"อ๊าสสสส!!! / อร๊ายยย!!!"
เสียงประสานดังกึกก้องพร้อมกับร่างกายที่กระตุกถี่สาดความกระสันใส่กันและกันอย่างหนัก เจ้านายดันลิ้นกับมุมปากเป่าลมออกลอดริมฝีปากบางก่อนจะตวัดลิ้นเลียเรียวปากจนชุ่มฉ่ำ หลุบมองสะโพกงามงอนแอ่นแนบแน่นกายหนุ่ม ค่อยๆ ถอดถอนตัวตนออกจากร่องสาวขบกรามคำรามเสียงต่ำในลำคอ
"อ่าส์~" ครางเสียงพลางสูดหายใจเข้าลึก ผละถอยหลังออกมาเล็กน้อย กลืนน้ำลายลงคอรูดถุงยางอนามัยอัดแน่นไปด้วยน้ำรักเต็มปล่องออกจากเอ็นใหญ่ ดอกเห็ดแดงชุ่มฉ่ำสะท้อนมันวาวยามแสงสว่างจากหลอดไฟเหนือหัวกระทบลงมา มันยังคงกระตุกหงึกหงักคล้ายกำลังประท้วงบางอย่าง แต่จำต้องหยุดทุกอย่างลงเสียก่อนเพราะเสียงแผดร้องของเครื่องมือสื่อสารที่มันสั่นดังเรียกร้องความสนใจมาได้ครู่ใหญ่แล้ว
เจ้านายหย่อนเท้าลงจากเตียงหยัดกายขึ้นยืนเต็มความสูง หันมองหญิงสาวเปลือยกายพลิกตัวนอนหงายเกี่ยวขอบผ้าห่มมาปิดร่างสวยท่าทางอ่อนแรงเล็กน้อยไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เคลื่อนกายเข้ามาคว้าเจ้าของเสียงดังรบกวนเวลาแสนสุขถอนหายใจเบาๆ หลังเห็นว่าใครที่เป็นคนโทรเข้ามาติดต่อกันกว่าสามสาย
นิ้วแกร่งแข็งแรงปัดรับสาย ก่อนจะเปิดสปีกเกอร์โฟนวางเครื่องสี่เหลี่ยมในมือกลับบนชั้นวางของข้างหัวเตียง เลื่อนมือถัดมาเล็กน้อยดึงกระดาษทิชชูเช็ดทำความสะอาดแก่นกายใหญ่ที่ยังคงผงาดแข็งตัวอวดโชว์ความอลังการ โดยมีสายตาของคนบนเตียงมองมาเงียบๆ
"เออ" ทุ้มเสียงเริ่มบทสนทนาไม่ได้ห้วนเลยนะ แค่มีความหงุดหงิดนิดหน่อยที่โดนขัดความสุขซ้ำๆ จากคนคนเดียวเท่านั้น ไอ้พีท!
'กว่าจะรับได้สัสแบตกูจะหมดอยู่ละ มัวทำเห้ไรอยู่วะ'
"มีอะไรพูดมาเร็วกูไม่ว่าง" ต้องให้คอลเปิดกล้องให้ดูด้วยเลยไหมวะ เวลาส่วนตัวจะทำอะไรได้นอกจากเรียกหญิงมาสร้างรังรักด้วยกัน พูดเหมือนเพิ่งรู้จักกันวันสองวันไม่รู้สันดานเขางั้นแหละ
เจ้านายถอนหายใจเบาๆ คว้าโทรศัพท์มือถือแล้วเดินกลับมาหย่อนตัวบนขอบเตียง เอียงหน้ามองคนบนเตียงเป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าหล่อนดันตัวขึ้นคลานมาหา วางคางกับขาแกร่งแหงนหน้าขึ้นทำหน้าอ้อนตาปริบเรียกความเอ็นดูจากหนุ่มรุ่นพี่
มือหนายกสางผมชุ่มเหงื่อพลางยิ้มบางแววตาอ่อนลง เพียงแค่นั้นคนตัวเล็กก็รู้หน้าที่รีบดีดตัวขึ้นมาบนตักแกร่งคร่อมเอวหนาไว้ เกี่ยวรั้งความแข็งแรงด้วยขาสวยทั้งสองข้าง ลำแขนเล็กโอบคล้องคอหนาประกบปากจูบด้วยความดูดดื่มโดยเจ้านายเองก็มอบจูบเร่าร้อนเป็นการตอบกลับอย่างถึงใจ
"อื้อ~" สะโพกมนบดเบียดแก่นกายใหญ่ใต้ร่าง ครางเสียงแผ่วจากลำคอเบียดหน้าอกอิ่มผ่านการเสริมแต่งจากมือหมอระดับประเทศมาอย่างดีกับแผงอกกว้างปลุกเร้าอารมณ์ด้วยความช่ำชอง
'กูจะถามโปรเจกต์กลุ่มว่ามึงทำถึงไหนแล้ว แม่งไอ้ทีก็เร่งกูอย่างกับอะไร น่ารำคาญฉิบ'
"..."
เจ้านายผละความสนใจจากสาวสวย ขมวดคิ้วคิดตามเสียงเล็ดลอดจากมือถือที่ดังแทรกเสียงบดเคล้าแลกน้ำลาย ดันคนบนตักออกห่างใบหน้ากลอกตาไปมาครุ่นคิดถึงโปรเจกต์ที่ทำร่วมกันกับเพื่อนในสาขาที่ต้องส่งภายในอาทิตย์นี้ แลบลิ้นเลียริมฝีปากชุ่มน้ำลายถอนหายใจหลังจากเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมของสำคัญไว้ที่บ้าน ขณะที่หญิงสาวบนตักยังคงคลอเคลียกรอบหน้าหล่อเหลาและลำคอหนาไม่ไปไหน
มือหนายกเสยผมชุ่มปรกหน้าผากขึ้นลวกๆ ตบสะโพกมนเบาๆ สองสามทีเป็นสัญญาณให้เจ้าหล่อนลงจากตัก ดันตัวลุกขึ้นก้าวเท้าอาดๆ ออกจากห้องนอนโดยที่ยังคงไร้อาภรณ์หุ้มห่มกายเปลือย ใบหน้าคมเข้มเคร่งขรึมขึ้นทันที เข้ามาหยุดหน้าโต๊ะรับแขกกลางวงล้อมโซฟาตัวใหญ่ กวาดตามองโต๊ะกระจกทรงกลมไร้แล็ปท็อปเครื่องมือสำคัญในการทำงาน มีเพียงหนังสือไม่กี่เล่มวางไว้แล้วพ่นถอนหายใจออกมาอีกครั้ง
ก็พอจะนึกออกว่าวางไว้ในห้องนอนที่บ้าน และเพราะวันที่ออกมามัวแต่โมโหเลยเผลอลืมไว้ แต่ที่เดินออกมาดูก็เพื่อตอกย้ำตัวเองอีกครั้งให้แน่ใจว่าตัวเองลืมของสำคัญไว้จริงๆ
เวรเอ๊ย! ลืมวันไหนไม่ลืมดันมาลืมตอนที่ต้องใช้มันอีก แถมงานส่วนที่เขาทำไว้ยังต้องส่งต่อให้เพื่อนทำต่ออีกกว่าจะสมบูรณ์ส่งอาจารย์ได้ นี่ต้องกลับไปเอาจริงเหรอวะ
'ไอ้นาย เงียบทำไมวะ'
"เออๆ เดี๋ยวกูส่งให้ ลืมแล็ปท็อปไว้ที่บ้านเดี๋ยวกลับไปเอาเดี๋ยวนี้"
เจ้านายกรอกเสียงบอกเพื่อนเสร็จก็ตัดสายทิ้งหมุนตัวเดินดุ่มๆ กลับเข้ามาในห้องนอนทันที ร่างสูงตรงเข้าไปในห้องน้ำล้างคราบไคลลวกๆ ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูที่พันเอวและสะโพกสอบเอาไว้ลวกๆ ไม่ใส่ใจรายละเอียดอะไรมากนัก
เหลือบมองนาฬิกาที่บอกเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้วก็ถอนหายใจกับตัวเองอีกครั้ง คืนนี้คงต้องนอนบ้านเพราะก็ขี้เกียจจะขับรถกลับไปมาแล้ว ไว้พรุ่งนี้ค่อยแอบออกก่อนป๊าม๊าจะตื่น หรือไม่ก็รอให้ทุกคนออกจากบ้านไปก่อนแล้วค่อยออกมาก็แล้วกันจะได้ไม่ต้องได้ยินเรื่องไร้สาระนั่นอีก
"พี่เจ้านายจะไปไหนคะ ดูเร่งรีบจัง"
"ขอโทษนะแต่พี่ต้องกลับไปเอาของที่บ้านน่ะ หนูอาบน้ำแล้วออกไปพร้อมพี่เลยก็ได้นะคืนนี้คงไม่ได้กลับมาแล้ว"
"อ้าว~" เสียงทุ้มของเจ้านายกับประโยคเอ่ยไล่อ้อมๆ ทำให้ใบหน้าสวยเจื่อนลง ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันขณะที่มองดูชายหนุ่มเร่งรีบสวมเสื้อผ้าไม่ได้สนใจตัวเองมากนักเหมือนตอนที่ชวนมาที่ห้องเลย
แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากลงจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำไปล้างตัวเงียบๆ เคยได้ยินว่าเจ้านายจะเป็นผู้ชายประเภทปากหวานคารมดีมีดุบ้างตอนอยู่บนเตียง แต่ก็แอบมีมุมที่น่ากลัวซ่อนอยู่เหมือนกันหากว่าเผลองี่เง่าหรือล้ำเส้นเขามากๆ ซึ่งเธอยังไม่อยากเจอมันตอนนี้ เอาเป็นว่าวันนี้ก็ได้กำไรไม่น้อยหน้าใครเลย สองน้ำก็พอไปอวดเพื่อนได้บ้างแหละน่า
.
.
เจ้านายใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงก็กลับมาถึงบ้าน ด้วยความที่เพิ่งใช้แรงไปกับกิจกรรมบนเตียงอย่างหนักหน่วงไม่ได้คิดเผื่อแรงไว้สำหรับการขับรถยามค่ำคืนเลยทำให้เกิดอาการเพลียเล็กน้อย และคงเพราะสองสามวันมานี้เอาแต่หงุดหงิดกับเรื่องไม่เป็นเรื่องหลายอย่างด้วยแหละเลยทำให้ร่างกายและสมองอ่อนเพลียกว่าที่ควร
เท้าหนักก้าวเข้ามาในบ้านหลังใหญ่หลังจากไขกุญแจเปิดบ้านเข้ามา และหันกลับไปล็อกประตูจนแน่นหนาแล้ว ยกมือนวดลาดไหล่แกร่งคลายความตึงของกล้ามเนื้อ มองตรงด้านหน้าจุดหมายความตั้งใจคือห้องนอนส่วนตัวของตัวเอง แต่ก่อนที่จะได้ก้าวเท้าเหยียบบันไดขั้นแรกก็เป็นอันต้องชะงักเพราะเสียงอะไรบางอย่างตกกระแทกพื้นดังมาจากทางด้านหลังทำให้ต้องสะบัดหน้ากลับไปดู
แสงสลัวรำไรกับความเงียบงันยามวิกาลทำให้ได้ยินเสียงสบถแผ่วเบาจากบุคคลปริศนานั้นชัดเจน มันดังมาจากทางห้องครัวที่ซึ่งตอนนี้มีแสงสว่างไม่มากนักเล็ดลอดให้มองเห็นท่ามกลางความมืด แสงของมันคาดว่าคงจะมาจากไฟฉายจากมือถือแต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเจ้าของแสงสว่างนั้นคือใคร อาจเป็นใครสักคนในบ้านหรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้ อะไรมันก็เป็นไปได้ทั้งนั้น
เจ้านายมุ่งความสนใจยังอีกมุมหนึ่งของตัวบ้าน หมุนเท้าก้าวตามไปทันทีไม่รอให้เกิดเรื่องปัญหาใหญ่โตก่อนถึงจะเคลื่อนตัวได้ ใบหน้าคมเข้มนิ่งขึ้นเช่นเดียวกับจังหวะฝีเท้าหนักที่อยู่ๆ ก็เบาหวิวราวกับขโมยย่องเบาอาชีพพาร์ทไทม์ที่รับทำบ่อยๆ หลังเลิกเรียนทั้งที่ไม่เคยมีความคิดนั้นในหัวเลยสักนิด
"บ้าจริงเลย วิ่งไปตรงไหนบ้างเนี่ย"
เสียงเล็กของบุคคลในห้องทำให้ต้องชะโงกหน้าเข้าไปสำรวจภายในก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะตามเข้ามาทีหลัง เห็นเพียงแผ่นหลังบางของใครบางคนที่กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับพื้น มือข้างหนึ่งจับไม้กวาดไว้แน่น อีกข้างกำที่โกยขยะเอาไว้พอหละหลวม ท่าทางการกวาดพื้นเก้กังประกอบกับร่างกายและความสูงที่น้อยเกินกว่าจะเป็นพี่สาวเขาได้ทำให้คิ้วหนาขมวดเข้าหากันมากกว่าเดิม
ยืนมองเจ้าของร่างเล็กก้มกวาดพื้นเงียบๆ เกือบนาทีได้ จังหวะที่เจ้าหล่อนหันหน้ากลับมายังมือถือที่เปิดไฟฉายวางคว่ำหน้าบนโต๊ะกลางทำให้สามารถมองเห็นซีกหน้านั้นชัดมากขึ้น มันทำให้เจ้านายอยากจะหันหลังเดินออกมาจากห้องนั้นเสียเลยตอนนั้นด้วยซ้ำ แต่มือมันกลับยื่นไปเปิดไฟดวงใหญ่ไม่ยอมรับฟังเสียงสั่งการของสมอง และก็ต้องยกยิ้มอย่างพึงพอใจกับอาการตกอกตกใจร่างกายสะดุ้งอย่างหนักของเธอ
"ทำอะไร" แกล้งเสียงเข้มหุบยิ้มลงทันทีที่ร่างเล็กหันกลับมาเผชิญหน้ากัน มองข้ามการถอนหายใจโล่งอกจ้องใบหน้าจิ้มลิ้มนิ่ง
"เฮียมาทำไมเงียบๆ หนูตกใจหมดเลย" มือเล็กลูบอกปอยๆ เป่าลมออกปากหลับตาลงสีหน้าโล่งอกที่คนเปิดไฟไม่ใช่สิ่งที่นึกกลัวในใจ
"ทำตัวลับๆ ล่อๆ อยากเป็นขโมยแทนสะใภ้บ้านนี้แล้วไง?"
อิ๋วช้อนตามองคนพูดด้วยความฉงนงุนงง อยู่ๆ ก็มาพูดเรื่องนี้ทั้งที่เธอลืมมันไปแล้วด้วยซ้ำตอนนี้ แต่เหมือนเรื่องนั้นมันจะฝังลึกในความจำของเจ้านายเขาถึงได้หยิบยกขึ้นมากระแนะกระแหนเธออีกจนได้
ริมฝีปากอิ่มเบะคว่ำเล็กน้อย ถอนหายใจเบาๆ เดินไปเก็บไม้กวาดและที่โกยผงขยะไว้มุมห้องข้างประตูตามเดิม ผ่านหน้าคนตัวสูงที่ยังคงยืนตระหง่านขวางทางเชื่อมกลับมาเก็บน้ำกลับไว้ในตู้เย็น หยิบโทรศัพท์มือถือส่วนตัวบนโต๊ะแล้วเดินกลับมาหยุดยืนเผชิญหน้ากับเขาซึ่งๆ หน้า
เอียงคอแหงนหน้าขึ้นจ้องใบหน้าคมเข้มที่หลุบมองลงมาพลางขมวดคิ้วนิดๆ คล้ายกับกำลังสงสัยท่าทีของเธอ
"หนูไม่เป็นหรอกค่ะขโมย เป็นสะใภ้บ้านนี้ได้ทั้งความรักและสมบัติมากมายจะเป็นทำไมคะขโมย มันไม่คุ้มเลยสักนิดดีไม่ดีเดี๋ยวโดนรวบส่งตำรวจอีก"
"หึ ยอมรับเต็มปากเต็มคำเลยนะว่าเธออยากเป็นสะใภ้บ้านนี้ เฮียน่าจะมองออกตั้งนานแล้วตั้งแต่ที่เธอชอบมาวุ่นวายกับเฮีย ไม่น่ามองว่าเป็นน้องเลย"
"ทำไมเฮียพูดแบบนั้นล่ะหนูยังไม่ได้บอกเลยนะว่าอยากหมั้นกับเฮียอะ คิดเองเออเองทั้งนั้น ไม่คิดบ้างเหรอว่าหนูอาจจะอยากหมั้นกับเฮียเจก็ได้ ที่ยังไม่ตัดสินใจเพราะแค่รอเวลาเท่านั้นแหละ"
อิ๋วมุ่ยหน้าตวัดแขนขึ้นกอดพลางเบือนหน้าหนีแทนการสบตาคนตัวสูงโดยตรง ความจริงปักใจแล้วว่าอยากหมั้นกับคนตรงหน้า ปักใจกับเขาคนเดียวแต่พอโดนพูดแบบนี้ใส่หน้าก็เกิดโมโหอยากประชดหักหน้าเขาให้รู้ซะบ้างว่าตราบใดที่เธอยังไม่เลือกใครก็อย่าเพิ่งมั่นหน้านักว่าจะเลือกตัวเอง บางทีเธออาจอยากหมั้นกับพี่ชายเขาก็ได้อย่าหลงตัวเองให้มากนัก
"เออ ไม่ต้องมาหมั้นกับเฮีย เพราะเฮียเองก็ไม่ได้อยากมีอะไรกับเธอมากนักหรอก แล้วถ้าหมั้นกับเฮียเจแล้วก็ช่วยอยู่ห่างๆ เฮียด้วย เว้นระยะห่างสองเมตรอย่าใกล้เกินกว่านั้นจำไว้ด้วย"
อีกครั้งที่อิ๋วต้องเอี้ยวตัวมองตามอย่างงุนงง อยู่ๆ ก็มาเสียงแข็งกระแทกเสียงพูดฉอดๆ ใส่หน้าแล้วก็หมุนตัวเดินกลับไปทันที ทิ้งปริศนาลูกใหญ่ให้สมองอันน้อยนิดของเธอได้คิดหนัก กว่าจะดึงสติหลุดออกจากภวังค์ความงุนงงได้ก็ผ่านไปเกือบห้านาที
พอหาคำตอบกับการแสดงออกและความไม่พอใจของเจ้านายให้ตัวเองไม่ได้เด็กสาวจึงสลัดความสงสัยทั้งหมดทิ้งไว้ข้างหลังก่อน เดินไปปิดไฟในห้องครัวจนแสงสว่างก่อนหน้าเปลี่ยนเป็นความมืดเข้ามาแทนที่ อาศัยแสงสว่างจากไฟฉายมือถือพาตัวเองกลับขึ้นห้องพักเหมือนตอนลงมาหาน้ำดื่มหลังจากสะดุ้งตื่นมากลางดึก
---