LOGINฮั่วจี้เจ๋อมองหน้าฮั่วสวินเจินภาพความทรงจำตลอดช่วงเวลากว่ายี่สิบปีที่ผ่านมาผุดขึ้นมาในห้วงคำนึงของพี่น้องทั้งสองคนในตอนนี้มีเพียงบานกระจกใสขวางกั้น มองสบตากันอยู่ห่าง ๆ เมื่อฮั่วสวินเจินเห็นว่าเขาไม่มีคำพูดอื่นใดที่จะเอ่ยอีกแล้ว เธอก็ลุกขึ้นยืน“หลังจากนี้เราไม่ต้องมาพบกันอีกแล้วค่ะ ขอให้รักษาตัวด้วย”พูดจบเธอก็หันหลังเดินจากไปยามที่ก้าวไปยืนอยู่ตรงประตู เสียงสะอื้นไห้อันอัดอั้นของชายหนุ่มก็ดังไล่หลังตามมาอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ช่างซับซ้อนยิ่งนักต่อให้ฮั่วสวินเจินจะไม่คิดว่าฮั่วจี้เจ๋อนั้นสำนึกผิดด้วยใจจริงก็ตามทีสิ่งที่เขาเป็นอยู่อาจเป็นเพียงความเสียดายและเสียใจที่อนาคตของตัวเองต้องพังทลายลง หรืออาจเป็นความอับอายขายหน้าหลังจากความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผยทว่าฮั่วจี้เจ๋อกลับไม่รู้เลยสักนิดว่า ครอบครัวของพวกเขานั้นไม่มีทางหันหลังกลับไปแก้ไขอะไรได้ตั้งนานแล้วฮั่วสวินเจินมองเห็นธาตุแท้ของคนบ้านสองมาตั้งแต่ตอนที่ฮั่วจี้เจ๋อใช้เล่ห์เหลี่ยมเล่นงานฮั่วจี้จั๋วแล้วอุบัติเหตุทางรถยนต์ของสวี่เพียวเพียวและเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงาน ฮั่วจี้เซินก็ยังคงจำฝังใจมาโดยตลอดไม่เคยลืมฮั่วสว
ไม่ได้ติดต่อกันหลายปี นั่นเห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องโกหกทว่าเธอก็ไม่มีจุดยืนหรือเหตุผลอะไรที่จะไปจี้จุดจับผิดเขา จึงทำได้แค่หาข้ออ้างส่งเดชเพื่อพูดกลบเกลื่อนแล้วตัดสายทิ้งไปท้ายที่สุดแล้ว ด้านข้างของเธอยังมีเซี่ยถานโจวนั่งอยู่ด้วยนี่สิฉีเหมี่ยวรู้สึกกระอักกระอ่วนใจจนแทบทำตัวไม่ถูกเซี่ยถานโจวได้ยินบทสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อครู่นี้อย่างชัดเจน เขามีสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย “คุณฉีบอกว่า ก่อนหน้านี้เคยเห็นชิงซางอยู่กับคุณซูงั้นเหรอครับ?”ฉีเหมี่ยวนิ้วเท้าจิกเกร็งไปหมดนึกอยากจะกระโดดลงจากรถหนีไปให้รู้แล้วรู้รอดเลยในตอนนี้ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงต้องมาแจ๊กพอตที่เธอด้วยนะเธอต้องจำใจกัดฟันสู้แล้วหาข้ออ้างออกมาแก้ตัว“ใช่ค่ะ แต่ว่าฉันอาจจะมองคนผิดไปเองก็ได้มั้งคะ”เซี่ยถานโจวพยักหน้ารับเบา ๆ โดยไม่ได้ซักไซ้ให้อึดอัด เขารู้ดีว่าเซี่ยชิงซางเข้ากับคนอื่นได้ยากเจ้าตัวน่าจะไม่ได้พูดความจริงออกมาทว่าเหตุผลเบื้องหลังเรื่องนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องที่สมควรจะมาไถ่ถามเอาจากปากของฉีเหมี่ยวเซี่ยถานโจวเป็นคนที่มีความพอดีและรู้ขอบเขตในการวางตัวทันทีที่รถมาถึงหน้าประตูหมู่บ้านที่พัก ฉีเหมี่ยวก็รีบกล่าวขอ
“ไม่ได้ถึงกับรู้จักเป็นการส่วนตัวหรอกค่ะ แค่เคยเห็นตอนอยู่ที่มหาวิทยาลัย”ฉีเหมี่ยวอธิบาย “ตอนนี้ฉันเองก็กำลังเรียนปริญญาโทอยู่เหมือนกันค่ะ ช่วงก่อนหน้านี้มีงานเลี้ยงของกลุ่มลูกศิษย์ บังเอิญไปเจอเข้ากับน้องชายของคุณเซี่ยพอดีค่ะ”พอพูดถึงเซี่ยชิงซางขึ้นมา เซี่ยถานโจวก็พลันนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งไม่รู้ว่าเป็นเพราะเคยทำงานอยู่ที่เมืองกั่งเฉิงมาหลายปีหรือเปล่า ทำให้เขามีกลิ่นอายสไตล์เมืองกั่งเฉิงเจือจางแฝงอยู่บนตัวยามที่เซี่ยถานโจวยิ้มขึ้นมา บนแก้มจะมีรอยลักยิ้มปรากฏให้เห็นเด่นชัดถึงสองข้าง“น้องชายของผมสุขภาพไม่ค่อยสู้ดีครับ หลายปีมานี้ผมมุ่งมั่นกับการทำงานจนเกินไป เลยอาจจะละเลยการดูแลเขาไปบ้าง ไม่นึกเลยว่าพวกคุณจะเป็นศิษย์ร่วมสถาบันกัน ถ้ามองแบบนี้แล้วพวกเราก็คงจะเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมสถาบันเหมือนกันสินะครับ”พี่น้องสองคนนี้ดูท่าทางแล้วความสัมพันธ์คงจะไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่และเซี่ยถานโจวก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยเต็มใจอยากจะพูดถึงเซี่ยชิงซางผู้เป็นน้องชายสักเท่าไหร่ด้วยฉีเหมี่ยวจึงเอ่ยขึ้น “ครั้งก่อนฉันเห็นเขาเดินมากับผู้หญิงคนหนึ่งค่ะ น่าจะเป็นแฟนสาว คุณเซี่ยก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าน้องช
มือของเขาประคองเอวของสวี่เพียวเพียวเอาไว้เดิมทีงานในวันนี้ฮั่วสวินเจินควรจะเป็นตัวเอกของงานแต่ทว่าต้านทานความกระตือรือร้นของบรรดาแฟนคลับไม่ไหว สวี่เพียวเพียวคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินตรงเข้ามาทางหน้ากล้องเธอไม่ได้แต่งหน้าเลยแม้แต่น้อย ทว่าสีหน้ากลับดูเปล่งปลั่งสดใสทันทีที่ก้าวเข้ามา แฟนคลับจำนวนมากต่างก็สังเกตเห็นว่าเธอกำลังใช้มือประคองหน้าท้องของตัวเองอยู่ห้องไลฟ์สดก็พลันเกิดเสียงฮือฮาระเบิดขึ้นมาทันที【ฉันว่าแล้วเชียวทำไมเหยียนเฟิงถึงไม่ยอมออกมา ที่แท้ก็เป็นเพราะกำลังตั้งครรภ์อยู่นี่เอง!】【ทำไมบางคนท้องแล้วยังสวยขนาดนี้เนี่ย? สวยเกินไปแล้ว!】【นี่คือโฉมหน้าของคนที่บอกว่าไม่แต่งหน้าเหรอ? แล้วพวกเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเนี่ย!】สวี่เพียวเพียวถือโอกาสประกาศข่าวดีเรื่องที่จะมีการเปิดสาขาหน้าร้านเพิ่มขึ้นอีกมากมายผ่านทางห้องไลฟ์สด“หลังจากนี้เวลาที่หน้าร้านของเราเปิดให้บริการก็จะมีกิจกรรมร่วมสนุกมากมายเช่นกันค่ะ สำหรับเพื่อน ๆ ที่จองพรีออเดอร์รอบนี้ไม่ทันก็ไม่ต้องกังวลไปนะคะ”“หากว่ามีเหตุการณ์กล่าวหาว่าทองคำของเรามีปัญหาด้านความบริสุทธิ์เกิดขึ้นอีกเหมือนครั้งก่อน ทุกคนก็สาม
เบื้องหลังเครื่องประดับชิ้นงาม มักจะมีเรื่องราวที่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ดึงดูดใจผู้คนเมื่อชุดเครื่องประดับชิ้นหนึ่งมีคุณค่าทางเรื่องราวเข้ามาผูกร้อย ยิ่งช่วยแต่งแต้มสีสันและเพิ่มประกายเจิดจรัสให้กับอัญมณีที่งดงามอยู่แล้วให้โดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีกบรรดาผู้ชมที่เข้ามามุงดูในห้องไลฟ์สด เมื่อได้ยินว่าแรงบันดาลใจในการออกแบบผลงานชุดนี้ของฮั่วสวินเจินมาจากการที่เธอรอดชีวิตจากการตกทะเล ต่างก็ตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะฮั่วสวินเจินกวาดสายตามองข้อความคอมเมนต์ที่เข้ามาปลอบโยนเธอ“ทุกคนไม่ต้องสงสารฉันหรอกนะคะ เพราะตัวฉันเองก็ได้สัมผัสและเรียนรู้แล้วว่าความรู้สึกของการรอดตายราวกับปาฏิหาริย์นั้นเป็นอย่างไร!”“แบรนด์ของเราถ้าหากไม่เผชิญหน้ากับการหลอมด้วยเปลวไฟ ก็ต้องเผชิญกับกระแสน้ำทะเล ตอนนี้ถือว่าพวกเราก้าวผ่านบททดสอบจากทั้งน้ำและไฟมาได้ และได้เกิดใหม่อย่างแท้จริงแล้วค่ะ”กระบวนการเจียระไนสร้างเครื่องประดับ ย่อมต้องอาศัยทั้งเปลวไฟและน้ำในยามนี้ ผสานวสันต์ไม่ว่าจะมองในมุมของดีไซเนอร์หรือตัวแบรนด์ ต่างก็กำลังก้าวเดินไปสู่ความเติบโตในช่องคอมเมนต์มีชาวเน็ตคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมาว่า ฮั่วสวินเจินได
สวี่เพียวเพียวพลันนึกย้อนกลับไปสมัยที่ยังเรียนอยู่ เธอมักจะชอบทำตัวเอาแต่ใจคอยออเซาะให้ฮั่วจี้เซินช่วยเก็บอุปกรณ์วาดภาพให้เธออยู่เป็นประจำในตอนนั้นย่อมมีกระดาษร่างภาพที่ถูกทิ้งไว้เป็นจำนวนมากเช่นกันคงจะเป็นช่วงเวลานั้นสินะที่ถูกฮั่วจี้เซินแอบหยิบเก็บรวบรวมเอาไว้เซี่ยถานโจวบังเอิญเคยเห็นเข้าครั้งหนึ่ง จึงพอจะจำสไตล์ลายเส้นของสวี่เพียวเพียวได้ติดตาพอมาเห็นภาพประกอบขนาดใหญ่โตเหล่านี้อยู่ตรงหน้า จึงจำได้ทันทีในแวบแรกเซี่ยถานโจวรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย“ถ้าหากพวกเราทั้งสองฝ่ายผลักดันความร่วมมือกันได้ในอนาคต คุณสวี่พอจะวาดภาพเพิ่มให้อีกสักสองสามภาพได้ไหมครับ?”“ได้แน่นอนค่ะ แต่ค่าร่างงานวาดของฉันราคาค่อนข้างแพงเลยทีเดียวนะคะ”เซี่ยถานโจวยิ้มพร้อมกับขยับกรอบแว่นบนสันจมูกของตนเองเบา ๆ “ผลงานของคุณสวี่ ในแง่ของคุณประโยชน์ด้านการประชาสัมพันธ์แล้ว ดีกว่าการเชิญดาราดังมาเป็นพรีเซ็นเตอร์อีกครับ เรื่องราคาย่อมต้องให้อย่างสมน้ำสมเนื้อแน่นอนอยู่แล้ว”ฮั่วจี้เซินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ส่งเสียงหัวเราะเบา ๆ ออกมา“ถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไป แผนกประชาสัมพันธ์คงได้ปิดตัวลงแล้วให้เพียวเพียวเหมาท