Beranda / โรแมนติก / เจ้าบ่าวพญามาร / EP.05 ทายาทเพียงคนเดียว

Share

EP.05 ทายาทเพียงคนเดียว

last update Tanggal publikasi: 2024-12-03 21:16:06

            กลุ่มควันสีขาวที่เกิดจากเปลวไฟกำลังเผาไหม้ร่างของพ่อ นั่นคือเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ อีกทั้งข่าวการตายของพ่อที่กระพือไปทั่วประเทศไทยและขจรไกลไปอีกฟากโลกก็ไม่อาจมีใครเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปอีกนานเท่าไร อีก 10 ปี 20 ปี หรืออีก 30 ปี โลกโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ไวกว่าไฟลามทุ่งก็จะทำให้ข่าว...

            ‘หม่อมเจ้าพงศกร วรเวชเดชากร ตายคาอกหม่อมเพราะใช้ไวอากร้าเกินขนาด’ จะยังถูกพูดถึงไปตลอดกาล

            “คุณชายครับ เรื่องพินัยกรรมของท่าน”

            ดวงตาคมเข้มของ ‘หม่อมราชวงศ์ธีรดนย์ วรเวชเดชากร’ มีแววกร้าวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะปรับให้เป็นปกติดังเดิม เขาไม่ได้อยากฟังเรื่องพินัยกรรมในเวลานี้ เพราะร่างของพ่อยังเผาไม่หมดซะด้วยซ้ำ แต่เพราะทนายวีระเดชนั้นเป็นทนายประจำตระกูลและเป็นเพื่อนสนิทของพ่อ เขาจึงไม่ควรแสดงกิริยาไม่เหมาะสมออกไป อีกทั้งฐานันดรที่แบกอยู่บนบ่าตั้งแต่เกิดก็สอนสั่งให้เขาเก็บอารมณ์

            “ไว้คุยกันวันอื่นได้มั้ยครับคุณลุง”

            ทนายวีระเดชชำเลืองมองใบหน้าเคร่งขรึม นึกเห็นใจคุณชายธีรดนย์ที่สุด เพราะคุณชายไม่ควรต้องมาพบเจอกับเรื่องราวแบบนี้เลย เขารับรู้เรื่องราวในวงศ์สกุลนี้เป็นอย่างดี เพราะเป็นทนายประจำตระกูลและเป็นเพื่อนร่วมเรียนหนังสือกับหม่อมเจ้าพงศกร ครั้งที่ท่านไปเรียนต่อปริญญาตรีที่อังกฤษ จนได้พบรักกับหม่อมคัทรียา จนถึงวันที่หม่อมเจ้าพงศกร พาสาวงามจากบ้านป่ามาสู่วัง ไม่นานหลังจากนั้นหม่อมคัทรียาก็หอบคุณชายธีรดนย์บินลัดฟ้าจากไป

            จากวันนั้นจนถึงวันนี้ คุณชายธีรดนย์ได้กลับมาเยือนเมืองไทยในฐานะของทายาทวรเวชเดชากร ก็คือวันที่ท่านสิ้นแล้ว และท่านก็จากไปอย่างไม่ปกติ คนเป็นลูก แม้จะไม่ได้ผูกพันกันสักเท่าไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็ยากที่จะยอมรับได้โดยง่าย และจากสายตาคมเข้มที่พุ่งตรงไปยังศาลาด้านในก็ทำให้เขาเดาได้ว่าคุณชายธีรดนย์อยู่ในห้วงอารมณ์ใด

            เพราะเธอคนนั้นนั่งหน้าเศร้าและถือผ้าเช็ดหน้าไว้ซับน้ำตาตลอดเวลา น้ำตาจะมีจริงไหมเขาไม่รู้ รู้แต่ว่าภายใต้ใบหน้าสวยงามที่สวมแว่นตาดำบดบังไว้จนเกือบครึ่งหนึ่งของใบหน้านั้น เขาไม่อาจเห็นสายตาของเธอ บางทีเธออาจกำลังสมใจอยู่ก็ได้ใครจะรู้ เพราะวันเปิดพินัยกรรมถูกกำหนดไว้แล้ว นั่นคือ หลังฌาปนกิจศพและตามดุลพินิจของทนาย ซึ่งนั่นคือตัวเขาเอง

            “เขารีบเหรอครับ” ธีรดนย์ถามพลางหันมาสบสายตาทนายสูงวัย และสายตาที่ตอบกลับมาก็หมายความตามนั้น

            “จะรอให้ศพไหม้หมดก่อนไม่ได้เชียวเหรอครับ ทำไมต้องรีบมากขนาดนั้น ในเมื่อเขาก็เป็นภรรยาของท่านอย่างถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว ผมสิ คือคนที่ต้องรีบ ใช่ไหมครับคุณลุง”

            น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถาม แต่คนฟังก็รู้ว่านั่นคือการแสดงออกที่มากสุดแล้ว เพราะคุณชายธีรดนย์ขึ้นชื่อเรื่องความเคร่งขรึม เมื่อไม่พอใจก็มีเพียงสายตาเท่านั้นที่จะแสดงออก และสำหรับเขา หากไม่เพราะหม่อมสุดาวดีเร่งเร้า เขาก็จะไม่ทำแบบนี้เด็ดขาด

            “มีเรื่องคดีความน่ะครับ หม่อมท่านเลยอยากให้คุณชายกำหนดวันเปิดพินัยกรรมให้เรียบร้อย หม่อมท่านจะได้รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อไป เพราะตอนนี้ข่าวก็ดังไปทั่วประเทศ เอ่อ... หม่อมท่านก็ทำตัวลำบากน่ะครับ”

            คำอธิบายของทนายประจำตระกูลไม่ต่างจากน้ำมันที่สาดใส่กองไฟ เพราะนั่นน่ะมันเกิดขึ้นจากเธอไม่ใช่เหรอ ความอัปยศที่เกิดแก่วงศ์ตระกูล ไม่ต่างจากโคลนตมที่เปื้อนเปรอะผ้าขาว แม้จะซักออกไม่ทิ้งรอย แต่ก็อาจทิ้งกลิ่น และแม้ไม่มีกลิ่น แต่ผ้าก็ถูกขยี้จนใยแห่งความบริสุทธิ์เสียหาย ไม่มีสิ่งใดจะล้างมลทินเหล่านั้นได้ ไม่มีใครจะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว เช่น ร่างที่กำลังถูกเผาไหม้ให้มอดเหลือเพียงเถ้า ก็ไม่มีใครทำให้ท่านฟื้นคืนมาได้เช่นกัน

            “แล้วใครใช้เขาทำแบบนั้นล่ะครับคุณลุง กลางวันก็ยัง... ไม่เว้น”

            น้ำเสียงเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันเปล่งออกไป เพราะความน่าอดสูนั้นมันฟ้องอยู่บนสภาพศพของพ่อ หลังจากได้รับโทรศัพท์ทางไกลจากเมืองไทยว่าพ่อเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน เขาก็รีบมาอย่างเร่งด่วน! นึกสงสารเธอคนนั้นอยู่มากที่จู่ๆ ก็มาเป็นม่ายกะทันหัน แต่กลับกลายเป็นว่าข่าวอัปยศอดสูเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เขาจดฝ่าเท้าก้าวสู่ประเทศไทย

            ความสงสารจึงแปรเปลี่ยนเป็นความแค้น แต่จะแค้นด้วยเรื่องอะไรล่ะ เรื่องนั้นเขาแค้นเธอได้เหรอ เรื่องความต้องการตามธรรมชาติของมนุษย์ ความต้องการจะได้รับการปลดเปลื้อง แต่หากมันมากไปล่ะ เธอหรือพ่อ ที่เป็นคนผิดกัน ใครกันแน่ที่ความมากล้นนั้นเติมเต็มไม่พอ จนทำให้พ่อต้องใช้ยา...

            สภาพศพของพ่อที่เขามองผ่านจากบานกระจกของโลงเย็นดูเหมือนว่าพ่อจะแค่นอนหลับไปเฉยๆ เพราะร่างกายของท่านไม่มีบาดแผลใดๆ แต่สภาพศพที่ถ่ายจากสถานที่เกิดเหตุ รวมทั้งคำให้การจากพยานซึ่งก็คือคนงานในวังของพ่อ ทั้งหมดนั่นเขาแค้นเธอได้ไหม เพราะแม้จะพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครผิดใครถูก แต่ผู้ร่วมกระทำที่ยังมีชีวิตอยู่เพียงคนเดียวก็คือผู้ต้องหาไม่ใช่เหรอ เธอควรต้องร่วมรับผิดชอบที่สร้างความอัปยศนั้นขึ้นมา

            พ่อซึ่งเป็นหม่อมเจ้าผู้สูงศักดิ์แต่ต้องมาเสื่อมเสียชื่อเสียงเอาในวันตายเมื่อสาเหตุการตายนั้นคือ หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน จากการใช้ยาไวอากร้าร่วมกับยารักษาโรคหัวใจ ฤทธิ์ยาที่ไปเสริมกัน ไม่ต่างกับกินไวอากร้าเข้าไปหลายเม็ดพร้อมๆ กัน และหลักฐานที่พบเพิ่มเติมก็คือ ท่านมียาประเภทนี้อยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานหลายแผง

            หลักฐานจากสถานที่บ่งชี้กิจกรรมของท่านกับเธอคนนั้น รวมพยานในที่เกิดเหตุที่ระบุว่าท่านกับหม่อมมีกิจกรรมเรื่องนี้กันตลอด ไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย เย็น หรือว่ากลางคืน จนคนงานทุกคนรู้กันดีว่า หากท่านอยู่กับหม่อม 2 ต่อ 2 เมื่อไร นั่นคือทุกคนจะถูกกันให้ห่างจากตัวตึก

            ทว่าในวันเกิดเหตุ เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของหม่อมกลับทำให้คนงานทุกคนต่างวิ่งกรูเข้ามา และภาพที่เห็นก็คือ หม่อมซึ่งอยู่ในร่างเปล่าเปลือยกรีดร้องจนเป็นลม กับท่านที่ช็อคตาค้าง มือเท้าเกร็งไปทั้งร่าง ในสภาพเปลือยเปล่าไม่มีเสื้อผ้าติดกายสักชิ้นไม่ต่างจากหม่อม ภาพที่มองออกว่าคนทั้งคู่ร่วมกิจกรรมกันจนอีกฝ่ายหนึ่งหัวใจวาย และแม้จะเรียกรถพยาบาลมาก็ไม่ทันเสียแล้ว อย่างนี้เธอยังกล้ามาร่ำร้องให้เขานัดเปิดพินัยกรรมอีกเหรอ

            “ผมไม่ต้องการอะไรจากท่าน พรุ่งนี้หลังจากเก็บกระดูกเสร็จ ผมจะบินกลับทันที รบกวนคุณลุงจัดการตามที่เธอต้องการด้วยนะครับ”

            “ไม่ได้นะครับคุณชาย”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เจ้าบ่าวพญามาร   EP.05 ทายาทเพียงคนเดียว

    กลุ่มควันสีขาวที่เกิดจากเปลวไฟกำลังเผาไหม้ร่างของพ่อ นั่นคือเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ อีกทั้งข่าวการตายของพ่อที่กระพือไปทั่วประเทศไทยและขจรไกลไปอีกฟากโลกก็ไม่อาจมีใครเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปอีกนานเท่าไร อีก 10 ปี 20 ปี หรืออีก 30 ปี โลกโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ไวกว่าไฟลามทุ่งก็จะทำให้ข่าว... ‘หม่อมเจ้าพงศกร วรเวชเดชากร ตายคาอกหม่อมเพราะใช้ไวอากร้าเกินขนาด’ จะยังถูกพูดถึงไปตลอดกาล “คุณชายครับ เรื่องพินัยกรรมของท่าน” ดวงตาคมเข้มของ ‘หม่อมราชวงศ์ธีรดนย์ วรเวชเดชากร’ มีแววกร้าวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะปรับให้เป็นปกติดังเดิม เขาไม่ได้อยากฟังเรื่องพินัยกรรมในเวลานี้ เพราะร่างของพ่อยังเผาไม่หมดซะด้วยซ้ำ แต่เพราะทนายวีระเดชนั้นเป็นทนายประจำตระกูลและเป็นเพื่อนสนิทของพ่อ เขาจึงไม่ควรแสดงกิริยาไม่เหมาะสมออกไป อีกทั้งฐานันดรที่แบกอยู่บนบ่าตั้งแต่เกิดก็สอนสั่งให้เขาเก็บอารมณ์ “ไว้คุยกันวันอื่นได้มั้ยครับคุณลุง” ทนายวีระเดชชำเลืองมองใบหน้าเคร่งขรึม นึกเห็นใจคุณชายธีรดนย์ที่สุด เพราะคุณชายไม่ควรต้องมาพบเจอกับเรื่องราวแบบนี้เลย เ

  • เจ้าบ่าวพญามาร   EP.04 คาอก

    ของอร่อยที่เคยได้กลืนกินอย่างเมามันทุกค่ำคืน ต้องร้างลาไปนานปี และเมื่อมีโอกาสได้กลับมากินอีกครั้ง เธอก็หวังว่าจะเอร็ดอร่อยจนต้องซู้ดปากไม่หยุด ทว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นกลับทำให้นกกระจอกตัวน้อยไม่เคยโผบินอีกเลย ได้แต่นอนคอพับคออ่อน ปลุกไม่ตื่น เรียกไม่ลุก และผัวแก่ก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย วันๆ ได้แต่นั่งหมดอาลัยตายอยากในชีวิต ปล่อยให้เธอต้องปลดเปลื้องความร้อนรุ่มด้วยตัวเอง แต่แค่นั้นจะไปถึงใจเธอได้ยังไง เธอต้องการมากกว่านั้น และมากครั้งกว่าที่เคยได้รับ จนได้มาพบกับท่านชาย ในยามนั้นท่านเป็นชายแปลกหน้าที่หล่อเหลาจนสาวบ้านป่าอย่างเธอตื่นตะลึง และฝ่ามือที่ล่วงล้ำร่างกายของเธอ ก็ทำให้เธอลืมทุกสิ่งทุกอย่าง โดยเฉพาะเมื่อความยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งราวกับมีชีวิตนั้นผงกหัวและส่ายไปมาอยู่ในอุ้งมือของเธอ เธอตื่นเต้นจนสั่นเพราะรู้ว่าสิ่งนี้จะทำอะไรกับเธอได้บ้าง และเพียงท่านชายสอดแทรกความแข็งแกร่งเข้ามาสู่ร่างกายของเธอ เธอก็ค้นพบแล้วว่าสิ่งนี้แหละที่จะเติมเต็มความอดอยากโหยหิวให้กับเธอได้ สิ่งที่ขาดหายไปจากชีวิตได้คืนมา การเสร็จสมครั้งแรกในรอบปีจากท่อนเนื้อของผู้ชายที่หล่อเหลาราวเทพ

  • เจ้าบ่าวพญามาร   EP.03 หม่อมสุดาวดี

    สุดาเลือกชีวิตสุขสบายมั่งมีไปด้วยเงินทองและบ่าวไพร่มารายล้อม จากไม่เคยไปไหนไกลเท่าตลาดในเมือง เธอก็ได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศ แต่ที่ทำให้เธอมีความสุขที่สุดนั้น ก็ไม่พ้นจะเป็นความยิ่งใหญ่แข็งแกร่งของ ‘หม่อมเจ้าพงศกร วรเวชเดชากร’ ชายแปลกหน้าที่โชคชะตานำทางให้มาพบกับเธอ “ทำอะไรอยู่รึหม่อม” เสียงทุ้มที่ดังอยู่ด้านหลังก่อนอ้อมกอดแกร่งจะกระชับรอบเอวทำให้ ‘หม่อมสุดาวดี’ ตื่นจากภวังค์และหันไปยิ้มให้กับสามี พร้อมกับเอี้ยวหน้าไปรับรอยจูบที่ท่านบดเบียดลงมาหา และจากจูบเพียงนิดก็กลายเป็นปลายลิ้นที่แหย่ลงมา จนสุดาวดีต้องใช้ฝ่ามือยันแผงอกกว้างนั้นไว้ “อื้อ... ท่านชาย เดี๋ยวสิเพคะ สุดาหายใจหายคอไม่ออกแล้ว” “อะไรกันเล่า ฉันรู้นะว่าสุดาน่ะหายใจออกเสมอ แม้แต่กลืนกินฉันอยู่ สุดาก็ยังหายใจได้” “ท่านอ่ะ สุดาไม่พูดด้วยแล้ว” “ไม่พูดก็ได้ งั้นเปลี่ยนเป็นครางก็แล้วกัน” “อื้อ... ท่านชาย...” แค่นั้นที่สุดาวดีได้ร้องห้าม เพราะสุดท้ายเธอก็ไม่สามารถห้ามปรามฝ่ามือร้อนรุ่มของท่านชายพงศกรได้ ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปีที่อย

  • เจ้าบ่าวพญามาร   EP.02 ไปสวรรค์กับฉัน

    ดวงตากลมโตของเธอเบิกกว้าง ริมฝีปากอ้าค้างพร้อมเปล่งเสียงร้องแต่นั่นยังช้าไปกว่าเขาที่เข้าประชิด ฝ่ามือของเขาทาบปิดริมฝีปากของเธอไว้แน่น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยเพราะในนั้นเขาเห็นแววตื่นกลัวปะปนกับความร้อนแรงที่แทรกอยู่ ‘ไม่ธรรมดา’ เธอคนนี้จะร้อนได้อีกถ้าถูกเขาจุดไฟสวาทให้ “ชู่ววววว... สาวน้อย เธอสวยเหลือเกิน สวยเหมือนนางฟ้า สวยจนฉันอดใจไว้ไม่ไหว ฉันจะพานางฟ้าขึ้นสวรรค์... จับดูสิ เจ้านี่จะพาเธอไป” เขาจับฝ่ามือของเธอให้กอบกุมความยิ่งใหญ่ของเขาไว้แทนผืนผ้าที่เธอขยี้เมื่อครู่ อยากให้เธอขยี้ท่อนสวาทของเขาเหลือเกิน และสายตาที่มองสบก็ทำให้เขาปลดปล่อยริมฝีปากนั้นให้เป็นอิสระ ก่อนที่เขาจะบดเบียดความร้อนรุ่มลงไปแทน ฝ่ามือข้างหนึ่งกระชับแผ่นหลังดันเข้าหา อีกมือหนึ่งกอบกุมเต้าอวบอิ่มขยำขยี้ให้หนำใจกับความอยาก ลิ้นจ้วงแทงเข้าใส่กลีบปากบอบบาง ชอกชอน กว้านวนจนสาวเจ้าสะท้านเฮือกแอ่นสะโพกเข้าหาท่อนสวาทของเขาไม่หยุด ทั้งฝ่ามือก็บีบเคล้นความหยุ่นนุ่มมืออย่างเมามัน เพื่อเร่งเร้าให้เธอตอบโต้ และลีลาปลายลิ้นที่เกี่ยวตวัดรัดลิ้นของเขาเอาไว้ พร้อมกับฝ่ามือที่กอบกุมความย

  • เจ้าบ่าวพญามาร   EP.01 หญิงงามกลางป่า

    ฝ่ามือแกร่งปาดไล่หยาดเหงื่อที่ไหลซึมผ่านคอเสื้อลงมาเป็นทาง ก่อนจะปลดรังดุมเสื้อเชิ้ตออกและกระพือเรียกลมเย็นจากภายนอกเข้ามาปะทะแผงอกด้านใน ‘พงศกร’ ควักเอาผ้าเช็ดหน้าที่ยัดใส่กระเป๋ากางเกงเดินป่าแบบลวกๆ ขึ้นมาซับเหงื่อที่ไหลต่างน้ำ กว่า 2 ชั่วโมงแล้วที่เขาเดินหลงเข้ามาในป่าแห่งนี้และยังมองไม่เห็นทางออก นึกโทษตัวเองที่มัวแต่ส่องนกเพลินจนพลัดหลงกับเพื่อนและพรานป่านำทาง แต่ประสบการณ์เข้าป่าที่พอมีอยู่บ้างก็สอนให้เขาต้องเงี่ยหูฟังเสียงรอบด้าน เขาต้องฟังเสียงน้ำ เสียงสัตว์ และเสียงอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นรอบตัว เพราะนั่นจะทำให้เขาได้เจอกับเพื่อนๆ และพรานป่าที่กำลังออกตามหาเขาอยู่ก็ได้ แต่ยิ่งเดินเข้ามาลึกเขาก็ยิ่งถอดใจและคิดว่าไม่น่าเลย เพราะเขาควรจะหยุดรออยู่ตรงจุดที่หลง เพื่อรอให้คนอื่นเดินมาพบ ไม่ควรตัดสินใจเดินตามร่องรอยที่เพื่อนทิ้งไว้เลย แต่คิดได้ตอนนี้ก็สายเสียแล้ว เพราะความอึมครึมที่คืบคลานเด่นชัดคือสัญญาณบ่งบอกว่าเวลานี้ใกล้ค่ำเต็มทน หากเป็นในเมืองกรุง เวลานี้ผีเสื้อราตรีคงเพิ่งตื่นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโผบินในยามค่ำคืน แต่สำหรับป่า สัตว์หากินยามค่ำคื

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status