Masuk“ออกไปนะ! ออกไป!”
ร่างอรชรขับไล่พร้อมทั้งใช้ความพยายามดันร่างสูงใหญ่ให้พ้นตัว แต่แล้วเธอเองกลับต้องเหนื่อยเปล่า
“บีน่า...”
ฮอฟมันน์ครางแผ่วก่อนผงกศีรษะขึ้นมองและนั่นทำให้หญิงสาวชะงักไปชั่วขณะก่อนร้องไห้ออกมา
“คนเลว!...คน...”
บุษราคัมพูดไม่ทันขาดคำก็สะอื้นไห้กับความโชคร้ายที่ต้องเจอแบบนี้ ในขณะเดียวกันนั้นร่างสูงใหญ่ก็ค่อย ๆ เลื่อนใบหน้าหล่อเหลาขึ้นมาเคลียเคล้าบนแก้มเปียกน้ำตา เขาทำราวจะปลอบใจหากก็ยังไม่ยอมถอดถอนตัวเองออกจากแก่นกายของร่างเล็กเสมือนปรารถนาให้เธอกักเก็บเขาไว้เช่นนั้น
“บีน่า...”
“ฉันชื่อบุษราคัม! อย่ามาเรียกฉันแบบนี้อีก!”
หญิงสาวแหวกลับเสียงพร่าก่อนออกแรงดันชายหนุ่มให้พ้นจากตัวซึ่งคราวนี้อีกฝ่ายยินยอมพลิกกายใหญ่โตลงนอนด้านข้างและคอยดูร่างแน่งน้อยที่รีบดึงผ้าห่มมาคลุมตัวไว้ก่อนนอนคุดคู้หันหลังให้ด้วยความอับอายเป็นที่สุด เสียงสะอึกสะอื้นที่ดังลอดออกมาทำให้ฮอฟมันน์เกินจะหลับตาได้ลง เขายังคงนอนตะแคงว้บนฟูกและมองดูคนที่อยู่ในผ้าห่มร้องกระซิกโดยไม่มีท่าทีจะหยุด
“บีน่า”
เสียงห้าวผะแผ่วที่ดังซ้ำ ๆ อยู่เบื้องหลังเหมือนกระสุนนับสิบนัดพุ่งเข้าตรงกลางใจหญิงสาว บุษราคัมยกมือขึ้นปิดหูแต่แล้วก็ต้องตระหนกอีกครั้งเมื่อผ้านวมผืนใหญ่ถูกตวัดจากร่างก่อนที่ฮอฟมันน์จะแทรกกายเข้ามากอดรัด
“แม็กซ์!...ออกไปนะ! ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ...อื้อ...”
ตอนนี้นอกจากจะเสียใจก็ยังมีความรู้สึกใหม่คือโกรธคนตัวใหญ่ทวีคูณ ฮอฟมันน์ทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงก่นว่านอกจากสอดแขนแกร่งกอดเธอเอาไว้และซุกใบหน้าคมเข้มลงบนแก้มของหญิงสาว อดีตนาวิกโยธินหนุ่มไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียวนอกจากหลับตาและหายใจหนัก ๆ พร้อม ๆ กับโอบรัดร่างคอดเว้าเปล่าเปลือยแนบสนิท
“คนบ้า!...คนโรคจิต...คนเลว...ฉันอยากกลับบ้าน ถ้าฉันออกไปจากที่นี่ได้คุณจะไม่ได้เห็นหน้าฉันอีกเลย...แม็กซ์...ฉันเกลียดคุณ คุณมันอาชญากร...คุณมัน...”
เป็นเวลานานทีเดียวที่บุษราคัมบริภาษด้วยสารพัดคำว่าซึ่งหลั่งไหลออกมาหวังให้ร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับตัวเธอไว้ได้ยินก่อนเสียงหวานจะเบาลงเรื่อย ๆ ร่างเล็กหายใจหอบเหนื่อยก่อนที่เปลือกตาทั้งคู่จะค่อย ๆ ปิดลงตามกำลังที่ถดถอย
กระทั่งร่างแน่งน้อยนั้นนิ่งไป ปราศจากอาการกระตุกเพราะสะอื้นไห้มีเพียงลมหายใจผาดแผ่วที่ปลุกฮอฟมันน์ให้ตื่นจากอาการแสร้งหลับ ร่างสูงใหญ่ขยับศีรษะขึ้นมองคนในอ้อมแขนที่บัดนี้สิ้นพยศเพราะหมดแรงและอยู่ในอาการหลับใหล ใบหน้างามสีชมพูเรื่อใต้กรอบผมยุ่งสยายดูเซ็กซี่ในแสงเงินยวง ชายหนุ่มแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าผู้หญิงที่สวยขนาดนี้จะไม่เคยมีใครมาก่อนเลย
แม้แต่คู่หมั้นของเธออย่างนั้นหรือ?...ฮอฟมันน์นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ก่อนจับมือบางข้างซ้ายขึ้นมาพินิจประกายจากแหวนทองเหลือง ชายหนุ่มเหลือบมองร่างอรชรที่หลับสนิทไม่รู้สึกตัวและเกิดความหวั่นกลัวในส่วนลึกอย่างที่ไม่เคยเกิดความรู้สึกเช่นนี้มาก่อนสำหรับชายชาติทหาร เขาวางมือหญิงสาวลงก่อนไล้มือหนาลงบนทรวงงามที่กระเพื่อมไหวตามแรงหายใจก่อนพูดกับตัวเอง
“บีน่า...ใครกัน...คู่หมั้นของคุณ”
เสียงคลื่นซัดสาดและชายหาดโพลนขาวอาบด้วยแสงเดือนดาวขณะแสงแรกยังไม่ตกต้องขอบฟ้าไม่ได้นำพาให้ความรู้สึกของบุษราคัมดีขึ้นแม้แต่น้อย ตรงข้ามหญิงสาวกลับยิ่งหดหู่ขณะออกมานั่งอิงแอบข้างโขดหินเสมือนอยากซ่อนตัวจากโลกแห่งฝันร้ายในค่ำคืนมืดหมอง
หญิงสาวรู้สึกตัวขึ้นมาใต้ผ้าห่มหนาบนเตียงกว้างโดยปราศจากอ้อมแขนของ คน ๆ นั้นตอนตีสาม ถึงจะรู้สึกโล่งใจหากก็ไม่อาจไปไหนได้ไกลเกินห้วงน้ำของเกาะไดโอนี บุษราคัมลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าและตั้งใจเดินออกมานั่งริมชายหาดแต่เพียงเดียวดาย หญิงสาวไม่ได้อยากรู้ว่าเขาไปไหน แต่อีกนานเท่าใดที่เธอต้องจมอยู่ที่นี่
“บีน่า...”
หญิงสาวหยุดความคิดฟุ้งซ่านลงเมื่อได้ยินเสียงเรียกดังมาจากอีกฟาก ร่างแน่งน้อยผุดลุกขึ้นและเมื่อเห็นว่าฮอฟมันน์ซึ่งสวมเพียงกางเกงเดนิมตัวเดียววิ่งตรงเข้ามาใกล้เธอจึงรีบบ่ายหน้ากลับในทันที
“เอ๊ะ!...แม็กซ์...หลีกไปนะคะ ฉันจะกลับไปที่บ้าน!”
บุษราคัมตวาดเสียงเขียวเมื่อต้องหยุดชะงักตรงหน้าร่างสูงใหญ่ที่วิ่งทันเข้ามาขวาง ดวงตาคมบนใบหน้าหล่อเหลาเริ่มเครียดขึ้งก่อนกล่าวเสียงเข้ม
“ผมเคยบอกแล้วยังไงว่าอย่าออกมาเที่ยวเดินเพ่นพ่านข้างนอกนี่ โดยเฉพาะเวลาดึกดื่นแบบนี้!”
“ทำไมคุณไม่ล่ามโซ่ฉันไว้เสียเลยล่ะคะ แม็กซ์! ที่ฉันต้องอยู่ที่นี่มันก็ไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยงที่ถูกกักขังอยู่แล้ว!”
บุษราคัมเชิดหน้าโดยไม่ยอมหลบสายตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นแม้แต่น้อย ฮอฟมันน์ถอนหายใจไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากดึงร่างแม่สาวจอมพยศมากอดอีกครั้ง
“แม็กซ์...ไม่ว่าคุณจะกักขังฉันไว้ที่นี่อีกนานแค่ไหน แต่เมื่อไหร่ที่ฉันเป็นอิสระ ฉันจะกลับไปหาเขา!”ร่างบางเน้นย้ำเจตจำนงของตัวเองก่อนหันหลังให้หากแต่ก่อนจะเดินกลับไปก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงดุดันข้างหลัง“คุณจะกลับไปหาผู้ชายคนนั้นก็ได้ แต่ต้องหลังจากที่คุณมีลูก แล้วผมจะปล่อยคุณกลับไป...หาคู่หมั้นของคุณ!”ร่างสูงใหญ่ย้ำเตือนความตั้งใจของตัวเองบ้างโดยไม่ทันได้เห็นหยาดน้ำตาที่หล่นไหลบนใบหน้างามซึ่งเจ้าของรีบก้าวห่างออกไปอย่างรวดเร็ว อดีตนาวิกโยธินหนุ่มถอนลมหายใจพรืดก่อนฉุดพื้นทรายอย่างหัวเสีย“โธ่เว้ย!”ฮอฟมันน์สบถเสียงดังอย่างขัดใจ เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน สับสนวุ่นวายในความคิดและอัดอั้นเสียสมาธิจนอยากระบายออกมา ชายหนุ่มเริ่มคิดไม่ตกด้วยเริ่มไม่แน่ใจว่าใครกันที่ก้าวพลาดลงไปในกับดักที่เขาวางมันไว้แต่แรกเป็นเวลานานที่อัญมณีนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดในห้องโถงใหญ่ภายในบ้านหรูซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ในแถบเบเวอลลี่ ฮิลล์ อันเป็นยานที่อยู่อาศัยของคนดังและบุคคลในแวดวงชั้นสูงของนครลอส แองเจลิส หญิงสาวในชุดแสก
“ปกติ...ทุกคืนตอนตีหนึ่งผมต้องตื่นขึ้นมาเพื่อฝึกวิ่งและกลั้นหายใจอยู่ใต้น้ำลึก แต่วันนี้ผมช้าไปสองชั่วโมง”ชายหนุ่มกล่าวเสียงเบาลงขณะหญิงสาวเบือนหน้าออกไปยังเวิ้งน้ำสีเงินระยับ หากแต่ท่าทีไม่ใส่ใจก็เป็นสิ่งรบกวนเขาไม่น้อย ใช่...เขาตื่นขึ้นมาตอนตีสามแม้ยังปวดมึนในหัวเพราะฤทธิ์เบียร์หากแต่ก็จำเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ดี มันยังติดอยู่ในความรู้สึกและทำลายสมาธิการฝึกหนักที่ทำอยู่เป็นประจำแม้มิได้เป็นหนึ่งในซีลทีมซิกซ์ เขาคิดถึงเรือนร่างงดงามและความบริสุทธิ์ที่ได้ครอบครองเมื่อราตรีที่กำลังจะล่วงผ่านแม้รู้ว่าบุษราคัมอาจไม่อยากจดจำมันอีก“ไม่เห็นเกี่ยวกับฉันนี่คะ ฉันจะกลับไปที่บ้าน”“แต่คุณจำเป็นต้องรู้ไว้!”ฮอฟมันน์คว้าข้อมมือบางไว้ก่อนที่บุษราคัมจะหันหลังให้ทว่าหญิงสาวหันขวับมามองด้วยประกายตากล้าแข็ง“ยังมีอะไรที่ฉันยังไม่รู้เกี่ยวกับเกาะที่เหมือนคุกนี่อย่างนั้นหรือคะ! มีอะไรที่ฉันยังไม่รู้อีกบ้างนอกจากผู้ชายโหดร้ายคนหนึ่งล่อลวงผู้หญิงมาข่มขืน หรือว่ามีกับดักสัตว์ป่าอยู่ที่นี่ หรือว่ามี...”&ld
“ออกไปนะ! ออกไป!”ร่างอรชรขับไล่พร้อมทั้งใช้ความพยายามดันร่างสูงใหญ่ให้พ้นตัว แต่แล้วเธอเองกลับต้องเหนื่อยเปล่า“บีน่า...”ฮอฟมันน์ครางแผ่วก่อนผงกศีรษะขึ้นมองและนั่นทำให้หญิงสาวชะงักไปชั่วขณะก่อนร้องไห้ออกมา“คนเลว!...คน...”บุษราคัมพูดไม่ทันขาดคำก็สะอื้นไห้กับความโชคร้ายที่ต้องเจอแบบนี้ ในขณะเดียวกันนั้นร่างสูงใหญ่ก็ค่อย ๆ เลื่อนใบหน้าหล่อเหลาขึ้นมาเคลียเคล้าบนแก้มเปียกน้ำตา เขาทำราวจะปลอบใจหากก็ยังไม่ยอมถอดถอนตัวเองออกจากแก่นกายของร่างเล็กเสมือนปรารถนาให้เธอกักเก็บเขาไว้เช่นนั้น“บีน่า...”“ฉันชื่อบุษราคัม! อย่ามาเรียกฉันแบบนี้อีก!”หญิงสาวแหวกลับเสียงพร่าก่อนออกแรงดันชายหนุ่มให้พ้นจากตัวซึ่งคราวนี้อีกฝ่ายยินยอมพลิกกายใหญ่โตลงนอนด้านข้างและคอยดูร่างแน่งน้อยที่รีบดึงผ้าห่มมาคลุมตัวไว้ก่อนนอนคุดคู้หันหลังให้ด้วยความอับอายเป็นที่สุด เสียงสะอึกสะอื้นที่ดังลอดออกมาทำให้ฮอฟมันน์เกินจะหลับตาได้ลง เขายังคงนอนตะแคงว้บนฟูกและมองดูคนที่อยู่ในผ้าห่มร้องกระซิกโดยไม่มี
หญิงสาวเอ่ยทั้งน้ำตาแต่กลับรู้สึกว่าสะโพกหนากำลังขยับ ชายหนุ่มไม่พูดอะไรแต่เขายิ่งเขยื้อนตัวมากเท่าใดร่างกายที่รองรับเบื้องล่างก็ยิ่งปวดร้าวมากเท่านั้น“แม็กซ์...ได้ยินไหมคะ...ว่าฉัน...จะทนไม่ไหวอยู่แล้ว”ร่างอ้อนแอ้นห้ามเสียงแผ่ว หากเธอจะได้ยินเช่นกันว่าหัวใจของเขาก็เต้นเร็วเป็นกลองรัว ฮอฟมันน์ยังคงขยับตัวตนลึกเข้าไปอีกขณะกระชับอ้อมแขนหนาตระกองกอดบุษราคัมไว้ ร่างสูงใหญ่กดกลั้นถึงที่สุดทั้งที่ตัวเองก็กำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงชายหนุ่มนึกโกรธตัวเองว่าใยความอดทนจึงมีน้อยนักทั้งที่ตอนเป็นนาวิกโยธินต้องผ่านการฝึกมาไม่รู้สักกี่ด่าน แต่ตอนนี้เขากลับจะพ่ายแพ้ให้แก่ความบอบบางทว่าทรงพลังที่ห่อหุ้มความเป็นเขาจนยากจะถ่ายถอน บุษราคัม...ทันทีที่ค้นพบว่าเธอยังบริสุทธิ์ก็ดูเหมือนเขาไม่อาจหยุดตัวเองลงได้“แม็กซ์...ปล่อยฉัน...ปล่อยฉัน”“โอ...พระเจ้า!...ให้ตายเถอะบีน่า ผมจะปล่อยคุณไปตอนนี้ได้ยังไง”เรียวปากหยักประกบลงบนกลีบปากนุ่มอีกครั้งราวต้องการดูดกลืนเสียงสะอื้นนั้นไว้ทั้งหมด บุษราคัมรวดร้าวไปทุกหนแห่งโดยเฉพาะที่แก่
หญิงสาวอ้าปากจะค้านแต่กลับไม่ทันลิ้นจาบจ้วงที่ฉกเข้าไปในโพรงปากเล็ก แขนของเธอถูกตรึงไว้ด้วยมือทรงพลัง ขาเรียวยาวทั้งคู่ถูกท่อนขาแข็งแกร่งกดทับไว้แน่นหนา เพียงแค่อยากปฏิเสธด้วยการส่ายหน้าเธอก็ทำไม่ได้ดังใจคิด เสียงแหบพร่าแค่อื้ออึงในลำคอและนึกโกรธกำลังอันน้อยนิดของตัวเองที่ต่อต้านเขาไม่ไหว“แม็กซ์!...คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะคะ...ฉันบอกให้คุณหยุด!”ร่างเล็กแค่นเค้นเสียงเมื่อเขาถอนเรียวปากหนาออกไปและรู้สึกถึงความร้อนที่กลุ้มรุมแกนกายแผ่ซ่านลงไปจรดปลายเท้า“แม็กซ์!...แม็กซ์!”ยิ่งส่งเสียงเธอก็ยิ่งหอบเหนื่อยทั้งเรี่ยวแรงของเรือนร่างเปลือยเปล่าก็อ่อนลงในทุกวินาที ฮอฟมันน์ไม่สนใจเสียงสะอื้นไห้ของหญิงสาวด้วยมึนเมาในกำหนัดและอำนาจครอบงำของน้ำเปลี่ยนนิสัย จมูกโด่งซุกไซ้ไปตามซอกคอและไหปลาร้าของร่างบอบบางก่อนบรรจบลงที่ปลายถันและครอบครองเม็ดสีชมพูแสนหวานด้วยเรียวปากร้อนอย่างกระหายหิวหยาดน้ำหยดน้อยซึมอยู่ที่หางตาของบุษราคัมกับความดิบเถื่อนที่เธอจะจดจำไม่มีลืมเลือน ท้ายที่สุดคนตัวเล็กกว่าก็อ่อนระทดระทวยและจำต้องปล่อยตัวเองไปตามพายุปรารถนา
เจ้าของร่างบางกระดากเกินกว่าจะเอ่ย ถึงกระนั้นเธอก็ยังเห็นรอยยิ้มพึงพอใจจุดประกายขึ้นบนใบหน้าคร้ามเข้ม ฮอฟมันน์กระหวัดแขนทรงพลังกอดเกี่ยวร่างนุ่มลื่นที่บั่นทอนความอดทนของเขาให้ลดน้อยลงทุกขณะ แต่...ทำไมจะต้องรอในเมื่อเรื่องอื่นเขาตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดเสมอ ชายหนุ่มก้มลงประกบจูบกลีบปากบวมเจ่อแรง ๆ อีกหนก่อนพูดเสียงเข้ม“ทำไมเรื่องแค่นี้คุณต้องคิดมาก ทีกับผู้ชายคนอื่นคุณก็ยังเคยเต็มใจให้มานับครั้งไม่ถ้วนคุณก็เหมือนพี่สาวคุณที่ชอบแต่เรื่องสนุกและไม่เคยรู้จักจะรักใครจริง”“ก็คงเหมือนพ่อของคุณนั่นล่ะ...คุณพูดเองไม่ใช่หรือคะแม็กซ์ ว่าพ่อของคุณเจ้าชู้ชอบเปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า และคุณก็คงไม่ต่างจากเขาเหมือนกัน!”“คุณรู้ได้ยังไงว่าผมจะเป็นอย่างเขา!”ฮอฟมันน์เสียงกร้าว นัยน์ตาคู่นั้นลุกวาวราวกับไฟท่วมในทันใดที่พูดถึงไมค์ บุษราคัมรู้สึกถึงแรงกอดรัดทวีความรุนแรงขึ้น มันทำให้เธออึดอัดและเริ่มหายใจขัดจนหอบ เขากำลังโกรธจัดเพราะคำพูดจี้เข้าจุดเจ็บซึ่งเธอตั้งใจแค่ประชด“แม็กซ์...ฉันหายใจไม่ออก...ได้โปรด” ร่างเล็กร้องข







