LOGINหมับ~
ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ลูกตาดำเกลือกกลิ้งไปมาก่อนจะตวัดขึ้นมองคนตัวโตเจ้าของมือหนาที่คว้าหมับที่เอวคอดกิ่วแล้วรั้งเข้าไปประชิดลำตัวอย่างรวดเร็ว ขนตางามงอนกระพริบปริบ ปากเอิบอิ่มที่ขยับดูลังเล เหมือนกำลังครุ่นคิดว่าจะตั้งคำถามดีไหมส่งผลให้คนที่เหลือบมองใบหน้างดงามเช่นกันหลุดความพอใจเล็กๆ ออกมา "กลัว?" คนตัวเล็กส่ายหน้า กลีบปากนุ่มบดเบียดเข้าหากันแน่นจนคนตัวโตนึกเสียดาย "แต่เท่าที่เห็น เหมือนว่าเธอกำลังกลัวฉันนะ" "มะ ไม่ได้กลัวค่ะ" "แล้วทำไมต้องตัวสั่นด้วยล่ะ จมูกแดง หูก็แดง มือก็ไม่นิ่ง" "รักแค่รู้สึกตกใจ อยู่ดีๆ คุณ อ่า อยู่ดีๆ เฮียภูมิก็วางมือลงมา" "งั้นเหรอ" คิ้วหนาขมวดขึ้นเล็กน้อย เจ้าสาวหมาดๆ เลือกที่จะก้มหน้าลงทิ้งสายตาไว้ที่กระดุมเสื้อเชิ้ตที่เธอกำลังอาสาติดให้เขาแทน ไม่รู้เลยว่าทุกการกระทำของเธออยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลา "เรามีเรื่องต้องคุยกันนะ" "เรื่องอะไรเหรอคะ แล้วถ้าเราหายออกมานานๆ คนอื่นจะไม่มองหาเรา..." "เราแต่งงานกันแล้วนะ จะหายไปไหนด้วยกันนานแค่ไหนก็คงได้ หรือคิดว่ามีใครกล้าว่า" "...ไม่มีค่ะ รักเองก็ลืมไปว่าตอนนี้เราแต่งงานกันแล้ว" เจ้าของคำพูดยิ้มแห้ง ท่าทางนิ่งเฉยที่ไม่สามารถอ่านอะไรเขาได้เลยทำหญิงสาวรู้สึกตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาที่คุยกัน "ถ้าอย่างนั้นหมายความว่าเราคุยกันได้ใช่ไหม" "เฮียภูมิอยากคุยเรื่องอะไรเหรอคะ" "เรื่องของเรา" เป็นจังหวะที่หญิงสาวติดกระดุมให้เขาครบทุกเม็ดพอดี อยากที่จะผละตัวออกห่าง ทว่าคนตัวโตกลับไม่ยอมปล่อยเธอให้เป็นอิสระ จะดันมือเขาออกแล้วก้าวขาถอยออกมาเองมันก็คงไม่งามเท่าไร อย่างน้อยๆ การแตะนิดแตะหน่อยในตอนที่แต่งงานกันแล้ว มันก็ไม่ได้ผิดอะไร "รู้ใช่ไหมว่าคุณแม่อยากมีหลาน" ประเด็นที่ถูกตั้งทำใบหน้างดงามร้อนผ่าว สุดท้ายแล้วเธอก็เลือกที่จะตอบคำถามของเขาด้วยการพยักหน้าเบาๆ "หมายความว่าต่อจากนี้ก็รู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร หมายถึง ต่อให้จะไม่เคยคบกันมาก่อนก็ยังทำหน้าที่...ได้ใช่ไหม" ภูมิรพีจงใจเว้นช่องว่างของประโยคอย่างจงใจ รู้ว่าการตั้งคำถามแบบนี้มันตรงเกินไป แต่สุดท้ายแล้ว เขาก็มองว่า มันเป็นเรื่องที่ควรทำ "รักรู้ค่ะ" "ดี หวังว่าเธอจะทำหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่องนะ" "แต่ว่าตอนนี้เราควรลงไปด้านล่างก่อนไหมคะ แขกกำลังทยอยกลับก็จริง แต่บางส่วนยังอยู่" "หึ..." ภูมิรพีเปล่งเสียงในลำคอ ถึงอย่างนั้นก็ยอมปล่อยเอวคอดกิ่วให้เป็นอิสระตามด้วยการพยักหน้าลง เปี่ยมรักเผลอพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ จะให้พูดยังไงดีล่ะ เธอน่ะ แม้ภายนอกจะดูสดใส ร่าเริง เข้ากับคนง่าย แต่เธอก็ไม่ได้ง่ายเรื่องแบบนั้น แม้อายุจะปาไปยี่สิบหกย่างยี่สิบเจ็ด แต่เธอยังสดและยังซิง ไม่เคยผ่านมือผู้ชายคนไหนมาก่อน นั่นแหละ ต่อให้การแต่งงานในครั้งนี้แม้ผู้ใหญ่จะรู้อยู่แก่ใจว่าฝ่ายเจ้าสาวหวังปลดหนี้ ขณะที่ฝ่ายชายอยากมีหลาน อย่างน้อยๆ สะใภ้ของท่านอย่างเธอ และภรรยาของเขาอย่างเธอก็สะอาดและไม่เคยผ่านมือใคร จริงอยู่ว่าบางครั้งเรื่องนี้บางคนอาจจะไม่ได้มองและให้ความสำคัญเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยๆ คุณค่าของเธอที่เก็บรักษาไว้ไม่เคยให้ใคร ก็เขานั่นแหละที่จะเป็นคนได้มัน "หายไปไหนกันมาล่ะลูก โอ้! เปลี่ยนเสื้อใหม่" เบญญาอมยิ้มพลางหรี่ตามองบุตรชายคนโต เรียกสายตาของทุกคนให้หันมามองทันที "อะ เอ่อ พอดีว่าเสื้อเฮียเปียกค่ะแม่เบญ" "อ้าวเหรอ หายขึ้นไปด้านบนด้วยกันตั้งนานสองนาน ไปเปลี่ยนเสื้ออย่างเดียวเหรอลูก" เสียงอ่อนเสียงหวานของเบญญาส่งผลให้สะใภ้สาวเบิกตากว้าง เคยคิดมาก่อนว่าผู้ใหญ่คงไม่ชอบอะไรที่ประเจิดประเจ้อ มีความรักหากอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ก็คงต้องวางตัวให้เหมาะสม ทำไมสิ่งที่คิดเอาไว้ถึงผิดคาด ท่านใส่คำถามแบบไม่ยั้ง เลยกลับกลายเป็นเธอที่ไม่รู้ว่าควรวางตัวยังไง "ไปเปลี่ยนเสื้อยะ..." หมับ~ เสียงหวานขาดห้วงเมื่อมือหนาของภูมิรพีสอดเข้ามารั้งที่มือบาง เปี่ยมรักเลิกคิ้วอ้าปากค้าง เขากระตุกมือเบาๆ ร่างเล็กของเธอก็เซเข้าไปอยู่เคียงข้างตัวเขาแทน "ฮะ เฮีย..." "เรื่องของผัวเมียไม่จำเป็นต้องเอามาอธิบายต่อหน้าคนอื่น" แม้จะกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันเพียงสองคนเท่านั้น ทว่าทำเอาใบหน้าสวยร้อนผ่าว สุดท้ายภูมิรพีก็เลือกที่จะดึงสายตากลับไป "วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ผมกับรักอยากขอตัวพักผ่อนก่อนน่ะครับ" แม่ของทางฝ่ายหญิงและฝ่ายชายมองหน้ากันแล้วอมยิ้ม "แม่ฝากภูมิดูแลน้องด้วยนะลูก หากยัยรักทำอะไรไม่ถูกไม่งาม ภูมิปรามน้องบอกน้องนะ" "ครับแม่ดา" ดารินยิ้มกว้าง มือข้างหนึ่งกุมมือของมารดาฝ่ายชาย ซึ่งในตอนนี้เกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว "กลับ" "กลับเลยเหรอคะ แต่ว่าคนอื่นๆ ยัง..." "ทุกคนเข้าใจดี" น้ำเสียงที่หนักแน่นถือเป็นอันสิ้นสุด เปี่ยมรักลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอหนักๆ ตอนแรกคิดว่าเธอสามารถยื้อเวลาที่จะอยู่กับเขาตามลำพังได้ แต่ไหนกลับกลายเป็นว่า เท้าแตะที่พื้นชั้นล่างได้ไม่กี่นาทีเท่านั้น เธอกับเขาก็ต้องกลับไปอยู่ในที่ที่มีแค่กันและกันตามลำพัง "จะพาเมียขึ้นห้องนอนแล้วเหรอเฮีย" "เออ" เสียงตอบรับสั้นๆ ส่งผลให้ภูพิงค์ยกยิ้มที่มุมปาก หมั่นไส้ไอ้คนหน้าหล่อที่เขาเรียกว่าเฮียชะมัด! ไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบ แค่ตามใจพ่อกับแม่ แต่เท่าที่เห็น ไม่ค่อยจะเหมือนตามใจคนอื่นเท่าไหร่ "พูดไม่เพราะเลยว่ะ เจ้กล่อมเฮียหลับแล้วลงมาดื่มกับภูต่อนะครับ" "ไอ้ภู" ภพนิพิฐเตะเข้าที่หน้าขาของผู้เป็นน้อง ทว่ารายน้องกลับทำเฉย ไม่ได้สะทกสะท้านกับการที่พึ่งจะกลั่นแกล้งผู้ที่เป็นพี่ชายออกไปเลย "อะไรกันล่ะเฮียภพ ก็เฮียภูมิง่วง คนแต่งงานใหม่แต่บังเอิญง่วงไว มีเหตุผลเดียวคือให้เมียขึ้นไปกล่อมนอน" "กูเป็นพี่มึง!" ภูมิรพีถลึงตากลับ ภาพที่พี่กับน้องพูดจาหยอกล้อกันพลอยทำให้คนกลางอมยิ้มออกมา "ฝันดีนะครับเจ้ เฮียยิ้มไม่หล่อเท่าภูหรอก เจ้แอบฝันถึงภูแทนเฮียได้นะ" คราวนี้เปี่ยมรักหลุดขำ และมันก็เป็นจังหวะที่สามีป้ายแดงตวัดสายตามองมาที่เธอพอดี "อะ เอ่อ..." "ฝันถึงคนอื่นที่ไม่ใช่สามี แบบนั้นเขาเรียกเล่นชู้ในฝัน" "หาา..." คนฟังอ้าปากค้าง ไม่ทันมีโอกาสได้พูดอะไรต่อจากนั้น คนตัวโตก็เดินนำ โดยที่มือของเขายังประสานอยู่กับมือของเธอ "ปัดโถ่เอ้ย! เฮียนะเฮีย แบบนี้เขาไม่เรียกว่าเสียสละนี่หว่า" "อะไรของมึง" ภพนิพิฐเลิกคิ้วก่อนจะมองตามสายตาของผู้ที่เป็นน้องชายซึ่งเห็นว่ากำลังมองตามร่างของพี่ชายคนโตพร้อมทั้งภรรยาของเขาที่กำลังก้าวขาขึ้นชั้นบน "เอ้า ก็ที่เฮียบอกว่าจะเป็นผู้ที่เสียสละตามใจพ่อกับแม่เป็นคนแรกไง พ่อกับแม่อยากให้แต่งงาน และยังแต่งกับคนที่ไม่เคยคบกันมาก่อนแบบนั้นมันเป็นเรื่องใหญ่นะเฮียภพ ไอ้เราก็เข้าใจมาตลอดว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่ไปๆ มาๆ ผมว่าไม่ใช่ เจ้าสาวของเฮียภูมิน่ะ นั่นมันสเปคเฮียชัดๆ!" ------- ตกลงแต่งตามใจแม่ หรือว่าตามใจตัวเองกันแน่คะ อิอิ ^^ ช่วยกดไลก์ และ คอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจให้กันหน่อยนะคะ ^^"พ่อแม่เธอก็เหมือนพ่อแม่เฮีย เฮียไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำแบบนั้นเลยสักนิด เฮียแค่ถือไวน์ติดไม่ติดมือมา พ่อกับแม่เฮียบอกว่าการดื่มสักนิดสักหน่อยอาจจะทำให้คุยกันราบรื่นขึ้น ที่จริงมันเป็นเพียงแค่ตัวช่วยที่ทำให้เฮียมีความกล้ามากขึ้นในตอนที่ต้องมานอนค้างที่บ้านของเธอ ทั้งที่จริงเฮียไม่เคยไปนอนบ้านใครนอกจากบ้านของตัวเอง" เปี่ยมรักฝังจมูกเข้ากับอกแกร่ง สูดดมกลิ่นหอมบนลำตัวหนาพร้อมกับยิ้มกว้างออกมา"ขอบคุณนะคะที่ยอมทุกอย่างเพื่อรัก รักไม่คิดเลยว่าเราจะได้พบกัน" หนุ่มหล่อยิ้มมุมปาก มือหนาปลดเปลื้องอาภรณ์ของเมียสาวอย่างรวดเร็ว"พูดได้เลย อะไรที่เธออยากคุยกับเฮีย" ภูมิรพีดันร่างบางเปลือยเปล่าลงกับเตียงตามด้วยการพลิกตัวขึ้นคร่อม ปากร้อนเลื่อนเข้าไปคลอเคลียอกนุ่ม ตวัดปลายลิ้นหยอกล้อกระทั่งคนตัวเล็กหลุดเสียงคราง"อ๊าส์! ระ รัก อื้ออ! จริงๆ แล้วเหตุผลที่รักยอมแต่งงาน มันเป็นเพราะครอบครัวรักเป็นหนี้ครอบครัวของเฮียค่ะ อ๊ะ! อื้ออ!""แบบนี้ชอบไหม""อื้ออ!" เปี่ยมรักเชิดหน้า อกอวบเบียดเข้าหาปากหนา ทั้งที่จริงกำลังกังวลในสิ่งที่กำลังสารภาพ คนตัวโตกลับปรนเปรอความเสียวซ่านให้แทรกเข้ามาแทน"ชะ ช่วยฟังรักก่อ
อีกด้าน"...มันไม่มากเกินไปเหรอลูก จริงๆ แล้วแม่ไม่อยากให้ลูกลำบาก สำหรับที่ผ่านมามันก็มากพอแล้วนะแม่ว่า" ดารินกำลังเกรงใจเรื่องที่ลูกเขยตั้งใจจะปรับปรุงและต่อเติมบ้านให้ใหม่"ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมยังอยากขอบคุณพ่อกับแม่ที่ให้โอกาสผม ที่ผมทำมันยังน้อยไปด้วยซ้ำ""หากยัยรักรู้ว่าภูมิมองน้องมานานขนาดไหน รายนั้นอาจคาดไม่ถึงเมื่อชีวิตของตัวเองมันดุจดังพระเอกและนางเอกในหนังสือนิยายที่ยัยรักชอบอ่าน" ภูมิรพียิ้มกว้าง แค่คิดว่าภรรยาของเขาจะมีความสุขกับสิ่งที่เขาทำ เท่านี้มันก็เพียงพอ"พ่อเห็นด้วยนะ ยัยรักชอบอ่านหนังสือ หากรู้ว่าพระเอกในชีวิตจริงทำตัวยิ่งกว่าพระเอกในหนังสือ คงกอดคอน้องและคุยเรื่องที่น่าปีติกันทั้งวันทั้งคืน" นรินทร์หัวเราะร่าที่จริงแล้วเขาและภรรยาไม่ได้คิดที่จะใช้บุตรสาวปลดหนี้ หากไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้ชอบบุตรสาวของเขามานาน นรินทร์พร้อมทั้งภรรยาคงไม่ยอมให้งานแต่งงานเกิดขึ้นอย่างแน่นอน"ผมไม่ยอมให้ใครมาเป็นพระเอกในชีวิตลูกสาวของพ่อกับแม่แทนผมอยู่แล้วครับ""ฮ่า!" ดารินและนรินทร์หัวเราะถูกใจ คนที่เคยผ่านการอาบน้ำร้อนมาก่อน รู้ดีว่าหากมีชายหนุ่มคนใดกล้าสารภาพความในใจให้กับพ่อแม่ของห
"รักว่าเราลงไปข้างล่างดีกว่านะคะ อยู่ตรงนี้นานๆ เดี๋ยวพ่อกับแม่สงสัยเอา" แก้มนวลร้อนผ่าว การกระทำของคนตัวเล็กทำหนุ่มหล่อระบายรอยยิ้มให้หลุดออกมาในรูปแบบเดียวกัน ภูมิรพีกวาดสายตามองทุกอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะอาหาร หลายสิ่งหลายอย่างเป็นเมนูที่เขาชอบทาน อีกหลายอย่างก็เป็นเมนูที่เขาไม่เคยทานเลยเช่นเดียวกัน "มาลูกมา อาหารพร้อมแล้ว" "พ่อเพิ่มพัดลมให้อีกตัวนะลูก รับรองว่าไม่ร้อน" นรินทร์ยกพัดลมหน้ากว้างเข้ามาแล้วรีบทำการเสียบปลั๊ก เห็นชัดว่าทุกคนในบ้านเอาอกเอาใจเขาเป็นอย่างดี "สปริงเกอร์ล่ะพ่อ ถ้าเปิดสปริงเกอร์บนหลังคามันจะทำให้บ้านเราเย็นขึ้นนะ" "แล้วจะยืนบอกพ่อทำไมล่ะยัยรส ไปสิ รีบไปเปิดเร็วๆ เลย พี่ๆ เขาร้อนเอ็งนี่มัน" "ไปแล้วๆ โอ๊ยบ่นจัง" ปัณรสรีบหมุนตัวออกไปนอกบ้าน ทุกการกระทำเรียกรอยยิ้มจากหนึ่งในสมาชิกครอบครัวที่เคยอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิดยิ้มกว้างออกมา "พอกลับมาบ้านแล้วรักไม่อยากกลับไปที่อื่นอีกเลยค่ะ คิดถึงเหตุการณ์เก่าๆ จัง" "เรานี่ยังไง ไม่คิดว่าคนข้างๆ จะน้อยใจเลยเหรอ" ดารินมองลูกเขยอย่างเกรงใจ พลอยทำให้คนกลางอย่างเปี่ยมรักมองตาม "รักแค่คิดถึงวันเก่าๆ" "ผมเข้าใจครับ เอาเป
"เฮียเคยพูดว่าไม่หวงเธอ และเธอบังเอิญมาได้ยินคำพูดนั้นพอดี การพูดไม่เข้าหูเมีย มันอาจจะทำให้คะแนนของเฮียลดลงในความรู้สึกเธอไง" เปี่ยมรักคิดตาม และเหมือนว่า หญิงสาวจะจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดี"แล้วที่บอกว่าพูดในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับหัวใจ?""เฮียหวงเธอจะตาย แต่ทำเป็นปากแข็งไปอย่างนั้นเอง!" ใจคนฟังเต้นแรงแทบคลั่ง เปี่ยมรักกัดปากตัวเองเบาๆ วันนั้นเธอเองก็แอบน้อยใจและคิดมากอยู่ไม่น้อย ไม่คิดเลยว่าความเป็นจริงแล้วทุกอย่างมันจะพลิกผัน เธอดันน้อยใจทั้งที่ในใจเขารู้สึกหวงเธออยากรู้เหลือเกินว่าความรู้สึกที่เขาเป็น แท้จริงแล้วมันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาเคยบอกว่ารู้สึกนานแล้ว แล้วความรู้สึกของเขามันนานแค่ไหน เธอจะเอาคำตอบในจุดที่ยังค้างคาออกมาจากปากของเขาให้ได้ เธอเองก็จะหาจังหวะสารภาพสิ่งที่อยู่ในใจออกไปเช่นกัน"ตอนนั้นคะแนนลดเพราะปากแข็งกับเมีย หากเฮียปลูกบ้านให้พ่อแม่ของเธอใหม่ มันอาจจะทำให้ท่านรู้สึกไม่พอใจก็ได้นะ""ทำไมล่ะคะ""ผู้ใหญ่มักรู้สึกรักและผูกพันกับบ้านที่พวกท่านอยู่มานานแสนนาน ในเมื่อเรารู้อยู่เต็มอกว่าท่านรักบ้านหลังนี้ สิ่งที่ทำแล้วมันจะออกมาดีที่สุดนั่นก็คือการรีโนเวทให้บางส
บ้านดานุกุล ดารินพร้อมทั้งสามีซึ่งเป็นประมุขของบ้านอย่างนรินทร์เปิดบ้านต้อนรับบุตรสาวที่วันนี้เข้าบ้านมาพร้อมกับหนุ่มหล่อข้างกายซึ่งมีสถานะเป็นลูกเขยของแม่กับพ่อ ภูมิรพียกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสอง ไม่ลืมที่จะส่งต่อของฝากให้กับพวกท่านซึ่งของเหล่านั้นไม่ได้มีเฉพาะของชายหนุ่มและภรรยาที่ตั้งใจซื้อมา แต่พ่อกับแม่ของเขาเองพอทราบข่าวว่าเขาจะไปเยี่ยมบ้านของภรรยา ผู้เป็นแม่ก็จัดสรรของฝากจนเต็มไม้เต็มมือ "ไหว้พระนะลูกนะ ยัยรสบอกแม่ว่ารักกับคุณภูมิจะมา วันนี้พ่อกับแม่เตรียมอาหารไว้เยอะแยะเลยนะลูก" "นั่นไง รักว่าแล้วว่าแม่ต้องเตรียมอาหารไว้รอ เฮียก็ซื้อของมาซะเยอะเลย" เปี่ยมรักหันกลับไปมองคนที่เข้าบ้านมาพร้อมกัน พบเพียงรอยยิ้มจางๆ ที่ชายหนุ่มส่งกลับมา "วันนี้เราทานข้าวกันที่บ้านนะคะ แม่รักทำอาหารอร่อยค่ะ อร่อยกว่ารักทำด้วย" "ได้สิ ไม่มีปัญหา กระเป๋าให้เฮียเอาไปเก็บที่ไหน" สรรพนามที่ภูมิรพีใช้ระหว่างคุยกับภรรยา ดารินและนรินทร์มองหน้ากันทันที "เห็นลูกๆ สนิทกันแบบนี้พ่อกับแม่ดีใจมากเลยนะ" นรินทร์สังเกตเห็นว่า สีหน้าของบุตรสาวดูสดใสมากเป็นพิเศษ คนเป็นพ่อที่พูดน้อยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เน้นการสัง
"เฮียพูดคำว่ารัก เพราะว่ารักกำลังอุ้มท้องลูกของเฮียอยู่รึเปล่าคะ" คงจะเป็นฮอร์โมนของคนที่กำลังตั้งครรภ์ส่งผลให้เปี่ยมรักร้องถาม ดวงตากลมสวยกลอกกลิ้งไปตามกรอบหน้าหล่อเหลาลงตัวทุกจุดของผู้เป็นสามี ปากอิ่มเม้มเข้าหากันน้อยๆ เปี่ยมรักไม่ชอบการเก็บทุกอย่างเอามาคิดมาก ถามแบบตรงไปตรงมามันคงเป็นอะไรที่ง่ายมากกว่าการเก็บทุกอย่างไว้เอง"สำหรับเฮีย ลูกคือตัวแทนของความรักนะ เพราะรักจึงอยากมี" "ทั้งที่ก่อนหน้านี้เราต่างก็รู้ดีน่ะเหรอคะว่าเราแต่งงานกันเพราะอะไร" ใจคนตั้งประเด็นแทบหยุดเต้น เปี่ยมรักกำลังเก็บความรู้สึกของตัวเองไม่มิด เกิดอยากเคลียร์ในเรื่องที่ทำให้รู้สึกแย่และรู้สึกผิดมาโดยตลอดในเมื่อทุกอย่างมันกำลังดีและไปได้สวย บางเรื่องที่ยังค้างคาก็ควรคลี่คลายออกให้กระจ่าง ท้ายที่สุดเหล่าปัญหาจะได้ไม่ต้องตามมาทีหลัง"ถ้าเฮียเคลียร์ในเรื่องนี้ได้ ตัวเธอล่ะจะเคลียร์เรื่องนี้ได้รึเปล่า" ใจคนฟังกระตุกวูบ เปี่ยมรักโน้มตัวเข้าไปแนบชิด ท่อนแขนเรียวเกี่ยวลำคอหนาเข้ามากอดอย่างออดอ้อน เลยเป็นตัวเธอที่พูดไม่ออกทั้งที่เป็นฝ่ายสร้างประเด็นเองแท้ๆ"หึ..." ภูมิรพีหลุดเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ พลางยกมือขึ้นมาลูบ







