LOGINตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา สวี่เพียวเพียวนำพนักงานย้ายเข้าไปยังสำนักงานแห่งใหม่ตึกสำนักงานเดิมก็ยังคงเปิดใช้งานเช่นกันพนักงานบางส่วนยอมซื้อบ้านย่านนั้น เพื่อความสะดวกในการทำงานที่สวี่ซื่อเพราะไม่ว่าจะเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง จะเลือกเช่าห้องพักใหม่หรือต้องเดินทางไปกลับทุกวัน ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในเมื่อแบรนด์เองก็มีสายการผลิตอยู่สองสายพอดีเธอจึงตัดสินใจแบ่งบริษัทออกเป็นสองฝั่งอย่างเด็ดขาด โดยมอบหมายให้ซูหว่านรับผิดชอบดูแลทุกอย่างของผสานวสันต์ทั้งหมดส่วนตัวเธอเองพานำพนักงานของ à l'aube ย้ายเข้าสู่ใจกลางเมืองเมื่อซาลวี่เอินหิ้วสัญญาเดินทางมาถึงบริษัท สวี่เพียวเพียวอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้“ซ้อเซิน เธอคงไม่ได้คิดจะปฏิเสธไม่ยอมร่วมมือกันหรอกนะ?”“จะเป็นแบบนั้นได้ยังไงล่ะ? กลุ่มลูกค้าของพวกคุณทั้งใหญ่และมีศักยภาพ การร่วมมือกันย่อมเป็นประโยชน์และวินวินกันทั้งสองฝ่าย เพียงแต่ว่าส่วนนี้เป็นหน้าที่รับผิดชอบของหว่านหว่าน ซึ่งเธอยังไม่ได้ย้ายตามมาด้วยน่ะสิ”สวี่เพียวเพียวมองรอยยิ้มบนใบหน้าของซาลวี่เอินที่หุบฉับลงทันที จนอดนึกขำในใจไม่ได้เธอยื่นมือออกไปพลางเอ่ย “เดี๋ยวฉันเซ็นชื่อแล้วประ
สวี่เพียวเพียวพยักหน้ารับเบา ๆ “ฉันจะเก็บไปคิดดูค่ะ”ด้วยความที่ตัวเธอเองเคยรับผิดชอบฝ่ายการตลาดของฮั่วซื่อมาก่อนเธอจึงเข้าใจเป็นอย่างดีว่า เรื่องกลยุทธ์การตลาด ต่อให้ยอดขายของหน้าร้านจะไม่ได้สูงจนน่าประทับใจนัก แต่การมีตัวตนอยู่ของหน้าร้านก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้เมื่อเดินเข้ามาในห้องทำงานของฮั่วจี้เซิน เซ่ามู่ก็หาข้ออ้างเรื่องงานยุ่งแล้วขอตัวปลีกตัวออกไปสวี่เพียวเพียวหมุนตัวเดินตรงเข้าห้องพักด้านในทันทีเธอใช้เท้าสะบัดรองเท้าส้นสูงออกทั้งสองข้าง ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงนอนนุ่มแม้ว่าผลการประมูลจะไม่ได้อยู่ในจุดที่เธอต้องใส่ใจนัก แต่การต้องยืนสวมรองเท้าส้นสูงตลอดทั้งวันก็ทำให้ร่างกายเมื่อยล้าไปหมดฮั่วจี้เซินเดินตามเข้ามาด้านในภาพที่เห็นคือสวี่เพียวเพียวนอนเหยียดยาวตามสบายไร้มาดอยู่บนเตียงพอเห็นหน้าเขา เธอก็โบกมือเรียกใช้อย่างไม่เกรงใจ “ไป ไปชงกาแฟมาให้คุณหนูแก้วหนึ่งซิ”“ดื่มกาแฟให้น้อยหน่อย นมสดแทนได้ไหม?”“ฉันไม่ใช่ฮว่าฮว่าสักหน่อย ไม่เอา”อาการแพ้ท้องของเธอในช่วงนี้ลดลงไปมากแล้ว อาการคลื่นไส้อาเจียนก็บรรเทาลง มีเพียงแต่เอาแต่ใจและอารมณ์ร้อนขึ้นมาเสียเฉ
เมื่อเดินพ้นออกจากหอประชุม เซ่ามู่ก็ยืนรออยู่ด้านนอกแล้ว“คุณสวี่ครับ คุณฮั่วให้ผมมารับคุณไปพบครับ”“ค่ะ รอสักครู่นะคะ”สวี่เพียวเพียวมองคนทั้งสองคนที่อยู่ข้างกาย โดยเฉพาะฮั่วสวินเจินที่อารมณ์จมดิ่งอย่างเห็นได้ชัด“เอาล่ะ ไม่เป็นไรหรอกนะ ถ้าเกิดชนะการประมูลขึ้นมาจริง ๆ แล้วต้องให้เธอไปเผชิญหน้ากับฮั่วจี้เจ๋อทุกวัน เธอจะโอเคเหรอ?”ฮั่วสวินเจิน “...”เธอไม่โอเคหรอกแค่คิดถึงเรื่องที่ฮั่วจี้เจ๋อคอยวางแผนเล่นงานพี่น้องพวกเธอสองคน ฮั่วสวินเจินก็โกรธจนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันแล้วสวี่เพียวเพียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “กลับไปพักผ่อนกันเถอะ ถือว่าให้เธอได้หยุดพักร้อนก็แล้วกัน”เซ่ามู่แอบส่งเสียงกระแอมเบา ๆ ออกมาคราวหนึ่ง“แม้ว่าเรื่องการประมูลจะไม่ชนะ แต่พนักงานจำนวนมากภายในเครือบริษัทต่างพากันอยากสั่งซื้อคอลเลกชันร่วมปรีดากันยกใหญ่เลยครับ อีกอย่าง ตอนที่คุณฮั่วเปิดดูผลงานชิ้นนี้ เผอิญว่ากำลังประชุมอยู่พอดี พวกคุณคงจะยังไม่ได้พักผ่อนง่าย ๆ หรอกครับ”“ลูกค้าฝั่งโน้นสนใจเครื่องประดับชุดนี้มากครับ แจ้งความประสงค์ขอสั่งซื้อเป็นร้อย ๆ ชุด เพื่อใช้เป็นสวัสดิการพนักงานสำหรับบริษัทใหม่ของพวกเขา”
อย่างน้อยเรื่องที่จวีเยี่ยฝานจงใจใส่ร้ายบ้านใหญ่ และพูดจาเหลวไหลต่อหน้าสื่อมวลชน ก็ล้วนแต่เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริงทั้งสิ้นตัวแทนแบรนด์หลายเจ้าต่างพากันร้องอ๋อขึ้นมาทันทีระหว่างสวี่เพียวเพียวกับฮั่วจี้รุ่ยไม่มีการทักทายพูดคุยกันเลยจริง ๆ ราวกับต่างคนต่างมาทำตามหน้าที่ให้จบ ๆ ไปเท่านั้นตอนแรกพวกเขายังนึกว่าทางตระกูลฮั่วตั้งใจรักษาระยะเพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาคาดไม่ถึงเลยว่า ความจริงแล้วคือความสัมพันธ์ย่ำแย่ต่างหากแต่เรื่องแบบนี้ก็พูดได้ไม่เต็มปากนัก เผื่อว่าพวกเขาสร้างละครตบตาให้คนนอกดูเพื่อกลบเกลื่อนล่ะก็ ใครจะไปรู้ได้ทุกคนต่างก็เป็นนักธุรกิจ คนเหล่านี้ไม่มีทางถูกหลอกให้ตายใจได้ง่าย ๆ แค่เพราะเรื่องความสัมพันธ์ดีหรือแย่เพียงชั่วครั้งชั่วคราวหรอกต่อให้ความสัมพันธ์จะแย่แค่ไหน แต่อย่างไรเสียคนตระกูลฮั่วก็ยังเป็นสายเลือดเดียวกัน จะปล่อยให้เรื่องพวกนี้มาส่งผลกระทบต่อผลกำไรได้อย่างไรเล่า?สวี่เพียวเพียวนั่งอยู่ที่นั่งของตัวเองฮั่วจี้เซินก็ส่งข้อความหาเธอ“เสร็จหรือยัง?”“ยัง”“ฉันเห็นเครื่องประดับของพวกเธอรอบนี้แล้ว ทำออกมาได้ดีมากเลย”สวี่เพียวเพียวยกยิ้มมุมปากคอลเล
การที่สวี่เพียวเพียวเลือกใช้วิธีการเช่นนี้ ถึงจะดูเจ้าเล่ห์ไปบ้างแต่ดีไซน์ของผสานวสันต์ที่นำมาเข้าแข่งขันประมูลในครั้งนี้ถือว่าโดดเด่นอย่างแท้จริงในตลาดเครื่องประดับทองคำที่มีการแข่งขันกันและมีรูปแบบที่เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว การจะสร้างสรรค์ผลงานที่ทำให้เหล่าผู้เชี่ยวชาญในวงการเดียวกันต่างต้องพยักหน้ายอมรับนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่น้อยยิ่งไปกว่านั้น เครื่องประดับที่ผสานวสันต์นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ เพียงแค่มองผ่านกรรมวิธีการผลิตก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ธรรมดาสวี่เพียวเพียวแนะนำผลงานต่อว่า “เครื่องประดับทองคำที่เรานำมาเข้าแข่งขันประมูลในครั้งนี้ ออกแบบโดยคุณฮั่วสวินเจิน และรังสรรค์ขึ้นด้วยฝีมือของคุณเจินหยวนหลาง โดยใช้เทคนิคการลงยาและงานเดินลวดทองคำ”งานเดินลวดทองคำ ถือได้ว่าเป็นจุดสูงสุดของงานฝีมือในวงการเครื่องประดับทองคำด้วยขั้นตอนที่ซับซ้อนหลายต่อหลายขั้น กว่าจะดึงทองคำให้กลายเป็นเส้นเล็กละเอียดเรียวยิ่งกว่าเส้นผม แล้วนำมาถักทอจนเป็นรูปทรง จนเมื่อนำเครื่องประดับทั้งชุดมาประกอบเข้าด้วยกัน ก็จะปรากฏเป็นตัวอักษร สำราญ ที่ทำจากทองคำอันวิจิตรบรรจงคาดไม่ถึงเลยว่าทางผสานวสันต์จะเลือก
ฮั่วสวินเจินสวมรองเท้าแตะของเขาแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนคร่อมอยู่บนเรือสองแคม ช่างดูน่าขันเสียจริงเธอชี้ที่เท้าของตัวเองแล้วเงยหน้ามองเหลียงเจียเหยียน “ฉันรู้สึกเหมือนกำลังเหยียบเรือสองแคมอยู่เลยแฮะ”เขาก้มสายตาลงมองตามรองเท้าแตะของเขาเป็นสีฟ้าแบบเรียบ ๆ ยามปกติก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอเธอสวมมันเข้าไป กลับขับเน้นให้เรียวเท้าและขาของเธอดูขาวผ่องตัดกันอย่างเด่นชัดเหลียงเจียเหยียนก้าวเท้าเข้าไปใกล้แล้วดึงตัวฮั่วสวินเจินออกมา“คุณทำอะไรเนี่ย? แค่บอกว่ารองเท้าคุณมันใหญ่ ถึงกับไม่ยอมให้ฉันใส่เลยเหรอ! ขี้เหนียวขนาดนั้นเลย?”เหลียงเจียเหยียนกุมข้อมือของเธอไว้ พร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา “เดี๋ยวผมสั่งซื้อคู่ใหม่ให้ ส่งด่วนแป๊บเดียวเดี๋ยวก็มาส่งแล้ว”“ทำให้มันยุ่งยากทำไมกัน?”“เหยียบเรือสองแคมไม่ได้หรอกนะ คุณต้องเหยียบอยู่บนเรือลำของผมแค่ลำเดียวเท่านั้น”ฮั่วสวินเจินชะงักไปวูบหนึ่งแต่ก็ไม่ได้ส่งเสียงฮึดฮัดโต้แย้งอะไรอีกทว่าพื้นห้องค่อนข้างเย็น เธอรู้สึกไม่สบายเท้าเอาเสียเลย จึงยกเท้าขึ้นไปเหยียบบนหลังเท้าของเหลียงเจียเหยียนแทนเขายืนนิ่งราวกับรูปปั้น ไม่ไหวติงเลยแม้แต่น้อย


![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




