Share

เจ้านายสายฟ้าแลบ
เจ้านายสายฟ้าแลบ
Author: เจ้าเหมียวแวววาว

บทที่ 1

Author: เจ้าเหมียวแวววาว
สวี่เพียวเพียวไม่เคยคิดเลยว่า เจ้านายคนใหม่ที่ถูกส่งตัวมาแบบสายฟ้าแลบคนนั้น จะเป็นพ่อแท้ ๆ ของลูกสาวเธอ

หากรู้ล่วงหน้าว่าจะต้องมาเจอฮั่วจี้เซินที่นี่ ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร เธอก็จะไม่มีวันย่างกรายเข้ามาในบริษัทนี้เด็ดขาด

เมื่อไม่กี่วันก่อน ทั้งแผนกวุ่นวายกันยกใหญ่เรื่องเจ้านายหนุ่มผู้มีอนาคตไกลจะถูกส่งลงมา

ได้ยินมาว่าเขาเป็นคุณชายจากตระกูลประธานกลุ่มบริษัทที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด

ชีวประวัติแต่ละบรรทัดยาวเหยียดเกินกว่าที่มนุษย์เงินเดือนทั่วไปอย่างพวกเขาจะไล่ตามทัน

ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ในห้องประชุมล้วงกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่ง ชุดสูทสั่งตัดอย่างประณีตช่วยเสริมบุคลิกที่สง่างามและภูมิฐาน ขับเน้นให้เห็นถึงรูปร่างสูงโปร่งของเขาอย่างชัดเจน ความอ่อนวัยในอดีตถูกขัดเกลาจนกลายเป็นความเฉียบคม แม้อายุยังน้อยแต่กลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่น่าเกรงขาม

มือที่เห็นข้อกระดูกชัดเจนถือรีโมตคอนโทรลขณะอธิบายข้อมูลบน PPT อย่างคล่องแคล่ว

เสียงทุ้มกังวานสะท้อนไปทั่วห้องประชุม

ทุกคนต่างพากันกลั้นหายใจ เพราะกลัวว่าจะทำอะไรให้เจ้านายคนใหม่เสียความรู้สึกตั้งแต่ครั้งแรก

สวี่เพียวเพียวแทบอยากจะก้มหัวให้จมดิน

แต่น่าเสียดายที่พื้นห้องประชุมถูกขัดจนเงาวับ นอกจากจะไม่มีซอกหลืบให้เธอซ่อนตัวแล้ว มันยังสะท้อนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกระอักกระอวนของเธอออกมาอย่างชัดเจน

เธอรู้ว่าเครือบริษัทนี้แซ่ฮั่ว แต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็น “ฮั่ว” เดียวกับฮั่วจี้เซิน

สวี่เพียวเพียวเกร็งจนปลายเท้าจิกพื้น เหงื่อเย็น ๆ ซึมเต็มแผ่นหลัง

ความรู้สึกอึดอัดโถมเข้าใส่จนแทบหายใจไม่ออก

สามปีแล้ว

สามปีที่ไม่ได้เจอกัน และสามปีแล้วที่เลิกรากันไป

“ใครเป็นคนดูแลโปรเจกต์นี้?”

เสียงทุ้มที่เย็นชาและห่างเหินดังมาจากบนเวที สายตาของชายหนุ่มจ้องมองลงมายังพนักงานทุกคน ทันใดนั้นบรรยากาศพลันเงียบสงัดราวกับป่าช้า ไม่มีใครกล้าส่งเสียง

ฮั่วจี้เซินขมวดคิ้วมุ่นแล้วเร่งเสียงให้ดังขึ้น

“แม้แต่โปรเจกต์ที่ตัวเองรับผิดชอบก็จำไม่ได้งั้นเหรอ?”

เพื่อนร่วมงานที่นั่งข้าง ๆ สวี่เพียวเพียวลุกขึ้นยืนด้วยอาการสั่นเทา แล้วเอ่ยอย่างหวาดกลัวสุดขีด “ผะ...ผมเองครับ คุณฮั่ว”

ไม่รู้ว่าเข้าใจผิดไปเองไหม แต่วินาทีที่สวี่เพียวเพียวเงยหน้าขึ้น ดูเหมือนสายตาของเธอจะประสานเข้ากับสายตาของฮั่วจี้เซิน

ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวพลันจับตัวเป็นน้ำแข็งจนเธอลืมหายใจไปชั่วขณะ

ฮั่วจี้เซินละสายตาไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร “เนื้อหาพวกนี้ต้องไปปรับปรุงใหม่ ทำออกมาแบบนี้ กล้าส่งมาได้ยังไง?”

จากนั้นสวี่เพียวเพียวจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่

เขาคงไม่ได้สังเกตเห็นเธอหรอก

สวี่เพียวเพียวในตอนนี้แตกต่างกันกับเมื่อสามปีที่แล้วอย่างสิ้นเชิง

เธอก้มหน้าลงและพยายามหดตัวให้เล็กที่สุดเพื่อไม่ให้เขาสังเกตเห็น

แต่แล้วจู่ ๆ สายตาที่จดจ้องอยู่ที่พื้น กลับเห็นรองเท้าหนังแบรนด์เนมขัดเงาวับคู่หนึ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ

สวี่เพียวเพียวพลันรู้สึกเหมือนถูกโยนลงกลางทะเลลึก น้ำเค็มซัดสาดกลืนกินลมหายใจจนมือเท้าชาหนึบ

ฮั่วจี้เซินมายืนอยู่ข้างเธอแล้ว

เพื่อนร่วมงานพยายามอธิบาย “คุณฮั่วครับ โปรเจกต์นี้ผ่านการตอบรับจากลูกค้าแล้ว...”

ฮั่วจี้เซินเงยหน้าขึ้นพร้อมกับโยนรีโมตในมือลงบนโต๊ะ นัยน์ตาดำขลับจ้องมองไปที่เพื่อนร่วมงานคนนั้นด้วยแววตาเย็นยะเยือกและกล่าวเน้นทีละคำว่า “แผนงานที่ไม่สมบูรณ์ก็คือไม่สมบูรณ์ การเอาลูกค้ามาเป็นข้ออ้างคือมาตรฐานของคุณเหรอ?”

“หรือคุณคิดว่าการทำงานคือการเล่นขายของ?”

สายตาคู่นั้นในเวลานี้เต็มไปด้วยความดูถูกและกดดันอย่างยิ่ง

ทว่ามันไม่ได้จ้องมองไปที่เพื่อนร่วมงานที่กำลังรายงานอยู่ของสวี่เพียวเพียว แต่มัน... กำลังจ้องมองมาที่เธอ

ทุกคนต่างก้มหน้ามองหลังเท้าตัวเองด้วยความกลัวว่าความโกรธของคุณฮั่วจะลามมาถึงพวกกระจอก ๆ อย่างพวกเขา

สวี่เพียวเพียวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ

พยายามสงบสติอารมณ์ให้ได้มากที่สุด

จนกระทั่งฮั่วจี้เซินพูดทิ้งท้ายว่า “ไปแก้มาใหม่แล้วค่อยส่งมา”

“ครับ/ค่ะ คุณฮั่ว”

ในขณะที่ทุกคนถอนหายใจอย่างโล่งอก สายตาของฮั่วจี้เซินก็เลื่อนมาหยุดที่สวี่เพียวเพียว

ใบหน้านั้นยังคงสวยงามเหมือนเดิม เพียงแต่ซูบผอมลงไปมาก

ตอนนี้เธออยู่ในชุดทำงานรัดกุม ผมทัดหูอย่างเรียบร้อย ผิวพรรณยังคงขาวผ่องเหมือนแต่ก่อน แต่รอยหมองคล้ำใต้ตาและความเหนื่อยล้านั้นไม่อาจซ่อนเร้นได้

เธอยังคงไม่มองเขา

ฮั่วจี้เซินยกยิ้มอย่างเย็นชาและกล่าวว่า “ถ้าคราวหน้ายังเอาแผนงานชุ่ย ๆ แบบนี้มาส่งอีก ก็เตรียมรับผลที่ตามมาด้วย”

นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะตรงหน้าสวี่เพียวเพียวอย่างไม่เป็นจังหวะ

ซึ่งเธอรู้ดีว่ามันหมายถึงเขากำลังอารมณ์ไม่ดีอย่างมาก

นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นซ่อนเร้นอารมณ์บางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง เพียงแค่ปรายตามองมาแวบเดียว ก็ทำเอาสวี่เพียวเพียวถึงกับมือไม้สั่นและมีเหงื่อซึมเต็มฝ่ามือ

โชคดีที่เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ และเปลี่ยนไปซักถามความคืบหน้าของโครงการอื่นแทน

สวี่เพียวเพียวรู้สึกได้ว่าขาสั่นพั่บ ๆ จนแทบจะยืนไม่อยู่

หลังจบการประชุม

สวี่เพียวเพียวเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานพร้อมกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ เธอต้องดื่มน้ำไปครึ่งแก้วถึงสงบสติอารมณ์ลงได้

เพราะโปรเจกต์ของทีมสวี่เพียวเพียวก็โดนฮั่วจี้เซินจับผิดเช่นกัน

คราวนี้ดูเหมือนพนักงานแทบทั้งแผนกจะต้องอยู่ทำโอทีกันถ้วนหน้า

เพื่อนร่วมงานที่อยู่ข้าง ๆ โอดครวญขึ้นมาว่า “เจ้านายใหม่ไฟแรงจริง ๆ สงสัยพวกเราจะโดนเชือดไก่ให้ลิงดูซะแล้ว เพียวเพียว เธอรู้ไหมว่าทำไมคุณฮั่วถึงมายืนกดดันอยู่ข้างพวกเราตลอดเลย? ฉันนี่แทบหัวใจวายตาย!”

สวี่เพียวเพียวชะงักงันไปครู่หนึ่ง

ตอนแรกเธอคิดว่าเขามายืนตรงนั้นเพื่อจะได้ยินคำตอบของเพื่อนร่วมงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

แต่พอถึงคิวทีมอื่นรายงาน เขาก็ยังไม่ไปไหน

ยังคงยืนนิ่งอยู่ข้างกายสวี่เพียวเพียวตลอดเวลา

สวี่เพียวเพียวไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า พอเลิกประชุมก็รีบหนีออกมาทันที ไม่กล้าแม้แต่จะปรายตาไปมองเขา

แต่ดูจากท่าทีของฮั่วจี้เซินแล้ว เขาคงจะลืมอดีตที่แสนสั้นและบ้าบอระหว่างพวกเขาไปแล้วล่ะมั้ง

เพราะไม่อย่างนั้น เขาจะมายืนอยู่ข้างเธอเฉย ๆ แบบนั้นทำไม

มีแต่คนที่ไม่แคร์แล้วเท่านั้นที่จะทำตัวเป็นปกติราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ขนาดนี้

ในอดีต ฮั่วจี้เซินเป็นดั่งดอกไม้บนยอดเขาที่สูงเสียดฟ้าของคณะเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเอ เขาได้ครองตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยติดต่อกันถึงสี่ปี

และเรื่องราวความรักของเขากับสวี่เพียวเพียว ซึ่งเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลสวี่ก็สร้างความตกตะลึงไปทั่ว

ในตอนนั้น ใคร ๆ ต่างก็ลือกันว่าเธอเลี้ยงฮั่วจี้เซิน โดยใช้เงินฟาดหัวเพื่อให้เขามาขายตัวขายใจให้เธอ

แม้แต่สวี่เพียวเพียวเองก็คิดแบบนั้น

เพราะในตอนนั้นฮั่วจี้เซินดูเหมือนนักศึกษาที่ยากจนข้นแค้น แต่เขาก็ไม่เคยรับเงินที่เธอให้เลยสักครั้ง

จนกระทั่งวันเกิดของเขา สวี่เพียวเพียวแอบล็อกอินเข้าบัญชีแอปฯ ชอปปิ้งของเขา เพราะอยากรู้ว่าเขากดสินค้าชิ้นไหนใส่ตะกร้าทิ้งไว้บ้าง ถ้าเป็นของที่หรูหรา แต่เขาไม่กล้าซื้อ เธอก็จะเป็นคนเปย์ให้เขาเอง

แต่ผลปรากฏว่า เธอเห็นแชทส่วนตัวระหว่างเขากับคนอื่น

ซึ่งอีกฝ่ายเรียกเขาอย่างสนิทสนมว่าพี่เซิน

แถมยังบอกว่าเขาดูไม่เหมือนคนที่จะไปชอบคนอย่างสวี่เพียวเพียวได้เลย

วินาทีนั้นสวี่เพียวเพียวรู้สึกเหมือนถูกสาดด้วยน้ำแข็งเย็นจัดจนชาไปทั้งตัว

แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อฮั่วจี้เซินไม่ได้ตอบแชทนั้น เธอจึงยังคงซื้อของขวัญให้เขาต่อไป

เมื่อฮั่วจี้เซินได้รับของขวัญในงานวันเกิด เขากลับไม่รู้สึกประหลาดใจหรือดีใจเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่พูดคำว่าขอบคุณด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ คำเดียว

ในระหว่างที่เธอขอตัวไปเข้าห้องน้ำ สวี่เพียวเพียวก็ถือโอกาสไปเช็คบิลทั้งหมด

แต่เมื่อเดินกลับมา เธอก็ได้ยินเสียงเหน็บแนมถากถางดังออกมาจากในห้องวีไอพี

“ถ้าไม่ใช่เพราะคุณหนูสวี่หน้าด้าน คอยวิ่งตามตื้อพี่เซิน พี่เซินจะยอมทนอยู่กับผู้หญิงที่รสนิยมต่ำแบบนั้นได้ยังไง”

“นั่นสิ นึกว่ามีเงินไม่กี่บาทแล้วจะทำตัวกร่างยังไงก็ได้เหรอ”

แล้วเธอก็ได้ยินประโยคหนึ่งจากปากฮั่วจี้เซินดังเข้าหูอย่างชัดเจน “ฉันก็ไม่ได้เห็นสวี่เพียวเพียวสำคัญอะไรขนาดนั้น”

ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเยาะโห่ฮารอบข้างดังกลบปลายเสียงของเขาไปจนหมด

“นั่นไง! ฉันบอกแล้วว่าพี่เซินไม่มีทางชายตามองพวกเศรษฐีใหม่แบบนั้นหรอก!”

สวี่เพียวเพียวไม่มีวันลืมความรู้สึกในตอนนั้นได้เลย เธอเจ็บปวดจนหายใจไม่ออก มือเท้าชาหนึบเหมือนโดนไฟฟ้าช็อตอย่างไงอย่างงั้น

ประจวบเหมาะกับที่บ้านเกิดเรื่องพอดี พ่อของเธอจึงส่งเธอไปต่างประเทศ

และไปนานถึงสามปี

แต่ใครจะไปคิดว่าสามปีให้หลัง เจ้านายที่ถูกส่งตัวมาแบบสายฟ้าแลบจะเป็นฮั่วจี้เซิน?

ต่อให้ตายเธอก็คิดไม่ถึงว่า ฮั่วจี้เซินที่เคยต้องทำงานพาร์ทไทม์และอาศัยเงินทุนการศึกษาเพื่อประทังชีวิต จะกลายเป็นทายาทเพียงคนเดียวของฮั่วซื่อกรุ๊ป

แต่ดูจากท่าทางของเขาเมื่อครู่แล้ว บางที เขาคงตั้งใจจะทำตัวเป็นคนแปลกหน้ากับเธอ

แบบนี้ก็ดี ดีแล้วจริง ๆ

ฮั่วจี้เซินนั่งบนโซฟาหนังนุ่มราคาแพง นิ้วเรียวยาวคลิกเมาส์ไล่ดูข้อมูลพนักงานทุกคน

ซึ่งมีชื่อของสวี่เพียวเพียวอยู่ในนั้น

เธอมาทำงานที่นี่ได้หนึ่งปีแล้ว ด้วยประวัติที่โดดเด่นและความสามารถในการทำงานทำให้เธอได้บรรจุเป็นพนักงานประจำและเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าทีมโปรเจกต์ในเวลาเพียงปีเดียว

ฮั่วจี้เซินเคาะนิ้วมือที่เห็นข้อชัดลงบนหน้าโต๊ะครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยสีหน้าบึ้งตึง

เซ่ามู่ ผู้เป็นเลขาฯ ยืนอยู่ข้าง ๆ คอยสังเกตสีหน้าของเจ้านายท่านนี้ “คุณฮั่วมีอะไรจะสั่งไหมครับ?”

ฮั่วจี้เซินยกถ้วยกาแฟข้างมือขึ้นแล้วจิบอย่างสง่างาม ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ฉันเพิ่งมาใหม่ ยังไม่คุ้นกับโปรเจกต์เท่าไหร่ ช่วยแนะนำหัวหน้าทีมเหล่านี้หน่อย”

เซ่ามู่เข้าใจและแนะนำไปทีละคน

จนถึงคนสุดท้ายคือสวี่เพียวเพียว

“เสี่ยวสวี่ อายุยังน้อย เพิ่งย้ายมาสำนักงานใหญ่ได้ปีเดียว ก่อนหน้านี้ทำที่สาขาต่างประเทศ ผลงานยอดเยี่ยมมากครับ”

ยอดเยี่ยมงั้นเหรอ?

ฮั่วจี้เซินเหยียดยิ้มอย่างดูแคลน

คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลสวี่ในความทรงจำของเขาจะยอมลดตัวลงมาทำงานอย่างนั้นหรือ?

ยากจะเชื่อว่าผลงานที่เรียกกันว่ายอดเยี่ยมเหล่านั้นจะไม่ได้ใช้เงินของตระกูลสวี่ซื้อมา

เพราะเธอชอบใช้เงินดูหมิ่นคนอื่นอยู่แล้ว

และยิ่งชอบที่สุดคือ เมื่อความรู้สึกถึงจุดสูงสุดก็จากไปโดยไม่กล่าวคำอำลา

เมื่อเห็นฮั่วจี้เซินไม่พูดอะไร เซ่ามู่จึงอ่านสีหน้าต่อและพูดต่อว่า “โปรเจกต์นี้เสี่ยวสวี่เป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด คณะกรรมการก็ให้ความสำคัญมากครับ”

เซ่ามู่ลอบถอนหายใจเบา ๆ

ก่อนหน้านี้ตอนที่สวี่เพียวเพียวมาฝึกงาน เธออยู่ภายใต้การดูแลของเซ่ามู่มาตลอด และเขาก็นับว่าเป็นคนปั้นเธอขึ้นมาด้วยตัวเอง

เขาชื่นชมคนหนุ่มสาวแบบสวี่เพียวเพียวที่ไม่พูดมาก ไม่สร้างปัญหา ทำงานเป็นระบบและมีความสามารถ

ก็เลยอดไม่ได้ที่จะพูดแทนเธอสองสามประโยค

“ถ้าเธอทำได้ไม่ดี คุณฮั่วก็ดุเธอได้เต็มที่เลยนะครับ แต่แค่ให้โอกาสเธอสักครั้งก็พอครับ”

ฮั่วจี้เซินเงยหน้าขึ้นอย่างเย็นชาพร้อมยกเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย ในแววตานั้นเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกที่ใครเห็นก็รู้สึกหนาวสะท้าน

เพิ่งมาได้แค่ปีเดียว ก็มีคนออกหน้าพูดแทนเธอแล้วหรือ?

ดูเหมือนว่าเธอยังคงเก่งเรื่องการกุมใจคนเหมือนเดิมไม่มีผิด

เซ่ามู่ไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าของฮั่วจี้เซิน

ถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า “ฐานะทางบ้านของเสี่ยวสวี่ไม่ดี พ่อเสียแล้ว แม่ยังมาป่วยหนัก แถมยังมีลูกสาวตัวเล็ก ๆ ที่ต้องเลี้ยงดู และเด็กก็สุขภาพไม่ค่อยดี แถมสามีของเธอยัง…”

ฮั่วจี้เซินขัดขึ้นอย่างเย็นชา ปรายตามองด้วยสายตาคมกริบหนึ่งที

“เซ่ามู่ ฉันจ่ายเงินเดือนให้นายมาเพื่อให้นายนินทาคนอื่นเหรอ?”

เซ่ามู่สะดุ้งเฮือกใหญ่และรีบขอโทษซ้ำ ๆ เมื่อเห็นว่าฮั่วจี้เซินไม่ได้คิดจะเอาเรื่อง จึงโค้งตัวแล้วออกจากห้องทำงานไป

ตอนนี้เขายังจับอารมณ์ของคุณฮั่วคนนี้ไม่ถูก ดูท่าหลังจากนี้ต้องระวังตัวให้มากกว่านี้

ห้องทำงานกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง

ฮั่วจี้เซินเช็ดคราบกาแฟที่เผลอหกออกไปเมื่อครู่ จากนั้นเลื่อนเมาส์ลากหน้าจอลงมา

แล้วคลิกเข้าไปที่แฟ้มข้อมูลพนักงานของสวี่เพียวเพียว

รูปถ่ายติดบัตรยังเป็นตอนสมัยมหาวิทยาลัย ตอนที่เธอคะยั้นคะยอลากเขาไปถ่ายด้วยกัน

เขาเลื่อนลงไปเรื่อย ๆ จนถึงช่องสถานภาพการสมรส...

สถานภาพ: สมรส
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
พิศสมัย
อ่านเริ่มต้นก็สนุกแล้ว
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 402

    “ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันน่ะ? ทั้งที่มีลูกติดมาด้วยแท้ ๆ แต่กลับคว้าตัวคุณฮั่วจี้เซินไปครองได้เฉยเลย”“หน้าตาก็พอใช้ได้อยู่หรอก แต่ไม่รู้ว่าใช้เล่ห์เหลี่ยมชั้นต่ำแค่ไหนไต่เต้าขึ้นมา”หญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่มแค่นหัวเราะออกมาอย่างเหยียดหยาม“ถ้าคิดจะฝากชีวิตไว้กับเขาก็ถือว่าคำนวณพลาดไปถนัดใจ คอยดูเถอะไม่รู้ว่าจะโดนเขี่ยทิ้งวันไหน ตระกูลฮั่วไม่ใช่ตระกูลเศรษฐีที่ใครจะมาเกาะกินได้ง่าย ๆ เสียหน่อย”“พวกผู้หญิงประเภทนี้ก็เหมือนกันหมดไม่ใช่หรือไง? นึกว่าแค่มีรูปร่างหน้าตาเข้าหน่อย ก็จะเอาไว้สยบผู้ชายได้ทั้งโลกแล้วมั้ง”เยี่ยนชิวหันขวับไปตามเสียงทันทีเธอโกรธจนต้องขบกรามแน่นจนเป็นสันนูนคนพวกนี้มีสิทธิ์อะไรมาพาดพิงถึงเพียวเพียว!ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะถลาเข้าไปโต้ตอบ สายตากลับเหลือบเห็นผู้หญิงสองคนนั้นเดินตรงไปยังกลุ่มของโสงเจี๋ยเสียก่อนทั้งคู่ประโคมแต่งด้วยเครื่องเพชรนิลจินดาระยิบระยับ หากกะเกณฑ์มูลค่าของนอกกายเหล่านั้นดูแล้ว คงรวมกันไม่ต่ำกว่าหลักล้านเป็นแน่ภาพความหรูหราตรงหน้าบีบให้เยี่ยนชิวต้องจำใจกลืนก้อนความโกรธแค้นกลับลงคอเจี่ยนหลินเอ่ย “เธอจะทำอะไรน่ะ?”“ฉันโมโหจนอยากจะถลาเ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 401

    พอนึกถึงคำเรียกพวกนั้นทีไร ใบหน้าของสวี่เพียวเพียวพลันร้อนผ่าวลามไปถึงใบหูทุกทีก็ทุกคำที่เขาเรียกน่ะ ล้วนถูกกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูในยามที่อารมณ์รักพุ่งพล่านถึงขีดสุดทั้งนั้นและมันมักจะกลายเป็นสวิตช์ที่ทำให้เธอสูญเสียการควบคุมตัวเองไปเสียทุกครั้ง เพียงแค่เขาพึมพำเรียกเธอว่า เบ๊บ ออกมาคำเดียว สมองเธอก็ขาวโพลนจนพร้อมจะจมดิ่งลงไปในวังวนของเขาอย่างว่าง่ายและต้องลงเอยด้วยการรับศึกหนักเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหวเสมอไปสวี่เพียวเพียวรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลือทุบลงบนแผงอกแกร่งของฮั่วจี้เซิน“ลงไปข้างล่างได้แล้ว”แขกเหรื่อตั้งมากมายกำลังรออยู่ฮั่วจี้เซินกุมมือเรียวของเธอขึ้น ก่อนจะบรรจงจุมพิตลงบนหลังมืออย่างแผ่วเบาแววตาของเขาในยามนี้ราวกับมีแสงจันทร์ทอประกายอยู่ภายใน มันทั้งอ่อนโยนและสั่นระริกไปด้วยความรัก“ค้าบ”เมื่อทั้งคู่เดินเคียงคู่กันลงมายังห้องโถงด้านล่าง ฮั่วหงจึงประกาศเริ่มงานเลี้ยงวันเกิดอย่างเป็นทางการทันที“วันนี้ ผมยังขอถือโอกาสประกาศเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งว่า ผมตัดสินใจที่จะโอนหุ้นทั้งหมดที่ถือครองอยู่ให้กับอาเซิน ลูกชายของผม และหลังจากวันนี้เป็นต้นไป ผมจะวางมือจากการ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 400

    ใบหน้าของคุณปู่ฮั่วนั้นขึ้นชื่อเรื่องความเคร่งขรึมและดุดันด้วยหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นอยู่ตลอดเวลาบวกกับบุคลิกเจ้าระเบียบพูดน้อย แถมมุมปากยังคว่ำลง มันคือลักษณะใบหน้าประเภทที่เด็กคนไหนเห็นเข้าเป็นต้องขวัญผวาเด็กหลายคนในตระกูลฮั่ว แค่เผลอสบสายตาคุณปู่เข้าเพียงเสี้ยววินาที ก็อดไม่ได้ที่จะแผดเสียงร้องไห้ออกมาทว่าเหลียนฮว่ากลับนิ่งสนิทถึงแม้ลึก ๆ ในใจจะแอบตำหนิอย่างซื่อตรงว่าคุณปู่ทวดคนนี้หน้าตาจะไม่ค่อยน่ามองเท่าไหร่นัก แต่กลับไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวหรือเสียขวัญเลยแม้แต่น้อยในฐานะลูกสาวของฮั่วจี้เซินและสวี่เพียวเพียว เหลียนฮว่าได้รับเอายีนเด่นและข้อดีของทั้งพ่อและแม่มาอย่างครบถ้วนไม่มีตกหล่นสวี่เพียวเพียวในวัยเยาว์นั้นขึ้นชื่อเรื่องความร่าเริงแจ่มใสและซุกซนขี้เล่นส่วนฮั่วจี้เซินนั้นก็เปี่ยมไปด้วยความสงบนิ่งและรู้จักกาลเทศะมาแต่ไหนแต่ไร เขามักจะสุขุมและไม่แสดงอารมณ์ที่รุนแรงออกมาพร่ำเพรื่อสุดท้ายกลับกลายเป็นคุณปู่ฮั่วเสียเองที่เริ่มทนรับแรงกดดันไม่ไหวจนต้องกระแอมไอออกมาคำหนึ่ง“ฮั่วหง ยัยหนูนี่ชื่ออะไร?”“ฮว่าฮว่าครับ”ฮั่วหงเอ่ยตอบเพียงชื่อเล่นสั้น ๆ โดยจงใจไม่ยอมบอก

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 399

    นั่นเป็นเพราะความรู้สึกที่เธอมีให้เขานั้น แม้จะยังหลงเหลืออยู่บ้าง แต่มันก็ไม่ได้ลึกซึ้งดั่งวันวานที่เคยเป็นมาการวิ่งตามหาสิ่งที่ทำหล่นหายไปตามกาลเวลา แน่นอนว่ามันทั้งดูทุลักทุเลและยากลำบากทว่าเขากลับเป็นคนโลภคนหนึ่ง เขาอดไม่ได้ที่จะปรารถนาจะครอบครองทุกเศษเสี้ยวความเป็นตัวเธอไว้เพียงผู้เดียวน้ำเสียงของฮั่วจี้เซินที่ดังอยู่ข้างหูฟังดูอู้อี้และสั่นพร่า“ที่รัก เมื่อไหร่จะยอมให้เปิดตัวอย่างเป็นทางการสักที?”“ไม่ใช่ว่าเปิดตัวแล้วเหรอ?”ในความเป็นจริงตอนนี้ นอกจากเรื่องที่เขายังไม่ได้ประกาศว่าเจ้าสาวผู้โชคดีคนนั้นคือใคร คนทั้งโลกต่างก็รับรู้กันหมดแล้วว่าฮั่วจี้เซินแต่งงานแล้วจะมีผู้ชายคนไหนในแวดวงสังคมที่กล้าอวดแหวนแต่งงานต่อหน้าสื่ออย่างออกนอกหน้าได้เท่าเขาอีกล่ะทั้งที่มูลค่าของแหวนวงนั้นเทียบไม่ได้เลยกับชุดสูทหรูที่เขาสวมใส่ในวันนั้นเสียด้วยซ้ำแต่เขากลับทะนุถนอมมันราวกับอัญมณีที่ล้ำค่าที่สุดในโลกฮั่วจี้เซินส่ายหัวเบา ๆ “มันไม่เหมือน ฉันอยากประกาศให้คนทั้งโลกได้รับรู้ว่าเธอคือภรรยาของฉันอย่างภาคภูมิใจ”“ตอนนี้ยังก่อนดีกว่านะ ฉันยังมีงานต้องทำอีกเยอะ”สวี่เพียวเพียวยังไ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 398

    เฒ่าทั้งสองดูท่าจะนอนไม่หลับกันจริง ๆ เสียด้วยตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา จิตใจของพวกเขามัวแต่จดจ่ออยู่กับการคัดเลือกชุดที่เหมาะสมที่สุด และวางแผนว่าจะแต่งตัวอย่างไรเพราะสำหรับพวกเขาแล้ว นี่คือวันเกิดครั้งแรกของเหลียนฮว่าภายใต้ชายคาบ้านตระกูลฮั่วและตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เด็กน้อยคนนี้จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการให้ญาติสนิทมิตรสหายและผู้คนในแวดวงสังคมได้รู้จัก ทุกคนจะได้รับรู้โดยทั่วกันว่าตระกูลฮั่วได้มีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมาแล้วเธอคือหลานสาวคนโตที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของฮั่วหง และเป็นลูกสาวคนแรกในชีวิตของฮั่วจี้เซินเพียงแค่จินตนาการถึงภาพเหตุการณ์ในวันพรุ่งนี้ โสงเจี๋ยก็ตื่นเต้นจนไม่อาจข่มตาลงได้หัวใจของเธอพองโตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!“นี่เหล่าฮั่ว หรือว่าฉันควรจะใส่กี่เพ้าผ้ากำมะหยี่ตัวนั้น คู่กับเสื้อโค้ทที่สั่งตัดมาคราวก่อนดี? ฉันว่ามันดูเรียบง่ายดีนะ จะได้ไม่ไปแย่งซีนใครในงาน”พูดจบเธอก็ทำท่าจะผุดลุกขึ้นมุ่งหน้าไปยังห้องแต่งตัวเพื่อรื้อหาชุดทันที ราวกับตั้งใจจะลองสวมให้ดูเดี๋ยวนั้นเพื่อความมั่นใจ“แต่งแบบนั้น คุณกะจะไปขึ้นเวทีร้องเพลงแถวเซี่ยงไฮ้ยุคเก่าหรือไงกัน?”โสงเ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 397

    “...ใครนะ? เมื่อกี้เธอพูดถึงใครน่ะ?”“ก็คุณชายเล็กตระกูลซาไงคะ เท่าที่ฉันสังเกตดู เขาดูจะดูแลคุณดีมากเลยไม่ใช่เหรอคะ?”ฮั่วสวินเจินหันขวับมามองซูหว่านด้วยสายตาเบิกกว้าง คล้ายจะถามกลับว่า นี่คุณกำลังเข้าใจอะไรผิดไปใหญ่หรือเปล่า“เขาดูแลฉันน่ะมันก็ถูกแล้วค่ะ! ก็แหม ตอนเด็ก ๆ เขาเกือบจะช็อกตายเพราะดันไปกินถั่ววอลนัทเข้า ก็ฉันนี่แหละที่เป็นคนช่วยชีวิตเขาเอาไว้!”ฮั่วสวินเจินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังทว่าแฝงความขำขัน“นี่มันยุคไหนสมัยไหนแล้ว การแต่งงานในหมู่ญาติสนิทน่ะเขาเลิกฮิตกันไปนานแล้ว! นี่ข่าวการปฏิรูปบ้านเมืองเขาไม่ได้แจ้งไปถึงบ้านเธอบ้างหรือไงคะ? ฉันว่าเธอต้องรีบกลับไปเรียนประวัติศาสตร์ยุคใหม่ด่วนเลยนะ”ซูหว่านถึงกับอึ้งกิมกี่ไปชั่วขณะ“ญาติสนิทงั้นเหรอคะ?”ฮั่วสวินเจินเอ่ยขยายความเพิ่ม“คุณย่าของพี่ซาน่ะ เป็นคุณย่าทวดแท้ ๆ ของฉันเลยนะ จริง ๆ แล้วตอนพี่ซาเกิดมาน่ะ เขาต้องใช้นามสกุลฮั่วด้วยซ้ำไป แต่เป็นเพราะทางตระกูลซาดันไปหาซินแสชื่อดังมา แล้วซินแสก็ทักว่าเด็กคนนี้ดวงมหาเศรษฐี พอรู้ว่าดวงดีขนาดนี้ ตระกูลซาเลยหัวเด็ดตีนขาดไม่ยอมให้เขาย้ายมาใช้นามสกุลบ้านเราเด็ดขาดเลยล่ะ”“ไม่อย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status