LOGINอัยลดาตื่นขึ้นมาตอนสิบโมงก็เห็นข้อความที่ยศสพลส่งมา เธอรู้ว่าคงเป็นศิลาสั่งไว้ อัยลดาลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก เธอใช้มือเสยผมยาวสลวยไปด้านหลัง ตอนนี้ตัวเธอยังไร้อาภรณ์ทั้งปวง แต่อัยลดาไม่ได้รู้สึกอายแล้ว
“สิบห้านาทีบ้าอะไรของเขาวะ” ต่อไปเธอจะไม่เชื่อคำพูดของยศสพลอีกเป็นอันขาด อัยลดาเลิกผ้าห่มออกจากกายด้วยความหงุดหงิด เตรียมก้าวขาลงจากเตียง “โอย” เธอรู้สึกปวดไปทั่วร่าง อีกทั้งยังรู้สึกเป็นไข้จริง ๆ เขาคงทำกับผู้หญิงเช่นนี้ทุกคนถึงได้เตรียมยาเตรียมข้าวไว้ให้
อัยลดาก้มมองที่เตียงนอนของตนก็รู้สึกแปลกใจ เขาเปลี่ยนผ้าปูที่นอนผืนใหม่ให้เธอแล้ว รู้สึกถึงความไม่ชอบมากลจึงก้มลงมองเนินเนื้อสาวของตน แล้วอ้าออกเล็กน้อย รู้สึกว่าที่ตรงนั้นยังเนียนกริบ ไร้ซึ่งน้ำกามใด ๆ มีเพียงรอยบวมแดงเล็กน้อยเท่านั้น เธอจึงใช้มือแตะไล้ขึ้นมาดม
เธอเบิกตาโตพร้อมสบถออกมา “บ้าเอ๊ย!” พร้อมกับหุบขาตัวเองอย่างเขินอาย “ไอ้เสี่ยลามก” อัยลดาอยากจะร้องไห้ก็ร้องไม่ออกได้แต่ทำหน้าเหยเก ที่รู้ว่าศิลาทำความสะดาดจุดซ่อนเร้นให้เธอจนสะอาดหมดจด อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมดังเดิม เธอยกแขนทั้งสองข้างขึ้นดมสลับกันก็มีกลิ่นหอมเช่นกัน
“ทำไมถึงได้หลับเป็นตายอย่างนี้วะ” กระทั่งเขาพาไปอาบน้ำเธอยังไม่รู้สึกตัว จากที่ไม่อายตอนนี้ร่างของเธอรู้สึกร้อนผะผ่าวไปทั้งตัว เมื่อคืนยังมีความมืดอำพรางเอาไว้ แต่ตอนเช้าเธอไม่อยากจะคิด เขาต้องเห็นร่างกายเธอทุกซอกทุกมุมแล้วแน่ ๆ
สายตาของอัยลดาเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่บนหัวเตียง เธอหยิบขึ้นมาอ่าน ‘กินยาคุมด้วยเมื่อคืนฉันไม่ได้ป้องกัน’ มือเล็กขยำกระดาษจนยับย่น “คนเห็นแก่ตัว”
อัยลดาฝืนสังขารตนลุกไปอาบน้ำอีกครั้งเพราะอยากให้อารมณ์เย็นลงกว่านี้ พอเปิดฝักบัวน้ำไหลรดตัวก็รู้สึกแสบจี๊ดที่หัวนม “อา ทำไมแสบจัง” อัยลดาก้มมองยอดถันสีทับทิมของตน ก็รู้สึกตกใจ “โห โดนกัดจนเป็นแผลเลย” สองเต้าที่เคยนวลเนียนก็ช้ำไปหมด
อีกทั้งยังฝากรอยเขี้ยวเอาไว้อีก ปากจึงตะโกนออกด้วยความโกรธมากกว่าเก่า “ไอ้เสี่ยหมาป่าหนังเหนียวเอ๊ย” ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้หื่นอย่างนี้ ดีนะที่เดือนนึงเขาจะมาหาเธอไม่เกินสองครั้ง ถ้ามาบ่อยเธอต้องตายแน่ ๆ
ตอนอัยลดานั่งกินข้าวอยู่ที่ห้องรับแขก ก็ได้รับสายจากกัลยากรว่าเธอสอบสัมภาษณ์งานผ่านแล้ว และฝ่ายบุคคลก็นัดเริ่มงานวันที่หนึ่งเดือนหน้า อัยลดารู้สึกเศร้ากับโชคชะตาของตนอยู่ครู่หนึ่งจึงปัดความรู้สึกลบ ๆ พวกนั้นทิ้งไป และบอกกับตัวเองว่าอดทนเพียงสองปีเท่านั้น
ศิลาตื่นขึ้นมาอีกครั้งตอนบ่ายสาม เขาดื่มเพียงกาแฟดำแก้วเดียวเท่านั้น จากนั้นเปิดแมคบุ๊กขึ้นมาเพื่อตรวจงานต่อ เมื่อมองดูยอดขายของร้านแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ศิลาเข้าใจว่าเป็นเพราะพิษเศรษฐกิจจึงทำให้ยอดขายของเขาตกไปด้วย เพราะเขาเองก็ติดตามข่าวสารรอบกายเช่นกัน
จึงรู้ว่ายอดขายของธุรกิจอื่นก็ดำดิ่งลงเช่นกัน แม้แต่ยอดขายของบริษัทผลิตหลอดไฟของเพื่อนซึ่งอยู่อันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ยังยอดตกเหมือนกัน ศิลาพยายามทำใจกับเรื่องนี้ และหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นในอีกไม่ช้า
กายใหญ่เอนพิงพนักเก้าอี้อย่างคิดไม่ตก สายตาเหลือบมองโทรศัพท์แล้วหยิบขึ้นมา กดดูรายชื่อที่ตนบันทึกไว้ว่า ‘ภาระ’
นิ้วโป้งกำลังจะแตะปุ่มโทรออก แต่แล้วก็กดปุ่มออกแทน เขาวางโทรศัพท์ลงที่โต๊ะดังเดิม “จะโทร. ไปทำไมวะ ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”
แต่บ่ายวันนั้นศิลาก็ไม่มีอารมณ์ทำงานเลยแม้แต่น้อย เพราะในหัวมีแต่ภาพหัวนมอมชมพูกับกลีบดอกไม้อวบอูมเนียนนุ่มสีพีชของคนที่เป็นภาระเท่านั้น
บางครั้งยังพึมพำออกมา “ผู้หญิงอะไรไม่มีขน” มิหนำซ้ำที่ตรงนั้นยังแดงแจ๋น่าเลียอีกด้วย
พอนึกขึ้นได้ว่าตนเผลอคิดเรื่องอัยลดาบ่อยครั้ง จึงลุกขึ้นไปสูบบุหรี่ด้วยท่าทางหงุดหงิดงุ่นง่าน “นี่กูเป็นอะไรวะ” ปกติเขาไม่เคยคิดอยากเลียที่ตรงนั้นให้ผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น
ผับของศิลาเปิดหกโมงเย็น แต่ศิลาไปถึงร้านตอนสองสามทุ่มเกือบทุกวัน เพราะเขามีผู้จัดการคอยดูแลอยู่แล้ว ซึ่งก็คือเพื่อนสนิทของเขาอีกคนนั่นเอง
ร่างสูงใหญ่เดินเข้าประตูหลังร้านแล้วขึ้นลิฟต์ไปบนชั้นสี่ ก่อนหน้าผับแห่งนี้มีเพียงสองชั้น แต่หลังจากเขาทำการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปีนั้นศิลาจึงทำเป็นสี่ชั้น ชั้นหนึ่งเป็นโซนลูกค้าทั่วไป เวที และเคาน์เตอร์บาร์ ชั้นสองเป็นห้องวีไอพี และโซนลูกค้าพรีเมียม ชั้นสามเป็นห้องทำงานผู้จัดการ และแผนกอื่น ๆ และห้องควบคุมกล้องวงจรปิด และชั้นสี่เป็นห้องทำงานของศิลา ห้องประชุม และห้องรับรองแขกคนสำคัญ
พอศิลาก้าวขาเข้ามาในห้อง ผู้จัดการก็เดินตามเข้ามาทันที พร้อมเอ่ย “หิน”
“เจอความผิดปกติอะไรไหม” ศิลายิงคำถามออกไป
หลังอาบน้ำเสร็จคนตัวใหญ่ที่เปลือยกายล่อนจ้อนคลานเข่าขึ้นไปบนเตียงนอนอย่างหน้าไม่อาย สอดกายเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกับภรรยา ตอนนี้กัลยากรยังคงหลับตาพริ้ม เพราะเธอรู้สึกเพลียมากจริง ๆ อีกทั้งยังรู้สึกเมาอยู่เล็กน้อย มือใหญ่สอดเข้าไปในเสื้อลายการ์ตูนผืนบางแล้วขยำเต้างามเบา ๆ “ยังจะเอาอีกเหรอคะ” “อืม สัญญาว่าจะไม่ทำนาน” เพราะเขารู้ว่าภรรยาก็เหนื่อยมากจริง ๆ “ไม่เหนื่อยเหรอคะ” กัลยากรปรือตาขึ้นมามองเขา “นิดหน่อย แต่อยากทำลูกมากกว่า” ว่าพลางถอดเสื้อและกางเกงนอนของเธอออก พร้อมกับพลิกกายใหญ่ขึ้นคร่อมร่างของเธอไว้ “พี่รักอยากมีลูกกับแก้มจริง ๆ เหรอคะ” “จริงสิ จนป่านนี้ยังไม่เชื่อใจพี่อีกเหรอ” “ไม่รู้สิคะ ก็เมื่อก่อนพี่รักชอบว่าให้แก้ม ไม่เคยพอใจในสิ่งที่แก้มมีแม้แต่น้อย” “ก็บอกแล้วไงว่าพี่มันคนปากหมา ต่อไปนี้พี่ไม่ว่าแก้มอ้วนอีกแล้ว แก้มอ้วนเมียพี่สวยและน่ารักที่สุดในสามโลกเลย พอใจหรือยัง” กัลยากรหัวเราะหึ ๆ “โลกเดียวก็พอแล้วค่ะ” เขายิ้มพรายให้ภรรยา จากนั้น
“ไว้ว่าง ๆ เรากับแก้มจะแวะเข้าไปเยี่ยมหลานนะ” พลอยไพลินกล่าว “จ้ะ” อัยลดากระซิบข้างหูเพื่อน “รีบมีน้องไว ๆ นะ จะได้ลบคำสบประมาทของคนอื่นสักที” “อันนั้นก็แล้วแต่พี่รัก” กัลยากรว่าอย่างอาย ๆ อัยลดาจึงพูดขึ้น “เธอก็ทำเองได้ ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบด้วยนะ” “บ้าน่ะอัย พูดอะไรก็ไม่รู้” อัยลดาหัวเราะหึ ๆ “เรากลับแล้วนะ” ก่อนหน้าเธอก็ไม่ใช่คนพูดจาโจ่งแจ้งพรรค์นี้ แต่พออยู่กับศิลานานเข้า จึงรับเชื้อพูดจาทะลึ่งตึงตังมาจากเขา ศิลากล่าวลาเพื่อนเสร็จแล้วจึงเดินมารับภรรยากลับบ้าน ตอนนี้เขาอยากกลับไปเจอหน้าลูกจะแย่แล้ว แค่เพียงไม่กี่ชั่วโมงที่ห่างลูก ไม่คิดว่าจะคิดถึงลูกได้มากขนาดนี้ หลังจากศิลากับภรรยาจากไปแล้ว ภูวดลจึงตัดสินใจเดินเข้ามาหาบ่าวสาว กล่าวออกด้วยความรู้สึกผิดว่า “พี่ขอโทษนะที่เคยทำไม่ดีกับรักและแก้มไว้” ตอนนี้เขารู้แล้วว่าคำว่าพอเพียงนั้นสำคัญที่สุด เพราะเขาถูกมารดาขังอยู่ในห้องมาหลายเดือนเขาจึงคิดได้ จะได้ออกมาข้างนอกก็ต่อเมื่อต้องไปขึ้นศาลเท่านั้น “พี่ภูอย่าเก็บมาคิดอีกเลยครับ ขอเพียงพี่ภูคิดได้อ
หลังจากสู่ขอเพียงหนึ่งเดือน รักนรินทร์กับกัลยากรก็จัดงานหมั้นกันอย่างเรียบง่าย เหตุผลก็เพราะกัลยากรไม่ชอบงานเลี้ยงใหญ่โต ซึ่งรักนรินทร์ก็เห็นด้วยกับเธอ ทว่ากลับมีข่าวลือว่าเขาป่วยเป็นโรคนกเขาไม่ขันออกมาอย่างหนาหู เช่นนั้นเขาจึงเร่งรัดให้ผู้ใหญ่จัดงานแต่งงานให้เขากับกัลยากรก่อนพี่ชาย เพื่อลบคำนินทาเหล่านั้น ซึ่งภาคินก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ซึ่งคนที่ปล่อยข่าวทำลายชื่อเสียงของรักนรินทร์จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพะแพง เหตุผลก็เพราะเธอริษยาที่เขาหมั้นหมายกับกัลยากรได้สำเร็จ พะแพงยิ้มหยันเมื่อเปิดดูข่าวสารบนโชเชียลแล้วมีแต่ข่าวของรักนรินทร์ แค่นี้เธอก็รู้สึกพอใจอย่างยิ่งแล้ว ถัดจากนั้นสามเดือน งานแต่งงานระหว่างรักนรินทร์กับกัลยากรก็ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายเช่นเดิม ถึงกระนั้นก็ยังมีคนกล้าถามศศิธรออกมาตรง ๆ “ฉันได้ยินข่าวว่าตารักป่วยเหรอคะ แล้วทำไมยังแต่งงานกับหนูแก้มอีกล่ะ อย่างนี้ไม่สงสารผู้หญิงบ้างเหรอ” “นั่นสิคะ มันไม่ยุติธรรมกับฝ่ายหญิงเลยนะ หรือว่าผู้หญิงเดือดร้อนเรื่องเงินก็เลยยอมตกลงแต่งงานด้วย” “ฉันว่าต้องใช่แน่ ๆ” ทุกป
“ผู้หญิงคนนั้นหนีไปต่างประเทศแล้วค่ะ” ในขณะที่มารดายังยืนเหม่อลอยอยู่นั้น กัลยากรจึงพูดขึ้นอีก “แก้มขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ” “จ้ะ ไปเถอะ” อลิษามองมาทางลูกชายด้วยความไม่อยากเชื่อนัก “วิน แก้มกำลังจะหมั้นจริง ๆ เหรอลูก” ถามพลางน้ำตาเอ่อคลอ เพราะเธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าลูกสาวของตนจะมีวันนี้ อีกทั้งยังได้คู่หมั้นที่หล่อ นิสัยดี และฐานะดีอีกด้วย “แก้มเป็นคนดี ก็ต้องได้สามีดีครับแม่” นาวินก็ภูมิใจในตัวน้องสาวเช่นกัน สองแม่ลูกฉีกยิ้มกว้างให้กัน “แม่ช่างโชคดีจริง ๆ ลูกสาวก็กำลังจะหมั้น ลูกชายก็กำลังจะหายดี” ผ่าตัดอีกครั้งเดียวนาวินก็หัดเดินได้แล้ว ทั้งสองกอดกันอย่างมีความสุข ทางด้านรักนรินทร์เมื่อกลับมาถึงบ้าน ทุกคนก็นั่งรออยู่แล้ว “ไม่หลับไม่นอนกันเหรอครับ” “บอกมาว่ารักจะให้พ่อกับแม่ไปสู่ขอผู้หญิงคนไหนมาเป็นเมีย เธอเป็นลูกเต้าเหล่าใคร” ศศิธรถามน้ำเสียงจริงจัง “เพราะเรื่องนี้ ทำให้ทุกคนถึงกับนอนไม่หลับเลยเหรอครับ” รักนรินทร์ยังเอ่ยวาจายียวน “อย่าลีลาน่าพี่รัก รีบบอกพ่อกับแม่ไปเถอะ พลอยจะได้
คนตัวใหญ่ใช้ไรหนวดกับริมฝีปากไซ้กลีบดอกไม้เนียนสวยด้วยความทะนุถนอม ต่อมาจึงใช้ลิ้นปาดเลียขึ้นลงตรงรอยแยกแรงขึ้น ปลายลิ้นร้อนเดาะตรงติ่งเสียวรัว ๆ “ซี้ดดดด อา” สองมือขยุ้มผ้าปูที่นอนแน่น ปลายเท้าทั้งสองจิกลงบนที่นอนนุ่ม เขาส่งลิ้นอุ่น ๆ เข้าไปในกลีบดอกไม้เพื่อควานหาความหวาน ยิ่งได้ยินเสียงเธอร้องครวญครางปานจะขาดใจมากเท่าใด เรียวลิ้นอุ่นร้อนยิ่งสอดลึกเข้าไปมากเท่านั้น “อา พี่รักขา” “จ๋าแก้มอ้วน” “ลึกอีกหน่อยได้ไหมคะ อื๊อ” ร้องขอยังไม่ทันขาดคำเขาก็แหย่ลิ้นเข้าไปจนสุดโคนแล้วแทงเข้าออกลึกสุดจนเธอแทบทนไม่ไหว นิ้วหัวแม่มือยังบดคลึงติ่งเสียวให้เธอย้ำ ๆ ลิ้นก็เดาะภายในเป็นจังหวะรัวเร็ว “พี่รักแก้มจะเสร็จแล้วค่ะ” รักนรินทร์เดาะลิ้นเร็วและแรงขึ้นอีก ไม่นานกัลยากรก็ครางออกเสียงหลง “อ้า อ้า อ้า” ร่างของเธอเกร็งกระตุก ร่องรักยังตอดรัดลิ้นเขาเป็นจังหวะ “อื๊อ พี่รักเขาลิ้นออกได้แล้วค่ะ” รักนรินทร์ถอนลิ้นออก ก็สอดแก่นกายใหญ่โตเข้าแทนที่ทันที “อา แน่นดีจัง” กัลยากรขมิบรัดตัวตนเขาแน่นข
“อืม วันอาทิตย์นี้พี่จะให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอแก้ม”“แค่ก ๆ ๆ” กัลยากรที่กำลังยกน้ำขึ้นดื่มถึงกับสำลักออกมา รักนรินทร์รีบหยิบทิชชูให้“ไม่ดีใจหรือไง”“ทำไมเร็วแบบนี้ล่ะคะ”“พี่ไม่อยากให้แก้มโดนแม่กับพี่ชายตำหนิ เพราะยังไงน้าษาก็รู้เรื่องของเราแล้ว อีกอย่างพี่ก็อยากทำให้ทุกอย่างถูกต้องด้วย”“แล้วคุณลุงกับคุณป้าจะไม่ว่าเหรอคะ”“มีแต่จะดีใจ” เพราะตอนนี้พ่อกับแม่ของเขายังไม่วางใจเรื่องที่เขาป่วยเป็นโรคนกเขาไม่ขัน ถ้าเขาบอกท่านทั้งสองให้ไปสู่ขอภรรยาให้ มีแต่จะรีบทำโดยไม่ขัดข้องแม้แต่น้อย“พี่รักมั่นใจแล้วเหรอคะ”“มั่นใจเรื่องอะไร”“มั่นใจว่า… ว่ารักแก้มยังไงล่ะคะ”“ยิ่งกว่ามั่นใจ”ทั้งสองกินข้าวอิ่มแล้ว รักนรินทร์จึงพาเธอไปที่คอนโด ประตูห้องเพิ่งจะปิดลงเขาก็จู่โจมจูบเธออย่างเร่าร้อน เสื้อผ้าของทั้งคู่ถูกถอดออกจากร่างอย่างรวดเร็ว“ทำไมดุดันจังเลยคะ”“พี่อยากกระแทกแก้มอ้วนตั้งแต่อยู่ที่ออฟฟิศแล้ว”“พี่รัก”“หืม”“พี่รักหายป่วยหรือยังคะ”“ถามทำไม” กัลยากรยังยืนนิ่ง เขาจึงพูดขึ้นอีก “กลัวพี่ไปมีคนใหม่เหรอ” กัลยากรพยักหน้า เขาจึงกล่าวต่อ “เชื่อใจพี่สักครั้งนะ พี่จะไม่สัญญาอะไรกับแก้มอ้วน แต่พี่จะทำให







