共有

เจ้านายสายฟ้าแลบ
เจ้านายสายฟ้าแลบ
作者: เจ้าเหมียวแวววาว

บทที่ 1

作者: เจ้าเหมียวแวววาว
สวี่เพียวเพียวไม่เคยคิดเลยว่า เจ้านายคนใหม่ที่ถูกส่งตัวมาแบบสายฟ้าแลบคนนั้น จะเป็นพ่อแท้ ๆ ของลูกสาวเธอ

หากรู้ล่วงหน้าว่าจะต้องมาเจอฮั่วจี้เซินที่นี่ ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร เธอก็จะไม่มีวันย่างกรายเข้ามาในบริษัทนี้เด็ดขาด

เมื่อไม่กี่วันก่อน ทั้งแผนกวุ่นวายกันยกใหญ่เรื่องเจ้านายหนุ่มผู้มีอนาคตไกลจะถูกส่งลงมา

ได้ยินมาว่าเขาเป็นคุณชายจากตระกูลประธานกลุ่มบริษัทที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด

ชีวประวัติแต่ละบรรทัดยาวเหยียดเกินกว่าที่มนุษย์เงินเดือนทั่วไปอย่างพวกเขาจะไล่ตามทัน

ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ในห้องประชุมล้วงกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่ง ชุดสูทสั่งตัดอย่างประณีตช่วยเสริมบุคลิกที่สง่างามและภูมิฐาน ขับเน้นให้เห็นถึงรูปร่างสูงโปร่งของเขาอย่างชัดเจน ความอ่อนวัยในอดีตถูกขัดเกลาจนกลายเป็นความเฉียบคม แม้อายุยังน้อยแต่กลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่น่าเกรงขาม

มือที่เห็นข้อกระดูกชัดเจนถือรีโมตคอนโทรลขณะอธิบายข้อมูลบน PPT อย่างคล่องแคล่ว

เสียงทุ้มกังวานสะท้อนไปทั่วห้องประชุม

ทุกคนต่างพากันกลั้นหายใจ เพราะกลัวว่าจะทำอะไรให้เจ้านายคนใหม่เสียความรู้สึกตั้งแต่ครั้งแรก

สวี่เพียวเพียวแทบอยากจะก้มหัวให้จมดิน

แต่น่าเสียดายที่พื้นห้องประชุมถูกขัดจนเงาวับ นอกจากจะไม่มีซอกหลืบให้เธอซ่อนตัวแล้ว มันยังสะท้อนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกระอักกระอวนของเธอออกมาอย่างชัดเจน

เธอรู้ว่าเครือบริษัทนี้แซ่ฮั่ว แต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็น “ฮั่ว” เดียวกับฮั่วจี้เซิน

สวี่เพียวเพียวเกร็งจนปลายเท้าจิกพื้น เหงื่อเย็น ๆ ซึมเต็มแผ่นหลัง

ความรู้สึกอึดอัดโถมเข้าใส่จนแทบหายใจไม่ออก

สามปีแล้ว

สามปีที่ไม่ได้เจอกัน และสามปีแล้วที่เลิกรากันไป

“ใครเป็นคนดูแลโปรเจกต์นี้?”

เสียงทุ้มที่เย็นชาและห่างเหินดังมาจากบนเวที สายตาของชายหนุ่มจ้องมองลงมายังพนักงานทุกคน ทันใดนั้นบรรยากาศพลันเงียบสงัดราวกับป่าช้า ไม่มีใครกล้าส่งเสียง

ฮั่วจี้เซินขมวดคิ้วมุ่นแล้วเร่งเสียงให้ดังขึ้น

“แม้แต่โปรเจกต์ที่ตัวเองรับผิดชอบก็จำไม่ได้งั้นเหรอ?”

เพื่อนร่วมงานที่นั่งข้าง ๆ สวี่เพียวเพียวลุกขึ้นยืนด้วยอาการสั่นเทา แล้วเอ่ยอย่างหวาดกลัวสุดขีด “ผะ...ผมเองครับ คุณฮั่ว”

ไม่รู้ว่าเข้าใจผิดไปเองไหม แต่วินาทีที่สวี่เพียวเพียวเงยหน้าขึ้น ดูเหมือนสายตาของเธอจะประสานเข้ากับสายตาของฮั่วจี้เซิน

ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวพลันจับตัวเป็นน้ำแข็งจนเธอลืมหายใจไปชั่วขณะ

ฮั่วจี้เซินละสายตาไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร “เนื้อหาพวกนี้ต้องไปปรับปรุงใหม่ ทำออกมาแบบนี้ กล้าส่งมาได้ยังไง?”

จากนั้นสวี่เพียวเพียวจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่

เขาคงไม่ได้สังเกตเห็นเธอหรอก

สวี่เพียวเพียวในตอนนี้แตกต่างกันกับเมื่อสามปีที่แล้วอย่างสิ้นเชิง

เธอก้มหน้าลงและพยายามหดตัวให้เล็กที่สุดเพื่อไม่ให้เขาสังเกตเห็น

แต่แล้วจู่ ๆ สายตาที่จดจ้องอยู่ที่พื้น กลับเห็นรองเท้าหนังแบรนด์เนมขัดเงาวับคู่หนึ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ

สวี่เพียวเพียวพลันรู้สึกเหมือนถูกโยนลงกลางทะเลลึก น้ำเค็มซัดสาดกลืนกินลมหายใจจนมือเท้าชาหนึบ

ฮั่วจี้เซินมายืนอยู่ข้างเธอแล้ว

เพื่อนร่วมงานพยายามอธิบาย “คุณฮั่วครับ โปรเจกต์นี้ผ่านการตอบรับจากลูกค้าแล้ว...”

ฮั่วจี้เซินเงยหน้าขึ้นพร้อมกับโยนรีโมตในมือลงบนโต๊ะ นัยน์ตาดำขลับจ้องมองไปที่เพื่อนร่วมงานคนนั้นด้วยแววตาเย็นยะเยือกและกล่าวเน้นทีละคำว่า “แผนงานที่ไม่สมบูรณ์ก็คือไม่สมบูรณ์ การเอาลูกค้ามาเป็นข้ออ้างคือมาตรฐานของคุณเหรอ?”

“หรือคุณคิดว่าการทำงานคือการเล่นขายของ?”

สายตาคู่นั้นในเวลานี้เต็มไปด้วยความดูถูกและกดดันอย่างยิ่ง

ทว่ามันไม่ได้จ้องมองไปที่เพื่อนร่วมงานที่กำลังรายงานอยู่ของสวี่เพียวเพียว แต่มัน... กำลังจ้องมองมาที่เธอ

ทุกคนต่างก้มหน้ามองหลังเท้าตัวเองด้วยความกลัวว่าความโกรธของคุณฮั่วจะลามมาถึงพวกกระจอก ๆ อย่างพวกเขา

สวี่เพียวเพียวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ

พยายามสงบสติอารมณ์ให้ได้มากที่สุด

จนกระทั่งฮั่วจี้เซินพูดทิ้งท้ายว่า “ไปแก้มาใหม่แล้วค่อยส่งมา”

“ครับ/ค่ะ คุณฮั่ว”

ในขณะที่ทุกคนถอนหายใจอย่างโล่งอก สายตาของฮั่วจี้เซินก็เลื่อนมาหยุดที่สวี่เพียวเพียว

ใบหน้านั้นยังคงสวยงามเหมือนเดิม เพียงแต่ซูบผอมลงไปมาก

ตอนนี้เธออยู่ในชุดทำงานรัดกุม ผมทัดหูอย่างเรียบร้อย ผิวพรรณยังคงขาวผ่องเหมือนแต่ก่อน แต่รอยหมองคล้ำใต้ตาและความเหนื่อยล้านั้นไม่อาจซ่อนเร้นได้

เธอยังคงไม่มองเขา

ฮั่วจี้เซินยกยิ้มอย่างเย็นชาและกล่าวว่า “ถ้าคราวหน้ายังเอาแผนงานชุ่ย ๆ แบบนี้มาส่งอีก ก็เตรียมรับผลที่ตามมาด้วย”

นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะตรงหน้าสวี่เพียวเพียวอย่างไม่เป็นจังหวะ

ซึ่งเธอรู้ดีว่ามันหมายถึงเขากำลังอารมณ์ไม่ดีอย่างมาก

นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นซ่อนเร้นอารมณ์บางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง เพียงแค่ปรายตามองมาแวบเดียว ก็ทำเอาสวี่เพียวเพียวถึงกับมือไม้สั่นและมีเหงื่อซึมเต็มฝ่ามือ

โชคดีที่เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ และเปลี่ยนไปซักถามความคืบหน้าของโครงการอื่นแทน

สวี่เพียวเพียวรู้สึกได้ว่าขาสั่นพั่บ ๆ จนแทบจะยืนไม่อยู่

หลังจบการประชุม

สวี่เพียวเพียวเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานพร้อมกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ เธอต้องดื่มน้ำไปครึ่งแก้วถึงสงบสติอารมณ์ลงได้

เพราะโปรเจกต์ของทีมสวี่เพียวเพียวก็โดนฮั่วจี้เซินจับผิดเช่นกัน

คราวนี้ดูเหมือนพนักงานแทบทั้งแผนกจะต้องอยู่ทำโอทีกันถ้วนหน้า

เพื่อนร่วมงานที่อยู่ข้าง ๆ โอดครวญขึ้นมาว่า “เจ้านายใหม่ไฟแรงจริง ๆ สงสัยพวกเราจะโดนเชือดไก่ให้ลิงดูซะแล้ว เพียวเพียว เธอรู้ไหมว่าทำไมคุณฮั่วถึงมายืนกดดันอยู่ข้างพวกเราตลอดเลย? ฉันนี่แทบหัวใจวายตาย!”

สวี่เพียวเพียวชะงักงันไปครู่หนึ่ง

ตอนแรกเธอคิดว่าเขามายืนตรงนั้นเพื่อจะได้ยินคำตอบของเพื่อนร่วมงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

แต่พอถึงคิวทีมอื่นรายงาน เขาก็ยังไม่ไปไหน

ยังคงยืนนิ่งอยู่ข้างกายสวี่เพียวเพียวตลอดเวลา

สวี่เพียวเพียวไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า พอเลิกประชุมก็รีบหนีออกมาทันที ไม่กล้าแม้แต่จะปรายตาไปมองเขา

แต่ดูจากท่าทีของฮั่วจี้เซินแล้ว เขาคงจะลืมอดีตที่แสนสั้นและบ้าบอระหว่างพวกเขาไปแล้วล่ะมั้ง

เพราะไม่อย่างนั้น เขาจะมายืนอยู่ข้างเธอเฉย ๆ แบบนั้นทำไม

มีแต่คนที่ไม่แคร์แล้วเท่านั้นที่จะทำตัวเป็นปกติราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ขนาดนี้

ในอดีต ฮั่วจี้เซินเป็นดั่งดอกไม้บนยอดเขาที่สูงเสียดฟ้าของคณะเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเอ เขาได้ครองตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยติดต่อกันถึงสี่ปี

และเรื่องราวความรักของเขากับสวี่เพียวเพียว ซึ่งเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลสวี่ก็สร้างความตกตะลึงไปทั่ว

ในตอนนั้น ใคร ๆ ต่างก็ลือกันว่าเธอเลี้ยงฮั่วจี้เซิน โดยใช้เงินฟาดหัวเพื่อให้เขามาขายตัวขายใจให้เธอ

แม้แต่สวี่เพียวเพียวเองก็คิดแบบนั้น

เพราะในตอนนั้นฮั่วจี้เซินดูเหมือนนักศึกษาที่ยากจนข้นแค้น แต่เขาก็ไม่เคยรับเงินที่เธอให้เลยสักครั้ง

จนกระทั่งวันเกิดของเขา สวี่เพียวเพียวแอบล็อกอินเข้าบัญชีแอปฯ ชอปปิ้งของเขา เพราะอยากรู้ว่าเขากดสินค้าชิ้นไหนใส่ตะกร้าทิ้งไว้บ้าง ถ้าเป็นของที่หรูหรา แต่เขาไม่กล้าซื้อ เธอก็จะเป็นคนเปย์ให้เขาเอง

แต่ผลปรากฏว่า เธอเห็นแชทส่วนตัวระหว่างเขากับคนอื่น

ซึ่งอีกฝ่ายเรียกเขาอย่างสนิทสนมว่าพี่เซิน

แถมยังบอกว่าเขาดูไม่เหมือนคนที่จะไปชอบคนอย่างสวี่เพียวเพียวได้เลย

วินาทีนั้นสวี่เพียวเพียวรู้สึกเหมือนถูกสาดด้วยน้ำแข็งเย็นจัดจนชาไปทั้งตัว

แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อฮั่วจี้เซินไม่ได้ตอบแชทนั้น เธอจึงยังคงซื้อของขวัญให้เขาต่อไป

เมื่อฮั่วจี้เซินได้รับของขวัญในงานวันเกิด เขากลับไม่รู้สึกประหลาดใจหรือดีใจเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่พูดคำว่าขอบคุณด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ คำเดียว

ในระหว่างที่เธอขอตัวไปเข้าห้องน้ำ สวี่เพียวเพียวก็ถือโอกาสไปเช็คบิลทั้งหมด

แต่เมื่อเดินกลับมา เธอก็ได้ยินเสียงเหน็บแนมถากถางดังออกมาจากในห้องวีไอพี

“ถ้าไม่ใช่เพราะคุณหนูสวี่หน้าด้าน คอยวิ่งตามตื้อพี่เซิน พี่เซินจะยอมทนอยู่กับผู้หญิงที่รสนิยมต่ำแบบนั้นได้ยังไง”

“นั่นสิ นึกว่ามีเงินไม่กี่บาทแล้วจะทำตัวกร่างยังไงก็ได้เหรอ”

แล้วเธอก็ได้ยินประโยคหนึ่งจากปากฮั่วจี้เซินดังเข้าหูอย่างชัดเจน “ฉันก็ไม่ได้เห็นสวี่เพียวเพียวสำคัญอะไรขนาดนั้น”

ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเยาะโห่ฮารอบข้างดังกลบปลายเสียงของเขาไปจนหมด

“นั่นไง! ฉันบอกแล้วว่าพี่เซินไม่มีทางชายตามองพวกเศรษฐีใหม่แบบนั้นหรอก!”

สวี่เพียวเพียวไม่มีวันลืมความรู้สึกในตอนนั้นได้เลย เธอเจ็บปวดจนหายใจไม่ออก มือเท้าชาหนึบเหมือนโดนไฟฟ้าช็อตอย่างไงอย่างงั้น

ประจวบเหมาะกับที่บ้านเกิดเรื่องพอดี พ่อของเธอจึงส่งเธอไปต่างประเทศ

และไปนานถึงสามปี

แต่ใครจะไปคิดว่าสามปีให้หลัง เจ้านายที่ถูกส่งตัวมาแบบสายฟ้าแลบจะเป็นฮั่วจี้เซิน?

ต่อให้ตายเธอก็คิดไม่ถึงว่า ฮั่วจี้เซินที่เคยต้องทำงานพาร์ทไทม์และอาศัยเงินทุนการศึกษาเพื่อประทังชีวิต จะกลายเป็นทายาทเพียงคนเดียวของฮั่วซื่อกรุ๊ป

แต่ดูจากท่าทางของเขาเมื่อครู่แล้ว บางที เขาคงตั้งใจจะทำตัวเป็นคนแปลกหน้ากับเธอ

แบบนี้ก็ดี ดีแล้วจริง ๆ

ฮั่วจี้เซินนั่งบนโซฟาหนังนุ่มราคาแพง นิ้วเรียวยาวคลิกเมาส์ไล่ดูข้อมูลพนักงานทุกคน

ซึ่งมีชื่อของสวี่เพียวเพียวอยู่ในนั้น

เธอมาทำงานที่นี่ได้หนึ่งปีแล้ว ด้วยประวัติที่โดดเด่นและความสามารถในการทำงานทำให้เธอได้บรรจุเป็นพนักงานประจำและเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าทีมโปรเจกต์ในเวลาเพียงปีเดียว

ฮั่วจี้เซินเคาะนิ้วมือที่เห็นข้อชัดลงบนหน้าโต๊ะครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยสีหน้าบึ้งตึง

เซ่ามู่ ผู้เป็นเลขาฯ ยืนอยู่ข้าง ๆ คอยสังเกตสีหน้าของเจ้านายท่านนี้ “คุณฮั่วมีอะไรจะสั่งไหมครับ?”

ฮั่วจี้เซินยกถ้วยกาแฟข้างมือขึ้นแล้วจิบอย่างสง่างาม ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ฉันเพิ่งมาใหม่ ยังไม่คุ้นกับโปรเจกต์เท่าไหร่ ช่วยแนะนำหัวหน้าทีมเหล่านี้หน่อย”

เซ่ามู่เข้าใจและแนะนำไปทีละคน

จนถึงคนสุดท้ายคือสวี่เพียวเพียว

“เสี่ยวสวี่ อายุยังน้อย เพิ่งย้ายมาสำนักงานใหญ่ได้ปีเดียว ก่อนหน้านี้ทำที่สาขาต่างประเทศ ผลงานยอดเยี่ยมมากครับ”

ยอดเยี่ยมงั้นเหรอ?

ฮั่วจี้เซินเหยียดยิ้มอย่างดูแคลน

คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลสวี่ในความทรงจำของเขาจะยอมลดตัวลงมาทำงานอย่างนั้นหรือ?

ยากจะเชื่อว่าผลงานที่เรียกกันว่ายอดเยี่ยมเหล่านั้นจะไม่ได้ใช้เงินของตระกูลสวี่ซื้อมา

เพราะเธอชอบใช้เงินดูหมิ่นคนอื่นอยู่แล้ว

และยิ่งชอบที่สุดคือ เมื่อความรู้สึกถึงจุดสูงสุดก็จากไปโดยไม่กล่าวคำอำลา

เมื่อเห็นฮั่วจี้เซินไม่พูดอะไร เซ่ามู่จึงอ่านสีหน้าต่อและพูดต่อว่า “โปรเจกต์นี้เสี่ยวสวี่เป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด คณะกรรมการก็ให้ความสำคัญมากครับ”

เซ่ามู่ลอบถอนหายใจเบา ๆ

ก่อนหน้านี้ตอนที่สวี่เพียวเพียวมาฝึกงาน เธออยู่ภายใต้การดูแลของเซ่ามู่มาตลอด และเขาก็นับว่าเป็นคนปั้นเธอขึ้นมาด้วยตัวเอง

เขาชื่นชมคนหนุ่มสาวแบบสวี่เพียวเพียวที่ไม่พูดมาก ไม่สร้างปัญหา ทำงานเป็นระบบและมีความสามารถ

ก็เลยอดไม่ได้ที่จะพูดแทนเธอสองสามประโยค

“ถ้าเธอทำได้ไม่ดี คุณฮั่วก็ดุเธอได้เต็มที่เลยนะครับ แต่แค่ให้โอกาสเธอสักครั้งก็พอครับ”

ฮั่วจี้เซินเงยหน้าขึ้นอย่างเย็นชาพร้อมยกเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย ในแววตานั้นเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกที่ใครเห็นก็รู้สึกหนาวสะท้าน

เพิ่งมาได้แค่ปีเดียว ก็มีคนออกหน้าพูดแทนเธอแล้วหรือ?

ดูเหมือนว่าเธอยังคงเก่งเรื่องการกุมใจคนเหมือนเดิมไม่มีผิด

เซ่ามู่ไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าของฮั่วจี้เซิน

ถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า “ฐานะทางบ้านของเสี่ยวสวี่ไม่ดี พ่อเสียแล้ว แม่ยังมาป่วยหนัก แถมยังมีลูกสาวตัวเล็ก ๆ ที่ต้องเลี้ยงดู และเด็กก็สุขภาพไม่ค่อยดี แถมสามีของเธอยัง…”

ฮั่วจี้เซินขัดขึ้นอย่างเย็นชา ปรายตามองด้วยสายตาคมกริบหนึ่งที

“เซ่ามู่ ฉันจ่ายเงินเดือนให้นายมาเพื่อให้นายนินทาคนอื่นเหรอ?”

เซ่ามู่สะดุ้งเฮือกใหญ่และรีบขอโทษซ้ำ ๆ เมื่อเห็นว่าฮั่วจี้เซินไม่ได้คิดจะเอาเรื่อง จึงโค้งตัวแล้วออกจากห้องทำงานไป

ตอนนี้เขายังจับอารมณ์ของคุณฮั่วคนนี้ไม่ถูก ดูท่าหลังจากนี้ต้องระวังตัวให้มากกว่านี้

ห้องทำงานกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง

ฮั่วจี้เซินเช็ดคราบกาแฟที่เผลอหกออกไปเมื่อครู่ จากนั้นเลื่อนเมาส์ลากหน้าจอลงมา

แล้วคลิกเข้าไปที่แฟ้มข้อมูลพนักงานของสวี่เพียวเพียว

รูปถ่ายติดบัตรยังเป็นตอนสมัยมหาวิทยาลัย ตอนที่เธอคะยั้นคะยอลากเขาไปถ่ายด้วยกัน

เขาเลื่อนลงไปเรื่อย ๆ จนถึงช่องสถานภาพการสมรส...

สถานภาพ: สมรส

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード
コメント (4)
goodnovel comment avatar
Sumalee Tangpitayaku
จะอ่านต่อได้อย่างไรคะ
goodnovel comment avatar
Sumalee Tangpitayaku
จะอ่านต่อได้อย่างไรคะ
goodnovel comment avatar
Rada Phrueksaphirom
น่าติดตามมากค่ะ
すべてのコメントを表示

最新チャプター

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 714

    เขากั้นขวางไว้ด้วยประตูรถเพียงบานเดียวอากาศย่างเข้าสู่เดือนกันยายนแล้ว แต่ความร้อนระอุยังคงแผดเผาจนชวนให้รู้สึกหงุดหงิดพลุ่งพล่านสวี่เพียวเพียวสวมรองเท้าส้นสูงที่พื้นค่อนข้างบาง ความร้อนระอุของพื้นถนนยางมะตอยแผ่ซ่านผ่านหนังรองเท้าเข้ามาแผดเผาผิวเนื้อของเธอสวี่เพียวเพียวนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนั้นเธอไม่อยากคิดเลยว่าฮั่วจี้รุ่ยใช้แรงจูงใจใดถึงได้บุกฝ่ากองเพลิงเข้าไปข้างในและเธอก็ไม่ต้องการใช้ความคิดในแง่ร้ายไปคาดเดาพฤติกรรมของใครทั้งสิ้นเพียงแต่เธอรู้ดีว่า เธอจำเป็นต้องรักษาระยะห่างจากฮั่วจี้รุ่ยเอาไว้ไม่ว่าจะเพื่อใครก็ตาม ล้วนเป็นผลดีทั้งนั้นสวี่เพียวเพียวยืนนิ่งอยู่ที่เดิม“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันไม่ต้องการมันหรอก การที่แบรนด์ของเราเข้าร่วมการประมูลแข่งขันทูตในครั้งนี้ ก็เป็นการแข่งขันอย่างยุติธรรมอยู่แล้ว ฉันไม่ต้องการช่องทางลัดหรือเส้นสายอภิสิทธิ์ใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ”ฮั่วจี้รุ่ยชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะดึงแฟ้มเอกสารกลับมาพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบา ๆ “ผมหวังดีแท้ ๆ พี่สะใภ้นี่ไร้น้ำใจจริง ๆ เลยนะครับ”“ขอบคุณนะคะ”สวี่เพียวเพียวตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย มั่นค

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 713

    สวี่เพียวเพียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง“นิสัยใจคอก็ใช้ได้ ส่วนเรื่องบุคลิก เอาเป็นว่าเธอชอบก็พอแล้วล่ะ”ฮั่วสวินเจินรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน“ฉันไม่ได้บอกสักหน่อยว่าฉันชอบ!”เหลียงเจียเหยียนอาจจะมีความรู้สึกดี ๆ ให้เธอบ้าง แต่ฮั่วสวินเจินไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองว่านั่นคือความรู้สึกพิเศษอะไรก็คงแค่อยากทำตามความต้องการของผู้ใหญ่ในบ้านเท่านั้นพูดตามตรงแล้ว หากวันหนึ่งต้องแยกย้ายกันไป เหลียงเจียเหยียนก็อาจจะไม่ติดต่อมาหาเธออีกเลยด้วยซ้ำพอคิดมาถึงตรงนี้ ฮั่วสวินเจินก็รู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับมีอะไรบางอย่างติดอยู่กลางลำคอ จะกลืนก็ไม่เข้าจะคายก็ไม่ออก จนทำให้ลมหายใจของเธอติดขัดไปชั่วขณะสวี่เพียวเพียวเห็นท่าทางของเธอเป็นแบบนั้น จึงเอ่ยขึ้นว่า “ถ้าเธอรู้สึกว่าเขาโอเค ก็ลองคบเป็นเพื่อนดูก่อนสิ บางคนอาจจะไม่เหมาะจะเอามาเป็นแฟนหรอก”“แต่อย่างน้อยในสถานะเพื่อน ตอนนี้เธอก็ขาดอยู่พอดีไม่ใช่เหรอ”ฮั่วสวินเจินมีเพื่อนสนิทอยู่ไม่กี่คนเท่านั้นนอกจากเวลาทำงานแล้ว เวลาส่วนใหญ่ของเธอมักจะหมดไปกับการเดินชมนิทรรศการและแสวงหาแรงบันดาลใจในการออกแบบชิ้นงานใหม่ ๆ ไม่เช่นนั้นก็คือนั

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 712

    น้ำเสียงของชายหนุ่มทุ้มต่ำ ยามที่เขาเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงกดต่ำนั้นยังเจือความแหบพร่าเล็กน้อยขณะที่เอ่ยถาม มือของเขาก็แตะลงบนหลังมือของเธอแม้จะเป็นเพียงชั่วเสี้ยววินาทีแล้วผละออกแต่หัวใจของฮั่วสวินเจินก็พลันเต้นกระหน่ำขึ้นมาอย่างกะทันหันเธอรู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อยจากนั้นเงยหน้าขึ้นมาก็สบเข้ากับดวงตาของเขาที่กำลังก้มมองเธออยู่พอดีคงเป็นเพราะเมื่อวานเธอหัวเราะเสื้อผ้าของเขา วันนี้เขาจึงเปลี่ยนชุดใหม่ ทว่าบนเสื้อยืดแขนสั้นสีดำกลับสกรีนลายสไปเดอร์แมนเอาไว้ เพิ่มความรู้สึกตลกขบขันขึ้นมาดื้อ ๆ “เปล่าสักหน่อย ใครเขากลัวคุณกันล่ะ?”“งั้นทำไมคุณถึงคอยหลบหน้าผม?”ฮั่วสวินเจินกลอกตาไปมาเล็กน้อย“เปล่าสักหน่อย”ลมหายใจของชายหนุ่มรดอยู่ตรงหน้าเธอ ยิ่งทำให้เธอรู้สึกประหม่าจนทำอะไรไม่ถูกเขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ “กลับขึ้นไปข้างบนเถอะ ข้างนอกอากาศร้อน เดี๋ยวจะไม่ดีต่อแผลเอา”เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ฮั่วสวินเจินก็หันหลังแล้ววิ่งหนีไปทันที ราวกับว่าเขาเป็นสัตว์ร้ายที่เมื่อน้ำท่วมป่าแล้วต้องวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงเอาชีวิตรอดเหลียงเจียเหยียนมองตามแผ่นหลังที่วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนของเธอผ่านไป

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 711

    ทว่าพอถึงตอนสั่งอาหาร เธอก็เพิ่งค้นพบว่าผู้ชายอย่างเหลียงเจียเหยียนนี่ช่างคุยไม่รู้เรื่องเอาเสียเลยอ้างว่าแผลของเธอยังไม่หาย ห้ามกินอาหารที่มีผลกระทบต่อบาดแผลโดยเด็ดขาด สุดท้ายเลยสั่งได้แค่โจ๊กเปล่า ๆ มาให้เธอกินชามหนึ่งคนเจ็บที่ไหนเขากินอะไรแบบนี้กันเล่าโชคดีที่ภายหลังมีการสั่งอาหารจานอื่นเพิ่มมาอีกสองสามอย่าง ฮั่วสวินเจินเลยหยิบจับกินไปนิดหน่อย รสชาติก็ถือว่าใช้ได้ทีเดียวเมื่อเห็นเธอกินเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลียงเจียเหยียนก็ลุกขึ้นไปจ่ายเงินก่อนจะขับรถไปส่งเธอกลับบ้านพอมาถึงหน้าประตูหมู่บ้าน ภาพที่เห็นคือโสงเจี๋ยกำลังจูงมือเหลียนฮว่า เดินเล่นกันอยู่บริเวณสนามเด็กเล่นภายในหมู่บ้านเหลียนฮว่าเหลือบมาเห็นฮั่วสวินเจินลงจากรถพอดี จึงวิ่งปรี่เข้าไปกอดขาเธอไว้แน่น “คุณอาเล็ก กลับมาแล้วเหรอคะ!”เหลียนฮว่าโตขึ้นและสูงขึ้นกว่าเดิมมากเธอหันขวับไปก็มองเห็นเหลียงเจียเหยียนที่นั่งอยู่ภายในรถเข้าพอดี“นี่คือคุณอาเขยเล็กเหรอคะ?”ฮั่วสวินเจิน “...ไม่ใช่จ่ะ”“แต่คุณพ่อบอกว่ามีแค่คุณแม่เท่านั้นที่นั่งเบาะข้างคนขับของพ่อได้นี่นา คุณอาเล็กนั่งอยู่เบาะข้างคนขับของลุงคนนี้ ทำไมถึงไม่ใช่คุณ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 710

    ฮั่วสวินเจินกำลังยุ่งอยู่กับการทำงานบาดแผลบนลำคอของเธอกลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งบริษัทไปเสียแล้วเดินไปทางไหนก็มีแต่คนเอ่ยปากถามไถ่ว่าเป็นอะไรจนชั่วขณะหนึ่งเธอแทบจะกลายเป็นเป้าหมายในการปกป้องเป็นพิเศษของบริษัทไปโดยปริยายฮั่วสวินเจินจึงตัดสินใจหยิบผ้าพันคอจากสวี่เพียวเพียวมาพันรอบคอไว้เพื่ออำพรางสวี่เพียวเพียวมองดูแล้วเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี “ผู้อำนวยการฮั่ว วันนี้ข้างนอกสามสิบแปดองศานะ จะเอาผ้าพันคอมาพันคอไว้แบบนี้มันจะเหมาะเหรอ?”“นี่เขาเรียกว่าแฟชั่นต่างหากล่ะ”เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ คนในตระกูลฮั่วรู้กันหมดทั้งบ้านแล้วสวี่เพียวเพียวถูกปลุกให้ตื่นขึ้นกลางดึกเพราะการขยับตัวลุกขึ้นของฮั่วจี้เซิน และหลังจากรู้ว่าฮั่วสวินเจินไม่ได้เป็นอะไรมาก เธอถึงได้นอนหลับต่อได้อย่างสนิทใจตลอดช่วงครึ่งหลังของคืนเธอมองรอยคล้ำใต้ดวงตาของฮั่วสวินเจินที่เห็นเด่นชัด“จะลาหยุด แล้วกลับไปพักผ่อนสักหน่อยไหม?”“ไม่ต้องหรอกค่ะ งานกองเป็นภูเขาคอยฉันอยู่ แค่แผลถลอกปอกเปิกนิดหน่อยเอง”แม้ว่านิสัยส่วนตัวของฮั่วสวินเจินจะเอาแต่ใจและดื้อรั้นไปบ้าง แต่เธอกลับไม่ใช่คนสำออย ไม่ใช่พวกโรคเจ้าหญิงที่ร้

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 709

    “การพาคุณมาโรงพยาบาลเนี่ย ไม่ใช่”“ฉันไม่ได้เรียกร้องให้คุณพามาสักหน่อย”เหลียงเจียเหยียนถึงกับหลุดขำออกมานั่นสิ เธอไม่ได้เรียกร้อง เป็นเขาเองต่างหากที่ปล่อยวางไม่ได้ เป็นห่วงกลัวว่าเธอจะได้รับบาดเจ็บแล้วตัวเองจะดูแลไม่ทั่วถึง จนทิ้งร่องรอยความเจ็บป่วยอะไรเอาไว้เขาเห็นว่ายาขี้ผึ้งบนลำคอของฮั่วสวินเจินเริ่มแห้งพอดีแล้ว จึงปล่อยเส้นผมของเธอลง ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วปัดฝุ่นตามเนื้อตัวเบา ๆ “ถือซะว่าผมคิดไปเองก็แล้วกัน ไปกันเถอะ น้องภรรยา”น้ำเสียงนั้นเจือความเอ็นดูอยู่หลายส่วน ซึ่งแม้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำขากลับยังคงเป็นเหลียงเจียเหยียนที่รับหน้าที่ขับรถภายในรถ โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นเมื่อกดรับสาย เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังลอดออกมาจากปลายสาย “เจียเหยียนเหรอ? ได้ข่าวว่ากำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งแล้วนี่? ยินดีด้วยนะคะ ไปสังกัดหน่วยงานไหนเหรอคะ?”“ในเขตครับ”“เขตของเมืองไหนเหรอคะ? ถ้าคุณกลับมาเมืองเอแล้ว มากินข้าวด้วยกันสักมื้อได้ไหมคะ?”ฮั่วสวินเจินเหลือบมองเวลาบนหน้าจอตีหนึ่งพอดีโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาในเวลานี้ แถมยังเป็นเพศตรงข้าม และน้ำเสียงที่พูดจามีคว

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status