LOGIN“อือ รักสิ ผมรักตองที่สุด” แล้วสุดท้ายเขาก็ตอบหล่อนและคำตอบนั้นก็ทำให้ใบตองยิ้มแก้มปริผละหัวจากไหล่เขามาหอมแก้มสากแรงๆ
“อือ หอมจังเลยค่ะ งั้นคืนนี้อยู่กับตองนะคะ” หล่อนตวัดเรียวแขนคล้องลำคอหนาอย่างออดอ้อน
“ได้สิ คืนนี้ผมจะอยู่กับตอง”
“น่ารักที่สุดเลยคุณดีของตอง ตอนนี้ตองเชื่อใจคุณดีนะคะ เชื่อว่าความรักของเราจะยังเหมือนเดิม และจะทำเพื่อเราสองคนเหมือนที่พูดสัญญาไว้ก่อนจะแต่งงานใช่ไหมคะ” หล่อนถามย้ำคำสัญญาของเขาก่อนหน้านี้
“แน่นอน ผมจะทำเพื่อเราสองคน ผมรักตองนะ”
เขาโอบกอดหล่อนแล้วโมลงหอมหน้าผากมนแผ่วเบา แปลกเขากลับรู้สึกว่ากลิ่นน้ำหอมที่ใบตองใช้ประจำฉุนจนต้องเบือนหน้าหนีทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเขาชอบกลิ่นน้ำหอมที่หล่อนใช้จะตายไป
“งั้นเราไปซื้อของทำกับข้าวกันไหมคะคุณดี เนี่ยก็บ่ายสองกว่าแล้วนะคะ”
“ตองไม่กลัวนักข่าวเห็นเหรอ”
เขาถามแฟนสาวที่กำลังฮอตในตอนนี้ ใบตองเป็นนางแบบที่เป็นที่ต้องการของนิตยสารมากที่สุดตอนนี้ไม่ว่านิตยสารหัวไหนเล่มไหนก็อยากได้หล่อนไปขึ้นปกทั้งนั้นในตอนนี้
“ไม่กลัวค่ะ ถ้ากลัวตองไม่ขับรถมาหาคุณดีที่ประจวบหรอกค่ะ ไปกันเถอะค่ะ”
ทั้งสองคบกันเมื่อต้นปีที่แล้ว ธรรพ์เจอเธอที่โรงแรมของตัวเองเมื่อตอนที่เธอมาพักผ่อนเงียบๆ ที่นี่ และนั่นแหละคือความประทับใจของเขา ใบตองเป็นผู้หญิงเรียบง่าย เขารู้จักหล่อนดีว่ายามปกติหล่อนเป็นยังไง หล่อนน่ารักต่างจากที่ทุกคนเห็นและต่างจากข่าวที่สื่อเขียนออกมา
“แต่ผมไม่อยากให้ตองเป็นข่าว แถมตอนนี้ผมก็แต่งงานแล้วด้วย” เขาบอกเธอด้วยความเป็นห่วง หากตกเป็นข่าวกับเขาคนที่มีภรรยาอยู่แล้วเธอจะเสียหายได้
“งั้นก็โทรสั่งกับข้าวมาทานที่ห้องได้ค่ะ ตองรู้ว่าคุณดีห่วงตอง ม๊วฟ!”แล้วหล่อนก็รั้งเขาลงมาหอมแก้มอีกครั้ง
“ก็ผมบอกแล้วไงว่าตองสำคัญที่สุดสำหรับผม”
วงแขนแข็งแรงตวัดร่างเล็กของนางแบบสาวมาโอบกอดแนบแน่นแต่ในใจของเขาตอนนี้มันกำลังวุ่นวายเต็มไปด้วยเรื่องของกลิ่นจันทร์และตัวเองในตอนนี้
ตั้งแต่คืนเข้าหอวันนั้นผ่านมาสองวันแล้วสามีก็ไม่กลับมานอนบ้าน เขานอนพักที่โรงแรมไม่ยอมกลับมาอีกเลย ขนาดคุณแม่โทรตามให้กลับเขาก็ไม่ยอมกลับบ้าน กลิ่นจนรู้สึกสมเพชตัวเองเหลือเกินในตอนนี้ เธอสมน้ำหน้าตัวเองได้ทะเบียนสมรสเป็นเจ้าของเขาแล้วยังไง เมื่อในใจของธรรพ์ไม่ได้มีหล่อนเลยสักนิด
“ถ้าหนูไม่ไหวบอกแม่นะจันทร์ หนูบอกแม่ได้”
คุณนายผิงเอ่ยกับสะใภ้สาวคนสวยที่นั่งหน้าเศร้าอยู่กับตนเองในห้องนั่งเล่น แทนที่จะมีความสุขทั้งๆ ที่เพิ่งแต่งงานได้ไม่ถึงอาทิตย์ แต่สิ่งที่นางเห็นจากใบหน้าลูกสะใภ้คือความเศร้าและความทุกข์ที่ฉายชัดออกมาจากดวงตาคู่งามที่เคยสดใสของกลิ่นจันทร์
“หนูก็ไม่รู้จะทำยังไง คุณดีเขาเกลียดหนูจนไม่ยอมกลับบ้าน”
“คิดมากไปแล้วลูก คุณดีเขาอาจงานยุ่งก็ได้ เขาไม่มาเราก็ไปหาเขาได้ไม่ใช่เหรอลูก แล้วเรื่องงานหนูจันทร์จะไปทำงานที่โรงแรมของเราหรือจะไปทำที่อื่นลูก”
“ถ้าหนูไปคุณดีคงโกรธแน่นอนค่ะคุณแม่ อีกอย่างเรื่องงานคุณดีไม่ให้หนูไปทำงานที่โรงแรมหนูเลยไปสมัครงานที่โรงแรมของเพื่อนอีกที่ค่ะ ไปเป็นประชาสัมพันธ์ให้ที่นั่นค่ะ” กลิ่นจันทร์บอกท่าน
“โกรธก็โกรธไปสิ แม่ให้หนูไปคุณดีก็ทำอะไรหนูไม่ได้ และเรื่องงานหนูจันทร์ก็ไปทำงานเป็นเลขาให้พี่เขา หนูจบบริหารมานะลูก หนูควรมาช่วยงานของครอบครัวตัวเอง อีกอย่างถ้าแม่สั่งยังไงคุณดีก็ต้องยอมรับหนูไปทำงานด้วยแน่นอน”
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่ ไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้ว แม่จะให้คนขับรถไปส่งที่โรงแรม และคืนนี้ไม่ต้องกลับบ้านถ้าคุณดีไม่กลับบ้านหนูก็นอนค้างที่นั่นเลย เรื่องงานแม่จัดการให้เอง” นางเอ่ยอย่างเผด็จการ
“ค่ะ” กลิ่นจันทร์รับคำแล้วลุกขึ้นเดินจากห้องนั่งเล่นไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่เพื่อจะไปหาสามีที่โรงแรม ส่วนคุณนายผิงก็หยิบโทรศัพท์ที่โต๊ะกลางหน้าโซฟามากดต่อสายหาลูกชายทันทีเพื่อคุยเรื่องงานของกลิ่นจันทร์และบอกลูกชายด้วยว่ากลิ่นจันทร์จะไปหาที่โรงแรม เมื่อพูดคำพูดของตัวเองก็ตัดวางสายทิ้งทันทีโดยไม่คิดจะสนใจฟังคำโต้ตอบกลับของลูกชายเลยสักนิด
สีหน้าของแฟนหนุ่มเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงจนใบตองสงสัยว่าใครโทรมาหาเขากันแน่ แต่หล่อนไม่กล้าถามเขาด้วยปกติแล้วเธอเป็นคนไม่อยากรู้อยากเห็นเรื่องส่วนตัวของเขา หากเขาอยากให้รู้เขาจะเล่าให้เธอฟังเอง สองวันมานี้ใบตองเธอมาพักกับเขาที่นี่ แต่ก็ไม่ได้นอนพักห้องเดียวกัน แม้จะเป็นแฟนกันแต่ธรรพ์ก็ให้เกียรติเธอ เขาไม่แตะต้องเธอไปมากกว่ากอดและจูบ เนี่ยแหละที่ทำให้หล่อนรักเขา
“ทานข้าวกันเถอะตอง” เขาเดินมานั่งที่เก้าอี้ข้างเธอเหมือนเดิม
“เป็นอะไรรึเปล่าคะคุณดี ทำไมสีหน้าไม่โอเคเลย” สุดท้ายแล้วหล่อนก็ถามเขาออกไป
“คุณแม่โทรมาน่ะ บอกว่าจะให้ยัยนั่นมาหาที่โรงแรม และจะให้มาทำงานเป็นเลขาผมด้วย” เขาบอกเสียงเรียบพร้อมตักกับข้าวให้แฟนสาว
“ถ้างั้นตองกลับวันนี้นะคะ”
“รีบกลับไปทำไม ตองมีทำงานอาทิตย์หน้าไม่ใช่เหรอ อยู่ต่อเถอะอย่าไปสนใจยัยนั่นเลย” เขาบอกแฟนสาวพร้อมตักข้าวและกับข้าวคำเล็กๆ ป้อนเธอ
“แต่ว่า...”
“กินข้าวกันเถอะ เรื่องของผมกับเขาตองก็รู้ว่าคุณแม่บังคับ ผมไม่ได้เต็มใจ ผมรักคุณนะ” เขาบอกรักแฟนสาวและนั่นแหละทำให้หล่อนอ้าปากรับคำข้าวที่เขาตักรอท่าอยู่ตรงหน้า
“คุณดีก็ทานด้วยกันสิคะ มาค่ะตองป้อน” เธอเคี้ยวข้าวที่เขาป้อนให้กลืนแล้วก็เอ่ยขึ้นพร้อมตักข้าวและกับข้าวป้อนแฟนหนุ่มบ้าง
“อือ” ธรรพ์อ้าปากรับคำข้าวที่แฟนสาวป้อน แล้วมื้อเช้าวันนี้พวกเขาทั้งสองก็สลับกันไปสลับกันมาจนทานอิ่ม
กลิ่นจันทร์มายืนที่หน้าตึกสูงระฟ้าสี่สิบชั้นของโรงแรมโมกขจร ทันทีที่เธอลงจากรถคนขับรถก็ขับรถกลับบ้านทันที เพราะคุณแม่บอกให้มาส่งเธอแล้วก็กลับ เท้าเล็กของเธอก้าวเดินเข้าไปในตัวตึกทีละก้าวๆ ช้าๆ ด้วยความไม่มั่นคงเท่าไหร่นัก ด้วยกลัวว่าจะโดนพายุอารมณ์โกรธของเจ้าของโรงแรม เธอรู้ว่าห้องทำงานของเขาอยู่ชั้นไหน กลิ่นจันทร์เดินไปยังลิฟต์โดยสารแล้วกดเรียกลิฟต์ รอไม่นานประตูลิฟต์ก็เปิดออก เธอก้าวเข้าไปในลิฟต์พร้อมกดเลือกชั้นสูงสุดเพื่อไปห้องทำงานของผู้บริหารหนุ่ม ใช่ผู้บริหารคือสามีของเธอ และตอนนี้เธอก็มาหาเขา กลิ่นจันทร์แต่งตัวด้วยชุดเดรสซีฟองตัวยาวคลุมเข่าลายลูกไม้สีฟ้าอ่อน ผมยาวสลวยปล่อยสยายเต็มหลังพร้อมม้วนเป็นลอนวอลลุ่มสวยงามแบบผมสุขภาพดี เมื่อโดยสารลิฟต์มาถึงชั้นที่เลือกแล้วประตูลิฟต์ก็เปิดกว้างออกเท้าเล็กๆ ที่ใส่รองเท้าผ้าใบสีขาวก็เดินออกมาจากลิฟต์ พร้อมกระเป๋าสะพายข้างใบเล็กใบเก่าของตัวเองเดินไปทางห้องทำงานของเจ้าของโรงแรม พอเดินมาถึงก็หยุดทักทายเลขาวัยกลางคนของเขาก่อน “สวัสดีค่ะพี่พรรณี” เธอยกมือไหว้อีกฝ่ายด้วยความเคารพ
“อือ รักสิ ผมรักตองที่สุด” แล้วสุดท้ายเขาก็ตอบหล่อนและคำตอบนั้นก็ทำให้ใบตองยิ้มแก้มปริผละหัวจากไหล่เขามาหอมแก้มสากแรงๆ “อือ หอมจังเลยค่ะ งั้นคืนนี้อยู่กับตองนะคะ” หล่อนตวัดเรียวแขนคล้องลำคอหนาอย่างออดอ้อน “ได้สิ คืนนี้ผมจะอยู่กับตอง” “น่ารักที่สุดเลยคุณดีของตอง ตอนนี้ตองเชื่อใจคุณดีนะคะ เชื่อว่าความรักของเราจะยังเหมือนเดิม และจะทำเพื่อเราสองคนเหมือนที่พูดสัญญาไว้ก่อนจะแต่งงานใช่ไหมคะ” หล่อนถามย้ำคำสัญญาของเขาก่อนหน้านี้ “แน่นอน ผมจะทำเพื่อเราสองคน ผมรักตองนะ” เขาโอบกอดหล่อนแล้วโมลงหอมหน้าผากมนแผ่วเบา แปลกเขากลับรู้สึกว่ากลิ่นน้ำหอมที่ใบตองใช้ประจำฉุนจนต้องเบือนหน้าหนีทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเขาชอบกลิ่นน้ำหอมที่หล่อนใช้จะตายไป “งั้นเราไปซื้อของทำกับข้าวกันไหมคะคุณดี เนี่ยก็บ่ายสองกว่าแล้วนะคะ” “ตองไม่กลัวนักข่าวเห็นเหรอ”เขาถามแฟนสาวที่กำลังฮอตในตอนนี้ ใบตองเป็นนางแบบที่เป็นที่ต้องการของนิตยสารมากที่สุดตอนนี้ไม่ว่านิตยสารหัวไหนเล่มไหนก็อยากได้หล่อนไปขึ้นปกทั้งนั้นในตอนนี้ “ไม่กลัว
ตามร่างกายของกลิ่นจันทร์เต็มไปด้วยร่องลอยของธรรพ์ เขาคือสามี เขาคือเจ้าบ่าว เขาคือผู้ชายคนเดียวที่หล่อนรักมาตลอด แต่ตอนนี้เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าความรักของตัวเองนั้นรักถูกคนหรือเปล่า กลิ่นจันทร์กอดตัวเองแน่นอยู่บนเตียงแล้วเสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้น ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! “ใครคะ?” เธอร้องถามคนที่เคาะประตูห้อง “แม่เองลูก” คุณนายผิงส่งเสียงร้องตะโกนตอบกลับมาด้วยรู้ดีว่าห้องนี้เก็บเสียงดีมากจึงร้องตะโกนตอบกลับมาดัง “คุณแม่เหรอคะ” เธอรีบมองหาชุดตัวเองแล้วก็เห็นชุดเจ้าสาวแสนสวยที่ถูกทิ้งข้างเตียงอย่างไร้ค่าก็อดน้ำตาซึมไม่ได้ แต่ก็ต้องรีบลุกกอดผ้าห่มห่อตัวเองเดินไปเปิดประตูห้อง แม้จะลำบากด้วยแข้งขาอ่อนแรงและเจ็บกลางกายความเป็นสาวยามขยับตัวและก้าวเดินก็ตามแต่ แอค! ประตูบานใหญ่ถูกเปิดกว้างออกพร้อมกับเจ้าของห้องและผู้มาหาที่ยืนส่งยิ้มให้ตัวเองอยู่หน้าห้อง “เป็นอะไรรึเปล่าลูก เนี่ยก็บ่ายโมงแล้วนะหนูจันทร์”นางถามด้วยความเป็นห่วง เพราะเมื่อเช้ากลิ่นจันทร์ไม่ได้ตื่นลงไปใส่บาตรกับตัวเอง พ
นาทีนี้ร่างเปลือยของเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่อีกคนฝืนกัดฟันแต่งงานด้วย ส่วนอีกคนนั้นเต็มใจและพร้อมจะทำหน้าที่ภรรยาของเขาแม้ว่าเขาจะเกลียดชังตัวเองมากนักก็ตาม หัวใจสาวของกลิ่นจันทร์เต้นระรัวเมื่อถูกทาบทับด้วยร่างใหญ่ และสองมือของเขาก็บีบนวดคลึงเคล้นเต้าของเธอ แม้จะรู้สึกเจ็บและไม่คุ้นชินแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธหรือผลักไสเขาไปไหนได้ เมื่อมันคือหน้าที่ของภรรยาที่ต้องทำร่วมกับสามี “เธอจำไว้ว่าสิ่งที่ฉันทำตอนนี้คือหน้าที่เท่านั้น ฉันไม่เคยคิดจะแตะต้องเธอเลยสักนิดจันทร์ แต่ฉันก็ต้องแตะต้องกาฝากอย่างเธอเพราะแม่ของฉันต้องการหลานที่เกิดจากเธอ” เขาพูดแล้วก็โน้มหน้าลงไปซุกไซ้ซอกคอระหง กลิ่นจันทร์ได้แต่เม้มปากแน่นเก็บความจุกเจ็บไว้ในอกของตัวเองแต่น้ำตาของหล่อนก็ห้ามไม่ได้เหมือนความเจ็บที่อัดแน่นไว้ในอกมันกำลังไหลล้นดวงตาสวยออกทางหางตา อึก! เสียงสะอื้นไห้ของหล่อนดังลอดออกมาจากปากที่เม้มกันแน่จนคนที่กำลังขูดถูเคราสากตามซอกคอระหงผละออกมาดูแล้วแสยะยิ้มสมเพชส่งให้เธอแล้วพูดว่า... “น้ำตามันช่วยอะไรเธอไม่ได้หรอก ร้องไห้เป็นเลือดฉันก็ไม่คิดจะมองเธอเป็นอื่
“ฉันใจดีกับทุกคนยกเว้นเธอจันทร์ เพราะอะไรรู้ไหมเพราะฉันขยะแขยงเธอที่สุดแต่ก็ต้องกัดฟันนอนกับเธอเพื่อที่เธอจะได้ท้องลูกของฉัน” เขาเอ่ยลอดไรฟันออกมาแล้วผละตัวถอยห่างมาปลดเปลื้องชุดของตัวเองออกอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เสียเวลาในการเข้าหอ อึก! เสียงกลืนน้ำลายของกลิ่นจันทร์ดังออกมาพร้อมกับมองจ้องไปยังแผงอกกำยำของคนตรงหน้าที่ตอนนี้เปลือยท่อนบนแล้วและก็ต้องเบือนหน้าหนีเมื่อมองต่ำกว่าสะดือของเขาลงมาก็เห็นไรขนอ่อนๆ พร้อมกับ ความเป็นบุรุษของเขา เธอเม้มปากแน่นเขินอายและหวาดกลัวตื่นเต้นในที “ฉันสั่งให้ถอดเสื้อผ้าทำไมไม่รีบถอด อย่าลีลานักเลย วันนี้เธอน่าจะดีใจนะที่ได้ครอบครองทุกอย่างสมใจแล้ว”เขาบอกหล่อนเสียงเหี้ยมเมื่อเปลือยร่างตัวเองเสร็จ เขาไม่นึกอายที่ต้องมาเปลือยต่อหน้าคนที่ตัวเองเกลียดชัง แต่ที่เขาต้องกัดฟันฝืนทนคือเรื่องต่อจากนี้มากกว่า เขาไม่อยากแนบกายในร่างหล่อนเลยให้ตายสิ แต่ก็ต้องทำเพื่อของที่เป็นของเขา หล่อนมันก็แค่ตัวหมากตัวหนึ่งเท่านั้น และธรรพ์ก็รู้ดีว่าเด็กกาฝากนั่นคิดยังไงกับตัวเอง และเขาก็ชัดเจนมาตลอดว่าเกลียดหล่อนยิ่ง
“ยังเรียกแม่นั่นว่าแฟนอีกเหรอคุณดี ตอนนี้ลูกมีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้วลูกยังเรียกผู้หญิงคนนั้นว่าแฟนได้ยังไง”“สำหรับผมแล้วตองเป็นแฟนของผมเสมอ เป็นคนที่ผมรักตลอดแม้แต่ตอนนี้ผมก็ยังรักเธอ เชิญครับ ผมจะเข้าหอ” เขาลุกขึ้นไปเปิดประตูห้องหอพร้อมผายมือเชิญท่านออกไปจากห้อง“แม่ไปก่อนนะจันทร์ คืนนี้เป็นคืนที่ดีเป็นวันดี แม่อยากให้หนูอดทนนะจันทร์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้และวันต่อๆ ไปหนูยังมีแม่คนนี้อยู่จำไว้แม่รักหนูนะ และขอบคุณที่ทำทุกอย่างเพื่อแม่มาตลอด ความดีของลูกจะทำให้ลูกผ่านมันไปได้ เพียงแต่อดทนไปก่อนนะลูก แม่เชื่อว่าสักวันคุณดีจะมองเห็นลูกของแม่บ้าง” นางก้มลงเอ่ยกับเจ้าสาวที่นั่งเงียบมาตลอดที่นางและลูกชายฟาดฟันฝีปากกัน“ความดีมันกินไม่ได้คุณแม่ก็รู้ และอีกอย่างผู้หญิงอย่างจันทร์จะมีอะไรดีกันเชียว และเชิญได้แล้วครับผมจะเข้าหอ” ยิ่งหงุดหงิดเมื่อแม่ที่รักนั้นใส่ใจความรู้สึกกลิ่นจันทร์มากกว่าเขา“ค่ะคุณแม่”เธอก้มลงกราบเท้าผู้มีพระคุณของตัวเองแล้วลุกขึ้นประคองท่านลุกขึ้นจากเตียงแล้วพาเดินไปส่งที่หน้าประตูห้อง“คุณดีอย่ารุนแรงกับน้องนะลูก” ก่อนจะเดินออกจากห้องไปไม่วายสั่งลูกชาย“หึ! คุณแ







