Masuk“กลัวคนเข้าใจผิดเหรอ หมายความว่ายังไง” ลุคคาเอ่ยประโยคที่รู้สึกคาใจบนโต๊ะอาหารออกมา ก่อนหน้านี้ บทสนทนามากมายถูกยกขึ้นมาพูดคุยบนโต๊ะ แต่เขาดังฝังใจแค่คำพูดนี้ของวรรณนรี อดทนเก็บความคับข้องใจเอาไว้ จนกระทั่งมื้อเย็นสิ้นสุดขณะที่จีน่ายังอยู่ข้างในบ้าน คุยเล่นกับน้องสาวบุญธรรมและแม่ของเขาอย่างถูกคอ วรรณนรีกลับไม่คิดอยู่ต่อ หรือแสดงออกว่าอยากเอาใจครอบครัวของเขาเลยแม้แต่น้อยเขาเดินมาส่งเธอที่รถ และถามสิ่งที่ติดอยู่ในใจออกมาหญิงสาวเปิดประตูรถ หันกลับมาเผชิญหน้าเขา เพื่อจะตอบ... แต่ไม่คิดว่าเขาจะอยู่ใกล้ขนาดนั้น ร่างกายเธอแทบจะชิดกับแผงอกแกร่งที่สวมแค่เชิ้ตสีเข้มบางๆ ชั้นเดียว แถมยังจงใจเปิดกระดุดสองเม็ดบน เผยแผงอกล่ำเล็กน้อย แต่กลับให้ความรู้สึกเซ็กซี่และดูเย้ายวนวรรณนรีสูดหายใจลึก เธอควบคุมความปั่นป่วนที่ก่อตัวขึ้นในช่องท้อง มือจับขอบประตูรถแน่น“ถ้าไม่ถึงเรื่องที่ฉันเรียกแม่คุณว่าป้าละก็ฉันหมายความตามนั้น”“ทำไม”เขาเขยิบใกล้เข้ามาอีก วรรณนรีคิดจะหลบเข้าไปในรถ แต่กลับถูกมือหนาคว้าเอวคอดแล้วกระชับเข้ามาแนบชิดช่วงล่างของเธอกระแทกกับเป้ากางเกงเข
...รุ่นน้องที่ทำงาน? เหรอ? อุตส่าห์คาดหวังไปวูบหนึ่ง ไม่น่าเลยจริงๆ วรรณนรียิ้มเย้ยตัวเองในใจ ดึงมือออกจากการจับกุมของลุคคา พูดสวนขึ้นแทบจะทันที “อดีตรุ่นน้องที่ทำงานค่ะ ตอนนี้ฉันลาออกแล้ว” การแนะนำของลุคคาทำให้ทุกอย่างบนโต๊ะอาหารหยุดชะงักไปวูบหนึ่ง พอวรรณนรีขยายความต่อ ก็เล่นเอาบรรยากาศอึดอัดมากกว่าเดิม
“ใช่ ฉันอยากชวนเธอ ไปกินข้าวกับแม่ที่บ้าน” ความคิดภายในหัววรรณนรีหยุดนิ่งเมื่อได้ยินคำพูดที่หลุดออกมาจากปากเขา “คุณว่าอะไรนะ” ถามย้ำเพราะไม่แน่ใจว่าหูเพี้ยนไปเองหรือเปล่า “ฉันชวนเธอไปกินข้าวที่บ้าน” วรรณนรีเงียบ มองสบตาอีกฝ่าย เธอไม่ได้ดีใจ แค่รับมือไม่ถูก และรู้สึกสงสัยในคำพูดของอีกฝ่าย อยากรู้ว่าเขาต้องการอะไร “คุณชวนฉันจริงเหรอ” “จริงสิ รถจอดทางนี้ มาสิ” เขารุดหน้ามาจะคว้ามือ เธอปัดหลบอย่างเป็นธรรมชาติ “ฉันไปรถตัวเองดีกว่า” “เดี๋ยวส่งโลเคชั่นให้ แต่จะให้ส่งทางไหน เพราะอันเดิมเหมือนจะติดต่อไม่ได้” วรรณนรีนัยน์ตากระตุกไหว เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองเปลี่ยนโทรศัพท์เครื่องใหม่ และโยนทุกอย่างที่กวนใจทิ้งไปกับเครื่องเดิมแล้ว ทุกช่องทางติดต่อที่เคยมีกับบริษัทเดิมไม่ได้ใช้งานแล้ว ทั้งที่คิดว่าจะไม่แชร์คอนแทคกับคนตรงหน้าแล้วแท้ๆ แต่กลับมาตายน้ำตื้นซะอย่างงั้น “ฉันขับตามคุณไปดีกว่าค่ะ” “....” ลุคคาพยักหน
วรรณนรีก้มมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือ เลื่อนดูภาพจำลองสำนักงานทีละมุมอย่างตั้งใจ“ถ้าปรับตรงนี้เป็นกระจกใสทั้งหมด แสงธรรมชาติน่าจะเข้าถึงด้านในมากขึ้นนะครับ”เจ้าของบริษัทฟิตเอาท์ชี้ให้ดูรายละเอียดบนแบบแปลนหญิงสาวพยักหน้ารับเป็นระยะ สลับกับจดโน้ตเพิ่มเติมลงในแท็บเล็ตของตัวเอง การพูดคุยดำเนินต่ออีกพักใหญ่ ก่อนอีกฝ่ายจะขอตัวกลับไปเตรียมใบเสนอราคาและแบบแก้ไขตามที่คุยกัน“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ เดี๋ยวคืนนี้ส่งรายละเอียดให้ดูอีกที”“ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”วรรณนรียิ้มให้ พลางลุกขึ้นส่งอีกฝ่ายเล็กน้อยตามมารยาทเมื่อเจ้าของบริษัทฟิตเอาท์เดินออกจากร้านไปแล้ว เธอจึงกลับมาทรุดตัวนั่งที่เดิม สายตายังคงจับจ้องอยู่บนหน้าจอรายละเอียดงานมีมากกว่าที่คิด หลายจุดต้องตัดสินใจเองทั้งหมด ไม่มีบริษัทใหญ่ ไม่มีทีมงานคอยช่วยตรวจสอบเหมือนในอดีต หญิงสาวกำลังเลื่อนดูแบบแปลนสำนักงานซ้ำอีกรอบ จึงไม่ทันสังเกตว่ามีใครบางคนเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างโต๊ะ“ตอนนี้จะคุยได้หรือยัง”น้ำเสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นเหนือศีรษะ นิ้วที่กำลังเลื่อนหน้าจอชะงักทันที “....” เธอเลื่อนสายตาขึ้นมองเจ้าของเสียง หัวใจกระตุกวาบ ค
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่วันก่อน “โปรเจกต์สินค้าใหม่ของคุณเจียงไปถึงไหนแล้ว” ถามเสร็จ ลุคคาเคาะนิ้วรอฟัง ไม่ได้สังเกตเลยว่าทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมทำหน้าเลิ่กลั่กกันอยู่ สักพัก น้ำเสียงระมัดระวังของใครสักคนก็ดังขึ้น ราวกับว่าเรื่องนี้ ไม่ได้อยู่ในหัวข้อประชุมหลักตั้งแต่แรก “คุณเจียง... ที่เคยคุยเอาไว้ ตอนนี้ได้แคนเซิลไปแล้วค่ะ” “หืม? เหตุผลล่ะ” ลุคคาขมวดคิ้ว คุณเจียงคือลูกค้าเก่าของวรรณนรี ดังนั้นเขาจึงอยากจะเทคแคร์เป็นพิเศษ แต่พอรู้ว่าจะไม่ได้ร่วมงานกัน เขาก็ผิดหวังเล็กน้อย “เห็นว่าไปทำกับเจ้าอื่นค่ะ” “ที่ไหน” “เอ่อ” AE ที่เคยดีลงานกับทีมของคุณเจียงมีท่าทีลังเล สายตาแหลมคมของลุคคาที่มองมา ไม่ได้กดดันเลยสักนิด แต่กลับทำให้พนักงานตัวเล็กๆ รู้สึกเหมือนโดนบีบจนต้องพูดออกมา “ทำกับอดีตผู้อำนวยการ... วรรณนรีค่ะ” ภายในห้องประชุมเงียบกริบทันทีที่ได้ยินชื่อวรรณนรี...บรรยากาศอึดอัดจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศดังชัดเจน ทุกคนรู้ดีว่าเรื่องนี้ละเอียดอ่อน เพราะไม่ใช่แค่ล
งานแรกที่รับทำให้กับคุณเจียง จุดประกายความคิดบางอย่างของวรรณนรี ผลักดันให้เธอต้องกลับเข้าสู่เมืองหลวง ความคิดนั้นก็คือ เปิดบริษัทเป็นของตัวเอง และเธอก็คือพนักงานคนแรก “เป็นยังไงคะ ถูกใจไหม” “อื้ม ดีค่ะ ฉันชอบที่นี่” “ถ้าอย่างนั้นเราเซ็นสัญญากันเลยไหมคะ” “โอเคค่ะ” พนักงานจากบริษัทนายหน้าเช่าซื้อตึกเตรียมสัญญามาพร้อมสรรพ เมื่อลูกค้าพยักหน้า ก็เปิดสัญญาออก แล้วยื่นให้ทันที “คุณวรรณนรีอ่านรายละเอียดก่อนนะคะ ถ้ามีตรงไหนไม่เข้าใจ หรืออยากให้แก้ไข ก็แจ้งได้เลย” “ได้ค่ะ...” วรรณนรีไม่รีบร้อน เธออ่านรายละเอียดในสัญญาจนถี่ถ้วน และมั่นใจแล้วว่าไม่มีปัญหาอะไร ก็เซ็นชื่อทำสัญญาเช่าพื้นที่เพื่อเปิดออฟฟิศ “เรียบร้อยค่ะ” ทั้งสองฝ่ายแลกสัญญากันเสร็จ วรรณนรีก็หันไปพูดกับผู้ช่วยของคุณเจียงที่มาด้วยกัน “...ฝากขอบคุณคุณเจียงด้วยนะคะ”คุณเจียงเป็นคนแนะนำที่นี่ให้ และส่งผู้ช่วยมาดูแลเธอโดยเฉพาะ “ค่ะ ไว้ฉันจะบอกคุณเจียงให้นะคะ” ผู้ช่วยพยักหน้า
“ทำอะไร หืม...” ไออุ่นกดทับลงมาจากด้านหลัง ฝ่ามือหนากดทับหลังมือบางที่กำลังเคลื่อนไหวบนทัชแพดโน้ตบุ๊ก วรรณนรีชะงัก หันกลับไป ปลายจมูกชนกับแก้มที่ยื่นมาใกล้พอดี หัวใจสาวกระตุกไหว ชะงักงัน ครู่หนึ่งถึงดึงสติกลับมาได้ เอียงหน้าออกห่าง แล้วพูดสิ่งที
แรงบีบอัดทั้งนอกและในราวกับจะหลอมละลายตัวเธอ เสียงครางสะท้านดังไม่เบา และมีแนวโน้มจะแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามคลื่นอารมณ์ที่เดือดปะทุตามจังหวะการเคลื่อนไหวของคนตรงหน้า แก่นลำหนารูดรั้งช่องทางรัก ปลุกเร้าความหวานล้ำที่อบอวลอยู่ข้างในซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถักทอสายใยเส
“เป็นไงบ้าง” “อะไรเป็นไง” “สำรวมหน่อย นี่คือที่ทำงาน” “เหอะ! ช่างสิ” วรรณนรีเชิดหน้ากอดอกใส่อีกฝ่าย ไม่บ่อยนักที่เธอจะดื้อรั้น เตือนไม่ฟังเช่นนี้ ลุคคาถอนหายใจยาวเหยียด ปิดแฟ้มเอกสารที่เพิ่งเซ็นเสร็จ มองหน้าเธอชัดๆ เส้นผมที่เคย
“นี่มันอะไรน่ะ” เสียงของญาดาดังขึ้นในห้องทำงาน เธอหยิบ ซองขาว บนโต๊ะขึ้นมา พลิกดูด้านหน้า ด้านหลัง ก่อนจะฉีกเปิดอย่างไม่อ่อนโยน มือที่เคยแต่งเล็บสวยสั่นระริกเมื่อสายตากวาดผ่านข้อความด้านใน “จดหมายเลิกจ้าง?”เธอหัวเราะออกมาแห้งๆ ในลำคอ ไม่อยากเชื่อว่าเ







