공유

เจ้านายสายฟ้าแลบ
เจ้านายสายฟ้าแลบ
작가: เจ้าเหมียวแวววาว

บทที่ 1

작가: เจ้าเหมียวแวววาว
สวี่เพียวเพียวไม่เคยคิดเลยว่า เจ้านายคนใหม่ที่ถูกส่งตัวมาแบบสายฟ้าแลบคนนั้น จะเป็นพ่อแท้ ๆ ของลูกสาวเธอ

หากรู้ล่วงหน้าว่าจะต้องมาเจอฮั่วจี้เซินที่นี่ ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร เธอก็จะไม่มีวันย่างกรายเข้ามาในบริษัทนี้เด็ดขาด

เมื่อไม่กี่วันก่อน ทั้งแผนกวุ่นวายกันยกใหญ่เรื่องเจ้านายหนุ่มผู้มีอนาคตไกลจะถูกส่งลงมา

ได้ยินมาว่าเขาเป็นคุณชายจากตระกูลประธานกลุ่มบริษัทที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด

ชีวประวัติแต่ละบรรทัดยาวเหยียดเกินกว่าที่มนุษย์เงินเดือนทั่วไปอย่างพวกเขาจะไล่ตามทัน

ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ในห้องประชุมล้วงกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่ง ชุดสูทสั่งตัดอย่างประณีตช่วยเสริมบุคลิกที่สง่างามและภูมิฐาน ขับเน้นให้เห็นถึงรูปร่างสูงโปร่งของเขาอย่างชัดเจน ความอ่อนวัยในอดีตถูกขัดเกลาจนกลายเป็นความเฉียบคม แม้อายุยังน้อยแต่กลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่น่าเกรงขาม

มือที่เห็นข้อกระดูกชัดเจนถือรีโมตคอนโทรลขณะอธิบายข้อมูลบน PPT อย่างคล่องแคล่ว

เสียงทุ้มกังวานสะท้อนไปทั่วห้องประชุม

ทุกคนต่างพากันกลั้นหายใจ เพราะกลัวว่าจะทำอะไรให้เจ้านายคนใหม่เสียความรู้สึกตั้งแต่ครั้งแรก

สวี่เพียวเพียวแทบอยากจะก้มหัวให้จมดิน

แต่น่าเสียดายที่พื้นห้องประชุมถูกขัดจนเงาวับ นอกจากจะไม่มีซอกหลืบให้เธอซ่อนตัวแล้ว มันยังสะท้อนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกระอักกระอวนของเธอออกมาอย่างชัดเจน

เธอรู้ว่าเครือบริษัทนี้แซ่ฮั่ว แต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็น “ฮั่ว” เดียวกับฮั่วจี้เซิน

สวี่เพียวเพียวเกร็งจนปลายเท้าจิกพื้น เหงื่อเย็น ๆ ซึมเต็มแผ่นหลัง

ความรู้สึกอึดอัดโถมเข้าใส่จนแทบหายใจไม่ออก

สามปีแล้ว

สามปีที่ไม่ได้เจอกัน และสามปีแล้วที่เลิกรากันไป

“ใครเป็นคนดูแลโปรเจกต์นี้?”

เสียงทุ้มที่เย็นชาและห่างเหินดังมาจากบนเวที สายตาของชายหนุ่มจ้องมองลงมายังพนักงานทุกคน ทันใดนั้นบรรยากาศพลันเงียบสงัดราวกับป่าช้า ไม่มีใครกล้าส่งเสียง

ฮั่วจี้เซินขมวดคิ้วมุ่นแล้วเร่งเสียงให้ดังขึ้น

“แม้แต่โปรเจกต์ที่ตัวเองรับผิดชอบก็จำไม่ได้งั้นเหรอ?”

เพื่อนร่วมงานที่นั่งข้าง ๆ สวี่เพียวเพียวลุกขึ้นยืนด้วยอาการสั่นเทา แล้วเอ่ยอย่างหวาดกลัวสุดขีด “ผะ...ผมเองครับ คุณฮั่ว”

ไม่รู้ว่าเข้าใจผิดไปเองไหม แต่วินาทีที่สวี่เพียวเพียวเงยหน้าขึ้น ดูเหมือนสายตาของเธอจะประสานเข้ากับสายตาของฮั่วจี้เซิน

ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวพลันจับตัวเป็นน้ำแข็งจนเธอลืมหายใจไปชั่วขณะ

ฮั่วจี้เซินละสายตาไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร “เนื้อหาพวกนี้ต้องไปปรับปรุงใหม่ ทำออกมาแบบนี้ กล้าส่งมาได้ยังไง?”

จากนั้นสวี่เพียวเพียวจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่

เขาคงไม่ได้สังเกตเห็นเธอหรอก

สวี่เพียวเพียวในตอนนี้แตกต่างกันกับเมื่อสามปีที่แล้วอย่างสิ้นเชิง

เธอก้มหน้าลงและพยายามหดตัวให้เล็กที่สุดเพื่อไม่ให้เขาสังเกตเห็น

แต่แล้วจู่ ๆ สายตาที่จดจ้องอยู่ที่พื้น กลับเห็นรองเท้าหนังแบรนด์เนมขัดเงาวับคู่หนึ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ

สวี่เพียวเพียวพลันรู้สึกเหมือนถูกโยนลงกลางทะเลลึก น้ำเค็มซัดสาดกลืนกินลมหายใจจนมือเท้าชาหนึบ

ฮั่วจี้เซินมายืนอยู่ข้างเธอแล้ว

เพื่อนร่วมงานพยายามอธิบาย “คุณฮั่วครับ โปรเจกต์นี้ผ่านการตอบรับจากลูกค้าแล้ว...”

ฮั่วจี้เซินเงยหน้าขึ้นพร้อมกับโยนรีโมตในมือลงบนโต๊ะ นัยน์ตาดำขลับจ้องมองไปที่เพื่อนร่วมงานคนนั้นด้วยแววตาเย็นยะเยือกและกล่าวเน้นทีละคำว่า “แผนงานที่ไม่สมบูรณ์ก็คือไม่สมบูรณ์ การเอาลูกค้ามาเป็นข้ออ้างคือมาตรฐานของคุณเหรอ?”

“หรือคุณคิดว่าการทำงานคือการเล่นขายของ?”

สายตาคู่นั้นในเวลานี้เต็มไปด้วยความดูถูกและกดดันอย่างยิ่ง

ทว่ามันไม่ได้จ้องมองไปที่เพื่อนร่วมงานที่กำลังรายงานอยู่ของสวี่เพียวเพียว แต่มัน... กำลังจ้องมองมาที่เธอ

ทุกคนต่างก้มหน้ามองหลังเท้าตัวเองด้วยความกลัวว่าความโกรธของคุณฮั่วจะลามมาถึงพวกกระจอก ๆ อย่างพวกเขา

สวี่เพียวเพียวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ

พยายามสงบสติอารมณ์ให้ได้มากที่สุด

จนกระทั่งฮั่วจี้เซินพูดทิ้งท้ายว่า “ไปแก้มาใหม่แล้วค่อยส่งมา”

“ครับ/ค่ะ คุณฮั่ว”

ในขณะที่ทุกคนถอนหายใจอย่างโล่งอก สายตาของฮั่วจี้เซินก็เลื่อนมาหยุดที่สวี่เพียวเพียว

ใบหน้านั้นยังคงสวยงามเหมือนเดิม เพียงแต่ซูบผอมลงไปมาก

ตอนนี้เธออยู่ในชุดทำงานรัดกุม ผมทัดหูอย่างเรียบร้อย ผิวพรรณยังคงขาวผ่องเหมือนแต่ก่อน แต่รอยหมองคล้ำใต้ตาและความเหนื่อยล้านั้นไม่อาจซ่อนเร้นได้

เธอยังคงไม่มองเขา

ฮั่วจี้เซินยกยิ้มอย่างเย็นชาและกล่าวว่า “ถ้าคราวหน้ายังเอาแผนงานชุ่ย ๆ แบบนี้มาส่งอีก ก็เตรียมรับผลที่ตามมาด้วย”

นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะตรงหน้าสวี่เพียวเพียวอย่างไม่เป็นจังหวะ

ซึ่งเธอรู้ดีว่ามันหมายถึงเขากำลังอารมณ์ไม่ดีอย่างมาก

นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นซ่อนเร้นอารมณ์บางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง เพียงแค่ปรายตามองมาแวบเดียว ก็ทำเอาสวี่เพียวเพียวถึงกับมือไม้สั่นและมีเหงื่อซึมเต็มฝ่ามือ

โชคดีที่เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ และเปลี่ยนไปซักถามความคืบหน้าของโครงการอื่นแทน

สวี่เพียวเพียวรู้สึกได้ว่าขาสั่นพั่บ ๆ จนแทบจะยืนไม่อยู่

หลังจบการประชุม

สวี่เพียวเพียวเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานพร้อมกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ เธอต้องดื่มน้ำไปครึ่งแก้วถึงสงบสติอารมณ์ลงได้

เพราะโปรเจกต์ของทีมสวี่เพียวเพียวก็โดนฮั่วจี้เซินจับผิดเช่นกัน

คราวนี้ดูเหมือนพนักงานแทบทั้งแผนกจะต้องอยู่ทำโอทีกันถ้วนหน้า

เพื่อนร่วมงานที่อยู่ข้าง ๆ โอดครวญขึ้นมาว่า “เจ้านายใหม่ไฟแรงจริง ๆ สงสัยพวกเราจะโดนเชือดไก่ให้ลิงดูซะแล้ว เพียวเพียว เธอรู้ไหมว่าทำไมคุณฮั่วถึงมายืนกดดันอยู่ข้างพวกเราตลอดเลย? ฉันนี่แทบหัวใจวายตาย!”

สวี่เพียวเพียวชะงักงันไปครู่หนึ่ง

ตอนแรกเธอคิดว่าเขามายืนตรงนั้นเพื่อจะได้ยินคำตอบของเพื่อนร่วมงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

แต่พอถึงคิวทีมอื่นรายงาน เขาก็ยังไม่ไปไหน

ยังคงยืนนิ่งอยู่ข้างกายสวี่เพียวเพียวตลอดเวลา

สวี่เพียวเพียวไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า พอเลิกประชุมก็รีบหนีออกมาทันที ไม่กล้าแม้แต่จะปรายตาไปมองเขา

แต่ดูจากท่าทีของฮั่วจี้เซินแล้ว เขาคงจะลืมอดีตที่แสนสั้นและบ้าบอระหว่างพวกเขาไปแล้วล่ะมั้ง

เพราะไม่อย่างนั้น เขาจะมายืนอยู่ข้างเธอเฉย ๆ แบบนั้นทำไม

มีแต่คนที่ไม่แคร์แล้วเท่านั้นที่จะทำตัวเป็นปกติราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ขนาดนี้

ในอดีต ฮั่วจี้เซินเป็นดั่งดอกไม้บนยอดเขาที่สูงเสียดฟ้าของคณะเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเอ เขาได้ครองตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยติดต่อกันถึงสี่ปี

และเรื่องราวความรักของเขากับสวี่เพียวเพียว ซึ่งเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลสวี่ก็สร้างความตกตะลึงไปทั่ว

ในตอนนั้น ใคร ๆ ต่างก็ลือกันว่าเธอเลี้ยงฮั่วจี้เซิน โดยใช้เงินฟาดหัวเพื่อให้เขามาขายตัวขายใจให้เธอ

แม้แต่สวี่เพียวเพียวเองก็คิดแบบนั้น

เพราะในตอนนั้นฮั่วจี้เซินดูเหมือนนักศึกษาที่ยากจนข้นแค้น แต่เขาก็ไม่เคยรับเงินที่เธอให้เลยสักครั้ง

จนกระทั่งวันเกิดของเขา สวี่เพียวเพียวแอบล็อกอินเข้าบัญชีแอปฯ ชอปปิ้งของเขา เพราะอยากรู้ว่าเขากดสินค้าชิ้นไหนใส่ตะกร้าทิ้งไว้บ้าง ถ้าเป็นของที่หรูหรา แต่เขาไม่กล้าซื้อ เธอก็จะเป็นคนเปย์ให้เขาเอง

แต่ผลปรากฏว่า เธอเห็นแชทส่วนตัวระหว่างเขากับคนอื่น

ซึ่งอีกฝ่ายเรียกเขาอย่างสนิทสนมว่าพี่เซิน

แถมยังบอกว่าเขาดูไม่เหมือนคนที่จะไปชอบคนอย่างสวี่เพียวเพียวได้เลย

วินาทีนั้นสวี่เพียวเพียวรู้สึกเหมือนถูกสาดด้วยน้ำแข็งเย็นจัดจนชาไปทั้งตัว

แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อฮั่วจี้เซินไม่ได้ตอบแชทนั้น เธอจึงยังคงซื้อของขวัญให้เขาต่อไป

เมื่อฮั่วจี้เซินได้รับของขวัญในงานวันเกิด เขากลับไม่รู้สึกประหลาดใจหรือดีใจเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่พูดคำว่าขอบคุณด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ คำเดียว

ในระหว่างที่เธอขอตัวไปเข้าห้องน้ำ สวี่เพียวเพียวก็ถือโอกาสไปเช็คบิลทั้งหมด

แต่เมื่อเดินกลับมา เธอก็ได้ยินเสียงเหน็บแนมถากถางดังออกมาจากในห้องวีไอพี

“ถ้าไม่ใช่เพราะคุณหนูสวี่หน้าด้าน คอยวิ่งตามตื้อพี่เซิน พี่เซินจะยอมทนอยู่กับผู้หญิงที่รสนิยมต่ำแบบนั้นได้ยังไง”

“นั่นสิ นึกว่ามีเงินไม่กี่บาทแล้วจะทำตัวกร่างยังไงก็ได้เหรอ”

แล้วเธอก็ได้ยินประโยคหนึ่งจากปากฮั่วจี้เซินดังเข้าหูอย่างชัดเจน “ฉันก็ไม่ได้เห็นสวี่เพียวเพียวสำคัญอะไรขนาดนั้น”

ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเยาะโห่ฮารอบข้างดังกลบปลายเสียงของเขาไปจนหมด

“นั่นไง! ฉันบอกแล้วว่าพี่เซินไม่มีทางชายตามองพวกเศรษฐีใหม่แบบนั้นหรอก!”

สวี่เพียวเพียวไม่มีวันลืมความรู้สึกในตอนนั้นได้เลย เธอเจ็บปวดจนหายใจไม่ออก มือเท้าชาหนึบเหมือนโดนไฟฟ้าช็อตอย่างไงอย่างงั้น

ประจวบเหมาะกับที่บ้านเกิดเรื่องพอดี พ่อของเธอจึงส่งเธอไปต่างประเทศ

และไปนานถึงสามปี

แต่ใครจะไปคิดว่าสามปีให้หลัง เจ้านายที่ถูกส่งตัวมาแบบสายฟ้าแลบจะเป็นฮั่วจี้เซิน?

ต่อให้ตายเธอก็คิดไม่ถึงว่า ฮั่วจี้เซินที่เคยต้องทำงานพาร์ทไทม์และอาศัยเงินทุนการศึกษาเพื่อประทังชีวิต จะกลายเป็นทายาทเพียงคนเดียวของฮั่วซื่อกรุ๊ป

แต่ดูจากท่าทางของเขาเมื่อครู่แล้ว บางที เขาคงตั้งใจจะทำตัวเป็นคนแปลกหน้ากับเธอ

แบบนี้ก็ดี ดีแล้วจริง ๆ

ฮั่วจี้เซินนั่งบนโซฟาหนังนุ่มราคาแพง นิ้วเรียวยาวคลิกเมาส์ไล่ดูข้อมูลพนักงานทุกคน

ซึ่งมีชื่อของสวี่เพียวเพียวอยู่ในนั้น

เธอมาทำงานที่นี่ได้หนึ่งปีแล้ว ด้วยประวัติที่โดดเด่นและความสามารถในการทำงานทำให้เธอได้บรรจุเป็นพนักงานประจำและเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าทีมโปรเจกต์ในเวลาเพียงปีเดียว

ฮั่วจี้เซินเคาะนิ้วมือที่เห็นข้อชัดลงบนหน้าโต๊ะครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยสีหน้าบึ้งตึง

เซ่ามู่ ผู้เป็นเลขาฯ ยืนอยู่ข้าง ๆ คอยสังเกตสีหน้าของเจ้านายท่านนี้ “คุณฮั่วมีอะไรจะสั่งไหมครับ?”

ฮั่วจี้เซินยกถ้วยกาแฟข้างมือขึ้นแล้วจิบอย่างสง่างาม ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ฉันเพิ่งมาใหม่ ยังไม่คุ้นกับโปรเจกต์เท่าไหร่ ช่วยแนะนำหัวหน้าทีมเหล่านี้หน่อย”

เซ่ามู่เข้าใจและแนะนำไปทีละคน

จนถึงคนสุดท้ายคือสวี่เพียวเพียว

“เสี่ยวสวี่ อายุยังน้อย เพิ่งย้ายมาสำนักงานใหญ่ได้ปีเดียว ก่อนหน้านี้ทำที่สาขาต่างประเทศ ผลงานยอดเยี่ยมมากครับ”

ยอดเยี่ยมงั้นเหรอ?

ฮั่วจี้เซินเหยียดยิ้มอย่างดูแคลน

คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลสวี่ในความทรงจำของเขาจะยอมลดตัวลงมาทำงานอย่างนั้นหรือ?

ยากจะเชื่อว่าผลงานที่เรียกกันว่ายอดเยี่ยมเหล่านั้นจะไม่ได้ใช้เงินของตระกูลสวี่ซื้อมา

เพราะเธอชอบใช้เงินดูหมิ่นคนอื่นอยู่แล้ว

และยิ่งชอบที่สุดคือ เมื่อความรู้สึกถึงจุดสูงสุดก็จากไปโดยไม่กล่าวคำอำลา

เมื่อเห็นฮั่วจี้เซินไม่พูดอะไร เซ่ามู่จึงอ่านสีหน้าต่อและพูดต่อว่า “โปรเจกต์นี้เสี่ยวสวี่เป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด คณะกรรมการก็ให้ความสำคัญมากครับ”

เซ่ามู่ลอบถอนหายใจเบา ๆ

ก่อนหน้านี้ตอนที่สวี่เพียวเพียวมาฝึกงาน เธออยู่ภายใต้การดูแลของเซ่ามู่มาตลอด และเขาก็นับว่าเป็นคนปั้นเธอขึ้นมาด้วยตัวเอง

เขาชื่นชมคนหนุ่มสาวแบบสวี่เพียวเพียวที่ไม่พูดมาก ไม่สร้างปัญหา ทำงานเป็นระบบและมีความสามารถ

ก็เลยอดไม่ได้ที่จะพูดแทนเธอสองสามประโยค

“ถ้าเธอทำได้ไม่ดี คุณฮั่วก็ดุเธอได้เต็มที่เลยนะครับ แต่แค่ให้โอกาสเธอสักครั้งก็พอครับ”

ฮั่วจี้เซินเงยหน้าขึ้นอย่างเย็นชาพร้อมยกเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย ในแววตานั้นเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกที่ใครเห็นก็รู้สึกหนาวสะท้าน

เพิ่งมาได้แค่ปีเดียว ก็มีคนออกหน้าพูดแทนเธอแล้วหรือ?

ดูเหมือนว่าเธอยังคงเก่งเรื่องการกุมใจคนเหมือนเดิมไม่มีผิด

เซ่ามู่ไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าของฮั่วจี้เซิน

ถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า “ฐานะทางบ้านของเสี่ยวสวี่ไม่ดี พ่อเสียแล้ว แม่ยังมาป่วยหนัก แถมยังมีลูกสาวตัวเล็ก ๆ ที่ต้องเลี้ยงดู และเด็กก็สุขภาพไม่ค่อยดี แถมสามีของเธอยัง…”

ฮั่วจี้เซินขัดขึ้นอย่างเย็นชา ปรายตามองด้วยสายตาคมกริบหนึ่งที

“เซ่ามู่ ฉันจ่ายเงินเดือนให้นายมาเพื่อให้นายนินทาคนอื่นเหรอ?”

เซ่ามู่สะดุ้งเฮือกใหญ่และรีบขอโทษซ้ำ ๆ เมื่อเห็นว่าฮั่วจี้เซินไม่ได้คิดจะเอาเรื่อง จึงโค้งตัวแล้วออกจากห้องทำงานไป

ตอนนี้เขายังจับอารมณ์ของคุณฮั่วคนนี้ไม่ถูก ดูท่าหลังจากนี้ต้องระวังตัวให้มากกว่านี้

ห้องทำงานกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง

ฮั่วจี้เซินเช็ดคราบกาแฟที่เผลอหกออกไปเมื่อครู่ จากนั้นเลื่อนเมาส์ลากหน้าจอลงมา

แล้วคลิกเข้าไปที่แฟ้มข้อมูลพนักงานของสวี่เพียวเพียว

รูปถ่ายติดบัตรยังเป็นตอนสมัยมหาวิทยาลัย ตอนที่เธอคะยั้นคะยอลากเขาไปถ่ายด้วยกัน

เขาเลื่อนลงไปเรื่อย ๆ จนถึงช่องสถานภาพการสมรส...

สถานภาพ: สมรส

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요
댓글 (4)
goodnovel comment avatar
Sumalee Tangpitayaku
จะอ่านต่อได้อย่างไรคะ
goodnovel comment avatar
Sumalee Tangpitayaku
จะอ่านต่อได้อย่างไรคะ
goodnovel comment avatar
Rada Phrueksaphirom
น่าติดตามมากค่ะ
댓글 더 보기

최신 챕터

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 710

    ฮั่วสวินเจินกำลังยุ่งอยู่กับการทำงานบาดแผลบนลำคอของเธอกลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งบริษัทไปเสียแล้วเดินไปทางไหนก็มีแต่คนเอ่ยปากถามไถ่ว่าเป็นอะไรจนชั่วขณะหนึ่งเธอแทบจะกลายเป็นเป้าหมายในการปกป้องเป็นพิเศษของบริษัทไปโดยปริยายฮั่วสวินเจินจึงตัดสินใจหยิบผ้าพันคอจากสวี่เพียวเพียวมาพันรอบคอไว้เพื่ออำพรางสวี่เพียวเพียวมองดูแล้วเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี “ผู้อำนวยการฮั่ว วันนี้ข้างนอกสามสิบแปดองศานะ จะเอาผ้าพันคอมาพันคอไว้แบบนี้มันจะเหมาะเหรอ?”“นี่เขาเรียกว่าแฟชั่นต่างหากล่ะ”เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ คนในตระกูลฮั่วรู้กันหมดทั้งบ้านแล้วสวี่เพียวเพียวถูกปลุกให้ตื่นขึ้นกลางดึกเพราะการขยับตัวลุกขึ้นของฮั่วจี้เซิน และหลังจากรู้ว่าฮั่วสวินเจินไม่ได้เป็นอะไรมาก เธอถึงได้นอนหลับต่อได้อย่างสนิทใจตลอดช่วงครึ่งหลังของคืนเธอมองรอยคล้ำใต้ดวงตาของฮั่วสวินเจินที่เห็นเด่นชัด“จะลาหยุด แล้วกลับไปพักผ่อนสักหน่อยไหม?”“ไม่ต้องหรอกค่ะ งานกองเป็นภูเขาคอยฉันอยู่ แค่แผลถลอกปอกเปิกนิดหน่อยเอง”แม้ว่านิสัยส่วนตัวของฮั่วสวินเจินจะเอาแต่ใจและดื้อรั้นไปบ้าง แต่เธอกลับไม่ใช่คนสำออย ไม่ใช่พวกโรคเจ้าหญิงที่ร้

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 709

    “การพาคุณมาโรงพยาบาลเนี่ย ไม่ใช่”“ฉันไม่ได้เรียกร้องให้คุณพามาสักหน่อย”เหลียงเจียเหยียนถึงกับหลุดขำออกมานั่นสิ เธอไม่ได้เรียกร้อง เป็นเขาเองต่างหากที่ปล่อยวางไม่ได้ เป็นห่วงกลัวว่าเธอจะได้รับบาดเจ็บแล้วตัวเองจะดูแลไม่ทั่วถึง จนทิ้งร่องรอยความเจ็บป่วยอะไรเอาไว้เขาเห็นว่ายาขี้ผึ้งบนลำคอของฮั่วสวินเจินเริ่มแห้งพอดีแล้ว จึงปล่อยเส้นผมของเธอลง ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วปัดฝุ่นตามเนื้อตัวเบา ๆ “ถือซะว่าผมคิดไปเองก็แล้วกัน ไปกันเถอะ น้องภรรยา”น้ำเสียงนั้นเจือความเอ็นดูอยู่หลายส่วน ซึ่งแม้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำขากลับยังคงเป็นเหลียงเจียเหยียนที่รับหน้าที่ขับรถภายในรถ โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นเมื่อกดรับสาย เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังลอดออกมาจากปลายสาย “เจียเหยียนเหรอ? ได้ข่าวว่ากำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งแล้วนี่? ยินดีด้วยนะคะ ไปสังกัดหน่วยงานไหนเหรอคะ?”“ในเขตครับ”“เขตของเมืองไหนเหรอคะ? ถ้าคุณกลับมาเมืองเอแล้ว มากินข้าวด้วยกันสักมื้อได้ไหมคะ?”ฮั่วสวินเจินเหลือบมองเวลาบนหน้าจอตีหนึ่งพอดีโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาในเวลานี้ แถมยังเป็นเพศตรงข้าม และน้ำเสียงที่พูดจามีคว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 708

    หากไม่ใช่เพราะเกี่ยวข้องกับฮั่วจี้จั๋ว เธอไม่มีทางแอบออกมากลางดึกแบบนี้แน่อีกอย่าง หลีเจ๋อจู่ ๆ ก็เกิดสติหลุดคลุ้มคลั่งขึ้นมา เป็นเรื่องที่เธอจะคาดเดาได้เสียที่ไหนกันล่ะ?ฮั่วสวินเจินอดทนกับความเจ็บปวดที่ลำคอตอนที่ตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายเมื่อครู่ เธอยังไม่ทันได้รู้สึกทรมานอะไรขนาดนั้นเพราะหลีเจ๋อลงมือโดยไม่ได้ควบคุมน้ำหนักมือเลยฮั่วสวินเจินรู้สึกเพียงแค่สมองขาดอากาศหายใจ จนแทบจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใด ๆ แล้วทว่าพอมาถูกดุเข้าตอนนี้ กลับรู้สึกน้อยใจขึ้นมาเสียอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อยการที่เธอต้องมาเผชิญภัยอันตราย เป็นสิ่งที่เธอต้องการหรือไงล่ะ?พอคิดมาถึงตรงนี้ หยาดน้ำตาบนใบหน้าของฮั่วสวินเจินก็ร่วงเผาะลงมาหยดแล้วหยดเล่า ราวกับไข่มุกที่ขาดออกจากเส้น ร้อยเรียงจนควบคุมไว้ไม่อยู่หลังมือของเหลียงเจียเหยียนเปียกชื้นไปด้วยหยดน้ำเต็มไปด้วยหยดน้ำตาที่เธอร่วงหล่นลงมาตอนที่เหลียงเจียเหยียนดุเธอ เป็นเพราะความรู้สึกเป็นห่วงล้วน ๆ แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาจากฝั่งเมืองเอ ซึ่งระยะทางอยู่ใกล้ แต่ที่นี่ไม่ใช่เขตพื้นที่รับผิดชอบของเขา เขาจึงต้องคอยมาช่วยดูแลอำนวยความสะดว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 707

    หลีเจ๋อยิ้มเยาะ“เรื่องนี้ไม่ต้องรบกวนให้คุณมาเป็นห่วงหรอกครับ”รถตำรวจจอดปิดล้อมอยู่รอบตัวพวกเขาประตูรถเปิดออกพร้อมกับตำรวจก้าวลงมาจากรถ โดยมีเหลียงเจียเหยียนเดินตามประกบอยู่ข้าง ๆ เมื่อเห็นฮั่วสวินเจินถูกหลีเจ๋อจับเป็นตัวประกัน แววตาของเหลียงเจียเหยียนก็วูบไหวขึ้นเล็กน้อยริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นเป็นเส้นตรงเขาโน้มตัวกระซิบสอบถามสถานการณ์คร่าว ๆ กับฮั่วจี้จั๋ว ขณะที่สายตาทอดมองวนเวียนอยู่บนร่างของฮั่วสวินเจินก่อนจะหันหลังเดินผละออกไปอย่างรวดเร็วตำรวจกับหลีเจ๋อยังคงเผชิญหน้ายื้อยุดกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใครฮั่วสวินเจินทั้งเหนื่อยล้าอ่อนแรงและไม่กล้าขยับเขยื้อน แม้แต่ลมหายใจก็ถูกบีบคั้นอยู่ในกำมือของหลีเจ๋อผ่านไปครู่หนึ่ง เหลียงเจียเหยียนก็เดินกลับมา เขารับโทรโข่งจากมือตำรวจ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า “หลีเจ๋อ พ่อแม่กับลูกนอกสมรสของนาย พวกเราควบคุมตัวไว้หมดแล้ว ต่อให้นายตายอยู่ตรงนี้วันนี้ ก็จะไม่มีเงินสักแดงเดียวโอนเข้าไปในบัญชีของพวกเขาอย่างเด็ดขาด”“ถ้านายยอมวางตัวประกันลง สารภาพความจริงเพื่อรับโทษเบา นายยังพอมีโอกาสกลับตัวกลับใจได้”หลีเจ๋อคิดไม่ถึงเลยว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 706

    “คุณก็รู้ว่า ตอนนี้ฉันเป็นคนภายใต้สังกัดของฮั่วจี้จั๋ว”“เขาอยากให้คุณถูกเล่นงาน แล้วหันมาเข้าข้างฝ่ายเรา เขาถึงได้ใช้วิธีการแย่ ๆ แบบนี้”เส้นเลือดบนหลังมือของเซ่ามู่ปูดโปนเต้นตุบ ๆ เขาจ้องมองหลีเจ๋อที่อยู่ตรงหน้า เอาหน้าผากชนติดกับหน้าผากของอีกฝ่ายผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็หลุดหัวเราะออกมา“ไอ้เวรเอ๊ย มึงคิดว่ากูโง่หรือไงวะ?”เขาทำงานในฮั่วซื่อมาตั้งกี่ปี มีเล่ห์เหลี่ยมมุมไหนบ้างที่เขาจะมองไม่ออก“มึงคิดว่าการที่มึงมารังแกน้องสาวกู แล้วกูยังจะต้องหันไปสวามิภักดิ์กับฝั่งมึงอีกงั้นเหรอ? สมองกูโดนควายเตะเข้าหรือไง?”หลีเจ๋อหัวเราะแห้ง ๆ ออกมาสองเสียงใบหน้าบวมปูดเขียวช้ำ ดูตลกขบขันสิ้นดี“คุณเลขาเซ่า ถ้าเกิดว่าคุณฮั่วไม่คิดจะจัดการเรื่องนี้ และไม่ยอมให้คำอธิบายกับคุณล่ะครับ?”เซ่ามู่ยกมือขึ้น ชกเข้าที่ท้องของหลีเจ๋ออย่างแรงหนึ่งหมัด“กูเป็นลูกผู้ชาย คำอธิบายแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องรอให้คุณฮั่วเป็นคนหยิบยื่น”เขาจะทวงความยุติธรรมให้น้องสาวตัวเอง แล้วทำไมต้องไปฝากความหวังไว้ที่คนอื่นกันเล่า?คนพวกนี้คิดจะยุยงให้แตกแยก ประเมินสมองของเขาต่ำเกินไปเสียจริงหลีเจ๋อส่งเสียงร้องด้วยความเ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 705

    ส่วนเรื่องที่รู้จักกับน้องสาวของเซ่ามู่นั้นก็เป็นเรื่องส่วนตัวของหลีเจ๋อเองถ้าจะให้พูดจริง ๆ แล้ว เรื่องนี้นอกเหนือจากจะสร้างความน่าสะอิดสะเอียนแล้ว ก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นอีกเลยฮั่วสวินเจินรู้สึกเพียงแค่ว่า ตัวเองเหมือนเพิ่งกลืนแมลงวันเข้าไป น่าขยะแขยงเป็นที่สุดฮั่วสวินเจินพูดด้วยความขุ่นเคืองว่า “พี่ใหญ่ ฉันขอไปยืมคนจากพี่ซามาสักสองสามคนได้ไหมคะ?”ฮั่วจี้เซินเงยหน้าขึ้น สายตาเย็นชาจับจ้องมองเธอ“ตามใจ”ต่อให้เขาจะอนุญาตหรือไม่ ฮั่วสวินเจินก็ไม่มีทางกลืนความแค้นนี้ลงคอได้อยู่แล้ว ทางฝั่งเซ่ามู่เองก็ไม่มีทางปล่อยหลีเจ๋อไปง่าย ๆ เช่นกันสู้ปล่อยให้พวกเขาจัดการกันเองเสียดีกว่าส่วนฮั่วจี้เจ๋อเอง ก็ใช่ว่าจะบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้ความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างแท้จริงหลังมื้ออาหาร ทั้งสองคนนั่งดูภาพยนตร์ด้วยกันบนโซฟานึกขึ้นได้ว่าที่บ้านยังมีสวี่เจินหลี่อยู่ จึงเลือกดูภาพยนตร์แนวครอบครัวอบอุ่นฮั่วจี้เซินวางเรียวขาของสวี่เพียวเพียวไว้บนตักของตนเอง พลางนวดคลึงจุดชีพจรบนขาของเธอเบา ๆ น้ำหนักมือกำลังพอดี“ที่รัก ทำไมเธอถึงไปรู้จักน้องสาวของเซ่ามู่ได้ล่ะ?”“ครั้งก่อนฉันไปตรวจติดตาม

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status