Home / รักโบราณ / เชลยรักสองพยัคฆ์ / บทที่ 6 หมากกระดานใหม่ 1

Share

บทที่ 6 หมากกระดานใหม่ 1

last update publish date: 2025-12-05 12:04:25

          มู่ตานยังคงนั่งนิ่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองในห้องของหลี่เฉียง นางจ้องมองแววตาที่เย็นชาและล้ำลึกของตนเองในนั้น ราวกับกำลังทำความรู้จักกับสตรีแปลกหน้าที่เกิดใหม่จากกองเถ้าถ่าน

          นางนั่งอยู่อย่างนั้นนานเท่าใดมิอาจทราบได้จนกระทั่งเสียงประตูห้องถูกเปิดออก ร่างของ จางมามปรากฏขึ้นที่ทางเข้า ใบหน้าของหญิงชรายังคงเรียบเฉยไร้อารมณ์เช่นเดิม นางปรายตามองมู่ตานที่บัดนี้แต่งกายเรียบร้อยแล้ว ด้วยแววตาที่ว่างเปล่า

          “กลับเรือนของเจ้าได้แล้ว” หญิงชรากล่าวด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ ก่อนจะหันหลังเดินนำไป

          มู่ตานบังคับกายที่เจ็บระบมให้ลุกขึ้นยืน แผ่นหลังตั้งตรง นางสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วก้าวตามออกไป

          การเดินทางกลับไปยังเรือนไผ่เร้นในยามเช้าตรู่คือความอัปยศที่เจ็บปวดยิ่งกว่าการถูกคมดาบกรีดร่าง แสงตะวันยามเช้าได้สาดส่องไปทั่วจวนแล้ว บ่าวไพร่ที่เริ่มตื่นขึ้นมาทำงานตามลานกว้างต่างหยุดชะงักเมื่อเห็นนาง....องค์หญิงเชลย เดินออกมาจากเรือนพักของท่านแม่ทัพใหญ่ในยามรุ่งสางด้วยสภาพที่บอบช้ำ ทุกสายตาที่ลอบมองมาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ความสมเพช และแววตาเหยียดหยามที่ซ่อนเร้นอยู่จาง ๆ

          นางคือองค์หญิงเชลยที่เพิ่งถูกย่ำยีโดยผู้เป็นนาย

          มู่ตานกัดริมฝีปากล่างจนแน่น บังคับให้ตนเองเงยหน้าขึ้น สบตาทุกคู่ที่มองมาด้วยแววตาที่เย็นชาและทระนงเช่นเดิม นางจะไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น จะไม่ยอมให้ใครได้สมเพชเวทนา

          เมื่อกลับมาถึงเรือนไผ่เร้นและประตูไม้ถูกปิดลงกั้นนางออกจากโลกภายนอกและขังนางไว้ในกรงของตนเองอีกครั้ง มู่ตานใช้เวลาที่เหลืออยู่ในความเงียบงัน นางนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งซึ่งหันหน้าเข้าหากำแพงที่ว่างเปล่า แผ่นหลังตั้งตรงสง่าแม้จะเจ็บระบมไปทั่วทั้งร่าง นางไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ ไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้คร่ำครวญ นางเพียงแค่นั่งนิ่ง ๆ หายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ เป็นการรวบรวมสติและสร้างเกราะป้องกันแห่งใจขึ้นมาใหม่ทีละชั้น ๆ ราวกับช่างตีเหล็กที่กำลังเผาและทุบโลหะซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อสร้างดาบที่แข็งแกร่งที่สุด

          ความอัปยศและความเจ็บปวดจากเมื่อคืนคือเปลวไฟ ส่วนความนิ่งสงบในขณะนี้คือน้ำเย็นที่ใช้ชุบเหล็กให้แข็งกล้า

          เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดนางมิอาจทราบได้ จนกระทั่งเสียงเคาะประตูที่แผ่วเบาดังขึ้นทำลายความเงียบ เสี่ยวเหลียนก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวังที่สุด ในมือนางถือถาดอาหารเล็ก ๆ ที่มีเพียงถ้วยข้าวต้มร้อน ๆ หนึ่งถ้วย ไข่เค็มครึ่งซีก และผักดองอีกเล็กน้อย กลิ่นหอมจาง ๆ ของข้าวต้มลอยมาแตะจมูก กระตุ้นกระเพาะที่ว่างเปล่าของมู่ตานให้ส่งเสียงร้องออกมาอย่างน่าอาย

          แต่ภาพของอาหารที่เรียบง่ายนั้นเอง ที่กลับกระแทกความทรงจำอันหรูหราให้หวนกลับมาทำร้ายนางอีกครั้งอย่างรุนแรง...

          ...โต๊ะไม้จันทน์หอมตัวยาวในห้องเสวยส่วนพระองค์ บนโต๊ะนั้นเรียงรายไปด้วยเครื่องเสวยสำหรับมื้อเช้าไม่ต่ำกว่าสามสิบอย่าง เสด็จพ่อของนางจะประทับอยู่ที่หัวโต๊ะเสมอ พร้อมกับรอยยิ้มที่อบอุ่น

         “กินเยอะ ๆ เถิดมู่ตาน...”

          ภาพในอดีตเลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยถ้วยกระเบื้องสีขาวธรรมดา ๆ ในเรืองพักของเชลย ความแตกต่างนั้นช่างโหดร้ายจนทำให้นางเจ็บปวดเสียดยิ่งกว่าบาดแผลใด ๆ บนร่างกาย

          “องค์หญิงทานอะไรสักหน่อยนะเจ้าคะ” เสียงของเสี่ยวเหลียนสั่นเทาเล็กน้อย นางวางถาดอาหารลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบาที่สุด

          มู่ตานละสายตาจากความว่างเปล่าหันมามองถ้วยข้าวต้ม นางรู้ดีว่านางต้องกิน ร่างกายนี้คืออาวุธเพียงชิ้นเดียวที่นางเหลืออยู่ หากมันล้มป่วยหรืออ่อนแอลง นางก็จะไม่มีเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้หรือแก้แค้นได้อีกต่อไป

          นางจึงหยิบช้อนขึ้นมาอย่างเชื่องช้า แล้วเริ่มตักข้าวต้มเข้าปากอย่างเงียบ ๆ รสชาติของมันจืดชืด แต่มันคืออาหารที่ให้พลังงาน คืออาหารของคนที่ต้องสู้รบเพื่อเอาชีวิตรอด

          ขณะที่นางกำลังทานอาหาร นางก็ลอบสังเกตเสี่ยวเหลียนไปด้วย เด็กสาวคนนี้ยืนตัวลีบอยู่ที่มุมห้อง ไม่กล้าขยับไปไหน รอคอยคำสั่งอย่างนอบน้อม มู่ตานจึงตัดสินใจที่จะเริ่มต้นเดินหมากตาแรกของนาง

          “ที่นี่อาหารเป็นเช่นนี้ทุกมื้อรึ” นางเอ่ยถามขึ้นลอย ๆ น้ำเสียงยังคงแหบแห้งแต่ก็ชัดเจน

          เสี่ยวเหลียนสะดุ้งเล็กน้อย นางก้มหน้าต่ำลงไปอีก “เอ่อ...เจ้าค่ะองค์หญิง ที่จวนแม่ทัพทุกคนจะทานอาหารที่เรียบง่ายเน้นให้ท้องอิ่มเพคะ”

          “รวมถึงนายของเจ้าทั้งสองด้วยรึ”

          คำถามนั้นทำให้เสี่ยวเหลียนหน้าซีดเผือด นางส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “บะ...บ่าวไม่กล้ากล่าวถึงท่านแม่ทัพกับท่านอิงเฟิงเพคะองค์หญิง! บ่าวไม่ทราบเจ้าค่ะ!”

          มู่ตานพยักหน้ารับช้า ๆ นางได้คำตอบที่ต้องการแล้ว ความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกในใจของบ่าวไพร่คือเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของสองพี่น้อง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 ร่มเงาพยัคฆ์และสายลมแห่งวสันต์ 2

    มู่ตานที่เดินลงมาจากศาลากลางน้ำพร้อมกับสาวใช้ที่ยกถาดขนมและน้ำชาตามมา หัวเราะเสียงใสจนไหล่สั่น นางก้าวเข้ามาหาบุตรสาวที่ซบหน้าหัวเราะคิกคักอยู่บนไหล่กว้างของอาหลง พลางเอื้อมมือไปหยิกแก้มยุ้ย ๆ ของหลี่ซินเบา ๆ “มีอาหลงรักซินเอ๋อร์และหานเอ๋อร์ถึงเพียงนี้ ข้าผู้เป็นแม่ก็เบาใจเจ้าค่ะ วันข้างหน้าต่อให้ไม่มีพวกเราคอยคุ้มครอง ก็ย่อมมีท่านอาที่แข็งแกร่งที่สุดในต้าถังคอยเป็นเกราะกำบังให้นางเสมอ แต่อาหลง ท่านก็เพลา ๆ ความดุลงบ้างเถิด ประเดี๋ยวซินเอ๋อร์ของข้าจะหาคู่ครองไม่ได้จริง ๆ อย่างที่เฉียงเกอว่า” อาหลงมองสบตากับมู่ตานด้วยความเคารพรัก เขาก้มศีรษะลงเล็กน้อย “ฮูหยินโปรดวางใจ ข้าเพียงแต่คัดกรองบุรุษที่จะเข้ามาในชีวิตของนางเท่านั้น หากมีผู้ใดที่ดีพร้อมอย่างแท้จริง ข้าย่อมหลีกทางให้ แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ข้าจะขอเป็นกำแพงเหล็กกล้าให้นางและตระกูลหลี่ตลอดไป” เขา

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 2 ร่มเงาพยัคฆ์และสายลมแห่งวสันต์ 1

    เวลาล่วงเลยผ่านพ้นไปถึงห้าปีเต็ม นครหลวงฉางอันภายใต้การปกครองของฮ่องเต้เจี้ยนเหอเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด บ้านเมืองสงบร่มเย็นไร้ศึกสงคราม ราษฎรทำมาค้าขายอย่างเป็นสุข เช่นเดียวกับจวนติ้งกั๋วกงอันกว้างใหญ่โอ่อ่าที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง ซึ่งบัดนี้มิได้มีเพียงความเงียบขรึมและน่าเกรงขามเฉกเช่นค่ายทหารในอดีตอีกต่อไป ทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ความอบอุ่น และเสียงหัวเราะเจื้อยแจ้วที่ดังก้องไปทั่วทุกมุมของสวนบุปผา ฤดูวสันต์เวียนมาบรรจบอีกครา ดอกอิงฮวาสีชมพูอ่อนเบ่งบานสะพรั่งเต็มต้น กลิ่นหอมจาง ๆ ลอยละล่องไปตามสายลมที่พัดเอื่อย ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ลานกว้างที่เคยใช้เป็นที่หารือแผนการรบ บัดนี้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นลานฝึกซ้อมขนาดย่อมสำหรับทายาทแห่งจวนกั๋วกง หลี่เฉียงในชุดลำลองสีเข้มทะมัดทะแมง กำลังย่อตัวลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่งบนพื้นหญ้า ในมือถือดาบไม้สลักลายเรียบง่าย นัยน์ตาคมกริบดุจพยัคฆ์ที่เคยใช้สยบศัตรูนับหมื่น บ

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 1 พันธสัญญาเป็ดย่างและหัวใจของหมีโง่ 2

    วันตระเวนกินเป็ดย่างผ่านพ้นไป บัดนี้ถึงเวลาของงานมงคลที่แม้จะจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในจวนติ้งกั๋วกง ทว่ากลับอบอวลไปด้วยมิตรภาพที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน ในห้องแต่งตัวอันมิดชิด มู่ตานในฐานะพี่สาวและเจ้านายกำลังบรรจงสวมปิ่นปักผมทับทิมสีแดงสดลงบนเรือนผมมวยสวยของเสี่ยวเหลียนอย่างประณีต เสี่ยวเหลียนในชุดมงคลสมรสสีแดงเพลิงนั่งตัวแข็งทื่อ นัยน์ตากลมโตรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้จนมองภาพในกระจกไม่ชัด “ร้องไห้ทำไมกันเสี่ยวเหลียน วันนี้เป็นวันมงคล เจ้าต้องยิ้มให้สวยที่สุดสิ” มู่ตานกระซิบเสียงอ่อนโยนพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาที่เอ่อล้นให้สาวใช้คนสนิท “ท่านหญิงข้าไม่อยากห่างจากท่านเลยเจ้าค่ะ” เสี่ยวเหลียนสะอื้นออกมาจนตัวโยน “ตั้งแต่วันแรกที่ท่านแม่ทัพมอบข้าให้รับใช้ท่านที่แดนเหนือ ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเชลยที่ดูบอบบางในวันนั้น จะกลายเป็นทั้งชีวิตและเป

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   ตอนพิเศษ 1 พันธสัญญาเป็ดย่างและหัวใจของหมีโง่ 1

    หนึ่งเดือนก่อนกำหนดการเคลื่อนทัพมุ่งหน้าสู่ชายแดนอุดร นครหลวงฉางอันยามค่ำคืนเงียบสงบ แสงจันทร์นวลตาอาบไล้สระบัวภายในจวนติ้งกั๋วกงจนเป็นสีเงินยวง หลี่เฉียงในชุดลำลองสีเข้มประทับนั่งอยู่ที่ศาลากลางน้ำท่ามกลางลมเย็นของฤดูวสันต์ เบื้องหน้าของเขาคือกระดานหมากรุกที่ทิ้งค้างไว้ ทว่าคู่สนทนาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกลับไม่ได้สนใจหมากในมือเลยแม้แต่น้อย เว่ยกัวเฉิน แม่ทัพพิทักษ์อุดรผู้เกรียงไกร บัดนี้กลับนั่งขยี้จมูกตัวเองจนแดงเถือก ใบหน้าคมเข้มที่เคยกรำศึกมาอย่างโชกโชนดูหมองลงด้วยความวิตกกังวล เขาถอนหายใจทิ้งทวนครั้งที่สิบจนตะเกียงวูบไหวพ่นควันจาง ๆ ออกมา “เจ้ามีเรื่องอันใดก็พูดมาเถิดกัวเฉิน ถอนหายใจทิ้งขว้างเช่นนี้ ปลาในสระจะขาดใจตายเพราะขาดอากาศเสียก่อน” หลี่เฉียงเอ่ยเสียงเรียบพลางวางหมากสีดำลงบนกระดานด้วยท่วงท่ามั่นคง “ท่านกั๋วกง คือข้า...ข้าเครียดจนกินไม

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 107 บุปผาเคียงพยัคฆ์ 3

    คำสารภาพรักที่หนักแน่นราวกับคำสาบาน ทำเอาความอดกลั้นสุดท้ายของจอมทัพหนุ่มขาดผึง หลี่เฉียงประคองใบหน้าของนางไว้ด้วยสองมือ โน้มตัวลงไปประทับจุมพิตบนหน้าผากมน ไล้เรื่อยลงมาที่ปลายจมูกรั้น และครอบครองริมฝีปากอวบอิ่มของนางอย่างดูดดื่ม จุมพิตในค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยความโหยหา ความทะนุถนอม และความปรารถนาที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน มือหนาของเขาค่อย ๆ ปลดเปลื้องมงกุฎหงส์และเครื่องประดับบนเรือนผมของนางออก ปล่อยให้เส้นผมสีหมึกทิ้งตัวสยายเต็มแผ่นหลัง ก่อนจะค่อย ๆ ปลดสายคาดเอวชุดมงคลสีแดงของนางออกอย่างอ้อยอิ่ง เมื่ออาภรณ์สีชาดหลุดลุ่ย ร่างอรชรเปลือยเปล่าปรากฏสู่สายตา ทว่ามู่ตานกลับเผลอหลบสายตา สองแขนยกขึ้นโอบกอดตัวเองด้วยความประหม่าและปมลึกซึ้งในใจ ร่องรอยและตราบาปในอดีตที่นางเคยถูกบังคับขืนใจ ทั้งจากความป่าเถื่อนของเขาในวันวาน และจากความอัปยศในเงื้อมมือของอิงเฟิง ธรรมเนียมที่กรีดแทงสตรีผู้แปดเปื้อนยังคงเป็นฝันร้ายที่ซ่อนอยู่ลึ

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 107 บุปผาเคียงพยัคฆ์ 2

    มู่ตานวางมือเล็ก ๆ ของนางลงบนฝ่ามือของเขา ความอบอุ่นที่คุ้นเคยแผ่ซ่านผ่านปลายนิ้ว หลี่เฉียงกุมมือนางไว้แน่น ประคองร่างอรชรขึ้นสู่เกี้ยวเจ้าสาวแปดคนหามที่สลักเสลาอย่างวิจิตรบรรจง ขบวนมงคลสมรสเคลื่อนตัวออกจากจวนท่านหญิง มุ่งหน้าสู่จวนติ้งกั๋วกงแห่งใหม่ท่ามกลางสายลมวสันต์ที่พัดพากลีบดอกท้อให้ปลิวไสว ตลอดสองข้างทาง ราษฎรต่างโปรยกลีบดอกไม้และส่งเสียงอวยพรดังกึกก้อง เป็นภาพความยิ่งใหญ่ที่จะถูกเล่าขานไปอีกนานแสนนาน เมื่อขบวนเดินทางมาถึงจวนติ้งกั๋วกง มู่ตานถูกประคองให้ก้าวข้ามกระถางไฟมงคลเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ก่อนจะก้าวเดินเคียงข้างหลี่เฉียงเข้าสู่โถงพิธีที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างอลังการ ณ ตำแหน่งประธานในโถงพิธี ฮ่องเต้เจี้ยนเหอในชุดฉลองพระองค์สีแดงเข้มเสด็จมาเป็นองค์ประธานกิตติมศักดิ์ด้วยพระองค์เอง ใบหน้าของโอรสสวรรค์เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดี เคี

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 15 แหลกสลาย 2

    “นี่มันเกิดอันใดขึ้น!” เขาตวาดก้องด้วยโทสะ เส้นเลือดบริเวณขมับปูดโปนด้วยแรงอารมณ์ “เจ้ากำลังเล่นเล่ห์เพทุบายอันใดกับข้า!” ความหงุดหงิดงุ่นง่านประดังเข้ามาในอกราวกับไฟสุม

    last updateLast Updated : 2026-03-18
  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 18 เสียงสะท้อนจากอดีต 2

    ไกลออกไป ณ ศาลาริมน้ำที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนไผ่อันร่มรื่น อิงเฟิงนั่งจิบชาชมความโกลาหลนี้ด้วยความเพลิดเพลิน สายลมพัดเอากลิ่นอายของความหวาดกลัวและข่าวลือเรื่องภูตผีปีศาจมา

    last updateLast Updated : 2026-03-18
  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 16 กรงขังแห่งความทรงจำ 2

    ณ เรือนพักของอิงเฟิงที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านไผ่อันเงียบสงบ เงาร่างของสายสืบชุดดำวูบผ่านหน้าต่างเข้ามา คุกเข่าลงเบื้องหน้าอิงเฟิงอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ “รายงานนายท่าน” สายสืบกระซิบเสียงต่ำ “สถานการณ์ที่เรือนพยัคฆ์คำรามวิกฤตขอรับ ท่านแม่ทัพใหญ่เกิดโทสะคลุ้มคลั่ง สั่งลงโทษโบยทหานห

    last updateLast Updated : 2026-03-18
  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 16 กรงขังแห่งความทรงจำ 3

    มันคือความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นจากบาดแผล คนสองคนที่ต่างสูญเสีย ต่างแตกสลาย และต่างซ่อนตัวตนไว้ภายใต้เกราะหนา เมื่อเกราะนั้นกะเทาะออก พวกเขาต่างมองเห็นเศษซากของตนเองในแววตาของอีกฝ่าย มันคือความเข้าใจของสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บ ที่มีเพียง

    last updateLast Updated : 2026-03-18
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status