공유

บทที่ 2

작가: เจ้าเหมียวแวววาว
ทั้งแผนกตกอยู่ภายใต้ความกดดันของหัวหน้าคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาแบบสายฟ้าแลบ

ทุกคนจำต้องอยู่ทำโอทีจนกระทั่งสามทุ่มถึงจะเคลียร์งานในมือเสร็จ

โดยเฉพาะเหล่าหัวหน้าทีมที่โดนฮั่วจี้เซินตำหนิกลางที่ประชุม ต่างก็นั่งหน้าสลดพลางจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากขอเลิกงานเลยสักคน

จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ของสวี่เพียวเพียวก็ดังขึ้น ซึ่งเป็นสายจากเหลียนฮว่า ลูกสาวตัวน้อยที่โทรมาถามว่าเมื่อไหร่แม่จะกลับบ้าน

สวี่เพียวเพียวรีบกดรับและลดเสียงให้เบาที่สุด “ฮว่าฮว่า หนูกับคุณย่าไปนอนก่อนนะลูก เดี๋ยวแม่กลับดึกหน่อย”

เหลียนฮว่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วไร้เดียงสา “ตกลงค่ะแม่ แม่ไม่ต้องทำงานเหนื่อยเกินไปนะ ฮว่าฮว่ากับคุณย่ากินข้าวให้น้อยลงก็ได้ค่ะ”

ประโยคนั้นทำให้สวี่เพียวเพียวถึงกับรู้สึกแสบที่จมูก

เธอรีบวางสายเพื่อไม่ให้ตัวเองเสียอาการ

แต่ในใจกลับไม่สามารถสงบลงได้เลย ในหัวมีแต่คำพูดแสนซื่อของลูกสาววนเวียนอยู่

สวี่เพียวเพียวใช้นามสกุลตามแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอ ส่วนพ่อของเธอแซ่เหลียน

หลังจากพ่อเสียชีวิต ด้วยความระลึกถึง สวี่เพียวเพียวและแม่จึงให้ลูกสาวใช้นามสกุลเหลียนตามคุณตา

และก็ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้ว เหลียนฮว่าคือลูกสาวของฮั่วจี้เซิน

แม้แต่ตัวเขาเองก็คงไม่มีวันรู้ว่าเขายังมีลูกสาวที่เป็นสายเลือดแท้ ๆ อีกคนหนึ่งอยู่บนโลกใบนี้

ปีนี้เหลียนฮว่าอายุได้สองขวบ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันมีปัญหาจึงเจ็บป่วยง่ายมาตั้งแต่เกิด

หมอเคยบอกว่านี่คือโรคคนรวยโดยกำเนิด ต้องใช้เงินมากมายในการประคับประคองรักษา

สวี่เพียวเพียวจึงพาลูกไปรักษากับแพทย์แผนจีน แค่เฉพาะค่ายาในแต่ละเดือนก็สูงถึงห้าหลัก แต่เธอก็ยินดีที่จะจ่ายเงินเท่าไหร่ก็ได้ ขอแค่ให้ลูกสาวสุขภาพดีขึ้น

หลังจากตระกูลสวี่ล้มละลาย สวี่เพียวเพียวต้องขายทั้งกระเป๋า เครื่องประดับ รถ และบ้าน แต่ก็พอชดใช้หนี้สินได้บางส่วน

ตอนนี้ทั้งแม่และลูกสาวต่างต้องกินยาตลอด ทั้งครอบครัวจึงฝากความหวังไว้ที่รายได้ของสวี่เพียวเพียวเพียงคนเดียว

ดังนั้นแม้เธอจะตกใจที่เห็นฮั่วจี้เซิน แม้อยากจะหนี หรือแม้แต่ขาสั่นจนควบคุมไม่ได้... เธอก็จะเสียงานนี้ไปไม่ได้เด็ดขาด

เพราะเธอต้องการเงิน

เพื่อนร่วมงานโต๊ะข้าง ๆ เห็นสวี่เพียวเพียวรับสายลูกสาวจึงทักขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ไม่นึกเลยนะว่าเธอยังอายุน้อยแต่ลูกโตขนาดนี้แล้ว แล้วพ่อน้องไปไหนล่ะ?”

คนรอบข้างแม้จะไม่ได้เงยหน้า แต่ต่างก็เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ

สวี่เพียวเพียวฉีกยิ้มบาง ๆ พลางทัดผมเข้าที่ใบหู ท่าทางธรรมดา ๆ ของเธอกลับดูมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะเอ่ยโกหกคำโตออกมา “เขาไม่ค่อยแข็งแรงน่ะค่ะ นอนพักอยู่ที่บ้าน ต้องกินยาทุกเดือนเลย”

คำตอบนั้นทำเอาเพื่อนร่วมงานถึงกับเงียบกริบในทันที

พวกเขารู้ว่าลูกสาวและแม่ของสวี่เพียวเพียวสุขภาพไม่ดี

แต่นี่แม้แต่สามีก็ยังเป็นคนป่วยอีกงั้นเหรอ? หมายความว่าทั้งบ้านมีแต่คนป่วย และสวี่เพียวเพียวต้องแบกรับภาระหาเลี้ยงทุกคนเพียงลำพัง?

สวี่เพียวเพียวเข้มแข็งเกินไปแล้ว

เมื่อหมดเรื่องซุบซิบ ก็ไม่มีใครถามคำถามอะไรอีก ทุกคนต่างก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อเพื่อจะได้รีบกลับบ้านโดยเร็ว

ที่ด้านนอกแผนก รองเท้าหนังขัดจนมันวาวคู่หนึ่งหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษกำลังถือโทรศัพท์ค้างไว้ โดยมีเสียงเร่งเร้าดังมาจากปลายสาย

“ฮัลโหล? พี่เซิน? ฟังอยู่รึเปล่า แม่ผมฝากถามว่าสุดสัปดาห์นี้พี่ว่างไหม มาทานข้าวที่บ้านหน่อย”

ฮั่วจี้เซินหมุนเท้าแล้วก้าวเข้าไปในลิฟต์ด้านข้างพร้อมตอบสั้น ๆ ว่า “ไม่ว่าง”

“แล้วอาทิตย์ถัดไปล่ะ?”

“ก็ไม่ว่าง”

เจียงซ่งที่อยู่ปลายสายถึงกับไปไม่เป็น การชวนทานข้าวเป็นเพียงข้ออ้าง จริง ๆ แล้วแม่ของเขาอยากจะนัดบอดให้ฮั่วจี้เซินต่างหาก

“พี่เพิ่งรับช่วงต่อบริษัทจะโหมงานหนักขนาดนั้นเลยเหรอ? ไม่มีเวลาแม้แต่จะทานข้าว? คราวก่อนผมชวนสวี่เพียวเพียวทานข้าว เธอก็จะบอกว่าไม่ว่างเหมือนกัน นี่ถ้าไม่รู้คงนึกว่าพวกพี่จะแข่งกันลงสมัครประธานาธิบดีซะอีก”

พอหลุดชื่อสวี่เพียวเพียวออกมา เจียงซ่งถึงตระหนักได้ว่าตัวเองปากพล่อยแล้ว

ปากเสียจริง ๆ ลืมไปได้ยังไงว่าฮั่วจี้เซินเคยคบกับสวี่เพียวเพียว!

เจียงซ่งกัดฟันพลางตบปากตัวเองเบา ๆ

ปากหมา!

เจียงซ่งกับสวี่เพียวเพียวเป็นเพื่อนสนิทกัน สมัยเรียนมหาวิทยาลัยก็มักจะจับกลุ่มเล่นเกมด้วยกันบ่อย ๆ

จนฮั่วจี้เซินเคยเข้าใจผิดว่าพวกเราเป็นอะไรกัน

ถึงขั้นแอบหึงหวงและแข่งขันกับพวกเขาด้วยซ้ำ

ต่อมาภายหลังถึงได้รู้ว่าสวี่เพียวเพียวไม่เคยเห็นเจียงซ่งเป็นผู้ชายเลยสักนิด

มีครั้งหนึ่งฮั่วจี้เซินหาเรื่องดวลบาสเกตบอล แล้วแอบอัดเจียงซ่งจนน่วมไปทั้งตัว หลังจากนั้นตอนดื่มเหล้ากัน เจียงซ่งถึงได้โพล่งออกมาว่า “สวี่เพียวเพียวสวยก็จริง แต่ใครจะไปรับมือไหว?”

“บทจะโมโหขึ้นมาก็ฟาดฝ่ามือใส่โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง พี่เซิน เธอคงไม่กล้าตบพี่หรอกใช่ไหม?”

คนข้าง ๆ รีบขัดขึ้นทันที “แค่สวี่เพียวเพียวไม่เอาพี่เซินไปกราบไหว้ก็บุญแล้ว จะกล้าตบได้ไง? ให้ความกล้าเธออีกสิบเท่าเธอก็ไม่กล้าหรอก!”

“ก็จริง”

..................

ขณะที่เจียงซ่งกำลังจะเปลี่ยนเรื่อง ก็ได้ยินฮั่วจี้เซินถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ตระกูลสวี่ล้มละลายแล้วเหรอ?”

เจียงซ่งชะงักงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเกาศีรษะพร้อมตอบกลับว่า “ใช่ครับ เรื่องเมื่อหลายปีก่อนแล้ว ผมว่านะพี่เซิน สวี่เพียวเพียวเขาก็แต่งงานไปแล้ว พี่คงไม่ได้ยัง... อาลัยอาวรณ์อยู่หรอกนะ?”

“อาลัยอาวรณ์อะไร? ที่ดินทางตะวันออก หรือโรงงานทางเหนือ?” ฮั่วจี้เซินย้อนถาม

ที่เหล่านั้นล้วนมีโปรเจกต์ที่ตระกูลเจียงเองก็จ้องอยู่ เจียงซ่งได้ยินดังนั้นจึงเลิกปากสว่างทันที แล้วกล่าวอย่างตื่นตัวว่า “พี่เซิน พี่กินเนื้อแล้วก็แบ่งน้ำซุปให้น้องนุ่งบ้างสิ!”

ฮั่วจี้เซินตอบรับด้วยเสียงแผ่วเบา

ทว่าเจียงซ่งกลับรู้สึกเสียวสันหลัง

ดูเหมือนว่าหลังจากนี้เขาจะเอ่ยชื่อสวี่เพียวเพียวต่อหน้าฮั่วจี้เซินไม่ได้อีกแล้ว

-

กว่าจะแก้ไขโปรเจกต์เสร็จเวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่กลางดึก

เมื่อสวี่เพียวเพียวเงยหน้าขึ้นก็พบว่าเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ กลับไปหมดแล้ว ในห้องทำงานอันกว้างใหญ่เหลือเพียงเธอคนเดียว

และเธอคุ้นชินกับสถานการณ์แบบนี้แล้ว

สวี่เพียวเพียวปิดคอมพิวเตอร์ แล้วลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย จากนั้นเดินตรวจดูความเรียบร้อยรอบ ๆ ห้องเหมือนทุกครั้ง ก่อนจะมุ่งหน้าไปที่ลิฟต์

อาคารสำนักงานในยามค่ำคืนเงียบเชียบเป็นพิเศษ เสียงส้นเข็มกระทบพื้นดังสะท้อนก้อง

จู่ ๆ เธอก็รู้สึกได้ว่ามีเสียงฝีเท้าอีกคู่เดินตามหลังมา มันหนักแน่นกว่า และฟังดูเหมือนรองเท้าหนัง

สวี่เพียวเพียวอาศัยจังหวะตอนเลี้ยวแอบปรายตามอง คนที่อยู่ด้านหลังตัวสูงมาก ศีรษะของเขาสูงกว่าเธอประมาณความสูงของอิฐหนึ่งก้อน

เป็นผู้ชาย!

แม้จะมีกล้องวงจรปิด แต่เธอไม่แน่ใจว่ากล้องวงจรปิดยังทำงานอยู่ไหม ส่วนคนของแผนกอื่นก็คงไม่มีใครมาชั้นนี้ และตอนที่ตรวจดูแผนก เธอก็มั่นใจว่าทุกคนกลับหมดแล้ว...

หัวใจของสวี่เพียวเพียวเต้นระรัวจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก

ขนแขนลุกเกรียวทั้งที่เป็นฤดูร้อน

ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวพนักงานเจอพวกโรคจิตตอนเลิกงานดึก ๆ จนบริษัทสั่งห้ามอยู่เกินเที่ยงคืน

แต่เธอดันอยู่จนถึงตีหนึ่งครึ่ง

คงไม่ซวยขนาดนั้นหรอกนะ?

สวี่เพียวเพียวครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยความลนลาน แสร้งทำเป็นโทรออกและเพิ่มเสียงให้ดังขึ้น “ฮัลโหล ที่รักเหรอ? คุณถึงไหนแล้ว? ฉันเลิกงานแล้วนะ รีบมารับหน่อยสิ ฉันง่วงจะแย่แล้ว”

“อ๋อ จะถึงแล้วเหรอ? ตกลงค่ะ ฉันรอนะ”

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคิดไปเองหรือเปล่า หลังจากวางสาย เสียงฝีเท้าที่ตามมาอย่างกระชั้นชิดนั้นก็หยุดลงจริง ๆ

สวี่เพียวเพียวถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะพุ่งตัวเข้าลิฟต์แล้วกดชั้นหนึ่งด้วยมือที่สั่นเทา

หน้าจอโทรศัพท์ในมือโชว์เบอร์ 10086 ก่อนจะดับวูบลง

ขณะที่ลิฟต์เคลื่อนลง

คนที่อยู่ตรงทางเดินหมุนตัวเดินเข้าสู่บันไดหนีไฟ ก่อนที่แสงจากไฟแช็กสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดสลัว ตามมาด้วยกลุ่มควันบุหรี่ที่ลอยคละคลุ้ง บดบังใบหน้าของฮั่วจี้เซินให้ดูเคร่งขรึมและอ่านยาก

ครู่ต่อมา เมื่อบุหรี่ไหม้จนถึงก้น ความร้อนลามมาถึงผิวหนัง เขาจึงสะบัดเถ้าทิ้งและดึงสติกลับมา

เขาแค่บังเอิญเห็นว่าชั้นนี้ยังเปิดไฟอยู่เลยแวะลงมาดู แต่ไม่คิดเลยว่าคนที่อยู่ทำโอทีจะเป็นสวี่เพียวเพียว

ดูเหมือนว่า เพื่อเลี้ยงสามีขี้โรคคนนั้น เธอจะพยายามอย่างหนักน่าดูเลยนะ

ฮั่วจี้เซินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งหาเซ่ามู่

“ออกประกาศ หลังจากนี้ใครอยู่โอทีเกินเที่ยงคืน ไม่จ่ายค่าล่วงเวลา”
이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 386

    คำถามที่หลุดออกมานั้นไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเลยแม้แต่น้อยเพราะการที่ฮั่วจี้เซินอยู่ที่ตึกหลักนั้น ถือเป็นเรื่องที่มีความชอบธรรมและมั่นคงเสียยิ่งกว่าตัวฮั่วหงผู้เป็นบิดาเสียอีก เขาจึงไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องย้ายออกไปเลยเปลือกตาของโสงเจี๋ยกระตุกวูบไปชั่วขณะหนึ่ง ทว่าเธอก็ยังคงรักษาความสุขุมไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ใบหน้ายังคงนิ่งสนิทและแผ่รัศมีผู้สูงศักดิ์ออกมาอย่างแนบเนียน“อาเซินกับเพียวเพียวเขาเพิ่งจะแต่งงานกันได้ไม่นาน จะให้หนุ่มสาวมาอุดอู้อยู่กับคนแก่อย่างเราสองคนไปตลอดมันก็น่าเบื่อแย่ อีกอย่าง แม่กับคุณลุงใหญ่ของพวกเธอก็เริ่มอยากจะมีพื้นที่ส่วนตัวเพื่อพักผ่อนบ้างเหมือนกัน”“เดิมที ตึกเหล่านั้นก็ถือเป็นกรรมสิทธิ์ในส่วนที่พวกเธอควรจะได้รับอยู่แล้ว เรื่องราวความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นกับพ่อแม่ของพวกเธอมันคือความผิดพลาดของคนรุ่นเรา มาถึงตอนนี้ ฉันจึงขอยกบ้านคืนให้พวกเธอไปจัดการแบ่งสรรและดูแลกันเอาเอง ต่อจากนี้จะใช้ชีวิตกันอย่างไรก็ให้เป็นเรื่องภายในของพวกเธอ ฉันจะไม่เข้าไปก้าวก่าย”โสงเจี๋ยครองตำแหน่งคุณนายใหญ่แห่งตระกูลฮั่วมานานนับปีท่วงท่าและท่วงทำนองที่เธอแสดงออกมาในยามนี

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 385

    ตึกหลักหลังนี้ถูกกำหนดไว้เป็นที่อยู่ของผู้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลฮั่วคนต่อไปเท่านั้นนี่คือธรรมเนียมปฏิบัติที่ยึดถือกันมาอย่างเคร่งครัดและยาวนานในเมื่อฮั่วหงคือบุตรชายคนโต และฮั่วจี้เซินคือหลานชายคนโต ทั้งยังเป็นผู้กุมบังเหียนบริหารเครือบริษัทอย่างเต็มตัวในปัจจุบัน การที่ครอบครัวของพวกเขาครอบครองตึกหลักจึงเป็นสิทธิที่สมเหตุสมผลทว่าโสงเจี๋ยกลับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่“ตึกหลักของเรามีห้องตั้งมากมาย ต่อให้พักอาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหมดก็ไม่ได้ลำบากลำบนอะไรหรอก เพียงแต่แม่เห็นว่าพวกเด็ก ๆ ก็เริ่มเติบโตเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว การแยกสัดส่วนที่พักให้เป็นส่วนตัวย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่า แต่ที่แม่หนักใจ ก็คือเรื่องของอารุ่ยนั่นแหละ แม่กลัวว่าเด็กคนนั้นจะเก็บเอาไปคิดมากน่ะสิ”สิ่งที่โสงเจี๋ยเป็นกังวลที่สุด คือนิสัยส่วนตัวของฮั่วจี้รุ่ยที่มักจะอ่อนไหวและคิดเยอะเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเธอเกรงว่าเขาจะเกิดคำถามขึ้นในใจว่า เหตุใดในช่วงเวลาที่ผ่านมาทุกคนถึงยังสามารถพำนักรวมกันอยู่ที่ตึกหลักได้อย่างสงบสุขแต่พอเขาก้าวเท้ากลับมาบ้านปุ๊บ กลับกลายเป็นว่าทุกคนต้องมาแยกย้ายบ้านกันอยู่ทันทีแม้ระยะห่างระหว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 384

    เครื่องยนต์คำรามกึกก้องขณะที่รถทะยานเร่งความเร็วขึ้นเซ่ามู่หักพวงมาลัยหลบหลีกอย่างคล่องแคล่วและแซงผ่านรถคันหน้าไปได้อย่างรวดเร็วในจังหวะที่รถกำลังเคลื่อนเข้าสู่ทางโค้ง ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในตำแหน่งคนขับของรถคันหลังค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นพลางทอดสายตาตรงไปข้างหน้าภายในรถคันที่เพิ่งแซงพ้นไปนั้น หญิงสาวคนหนึ่งกำลังก้มหน้าลงจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อยู่ในมือ แสงสว่างจาง ๆ จากหน้าจอโทรศัพท์มือถือสะท้อนอาบใบหน้าของเธอให้โดดเด่นท่ามกลางความมืดมิดรูปหน้าด้านข้างของเธอนั้นดูวิจิตรบรรจง เส้นผมสีดำขลับที่รวบเป็นมวยเรียบร้อยไว้ที่ท้ายทอย มีปอยผมบางส่วนทิ้งตัวลงระต้นคอขาวเนียนละเอียดดุจหิมะแสงสลัวจากไฟข้างทางสาดส่องเข้ามา กระทบเข้ากับผิวหน้าด้านข้างของสวี่เพียวเพียวจนดูขาวกระจ่างตาราวกับมีเรื่องราวบางอย่างในหน้าจอโทรศัพท์ที่ดึงดูดความสนใจและทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นมา จนเธอเผยรอยยิ้มละมุนออกมาบาง ๆ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ฮั่วจี้รุ่ยมองเห็นรอยบุ๋มเล็ก ๆ ของลักยิ้มที่ข้างแก้มของเธอได้อย่างชัดถนัดตาทว่าเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นรถหรูพุ่งทะยานผ่านหน้าเขาไปอย่างรวดเร็วสายตาของเธอไม่ได้หยุดพักหรือเหล

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 383

    “จริง ๆ บนอินเทอร์เน็ตก็มีข่าวซุบซิบเรื่องตระกูลเราโผล่มาให้เห็นตลอดแหละค่ะ ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ภาพที่พี่แคปส่งมาเมื่อคืนน่ะมันเป็นเรื่องของบ้านอาสอง ซึ่งทั้งอาสองและอาสะใภ้สองต่างก็เคยเป็นคนในวงการบันเทิงทั้งคู่ ข่าวฉาวมันเลยพุ่งเป้าไปที่พวกเขาเยอะเป็นพิเศษ”“คนที่จับได้ว่าอาสะใภ้สองนอกใจน่ะไม่ใช่พี่เลี้ยงตามข่าวลือหรอกค่ะ แต่เป็นอาสองเองที่บังเอิญควงคู่ไปกับคุณป้าสะใภ้ใหญ่!”สวี่เพียวเพียวตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ“ตอนนั้นอาสะใภ้สองประกาศว่าตัวเองท้องค่ะ แล้วก็ขออนุญาตทางบ้านกลับมาพักฟื้นร่างกาย ป้าสะใภ้ใหญ่ที่หวังดีก็เลยหิ้วของบำรุงกะจะไปเยี่ยม อาสองเองก็ไม่ได้เฉลียวใจเลยพาป้าสะใภ้ใหญ่เดินขึ้นไปหาถึงบนห้องนอน แล้วก็เจอแจ็กพอตเข้า เพราะอาสะใภ้สองกับนักแสดงชายคนกำลัง...”“และพอเด็กแฝดคู่นั้นลืมตาดูโลก ผลตรวจ DNA ก็ออกมาเป็นเครื่องยืนยันค่ะว่า เด็กทั้งสองคนไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของอาสองจริง ๆ ”“หลังจากนั้น คุณปู่ก็ยื่นคำขาดบีบให้ทั้งคู่หย่าขาดจากกัน แต่อาสองกลับดื้อแพ่งไม่ยอมหย่าท่าเดียว เขาคร่ำครวญว่าต่อให้อาสะใภ้สองจะคบชู้ เธอก็ยังเป็นแรงบันดาลใจและเป็นนางเอกในดวงใจของเขาตลอดกาล ถึ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 382

    สวี่เพียวเพียวยอมรับความจริงข้อนี้อย่างเต็มอกลึก ๆ แล้วเหตุผลที่เธอเลือกเปิดใจให้ฮั่วจี้เซินในตอนแรก ก็เป็นเพราะความหล่อของเขาเป็นประเดิมนั่นแหละหากปราศจากใบหน้าฟ้าประทานที่ดูโดดเด่นเกินใครนั่น ฮั่วจี้เซินก็อาจจะไม่สามารถดึงดูดสายตาของเธอให้หยุดนิ่งได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เขาเดินเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำสวี่เจินหลี่จำต้องยอมอย่างจนปัญญา “ลูกคนนี้นี่จริง ๆ เลย”“แม่คะ อย่ากังวลไปเลยค่ะ หนูเข้าใจดีว่าแม่เป็นห่วงเรื่องอะไร ถึงแม้ว่าในเชิงธุรกิจบ้านเราจะเทียบกับตระกูลฮั่วไม่ได้ แต่แม่กับพ่อก็เลี้ยงหนูมาให้เติบโตมาอย่างมีความสุขและเพียบพร้อมมาโดยตลอด”“แม่ยังจำคุณป้าชุนเทียน เพื่อนบ้านข้าง ๆ เราตอนเด็ก ๆ ได้ไหมคะ ตอนนั้นฝ่ายชายระแวงสารพัดจนเธอต้องยอมเซ็นสัญญาก่อนสมรสไว้ตั้งมากมาย แต่พอถึงคราวจะหย่ากันจริง ๆ นอกจากเขาจะไม่เหลือเงินติดตัวให้เธอสักบาทแล้ว ยังทิ้งหนี้สินกองโตไว้ให้เธอรับผิดชอบอีก แม่จำไม่ได้เหรอคะ?”เมื่อได้ยินดังนั้น สวี่เจินหลี่ก็เริ่มมีสีหน้าหวั่นไหวคนที่สวี่เพียวเพียวหยิบยกมาอ้างถึงนั้นคือเพื่อนบ้านในอดีตซึ่งฐานะทางบ้านก็ดูจะทัดเทียมกับตระกูลสวี่ในเวลานั้น ก่อ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 381

    ในเวลานั้น สื่อมวลชนและคนภายนอกรับรู้เพียงแค่ว่าจวีเยี่ยฝานนอกใจสามีทว่าเรื่องที่เธอแอบให้กำเนิดลูกแฝดชายหญิงนั้นกลับมีคนรู้เพียงน้อยนิด เพราะตระกูลฮั่วได้สั่งปิดข่าวเงียบและวางกำลังป้องกันข้อมูลรั่วไหลอย่างแน่นหนาในทุกระดับชั้นยามนั้นจวีเยี่ยฝานกับฮั่วหมิ่นยังไม่มีสถานะหย่าขาดจากกันอย่างเป็นทางการ ชาวเน็ตในยุคนั้นจึงทำได้เพียงคาดเดากันไปสนุกปากทว่าทันทีที่มีใครทิ้งความเห็นในคอมเมนต์ เหล่าแฟนคลับรุ่นเก่าของจวีเยี่ยฝานก็จะรีบออกโรงโต้แย้งและแก้ข่าวให้เธอทันทีแม้ว่าเธอจะลาออกจากวงการไปนานหลายปีจนแฟนคลับเหล่านั้นล่วงเข้าสู่วัยอาวุโสกันหมดแล้วแต่ด้วยผลงานการแสดงระดับขึ้นหิ้งที่ยังคงถูกนำมาตัดต่อวนเวียนให้เห็นอยู่ในโลกโซเชียล ทำให้ชื่อเสียงของเธอยังคงขลังและไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลาทันทีที่จวีหย่าเชี่ยนก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง เธอจึงได้รับฉายาว่าจวีเยี่ยฝานย่อส่วนเพราะเมื่อลองนำรูปถ่ายของทั้งคู่มาวางเปรียบเทียบกันแบบช็อตต่อช็อต จะพบว่าแม้กระทั่งตำแหน่งไฝเสน่ห์ที่หางตาของพวกเธอก็ยังอยู่ในตำแหน่งเดียวกันราวกับพิมพ์เดียวกันและหลังจากที่เหล่าแฟนคลับช่วยกันออกโรงแก้ข่าว จวีเยี่ยฝ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 77

    แต่แล้วน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ร่องรอยความรู้สึกของฮั่วจี้เซินก็ดังขึ้น“มีคนชอบ”มีดและส้อมในมือของสวี่เพียวเพียวสั่นจนเกือบจะหลุดมือที่เขาพูด... คงไม่ได้หมายถึงเธอใช่ไหม?ฉินอวี่โยวหันมองมาทันที “น้าเพียวเพียวชอบเจ้านี่เหรอครับ? ผมให้ครับ!”พูดจบเขาก็ใช้ส้อมจิ้มพิซซ่าชิ้นหนึ่งมาวางในจานของสวี่

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 55

    เพราะไม่ว่าเขาจะเรียกเงินเท่าไหร่ เธอก็ตั้งใจจะเก็บออมมาคืนเขาให้ได้ อย่างมากที่สุดก็แค่ขอผ่อนชำระเอา“งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ คุณฮั่วพักผ่อนให้เต็มที่ค่ะ”ประตูห้องปิดลง สวี่เพียวเพียวจากไปแล้วเสียงรองเท้าส้นสูงดังกระทบพื้นจากใกล้จนค่อย ๆ ห่างออกไป ราวกับการเคาะจังหวะบทเพลงที่ค่อย ๆ เลือนหายไปจากโ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 50

    “ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ผมมองดูแล้วทั้งสองท่านช่างดูเหมาะสมกันมากจริง ๆ ครับ”ฮั่วจี้เซินเพียงแต่ยิ้มรับสั้น ๆ ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปทางด้านสวี่เพียวเพียวที่เพิ่งจะหยิบเหล้ามาได้ ก็ถูกบริกรคนหนึ่งเดินเข้ามาชนจนเหล้าราดใส่ตัวเธอเข้าอย่างจังไวน์แดงที่หกรดลงบนชุดเดรสผ้าซาตินสีขาวนั้นดูเด่นชัดและเลอ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 25

    สวี่เพียวเพียวไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็สัมผัสได้ถึงหยาดฝนที่สาดซัดลงบนใบหน้า เสื้อผ้าเปียกโชกแนบไปกับลำตัว เธอตัวสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บอย่างน่าเวทนารถจี๊ป แรงเลอร์จอดสนิทอยู่ที่หน้าทางออกสถานีรถไฟใต้ดิน ทันทีที่สายตาของเขาสบเข้ากับสายตาของสวี่เพียวเพียว เจ้าของรถก็บีบแตรเร่งซ้ำ ๆ สองสามครั้งส

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status