Share

บทที่ 9

last update Last Updated: 2026-01-03 10:52:34

“คงจะแกล้งทำมารยาเพื่อหาทางหนีไปอีก ผมไม่เชื่อคุณหรอก บีน่า”

ร่างสูงใหญ่ที่เปียกปอนไม่แพ้กันมองร่างที่คอพับคออ่อนจนใบหน้าหวานซุกซบลงกับอกกว้างด้วยลมหายใจรินรวย

“บีน่า...บี...”

ฮอฟมันน์เรียกชื่อนั้นซ้ำ ๆ สลับกับการตบแก้มซีดของคนในอ้อมกอดเบา ๆ ทว่าก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดจากอีกฝ่าย ชายหนุ่มนึกในใจว่าครั้งนี้เธอคงไม่ได้แสร้งทำแต่คงเหนื่อยล้าจนร่างกายไม่อาจทานทนได้จริง ๆ ผู้หญิงก็เท่านี้...พอพยศจนหมดแรงก็เป็นลม

 ทว่าในความคิดแค้นกลับผสมปนเปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอีก ฮอฟมันน์ยังไม่ยอมขยับตัวหากแต่พินิจเจ้าของร่างเล็กซึ่งเขาจับศีรษะของเธอพาดไว้บนท่อนแขนข้างหนึ่ง ดวงตากลมโตลุกวาวพราวพรายดุจนางแมวป่าบนใบหน้าที่แหงนหงายบัดนี้ปิดสนิท เห็นแต่แพขนตางอนโค้งขยับถี่ ๆ และลมหายใจอ่อนเบาราวกับเหนื่อยล้าเต็มที่

นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มจับจ้องอยู่บนแก้มเนียนใสกระทั่งหยุดลงบนกลีบปากที่เขาล่วงล้ำเข้าไปอย่างอุกอาจเมื่อครู่ ชั่วแวบของความแข็งกร้าวเขากลับนึกถึงสัมผัสอันนุ่มนวลและรสล้ำฉ่ำหวานที่ไม่ได้ตั้งใจให้มันแทรกลึกลงไปในหลืบของความรู้สึก

 ทว่าเธอกลับสนองตอบอย่างสะเปะสะปะ บุษราคัมทำราวกับว่าไม่เคยสัมผัสปลายลิ้นของผู้ชายคนไหนมาเลยแม้สักครั้ง ความนึกคิดบางอย่างทำให้เขาอยากจูบกลีบปากนุ่มดุจกำมะหยี่นี้อีกครั้ง ความนึกคิดที่ร้อนรุ่มทำให้เขาอยากดึงเนื้อผ้าชื่นบางออกจากเรือนร่างอรชรในอ้อมแขน และก่อนที่ความคิดจะกระโจนออกไปถึงไหนต่อไหนชายหนุ่มก็ต้องหักใจอุ้มร่างเล็กที่สลบไปแล้วกลับบ้านพัก

เป็นเวลานานหลายชั่วโมงที่ร่างแน่งน้อยหลับใหลอยู่ใต้ผ้านวมบนฟูกอุ่นหนา กระทั่งเสียงเข็มนาฬิกาเริ่มกระตุ้นความรู้สึกให้ตื่นตัวเต็มที่อีกครั้ง

“อืม...อือ...”

บุษราคัมครางลึกอยู่ในลำคอแห้งผาก หญิงสาวรับรู้ถึงแสงสว่างเลือนรางก่อนลืมตาขึ้นมองเพดานและเลื่อนไปยังนอกบานกระจกเพื่อพบกับทิวทัศน์ซึ่งเธอไม่ปรารถนาจะได้เห็น

เธอยังอยู่บนเกาะไดโอนี...สวรรค์ที่แท้แล้วคืออเวจีตลอดกาล ดวงตาคู่สวยปิดลงด้วยไม่อยากรับรู้ภาพที่กำลังทิ่มแทงความรู้สึก แต่แล้วเสียงห้าวกังวานกลับปลุกให้เธอเปิดเปลือกตาขึ้นเพื่อรับรู้ว่า เขา ก็ยังอยู่ที่นี่

“ตื่นแล้วหรือ...บีน่า”

บุษราคัมเหลือบแลร่างสูงใหญ่ภายใต้กางเกงเดนิมสีซีดเพียงตัวเดียวที่หย่อนตัวลงนั่งข้าง ๆ ผู้ชายคนนี้หล่ออย่างร้ายกาจหากก็ไม่ต่างจากมัจจุราชสูบวิญญษณให้ด่าวดิ้น หญิงสาวแสร้งทำเป็นไม่สนใจด้วยการมองไปทางอื่น ทว่าชั่วครู่ก็รู้สึกถึงความผิดปกติบนเนื้อตัวก่อนก้มลงมองไหล่และอกขาวอวบอิ่มซึ่งเมื่อล้วงมือกลับเข้าไปใต้ผ้าห่มก็สัมผัสได้ถึงผิวอันเปล่าเปลือยทุกอณู

“นี่...คุณ!”

 ร่างเล็กผุดลุกขึ้นทั้งที่กุมผ้าไว้แนบอกเพื่อปกปิดเนินเนื้อกลึงกลมหากก็มิอาจปกปิดไหล่เปลือยขาวเนียนที่โผล่พ้นผ้านวมออกมาได้ บุษราคัมหายใจหอบขณะจ้องหน้าฮอฟมันน์ด้วยแววตาอันเจ็บปวด

“นี่คุณทำอะไรฉัน! แม็กซ์ คุณทำอะไรกับตัวฉันบอกมานะ!”

“ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณ” ชายหนุ่มตอบด้วยสีหน้าราบเรียบ “ไม่สิ...ผมถอดชุดของคุณออกเพราะมันเปียกตอนคุณสลบ”

“ใครอนุญาตให้คุณทำแบบนี้! คุณมันชอบฉวยโอกาสกับผู้หญิง คนเลว!”

“หรือคุณอยากจะอยู่ในชุดเปียก ๆ นั่น! อยากเป็นปอดบวมตายรึยังไง!”

ชายหนุ่มตวาดกลับและคว้าข้อมือบางที่กำหมัดทุบเขาเป็นพัลวันเอาไว้ ทว่านัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างส่องประกายวับวามอยู่บนนิ้วนางที่มือข้างซ้ายของสาวไทยจอมพยศและมันทำให้เขาชะงักไปชั่วครู่

“บีน่า...นี่คุณมีคู่หมั้นแล้ว...อย่างนั้นหรือ?”

บทที่ 3 ทางเลือกของเชลย

เขายังถามเธอเสียงเข้มทำให้บุษราคัมหยุดชะงักก่อนนึกอะไรขึ้นได้และโพล่งออกไปโดยไม่ต้องคิด

“ใช่!...ฉันมีคู่หมั้นแล้ว เขาอยู่เมืองไทย รู้อย่างนี้แล้วคุณจะปล่อยฉันไปใช่มั้ย?”

น้ำเสียงในตอนท้ายเจือไว้ด้วยความวิงวอน แต่แล้วประตูความหวังของหญิงสาวต้องถูกปิดตายลงอีกหนเมื่อแววตาของฮอฟมันน์เปลี่ยนไปพร้อมกับบีบข้อมือบางแน่นขึ้นกว่าเดิม

“แบบนี้สิยิ่งดี คุณจะได้รู้ซะบ้างว่าเวลาถูกพรากจากคนที่ตัวเองรักแล้วจะรู้สึกยังไง!”

“แม็กซ์! คุณมันไร้มนุษยธรรม!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เชลยหัวใจมาเฟีย   บทที่ 11

    ฮอฟมันน์ครางออกมาบ้างท่ามกลางความเงียบงันในบรรยากาศตอนพลบค่ำซึ่งเริ่มเย็นเยียบ หากแต่ชายหนุ่มก็จำต้องปล่อยให้หญิงสาวผละห่างขณะรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปกปิดหน้าอกหน้าใจแสนยวนตา“แม็กซ์...คุณก็ดีแต่ว่าพี่สาวฉัน แต่ตัวคุณเองก็ไม่ผิดไปจากเขาสักเท่าไหร่เลย”บุษราคัมกล่าวน้ำคลอหน่วยตา เธอกำลังเจ็บใจตัวเองมที่เผลอปล่อยอารมณ์ตามเขาไปทั้งที่ไม่เคยยินยอมให้ผู้ชายคนไหนทำเช่นนี้“ผมกำลังจะบอกคุณอย่างไรล่ะ บีน่า ว่ามันเป็นกฎของการอยู่ที่นี่”“กฎ...อย่างนั้นหรือคะ?” ร่างอรชรนิ่วหน้าอย่างต้องการคำอธิบาย“กฎของการอยู่ร่วมกัน เป็นกฎของเจ้าของเกาะ นั่นก็คือ...ผมอยากจูบคุณ ที่ไหนหรือเมื่อไหร่ก็ได้ทุกเมื่อ”“นี่คุณ!”“ถ้าปฏิเสธผมจะทำยิ่งกว่าแค่จูบคุณ!”ฮอฟมันน์ชี้นิ้วปรามทันใดที่บุษราคัมตั้งท่าจะเถียง ใบหน้างามแดงซ่านทั้งโกรธทั้งอายจนแทบอยากจะขย้ำเขาให้หลุดออกเป็นชิ้น ๆ“ฉันไม่เคยได้ยินกฎบ้า ๆ แบบนี้ที่ไหนมาก่อน! คุณมันเจ้าเล่ห์ เอาเปรียบผู้หญิงเป็นที่สุด!”

  • เชลยหัวใจมาเฟีย   บทที่ 10

    “เหมือนพี่สาวของคุณ บีน่า!”ร่างสูงตวาดกลับพร้อมทั้งรั้งร่างเปลือยใต้ผ้านวมผืนหนาเข้าหาอกกว้าง บุษราคัมแทบไม่มีแรงเขยื้อนเพราะทั้งเหนื่อยล้าและสิ้นหวังต่อทุกอย่างที่เกิดขึ้น“แม็กซ์ พี่อิงไปทำอะไรให้คุณโกรธถึงขนาดต้องพาฉันมาขังไว้ที่เกาะนี่”เสียงของ ร่างเล็กในอ้อมแขนแกร่งอ่อนลงในท้ายที่สุด ให้ตายเถอะ! ประกายวาววามในดวงตากลมโตคู่นั้นเกือบทำให้เขาก้มลงไปเพื่อประทับรอยจูบบนกลีบปากเย้ายวนอีกหน“ผมจะลองเชื่อสักครั้งว่าคุณไม่เคยรู้พฤติกรรมชอบแทรกแซงครอบครัวชาวบ้านของพี่สาวคุณ...ผู้หญิงคนนั้นน่ะเป็นแค่นางแบบหางแถวแต่จับไมค์ แม็คเคลนเจ้าของ เอ็ม. ซี. เด็กซ์เตอร์ คอร์ปซะอยู่หมัด ปกติพ่อผมก็เป็นคนเจ้าชู้ชอบควงผู้หญิงคนนั้นแล้วเปลี่ยนเป็นคนนี้ไปเรื่อย ๆ แต่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้แม่ผมเครียดขนาดต้องเดินทางกลับเยอรมันเหมือนพี่สาวของคุณ...”ฮอฟมันน์เว้นจังหวะคำพูดและเห็นว่าบุษราคัมมีอากัปกิริยาอ่อนลงมากกว่าตอนแรก ประกายตาคู่สวยหม่นแสงลงราวกำลังตริตรองคำพูดของเขา“ขนาดผมเป็นทหารอยู่ในกองทัพเรือก็ยังรู้เรื่องนี้แ

  • เชลยหัวใจมาเฟีย   บทที่ 9

    “คงจะแกล้งทำมารยาเพื่อหาทางหนีไปอีก ผมไม่เชื่อคุณหรอก บีน่า”ร่างสูงใหญ่ที่เปียกปอนไม่แพ้กันมองร่างที่คอพับคออ่อนจนใบหน้าหวานซุกซบลงกับอกกว้างด้วยลมหายใจรินรวย“บีน่า...บี...”ฮอฟมันน์เรียกชื่อนั้นซ้ำ ๆ สลับกับการตบแก้มซีดของคนในอ้อมกอดเบา ๆ ทว่าก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดจากอีกฝ่าย ชายหนุ่มนึกในใจว่าครั้งนี้เธอคงไม่ได้แสร้งทำแต่คงเหนื่อยล้าจนร่างกายไม่อาจทานทนได้จริง ๆ ผู้หญิงก็เท่านี้...พอพยศจนหมดแรงก็เป็นลมทว่าในความคิดแค้นกลับผสมปนเปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอีก ฮอฟมันน์ยังไม่ยอมขยับตัวหากแต่พินิจเจ้าของร่างเล็กซึ่งเขาจับศีรษะของเธอพาดไว้บนท่อนแขนข้างหนึ่ง ดวงตากลมโตลุกวาวพราวพรายดุจนางแมวป่าบนใบหน้าที่แหงนหงายบัดนี้ปิดสนิท เห็นแต่แพขนตางอนโค้งขยับถี่ ๆ และลมหายใจอ่อนเบาราวกับเหนื่อยล้าเต็มที่นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มจับจ้องอยู่บนแก้มเนียนใสกระทั่งหยุดลงบนกลีบปากที่เขาล่วงล้ำเข้าไปอย่างอุกอาจเมื่อครู่ ชั่วแวบของความแข็งกร้าวเขากลับนึกถึงสัมผัสอันนุ่มนวลและรสล้ำฉ่ำหวานที่ไม่ได้ตั้งใจให้มันแทรกลึกลงไปในหลืบ

  • เชลยหัวใจมาเฟีย   บทที่ 8

    ทุกอย่างราวหยุดนิ่งไปชั่วขณะ มีแต่เสียงดังอยู่ในลำคอหญิงสาวที่พยายามเช่นไรก็ขัดขืนเขาได้ไม่สำเร็จ บุษราคัมใจเต้นระส่ำด้วยไม่เคยลิ้มรสหรือแลกสัมผัสชิวหากับใคร ฮอฟมันน์เป็นคนแรกที่หยาบร้ายซ้ำยังทำในสิ่งที่ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนเคยรุกล้ำจนเธอหวั่นหวามไปหมดเช่นนี้ ร่างสาวรับรู้ความแปลกใหม่นั้นอีกชัวครู่ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะเลื่อนออกไปหลงเหลือร่องรอยความกักขฬะเอาไว้บนกลีบปากบวมเจ่อ“คุณ...”พอดึงสติกลับมาได้บุษราคัมก็สะอื้นไห้และกัดริมฝีปากไว้แน่น และในเวลาเดียวกันชายหนุ่มก็นิ่งอึ้งเมื่อความสะใจกลับกลายเป็นความหวั่นไหวที่เริ่มก่อตัวอยู่ใต้จิตสำนึกไม่...เขาจะทำผิดต่อความตั้งใจของตัวเองไม่ได้ ถึงร่างนุ่มที่ชิดใกล้จะเย้ายวนแค่ไหนแต่เขาแค่ใช้เธอเป็นเครื่องมือบำบัดแค้น ในเมื่อพี่สาวของบุษราคัมร้ายกาจขนาดทำให้พ่อเขาลุมหลงจนละทิ้งบริษัทได้หนำซ้ำยังทำให้แม่เขาเสียใจจนต้องหลีกลี้ไปอยู่เยอรมัน ก็ไม่ควรมีคำว่าปราณีสำหรับเชลย“มานี่!” สีหน้าของฮอฟมันน์เปลี่ยนไปอีกครั้งก่อนกระชากแขนบุษราคัมให้ตามเขาไป“ไปไหน...คุณจะพาฉันไปไหน!”

  • เชลยหัวใจมาเฟีย   บทที่ 7

    “บุษราคัม!”เสียงคำรามที่ลั่นขึ้นเบื้องหลังทำให้ร่างบอบบางชะงักอีกครั้งขณะปีนขึ้นไปบนขอบหน้าต่างซึ่งเธอเห็นว่าสูงจากพื้นด้านล่างไม่มากนัก“คุณไม่มีวันหนีผมพ้น! ไม่มีวันหนีไปจากไดโอนีของผมได้!”บุษราคัมไม่สนใจคำคาดโทษที่กังวานก้อง หญิงสาวตัดสินใจกระโดดลงไปบนพื้นทรายก่อนรีบลุกขึ้นและตั้งหน้าออกวิ่ง เธอหวังว่าจะได้เห็นเครื่องบินลำนั้นจอดอยู่ที่เดิม แต่แล้วกลับเห็นเพียงแนวหาดทรายว่างเปล่าทอดยาวออกไปไม่สิ้นสุด เธอควรจะไปที่ใด...หญิงสาวมืดมนไปหมดทั้งที่แสงแดดแผดกล้า และแล้วร่างบางก็วิ่งตัวปลิวเข้าไปในป่ารกเรื้อริมชายหาดบุษราคัมวิ่งลัดเลาะไปตามทางเต็มไปด้วยรากอากาศของไม้ใหญ่ที่โผล่พ้นดินทรายอย่างทุลักทุเลโดยไม่ยอมเหลียวหลังกระทั่งรู้สึกว่าไกลห่างออกมาจาก ที่นั่น มากแล้ว ร่างแน่งน้อยวิ่งหอบแฮกถึงใต้พงไม้ใหญ่ก่อนหันกลับไปเห็นว่าไม่มีใครตามมาก่อนค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งพิงโคนไม้และเริ่มร้องไห้กับความโชคร้ายที่ไม่เคยคาดคิด“พี่อิง...พี่อิงไปทำอะไรให้เขาเจ็บแค้นถึงมาทำกับบุษแบบนี้”บุษราคัมรำพึงกับตัวเองขณะปา

  • เชลยหัวใจมาเฟีย   บทที่ 6

    “แต่ฉันไม่เคยรู้จักคุณ...เราไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้ากันด้วยซ้ำ”“ถ้าอย่างนั้นผมจะบอกอีกครั้ง...ฟังให้ชัด ๆ ว่าผมคือฮอฟมันน์ แม็คเคลน เป็นลูกชายของไมค์ แม็คเคลน เจ้าของเอ็ม. ซี. เด็กซ์เตอร์ คอร์ป คนที่พี่สาวของคุณเสนอตัวเป็นอีหนูและทำให้ครอบครัวคนอื่นเขาแตกแยกยังไงล่ะ!”ยิ่งเขาพูดหญิงสาวก็ยิ่งหน้าชา แต่อะไรก็ไม่ทำให้เธอตระหนกได้มากเท่ากับร่างสูงใหญ่ที่ถือวิสาสะเบียดเข้าหา ตั้งแต่จำความได้จนโตเป็นสาวก็มีพ่อคนเดียวที่ได้ชิดใกล้ แล้วเขาเป็นใครฮอฟมันน์ แม็คเคลน...เขาทำให้เธออับอายด้วยการสาดใส่ท่าทีร้าย ๆ จนเธอทนแทบไม่ไหว“คุณพูดเรื่องอะไร! ฉันแค่จะมาหาพี่สาวและไม่เคยรู้อะไรที่คุณพูดมาด้วย”“ไม่มีใครที่คุณอยากพบทั้งนั้น! และนับแต่นี้คุณต้องอยู่ที่ได้โอนีห้ามออกไปไหน!”“คุณมันบ้า! ฉันจะเรียกตำรวจให้มาลากคอคนบ้าคนโรคจิตอย่างคุณเข้าคุก...ว้าย!”บุษราคัมร้องเสียงหลงมื่อผลักเขาออกห่างและล้วงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงแต่ไม่ทันจะยกขึ้นกดหมายเลขก็ถูกคนหยาบร้ายแย่งเอาไปและบีบมันจนแหลกคามือ ร่างบางอ้าปากค้างกับภาพที่โทรศัพท์เครื่องบางกลายกลับเป็นเศษโลหะร่วงหล่นจากมือของชายหนุ่มทั้งได้ยินเสียงหัวเรา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status