Share

เจ้านายสายฟ้าแลบ
เจ้านายสายฟ้าแลบ
Author: เจ้าเหมียวแวววาว

บทที่ 1

Author: เจ้าเหมียวแวววาว
สวี่เพียวเพียวไม่เคยคิดเลยว่า เจ้านายคนใหม่ที่ถูกส่งตัวมาแบบสายฟ้าแลบคนนั้น จะเป็นพ่อแท้ ๆ ของลูกสาวเธอ

หากรู้ล่วงหน้าว่าจะต้องมาเจอฮั่วจี้เซินที่นี่ ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร เธอก็จะไม่มีวันย่างกรายเข้ามาในบริษัทนี้เด็ดขาด

เมื่อไม่กี่วันก่อน ทั้งแผนกวุ่นวายกันยกใหญ่เรื่องเจ้านายหนุ่มผู้มีอนาคตไกลจะถูกส่งลงมา

ได้ยินมาว่าเขาเป็นคุณชายจากตระกูลประธานกลุ่มบริษัทที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด

ชีวประวัติแต่ละบรรทัดยาวเหยียดเกินกว่าที่มนุษย์เงินเดือนทั่วไปอย่างพวกเขาจะไล่ตามทัน

ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ในห้องประชุมล้วงกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่ง ชุดสูทสั่งตัดอย่างประณีตช่วยเสริมบุคลิกที่สง่างามและภูมิฐาน ขับเน้นให้เห็นถึงรูปร่างสูงโปร่งของเขาอย่างชัดเจน ความอ่อนวัยในอดีตถูกขัดเกลาจนกลายเป็นความเฉียบคม แม้อายุยังน้อยแต่กลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่น่าเกรงขาม

มือที่เห็นข้อกระดูกชัดเจนถือรีโมตคอนโทรลขณะอธิบายข้อมูลบน PPT อย่างคล่องแคล่ว

เสียงทุ้มกังวานสะท้อนไปทั่วห้องประชุม

ทุกคนต่างพากันกลั้นหายใจ เพราะกลัวว่าจะทำอะไรให้เจ้านายคนใหม่เสียความรู้สึกตั้งแต่ครั้งแรก

สวี่เพียวเพียวแทบอยากจะก้มหัวให้จมดิน

แต่น่าเสียดายที่พื้นห้องประชุมถูกขัดจนเงาวับ นอกจากจะไม่มีซอกหลืบให้เธอซ่อนตัวแล้ว มันยังสะท้อนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกระอักกระอวนของเธอออกมาอย่างชัดเจน

เธอรู้ว่าเครือบริษัทนี้แซ่ฮั่ว แต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็น “ฮั่ว” เดียวกับฮั่วจี้เซิน

สวี่เพียวเพียวเกร็งจนปลายเท้าจิกพื้น เหงื่อเย็น ๆ ซึมเต็มแผ่นหลัง

ความรู้สึกอึดอัดโถมเข้าใส่จนแทบหายใจไม่ออก

สามปีแล้ว

สามปีที่ไม่ได้เจอกัน และสามปีแล้วที่เลิกรากันไป

“ใครเป็นคนดูแลโปรเจกต์นี้?”

เสียงทุ้มที่เย็นชาและห่างเหินดังมาจากบนเวที สายตาของชายหนุ่มจ้องมองลงมายังพนักงานทุกคน ทันใดนั้นบรรยากาศพลันเงียบสงัดราวกับป่าช้า ไม่มีใครกล้าส่งเสียง

ฮั่วจี้เซินขมวดคิ้วมุ่นแล้วเร่งเสียงให้ดังขึ้น

“แม้แต่โปรเจกต์ที่ตัวเองรับผิดชอบก็จำไม่ได้งั้นเหรอ?”

เพื่อนร่วมงานที่นั่งข้าง ๆ สวี่เพียวเพียวลุกขึ้นยืนด้วยอาการสั่นเทา แล้วเอ่ยอย่างหวาดกลัวสุดขีด “ผะ...ผมเองครับ คุณฮั่ว”

ไม่รู้ว่าเข้าใจผิดไปเองไหม แต่วินาทีที่สวี่เพียวเพียวเงยหน้าขึ้น ดูเหมือนสายตาของเธอจะประสานเข้ากับสายตาของฮั่วจี้เซิน

ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวพลันจับตัวเป็นน้ำแข็งจนเธอลืมหายใจไปชั่วขณะ

ฮั่วจี้เซินละสายตาไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร “เนื้อหาพวกนี้ต้องไปปรับปรุงใหม่ ทำออกมาแบบนี้ กล้าส่งมาได้ยังไง?”

จากนั้นสวี่เพียวเพียวจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่

เขาคงไม่ได้สังเกตเห็นเธอหรอก

สวี่เพียวเพียวในตอนนี้แตกต่างกันกับเมื่อสามปีที่แล้วอย่างสิ้นเชิง

เธอก้มหน้าลงและพยายามหดตัวให้เล็กที่สุดเพื่อไม่ให้เขาสังเกตเห็น

แต่แล้วจู่ ๆ สายตาที่จดจ้องอยู่ที่พื้น กลับเห็นรองเท้าหนังแบรนด์เนมขัดเงาวับคู่หนึ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ

สวี่เพียวเพียวพลันรู้สึกเหมือนถูกโยนลงกลางทะเลลึก น้ำเค็มซัดสาดกลืนกินลมหายใจจนมือเท้าชาหนึบ

ฮั่วจี้เซินมายืนอยู่ข้างเธอแล้ว

เพื่อนร่วมงานพยายามอธิบาย “คุณฮั่วครับ โปรเจกต์นี้ผ่านการตอบรับจากลูกค้าแล้ว...”

ฮั่วจี้เซินเงยหน้าขึ้นพร้อมกับโยนรีโมตในมือลงบนโต๊ะ นัยน์ตาดำขลับจ้องมองไปที่เพื่อนร่วมงานคนนั้นด้วยแววตาเย็นยะเยือกและกล่าวเน้นทีละคำว่า “แผนงานที่ไม่สมบูรณ์ก็คือไม่สมบูรณ์ การเอาลูกค้ามาเป็นข้ออ้างคือมาตรฐานของคุณเหรอ?”

“หรือคุณคิดว่าการทำงานคือการเล่นขายของ?”

สายตาคู่นั้นในเวลานี้เต็มไปด้วยความดูถูกและกดดันอย่างยิ่ง

ทว่ามันไม่ได้จ้องมองไปที่เพื่อนร่วมงานที่กำลังรายงานอยู่ของสวี่เพียวเพียว แต่มัน... กำลังจ้องมองมาที่เธอ

ทุกคนต่างก้มหน้ามองหลังเท้าตัวเองด้วยความกลัวว่าความโกรธของคุณฮั่วจะลามมาถึงพวกกระจอก ๆ อย่างพวกเขา

สวี่เพียวเพียวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ

พยายามสงบสติอารมณ์ให้ได้มากที่สุด

จนกระทั่งฮั่วจี้เซินพูดทิ้งท้ายว่า “ไปแก้มาใหม่แล้วค่อยส่งมา”

“ครับ/ค่ะ คุณฮั่ว”

ในขณะที่ทุกคนถอนหายใจอย่างโล่งอก สายตาของฮั่วจี้เซินก็เลื่อนมาหยุดที่สวี่เพียวเพียว

ใบหน้านั้นยังคงสวยงามเหมือนเดิม เพียงแต่ซูบผอมลงไปมาก

ตอนนี้เธออยู่ในชุดทำงานรัดกุม ผมทัดหูอย่างเรียบร้อย ผิวพรรณยังคงขาวผ่องเหมือนแต่ก่อน แต่รอยหมองคล้ำใต้ตาและความเหนื่อยล้านั้นไม่อาจซ่อนเร้นได้

เธอยังคงไม่มองเขา

ฮั่วจี้เซินยกยิ้มอย่างเย็นชาและกล่าวว่า “ถ้าคราวหน้ายังเอาแผนงานชุ่ย ๆ แบบนี้มาส่งอีก ก็เตรียมรับผลที่ตามมาด้วย”

นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะตรงหน้าสวี่เพียวเพียวอย่างไม่เป็นจังหวะ

ซึ่งเธอรู้ดีว่ามันหมายถึงเขากำลังอารมณ์ไม่ดีอย่างมาก

นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นซ่อนเร้นอารมณ์บางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง เพียงแค่ปรายตามองมาแวบเดียว ก็ทำเอาสวี่เพียวเพียวถึงกับมือไม้สั่นและมีเหงื่อซึมเต็มฝ่ามือ

โชคดีที่เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ และเปลี่ยนไปซักถามความคืบหน้าของโครงการอื่นแทน

สวี่เพียวเพียวรู้สึกได้ว่าขาสั่นพั่บ ๆ จนแทบจะยืนไม่อยู่

หลังจบการประชุม

สวี่เพียวเพียวเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานพร้อมกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ เธอต้องดื่มน้ำไปครึ่งแก้วถึงสงบสติอารมณ์ลงได้

เพราะโปรเจกต์ของทีมสวี่เพียวเพียวก็โดนฮั่วจี้เซินจับผิดเช่นกัน

คราวนี้ดูเหมือนพนักงานแทบทั้งแผนกจะต้องอยู่ทำโอทีกันถ้วนหน้า

เพื่อนร่วมงานที่อยู่ข้าง ๆ โอดครวญขึ้นมาว่า “เจ้านายใหม่ไฟแรงจริง ๆ สงสัยพวกเราจะโดนเชือดไก่ให้ลิงดูซะแล้ว เพียวเพียว เธอรู้ไหมว่าทำไมคุณฮั่วถึงมายืนกดดันอยู่ข้างพวกเราตลอดเลย? ฉันนี่แทบหัวใจวายตาย!”

สวี่เพียวเพียวชะงักงันไปครู่หนึ่ง

ตอนแรกเธอคิดว่าเขามายืนตรงนั้นเพื่อจะได้ยินคำตอบของเพื่อนร่วมงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

แต่พอถึงคิวทีมอื่นรายงาน เขาก็ยังไม่ไปไหน

ยังคงยืนนิ่งอยู่ข้างกายสวี่เพียวเพียวตลอดเวลา

สวี่เพียวเพียวไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า พอเลิกประชุมก็รีบหนีออกมาทันที ไม่กล้าแม้แต่จะปรายตาไปมองเขา

แต่ดูจากท่าทีของฮั่วจี้เซินแล้ว เขาคงจะลืมอดีตที่แสนสั้นและบ้าบอระหว่างพวกเขาไปแล้วล่ะมั้ง

เพราะไม่อย่างนั้น เขาจะมายืนอยู่ข้างเธอเฉย ๆ แบบนั้นทำไม

มีแต่คนที่ไม่แคร์แล้วเท่านั้นที่จะทำตัวเป็นปกติราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ขนาดนี้

ในอดีต ฮั่วจี้เซินเป็นดั่งดอกไม้บนยอดเขาที่สูงเสียดฟ้าของคณะเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเอ เขาได้ครองตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยติดต่อกันถึงสี่ปี

และเรื่องราวความรักของเขากับสวี่เพียวเพียว ซึ่งเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลสวี่ก็สร้างความตกตะลึงไปทั่ว

ในตอนนั้น ใคร ๆ ต่างก็ลือกันว่าเธอเลี้ยงฮั่วจี้เซิน โดยใช้เงินฟาดหัวเพื่อให้เขามาขายตัวขายใจให้เธอ

แม้แต่สวี่เพียวเพียวเองก็คิดแบบนั้น

เพราะในตอนนั้นฮั่วจี้เซินดูเหมือนนักศึกษาที่ยากจนข้นแค้น แต่เขาก็ไม่เคยรับเงินที่เธอให้เลยสักครั้ง

จนกระทั่งวันเกิดของเขา สวี่เพียวเพียวแอบล็อกอินเข้าบัญชีแอปฯ ชอปปิ้งของเขา เพราะอยากรู้ว่าเขากดสินค้าชิ้นไหนใส่ตะกร้าทิ้งไว้บ้าง ถ้าเป็นของที่หรูหรา แต่เขาไม่กล้าซื้อ เธอก็จะเป็นคนเปย์ให้เขาเอง

แต่ผลปรากฏว่า เธอเห็นแชทส่วนตัวระหว่างเขากับคนอื่น

ซึ่งอีกฝ่ายเรียกเขาอย่างสนิทสนมว่าพี่เซิน

แถมยังบอกว่าเขาดูไม่เหมือนคนที่จะไปชอบคนอย่างสวี่เพียวเพียวได้เลย

วินาทีนั้นสวี่เพียวเพียวรู้สึกเหมือนถูกสาดด้วยน้ำแข็งเย็นจัดจนชาไปทั้งตัว

แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อฮั่วจี้เซินไม่ได้ตอบแชทนั้น เธอจึงยังคงซื้อของขวัญให้เขาต่อไป

เมื่อฮั่วจี้เซินได้รับของขวัญในงานวันเกิด เขากลับไม่รู้สึกประหลาดใจหรือดีใจเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่พูดคำว่าขอบคุณด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ คำเดียว

ในระหว่างที่เธอขอตัวไปเข้าห้องน้ำ สวี่เพียวเพียวก็ถือโอกาสไปเช็คบิลทั้งหมด

แต่เมื่อเดินกลับมา เธอก็ได้ยินเสียงเหน็บแนมถากถางดังออกมาจากในห้องวีไอพี

“ถ้าไม่ใช่เพราะคุณหนูสวี่หน้าด้าน คอยวิ่งตามตื้อพี่เซิน พี่เซินจะยอมทนอยู่กับผู้หญิงที่รสนิยมต่ำแบบนั้นได้ยังไง”

“นั่นสิ นึกว่ามีเงินไม่กี่บาทแล้วจะทำตัวกร่างยังไงก็ได้เหรอ”

แล้วเธอก็ได้ยินประโยคหนึ่งจากปากฮั่วจี้เซินดังเข้าหูอย่างชัดเจน “ฉันก็ไม่ได้เห็นสวี่เพียวเพียวสำคัญอะไรขนาดนั้น”

ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเยาะโห่ฮารอบข้างดังกลบปลายเสียงของเขาไปจนหมด

“นั่นไง! ฉันบอกแล้วว่าพี่เซินไม่มีทางชายตามองพวกเศรษฐีใหม่แบบนั้นหรอก!”

สวี่เพียวเพียวไม่มีวันลืมความรู้สึกในตอนนั้นได้เลย เธอเจ็บปวดจนหายใจไม่ออก มือเท้าชาหนึบเหมือนโดนไฟฟ้าช็อตอย่างไงอย่างงั้น

ประจวบเหมาะกับที่บ้านเกิดเรื่องพอดี พ่อของเธอจึงส่งเธอไปต่างประเทศ

และไปนานถึงสามปี

แต่ใครจะไปคิดว่าสามปีให้หลัง เจ้านายที่ถูกส่งตัวมาแบบสายฟ้าแลบจะเป็นฮั่วจี้เซิน?

ต่อให้ตายเธอก็คิดไม่ถึงว่า ฮั่วจี้เซินที่เคยต้องทำงานพาร์ทไทม์และอาศัยเงินทุนการศึกษาเพื่อประทังชีวิต จะกลายเป็นทายาทเพียงคนเดียวของฮั่วซื่อกรุ๊ป

แต่ดูจากท่าทางของเขาเมื่อครู่แล้ว บางที เขาคงตั้งใจจะทำตัวเป็นคนแปลกหน้ากับเธอ

แบบนี้ก็ดี ดีแล้วจริง ๆ

ฮั่วจี้เซินนั่งบนโซฟาหนังนุ่มราคาแพง นิ้วเรียวยาวคลิกเมาส์ไล่ดูข้อมูลพนักงานทุกคน

ซึ่งมีชื่อของสวี่เพียวเพียวอยู่ในนั้น

เธอมาทำงานที่นี่ได้หนึ่งปีแล้ว ด้วยประวัติที่โดดเด่นและความสามารถในการทำงานทำให้เธอได้บรรจุเป็นพนักงานประจำและเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าทีมโปรเจกต์ในเวลาเพียงปีเดียว

ฮั่วจี้เซินเคาะนิ้วมือที่เห็นข้อชัดลงบนหน้าโต๊ะครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยสีหน้าบึ้งตึง

เซ่ามู่ ผู้เป็นเลขาฯ ยืนอยู่ข้าง ๆ คอยสังเกตสีหน้าของเจ้านายท่านนี้ “คุณฮั่วมีอะไรจะสั่งไหมครับ?”

ฮั่วจี้เซินยกถ้วยกาแฟข้างมือขึ้นแล้วจิบอย่างสง่างาม ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ฉันเพิ่งมาใหม่ ยังไม่คุ้นกับโปรเจกต์เท่าไหร่ ช่วยแนะนำหัวหน้าทีมเหล่านี้หน่อย”

เซ่ามู่เข้าใจและแนะนำไปทีละคน

จนถึงคนสุดท้ายคือสวี่เพียวเพียว

“เสี่ยวสวี่ อายุยังน้อย เพิ่งย้ายมาสำนักงานใหญ่ได้ปีเดียว ก่อนหน้านี้ทำที่สาขาต่างประเทศ ผลงานยอดเยี่ยมมากครับ”

ยอดเยี่ยมงั้นเหรอ?

ฮั่วจี้เซินเหยียดยิ้มอย่างดูแคลน

คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลสวี่ในความทรงจำของเขาจะยอมลดตัวลงมาทำงานอย่างนั้นหรือ?

ยากจะเชื่อว่าผลงานที่เรียกกันว่ายอดเยี่ยมเหล่านั้นจะไม่ได้ใช้เงินของตระกูลสวี่ซื้อมา

เพราะเธอชอบใช้เงินดูหมิ่นคนอื่นอยู่แล้ว

และยิ่งชอบที่สุดคือ เมื่อความรู้สึกถึงจุดสูงสุดก็จากไปโดยไม่กล่าวคำอำลา

เมื่อเห็นฮั่วจี้เซินไม่พูดอะไร เซ่ามู่จึงอ่านสีหน้าต่อและพูดต่อว่า “โปรเจกต์นี้เสี่ยวสวี่เป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด คณะกรรมการก็ให้ความสำคัญมากครับ”

เซ่ามู่ลอบถอนหายใจเบา ๆ

ก่อนหน้านี้ตอนที่สวี่เพียวเพียวมาฝึกงาน เธออยู่ภายใต้การดูแลของเซ่ามู่มาตลอด และเขาก็นับว่าเป็นคนปั้นเธอขึ้นมาด้วยตัวเอง

เขาชื่นชมคนหนุ่มสาวแบบสวี่เพียวเพียวที่ไม่พูดมาก ไม่สร้างปัญหา ทำงานเป็นระบบและมีความสามารถ

ก็เลยอดไม่ได้ที่จะพูดแทนเธอสองสามประโยค

“ถ้าเธอทำได้ไม่ดี คุณฮั่วก็ดุเธอได้เต็มที่เลยนะครับ แต่แค่ให้โอกาสเธอสักครั้งก็พอครับ”

ฮั่วจี้เซินเงยหน้าขึ้นอย่างเย็นชาพร้อมยกเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย ในแววตานั้นเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกที่ใครเห็นก็รู้สึกหนาวสะท้าน

เพิ่งมาได้แค่ปีเดียว ก็มีคนออกหน้าพูดแทนเธอแล้วหรือ?

ดูเหมือนว่าเธอยังคงเก่งเรื่องการกุมใจคนเหมือนเดิมไม่มีผิด

เซ่ามู่ไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าของฮั่วจี้เซิน

ถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า “ฐานะทางบ้านของเสี่ยวสวี่ไม่ดี พ่อเสียแล้ว แม่ยังมาป่วยหนัก แถมยังมีลูกสาวตัวเล็ก ๆ ที่ต้องเลี้ยงดู และเด็กก็สุขภาพไม่ค่อยดี แถมสามีของเธอยัง…”

ฮั่วจี้เซินขัดขึ้นอย่างเย็นชา ปรายตามองด้วยสายตาคมกริบหนึ่งที

“เซ่ามู่ ฉันจ่ายเงินเดือนให้นายมาเพื่อให้นายนินทาคนอื่นเหรอ?”

เซ่ามู่สะดุ้งเฮือกใหญ่และรีบขอโทษซ้ำ ๆ เมื่อเห็นว่าฮั่วจี้เซินไม่ได้คิดจะเอาเรื่อง จึงโค้งตัวแล้วออกจากห้องทำงานไป

ตอนนี้เขายังจับอารมณ์ของคุณฮั่วคนนี้ไม่ถูก ดูท่าหลังจากนี้ต้องระวังตัวให้มากกว่านี้

ห้องทำงานกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง

ฮั่วจี้เซินเช็ดคราบกาแฟที่เผลอหกออกไปเมื่อครู่ จากนั้นเลื่อนเมาส์ลากหน้าจอลงมา

แล้วคลิกเข้าไปที่แฟ้มข้อมูลพนักงานของสวี่เพียวเพียว

รูปถ่ายติดบัตรยังเป็นตอนสมัยมหาวิทยาลัย ตอนที่เธอคะยั้นคะยอลากเขาไปถ่ายด้วยกัน

เขาเลื่อนลงไปเรื่อย ๆ จนถึงช่องสถานภาพการสมรส...

สถานภาพ: สมรส
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 30

    ข้อเรียกร้องของเจียงซ่งไม่ได้สูงส่งอะไรนัก“สุดสัปดาห์นี้หาห้างสักแห่ง เจอกับฉันแป๊บเดียว ให้คุณป้าเห็นหน้าแวบเดียว แล้วเราก็แยกย้าย”สวี่เพียวเพียวบอกพิกัดห้างที่เธอนัดกับเหลียนเส้าจิ่นไว้“งั้นก็ที่นั่นแล้วกัน สุดสัปดาห์นี้ฉันจะพาลูกสาวไปเที่ยวพอดี”หลังจากตกลงกับเจียงซ่งว่าไม่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ กับคุณนายฮั่ว สวี่เพียวเพียวถึงยอมตกลงหลังวางสาย สวี่เพียวเพียวก็ไม่มีอารมณ์จะวาดรูปต่อ เธอนอนแผ่หลับตาลงบนเตียงเสียงฝนตกกระทบขอบหน้าต่างดังเป็นจังหวะความคิดของเธอล่องลอยไปไกลเธอเคยเห็นคุณนายฮั่วครั้งหนึ่ง ตอนที่เธอยังคบกับฮั่วจี้เซินสวี่เพียวเพียวไม่ชอบอยู่หอพัก แต่บ้านของเธอกับมหาวิทยาลัยอยู่ในเขตเดียวกัน ขับรถเพียงสิบนาทีก็ถึง ซึ่งพ่อสวี่ก็ไม่อนุญาตให้เธอไปเช่าห้องข้างนอกอยู่คนเดียววันนั้น สวี่เพียวเพียวสืบจนรู้ว่าพ่อแม่ไม่อยู่บ้าน จึงแอบพาฮั่วจี้เซินมาที่บ้านของเธอในห้องนอนของเธอ หลังจากที่ทั้งคู่หยอกล้อกันจนวุ่นวาย คุณนายฮั่วก็วิดีโอคอลมาหา และถามทันทีว่าฮั่วจี้เซินอยู่ที่ไหน ทำไมฉากหลังถึงเป็นสีชมพูไปหมดฮั่วจี้เซินตอบหน้าตายว่า อยู่ที่ร้านอินเทอร์เน็ตธีมสีชมพูสว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 29

    เขาวางสายทันทีคุณนายฮั่วฟังเสียงสัญญาณตัดสายด้วยความรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง ท่านหันไปสะกิดคุณพ่อฮั่วที่กำลังเล่นเกมไพ่พิชิตแลนด์ลอร์ดอย่างสนุกสนานอยู่ข้าง ๆ “คุณคะ คุณว่าลูกชายคุณผิดปกติหรือเปล่า?”ยังไม่ทันที่คุณพ่อฮั่วจะตอบ คุณนายฮั่วก็รีบกุลีกุจอไปจัดหาคู่นัดบอดให้ฮั่วจี้เซินทันทีและแถมยังโทรศัพท์ไปหาเจียงซ่งด้วยอีกคน-กลางดึกสงัด สวี่เพียวเพียวล้างหน้าแปรงฟันเสร็จเรียบร้อยห้องนอนของเธอเล็กมาก เมื่อเทียบกับบ้านตระกูลสวี่ในอดีต ห้องนอนเล็ก ๆ ห้องนี้อาจจะมีขนาดเท่ากับห้องน้ำของเธอเท่านั้นเองมีเพียงเตียงนอนหนึ่งหลัง ตู้เสื้อผ้าหนึ่งใบ และโต๊ะนักเรียนที่ซื้อมาจากร้านเฟอร์นิเจอร์มือสองเพื่อใช้เป็นโต๊ะเครื่องแป้ง นั่นคือภาพรวมทั้งหมดของห้องเธอเปิดโทรศัพท์และเห็นข้อความจากลูกค้าที่เคยติดต่อจ้างงานไว้ ฝ่ายนั้นยอมรับราคาของเธอได้และอยากนัดคิววาดรูปสองสามใบสวี่เพียวเพียวคุยคอนเฟิร์มสไตล์และประเภทของภาพวาดกับลูกค้า จากนั้นนัดแนะกำหนดส่งดร๊าฟแรกและหลังจากได้รับเงินมัดจำแล้ว เธอก็ออฟไลน์ข้อกำหนดของงานไม่ถือว่ายากเกินไปในวงการนักวาดภาพประกอบ สวี่เพียวเพียวคือยอดฝีมือที่กำลังโ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 28

    เธอส่งสติกเกอร์มา...บัญชีในอดีต สติกเกอร์ที่ใช้ก็ยังคงหยุดอยู่ในอดีตเช่นกันมันเป็นภาพเคลื่อนไหวลายเส้นง่าย ๆ รูปหมีน้อยตัวหนึ่งวิ่งเข้าไปกอดและจุ๊บหมีอีกตัวในอดีต ฮั่วจี้เซินได้รับมันแทบจะทุกวันเธอส่งผิด และกดยกเลิกการส่งได้อย่างรวดเร็วและเป็นจังหวะเดียวเมื่อเขากดเข้าไปดูในฟีดก็เห็นข้อความที่สวี่เพียวเพียวโพสต์ขอติดรถกลับบ้านเขาอยู่แถวนั้นพอดี และทางกลับบ้านก็ต้องผ่านสถานีรถไฟใต้ดินถนนซงฮวา เขาจึงแวะรับเธอเพียงแต่บ้านของเขากับห้องเช่าเก่า ๆ ในเขตชานเมืองนั้นอยู่กันคนละมุมเมืองของเมืองเอ เรียกได้ว่าแทบจะอยู่ห่างกันคนละขอบฟ้าวินาทีที่ฮั่วจี้เซินเห็นสวี่เพียวเพียว เธอเปียกโชกไปทั้งตัว ดูลุกลี้ลุกลนและน่าสงสารเหมือนลูกหมาจรจัดที่ไร้บ้านและถูกรังแกจากโลกภายนอกเส้นผมแนบไปกับใบหน้า หยดน้ำไหลรินจากปลายผมไม่หยุด ชุดกระโปรงเปียกชื้นแนบเนื้อ หลังจากขึ้นรถมาเธอก็ตัวสั่นเพราะแอร์ในรถที่เย็นเกินไปฮั่วจี้เซินปรับอุณหภูมิแอร์ขึ้นโดยไม่ให้เธอรู้ตัวตลอดทาง เธอเอาแต่หวาดระแวงเขาไม่ยอมปริปากพูดกับเขาสักคำ และจงใจขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์กับเขาอย่างชัดเจนแม้กระทั่งตอนที่นั่งอยู่บน

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 27

    ฮั่วจี้เซินเปล่งเสียงขึ้นจมูกอย่างเย็นชา เขาหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่ถนนอีกสายหนึ่ง ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ รถบนท้องถนนดูบางตาลงไปถนัดตา“รสนิยมของเธอ... ค่อนข้างแย่นะ”“...คะ?”สวี่เพียวเพียวยังไม่ทันตั้งตัว เธอก็ได้ยินฮั่วจี้เซินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแปลก ๆ คล้ายกับการคาดคั้นผสมโรงไปด้วยความเหยียดหยามและสงสัยหรือบางที มันอาจจะเป็นเพียงความต้องการของผู้บังคับบัญชาที่จะควบคุมผู้ใต้บังคับบัญชาเท่านั้น“เธอไปคว้าพ่อของลูกคนนี้มาได้ยังไง?”สวี่เพียวเพียวก้มหน้าลง มือบีบชายกระโปรงที่เปียกโชกไว้แน่น เดิมทีเธออยากจะเงียบไว้ แต่ท่าทางของฮั่วจี้เซินแสดงชัดว่าเขาจะไม่ยอมรามือหากไม่ได้คำตอบเธอจึงได้แต่ตอบไปอย่างคลุมเครือ “คือ... เพราะเขาหล่อน่ะค่ะ”ฮั่วจี้เซินทำเหมือนได้ยินเหตุผลที่ไร้สาระที่สุดในโลกเขาใช้ปลายลิ้นดุนกระพุ้งแก้มจนเห็นสันกรามคมชัด และในจังหวะนั้นเอง เขาก็ขบกรามแน่นจนเกิดเสียงดังกรอดฮั่วจี้เซิน: “งั้นเหรอ? เพราะแค่หน้าตา เธอถึงขั้นยอมแลกกับสุขภาพของลูกเลยงั้นเหรอ?”ใบหน้าของสวี่เพียวเพียวซีดเผือดลงทันทีการที่เหลียนฮว่าร่างกายไม่แข็งแรง มันไม่เกี่ยวกับพ่อของเด็กเลยส

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 26

    ในตอนนั้น เธอเสียใจมากและแอบร้องไห้อยู่ในหอพักเพียงลำพัง ไม่กล้าให้ฮั่วจี้เซินรู้เธอชอบฮั่วจี้เซินมากจริง ๆแต่ฮั่วจี้เซินมักจะแสดงท่าทีเฉยเมย ไม่ยินดียินร้าย และเขาก็เป็นแบบนี้กับทุกคนเมื่อเหอซิงกลับมา เธอก็เห็นสวี่เพียวเพียวนอนฟุบอยู่บนผ้าห่มพลางเช็ดน้ำตาทั้งขอบตาแดงก่ำ ในอ้อมกอดมีตุ๊กตาหมีน่าเกลียดตัวหนึ่งที่เธอเคยตื๊อให้ฮั่วจี้เซินคีบให้จากตู้คีบตุ๊กตาสวี่เพียวเพียวเป็นคนสวยสะดุดตาและดูมั่นใจ แม้แต่ยามแอบร้องไห้ หยดน้ำตาที่ไหลผ่านใบหน้าขาวผุดผ่องราวกับเครื่องเคลือบดินเผานั้น ก็ยังทำให้คนเห็นแล้วรู้สึกสะเทือนใจมันเป็นความงามที่น่าอิจฉาเหอซิงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความดีใจลึก ๆ “เป็นอะไรไป? ทะเลาะกับฮั่วจี้เซินเหรอ?”ในตอนนั้น เหอซิงกับสวี่เพียวเพียวยังไม่ได้มีเรื่องผิดใจกันรุนแรง ความสัมพันธ์ยังถือว่าพอใช้ได้สวี่เพียวเพียวเพียงแค่รู้สึกไม่ดี จึงไม่อยากชวนคุย“เปล่าหรอก ฉันขอนอนพักสักหน่อย อย่ากวนฉันเลยนะ”เหอซิงตอบรับคำสั้น ๆและเธอก็ไม่ได้สนใจสวี่เพียวเพียวจริง ๆไม่นานเธอก็สวมหูฟังแล้วเริ่มเล่นเกม สักพักก็ถอดหูฟังออกแล้วพูดว่า “เพียวเพียว หูฟังฉันแบตหมดแล

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 25

    สวี่เพียวเพียวไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็สัมผัสได้ถึงหยาดฝนที่สาดซัดลงบนใบหน้า เสื้อผ้าเปียกโชกแนบไปกับลำตัว เธอตัวสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บอย่างน่าเวทนารถจี๊ป แรงเลอร์จอดสนิทอยู่ที่หน้าทางออกสถานีรถไฟใต้ดิน ทันทีที่สายตาของเขาสบเข้ากับสายตาของสวี่เพียวเพียว เจ้าของรถก็บีบแตรเร่งซ้ำ ๆ สองสามครั้งสวี่เพียวเพียวเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะฝ่าพายุฝนพุ่งตัวออกไป จากนั้นพยายามดึงประตูเบาะหลังทว่ากลับดึงไม่ออกหยาดฝนเกาะหนาเตอะบนกระจกรถแล้วไหลรินลงมา สวี่เพียวเพียวกลัวว่าฮั่วจี้เซินจะรอนานเกินไป เธอจึงตัดสินใจลองดึงประตูฝั่งผู้โดยสารข้างคนขับดูคราวนี้มันเปิดออกทันทีเธอถามด้วยใบหน้าซีดเผือดว่า “ช่วยเปิดประตูหลังให้หน่อยได้ไหมคะ?”เพราะอย่างไรเสีย เบาะข้างคนขับก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ที่ที่คนอย่างเธอควรจะนั่งฮั่วจี้เซินทำหน้าขรึมและเย็นชา“นั่งเบาะหลังงั้นเหรอ? เธอนึกว่าฉันเป็นคนขับรถของเธอหรือไง?”พอนึกดูดี ๆ มันก็จริงอย่างที่เขาว่ากว่าจะได้ก้าวขึ้นรถ สวี่เพียวเพียวก็เปียกปอนไปทั้งตัวแล้ว หยดน้ำจากปลายผมไหลร่วงลงบนเบาะหนังแท้เธอจึงรีบพูดขึ้นตามสัญชาตญาณ “ขอโทษด้วยนะคะคุณฮั่ว เดี๋ยวฉันจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status