Beranda / รักโบราณ / เชลยรักสองพยัคฆ์ / บทที่ 5 รุ่งอรุณแห่งเถ้าถ่าน

Share

บทที่ 5 รุ่งอรุณแห่งเถ้าถ่าน

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-04 01:33:11

          แสงสีเทาซีดของรุ่งอรุณค่อย ๆ ทอดลำ ผ่านช่องหน้าต่างที่ไม่ได้ปิดสนิท ตัดผ่านความมืดอันเย็นเยียบภายในห้องอย่างเชื่องช้า ก่อนจะทาบทับลงบนเปลือกตาที่บอบช้ำของมู่ตาน แต่ทว่าสิ่งที่ปลุกนางให้ตื่นจากห้วงฝันร้ายที่ไร้ภาพ กลับไม่ใช่แสงสว่าง หากแต่เป็นความเจ็บปวด

          มันเริ่มต้นขึ้นอย่างช้า ๆ ความปวดเมื่อยที่หนักอึ้งราวกับมีหินก้อนใหญ่วางทับอยู่ทุกส่วนของร่างกาย ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดรวดร้าวที่ชัดเจนขึ้นในทุกอณูของกล้ามเนื้อ นางรู้สึกถึงความระบมที่หัวไหล่ข้างซ้ายราวกับมันจะหลุดออกจากบ่า ความปวดหนึบที่สะโพก และความเจ็บแสบที่ต้นขาด้านใน ความรู้สึกแปลกปลอมและถูกย่ำยีที่อยู่ใจกลางกายของนางนั้นชัดเจนจนน่าสะอิดสะเอียน และมันคือสิ่งที่ตอกย้ำว่าค่ำคืนที่ผ่านมาไม่ใช่เพียงแค่ฝันร้าย แต่มันคือความจริง

          นางยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียง ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว เปลือกตาหนักอึ้งราวกับมีเหล็กถ่วงไว้ กลิ่นของสุรา กลิ่นเหงื่อไคล และกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ของบุรุษผู้นั้นยังคงอบอวลอยู่บนผ้าห่มขนสัตว์ที่หยาบกระด้างและบนผิวหนังของนางเอง มันเป็นกลิ่นแห่งความพ่ายแพ้และความอัปยศที่นางอยากจะหนีไปให้ไกลแสนไกล

          ความทรงจำจากยามค่ำคืนที่ผ่านมาถาโถมกลับเข้ามาในหัวอย่างบ้าคลั่ง ทั้งสัมผัสที่จาบจ้วง คำพูดที่เหยียดหยาม และร่างกายที่ถูกบังคับให้รองรับแรงอารมณ์อันดิบเถื่อน

          ความว่างเปล่าเข้าเกาะกุมหัวใจของนางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ว่างเปล่าจนรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูก

          นี่น่ะหรือคือชะตากรรมขององค์หญิงผู้สูงศักดิ์ นี่น่ะหรือคือจุดจบของสายเลือดแห่งอวิ๋นฮวา ความคิดที่จะปล่อยให้ทุกอย่างจบสิ้นลงตรงนี้ที่จะหลับตาลงแล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยมันช่างหอมหวานและเย้ายวนเหลือเกิน

          แต่แล้วท่ามกลางความมืดมิดในจิตใจนั้นเอง ประกายไฟเล็ก ๆ ก็ถูกจุดขึ้น ประกายไฟที่เรียกว่าสัญชาตญาณแห่งการเอาตัวรอด นางยังตายไม่ได้ นางจะตายในฐานะเชลยผู้ถูกย่ำยีศักดิ์ศรีในจวนของศัตรูไม่ได้เป็นอันขาด หากจะตาย ก็ต้องตายอย่างทระนงในสนามรบแห่งการแก้แค้น!

          ความคิดนั้นเองที่ทำให้นางรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีอยู่ค่อย ๆ พยุงกายที่บอบช้ำให้ลุกขึ้นนั่งอย่างช้า ๆ ทุกการเคลื่อนไหวสร้างความเจ็บปวดจนนางต้องกัดฟันกรอด เสียงลมหายใจของนางหอบกระเส่าอยู่ในความเงียบของห้องกว้าง

          แอ๊ด...

          เสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นอย่างแผ่วเบาทำให้นางสะดุ้งสุดตัว ร่างเล็กของเสี่ยวเหลียนก้าวเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบที่สุด ในมือของนางถืออ่างทองเหลืองใบเล็กและผ้าสะอาด เมื่อเด็กสาวเงยหน้าขึ้นแล้วเห็นสภาพของมู่ตานที่นั่งอยู่บนเตียง เห็นเรือนร่างที่เต็มไปด้วยรอยแดงช้ำซึ่งโผล่พ้นผ้าห่มออกมา และเห็นร่องรอยความป่าเถื่อนบนผ้าปูที่นอน ดวงตาของนางก็เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างสุดขีด นางรีบก้มหน้าลงต่ำทันที ตัวสั่นเทาราวกับลูกนกที่ต้องลมหนาว

          มู่ตานมองภาพนั้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่า นางเข้าใจได้ในทันทีว่าค่ำคืนเช่นนี้คงไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในจวนแห่งนี้ ความหวาดกลัวของบ่าวไพร่คือเครื่องพิสูจน์ความโหดเหี้ยมของผู้เป็นนายได้ดีที่สุด

          นางพยายามรวบรวมสติและวิเคราะห์สถานการณ์ นางต้องเริ่มต้นจากจุดที่เล็กที่สุด ต้องหาข้อมูล และต้องหาพันธมิตร แม้จะเป็นเพียงเด็กสาวรับใช้ที่ขี้ขลาดก็ตาม

          “น้ำ...”

          เสียงที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอของนางแหบพร่าและเบาหวิวจนแทบไม่ได้ยิน แต่มันก็ดังพอที่จะทำให้เสี่ยวเหลียนสะดุ้งอีกครั้ง เด็กสาวรีบพยักหน้ารับอย่างลนลาน วางอ่างน้ำในมือลงแล้ววิ่งออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ไม่นานนัก นางก็กลับมาพร้อมกับกาน้ำชาและถ้วยใบเล็ก

          มู่ตานรับถ้วยชามาถือไว้ด้วยสองมือที่สั่นเทา ความอุ่นจากถ้วยชากระเบื้องช่วยเรียกสติของนางให้กลับมาได้บ้าง นางค่อย ๆ จิบชาร้อนลงคออย่างเชื่องช้า พลางลอบสังเกตท่าทีของเสี่ยวเหลียนไปด้วย ในแววตาที่หลุบต่ำของเด็กสาวคนนั้น นอกจากความกลัวแล้วนางยังมองเห็นความสงสารเจืออยู่จาง ๆ นั่นคือสิ่งดี ความสงสารสามารถแปรเปลี่ยนเป็นความภักดีได้ หากนางเดินหมากอย่างถูกต้อง

          ภาพของเสี่ยวเหลียนที่คอยปรนนิบัติอย่างเงียบ ๆ นั้นเอง ที่กระแทกความทรงจำอันแสนเจ็บปวดให้หวนคืนมา

          ...แสงอาทิตย์ยามเช้าที่อบอุ่นส่องผ่านม่านไหมเนื้อบางเข้ามาในห้องบรรทม กลิ่นหอมของดอกม่อลี่ที่ลอยมาจากอุทยานหลวงเคล้ากับกลิ่นกำยานจาง ๆ

         “องค์หญิงเพค ตื่นได้แล้วนะเพคะ เดี๋ยวก็เสด็จไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทสายหรอก” เสียงหวานใสของชุนฮวา นางกำนัลคนสนิทดังขึ้นข้างพระแท่น พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักของเหล่านางกำนัลคนอื่น ๆ

         มู่ตานในวัยสิบเจ็ดชันษาค่อย ๆ พยุงกายลุกขึ้นนั่งอย่างงัวเงีย ชุนฮวาจะรีบเข้ามาประคองแล้วยื่นชาน้ำผึ้งอุ่น ๆ ให้จิบเป็นอันดับแรก จากนั้นนางกำนัลคนอื่น ๆ ก็จะเข้ามาช่วยกันปรนนิบัติ ทั้งหวีผมที่ยาวสลวยให้ เลือกอาภรณ์ผ้าไหมปักลายงดงาม และประทินโฉมด้วยเครื่องหอมที่ดีที่สุด บรรยากาศในห้องบรรทมของนางเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะอันสดใส มันคือความอบอุ่น ความปลอดภัย และความรักที่นางได้รับมาตลอดชีวิต...

          ความทรงจำอันแสนหวานตัดกลับมาสู่ความจริงอันโหดร้ายอย่างรุนแรงจนนางแทบหยุดหายใจ ความแตกต่างระหว่างวันนั้นกับวันนี้มันช่างมากมายราวฟ้ากับเหว น้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาในดวงตาอีกครั้ง แต่นางก็รีบข่มมันกลับลงไปอย่างรวดเร็ว เวลาแห่งการร้องไห้ได้จบลงแล้ว

          “ข้าต้องการอาบน้ำ” นางกล่าวกับเสี่ยวเหลียน เสียงของนางเริ่มกลับมามั่นคงขึ้นเล็กน้อย

          เสี่ยวเหลียนรีบพยักหน้ารับแล้ววิ่งวุ่นไปเตรียมน้ำอาบในห้องที่อยู่ติดกัน ไม่นานนัก ไอร้อนกรุ่นก็ลอยออกมา มู่ตานค่อย ๆ ก้าวลงจากเตียงอย่างทุลักทุเล ทุกย่างก้าวสร้างความเจ็บปวดจนต้องกัดฟันแน่น นางคว้าผ้าห่มขนสัตว์ที่หยาบกระด้างผืนนั้น ผืนที่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นของเขา ขึ้นมาพันรอบกายที่สั่นเทาของตนเองไว้แน่น แล้วเดินเข้าไปในห้องชำระกาย ทิ้งให้เสี่ยวเหลียนยืนรออยู่ด้านนอก

         นางปล่อยให้ผ้าห่มผืนนั้นร่วงหล่นลงสู่พื้นอย่างรังเกียจ แล้วก้าวลงไปในถังไม้ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยน้ำร้อนผสมสมุนไพร

          นางจ้องมองร่างกายของตนเองใต้น้ำที่ใสสะอาด รอยจ้ำสีแดงอมม่วงปรากฏอยู่ทั่วทุกแห่งหน ราวกับภาพวาดอันน่ารังเกียจที่ถูกแต่งแต้มโดยปีศาจร้าย นางค่อย ๆ ใช้ผ้าขัดถูร่างกายของตนเองอย่างเชื่องช้าครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับจะขจัดทุกร่องรอยสัมผัสของเขาออกไปให้หมดสิ้น แต่ลึกลงไปนางรู้ดี ความอัปยศนี้ได้ฝังลึกลงไปถึงจิตวิญญาณ และไม่มีน้ำใดในโลกที่จะชำระล้างมันออกไปได้

          ขณะที่แช่อยู่ในน้ำนั้นเอง ท่ามกลางไอร้อนที่อบอวลอยู่รอบกาย ความโศกเศร้าของนางก็ค่อย ๆ ถูกหลอมละลายแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น มันคือความเยือกเย็นความนิ่งสงบอันน่าประหลาดที่เข้ามาแทนที่ความสับสนวุ่นวาย ความเจ็บปวดทางกายช่วยปลุกสัญชาตญาณแห่งการเอาตัวรอดของนางให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มที่ ไฟแค้นที่เคยลุกโชนอยู่ในใจอย่างสะเปะสะปะ บัดนี้ได้ถูกความเจ็บปวดและความอัปยศหลอมรวมให้กลายเป็นเหล็กกล้าอันแหลมคม

          นางจะไม่ใช่เหยื่ออีกต่อไป นางจะเป็นผู้ล่า

          หลังจากใช้เวลาอยู่ในห้องชำระกายยาวนานจนน้ำเริ่มเย็น มู่ตานก็ก้าวออกมา นางเช็ดตัวแล้วสวมอาภรณ์ผ้าฝ้ายสีซีดที่เสี่ยวเหลียนเตรียมไว้ให้อย่างเชื่องช้า นางเดินไปนั่งลงหน้าคันฉ่องทองเหลืองที่ขุ่นมัว แล้วหยิบหวีไม้ขึ้นมาสางผมที่พันกันยุ่งเหยิงของตนเองอย่างใจเย็น

          ภาพที่สะท้อนกลับมานั้นคือสตรีที่นางแทบไม่รู้จัก ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด ริมฝีปากบวมช้ำ ดวงตาบอบช้ำจนเห็นเส้นเลือดฝอย แต่ทว่าแววตาที่จ้องตอบกลับมานั้นกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง มันไม่ได้ทอประกายแห่งความทระนงสดใสอย่างองค์หญิงมู่ตานคนเดิม และมันก็ไม่ได้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวหรือแตกสลายอย่างที่ใคร ๆ คาดหวัง

          แววตาคู่นั้นบัดนี้กลับนิ่งสงบเย็นชาและล้ำลึกราวกับมหาสมุทรยามค่ำคืน เป็นแววตาของคนที่ได้ตายไปแล้วครั้งหนึ่ง และได้เกิดใหม่จากกองเถ้าถ่านแห่งความแค้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 76 สุมไฟแค้น 2

    คำรายงานของอาหลงเปรียบเสมือนหมากชิ้นสุดท้ายที่ปะติดปะต่อภาพแผนการอันเลวร้ายให้กระจ่างชัด หลี่เฉียงหลับตาลงช้า ๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นเพลิงโทสะที่กำลังลุกโชนในอก ข้อสันนิษฐานของเขาในกระโจมบัญชาการเมื่อคืนก่อนได้รับการยืนยันด้วยหลักฐานที่ประจักษ์ชัด พิษจากแคว้นซีเยว่มาปรากฏอยู่ที่ชายแดนเหนือของต้าถังได้อย่างไร หากไม่มีคนของพวกมันคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง อิงเฟิงไม่ได้เป็นเพียงกบฏที่หวังชิงบัลลังก์ แต่มันคือสายเลือดแห่งซีเยว่ที่ฝังตัวอยู่ในต้าถังมานานนับสิบปี “ส่งม้าเร็วกลับไปเมืองหลวง นำสาส์นลับที่ผนึกด้วยตราเลือดของข้าไปมอบให้องค์รัชทายาทด้วยมือของเขาเอง” หลี่เฉียงลืมตาขึ้น แววตาของเขาบัดนี้กลายเป็นน้ำแข็งที่แฝงไปด้วยคมมีดนับพันเล่ม “จงกราบทูลให้พระองค์ทรงทราบว่า แผนการก่อกบฏของรุ่ยอ๋องเป็นเพียงฉากหน้า ศัตรูที่แท้จริงที่กำลังจ้องขย้ำคอต้าถังคือแคว้นซีเยว่ ให้พระองค์ทรงระวังการเคลื่อนไหวของราชครูหวังฉีและฮองเฮาให้ดี พวกมันอาจมีเส้นสายเชื่อมโยงกับซีเยว่ด้วยเช่นกัน

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 76 สุมไฟแค้น 1

    ลานกว้างเบื้องหลังแนวป้องกันของทัพหน้า บัดนี้ได้แปรสภาพเป็นลานประหารที่ไร้ซึ่งเพชฌฆาต มีเพียงพญามัจจุราชที่มองไม่เห็นกำลังแกว่งเคียวเกี่ยวตวัดดวงวิญญาณของเหล่าทหารหาญต้าถังไปทีละดวง เสียงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดทรมานดังระงมไปทั่วหุบเขาศิลา กลิ่นเหม็นเปรี้ยวของเลือดสีดำคล้ำที่ถูกกระอักออกมาคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นคาวโลหิตและกลิ่นเหงื่อกาฬของความตาย ร่างของทหารนับร้อยที่รอดชีวิตจากการหนีตายมาได้ กำลังนอนเกลือกกลิ้งทุรนทุรายอยู่บนผืนผ้าใบและฟางแห้งที่ถูกปูรองไว้ลวก ๆ ผิวหนังของพวกเขาเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ เส้นเลือดดำปูดโปนขึ้นตามลำคอและขมับราวกับมีรากไม้พิษชอนไชอยู่ใต้ผิวหนัง อาการชักกระตุกเกิดขึ้นเป็นระยะก่อนที่ลมหายใจจะค่อย ๆ แผ่วลงจนสิ้นใจไปในที่สุด มู่ตานก้าวเดินฝ่าดงความตายนั้นด้วยความเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยว แววตาของอดีตองค์หญิงแห่งแคว้นอวิ๋นฮวาไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้ภาพเบื้องหน้าจะน่าสะดุ้งกลัวเพียงใด นางสะบัดชายเสื้อคลุมสีเข้มออก นั่งคุกเข่าลงข้างร่างของนายทหารหนุ

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 75 วสันต์สีเลือดและเงาทะมึนที่คืบคลาน 4

    หลี่เฉียงยื่นมือออกไปรับถ้วยชา ปลายนิ้วหยาบกร้านของเขาสัมผัสกับปลายนิ้วของนางโดยไม่ได้ตั้งใจ กระแสความผูกพันที่ละมุนละไมแล่นปราดเข้าสู่หัวใจของทั้งสองคน เขายกถ้วยชาขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด ไออุ่นจากสมุนไพรไหลซ่านลงสู่กระเพาะ ขับไล่ความตึงเครียดในจิตใจไปได้อย่างน่าประหลาด เมื่อเขาลดถ้วยชาลง หลี่เฉียงสบตากับมู่ตานท่ามกลางแสงไฟจากคบเพลิงที่ส่องสลัว แววตาของเขาที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาดุจหน้าผาสูงชัน ค่อย ๆ อ่อนแสงลงเล็กน้อย เขาไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำขอบคุณใด ๆ ทว่าการพยักหน้าให้เบา ๆ เพียงหนึ่งครั้ง และแววตาที่ทอดยาวมองนางนานกว่าปกติ ก็เพียงพอแล้วที่จะสื่อสารความรู้สึกซาบซึ้งจากก้นบึ้งของหัวใจที่แหลกสลาย มู่ตานรับถ้วยชาเปล่ากลับมา นางก้มหน้าลงเล็กน้อย ซ่อนแววตาที่หวั่นไหวและหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ นางรับรู้ได้ว่า พื้นที่ในหัวใจของชายผู้นี้ แม้จะเต็มไปด้วยบาดแผลและถูกครอบครองด้วยความทรงจำของลี่อินไปแล้ว ทว่านางก็ค่อย ๆ แท

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 75 วสันต์สีเลือดและเงาทะมึนที่คืบคลาน 3

    “ท่านแม่ทัพหมายความว่าอย่างไรขอรับ หรือมันเพียงแค่อยากใช้ซยงหนูเป็นเครื่องมือสังหารพวกเรา” เว่ยกัวเฉินขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจในความซับซ้อนของหมากกระดานนี้ หลี่เฉียงเดินวนรอบโต๊ะแผนที่ช้า ๆ เสียงฝีเท้าของเขาดังก้องในความเงียบ “ท่านพ่อของข้าเคยเล่าให้ฟังก่อนสิ้นใจว่า บิดาที่แท้จริงของอิงเฟิงเป็นเพียงบัณฑิตตกยากที่รอนแรมมาจากแดนไกล ท่านพ่อสงสารจึงรับอุปการะไว้ให้ที่พักพิง ทว่าหลังจากบัณฑิตผู้นั้นป่วยตาย อิงเฟิงก็ถูกท่านพ่อรับมาเลี้ยงดูในฐานะบุตรบุญธรรมและปกปิดชาติกำเนิดไว้ ข้าไม่เคยใส่ใจเรื่องนี้มาก่อน จนกระทั่งวันนี้ ข้าเริ่มสงสัยแล้วว่า ภูมิหลังที่แท้จริงของบัณฑิตผู้นั้น อาจไม่ใช่แค่คนพเนจรต้อยต่ำ” หลี่เฉียงหยุดเดิน หันมาสบตาผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสองด้วยแววตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง “คิดดูสิ หา

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 75 วสันต์สีเลือดและเงาทะมึนที่คืบคลาน 2

    “ข้า...ข้าจะช่วยองค์หญิงเพคะ” เสี่ยวเหลียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเครือ ทว่าหนักแน่นขึ้นกว่าเดิม แววตาของเด็กสาวสลดลงเมื่อนึกถึงความจริงบางอย่าง “ที่ผ่านมา...ข้าละอายใจนักเพคะ ทั้งที่ท่านแม่ทัพส่งข้ามาให้รับใช้ท่าน แต่พอคุณหนูลี่อินปรากฏตัว ข้ากลับไปทุ่มเทดูแลแต่นางจนละเลยท่าน ข้าเป็นบ่าวที่ไม่ได้เรื่องเหลือเกินเพคะ” น้ำตาที่เพิ่งเหือดแห้งหยดลงมาอีกครั้ง ทว่าคราวนี้เป็นน้ำตาแห่งความสำนึกผิด “ข้าจะไม่ทำให้การเสียสละของคุณหนูต้องสูญเปล่า และข้าจะไม่ละทิ้งท่านอีกแล้ว ข้าจะเรียนรู้วิธีสกัดยา ข้าจะเป็นมือเป็นเท้าให้ท่านเองเพคะ” มู่ตานส่ายหน้าช้า ๆ เอื้อมมือไปเช็ดคราบน้ำตาให้เด็กสาวซื่อสัตย์ผู้นี้ด้วยความอ่อนโยน นางไม่เคยโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย เพราะรู้ดีว่าลี่อินร่างกายอ่อนแอและต้องการการดูแลมากเพียงใด อีกทั้งนางก็เอ็นดูลี่อินดั่งน้องสาว รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางหยิบรากสมุนไพรแห้งใส่ลงไปในโกร่งให้เด

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 75 วสันต์สีเลือดและเงาทะมึนที่คืบคลาน 1

    สายลมแห่งวสันตฤดูพัดโชยมานำพาเอาความอบอุ่นและกลิ่นอายของไอดินหลังน้ำแข็งละลาย ต้นไม้สองข้างทางที่เคยแห้งโกร๋นเริ่มผลิใบอ่อนสีเขียวขจี ดอกท้อและดอกซิ่งเบ่งบานชูช่อรับแสงตะวันประดุจการเฉลิมฉลองของธรรมชาติที่ได้ตื่นจากการหลับใหล ทว่าความงดงามแห่งฤดูกาลแห่งชีวิตนี้ กลับไม่อาจชะล้างบรรยากาศอันหนักอึ้งและมืดมนที่แผ่ซ่านออกมาจากขบวนทัพหลวงนับแสนนายได้เลย กองทัพอันเกรียงไกรแห่งต้าถังเคลื่อนตัวออกจากเมืองหลวงดุจมังกรเหล็กกล้าที่เลื้อยผ่านขุนเขาและทุ่งราบ เสียงฝีเท้าของชายชาติทหารนับแสนดังกึกก้องปฐพี สอดประสานไปกับเสียงกีบเท้าม้าและเสียงล้อรถม้าเสบียงที่บดเบียดไปบนผืนดิน ธงรบสีแดงฉานสลักอักษรหลี่ปลิวสะบัดอย่างองอาจท้าทายสายลม ทว่าภายใต้ความยิ่งใหญ่นั้น กลับแฝงไว้ด้วยความเงียบงันราวกับขบวนแห่ศพที่กำลังมุ่งหน้าสู่ปรโลก หลี่เฉียงนั่งหลังตรงตระหง่านอยู่บนอาชาศึกสีนิลตัวเขื่อง ชุดเกราะเกล็ดปลาสีดำทมิฬของเขาสะท้อนแสงอาทิตย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status