Share

เจ้านายสายฟ้าแลบ
เจ้านายสายฟ้าแลบ
Author: เจ้าเหมียวแวววาว

บทที่ 1

Author: เจ้าเหมียวแวววาว
สวี่เพียวเพียวไม่เคยคิดเลยว่า เจ้านายคนใหม่ที่ถูกส่งตัวมาแบบสายฟ้าแลบคนนั้น จะเป็นพ่อแท้ ๆ ของลูกสาวเธอ

หากรู้ล่วงหน้าว่าจะต้องมาเจอฮั่วจี้เซินที่นี่ ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร เธอก็จะไม่มีวันย่างกรายเข้ามาในบริษัทนี้เด็ดขาด

เมื่อไม่กี่วันก่อน ทั้งแผนกวุ่นวายกันยกใหญ่เรื่องเจ้านายหนุ่มผู้มีอนาคตไกลจะถูกส่งลงมา

ได้ยินมาว่าเขาเป็นคุณชายจากตระกูลประธานกลุ่มบริษัทที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด

ชีวประวัติแต่ละบรรทัดยาวเหยียดเกินกว่าที่มนุษย์เงินเดือนทั่วไปอย่างพวกเขาจะไล่ตามทัน

ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ในห้องประชุมล้วงกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่ง ชุดสูทสั่งตัดอย่างประณีตช่วยเสริมบุคลิกที่สง่างามและภูมิฐาน ขับเน้นให้เห็นถึงรูปร่างสูงโปร่งของเขาอย่างชัดเจน ความอ่อนวัยในอดีตถูกขัดเกลาจนกลายเป็นความเฉียบคม แม้อายุยังน้อยแต่กลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่น่าเกรงขาม

มือที่เห็นข้อกระดูกชัดเจนถือรีโมตคอนโทรลขณะอธิบายข้อมูลบน PPT อย่างคล่องแคล่ว

เสียงทุ้มกังวานสะท้อนไปทั่วห้องประชุม

ทุกคนต่างพากันกลั้นหายใจ เพราะกลัวว่าจะทำอะไรให้เจ้านายคนใหม่เสียความรู้สึกตั้งแต่ครั้งแรก

สวี่เพียวเพียวแทบอยากจะก้มหัวให้จมดิน

แต่น่าเสียดายที่พื้นห้องประชุมถูกขัดจนเงาวับ นอกจากจะไม่มีซอกหลืบให้เธอซ่อนตัวแล้ว มันยังสะท้อนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกระอักกระอวนของเธอออกมาอย่างชัดเจน

เธอรู้ว่าเครือบริษัทนี้แซ่ฮั่ว แต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็น “ฮั่ว” เดียวกับฮั่วจี้เซิน

สวี่เพียวเพียวเกร็งจนปลายเท้าจิกพื้น เหงื่อเย็น ๆ ซึมเต็มแผ่นหลัง

ความรู้สึกอึดอัดโถมเข้าใส่จนแทบหายใจไม่ออก

สามปีแล้ว

สามปีที่ไม่ได้เจอกัน และสามปีแล้วที่เลิกรากันไป

“ใครเป็นคนดูแลโปรเจกต์นี้?”

เสียงทุ้มที่เย็นชาและห่างเหินดังมาจากบนเวที สายตาของชายหนุ่มจ้องมองลงมายังพนักงานทุกคน ทันใดนั้นบรรยากาศพลันเงียบสงัดราวกับป่าช้า ไม่มีใครกล้าส่งเสียง

ฮั่วจี้เซินขมวดคิ้วมุ่นแล้วเร่งเสียงให้ดังขึ้น

“แม้แต่โปรเจกต์ที่ตัวเองรับผิดชอบก็จำไม่ได้งั้นเหรอ?”

เพื่อนร่วมงานที่นั่งข้าง ๆ สวี่เพียวเพียวลุกขึ้นยืนด้วยอาการสั่นเทา แล้วเอ่ยอย่างหวาดกลัวสุดขีด “ผะ...ผมเองครับ คุณฮั่ว”

ไม่รู้ว่าเข้าใจผิดไปเองไหม แต่วินาทีที่สวี่เพียวเพียวเงยหน้าขึ้น ดูเหมือนสายตาของเธอจะประสานเข้ากับสายตาของฮั่วจี้เซิน

ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวพลันจับตัวเป็นน้ำแข็งจนเธอลืมหายใจไปชั่วขณะ

ฮั่วจี้เซินละสายตาไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร “เนื้อหาพวกนี้ต้องไปปรับปรุงใหม่ ทำออกมาแบบนี้ กล้าส่งมาได้ยังไง?”

จากนั้นสวี่เพียวเพียวจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่

เขาคงไม่ได้สังเกตเห็นเธอหรอก

สวี่เพียวเพียวในตอนนี้แตกต่างกันกับเมื่อสามปีที่แล้วอย่างสิ้นเชิง

เธอก้มหน้าลงและพยายามหดตัวให้เล็กที่สุดเพื่อไม่ให้เขาสังเกตเห็น

แต่แล้วจู่ ๆ สายตาที่จดจ้องอยู่ที่พื้น กลับเห็นรองเท้าหนังแบรนด์เนมขัดเงาวับคู่หนึ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ

สวี่เพียวเพียวพลันรู้สึกเหมือนถูกโยนลงกลางทะเลลึก น้ำเค็มซัดสาดกลืนกินลมหายใจจนมือเท้าชาหนึบ

ฮั่วจี้เซินมายืนอยู่ข้างเธอแล้ว

เพื่อนร่วมงานพยายามอธิบาย “คุณฮั่วครับ โปรเจกต์นี้ผ่านการตอบรับจากลูกค้าแล้ว...”

ฮั่วจี้เซินเงยหน้าขึ้นพร้อมกับโยนรีโมตในมือลงบนโต๊ะ นัยน์ตาดำขลับจ้องมองไปที่เพื่อนร่วมงานคนนั้นด้วยแววตาเย็นยะเยือกและกล่าวเน้นทีละคำว่า “แผนงานที่ไม่สมบูรณ์ก็คือไม่สมบูรณ์ การเอาลูกค้ามาเป็นข้ออ้างคือมาตรฐานของคุณเหรอ?”

“หรือคุณคิดว่าการทำงานคือการเล่นขายของ?”

สายตาคู่นั้นในเวลานี้เต็มไปด้วยความดูถูกและกดดันอย่างยิ่ง

ทว่ามันไม่ได้จ้องมองไปที่เพื่อนร่วมงานที่กำลังรายงานอยู่ของสวี่เพียวเพียว แต่มัน... กำลังจ้องมองมาที่เธอ

ทุกคนต่างก้มหน้ามองหลังเท้าตัวเองด้วยความกลัวว่าความโกรธของคุณฮั่วจะลามมาถึงพวกกระจอก ๆ อย่างพวกเขา

สวี่เพียวเพียวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ

พยายามสงบสติอารมณ์ให้ได้มากที่สุด

จนกระทั่งฮั่วจี้เซินพูดทิ้งท้ายว่า “ไปแก้มาใหม่แล้วค่อยส่งมา”

“ครับ/ค่ะ คุณฮั่ว”

ในขณะที่ทุกคนถอนหายใจอย่างโล่งอก สายตาของฮั่วจี้เซินก็เลื่อนมาหยุดที่สวี่เพียวเพียว

ใบหน้านั้นยังคงสวยงามเหมือนเดิม เพียงแต่ซูบผอมลงไปมาก

ตอนนี้เธออยู่ในชุดทำงานรัดกุม ผมทัดหูอย่างเรียบร้อย ผิวพรรณยังคงขาวผ่องเหมือนแต่ก่อน แต่รอยหมองคล้ำใต้ตาและความเหนื่อยล้านั้นไม่อาจซ่อนเร้นได้

เธอยังคงไม่มองเขา

ฮั่วจี้เซินยกยิ้มอย่างเย็นชาและกล่าวว่า “ถ้าคราวหน้ายังเอาแผนงานชุ่ย ๆ แบบนี้มาส่งอีก ก็เตรียมรับผลที่ตามมาด้วย”

นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะตรงหน้าสวี่เพียวเพียวอย่างไม่เป็นจังหวะ

ซึ่งเธอรู้ดีว่ามันหมายถึงเขากำลังอารมณ์ไม่ดีอย่างมาก

นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นซ่อนเร้นอารมณ์บางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง เพียงแค่ปรายตามองมาแวบเดียว ก็ทำเอาสวี่เพียวเพียวถึงกับมือไม้สั่นและมีเหงื่อซึมเต็มฝ่ามือ

โชคดีที่เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ และเปลี่ยนไปซักถามความคืบหน้าของโครงการอื่นแทน

สวี่เพียวเพียวรู้สึกได้ว่าขาสั่นพั่บ ๆ จนแทบจะยืนไม่อยู่

หลังจบการประชุม

สวี่เพียวเพียวเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานพร้อมกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ เธอต้องดื่มน้ำไปครึ่งแก้วถึงสงบสติอารมณ์ลงได้

เพราะโปรเจกต์ของทีมสวี่เพียวเพียวก็โดนฮั่วจี้เซินจับผิดเช่นกัน

คราวนี้ดูเหมือนพนักงานแทบทั้งแผนกจะต้องอยู่ทำโอทีกันถ้วนหน้า

เพื่อนร่วมงานที่อยู่ข้าง ๆ โอดครวญขึ้นมาว่า “เจ้านายใหม่ไฟแรงจริง ๆ สงสัยพวกเราจะโดนเชือดไก่ให้ลิงดูซะแล้ว เพียวเพียว เธอรู้ไหมว่าทำไมคุณฮั่วถึงมายืนกดดันอยู่ข้างพวกเราตลอดเลย? ฉันนี่แทบหัวใจวายตาย!”

สวี่เพียวเพียวชะงักงันไปครู่หนึ่ง

ตอนแรกเธอคิดว่าเขามายืนตรงนั้นเพื่อจะได้ยินคำตอบของเพื่อนร่วมงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

แต่พอถึงคิวทีมอื่นรายงาน เขาก็ยังไม่ไปไหน

ยังคงยืนนิ่งอยู่ข้างกายสวี่เพียวเพียวตลอดเวลา

สวี่เพียวเพียวไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า พอเลิกประชุมก็รีบหนีออกมาทันที ไม่กล้าแม้แต่จะปรายตาไปมองเขา

แต่ดูจากท่าทีของฮั่วจี้เซินแล้ว เขาคงจะลืมอดีตที่แสนสั้นและบ้าบอระหว่างพวกเขาไปแล้วล่ะมั้ง

เพราะไม่อย่างนั้น เขาจะมายืนอยู่ข้างเธอเฉย ๆ แบบนั้นทำไม

มีแต่คนที่ไม่แคร์แล้วเท่านั้นที่จะทำตัวเป็นปกติราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ขนาดนี้

ในอดีต ฮั่วจี้เซินเป็นดั่งดอกไม้บนยอดเขาที่สูงเสียดฟ้าของคณะเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเอ เขาได้ครองตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยติดต่อกันถึงสี่ปี

และเรื่องราวความรักของเขากับสวี่เพียวเพียว ซึ่งเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลสวี่ก็สร้างความตกตะลึงไปทั่ว

ในตอนนั้น ใคร ๆ ต่างก็ลือกันว่าเธอเลี้ยงฮั่วจี้เซิน โดยใช้เงินฟาดหัวเพื่อให้เขามาขายตัวขายใจให้เธอ

แม้แต่สวี่เพียวเพียวเองก็คิดแบบนั้น

เพราะในตอนนั้นฮั่วจี้เซินดูเหมือนนักศึกษาที่ยากจนข้นแค้น แต่เขาก็ไม่เคยรับเงินที่เธอให้เลยสักครั้ง

จนกระทั่งวันเกิดของเขา สวี่เพียวเพียวแอบล็อกอินเข้าบัญชีแอปฯ ชอปปิ้งของเขา เพราะอยากรู้ว่าเขากดสินค้าชิ้นไหนใส่ตะกร้าทิ้งไว้บ้าง ถ้าเป็นของที่หรูหรา แต่เขาไม่กล้าซื้อ เธอก็จะเป็นคนเปย์ให้เขาเอง

แต่ผลปรากฏว่า เธอเห็นแชทส่วนตัวระหว่างเขากับคนอื่น

ซึ่งอีกฝ่ายเรียกเขาอย่างสนิทสนมว่าพี่เซิน

แถมยังบอกว่าเขาดูไม่เหมือนคนที่จะไปชอบคนอย่างสวี่เพียวเพียวได้เลย

วินาทีนั้นสวี่เพียวเพียวรู้สึกเหมือนถูกสาดด้วยน้ำแข็งเย็นจัดจนชาไปทั้งตัว

แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อฮั่วจี้เซินไม่ได้ตอบแชทนั้น เธอจึงยังคงซื้อของขวัญให้เขาต่อไป

เมื่อฮั่วจี้เซินได้รับของขวัญในงานวันเกิด เขากลับไม่รู้สึกประหลาดใจหรือดีใจเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่พูดคำว่าขอบคุณด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ คำเดียว

ในระหว่างที่เธอขอตัวไปเข้าห้องน้ำ สวี่เพียวเพียวก็ถือโอกาสไปเช็คบิลทั้งหมด

แต่เมื่อเดินกลับมา เธอก็ได้ยินเสียงเหน็บแนมถากถางดังออกมาจากในห้องวีไอพี

“ถ้าไม่ใช่เพราะคุณหนูสวี่หน้าด้าน คอยวิ่งตามตื้อพี่เซิน พี่เซินจะยอมทนอยู่กับผู้หญิงที่รสนิยมต่ำแบบนั้นได้ยังไง”

“นั่นสิ นึกว่ามีเงินไม่กี่บาทแล้วจะทำตัวกร่างยังไงก็ได้เหรอ”

แล้วเธอก็ได้ยินประโยคหนึ่งจากปากฮั่วจี้เซินดังเข้าหูอย่างชัดเจน “ฉันก็ไม่ได้เห็นสวี่เพียวเพียวสำคัญอะไรขนาดนั้น”

ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเยาะโห่ฮารอบข้างดังกลบปลายเสียงของเขาไปจนหมด

“นั่นไง! ฉันบอกแล้วว่าพี่เซินไม่มีทางชายตามองพวกเศรษฐีใหม่แบบนั้นหรอก!”

สวี่เพียวเพียวไม่มีวันลืมความรู้สึกในตอนนั้นได้เลย เธอเจ็บปวดจนหายใจไม่ออก มือเท้าชาหนึบเหมือนโดนไฟฟ้าช็อตอย่างไงอย่างงั้น

ประจวบเหมาะกับที่บ้านเกิดเรื่องพอดี พ่อของเธอจึงส่งเธอไปต่างประเทศ

และไปนานถึงสามปี

แต่ใครจะไปคิดว่าสามปีให้หลัง เจ้านายที่ถูกส่งตัวมาแบบสายฟ้าแลบจะเป็นฮั่วจี้เซิน?

ต่อให้ตายเธอก็คิดไม่ถึงว่า ฮั่วจี้เซินที่เคยต้องทำงานพาร์ทไทม์และอาศัยเงินทุนการศึกษาเพื่อประทังชีวิต จะกลายเป็นทายาทเพียงคนเดียวของฮั่วซื่อกรุ๊ป

แต่ดูจากท่าทางของเขาเมื่อครู่แล้ว บางที เขาคงตั้งใจจะทำตัวเป็นคนแปลกหน้ากับเธอ

แบบนี้ก็ดี ดีแล้วจริง ๆ

ฮั่วจี้เซินนั่งบนโซฟาหนังนุ่มราคาแพง นิ้วเรียวยาวคลิกเมาส์ไล่ดูข้อมูลพนักงานทุกคน

ซึ่งมีชื่อของสวี่เพียวเพียวอยู่ในนั้น

เธอมาทำงานที่นี่ได้หนึ่งปีแล้ว ด้วยประวัติที่โดดเด่นและความสามารถในการทำงานทำให้เธอได้บรรจุเป็นพนักงานประจำและเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าทีมโปรเจกต์ในเวลาเพียงปีเดียว

ฮั่วจี้เซินเคาะนิ้วมือที่เห็นข้อชัดลงบนหน้าโต๊ะครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยสีหน้าบึ้งตึง

เซ่ามู่ ผู้เป็นเลขาฯ ยืนอยู่ข้าง ๆ คอยสังเกตสีหน้าของเจ้านายท่านนี้ “คุณฮั่วมีอะไรจะสั่งไหมครับ?”

ฮั่วจี้เซินยกถ้วยกาแฟข้างมือขึ้นแล้วจิบอย่างสง่างาม ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ฉันเพิ่งมาใหม่ ยังไม่คุ้นกับโปรเจกต์เท่าไหร่ ช่วยแนะนำหัวหน้าทีมเหล่านี้หน่อย”

เซ่ามู่เข้าใจและแนะนำไปทีละคน

จนถึงคนสุดท้ายคือสวี่เพียวเพียว

“เสี่ยวสวี่ อายุยังน้อย เพิ่งย้ายมาสำนักงานใหญ่ได้ปีเดียว ก่อนหน้านี้ทำที่สาขาต่างประเทศ ผลงานยอดเยี่ยมมากครับ”

ยอดเยี่ยมงั้นเหรอ?

ฮั่วจี้เซินเหยียดยิ้มอย่างดูแคลน

คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลสวี่ในความทรงจำของเขาจะยอมลดตัวลงมาทำงานอย่างนั้นหรือ?

ยากจะเชื่อว่าผลงานที่เรียกกันว่ายอดเยี่ยมเหล่านั้นจะไม่ได้ใช้เงินของตระกูลสวี่ซื้อมา

เพราะเธอชอบใช้เงินดูหมิ่นคนอื่นอยู่แล้ว

และยิ่งชอบที่สุดคือ เมื่อความรู้สึกถึงจุดสูงสุดก็จากไปโดยไม่กล่าวคำอำลา

เมื่อเห็นฮั่วจี้เซินไม่พูดอะไร เซ่ามู่จึงอ่านสีหน้าต่อและพูดต่อว่า “โปรเจกต์นี้เสี่ยวสวี่เป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด คณะกรรมการก็ให้ความสำคัญมากครับ”

เซ่ามู่ลอบถอนหายใจเบา ๆ

ก่อนหน้านี้ตอนที่สวี่เพียวเพียวมาฝึกงาน เธออยู่ภายใต้การดูแลของเซ่ามู่มาตลอด และเขาก็นับว่าเป็นคนปั้นเธอขึ้นมาด้วยตัวเอง

เขาชื่นชมคนหนุ่มสาวแบบสวี่เพียวเพียวที่ไม่พูดมาก ไม่สร้างปัญหา ทำงานเป็นระบบและมีความสามารถ

ก็เลยอดไม่ได้ที่จะพูดแทนเธอสองสามประโยค

“ถ้าเธอทำได้ไม่ดี คุณฮั่วก็ดุเธอได้เต็มที่เลยนะครับ แต่แค่ให้โอกาสเธอสักครั้งก็พอครับ”

ฮั่วจี้เซินเงยหน้าขึ้นอย่างเย็นชาพร้อมยกเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย ในแววตานั้นเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกที่ใครเห็นก็รู้สึกหนาวสะท้าน

เพิ่งมาได้แค่ปีเดียว ก็มีคนออกหน้าพูดแทนเธอแล้วหรือ?

ดูเหมือนว่าเธอยังคงเก่งเรื่องการกุมใจคนเหมือนเดิมไม่มีผิด

เซ่ามู่ไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าของฮั่วจี้เซิน

ถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า “ฐานะทางบ้านของเสี่ยวสวี่ไม่ดี พ่อเสียแล้ว แม่ยังมาป่วยหนัก แถมยังมีลูกสาวตัวเล็ก ๆ ที่ต้องเลี้ยงดู และเด็กก็สุขภาพไม่ค่อยดี แถมสามีของเธอยัง…”

ฮั่วจี้เซินขัดขึ้นอย่างเย็นชา ปรายตามองด้วยสายตาคมกริบหนึ่งที

“เซ่ามู่ ฉันจ่ายเงินเดือนให้นายมาเพื่อให้นายนินทาคนอื่นเหรอ?”

เซ่ามู่สะดุ้งเฮือกใหญ่และรีบขอโทษซ้ำ ๆ เมื่อเห็นว่าฮั่วจี้เซินไม่ได้คิดจะเอาเรื่อง จึงโค้งตัวแล้วออกจากห้องทำงานไป

ตอนนี้เขายังจับอารมณ์ของคุณฮั่วคนนี้ไม่ถูก ดูท่าหลังจากนี้ต้องระวังตัวให้มากกว่านี้

ห้องทำงานกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง

ฮั่วจี้เซินเช็ดคราบกาแฟที่เผลอหกออกไปเมื่อครู่ จากนั้นเลื่อนเมาส์ลากหน้าจอลงมา

แล้วคลิกเข้าไปที่แฟ้มข้อมูลพนักงานของสวี่เพียวเพียว

รูปถ่ายติดบัตรยังเป็นตอนสมัยมหาวิทยาลัย ตอนที่เธอคะยั้นคะยอลากเขาไปถ่ายด้วยกัน

เขาเลื่อนลงไปเรื่อย ๆ จนถึงช่องสถานภาพการสมรส...

สถานภาพ: สมรส
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (1)
goodnovel comment avatar
พิศสมัย
อ่านเริ่มต้นก็สนุกแล้ว
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 386

    คำถามที่หลุดออกมานั้นไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเลยแม้แต่น้อยเพราะการที่ฮั่วจี้เซินอยู่ที่ตึกหลักนั้น ถือเป็นเรื่องที่มีความชอบธรรมและมั่นคงเสียยิ่งกว่าตัวฮั่วหงผู้เป็นบิดาเสียอีก เขาจึงไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องย้ายออกไปเลยเปลือกตาของโสงเจี๋ยกระตุกวูบไปชั่วขณะหนึ่ง ทว่าเธอก็ยังคงรักษาความสุขุมไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ใบหน้ายังคงนิ่งสนิทและแผ่รัศมีผู้สูงศักดิ์ออกมาอย่างแนบเนียน“อาเซินกับเพียวเพียวเขาเพิ่งจะแต่งงานกันได้ไม่นาน จะให้หนุ่มสาวมาอุดอู้อยู่กับคนแก่อย่างเราสองคนไปตลอดมันก็น่าเบื่อแย่ อีกอย่าง แม่กับคุณลุงใหญ่ของพวกเธอก็เริ่มอยากจะมีพื้นที่ส่วนตัวเพื่อพักผ่อนบ้างเหมือนกัน”“เดิมที ตึกเหล่านั้นก็ถือเป็นกรรมสิทธิ์ในส่วนที่พวกเธอควรจะได้รับอยู่แล้ว เรื่องราวความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นกับพ่อแม่ของพวกเธอมันคือความผิดพลาดของคนรุ่นเรา มาถึงตอนนี้ ฉันจึงขอยกบ้านคืนให้พวกเธอไปจัดการแบ่งสรรและดูแลกันเอาเอง ต่อจากนี้จะใช้ชีวิตกันอย่างไรก็ให้เป็นเรื่องภายในของพวกเธอ ฉันจะไม่เข้าไปก้าวก่าย”โสงเจี๋ยครองตำแหน่งคุณนายใหญ่แห่งตระกูลฮั่วมานานนับปีท่วงท่าและท่วงทำนองที่เธอแสดงออกมาในยามนี

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 385

    ตึกหลักหลังนี้ถูกกำหนดไว้เป็นที่อยู่ของผู้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลฮั่วคนต่อไปเท่านั้นนี่คือธรรมเนียมปฏิบัติที่ยึดถือกันมาอย่างเคร่งครัดและยาวนานในเมื่อฮั่วหงคือบุตรชายคนโต และฮั่วจี้เซินคือหลานชายคนโต ทั้งยังเป็นผู้กุมบังเหียนบริหารเครือบริษัทอย่างเต็มตัวในปัจจุบัน การที่ครอบครัวของพวกเขาครอบครองตึกหลักจึงเป็นสิทธิที่สมเหตุสมผลทว่าโสงเจี๋ยกลับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่“ตึกหลักของเรามีห้องตั้งมากมาย ต่อให้พักอาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหมดก็ไม่ได้ลำบากลำบนอะไรหรอก เพียงแต่แม่เห็นว่าพวกเด็ก ๆ ก็เริ่มเติบโตเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว การแยกสัดส่วนที่พักให้เป็นส่วนตัวย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่า แต่ที่แม่หนักใจ ก็คือเรื่องของอารุ่ยนั่นแหละ แม่กลัวว่าเด็กคนนั้นจะเก็บเอาไปคิดมากน่ะสิ”สิ่งที่โสงเจี๋ยเป็นกังวลที่สุด คือนิสัยส่วนตัวของฮั่วจี้รุ่ยที่มักจะอ่อนไหวและคิดเยอะเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเธอเกรงว่าเขาจะเกิดคำถามขึ้นในใจว่า เหตุใดในช่วงเวลาที่ผ่านมาทุกคนถึงยังสามารถพำนักรวมกันอยู่ที่ตึกหลักได้อย่างสงบสุขแต่พอเขาก้าวเท้ากลับมาบ้านปุ๊บ กลับกลายเป็นว่าทุกคนต้องมาแยกย้ายบ้านกันอยู่ทันทีแม้ระยะห่างระหว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 384

    เครื่องยนต์คำรามกึกก้องขณะที่รถทะยานเร่งความเร็วขึ้นเซ่ามู่หักพวงมาลัยหลบหลีกอย่างคล่องแคล่วและแซงผ่านรถคันหน้าไปได้อย่างรวดเร็วในจังหวะที่รถกำลังเคลื่อนเข้าสู่ทางโค้ง ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในตำแหน่งคนขับของรถคันหลังค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นพลางทอดสายตาตรงไปข้างหน้าภายในรถคันที่เพิ่งแซงพ้นไปนั้น หญิงสาวคนหนึ่งกำลังก้มหน้าลงจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อยู่ในมือ แสงสว่างจาง ๆ จากหน้าจอโทรศัพท์มือถือสะท้อนอาบใบหน้าของเธอให้โดดเด่นท่ามกลางความมืดมิดรูปหน้าด้านข้างของเธอนั้นดูวิจิตรบรรจง เส้นผมสีดำขลับที่รวบเป็นมวยเรียบร้อยไว้ที่ท้ายทอย มีปอยผมบางส่วนทิ้งตัวลงระต้นคอขาวเนียนละเอียดดุจหิมะแสงสลัวจากไฟข้างทางสาดส่องเข้ามา กระทบเข้ากับผิวหน้าด้านข้างของสวี่เพียวเพียวจนดูขาวกระจ่างตาราวกับมีเรื่องราวบางอย่างในหน้าจอโทรศัพท์ที่ดึงดูดความสนใจและทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นมา จนเธอเผยรอยยิ้มละมุนออกมาบาง ๆ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ฮั่วจี้รุ่ยมองเห็นรอยบุ๋มเล็ก ๆ ของลักยิ้มที่ข้างแก้มของเธอได้อย่างชัดถนัดตาทว่าเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นรถหรูพุ่งทะยานผ่านหน้าเขาไปอย่างรวดเร็วสายตาของเธอไม่ได้หยุดพักหรือเหล

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 383

    “จริง ๆ บนอินเทอร์เน็ตก็มีข่าวซุบซิบเรื่องตระกูลเราโผล่มาให้เห็นตลอดแหละค่ะ ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ภาพที่พี่แคปส่งมาเมื่อคืนน่ะมันเป็นเรื่องของบ้านอาสอง ซึ่งทั้งอาสองและอาสะใภ้สองต่างก็เคยเป็นคนในวงการบันเทิงทั้งคู่ ข่าวฉาวมันเลยพุ่งเป้าไปที่พวกเขาเยอะเป็นพิเศษ”“คนที่จับได้ว่าอาสะใภ้สองนอกใจน่ะไม่ใช่พี่เลี้ยงตามข่าวลือหรอกค่ะ แต่เป็นอาสองเองที่บังเอิญควงคู่ไปกับคุณป้าสะใภ้ใหญ่!”สวี่เพียวเพียวตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ“ตอนนั้นอาสะใภ้สองประกาศว่าตัวเองท้องค่ะ แล้วก็ขออนุญาตทางบ้านกลับมาพักฟื้นร่างกาย ป้าสะใภ้ใหญ่ที่หวังดีก็เลยหิ้วของบำรุงกะจะไปเยี่ยม อาสองเองก็ไม่ได้เฉลียวใจเลยพาป้าสะใภ้ใหญ่เดินขึ้นไปหาถึงบนห้องนอน แล้วก็เจอแจ็กพอตเข้า เพราะอาสะใภ้สองกับนักแสดงชายคนกำลัง...”“และพอเด็กแฝดคู่นั้นลืมตาดูโลก ผลตรวจ DNA ก็ออกมาเป็นเครื่องยืนยันค่ะว่า เด็กทั้งสองคนไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของอาสองจริง ๆ ”“หลังจากนั้น คุณปู่ก็ยื่นคำขาดบีบให้ทั้งคู่หย่าขาดจากกัน แต่อาสองกลับดื้อแพ่งไม่ยอมหย่าท่าเดียว เขาคร่ำครวญว่าต่อให้อาสะใภ้สองจะคบชู้ เธอก็ยังเป็นแรงบันดาลใจและเป็นนางเอกในดวงใจของเขาตลอดกาล ถึ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 382

    สวี่เพียวเพียวยอมรับความจริงข้อนี้อย่างเต็มอกลึก ๆ แล้วเหตุผลที่เธอเลือกเปิดใจให้ฮั่วจี้เซินในตอนแรก ก็เป็นเพราะความหล่อของเขาเป็นประเดิมนั่นแหละหากปราศจากใบหน้าฟ้าประทานที่ดูโดดเด่นเกินใครนั่น ฮั่วจี้เซินก็อาจจะไม่สามารถดึงดูดสายตาของเธอให้หยุดนิ่งได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เขาเดินเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำสวี่เจินหลี่จำต้องยอมอย่างจนปัญญา “ลูกคนนี้นี่จริง ๆ เลย”“แม่คะ อย่ากังวลไปเลยค่ะ หนูเข้าใจดีว่าแม่เป็นห่วงเรื่องอะไร ถึงแม้ว่าในเชิงธุรกิจบ้านเราจะเทียบกับตระกูลฮั่วไม่ได้ แต่แม่กับพ่อก็เลี้ยงหนูมาให้เติบโตมาอย่างมีความสุขและเพียบพร้อมมาโดยตลอด”“แม่ยังจำคุณป้าชุนเทียน เพื่อนบ้านข้าง ๆ เราตอนเด็ก ๆ ได้ไหมคะ ตอนนั้นฝ่ายชายระแวงสารพัดจนเธอต้องยอมเซ็นสัญญาก่อนสมรสไว้ตั้งมากมาย แต่พอถึงคราวจะหย่ากันจริง ๆ นอกจากเขาจะไม่เหลือเงินติดตัวให้เธอสักบาทแล้ว ยังทิ้งหนี้สินกองโตไว้ให้เธอรับผิดชอบอีก แม่จำไม่ได้เหรอคะ?”เมื่อได้ยินดังนั้น สวี่เจินหลี่ก็เริ่มมีสีหน้าหวั่นไหวคนที่สวี่เพียวเพียวหยิบยกมาอ้างถึงนั้นคือเพื่อนบ้านในอดีตซึ่งฐานะทางบ้านก็ดูจะทัดเทียมกับตระกูลสวี่ในเวลานั้น ก่อ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 381

    ในเวลานั้น สื่อมวลชนและคนภายนอกรับรู้เพียงแค่ว่าจวีเยี่ยฝานนอกใจสามีทว่าเรื่องที่เธอแอบให้กำเนิดลูกแฝดชายหญิงนั้นกลับมีคนรู้เพียงน้อยนิด เพราะตระกูลฮั่วได้สั่งปิดข่าวเงียบและวางกำลังป้องกันข้อมูลรั่วไหลอย่างแน่นหนาในทุกระดับชั้นยามนั้นจวีเยี่ยฝานกับฮั่วหมิ่นยังไม่มีสถานะหย่าขาดจากกันอย่างเป็นทางการ ชาวเน็ตในยุคนั้นจึงทำได้เพียงคาดเดากันไปสนุกปากทว่าทันทีที่มีใครทิ้งความเห็นในคอมเมนต์ เหล่าแฟนคลับรุ่นเก่าของจวีเยี่ยฝานก็จะรีบออกโรงโต้แย้งและแก้ข่าวให้เธอทันทีแม้ว่าเธอจะลาออกจากวงการไปนานหลายปีจนแฟนคลับเหล่านั้นล่วงเข้าสู่วัยอาวุโสกันหมดแล้วแต่ด้วยผลงานการแสดงระดับขึ้นหิ้งที่ยังคงถูกนำมาตัดต่อวนเวียนให้เห็นอยู่ในโลกโซเชียล ทำให้ชื่อเสียงของเธอยังคงขลังและไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลาทันทีที่จวีหย่าเชี่ยนก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง เธอจึงได้รับฉายาว่าจวีเยี่ยฝานย่อส่วนเพราะเมื่อลองนำรูปถ่ายของทั้งคู่มาวางเปรียบเทียบกันแบบช็อตต่อช็อต จะพบว่าแม้กระทั่งตำแหน่งไฝเสน่ห์ที่หางตาของพวกเธอก็ยังอยู่ในตำแหน่งเดียวกันราวกับพิมพ์เดียวกันและหลังจากที่เหล่าแฟนคลับช่วยกันออกโรงแก้ข่าว จวีเยี่ยฝ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 98

    เซ่ามู่รับหน้าที่เป็นคนขับรถจากที่พักของฮั่วจี้เซินไปบริษัท ถ้านับรวมความเป็นไปได้ที่รถจะติดในช่วงเช้า ก็ต้องขับรถประมาณครึ่งชั่วโมงตลอดทาง สวี่เพียวเพียวเอาแต่ตีหน้าขรึมมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่พูดไม่จาแม้แต่คำเดียวฮั่วจี้เซินเองก็ก้มหน้าดูรายงานในมือด้วยท่าทีสุขุมระหว่างทั้งสองคน คล้ายมีอะไร

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 77

    แต่แล้วน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ร่องรอยความรู้สึกของฮั่วจี้เซินก็ดังขึ้น“มีคนชอบ”มีดและส้อมในมือของสวี่เพียวเพียวสั่นจนเกือบจะหลุดมือที่เขาพูด... คงไม่ได้หมายถึงเธอใช่ไหม?ฉินอวี่โยวหันมองมาทันที “น้าเพียวเพียวชอบเจ้านี่เหรอครับ? ผมให้ครับ!”พูดจบเขาก็ใช้ส้อมจิ้มพิซซ่าชิ้นหนึ่งมาวางในจานของสวี่

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 55

    เพราะไม่ว่าเขาจะเรียกเงินเท่าไหร่ เธอก็ตั้งใจจะเก็บออมมาคืนเขาให้ได้ อย่างมากที่สุดก็แค่ขอผ่อนชำระเอา“งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ คุณฮั่วพักผ่อนให้เต็มที่ค่ะ”ประตูห้องปิดลง สวี่เพียวเพียวจากไปแล้วเสียงรองเท้าส้นสูงดังกระทบพื้นจากใกล้จนค่อย ๆ ห่างออกไป ราวกับการเคาะจังหวะบทเพลงที่ค่อย ๆ เลือนหายไปจากโ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 50

    “ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ผมมองดูแล้วทั้งสองท่านช่างดูเหมาะสมกันมากจริง ๆ ครับ”ฮั่วจี้เซินเพียงแต่ยิ้มรับสั้น ๆ ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปทางด้านสวี่เพียวเพียวที่เพิ่งจะหยิบเหล้ามาได้ ก็ถูกบริกรคนหนึ่งเดินเข้ามาชนจนเหล้าราดใส่ตัวเธอเข้าอย่างจังไวน์แดงที่หกรดลงบนชุดเดรสผ้าซาตินสีขาวนั้นดูเด่นชัดและเลอ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status