Mag-log inชีวาวิ่งออกมาจนถึงสวนดอกไม้ด้านหลังคฤหาสน์ ลมหายใจหอบถี่แรงน้ำตาคลอพร่าทั้งที่พยายามกลั้นไว้ไม่ให้ไหล ร่างบางทรุดลงนั่งกลางแปลงกุหลาบ มือสั่นสะท้านดึงมือถือขึ้นมากดหาเบอร์ที่คุ้นเคย
ติ๊ด!
เสียงสัญญาณดังไม่นานนักก็มีเสียงแหบห้าวปลายสายดังขึ้น
“มีอะไร โทรมาทำไม!” น้ำเสียงเย็นชืด ที่ไม่ใช่น้ำเสียงแสดงความห่วงใยของพ่อที่ลูกสาวคาดหวังไว้
“พ่อ…” เสียงเธอสั่นพร่า หยาดน้ำตาไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “ชีวา...อยากกลับบ้าน หนูไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ช่วยชีวาได้ไหม…พ่อช่วยหนูที”
“กลับบ้าน? หึ อย่าพูดเหมือนมีบ้านให้กลับเลยชีวา” น้ำเสียงผู้เป็นพ่อแข็งกระด้าง “ถ้าแกหนีออกมาเมื่อไหร่ ไม่ใช่แค่แกหรอกที่ตาย พวกฉันก็ตายด้วยกันหมดนั่นแหละ จะไปหาเงินมากมายคืนให้กับพวกเขาได้ยังไงกัน”
“ฮึก..ฮือ..ตะ..แต่พวกเขาใจร้าย..”
“ใจร้ายแล้วยังไง สุดท้ายแกก็ต้องอยู่ที่นั้น”
ชีวาสะอึกสะอื้น สองมือกำมือถือแน่นจนสั่น “พ่อ…นี่พ่อกำลังพูดอะไรคะ? หนู..ชีวา..ก็ลูกพ่อนะ..ฮึก..”
“เลิกเพ้อฝันซะ! แกใช่ลูกฉันหรือเปล่าก็ไม่รู้ แม่แกท้องโตกลับมาหาฉันบอกว่าฉันเป็นพ่อ!” เขาตะคอกขัดขึ้นทันที น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธและไร้เยื่อใย
“พะ..พ่อ..พูดอะไรคะ..”
“เหอะ ฉันเลี้ยงแกมาตั้งแต่คลอด ค่ากินค่าอยู่ก็เงินของฉัน แกก็ช่วยทำตัวให้มีประโยชน์หน่อย เผลอๆแกก็จะสุขสบายกว่าพวกฉันอีก”
“ฮึก..ฮื้อ...”
“ถ้าแกทำตัวดีๆ เอาอกเอาใจผู้ชายให้เป็น แกจะได้มีเงินมาคืนให้พวกฉันใช้ได้บ้าง”
“พ่อ..หนูไม่อยากทำแบบนั้น”
“ฟังนะ! ถ้าแกโง่ ทำตัวไร้ประโยชน์ แกก็จะเป็นแค่ตัวหมากที่เอาไปแลกให้พวกเขาเฉย ๆ
แต่ไม่ว่าจะยังไงจำเอาไว้ดี ๆ ถ้าอยากให้พ่อแม่เลี้ยงแกมีชีวิตอยู่ แกห้ามหนีเด็ดขาด!”เสียงตัดสาย ตุ๊ด…ตุ๊ด… ทิ้งความเงียบกดทับจนเหมือนทั้งโลกหยุดหมุน
ชีวานั่งนิ่งอึ้งหยาดน้ำตาไหลพรากลงอาบแก้ม ความจริงที่โหดร้ายกระแทกเข้าเต็มแรง ตอนนี้เธอไม่มีที่พึ่ง ไม่มีใครให้กลับไปหา และชีวิตทั้งชีวิตถูกกำหนดไว้แล้วว่าเป็นเพียง ‘ของแลกเปลี่ยน’
“ฮือออออ”
เสียงสะอื้นเบาหวิวของชีวาลอยคลุ้งไปทั่วสวน มือเล็กยังคงกอดมือถือแนบอกเหมือนกำลังยึดมันไว้เป็นที่พึ่งสุดท้าย แต่ความจริงกลับบาดลึกกว่าเดิม
แต่ทว่าอีกด้าน...
ไม่ไกลจากนั้นในมุมที่ถูกเงาต้นไม้บดบัง ร่างสูงโปร่งพิงต้นไม้ไว้ หรี่มองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและเจ้าเล่ห์
ลีโอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย พลางพึมพำเสียงต่ำกับตัวเองคล้ายคำสาป “ก็บอกแล้วไง ว่าให้เลิกติดต่อกับคนพวกนี้…พูดก็ไม่ฟัง”
แววตาของเขากรีดเฉือนลงบนร่างเล็กที่ยังนั่งสั่นสะอื้นกลางสวน เหมือนกำลังเพลิดเพลินไปกับความทุกข์ทรมานของเธอ
“เอาเถอะ..” เสียงหัวเราะในลำคอแผ่วพร่า “ถือว่าจะได้รู้สึกรู้สา จะได้จำไว้ซะบ้าง ว่าการฝืนคำสั่ง…มันเจ็บปวดแค่ไหน”
ร่างสูงค่อย ๆ เอนศีรษะพิงต้นไม้ ยกมือเสยผมลวก ๆ สายตาคมยังไม่ละไปจากเธอแม้แต่วินาทีเดียว เหมือนนักล่าที่ปล่อยให้เหยื่อได้ดิ้นรน ก่อนจะตัดสินใจว่าจะ ‘เล่น’ ต่อเมื่อไหร่
“แต่เธอก็ไม่ควรร้องไห้เพราะพวกมันนะ...” เสียงทุ้มต่ำของลีโอเอ่ยช้า ดวงตาคมกริบฉายแววบางอย่างที่ยากจะเดา “น้ำตาที่ไหล...ควรมาจากพวกฉันเท่านั้นสิ”
จากนั้นเขาหยิบมือถือขึ้น กดโทรออกด้วยท่าทีเรียบนิ่ง แต่เสียงที่ตามมานั้นกลับหนักแน่นและเฉียบขาด
“ไปจับตัวอลงศักดิ์ไว้ที่โกดัง อย่าเพิ่งให้มันตาย ตบปากมันจนร้องไห้...จนเจ็บแทบขาดใจ”
“ครับ!” เสียงลูกน้องตอบรับทันที ก่อนสายจะถูกตัดอย่างไร้เยื่อใย
ลีโอยังไม่ละสายตาจากชีวา เขาเลื่อนนิ้วกดโทรศัพท์อีกครั้ง คราวนี้เสียงปลายสายที่ดังขึ้นไม่ใช่ลูกน้องธรรมดา แต่คือเสียงของเพื่อนรัก ผู้ร่วมอำนาจและร่วมครองทุกอย่างด้วยกัน... ออสติน
“ออสติน..มึงว่างสักแป๊บไหม” น้ำเสียงเรียบแต่แฝงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “คืนนี้กูจะพาไป ‘จัดการ’ คนที่ทำให้ชีวาร้องไห้..แทบขาดใจ..หน่อยว่ะ”
สายปลายทางเงียบไปชั่วครู่ ก่อนเสียงทุ้มของออสตินจะตอบกลับมาอย่างเย็นชา “ว่าง ที่ไหน”
“ที่เดิม..โกดังเก่าริมท่าเรือ เจอกันที่นั่น อย่าช้า…ไม่งั้นไอ้แก่คนนั้นอาจจะตายก่อน”
“หึๆ ได้”
พี่ลีโอคนโหด จะทำอะไรค่ะ
ตอนพิเศษ5 : หัวใจของพวกเรา (จบบริบูรณ์
“อื้ออ..อะไรคะ”ใบหน้าคมซุกเข้าที่ซอกคอขาว ลมหายใจร้อนเป่ารดต้นคอขาว "ผัวต้องการเมีย"เสียงกระซิบพร่าข้างกกหู
4ปีต่อมา...เสียงหัวเราะปนเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ดังระงมอยู่ในห้องของเล่นขนาดใหญ่กลางคฤหาสน์ ของเล่นราคาแพงกระจายเต็มพื้น ทั้งหุ่นยนต์ รถบังคับ เครื่องบินจิ๋ว และตุ๊กตาที่ชีวาเป็นคนเลือกเองกับมือ“ไอ้เสือ
ค่ำวันนั้น...ห้องอาหารอบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารและไออุ่นของแสงไฟสีทอง ชีวานั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะยาว ข้างหนึ่งคือออสตินที่กำลังเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทางสบาย ๆ ส่วนอีกข้างคือลีโอ ผู้มีสายตาคมคอยมองทุกอิริยาบถของเธอ ตั้งแต่ยกช้อนจนถึงยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก“เธอใส่ซอสเยอะไปหรือเปล่า” ออสตินเอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ แววตาคมไม่ละจากริมฝีปากเธอที่กำลังเป่าข้าวในช้อน “ไม่ค่ะ พี่ลองชิมดูก่อนค่ะ”ไม่ทันที่เธอจะพูดจบ เขาก็เอนตัวเข้ามาใกล้ จ
เสียงปืนดัง แกร๊ก!กลิ่นดินปืนลอยอบอวลในอากาศ อุณหภูมิรอบสนามซ้อมกลางหุบเขาร้อนระอุไม่ต่างจากสายตาของผู้ชายสองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอชีวาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด มือเล็กจับด้ามปืนสั้นไว้แน่น “แบบนี้...ถูกไหมคะ
ห้องจัดงานกว้างใหญ่ประดับประดาด้วยแสงไฟอุ่นและดอกไม้สีขาวทองที่เรียงรายตามทางเดิน กลิ่นดอกไม้สดอบอวลทั่วบริเวณ แขกผู้มีเกียรติจากทุกวงการต่างเข้ามาร่วมงาน ความรู้สึกตื่นเต้นและความสง่างามปะปนกันอย่างลงตัวชีวายืนอยู่ระหว่างออสตินและลีโอ ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ เธอเหมือนกุหลาบงามที่บานเต็มที่ ดวงตากลมโตประกายแวววาว ริมฝีปากระเรื่อแดงอ่อน สะท้อนความสดใสและความอ่อนโยน ท่ามกลางสายตาของผู้คนทุกคน เธอเปล่งประกายเป็นศูนย์กลางของความงดงามและความรัก แต่ดวงตากลมเต็มไปด้วยความมั่นใจ เธอไม่สนใจสายตาที่มองมาที่เธอหรือความประหลาดใจจากแขกในงาน เพราะตอนนี้เธออยู่ กับสองคนที่รักและปกป้องเธออย่างแท้จริง ออสตินยืนข้างๆเธอ ใ
สวบบ!! สวบบ!!“อย่า...อย่าทำ..อื้อออ..แบบนั้นนะคะ..ออสติน..” เสียงขาดหายเป็นห้วง ๆ ปนกับแรงสะอื้น แต่ยิ่งปฏิเสธ สัมผัสกลับยิ่งโหดเหี้ยมราวกับเธอทำอะไรผิด ปลายนิ้วแข็งกดลึกเข้าในร่องรัก ขยับชักเข้าชักออกถี่ๆอย่างบ้าคลั่งดั่งเป็นการทรมานนักโทษ จนร่างกายเธอสั่นสะท้านอย่างน่ากลัว ความร้อนผ่าวสะสมจนเหมื
@เช้าวันต่อมา...ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมจนรู้สึกกดดัน ออสตินยืนพิงกรอบประตู สายตาคมทอดมองร่างบางที่ยังหลับสนิทบนเตียง กายเปลือยถูกคลุมด้วยผ้าห่มผืนหนาเพียงบางส่วน เผยให้เห็นแนวลาดไหล่ขาวเนียนที่เต็มไปด้วย รอยกัด รอยฟัน และรอยแดงช้ำ กระจายอยู่ทั่วจนเกินจะปิดบังกลิ่นอับเร่าร้อนของน้ำกามารมณ์ยังลอยอบ
“อึก..ชะ..ชีวา..ทำอะไรผิดคะ..”เอวสอบขยับหนักหน่วงเหมือนพายุ จงใจบดเบียดแท่งแข็งขึงลำโคนใหญ่เข้าออกร่องรักอย่างไม่ปรานี จังหวะเร็วรัวและแรงจนร่องรักฉ่ำวาวร่างบางแทบลอยตามแรงกระแทกทุกครั้ง“อ๊ายยย..อึก..มะ..ไม่ไหว..อ๊า..” ชีวาสะดุ้งเฮือกทุกครั้งที่ถูกกระแทกเข้า ร่างในข้างในตึงแน่น ราวกับถูกบังคับให้โ







