ログインเมื่อฝ่ายบัญชี กับบาร์เทนเดอร์อีกสี่คนทราบเรื่อง ก็รู้สึกไม่พอใจอัยลดาที่เพิ่มภาระมาให้พวกเขา เพราะหากให้พวกเขาช่วยนับสต็อกสินค้าก็แสดงว่าก่อนวันหยุดคืนนั้นพวกเขาต้องทำโอทีต่อ เพราะการนับสต็อกต้องนับหลังจากปิดยอดขายกะดึกไปแล้ว หัวหน้าฝ่ายบัญชีจึงมาขอพบผู้จัดการที่ห้องทำงานของเขา เพราะตำแหน่งผู้จัดการร้านจะมีห้องทำงานส่วนตัว แต่แผนกอื่น ๆ จะนั่งรวมกันโดยมีฉากกั้นสำนักงานกั้นไว้ให้เป็นสัดส่วน “ไอซ์จะปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปเหรอ” ณิชาหัวหน้าแผนกบัญชีถามขึ้นเมื่อนั่งลงบนเก้าอี้เรียบร้อยแล้ว ไอศูรย์ลุกจากเก้าอี้ของตนเดินอ้อมมาด้านหลังณิชาแล้วก้มลงหอมแก้มเธอหนัก ๆ หนึ่งที “ไอซ์ พี่จริงจังอยู่นะ” เธอทำเสียงเง้างอน “ผมก็จริงจังอยู่นี่ไง” เขาหมุนเก้าอี้ของณิชาให้หันหน้ามาเผชิญกับเขา แล้วจับไหล่ของเธอให้ลุกขึ้น จากนั้นฉกจูบเข้าที่ริมฝีปากของเธออย่างเร่าร้อน “อื้อ” ณิชาหลุดเสียงครางออกมา เกือบนาทีไอศูรย์จึงยอมผละริมฝีปากออก “คืนนี้รอผมนะ” เพราะที่นี่ไม่มีเครื่องป้องกันไอศูรย์จึงห้ามใจตัวเองไว้ก่อน อีกอย่างห้องทำ
ศิลาปลดเสื้อผ้าของตนออกจนร่างเปลือยเปล่า สอดใส่แก่นกายเข้าไปในกายเธอ “อา แน่นดีจัง” ศิลาครางออกมา เขาสอดนิ้วชี้เข้าปากเธอ อัยลดาดูดหนัก ๆ คราหนึ่ง สะโพกเขาก็ขยับเนิบช้าไปด้วย “ขอชิมปากอัยได้ไหม” เขาดึงมือตัวเองออกจากปากเธอ แต่นิ้วหัวแม่มือยังไล้ริมฝีปากของเธอไปมา “หลอกเด็กอีกแล้วเหรอคะ” เพราะเมื่อครู่เธอก็เกือบหลงกลเขาไปแล้ว “ไม่ได้หลอกสักหน่อย เมือกี้ก็ทำตามสัญญาแล้วไง” “ชิมแค่ริมฝีปากเท่านั้นนะคะ” “ได้” ศิลาถอดแก่นกายจนเกือบสุดแล้วสอดเข้าใหม่ให้ลึกสุดลำ ริมฝีปากประกบกับปากเธอแล้วบดเบียดเบา ๆ มือข้างหนึ่งลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียน แล้วกดสะโพกของเธอให้แนบชิดกับกลางกายเขามากขึ้น มืออีกข้างกำเต้าทั้งสองสลับกันไปมา อัยลดายังครางออกมาเป็นระยะ จากแค่บดเบียดริมฝีปาก ศิลาเปลี่ยนมาใช้ปากดูดริมปากของเธอแทน บั้นท้ายเริ่มโยกแรงขึ้น ลึกขึ้น “อื้อ อื้อ อื้อ” เธอครางออกมาตามจังหวะการถูกกระแทก ศิลากอดร่างเธอแน่นขึ้น มือกำเต้า เอวกระเด้า ปากก็ดูด ยิ่งเขาทำแรงเท่าไรเธอก็ยิ่งเสียวไปทั่วสรรพางค์ ไม่ว่าปาก นม หร
หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จราวหนึ่งชั่วโมง อัยลดาจึงเข้าไปอาบน้ำ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูรูปที่เพื่อนส่งมาให้อีกครั้ง ลักษณะท่าทางของผู้หญิงคนนั้นที่คลอเคลียกับณเรศ แม้แต่เด็กอายุสามขวบยังดูออกว่าทั้งสองไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงาน อัยลดาร้องไห้อยู่นาน พอคิดว่าตนก็ไม่ได้ทำตัวดีไปกว่าณเรศจึงหยุดร้องไห้ แม้เธอไม่ได้นอกใจณเรศแต่เธอก็นอกกายเขาไปแล้ว เช่นนั้นเธอเองก็ทำผิดต่อเขาเช่นกัน ต่อไปนี้เธอก็ไม่ต้องรู้สึกผิดต่อเขาอีก “อัย” ศิลาเคาะประตูห้องน้ำเมื่ออัยลดาไม่ยอมออกมาสักที อัยลดาเพิ่งจะเปลื้องผ้าจึงสะดุ้งเล็กน้อย “มีอะไรเหรอคะเสี่ย” “ทำไมอาบน้ำนานจัง เป็นอะไรหรือเปล่า” ปกติอัยลดาไม่ได้อาบน้ำนานขนาดนี้ “เปล่าค่ะ อัยอาบใกล้เสร็จแล้วค่ะ” อัยลดารีบวิ่งเข้าไปในห้องอาบน้ำแล้วเปิดน้ำรดร่างตัวเองให้เปียกแล้วฟอกสบู่ “ขอฉันเข้าไปหน่อย” “ตัวอัยมีแต่ฟองสบู่ อัยไม่อยากให้พื้นเลอะค่ะ” เพราะอัยลดาไม่อยากให้เขาเข้ามาจึงพูดออกไปเช่นนั้น เสียงของเขาเงียบไปอัยลดาจึงรู้สึกโล่งอก และเปิดน้ำล้างฟองสบู่อย่างใจเย็น
ขณะที่ทั้งสามกำลังเดินไปที่รถของรักนรินทร์ที่จอดอยู่ริมซ้ายมือ สายตาของพลอยไพลินก็สะดุดเข้ากับคนผู้หนึ่งที่กำลังเดินมาจากที่จอดรถฝั่งขวา “อัย นั่นแฟนเธอไม่ใช่เหรอ เขามากับใครอะ เป็นผู้หญิงด้วยนะ” อัยลดากับรักนรินทร์มองตาม อัยลดาจำผู้หญิงคนนั้นได้ในทันที “อ้อ เจ้านายเขาเองแหละ” “งั้นเราไปทักเขาหน่อยดีไหม” สิ้นคำของพลอยไพลิน ฝ่ายหญิงก็เดินมาเกาะแขนฝ่ายชายเพื่อเดินเข้าไปในร้านอาหารด้วยกัน บางจังหวะยังโน้มใบหน้าเข้าไปซบกับต้นแขนของเขา พลอยไพลินหันมามองหน้าเพื่อนด้วยแววตาตื่นตระหนก “เจ้านายจริงเหรออัย” พร้อมกับหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน อัยลดามองตามจนร่างทั้งสองเดินหายเข้าไปในร้านอาหาร เธอรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างวิ่งมาอุดอยู่ที่ลำคอจนทำให้หายใจลำบาก น้ำใสในตาเริ่มรื้นขึ้นมา “อัย” พลอยไพลินสะกิดแขนเพื่อนเมื่อเห็นเพื่อนเอาแต่ยืนนิ่ง “ฮึ” “ไหวรึเปล่า” “อืม” ความจริงเธอไม่ได้เสียใจขนาดนั้น เพียงแต่เธอเสียความรู้สึก เพราะทุกครั้งที่เธอโทร. ไป หรือส่งข้อความไป เขามักไม่รับสายหรือตอบข้อความใน
ศิลาที่ออกกำลังกายบั้นท้ายไปหลายยกแล้วก็นอนแผ่หลาอยู่บนเตียง วันนี้เป็นวันหยุดที่เขาผ่อนคลายมากที่สุด เพราะมีอัยลดานอนอยู่ข้าง ๆ ตอนนั้นโทรศัพท์ของอัยลดาก็มีสายเข้า เธอจึงกดรับ “ว่าไงพลอย” ‘เย็นนี้ว่างไหม’ “ทำไมเหรอ” ‘พี่ชายจะเลี้ยงข้าว ทำอะไรอยู่เสียงเหมือนนอนอยู่เลย’ “อืม นอนอยู่” ‘ปกติเธอไม่นอนกลางวันไม่ใช่เหรอ’ “รู้สึกเพลีย ๆ น่ะ” รู้สึกเพลียมากเลยต่างหากล่ะ เพราะเขาทำให้เธอขึ้นสวรรค์ไปถึงห้ารอบ “แล้วพี่ชายจะเลี้ยงข้าวเนื่องในโอกาสอะไรล่ะ” ‘เลี้ยงขอบคุณที่เธอเคยช่วยงานเราไง’ “อ้อ ที่ไหน” พลอยไพลินบอกสถานที่อัยลดาแล้วจึงวางสาย คนที่นอนอยู่ข้าง ๆ จึงพูดขึ้น “ไปด้วย” เพราะสิ่งที่เธอคุยกับเพื่อนเมื่อครู่ ศิลาได้ยินทั้งหมด “เสี่ยจะไปในฐานะอะไรคะ” อัยลดาขมวดคิ้ว “เจ้านาย” “ไม่ได้ค่ะ อัยจะไปกินข้าวกับเพื่อนจะเอาเจ้านายไปด้วยทำไม” “งั้นก็ให้ไอ้ยศไปส่ง” “ก็ได้ค่ะ” “อย่ากลับมืดนักล่ะ”
อัยลดาคุยกับธำรงอยู่เกือบหนึ่งชั่วโมงจึงออกมาหาศิลาที่รถ เธอส่งยิ้มให้เขามาแต่ไกล “ไหนบอกว่าแค่สิบห้านาทีไง” ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือตำหนิเล็กน้อย “ก็เหมือนเสี่ยนั่นแหละค่ะ” “เหมือนตรงไหน” “ถามพี่ยศดูสิคะ” ยศสพลขำพรืดออกมา เพราะเข้าใจสิ่งที่อัยลดาพูด “ขำอะไรของมึงไอ้ยศ” ยศสพลไม่ตอบ แต่กลับพูดกับอัยลดาแทน “ตอนนี้สิบห้านาทีไม่ได้แล้วนะครับคุณอัย ต้องสามชั่วโมงเป็นอย่างต่ำครับ” อัยลดาหัวเราะคิกคัก เมื่อนั้นศิลาจึงเข้าใจ เขาหันหน้ามาหาอัยลดา “กลับไปต้องโดนทำโทษ” “เรื่องอะไรคะ” “ทำโทษที่บังอาจมาย้อนฉัน” ว่าแล้วก็อุ้มอัยลดาขึ้นมานั่งบนตัก “ว้ายเสี่ยคะ” อัยลดาร้องออกมาด้วยความตกใจ “อะไร” “อายพี่ยศค่ะ” “ไอ้ยศมันมองไม่เห็นหรอก จริงไหมยศ” “เห็นครับ” “ไอ้ยศ!” ศิลาตวาดออกเสียงดัง “ครับ ๆ ไม่เห็นก็ได้ครับ” “ไอ้นี่ ชักจะเอาใหญ่ขึ้นทุกวัน ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไปมึงเอารถตู้มารับกู” “รถตู้







