Masukทุกอย่างราวหยุดนิ่งไปชั่วขณะ มีแต่เสียงดังอยู่ในลำคอหญิงสาวที่พยายามเช่นไรก็ขัดขืนเขาได้ไม่สำเร็จ บุษราคัมใจเต้นระส่ำด้วยไม่เคยลิ้มรสหรือแลกสัมผัสชิวหากับใคร ฮอฟมันน์เป็นคนแรกที่หยาบร้ายซ้ำยังทำในสิ่งที่ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนเคยรุกล้ำจนเธอหวั่นหวามไปหมดเช่นนี้ ร่างสาวรับรู้ความแปลกใหม่นั้นอีกชัวครู่ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะเลื่อนออกไปหลงเหลือร่องรอยความกักขฬะเอาไว้บนกลีบปากบวมเจ่อ
“คุณ...”
พอดึงสติกลับมาได้บุษราคัมก็สะอื้นไห้และกัดริมฝีปากไว้แน่น และในเวลาเดียวกันชายหนุ่มก็นิ่งอึ้งเมื่อความสะใจกลับกลายเป็นความหวั่นไหวที่เริ่มก่อตัวอยู่ใต้จิตสำนึก
ไม่...เขาจะทำผิดต่อความตั้งใจของตัวเองไม่ได้ ถึงร่างนุ่มที่ชิดใกล้จะเย้ายวนแค่ไหนแต่เขาแค่ใช้เธอเป็นเครื่องมือบำบัดแค้น ในเมื่อพี่สาวของบุษราคัมร้ายกาจขนาดทำให้พ่อเขาลุมหลงจนละทิ้งบริษัทได้หนำซ้ำยังทำให้แม่เขาเสียใจจนต้องหลีกลี้ไปอยู่เยอรมัน ก็ไม่ควรมีคำว่าปราณีสำหรับเชลย
“มานี่!” สีหน้าของฮอฟมันน์เปลี่ยนไปอีกครั้งก่อนกระชากแขนบุษราคัมให้ตามเขาไป
“ไปไหน...คุณจะพาฉันไปไหน!”
“คุณต้องโดนลงโทษซะบ้างเพราะไม่ยอมเชื่อฟังและที่สำคัญ...คุณกล้าขัดขืนคำสั่งของผม!”
“คุณล่อลวงฉันมาที่นี่แล้วยังจะคิดทำอะไรกับฉันอีก คุณแม็คเคลน!”
“เข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า...คุณเต็มใจเดินทางมาหาผมเองนะ ไม่ได้ถูกล่อลวงหรือบังคับนับตั้งแต่ก้าวแรกที่คุณขึ้นเครื่องบินมาจากเมืองไทยแล้วยาหยี”
“หยุดเรียกฉันว่ายาหยีนะ! ฉันชื่อบุษราคัม ฉันไม่ใช่ยาหยีอะไรของคุณ”
“ก็ชื่อคุณเรียกยาก จะให้ผมเรียกว่าอะไร”
ฮอฟมันน์พูดพลางกระชากลากถูร่างบอบบางจนใกล้พ้นดงไม้ออกไปยังชายหาด
“ถ้าอย่างนั้นผมจะเรียกคุณว่า บีน่า...และขอเตือนคุณเลยนะว่าอย่ามาอวดดีอวดเก่งที่นี่ เกาะไดโอนีอยู่ในเขตน้ำลึก อย่าทำอะไรโง่ ๆ เพราะคุณอาจจะเอาชีวิตไปทิ้งในทะเลได้ทุกเวลา!”
“โอ้ย! คนบ้า!” หญิงสาวร้องลั่นเมื่อเขาทิ้งน้ำเสียงหนักก่อนเหวี่ยงร่างอ้อนแอ้นลงไปเกลือกกลิ้งบนพื้นทราย ดวงตาคู่งามจับจ้องใบหน้าของฮอฟมันน์ด้วยความคั่งแค้น คนอะไรไม่มีน้ำใจซ้ำยังชอบใช้ความรุนแรงจนเธอเจ็บไปหมดทั้งตัว
“คุณแม็คเคลน ถ้าคุณเคยเป็นทหารก็ต้องรู้จักให้เกียรติผู้หญิงบ้าง ไม่ใช่มาข่มเหงรังแกกันแบบนี้”
“แค่นี้ไม่ถึงตายหรอก! ไม่อย่างนั้นคุณก็คงไม่กล้าปากดีกับผมไม่หยุดหย่อน รู้ไว้ด้วยว่าไม่เคยมีใครมาอวดเก่งกับผม ไม่เคยมีใครเถียงผมอย่างคุณ!”
“ฉันไม่ได้แค่กล้าเถียงคุณหรอกนะ แต่ฉันจะทำให้คุณหายคลั่งแบบนี้ไง!”
พูดจบมือบางที่กำทรายไว้ก็สาดใส่ใบหน้าของฮอฟมันน์เต็มแรง
“โอ้ย!”
คราวนี้ชายหนุ่มเป็นฝ่ายร้องออกมาบ้างเมื่อเม็ดทรายหยาบกระเด็นเข้าตาก่อนเขาจะขยี้มันออกและเห็นว่าแม่สาวไทยจอมพยศวิ่งตรงไปยังน้ำทะเลเบื้องหน้า ร่างสูงใหญ่ปัดทรายบนหน้าอกและเช็ดบนริมฝีปากหนาด้วยอารมณ์ข้นคลั่ก
“บีน่า...คุณได้เจอกับผมแน่!”
ฮอฟมันน์คำรามกับตัวเองก่อนวิ่งตามร่างบางลงไปในน้ำทะเล เพียงไม่กี่ก้าวร่างสูงใหญ่ก็วิ่งไปถึงและความชำนาญจากการฝึกในน้ำมาอย่างหนักทำให้นายทหารอย่างเขาไม่ยี่หระต่อกระแสน้ำที่เริ่มหลากแรง หากแต่บุษราคัมเองที่ว่ายออกไปไม่ถึงไหนก็ถูกกระชากไหล่เอาไว้จนต้องร้องออกมาลั่น
“ไม่! ปปล่อยฉันนะ! ปล่อยฉัน...ฉันจะกลับ...บ้าน”
เสียงกรีดแหลมขาดเป็นห้วง ๆ เพราะกลืนน้ำเค็มเข้าไปหลายอึกขณะรู้สึกว่าเอวบางถูกแขนแกร่งโอบรัดไว้จากข้างหลังก่อนถูกดึงกลับเข้าหาฝั่ง ร่างเล็กพยายามดีดดิ้นแม้รู้ว่าความพยายามนั้นมีแต่จะทำให้สิ้นหวัง เพียงครู่คนตัวโตก็ยกร่างอ้อนแอ้นเปียกโชกขึ้นพาดบนบ่าเหมือนเธอเป็นเด็กตัวเล็กที่เพียรตะกายดีดดิ้น
“ปล่อยนะ! ไอ้คนบ้าโรคจิต ถ้าออกไปจากที่นี่ได้ฉันจะบอกให้ตำรวจบาฮามาสมาจัดการกับคุณ!”
“คุณนั่นแหละหยุดคลั่งซะที!”
ฮอฟมันน์ตวาดพร้อมกับวางร่างอรชรลงบนชายหาดที่น้ำทะเลยังซัดถึงก่อนกดหัวไหล่ให้บุษราคัมนอนราบอยู่ใต้ร่าง ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าสวยที่เปรอะเปื้อนไปด้วยทรายและคราบน้ำเค็มอย่างเกรี้ยวโกรธ
“เรียกผมว่าแม็กซ์! ถ้าขืนยังว่าผมเป็นไอ้บ้าโรคจิตจะเอาคุณไปลอยทะเลให้พวกไอ้หลามมารุมทึ้ง!”
ดูเหมือนคำขู่ที่ดังก้องจะได้ผล บุษราคัมมีทีท่าสงบลงแต่ยังคงไม่หยุดร่ำไห้
“เอาเลย” หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยเสียงแห้งโหย “อยากจะทำอะไรฉันก็ทำเลย ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่...ฉันเกลียดคุณ แม็กซ์...ได้ยินมั้ยว่า ฉันเกลียดคุณ”
“อย่าท้าทายผมนะ บีน่า...บีน่า”
ฮอฟมันน์รั้งร่างบางขึ้นมาหวังจะให้บทเรียนอันเจ็บแสบทว่าเขากลับรับรู้ถึงความโรยแรงของหญิงสาวที่กำลังอ่อนระทดระทวยในอ้อมแขน
เสียงพูดคุยด้านนอกทำให้เธอรู้ว่ากานต์นทีเพิ่งกลับเข้ามา ช่างโชคดีนักที่เขาไม่เห็นสภาพของเธอในตอนนี้ แต่...เธอเป็นอะไร อาการวิงเวียน คลื่นเหียนที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานตอนนี้เริ่มถี่ขึ้นจนน่าสงสัย หากหญิงสาวก็ไม่มีเวลาคิดนอกจากรีบเปิดประตูออกไปพบหน้าผู้จัดการกับแขกคนสำคัญซึ่งอยู่ในชุดสูทดูดีดังเดิม“คุณบุษราคัม ต้องขอโทษทีที่ปล่อยให้คุณอยู่ต้อนรับคุณฮอฟมันน์คนเดียว ผมต้องลงไปจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง เกรงว่าเดี๋ยวจะไม่เป็นไปตามคุณฮอฟมันน์ต้องการ”กานต์นทีพูดเสียงแจ่มชัด หากประชาสัมพันธ์ของเขากลับพยักหน้ารับและเพียงเสยผมเบา ๆ ถ้าเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้าเธอคงถูกไล่ออกเสียวันนี้“ไม่เป็นไรหรอกครับ อย่าซีเรียสมากเลย” ฮอฟมันน์กล่าวเสียงเรียบก่อนทิ้งตัวลงนั่งเอกเขนกบนเก้าอี้ที่เขาใช้เป็นสนามโรมรันบทพิศวาสแบบเร่งร้อนเมื่อครู่ บุษราคัมแก้มแดงปลั่งทว่ามีเขาเท่านั้นที่สังเกตเห็น“ถ้าคุณฮอฟมันน์ต้องการอะไรนอกเหนือจากนี้ก็บอกกันได้นะครับ”กานต์นทียืนยิ้มกว้างขณะมองเจ้าของร่างสูงใหญ่สง่างามในชุดสูทกำลังรินน้ำสีแดงเข้มจากขวดไวน์ชั้นดีลงในแก้ว ผู้ชายอะไรทั้งหล่อเหลาบึกบึนแถมรวยระยับแต่กลับโสดสนิท“
ร่างแน่งน้อยราวถูกกระชากขึ้นไปยังที่สูงเมื่อฮฟมันน์เริ่มขยับกายแกร่งไปพร้อม ๆ กับการโอ้โลมเพื่อช่วยเธอคลายความเจ็บปวด บุษราคัมกดกลั้นเสียงตัวเองไม่ได้สักครั้งเมื่อเขาส่งตัวตนเข้าไปและขยับมันออกอย่างไม่คิดระวัง เขาไม่ได้ป้องกันตัวเองอย่างเคย ละเลยไม่อยากให้มีสิ่งใดขวางกั้น แน่นอนว่าอดีตนาวิกโยธินหนุ่มต้องการให้เป็นดังเช่นทุกครั้งที่การประสานสนิทแน่นแบบกายถึงกาย“บีน่า...อา...คุณยังแน่นดีเหลือเกิน”ร่างสูงหลุดเสียงครางเมื่อความอ่อนนุ่มที่โอบล้อมบีบรัดจนเขาแทบจะระเบิด การที่ไม่ได้เห็นหน้าแม้จากกันเป็นเวลาไม่ถึงเดือนทำให้เขาหงุดหงิดงุ่นง่านเหมือนคนสมองมีปัญหา นี่เขาคิดถึงบุษราคัมมากขนาดที่อยากกระโจนใส่เมื่อพบหน้าตั้งแต่วินาทีแรก“แม็กซ์...แม็กซ์คะ...อ๊า”ร่างเล็กบอบบางแอ่นทรวงสวยขึ้นรับเรียวลิ้นที่โลมไล้อยู่บนยอดโดกเมนแดงกล่ำ หญิงสาวแทบขาดใจราวคลื่นร้อนนับหมื่นระลอกหมุนเกลียวบนเรือนร่างที่สั่นไหวไปตามแรงขยับโยก ความสุขกระสันเข้ามาแทนที่ความลังเลไม่แน่ใจ มันกำลังกร่อนกัดกายเธอให้แตกออกเป็นเสี่ยง บุษราคัมลืมไปแล้วว่ากานต์นทีอาจกลับเข้ามา หากเธอก็ไม่เห็นเขา รับรู้ก็แต่ความร้อนเร่าที่กำลังทว
เขายังคงร้อนแรงและทุกสัมผัสก็ยังเป็นที่จดจำของบุษราคัม นี่ไม่ใช่การข่มขืนซึ่งเธอก็รู้ดี ชั่วครู่อาการขมวดเกร็งของร่างกายจากการแข็งขืนก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นผ่อนตาม ทว่าเสี้ยวหนึ่งเธอยังคงตื่นเต้น กลัวเหลือเกินว่าจะมีใครเข้ามาเห็นร่างงามที่เสื้อเชิ้ตถูกแยกออกกว้างและกระโปรงถูกรั้งขึ้นมาถึงสะโพกผายกำลังนอนระทดระทวยอยู่ใต้ร่างสูงใหญ่ที่กอดก่ายไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ เขาคงไม่รู้ว่าเธอเจ็บปวดแม้เสียวซ่านทุกครั้งที่เจ้าของเรือนกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามกำยำปลุกปั่นหญิงสาวด้วยริมฝีปากอุ่น ลิ้นชื้นและมือสากหนาที่กำลังเลื่อนลงมาค่อย ๆ สอดลึกเข้าไปใต้อันเดอร์แวร์“แม็กซ์...หยุดเถอะค่ะ ฉันกลัวใครจะมาเห็นเข้า”“ผมหยุดไม่ได้ บีน่า คุณก็รู้...คุณไม่คิดถึงมันบ้างเลยหรือ”“ฉัน...ฉัน...” บุษราคัมอยากบอกเขาให้เสียงดังกว่ากระซิบ ว่าเธอรอคอยสัมผัสนี้เสมอ หากเขาไม่เห็นว่าเธอเป็นหญิงปลิ้นปล้อน หญิงสาวถูกล่วงล้ำอีกครั้งอย่างล้ำลึกจากปลายนิ้วแกร่งที่แทรกผ่านกลีบดอกไม้บอบบางชุมฉ่ำเข้าไปถึงชั้นในของหลืบถ้ำที่ยังคับแคบ มันบีบรัดตลอดเวลา ฮอฟมันน์กระตุกให้เลือดในกายสาวฉีดพล่าน แล้วเธอก็ยินยอมเป็นเชลยหัวใจให้เขาลงทัณฑ
“ผมไม่เชื่อคุณหรอก บีน่า...คุณแกล้งทำดีให้ผมตายใจ พอคุณเจอคู่หมั้นของคุณที่ไมแอมี่ก็ถึงกลับต้องรีบหนีกลับมาที่เมืองไทย คุณอาจทำตามแผนที่วาไว้สำเร็จ แต่คุณก็ยังรู้จักฮอฟมันน์คนนี้น้อยไป”“แม็กซ์...ไม่ว่าจะยังไงคุณก็ยังเป็นคนที่ไม่มีหตุผล คุณมาที่นี่เพื่ออะไรกันแน่”“ผมจะเอาคืน!” ฮอฟมันน์คำรามเสียงกร้าวขณะล้วงฝ่ามือหนาเข้าไปใต้ชายเสื้อผ้าไหมเนื้อลื่น ชายหนุ่มถือสิทธิ์ความเป็นเจ้าของล้วงลึกเข้าไปในบราเซียลูกไม้ บีบเคล้นนวลเนื้ออวบหยุ่นรุนแรงด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน“แม็กซ์! ฉันเจ็บนะคะ ปล่อย!” บุษราคัมบิดกายเร่าเมื่อถูกเขาคุกคาม เธออาจคิดถึงและปรารถนาอ้อมกอดของฮอฟมันน์ หากก็ไม่ต้องการความหยาบร้าย อดีตนาวิกโยธินหนุ่มไม่ยอมฟังเสียง เขาปิดปากเธอไว้ด้วยการแทรกลิ้นเข้าไปลึก ร่างเล็กบอบบางเจ็บระบมไปหมดเมื่อร่างสูงใหญ่ปลดปล่อยปิศาจร้ายครอบงำทุกอย่าง จูบนั้นทั้งเร่าร้อนรุนแรงจนเธอหายใจแทบไม่ทัน มือไม้ของเขาที่ครอบครองปทุมถันล้วนสร้างความปวดร้าวเกินจะทานทน“คนบ้า!” หญิงสาวร้องออกมาพร้อมทั้งจิกเล็บลงบนต้นแขนหนาภายใต้สูทเนื้อดีแรง ๆ หวังจะเรียกสติคนหยาบเถื่อนให้กลับคืน แต่ยิ่งทำเหมือนยิ่งยั่วยุให้มาเฟีย
อดีตนาวิกโยธินหนุ่มที่เธอเคยรู้จักหล่อเหลาในชุดสูทซึ่งเธอไม่คุ้นเคย เขาอยู่ในมาดนักธุรกิจผิดไปจากนักรบในหน่วยซีลที่ฝึกซ้อมตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตายบนเกาะไดโอนี นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มยังคงส่องประกายน่าหลงใหลบนใบหน้าทรงเสน่ห์หากแต่ท่าทีเครียดขรึมของเขามีแต่เธอเท่านั้นที่รับรู้ได้“สวัสดีครับ คุณบุษราคัม” เสียงทักทายนั้นราวกระชากหัวใจบอบบางให้ร่วงหล่น หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนตอบกลับไปโดยไม่ยอมมองหน้าเขาแม้แต่น้อย“สวัสดีค่ะ คุณฮอฟมันน์” ร่างแน่งน้อยหายใจขัด ทำไมเธอต้องมาพบเขาในสถานการณ์เช่นนี้ ต้องเผชิญหน้ากับคนที่คงตามเธอมาด้วยความคั่งแค้น“มิสเตอร์กานต์นที ผมอยากให้คุณช่วยจัดเตรียมไวน์อย่างดีของโรงแรมมาให้ผมตอนนี้จะได้ไหมครับ?”“อ้อ...ครับ...ครับ ถ้าคุณฮอฟมันน์ต้องการไวน์รสเลิศ เคปพาราไดส์ของเราน่ะมีชื่อเสียงในเรื่องนี้เลยล่ะครับ รอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมจะเป็นคนไปจัดการให้คุณฮอฟมันน์ด้วยตัวของผมเองเลยครับ”“เชิญตามสบายครับ แต่ผมอยากให้คุณบุษราคัมอยู่ที่นี่ก่อน เพราะผมมีอะไรที่อยากสอบถามเธอเกี่ยวกับที่นี่หลายอย่าง หวังว่าคุณคงไม่ขัดข้อง”คำพูดของแขกชั้นดีทำให้ร่างเล็กที่กำล
“แม่ครับ คงไม่เป็นไรใช่ไหมครับถ้าพ่อจะนำเสนอโปรเจ็คของบริษัทเพียงคนเดียว”“ทำไมล่ะจ๊ะ แม็กซ์...ลูกจะไปไหนอย่างนั้นหรือ”“ใช่ครับแม่” อดีตนาวิกโยธินหนุ่มว่าพลางลุกขึ้นยืนและมองคลอเดียอย่างมีความหมาย “ผมจะเดินทางไปประเทศไทย”“เมื่อไหร่ล่ะลูก มันเป็นธุระด่วนมากเลยหรือ?”“ผมจะเดินทางคืนนี้ครับ มันเป็นธุระด่วน...มากเลยล่ะครับแม่”ชายหนุ่มกุมโทรศัพท์ในมือแน่นและคลอเดียก็ไม่ถามอะไรต่อเพราะรู้นิสัยลูกชายดี ร่างสูงตระหง่านรู้สึกราวกับเลือดในกายสูบฉีดแรงเมื่อนักสืบรายงานกลับมาว่าบุษราคัมกลับประเทศไทยแล้วจริง ๆ เธอยังเป็นประชาสัมพันธ์ในโรงแรมเคป พาราไดส์ ซึ่งเป็นที่ทำงานเดิม แต่ทุกอย่างอาจไม่เหมือนเดิมเพราะเขาจะไปที่นั่นและทำให้เธอรู้ว่าการหนีจาก ฮอฟมันน์ แม็คเคลน ไม่ใช่เรื่องง่าย!บุษราคัมมาถึงโรงแรมในตอนเช้าดังทุกวันเป็นปกติ หากผู้จัดการไม่ติดต่อให้กลับเข้ามทำงานที่นี่ป่านนี้เธอคงต้องหาที่ทำงานใหม่เพราะรู้สึกเกรงใจที่ไปต่างประเทศจนเลยเวลาที่แจ้งไว้กับทางฝ่ายบุคคล หากทว่าเมื่อกลับมาทุกอย่างก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เพื่อนร่วมงานยังคงปฏิบัตต่อเธอดังที่เคยผ่านมา ไม่มีใครถามถึงเหตุผลว่าเธอไปทำอ







