเธอเป็นศัตรูกันแล้ว ผมแค่ถามดูว่าเธอเป็นยังไง เผื่อจะได้เติมเชื้อไฟให้เรื่องมันร้อนขึ้นอีกหน่อย” ผมติดต่อทนายความและยื่นข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อสวี่ชิงอวิ้น เนื่องจากหลักฐานชัดเจนและแน่นหนา เธอจึงถูกจำคุกเป็นเวลาห้าปี ระหว่างที่สวี่ชิงอวิ้นอยู่ในเรือนจำ บริษัทขาดทุนจนต้องปิดตัวลง ทรัพย์สินของบริษัทถูกนำออกขายทอดตลาดจนไม่เหลืออะไรเลย หลังจากพักฟื้นอยู่ระยะหนึ่ง ผมกับเมี่ยวเมี่ยวก็ทุ่มเทให้กับงานในสถาบันวิจัยอย่างเต็มที่ ชีวิตในแต่ละวันเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหมาย ผมกับเธอตื่นแต่เช้า นอนดึก นั่งทำงานด้วยกันจนแทบไม่ได้พัก ออกเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อเก็บข้อมูลและลงพื้นที่ศึกษาสถาปัตยกรรมโบราณ พร้อมตีพิมพ์ผลงานวิจัย ฝึกวาดเลียนแบบสถาปัตยกรรมโบราณ เขียนแบบอาคาร และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อการบูรณะและอนุรักษ์สิ่งเหล่านี้ สี่ปีต่อมา ตอนที่โปรเจกต์เสร็จสิ้นลงด้วยดี ผมก็คุกเข่าขอเธอแต่งงานหลังจากนั้น ผมก็จัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการให้แก่เธอ ประกาศความรักที่ผมมีต่อเธอให้คนทั้งเมืองได้รับรู้ญาติสนิทมิตรสหายต่างพากันมาร่วมแสดงความยินดี บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขยิ่งไปกว่
“ถ้าตื่นแล้ว ก็เริ่มทำการรักษาได้เลย” ผมพยายามจะดิ้นลุกขึ้นจากเตียงรักษา แต่กลับพบว่ามือและเท้าของตัวเองถูกมัดเอาไว้หมดแล้ว ทำรักษาเหรอ? เธอคนนี้คิดจะจับผมทำการรักษาอะไรกันชายแก่เคราขาวในชุดสำหรับการรักษาที่ยืนอยู่ข้างๆ เดินขยับก้าวเข้ามาใกล้“ถ้าจิตใต้สำนึกของคนไข้ต่อต้านการฟื้นความทรงจำ จะทำให้อัตราความสำเร็จของการรักษาลดลงอย่างมาก และอาจทำให้ความทรงจำเกิดความสับสนได้ด้วย ที่แย่ที่สุดคืออาจทำให้การทำงานของสมองด้านความทรงจำเสียหาย จนเขาอาจกลายเป็นคนปัญญาอ่อนได้” ทันทีที่ได้ยิน ผมก็ดิ้นแรงขึ้นกว่าเดิมจนข้อมือที่ถูกมัดแดงก่ำ แทบจะมีเลือดซึมออกมา เขามองผมด้วยสายตาสงสาร ก่อนจะหันไปถามสวี่ชิงอวิ้น "ถึงจะเป็นอย่างนั้น คุณยังยืนยันจะทำต่ออีกอย่างนั้นเหรอ?"เธอขมวดคิ้วแน่น ราวกับกำลังครุ่นคิดถึงสภาพของผมตอนกลายเป็นคนปัญญาอ่อน“ก่อนหน้านี้คุณไม่ได้บอกว่ามั่นใจมากเหรอ? ถ้าให้ยาสลบแล้ว ยังมีความเสี่ยงสูงอยู่อีกเหรอ?”ชายแก่ถอนหายใจพยักหน้าอย่างจนใจ“ตอนนี้คนไข้ปฏิเสธการรักษาอย่างชัดเจน แถมอารมณ์ยังแปรปรวนอย่างมาก จิตใต้สำนึกของเขาปิดกั้นความเป็นไปได้ที่จะฟื้นความทรงจำเอาไว้แล้ว
“สวี่ชิงอวิ้น ผมแสดงความรักกับคนอื่นต่อหน้าคุณเลยนะ คุณไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง?” เธอทำเหมือนไม่ได้ยิน ยื่นมือไปคว้าแขนหลินเจียชวนไว้แน่น ราวกับว่าเขาคือฟางเส้นสุดท้าย"ฉันถามนายว่ามันยังมีวิธีอยู่อีกไหม? ยังมีทางทำให้เขากลับมารักฉันอีกครั้งได้ไหม?"ทุกถ้อยคำพรั่งพรูออกมาพร้อมกับน้ำตา หลินเจียชวนถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความโมโหจัด "ตอนที่คุณแอบมาออกเดตกับผม ไม่เห็นคุณจะรักจริงหวังแต่งขนาดนี้เลยนี่!""สวี่ชิงอวิ้น ชาตินี้ทั้งชาติคุณไม่มีวันได้เขาคืนมาอีกแล้วล่ะ!"เมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอก็สะบัดมือเขาออกอย่างแรงจนหลินเจียชวนล้มลงกับพื้น "เป็นไปไม่ได้! เขาจะต้องกลับมารักฉันอีก นายไสหัวไปให้พ้นเลยนะ!"เธอกวาดทุกอย่างบนโต๊ะทำงานลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น พร้อมกับความสิ้นหวังจากการสูญเสียเจียงจิ้งเฉิงที่พังทลายลงไปพร้อมกัน วันถัดมา ลูกน้องเข้ามาปลุกเธอให้ตื่นขึ้นท่ามกลางเศษซากความพังพินาศบนพื้นห้องทำงาน"ประธานสวี่ ตื่นเร็วครับ! หลินเจียชวนหอบเงินสด90%ของบริษัทหนีไปแล้วครับ""ตอนนี้กระแสเงินสดของบริษัทขาดสะบั้น การชดเชยค่าเสียหายและสายการผลิตทุกสายชะงักหยุดนิ่ง แผนกประชาสัมพันธ์ก
"วงในแฉ แฟนของประธานสวี่ไม่ได้ป่วยเลยสักนิด วันที่เขามายื่นใบลาออกยังทะเลาะกับประธานสวี่จนทุ่มฮาร์ดดิสก์พังยับ ไม่แน่ว่าข้อมูลที่ถูกเปลี่ยนโดยเจตนาอ าจเกิดขึ้นในวันนั้นก็ได้ แถมตลอดห้าปีมานี้ทั้งคู่ไม่ได้เป็นแฟนกันเลยด้วยซ้ำ""มิน่าล่ะ นึกว่าคิดไปเองคนเดียวซะอีก ตอนไลฟ์สองครั้งก่อนประธานสวี่พูดถึงแฟนตัวเองก็ไม่ได้ดูรักอะไรขนาดนั้น ที่แท้ก็โดนข่มขู่มาตลอดนี่เอง"เพียงชั่วพริบตา กระแสก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ชาวเน็ตพากันหันมาโจมตีผมแทน กล่องข้อความส่วนตัวของผมโดนถล่มจนแทบระเบิดยิ่งคนให้ความสนใจผมมากขึ้น ข่าวแฉสารพัดเรื่องก็ทยอยตามมาไม่ขาดสาย ถึงขั้นมีคนขุดออกมาว่า ผมเข้าไปแทรกแซงความสัมพันธ์ระหว่างหลินเจียชวนกับสวี่ชิงอวิ้น แถมยังใช้อิทธิพลจากการเป็นทายาทเศรษฐีบีบให้หลินเจียชวนต้องออกจากประเทศ ยังมีข่าวว่าผมตามจีบสวี่ชิงอวิ้นอย่างหนักถึงสามปีแต่ไม่สำเร็จ จึงใช้ช่องทางจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เป็นข้อแลกเปลี่ยนเพื่อบีบบังคับให้เธอรับผมเข้าบริษัท แล้วตามรังควานเธอมานานถึงห้าปี ข่าวลือสารพัดแพร่สะพัดไปทั่วโลกออนไลน์ กระแสโจมตีผมรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เดิมทีผมไม่คิดจะสนใจ แต่ไม่คิดเลยว่











