Share

บทที่ 2

last update Tanggal publikasi: 2026-03-30 12:01:48

"...ทำไมต้องเป็นที่กูนั่งด้วยวะ เหม็นโคตรเลยเชี่ยนาย! ที่มึงก็มีทำไมไม่ทำวะ แล้วนี่น้ำพวกมึงเปื้อนก้นกูหรือเปล่าก็ไม่รู้ขยะแขยงว่ะ"

เฮ้อ... ขี้บ่นฉิบหาย!

เจ้านายถอนหายใจอย่างระอา ยกศอกวางบนแผงหุ้มประตูรถเท้าหัวไม่ต่อปากต่อคำเพื่อนสนิทที่กำลังบ่นไล่ยาว เวลาออกมาเจอเขากับสาวสวยต่างมหาลัยข้างรถหลังเสร็จกิจ เจ้าหล่อนกวาดตามองผู้หญิงคนนั้นราวกับเมียหลวงที่กำลังจับผิดผัวกับเมียน้อยแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากทำหน้านิ่ง

พอขึ้นมานั่งบนรถแล้วกลิ่นคาวน้ำรักตีคลุ้งภายในก็ออกลายบ่นทันที มากกว่านั้นคือคราบน้ำที่มันหยดเปื้อนเบาะเขาไม่กี่หยด แต่สาวเจ้าก็เล่นยกมาบ่นจนตอนนี้ใกล้ถึงบ้านมันแล้วก็ยังบ่นไม่หยุดสักที เล่นบทแม่และเมียในเวลาเดียวกันทั้งที่มันเป็นเพื่อน เวรกรรมของเขาจริงๆ

"เลิกบ่นเหอะน่า กูไม่ให้มึงมายืนรอตอนที่ยังเอาไม่เสร็จก็บุญแค่ไหนแล้ว จะบ่นอะไรนักหนาวะ"

"ไอ้เจ้านาย ไอ้เพื่อนเหี้ย กูขอให้มึงเป็นเอดส์ตายไปเลยบ้ากามฉิบ กูไม่น่าขอให้มึงไปเป็นเพื่อนกูเลยน่าจะให้เซฟไปด้วยดีกว่าอีก ต้องมาเจออะไรก็ไม่รู้"

"เออๆ รีบลงไปซะทีกูจะกลับบ้านละ แม่งปวดหัวแทนผัวในอนาคตมึงเลยว่ะ บ่นเก่งฉิบ ขนาดกูเป็นเพื่อนมึงยังไม่เว้นเลยสัส"

"ยุ่งอะไรกับผัวกูมิทราบ สงสารเมียตัวเองในอนาคตเหอะที่ต้องมาเจอผู้ชายบ้ากามอย่างมึง เผลอๆ อาจโชคร้ายได้โรคติดมาด้วยก็ไม่รู้มั่วเก่งไม่สนหน้าตา คลำไปไม่เจอหางก็เอาหมดกูละอย่างเชื่อเลย"

เออ! เอาเข้าไป ด่าเข้าไปแช่งเข้าไป เอาที่สบายใจเลยครับเพื่อน!

รถสปอร์ตหรูสีดำด้านเลี้ยวเข้ามาชะลอหน้าบ้านหลังใหญ่ เหยียบเบรกเบียดล้อรถเสียงดังเอี๊ยดประชดลูกสาวเจ้าของบ้านที่กำลังบ่นเขาอย่างออกรสชาติจนใบหน้าสวยร่างอวบไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยเหตุลืมเพราะเอาแต่บ่นเขาไม่หยุดเกือบหน้าทิ่มคอนโซลรถ เกือบได้บินไปทำหน้าใหม่ถึงเกาหลีแล้วหากว่าไม่ยกมือมาเบรกตัวเองเอาไว้ได้เสียก่อน

หนุ่มหล่อหัวเราะลั่นสะใจ เสียงแหลมสะดุดลงพร้อมกับเสียงอุทานตกใจแทรกขึ้นแทน ใบหน้าสวยแดงก่ำเลือดขึ้นหน้าแม้มองผ่านแสงสลัวจากหลอดไฟด้านนอกที่สาดเข้ามากระทบซีกหน้าบางเบาแต่ก็ยังชัดเจน รังสีความไม่พอใจตลบรอบกายสาวหายใจฮึดฮัดเสียงดังแทบจะกระโจนเข้ามาหักคอเขาอยู่รอมร่อ

"โทษที กูลืมว่ามึงไม่ได้คาดเข็มขัด"

"ไอ้นาย ไอ้เพื่อนบ้า!"

เสียงแหลมหวีดร้องสาดคำหยาบใส่เพื่อนอีกหลายประโยค ก่อนเวลาจะผลักเปิดประตูรถลงไปแล้วกระแทกปิดกลับด้วยอารมณ์ ทำสะเทือนไปทั้งคันรถไม่เกรงใจราคาแปดหลักของมันเลยสักนิด กระทืบเท้าปึงปังเข้าบ้านไปโดยที่เจ้านายยังคงหัวเราะสะใจมองตามหลัง รอจนเพื่อนสาวเดินเข้าเขตรั้วบ้านหลังใหญ่ไปแล้วถึงค่อยเคลื่อนตัวออกจากมา

มือหนาเอื้อมเปิดเพลงผิวปากโยกหัวไปด้วยความอารมณ์ดีตามประสา ความจริงตอนที่พากันออกมาจากผับหาที่สงบเพื่อทำกิจเขาไม่ได้ตั้งใจจะพามาขึ้นรถเลยด้วยซ้ำ เพราะคิดว่าตรงไหนก็ทำได้ไม่จำเป็นเลย แต่เพราะทนลูกอ้อนผู้หญิงสวยอยากนั่งรถหรูไม่ไหวเลยตามใจปล่อยเลยตามเลย

คิดแล้วก็อดเหลือบมองเบาะนั่งข้างๆ ไม่ได้ อ่า... นี่ต้องเอาไปเข้าซักล้างอีกแล้วเหรอวะ เพิ่งเอาออกมาเมื่อไม่กี่วันก่อนเพราะเผลอทำเปื้อนตอนกำลังเข้ากิจไปเองนะ

เจ้านายละสายตาออกจากเบาะหรูขึ้นมามองถนนเบื้องหน้า ดันลิ้นกับกระพุ้งแก้มถอนหายใจเบาๆ หักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าซอยบ้านขับลึกเข้ามาอีกไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรก็ถึงหน้าบ้านหลังใหญ่คุ้นเคย ระบบประตูอัตโนมัติทำงานตามกลไกจากเครื่องมือสื่อสารไม่ต้องมีคนมาคอยเปิดปิดแม้ยามวิกาล

สปอร์ตหรูขับเคลื่อนเข้ามาในเขตบ้านหลังใหญ่ด้วยความเร็วเริ่มต้น ดูจากภายในบ้านที่มืดสนิทเดาได้ว่าตอนนี้สมาชิกในบ้านคงจะเข้านอนกันหมดแล้ว เหลือเพียงแสงสว่างด้านนอกตามจุดต่างๆ ด้วยระบบไฟจากแสงอาทิตย์ที่ยังคงทำงานตลอดคืนให้ความสว่าง แต่มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรเพราะเขาเองก็มีกุญแจบ้านสำรองที่เจ้าของบ้านทำไว้ให้สมาชิกทุกคน ไม่จำเป็นต้องบอกใครก่อนเพื่อรอต้อนรับกลับบ้านเหมือนสมัยเด็กที่มีพ่อแม่มารอรับหลังเลิกเรียน

หนุ่มหล่อก้าวเท้าขึ้นตามขั้นบันไดสู่ชั้นสามของตัวบ้าน ยกมือทุบไหล่กว้างเบาๆ คลายความเมื่อยขบ เสยผมปรกหน้าผากขึ้นพลางล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงยีนออกมาเช็กข้อความหลังแรงสั่นของมันสะกิดขาอยู่พักใหญ่ ตอบกลับข้อความของเวลาที่ส่งถามไถ่ว่าถึงไหนแล้วส่งๆ ไม่ได้ใส่รายละเอียดอะไรมาก เพราะรู้ว่ามันถามเพราะแค่ห่วงการขับรถเวลากลางคืนตามประสาเพื่อนเท่านั้น พอรู้ว่ากลับถึงที่หมายปลอดภัยก็เป็นอันจบ

มันก็แบบนี้ ต่อหน้ากัดกันจะเป็นจะตายแต่ก็มีความห่วงกันตามประสาเพื่อนที่สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่แค่กับเขาคนเดียว กับเพื่อนในกลุ่มทุกคนนั่นแหละ

เจ้านายใช้เวลาจัดการทำธุระส่วนตัวเพียงไม่นานก็มาล้มตัวนอนบนเตียงกว้างภายในห้องพักส่วนตัว นานทีปีหนจะกลับมานอนบ้านแล้วอดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ ปกติจะนอนแต่คอนโดเพราะมันสะดวกต่อการพาสาวขึ้นห้อง ไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลังว่าจะโดนบ่นหูชา หรือจะโดนบิดหูขาดเมื่อไหร่ แต่พออยู่บ้านแล้วมันไม่สะดวกแบบนั้นเขาเลยเลือกจะนอนคอนโดมากกว่า

ปิดเปลือกตาหลับเพียงไม่นานก็หลับลึกเข้าสู่ห้วงนิทราด้วยเวลาเกือบเที่ยงคืนโดยประมาณ ลมหายใจสม่ำเสมอลอดผ่านจมูกโด่งเป็นเครื่องยืนยันถึงสติที่เข้าสู่ภวังค์ฝันเป็นที่เรียบร้อย

.

.

"อือ~"

"คิคิ"

เสียงหัวเราะราวกระซิบไม่ไกลกับสัมผัสแผ่วเบาชวนรู้สึกคันจั๊กจี้สร้างความหงุดหงิดให้กับเจ้านายเป็นอย่างมาก คิ้วหนาขมวดยุ่งสะบัดมือปัดป่ายกลางอากาศหวังปัดสิ่งรบกวนการนอนออกไปไกลๆ

กลิ่นหอมอ่อนๆ ของอะไรบางชิดใกล้จมูกและริมฝีปาก แต่กวาดมือปัดหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ มันทำให้ความอดทนของคนที่ต้องการพักผ่อนขาดผึ่ง กระแทกลมหายใจออกมาเสียงดัง เก็บมือรอเวลา สติกลับคืนตื่นเต็มตัวแต่ยังคงหลับตารอจังหวะที่เจ้าของการยุ่มย่ามรบกวนเข้าใกล้แล้วค่อยจับคว้าหลักฐานเอาไว้คาหนังคาเขาจะได้ดิ้นไม่หลุด

ถ้าเป็นผีสางเจ้าที่เขาจะให้หมอผีมาไล่ออกไปซะ แต่ถ้าเป็นคนเขาจะทำการไล่ตะเพิดด้วยสองเท้าเอง กล้ามาขัดความสุขสวรรค์คนหลับนัก ไม่อยากตายดีซะแล้ว

"ขี้เซาจริงๆ เลย สายจนตะวันโด่งแล้วยังไม่ตื่นอีก"

เสียงนี้มัน...

พรึ่บ!

หมับ!

"อ๊ะ!"

มือหนาคว้าหมับเข้ากับข้อมือเล็กของใครบางคนกระชากเข้าหาตัว ก่อนจะลืมตาขึ้นมามองหลักฐานที่จับได้คาหนังคาเขาไร้ข้อกังขาจะแก้ตัวหากเขาเอาความคาดโทษ จ้องมองนักโทษตรงหน้าด้วยสายตาคมกริบเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

อิ๋วค่อยๆ เม้มปากเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ร่างกายกลั้นลมหายใจโดยอัตโนมัติปล่อยให้ลมอุ่นจากจมูกโด่งกระแทกใบหน้าเป็นระลอก ฝ่ามือนุ่มวางแนบฟูกที่นอนข้างศีรษะหนาโดยที่อีกมือถูกจับไว้แน่นด้วยมือใหญ่ ร่างเล็กเกยคร่อมกายหนาใบหน้าอยู่เสมอระดับเดียวกันห่างเพียงหนึ่งฝ่ามือกั้นเท่านั้น

"ทำอะไรของเธอ เข้ามาได้ไง"

นานนับนาทีกว่าความเงียบจะถูกทำลายลงด้วยเสียงเข้มๆ ของบุรุษร่างใหญ่ใต้ร่าง ทั้งที่เขาเป็นฝ่ายอยู่ใต้อาณัติแท้ๆ แต่เด็กสาวกลับรู้สึกประหม่าตื่นเต้นจนแทบลืมหายใจ หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นแรงใบหน้าร้อนวูบวาบ โดยเฉพาะตำแหน่งที่ลมหายใจร้อนพ่นใส่

"ม๊าเพลงให้หนูขึ้นมาปลุกเฮียลงไปกินข้าว ปล่อยให้ผู้ใหญ่รอเป็นเด็กไม่ดีเลยนะ เฮียโตจนหมาเลียก้นไม่ถึงแล้วควรจะคิดได้แล้วว่าอะไรควรอะไรไม่ควร" ปากกระจับไล่ยาวเอียงคอเล็กน้อยกะพริบตามองใบหน้าหล่อเหลาปล่อยลมออกจมูกช้าๆ สอนคนอายุมากกว่า

"เอาไว้สอนตัวเองไปว่าอะไรควรไม่ควร เข้าห้องคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตยังมาปากดีอีก"

"ก็บอกว่าม๊าเพลงให้ขึ้นมาไง หนูได้รับอนุญาตแล้วเหอะ"

"เฮ้อ... ลุกไปหนัก"

"โอ๊ย! เจ็บนะ ดีดหน้าผากหนูทำไมเนี่ย" เด็กสาวทำหน้ายู่ไม่พอใจ บิดข้อมือออกจากพันธนาการมือใหญ่ยกขึ้นมาลูบหน้าผากมนตำแหน่งแรงดีดจากนิ้วแกร่งกระแทกใส่จนเกิดรอยแดงจางเบาๆ ลุกออกจากคร่อมเกยดึงขานั่งขัดสมาธิบนเตียงกว้าง

เจ้านายแค่นเสียงหัวเราะเย้ยคนตัวเล็ก ปรายตามองเจ้าหล่อนเพียงเล็กน้อยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากกับเสียงโอดโอยและดวงตากลมโตแฝงความไม่พอใจ ดันตัวลุกขึ้นส่งผลให้ผ้าห่มบนอกร่วงหล่นลงมากองรวมกันบนตักเผยอกกว้างอัดไปด้วยกล้ามเนื้อ หน้าท้องแกร่งเป็นลอนคลื่นสวยงามหกมัด ไม่ได้ใหญ่เหมือนพวกนักเพาะกล้ามขนาดกำลังพอดีไม่เกินตัว ให้ความรู้สึกน่าหลงใหลอยากสัมผัสลูบไล้

เอื้อมมือคว้าโทรศัพท์มาเช็กข้อความจากช่องทางติดต่อโซเชียลตามความเคยชินหลังตื่นนอน หลังเห็นไม่มีอะไรสำคัญมากก็สะบัดผ้าห่มออกจากตัว หย่อนเท้าลงพื้นหยัดกายขึ้นยืนเต็มความสูงอวดร่างกายสมบูรณ์แบบมีเพียงกางเกงนอนขายาวตัวเดียวติดกาย

ต่ำลงมาจากขอบกางเกงใต้สะดือและขนรำไรหลุบลงหายมีท่อนลำใหญ่พาดยาวดันเนื้อผ้าขึ้นมาเด่นชัด แต่เหมือนเจ้าของจะไม่ได้อะไรกับมันมากแม้จะมีคนนั่งอยู่ในห้องด้วยก็ตาม เดินเข้าห้องน้ำทำราวกับเด็กสาวที่นั่งอยู่บนเตียงเป็นเพียงอากาศไม่สำคัญ ถึงเจ้าหล่อนจะกำลังมองตามมาตาปริบๆ

"อะไร? หนูนั่งอยู่ตรงนี้นะเฮียไม่เห็นเหรอ" เสียงหวานตะโกนไล่ตามหลัง ชี้นิ้วเล็กเข้าหาตัวกะพริบตาทำหน้าเหวออย่างไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะทำกับเธอแบบนี้

"เออ! ลงไปข้างล่าง ออกมาแล้วอย่าให้เห็นนั่งทำตาปริบอยู่ที่เดิมนะเดี๋ยวจะตีก้นลายเลยคอยดู"

ไม่ใช่ครั้งแรกที่เด็กสาวเข้ามายุ่มย่ามในห้องนี้โดยที่เขาทำอะไรไม่ได้ เมื่อก่อนตอนที่ยังไม่ย้ายออกยิ่งแล้วใหญ่ มาบ้านนี้ทีไรวิ่งขึ้นห้องเขาก่อนเป็นอันดับแรกไม่แคร์สายตาเจ้าของห้องที่กำลังจ้องจิกจะฆ่าต้มยำทำแกงตัวเองเลยสักนิด ก็เคยคิดอยู่เหมือนกันว่าทำไมลูกสาวเพื่อนแม่ถึงได้ชอบวุ่นวายกับเขานัก จะว่าเจ้าหล่อนอยากได้พี่ชายก็ไม่ใช่เพราะนอกจากเขาแล้วยังมีเฮียเจซึ่งเป็นพี่ชายคนโตของเขาอยู่ด้วย แต่เธอก็ไม่เห็นจะวุ่นวายอะไรด้วยเลย

คิดมากก็เอาแต่จะปวดหัวเปล่า พอทำอะไรไม่ได้เพราะเด็กสาวนั้นมีคนหนุนหลังเป็นตระกูลเครือญาติสนิทเขาเป็นเบือจึงได้แต่ปลงตกปล่อยไปตามยถากรรม หลังย้ายออกไปอยู่คอนโดทุกอย่างก็เหมือนจะเริ่มดีขึ้น เธอไม่ได้มาวุ่นวายด้วยอีกหากไม่กลับมาบ้าน มันสบายหูสบายตาขึ้นเยอะเลย

"อมยิ้มเฮียอยู่ไหมหนูขอกินหน่อย หนูเห็นในกางเกงเฮียมีอะไรไม่รู้ดันออกมาเมื่อกี้ด้วย เฮียไม่ได้ซ่อนไว้ในกางเกงเพราะกลัวหนูจะแย่งกินใช่ไหม"

เท้าเล็กเดินมาหยุดหน้าห้องน้ำ แนบซีกแก้มและใบหูกับประตูเอ่ยถามคนด้านในหลังจากเดินหาขนมรสหวานของโปรดเขาอยู่นานแต่กลับไม่เห็นแม้แต่ชิ้นเดียว ปกติแล้วเจ้านายจะเป็นคนที่ชอบพกอมยิ้มติดตัวตลอดเวลาเธอเลยพลอยได้กินไปด้วย แต่วันนี้หาทั่วห้องแล้วก็ยังไม่เจอเลยต้องมาถามหาจากเจ้าของห้องเผื่อเขาจะเก็บซ่อนไว้ไม่ให้เธอกิน

"เฮียนายได้ยินหนูไหม" อิ๋วผละใบหน้าออกมาแหงนมองประตูพลางขมวดคิ้วเมื่อได้รับแต่ความเงียบเป็นคำตอบกลับเสียงเรียก แม้แต่เสียงน้ำไหลบอกถึงการทำธุระของคนด้านในยังไม่มีเลยให้ได้ยินเลยด้วยซ้ำ

มุมปากอิ่มยกขึ้นทำหน้ามุ่ย ก้าวถอยหลังห่างจากประตูสองก้าวยกมือเท้าเอวทั้งสองข้างจ้องบานประตูสีน้ำตาลเขม็งราวกับจะสามารถทำให้ย่อยสลายหายไปกลางอากาศได้

หน้าอกอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจเข้าออก ทำหน้ายุ่งยืนรอนานเกือบห้านาทีกว่าจะยิ้มออกมาได้หลังได้รับคำตอบจากคนในห้องน้ำว่าของที่ต้องการอยู่ไหน และได้รับอนุญาตให้ลงไปหยิบได้ตามใจเลยขอเพียงเสด็จออกไปจากห้องนี้เสียที

"หนูขอสองอันเลยนะ จะกินเงียบๆ ไม่ให้ม๊าเห็น"

"...เด็กเวรเอ๊ยวุ่นวายฉิบหาย" เจ้านายถอนหายใจออกมาส่ายหน้าเบาๆ หลังจากได้ยินเสียงวิ่งตึงตังออกไปจากห้องพร้อมกับเสียงตะโกนตอบกลับด้วยความดีใจ ไม่รู้ว่าพ่อแม่เจ้าหล่อนเลี้ยงอย่างอดๆ อยากๆ หรือไง อมยิ้มลูกละบาทสองบาทยังไม่มีให้กินต้องมาขอส่วนแบ่งเขาอยู่เรื่อย

---

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เจ้านาย... อย่าแรด! |PLAYBOY|   บทที่ 117

    "ปากหวาน" "น้ำก็หวานครับเมียรู้ดี" ยิ้มกริ่มภูมิใจ หวานไม่หวานถามใจเธอดู เยลลี่กลิ่นนมข้มหอมๆ หวานๆ กูรู้ตัวเองดีหึ! อิ๋วหน้าร้อนผ่าวจิ๊ปากฟาดมือลงมาบนอกกว้างเบาๆ หนึ่งที กระเง้ากระงอดไม่จริงจังก่อนจะกลับมาเช็ดผมให้จนแห้งหมาดถึงได้ผละตัวออกจากอ้อมแขนใหญ่ ร่างสูงยื่นหน้ามาหอมแก้มเป็นรางวัลแทนคำขอบ

  • เจ้านาย... อย่าแรด! |PLAYBOY|   บทที่ 116

    กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกุหลาบหน้าบ้านโชยเล็ดลอดเข้ามาพร้อมกับสายลมเย็นในยามเช้าตรู่ผ่านหน้าต่างหน้าระเบียงห้อง ผืนม่านโปร่งแสงปลิวไหวตามกระแสก่อนจะทิ้งตัวกลับตามเดิม เป็นแบบนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า ในขณะที่ภายในห้องนอนกว้างเปิดคลอเพลงสากลแผ่วเบาคล้อยกับลมอ่อน อิ๋วนอนคว่ำบนหมอนใบใหญ่ ยกช่วงอกขึ้นเล็กน้อยค้ำ

  • เจ้านาย... อย่าแรด! |PLAYBOY|   บทที่ 115

    "ฮ... เฮียเราต้องลงไปกินข้าวก่อน ด.. เดี๋ยวคนอื่นสงสัย~" "คนรักกันอยู่ด้วยกันใครจะกล้าสงสัย อย่าคิดมากเสร็จแล้วค่อยลงไป" ช่างน่าเอ็นดู ทั้งที่น้ำเสียงหวานมันสั่นพร่าเสียจนเปล่งออกมาเป็นไม่เป็นคำพูด ทว่าคนตัวเล็กกลับพยายามอย่างเต็มที่ที่จะเปล่งเสียงแผ่วให้เขาได้ยิน เจ้านายกดยิ้มมุมปาก ไล่ต้อนปากน้

  • เจ้านาย... อย่าแรด! |PLAYBOY|   บทที่ 114

    ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามะปรางเพื่อนสนิทของอิ๋วกำลังคบหาดูใจอยู่กับผู้บริหารมหาลัยที่เคยเรียนอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นเจ้านายก็เพียงแค่ยกมือทักทายรัชชานนท์เท่านั้นไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากไปกว่านั้นเพราะโดยส่วนตัวก็ไม่ได้สนิทกัน ต่อให้เขาจะเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันกับพี่ชายของไอด้าก็ตาม ดวงตาคมกริบจับจ้องร่างเล็กข

  • เจ้านาย... อย่าแรด! |PLAYBOY|   บทที่ 113

    "ขัดจังหวะฉิบ!" รอยยิ้มน้อยๆ จุดอยู่บนมุมปากสวยบวมเจ่อ เรียวลิ้นนุ่มตวัดเลียริมฝีปาก ยังรู้สึกได้ถึงรสจูบหวานติดปลายลิ้นอยู่เลย มือน้อยแกะนิ้วแข็งออกจากตัว เดินเข้ามาหยิบมือถือเจ้าของเสียงขัดขึ้นมากดรับเมื่อเห็นว่าเป็นสายเรียกเข้าจากมะปราง "ว่าไง~" กรอกเสียงสดใสไปตามสาย ชำเลืองมองเงาใหญ่ที่ตามหลัง

  • เจ้านาย... อย่าแรด! |PLAYBOY|   บทที่ 112

    ปากอิ่มเม้มนิด ดวงตาหยาดเยิ้มจ้องมองลำแข็งที่กำลังกระตุกเกร็งเบาๆ สู้มือ กลิ่นบุรุษเพศผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของเจ้านายมันไม่เคยเลยสักครั้งที่จะไม่เป็นภัยกับหัวใจดวงน้อย จังหวะการเต้นถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ รับรู้ถึงความผ่าวร้อนที่มันแผ่กำจายออกมาราวกับภูเขาไฟที่ใกล้จะปะทุระเบิดเต็มทน "อ๊าา ย.. หยุด ห

  • เจ้านาย... อย่าแรด! |PLAYBOY|   บทที่ 1

    บรรยากาศยามดึกหน้าสถานบันเทิงแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของเหล่านักท่องราตรีทั้งหลาย แสงไฟสลัวสาดส่องกระทบพื้นซีเมนต์ด้านหน้าประกอบกับเสียงกึกก้องของเบสหนักเล็ดลอดออกมาจากด้านในกระตุ้นใจผู้คนที่เดินสวนขวักไขว่ให้ตื่นเต้นอยากสัมผัสบรรยากาศครื้นเครงเร็วๆ ต่างจากสาวร่างอวบที่กำลังยืนชะเง้อคอมองไปยังลานจอดรถ

  • เจ้านาย... อย่าแรด! |PLAYBOY|   บทที่ 5

    สามวันต่อมา... "เฮ้อ..." มะปรางเหลือบมองเพื่อนรักที่นอนทับแขนฟุบหน้าบนโต๊ะหินอ่อนข้างๆ ถอนหายใจทิ้งครั้งแล้วครั้งเล่า ใบหน้าขมวดยุ่งตลอดเวลาราวกับเจอเรื่องหนักหนาไม่สามารถแก้ไขได้ ดวงตากลมสวยกลอกกลิ้งไปมาเหมือนคนที่ต้องการใช้ความคิดอย่างหนัก กลีบปากอิ่มยื่นเล็กน้อยก่อนจะขยับเม้มเป็นเส้นตรง ใช้ฟัน

  • เจ้านาย... อย่าแรด! |PLAYBOY|   บทที่ 4

    ปึง! "อ๊ะ! หนูเจ็บนะเฮีย~" "เอามันออกมา! เก็บไว้ตรงไหนเอาออกมาเดี๋ยวนี้เลย อยากให้ม๊าด่าเฮียมากใช่ไหมเลยคิดจะเอาซากถุงยางออกมาโชว์กลางโต๊ะอาหารแบบนั้น พูดดีไม่ชอบต้องให้ตีก่อนใช่ปะถึงจะยอมฟัง" "โอ๊ย! อะไรของเฮียเนี่ยหนูเจ็บนะ อ๊ะ~" เจ้านายชักสีหน้าหงุดหงิดใส่คนร้องโอดโอยทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรให้

  • เจ้านาย... อย่าแรด! |PLAYBOY|   บทที่ 3

    เจ้านายทำหน้าเบื่อหน่ายถอนหายใจอย่างปลงตกเพียงก้าวเหยียบพื้นชั้นล่างก็ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของอิ๋วกระทบโสตประสาทหูเป็นอันดับแรก เสียงหัวเราะอารมณ์ดีของเด็กสาวไม่ได้ทำให้เช้านี้สดใสขึ้นสำหรับหนุ่มหล่ออย่างเขาเลย เห็นแต่ความวุ่นวายที่กำลังคืบคลานเข้าหาช้าๆ เท่านั้น ร่างสูงเดินเข้ามาในห้องอาหารที่ตอนน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status