เจ้านายทำหน้าเบื่อหน่ายถอนหายใจอย่างปลงตกเพียงก้าวเหยียบพื้นชั้นล่างก็ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของอิ๋วกระทบโสตประสาทหูเป็นอันดับแรก เสียงหัวเราะอารมณ์ดีของเด็กสาวไม่ได้ทำให้เช้านี้สดใสขึ้นสำหรับหนุ่มหล่ออย่างเขาเลย เห็นแต่ความวุ่นวายที่กำลังคืบคลานเข้าหาช้าๆ เท่านั้น
ร่างสูงเดินเข้ามาในห้องอาหารที่ตอนนี้มีผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งสองบ้านนั่งพร้อมเพรียงกันพร้อมหน้า ยกมือไหว้เพื่อนพ่อแม่ด้วยรอยยิ้มบางก่อนจะเดินอ้อมมาอีกฝั่ง ยกเก้าอี้ออกจากใต้โต๊ะอาหารหย่อนตัวนั่งโดยมีสายตาของผู้ให้กำเนิดมองตำหนิอยู่ไม่ห่าง
ไม่รู้เป็นวันรวมญาติหรือยังไงถึงได้ยกโขยงมากันเช้าขนาดนี้ แม้แต่เด็กที่ตอนนี้ควรจะอ่านหนังสืออยู่บ้านเพราะใกล้สอบปิดภาคเรียนสุดท้ายแล้วแท้ๆ อย่างคอนโดน้องชายของเด็กสาวเจ้าของรอยยิ้มสดใสตรงข้ามก็ยังอุตส่าห์ตามมาถึงนี่ได้
"...เจ้านายลงมาแล้วงั้นก็ทานกันเถอะ จะได้มาคุยเรื่องสำคัญกันอีกที"
เจ้านายไม่ได้สนใจเสียงแม่ที่กำลังเกริ่นกับแขก เรื่องสำคัญ? แล้วเกี่ยวอะไรกับเขาถึงต้องให้กลับมาฟังด้วย ถ้าเป็นเรื่องธุรกิจทั้งพี่สาวและพี่ชายเขาก็อยู่กันพร้อมหน้าไม่จำเป็นต้องมีเขาอยู่ด้วยก็ได้ หรือจะเป็นเรื่องอื่น แล้วมันเกี่ยวกับเขายังไง
มือหนาเอื้อมตักผัดเต้าหู้มาวางบนข้าวสวยร้อนๆ ก่อนจะใช้ช้อนตัวเองตักเข้าปาก เขาชอบใช้ช้อนในการทานอาหารมากกว่าตะเกียบแม้จะเกิดในครอบครัวตระกูลมีเชื้อสายจีน ต่างจากพ่อที่มักจะใช้ตะเกียบเป็นส่วนใหญ่
ทำไงได้ ก็เขามันลูกเสี้ยวไม่ใช่ลูกครึ่งเหมือนพ่อนี่นา อีกอย่างเชื้อแม่แรงกว่าเลยทำให้เชื้อจีนในตัวเหลือเพียงไม่กี่สาย มีแค่เรื่องผิวพรรณและเสี้ยวหน้าเล็กน้อยเท่านั้นที่ได้จากพ่อมา ความสูงทางฝั่งแม่ก็เข่ายาวกันทั้งนั้นไม่ได้ถือว่าได้พ่อทั้งหมด ความหล่อเหรอ... เรื่องนี้ยกความดีให้ย่าก็แล้วกัน ฝั่งนั้นหน้าตาดีทุกคนอย่างกับแหล่งรวมเหล่าคนหน้าตาดีของแผ่นดินงั้นแหละ หมายถึงรวมเขาไปด้วยนะ หึ
"เฮีย... หลอนเหรอ ยิ้มทำไมยังไม่มีใครพูดถึงเฮียเลยนะ"
เด็กเวร! แล้วทำไมต้องจับผิดเขาด้วย จะยิ้มจะทำอะไรมันเกี่ยวกับเธอเมื่อไหร่กัน
เจ้านายช้อนตามองอิ๋วด้วยแววตาแฝงรังสีบางอย่าง มือยังจับช้อนค้างคากลางอากาศระยะห่างขึ้นมาจากจานข้าวเล็กน้อย กลอกตาเลื่อนมองผู้ร่วมโต๊ะที่พร้อมใจกันมุ่งความสนใจมายังตัวเองแล้วถอนหายใจเสียงดัง โต๊ะอาหารหยุดชะงักราวกับนัดกันไว้ล่วงหน้าเพียงเสียงเล็กของเด็กสาวเอื้อนเอ่ย
ริมฝีปากบางเปิดอ้ารับช้อนข้าวในมือ ดึงสายตากลับจ้องเม็ดข้าวสีขาวและควันคลุ้งโชยเบื้องหน้าทำตัวปกติยื่นมือตักกับข้าวอย่างที่สองพลางเคี้ยวอาหารในปากไปด้วย
"อือ เมื่อกี้หนูเจอซองลูกอมในรถเฮียด้วยแหละ"
พอคำถามแรกถูกเมินเฉยอิ๋วก็หยิบยกเรื่องที่เพิ่งเจอตอนไปหยิบอมยิ้มในรถของเจ้านายออกมาพูดถึงอีกครั้ง ดวงตากลมจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของคนตัวสูง คีบก้านผักคะน้าเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ รอปฏิกิริยาว่าจะดึงความสนใจของคนตรงข้ามได้หรือเปล่า แต่เหมือนมันจะไม่ได้สำคัญพอจะให้เขาสนใจเท่าไหร่
มุมปากอิ่มยกขึ้นเล็กน้อย กลอกตามองบนนิดๆ ทำท่าครุ่นคิดเรียกความเอ็นดูจากผู้ใหญ่ร่วมโต๊ะที่กำลังรอฟังบทสนทนาระหว่างทานอาหารร่วมกันไปด้วย มีคนทำหน้าเบื่อหน่ายระคนหมั่นไส้ก็เห็นจะแค่น้องชายคนเดียวอย่างคอนโด กับหนุ่มหล่อที่อยากสื่อบทสนทนาด้วยตรงข้ามเท่านั้น
"อือ... รสสตรอว์เบอร์รี.. ถึงกลิ่นจะจางหายไปบ้างแล้วแต่หนูก็ยังได้กลิ่นหอมๆ ของมันอยู่ จับแล้วลื่นๆ หน่อยแต่ไม่อร่อยเลยรสชาติก็แปลกๆ หนูว่าเฮียอย่าซื้อมากินอีกเลยหนูชิมแค่นิดเดียวยังยี้เลย"
"ค.. แค่ก! แค่ก!" อะไรนะ? ซองลูกอมอะไรนะ รสสตรอว์เบอร์รี มีลื่นๆ อีก
"เจ้านาย ตายแล้วดื่มน้ำตามก่อน ม๊าบอกแล้วใช่ไหมว่าเวลากินข้าวอย่าเอาแต่รีบกิน เห็นไหมสำลักข้าวเลย"
คนรับสารนิ่งอึ้งหันมองตากันปริบๆ อย่างไม่คาดคิดว่าจะได้ยินเรื่องแบบนี้กลางวงอาหาร คนที่ต้องการส่งสารหาโดยตรงกลับสำลักคำพูดราบเรียบเน้นแก่นสารสำคัญไอหน้าดำหน้าแดงส่งสายตาอาฆาตอยากแล่เฉือนเนื้อคนไม่ปกปิด แต่คนส่งสารกลับนั่งลอยหน้าลอยตาหันมองคนโน้นคนนี้ด้วยความไร้เดียงสา มันน่าจับบีบคอแล้วเขย่าแรงๆ ให้หักคามือเลยจริงๆ
เจ้านายยกแก้วน้ำดื่มอึกใหญ่สายตายังคงมุ่งจ้องใบหน้าจิ้มลิ้มของอิ๋วที่มองมาด้วยความห่วงใย ใบหน้าใสซื่อของเธอทำให้เขารู้สึกหัวร้อนอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่ได้ทำให้เกิดความเอ็นดูหรือชักชวนให้สงสารเลยสักนิด
เสียงผู้ให้กำเนิดเจื้อยแจ้วเข้าหูเป็นระยะ ส่วนใหญ่จะเป็นการบ่นตามประสาของมนุษย์แม่ที่เข้าใกล้วัยทอง ใบหน้ากระอักกระอ่วนของชายชาตรีทั้งสามที่นั่งร่วมโต๊ะรับรู้ชะตากรรมของเขาบอกให้รู้ได้อย่างชัดเจนว่าเข้าใจในสิ่งที่เด็กวุ่นวายสื่อออกมาอย่างไร้เดียงสา ส่ายหัวเบาๆ พลางก้มหน้าลงเล็กน้อยรู้สึกเห็นใจ แต่ก็นึกสงสารชีวิตตัวเองมากกว่า เพียงเมียรักตวัดตามองผ่านเท่านั้นก็เสียวหลังแล้ว
ซองลูกอมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี เฮอะ! ให้ตายสิ เธออยากให้เขาโดนแม่บิดหูขาดหรือไงวะถึงยกมาพูดกลางโต๊ะอาหารแบบนี้ เดี๋ยวคุณนายอู่ใหญ่ก็ได้สงสัยแล้วพลอยมาคาดเค้นเขาอีก
"เป็นไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง"
"ดีแล้วครับม๊า ไม่เป็นไรมากแค่กลืนข้าวเร็วไปหน่อยเท่านั้นเอง"
"บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ารีบๆ ไม่ฟังเลยลูกคนนี้"
"ครับๆ ม๊าก็ทานเยอะๆ ดูดิเดี๋ยวนี้ผอมลงเยอะเลย ป๊าคงมีบ่นในใจว่ากอดไม่อุ่นเหมือนแต่ก่อนแน่แค่ยังเกรงใจไม่กล้าพูดออกมา อย่าเอาแต่บ่นผมเลยทานเยอะๆ จะได้อวบอัดกอดอุ่นเหมือนหมีแพนด้า ป๊าเคยบอกว่าชอบม๊าตอนท้องที่สุดเพราะอวบอัดน่ากอดมาก"
"อ้าว!? ไอ้ลูกเวร มายัดเยียดอะไรให้ป๊าวะ" เสี่ยธาดาโอดครวญทำเสียงดุหน้าเข้มไม่จริงจัง
มีอย่างที่ไหนเป็นลูกมาเผาพ่อบอกว่าชอบตอนแม่มันอ้วน เดี๋ยวก็ได้โดนเผายางตายคู่หรอก ตอนท้องแม่มันบ่นอ้วนอึดอัดทุกวันหงุดหงิดจนเขายังเข้าหน้าไม่ติด แล้วยังยัดเยียดความชอบผิดๆ ตอนเมียรักทุกข์ใจให้เขาอีก แล้วดูหน้าคนฟังซะก่อนนี่ถ้าไม่มีแขกนั่งร่วมโต๊ะด้วยถ้วยแกงจืดกลางโต๊ะนั่นคงได้ลอยขึ้นมาอยู่บนหัวเขาแทนแน่ๆ
เบี่ยงเบนความสนใจของผู้ให้กำเนิดผู้เป็นใหญ่ในบ้านได้สำเร็จเจ้านายก็ยกยิ้มถอนหายใจด้วยความโล่งอก รอดตายได้อีกวันอย่างหวุดหวิด แต่ก็ไม่วายตวัดสายตาคมเข้มจ้องหน้าตรงคนข้ามที่ส่งเสียงหัวเราะดังเอิ๊กอ๊ากไม่เกรงใจเส้นตายที่เพิ่งผูกให้เขาเดินสะดุดเลยสักนิด หันมาสบตากันทั้งที่ใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ดูหน้ากูก่อนครับว่ามีความสุขด้วยไหมก่อนจะหัวเราะตาหยีสบตากันแบบนั้น เวรเอ๊ย!
อิ๋วเอียงคอกะพริบตาปริบจ้องใบหน้าหล่อเหลาแต่กลับบึ้งตึงของเจ้านายด้วยความไม่เข้าใจ เขาดูโกรธและไม่พอใจเธอมากๆ ทั้งที่เมื่อกี้ยังแซวเล่นสร้างเสียงหัวเราะให้กับโต๊ะอาหารอยู่เลย เป็นเหตุให้ตอนนี้ป๊าเขามาเอาใจม๊าเพลงของเธอแล้วแท้ๆ แต่ดูเขาเหมือนจะไม่ค่อยพอใจเธอนะ
เรื่องอะไรที่สามารถทำให้เจ้านายโกรธเธอได้... ปกติก็มีหลายเรื่องเหมือนกัน โดยเฉพาะตอนที่เธอไปวุ่นวายกับเขาเกินเหตุ ทำข้าวของเขาเสียหายจนประกอบเข้าไม่ได้รูปเดิม และวีรกรรมแสบๆ อีกหลายอย่าง แต่ขณะนี้เธอยังไม่ได้ทำอะไรให้เขาเลย แล้วไม่พอใจเรื่องอะไรกัน?
"เฮียนายลองไข่ลูกเขยนี่ดูสิคะหวานๆ อย่างที่เฮียชอบเลย หนูช่วยม๊าเพลงทำตอนเช้าเองแหละ เก่งปะ เดี๋ยวหนูตักให้" เสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้นไม่รอให้ชายหนุ่มได้ตอบรับก่อนก็รีบลุกขึ้นเอื้อมมือสุดแขนตักไข่ลูกเขยให้ ส่งยิ้มหวานละมุนชวนละลายใจไปอีกหนึ่งกรุบหวังเอาใจให้เขาหายโกรธ
"แล้วเฮียล่ะไม่ตักให้บ้างเหรอ"
ไม่ใช่เสียงเจ้านายที่นั่งหน้าตึงจำใจเลื่อนจานข้าวให้เด็กสาววางไข่ลูกเขยให้ แต่เป็นเสียงคนข้างๆ เขาต่างหาก เฮียเจ พี่ชายคนโตของบ้าน และตอนนี้รับตำแหน่งเป็นคนดูแลอู่ใหญ่แทนพ่อเขาที่เกษียณตัวเองออกมาอยู่บ้านกับแม่
เสียงออดอ้อนน้อยใจน่าขนลุกเป็นบ้า แต่มันใช้เฉพาะกับพวกสาวๆ สวยๆ เท่านั้นแหละ ว่าแต่.. เด็กนี่สวย?
"หนูไม่ลืมเฮียเจคนหล่อของหนูหรอก นี่ค่ะ เอาไข่ฟองใหญ่ที่สุดไปเลย"
"ขอบคุณครับ"
ขอบคุณครับ เฮอะ!
เจ้านายกลอกตามองบนรู้สึกหมั่นไส้พี่ชายที่กำลังเสียงอ่อนเสียงหวานกับเด็กแสบ เรื่องหญิงพี่ชายเขาไม่ได้น้อยหน้าเขาเลยนะ อย่าว่าแต่พี่ชายเลยแม้แต่พ่อเขาสมัยหนุ่มก็ไวไฟเหมือนกันนั่นแหละ เสียบริสุทธิ์ตั้งแต่สิบห้ากว่าจะหยุดได้โดนแม่เขาโขกสับข่มขู่ไปตั้งเท่าไหร่ อันนี้ไม่ได้โม้พูดไปเองแต่เป็นเรื่องเล่าที่เจ้าของภูมิใจนักหนาเอามาเล่าให้ฟังด้วยตัวเอง จนมันลามมาติดลูกชายอีกสองคนอย่างตอนนี้ไง
หนุ่มโสดจะมีเรื่องผู้หญิงบ้างก็ไม่เห็นแปลก ยังไงก็ไม่ได้ไปผิดลูกผิดเมียคนอื่นเขาเป็นเรื่องธรรมดาปกติมากๆ เลยในสมัยนี้ แต่มันก็ยังมีคนที่ไม่ชอบพฤติกรรมเหล่านี้มากอยู่เหมือนกัน ยกตัวอย่างม๊าเขาที่เป็นหนึ่งในนั้น เข้าขั้นขยาดถึงรังเกียจเลยล่ะ เวลาทำเลยต้องแอบๆ หน่อยห้ามให้เห็นต่อหน้าต่อตาเด็ดขาด แต่ถ้าท่านไม่เห็นก็ไม่เป็นไร รับรู้แค่ว่ามีลูกเจ้าชู้หื่นมากก็ทรมานหัวใจแล้วอย่าให้เห็นคาตาเลย โลงศพลอยกระแทกหน้าแน่
"อือนิ่มนิ่ม เมื่อกี้หนูพูดอะไรกับนายนะ ลูกอมอะไรเจ๊ได้ยินไม่ถนัด อะไรลื่นๆ นะ"
เสียงแหลมของเจ๊ซินพี่สาวคนที่สองเหมือนระฆังที่ถูกตีข้างหูเรียกสติของเจ้านายที่กำลังดำดิ่งกับความคิดให้หลุดกลับมาอยู่กับตัว มือหนาชะงักค้างกลางอากาศอีกครั้งหลังจากเขี่ยข้าวในขายขยี้ไข่ลูกเขยจนเละเป็นเนื้อเดียวกับข้าวสวย ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาเอียงคอชะโงกหน้าไปด้านหลังมองเจ้าของคำถามหายนะ
เห็นมุมปากสวยกระตุกยกพลางเลิกคิ้วเหลือบหางตามาสบกันแล้วก็รู้ทันทีว่านี่มันไม่ใช่คำถามแคลงใจอยากได้คำตอบ แต่เป็นการเปิดทางตั้งคำถามให้ผู้กุมชีวิตได้ยินอีกครั้งต่างหาก และมันได้ผลด้วยสิ ท่านเหลือบมองมาอย่างให้ความสนใจเชียว เล่นเอาเสียวหลังเย็นวาบขนลุกขนพองกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ
"อ๋อ.. หนูหยิบติดมือมาด้วยค่ะ ยังอยู่ในกระเป๋ากางเกงอยู่เลยหนูลืมทิ้ง"
ฉิบหายวายวอดของแท้ก็ตอนที่มีหลักฐานติดมือมาด้วยนี่แหละ เวรเอ๊ย! เจอหน้าทีไรมีเรื่องให้เจ็บตัวเดือดร้อนทุกที ช่วยอยู่ห่างๆ กันสักชาติได้ไหมวะ
---