Masuk“คงจะแกล้งทำมารยาเพื่อหาทางหนีไปอีก ผมไม่เชื่อคุณหรอก บีน่า”
ร่างสูงใหญ่ที่เปียกปอนไม่แพ้กันมองร่างที่คอพับคออ่อนจนใบหน้าหวานซุกซบลงกับอกกว้างด้วยลมหายใจรินรวย
“บีน่า...บี...”
ฮอฟมันน์เรียกชื่อนั้นซ้ำ ๆ สลับกับการตบแก้มซีดของคนในอ้อมกอดเบา ๆ ทว่าก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดจากอีกฝ่าย ชายหนุ่มนึกในใจว่าครั้งนี้เธอคงไม่ได้แสร้งทำแต่คงเหนื่อยล้าจนร่างกายไม่อาจทานทนได้จริง ๆ ผู้หญิงก็เท่านี้...พอพยศจนหมดแรงก็เป็นลม
ทว่าในความคิดแค้นกลับผสมปนเปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอีก ฮอฟมันน์ยังไม่ยอมขยับตัวหากแต่พินิจเจ้าของร่างเล็กซึ่งเขาจับศีรษะของเธอพาดไว้บนท่อนแขนข้างหนึ่ง ดวงตากลมโตลุกวาวพราวพรายดุจนางแมวป่าบนใบหน้าที่แหงนหงายบัดนี้ปิดสนิท เห็นแต่แพขนตางอนโค้งขยับถี่ ๆ และลมหายใจอ่อนเบาราวกับเหนื่อยล้าเต็มที่
นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มจับจ้องอยู่บนแก้มเนียนใสกระทั่งหยุดลงบนกลีบปากที่เขาล่วงล้ำเข้าไปอย่างอุกอาจเมื่อครู่ ชั่วแวบของความแข็งกร้าวเขากลับนึกถึงสัมผัสอันนุ่มนวลและรสล้ำฉ่ำหวานที่ไม่ได้ตั้งใจให้มันแทรกลึกลงไปในหลืบของความรู้สึก
ทว่าเธอกลับสนองตอบอย่างสะเปะสะปะ บุษราคัมทำราวกับว่าไม่เคยสัมผัสปลายลิ้นของผู้ชายคนไหนมาเลยแม้สักครั้ง ความนึกคิดบางอย่างทำให้เขาอยากจูบกลีบปากนุ่มดุจกำมะหยี่นี้อีกครั้ง ความนึกคิดที่ร้อนรุ่มทำให้เขาอยากดึงเนื้อผ้าชื่นบางออกจากเรือนร่างอรชรในอ้อมแขน และก่อนที่ความคิดจะกระโจนออกไปถึงไหนต่อไหนชายหนุ่มก็ต้องหักใจอุ้มร่างเล็กที่สลบไปแล้วกลับบ้านพัก
เป็นเวลานานหลายชั่วโมงที่ร่างแน่งน้อยหลับใหลอยู่ใต้ผ้านวมบนฟูกอุ่นหนา กระทั่งเสียงเข็มนาฬิกาเริ่มกระตุ้นความรู้สึกให้ตื่นตัวเต็มที่อีกครั้ง
“อืม...อือ...”
บุษราคัมครางลึกอยู่ในลำคอแห้งผาก หญิงสาวรับรู้ถึงแสงสว่างเลือนรางก่อนลืมตาขึ้นมองเพดานและเลื่อนไปยังนอกบานกระจกเพื่อพบกับทิวทัศน์ซึ่งเธอไม่ปรารถนาจะได้เห็น
เธอยังอยู่บนเกาะไดโอนี...สวรรค์ที่แท้แล้วคืออเวจีตลอดกาล ดวงตาคู่สวยปิดลงด้วยไม่อยากรับรู้ภาพที่กำลังทิ่มแทงความรู้สึก แต่แล้วเสียงห้าวกังวานกลับปลุกให้เธอเปิดเปลือกตาขึ้นเพื่อรับรู้ว่า เขา ก็ยังอยู่ที่นี่
“ตื่นแล้วหรือ...บีน่า”
บุษราคัมเหลือบแลร่างสูงใหญ่ภายใต้กางเกงเดนิมสีซีดเพียงตัวเดียวที่หย่อนตัวลงนั่งข้าง ๆ ผู้ชายคนนี้หล่ออย่างร้ายกาจหากก็ไม่ต่างจากมัจจุราชสูบวิญญษณให้ด่าวดิ้น หญิงสาวแสร้งทำเป็นไม่สนใจด้วยการมองไปทางอื่น ทว่าชั่วครู่ก็รู้สึกถึงความผิดปกติบนเนื้อตัวก่อนก้มลงมองไหล่และอกขาวอวบอิ่มซึ่งเมื่อล้วงมือกลับเข้าไปใต้ผ้าห่มก็สัมผัสได้ถึงผิวอันเปล่าเปลือยทุกอณู
“นี่...คุณ!”
ร่างเล็กผุดลุกขึ้นทั้งที่กุมผ้าไว้แนบอกเพื่อปกปิดเนินเนื้อกลึงกลมหากก็มิอาจปกปิดไหล่เปลือยขาวเนียนที่โผล่พ้นผ้านวมออกมาได้ บุษราคัมหายใจหอบขณะจ้องหน้าฮอฟมันน์ด้วยแววตาอันเจ็บปวด
“นี่คุณทำอะไรฉัน! แม็กซ์ คุณทำอะไรกับตัวฉันบอกมานะ!”
“ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณ” ชายหนุ่มตอบด้วยสีหน้าราบเรียบ “ไม่สิ...ผมถอดชุดของคุณออกเพราะมันเปียกตอนคุณสลบ”
“ใครอนุญาตให้คุณทำแบบนี้! คุณมันชอบฉวยโอกาสกับผู้หญิง คนเลว!”
“หรือคุณอยากจะอยู่ในชุดเปียก ๆ นั่น! อยากเป็นปอดบวมตายรึยังไง!”
ชายหนุ่มตวาดกลับและคว้าข้อมือบางที่กำหมัดทุบเขาเป็นพัลวันเอาไว้ ทว่านัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างส่องประกายวับวามอยู่บนนิ้วนางที่มือข้างซ้ายของสาวไทยจอมพยศและมันทำให้เขาชะงักไปชั่วครู่
“บีน่า...นี่คุณมีคู่หมั้นแล้ว...อย่างนั้นหรือ?”
บทที่ 3 ทางเลือกของเชลย
เขายังถามเธอเสียงเข้มทำให้บุษราคัมหยุดชะงักก่อนนึกอะไรขึ้นได้และโพล่งออกไปโดยไม่ต้องคิด
“ใช่!...ฉันมีคู่หมั้นแล้ว เขาอยู่เมืองไทย รู้อย่างนี้แล้วคุณจะปล่อยฉันไปใช่มั้ย?”
น้ำเสียงในตอนท้ายเจือไว้ด้วยความวิงวอน แต่แล้วประตูความหวังของหญิงสาวต้องถูกปิดตายลงอีกหนเมื่อแววตาของฮอฟมันน์เปลี่ยนไปพร้อมกับบีบข้อมือบางแน่นขึ้นกว่าเดิม
“แบบนี้สิยิ่งดี คุณจะได้รู้ซะบ้างว่าเวลาถูกพรากจากคนที่ตัวเองรักแล้วจะรู้สึกยังไง!”
“แม็กซ์! คุณมันไร้มนุษยธรรม!”
เสียงพูดคุยด้านนอกทำให้เธอรู้ว่ากานต์นทีเพิ่งกลับเข้ามา ช่างโชคดีนักที่เขาไม่เห็นสภาพของเธอในตอนนี้ แต่...เธอเป็นอะไร อาการวิงเวียน คลื่นเหียนที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานตอนนี้เริ่มถี่ขึ้นจนน่าสงสัย หากหญิงสาวก็ไม่มีเวลาคิดนอกจากรีบเปิดประตูออกไปพบหน้าผู้จัดการกับแขกคนสำคัญซึ่งอยู่ในชุดสูทดูดีดังเดิม“คุณบุษราคัม ต้องขอโทษทีที่ปล่อยให้คุณอยู่ต้อนรับคุณฮอฟมันน์คนเดียว ผมต้องลงไปจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง เกรงว่าเดี๋ยวจะไม่เป็นไปตามคุณฮอฟมันน์ต้องการ”กานต์นทีพูดเสียงแจ่มชัด หากประชาสัมพันธ์ของเขากลับพยักหน้ารับและเพียงเสยผมเบา ๆ ถ้าเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้าเธอคงถูกไล่ออกเสียวันนี้“ไม่เป็นไรหรอกครับ อย่าซีเรียสมากเลย” ฮอฟมันน์กล่าวเสียงเรียบก่อนทิ้งตัวลงนั่งเอกเขนกบนเก้าอี้ที่เขาใช้เป็นสนามโรมรันบทพิศวาสแบบเร่งร้อนเมื่อครู่ บุษราคัมแก้มแดงปลั่งทว่ามีเขาเท่านั้นที่สังเกตเห็น“ถ้าคุณฮอฟมันน์ต้องการอะไรนอกเหนือจากนี้ก็บอกกันได้นะครับ”กานต์นทียืนยิ้มกว้างขณะมองเจ้าของร่างสูงใหญ่สง่างามในชุดสูทกำลังรินน้ำสีแดงเข้มจากขวดไวน์ชั้นดีลงในแก้ว ผู้ชายอะไรทั้งหล่อเหลาบึกบึนแถมรวยระยับแต่กลับโสดสนิท“
ร่างแน่งน้อยราวถูกกระชากขึ้นไปยังที่สูงเมื่อฮฟมันน์เริ่มขยับกายแกร่งไปพร้อม ๆ กับการโอ้โลมเพื่อช่วยเธอคลายความเจ็บปวด บุษราคัมกดกลั้นเสียงตัวเองไม่ได้สักครั้งเมื่อเขาส่งตัวตนเข้าไปและขยับมันออกอย่างไม่คิดระวัง เขาไม่ได้ป้องกันตัวเองอย่างเคย ละเลยไม่อยากให้มีสิ่งใดขวางกั้น แน่นอนว่าอดีตนาวิกโยธินหนุ่มต้องการให้เป็นดังเช่นทุกครั้งที่การประสานสนิทแน่นแบบกายถึงกาย“บีน่า...อา...คุณยังแน่นดีเหลือเกิน”ร่างสูงหลุดเสียงครางเมื่อความอ่อนนุ่มที่โอบล้อมบีบรัดจนเขาแทบจะระเบิด การที่ไม่ได้เห็นหน้าแม้จากกันเป็นเวลาไม่ถึงเดือนทำให้เขาหงุดหงิดงุ่นง่านเหมือนคนสมองมีปัญหา นี่เขาคิดถึงบุษราคัมมากขนาดที่อยากกระโจนใส่เมื่อพบหน้าตั้งแต่วินาทีแรก“แม็กซ์...แม็กซ์คะ...อ๊า”ร่างเล็กบอบบางแอ่นทรวงสวยขึ้นรับเรียวลิ้นที่โลมไล้อยู่บนยอดโดกเมนแดงกล่ำ หญิงสาวแทบขาดใจราวคลื่นร้อนนับหมื่นระลอกหมุนเกลียวบนเรือนร่างที่สั่นไหวไปตามแรงขยับโยก ความสุขกระสันเข้ามาแทนที่ความลังเลไม่แน่ใจ มันกำลังกร่อนกัดกายเธอให้แตกออกเป็นเสี่ยง บุษราคัมลืมไปแล้วว่ากานต์นทีอาจกลับเข้ามา หากเธอก็ไม่เห็นเขา รับรู้ก็แต่ความร้อนเร่าที่กำลังทว
เขายังคงร้อนแรงและทุกสัมผัสก็ยังเป็นที่จดจำของบุษราคัม นี่ไม่ใช่การข่มขืนซึ่งเธอก็รู้ดี ชั่วครู่อาการขมวดเกร็งของร่างกายจากการแข็งขืนก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นผ่อนตาม ทว่าเสี้ยวหนึ่งเธอยังคงตื่นเต้น กลัวเหลือเกินว่าจะมีใครเข้ามาเห็นร่างงามที่เสื้อเชิ้ตถูกแยกออกกว้างและกระโปรงถูกรั้งขึ้นมาถึงสะโพกผายกำลังนอนระทดระทวยอยู่ใต้ร่างสูงใหญ่ที่กอดก่ายไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ เขาคงไม่รู้ว่าเธอเจ็บปวดแม้เสียวซ่านทุกครั้งที่เจ้าของเรือนกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามกำยำปลุกปั่นหญิงสาวด้วยริมฝีปากอุ่น ลิ้นชื้นและมือสากหนาที่กำลังเลื่อนลงมาค่อย ๆ สอดลึกเข้าไปใต้อันเดอร์แวร์“แม็กซ์...หยุดเถอะค่ะ ฉันกลัวใครจะมาเห็นเข้า”“ผมหยุดไม่ได้ บีน่า คุณก็รู้...คุณไม่คิดถึงมันบ้างเลยหรือ”“ฉัน...ฉัน...” บุษราคัมอยากบอกเขาให้เสียงดังกว่ากระซิบ ว่าเธอรอคอยสัมผัสนี้เสมอ หากเขาไม่เห็นว่าเธอเป็นหญิงปลิ้นปล้อน หญิงสาวถูกล่วงล้ำอีกครั้งอย่างล้ำลึกจากปลายนิ้วแกร่งที่แทรกผ่านกลีบดอกไม้บอบบางชุมฉ่ำเข้าไปถึงชั้นในของหลืบถ้ำที่ยังคับแคบ มันบีบรัดตลอดเวลา ฮอฟมันน์กระตุกให้เลือดในกายสาวฉีดพล่าน แล้วเธอก็ยินยอมเป็นเชลยหัวใจให้เขาลงทัณฑ
“ผมไม่เชื่อคุณหรอก บีน่า...คุณแกล้งทำดีให้ผมตายใจ พอคุณเจอคู่หมั้นของคุณที่ไมแอมี่ก็ถึงกลับต้องรีบหนีกลับมาที่เมืองไทย คุณอาจทำตามแผนที่วาไว้สำเร็จ แต่คุณก็ยังรู้จักฮอฟมันน์คนนี้น้อยไป”“แม็กซ์...ไม่ว่าจะยังไงคุณก็ยังเป็นคนที่ไม่มีหตุผล คุณมาที่นี่เพื่ออะไรกันแน่”“ผมจะเอาคืน!” ฮอฟมันน์คำรามเสียงกร้าวขณะล้วงฝ่ามือหนาเข้าไปใต้ชายเสื้อผ้าไหมเนื้อลื่น ชายหนุ่มถือสิทธิ์ความเป็นเจ้าของล้วงลึกเข้าไปในบราเซียลูกไม้ บีบเคล้นนวลเนื้ออวบหยุ่นรุนแรงด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน“แม็กซ์! ฉันเจ็บนะคะ ปล่อย!” บุษราคัมบิดกายเร่าเมื่อถูกเขาคุกคาม เธออาจคิดถึงและปรารถนาอ้อมกอดของฮอฟมันน์ หากก็ไม่ต้องการความหยาบร้าย อดีตนาวิกโยธินหนุ่มไม่ยอมฟังเสียง เขาปิดปากเธอไว้ด้วยการแทรกลิ้นเข้าไปลึก ร่างเล็กบอบบางเจ็บระบมไปหมดเมื่อร่างสูงใหญ่ปลดปล่อยปิศาจร้ายครอบงำทุกอย่าง จูบนั้นทั้งเร่าร้อนรุนแรงจนเธอหายใจแทบไม่ทัน มือไม้ของเขาที่ครอบครองปทุมถันล้วนสร้างความปวดร้าวเกินจะทานทน“คนบ้า!” หญิงสาวร้องออกมาพร้อมทั้งจิกเล็บลงบนต้นแขนหนาภายใต้สูทเนื้อดีแรง ๆ หวังจะเรียกสติคนหยาบเถื่อนให้กลับคืน แต่ยิ่งทำเหมือนยิ่งยั่วยุให้มาเฟีย
อดีตนาวิกโยธินหนุ่มที่เธอเคยรู้จักหล่อเหลาในชุดสูทซึ่งเธอไม่คุ้นเคย เขาอยู่ในมาดนักธุรกิจผิดไปจากนักรบในหน่วยซีลที่ฝึกซ้อมตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตายบนเกาะไดโอนี นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มยังคงส่องประกายน่าหลงใหลบนใบหน้าทรงเสน่ห์หากแต่ท่าทีเครียดขรึมของเขามีแต่เธอเท่านั้นที่รับรู้ได้“สวัสดีครับ คุณบุษราคัม” เสียงทักทายนั้นราวกระชากหัวใจบอบบางให้ร่วงหล่น หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนตอบกลับไปโดยไม่ยอมมองหน้าเขาแม้แต่น้อย“สวัสดีค่ะ คุณฮอฟมันน์” ร่างแน่งน้อยหายใจขัด ทำไมเธอต้องมาพบเขาในสถานการณ์เช่นนี้ ต้องเผชิญหน้ากับคนที่คงตามเธอมาด้วยความคั่งแค้น“มิสเตอร์กานต์นที ผมอยากให้คุณช่วยจัดเตรียมไวน์อย่างดีของโรงแรมมาให้ผมตอนนี้จะได้ไหมครับ?”“อ้อ...ครับ...ครับ ถ้าคุณฮอฟมันน์ต้องการไวน์รสเลิศ เคปพาราไดส์ของเราน่ะมีชื่อเสียงในเรื่องนี้เลยล่ะครับ รอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมจะเป็นคนไปจัดการให้คุณฮอฟมันน์ด้วยตัวของผมเองเลยครับ”“เชิญตามสบายครับ แต่ผมอยากให้คุณบุษราคัมอยู่ที่นี่ก่อน เพราะผมมีอะไรที่อยากสอบถามเธอเกี่ยวกับที่นี่หลายอย่าง หวังว่าคุณคงไม่ขัดข้อง”คำพูดของแขกชั้นดีทำให้ร่างเล็กที่กำล
“แม่ครับ คงไม่เป็นไรใช่ไหมครับถ้าพ่อจะนำเสนอโปรเจ็คของบริษัทเพียงคนเดียว”“ทำไมล่ะจ๊ะ แม็กซ์...ลูกจะไปไหนอย่างนั้นหรือ”“ใช่ครับแม่” อดีตนาวิกโยธินหนุ่มว่าพลางลุกขึ้นยืนและมองคลอเดียอย่างมีความหมาย “ผมจะเดินทางไปประเทศไทย”“เมื่อไหร่ล่ะลูก มันเป็นธุระด่วนมากเลยหรือ?”“ผมจะเดินทางคืนนี้ครับ มันเป็นธุระด่วน...มากเลยล่ะครับแม่”ชายหนุ่มกุมโทรศัพท์ในมือแน่นและคลอเดียก็ไม่ถามอะไรต่อเพราะรู้นิสัยลูกชายดี ร่างสูงตระหง่านรู้สึกราวกับเลือดในกายสูบฉีดแรงเมื่อนักสืบรายงานกลับมาว่าบุษราคัมกลับประเทศไทยแล้วจริง ๆ เธอยังเป็นประชาสัมพันธ์ในโรงแรมเคป พาราไดส์ ซึ่งเป็นที่ทำงานเดิม แต่ทุกอย่างอาจไม่เหมือนเดิมเพราะเขาจะไปที่นั่นและทำให้เธอรู้ว่าการหนีจาก ฮอฟมันน์ แม็คเคลน ไม่ใช่เรื่องง่าย!บุษราคัมมาถึงโรงแรมในตอนเช้าดังทุกวันเป็นปกติ หากผู้จัดการไม่ติดต่อให้กลับเข้ามทำงานที่นี่ป่านนี้เธอคงต้องหาที่ทำงานใหม่เพราะรู้สึกเกรงใจที่ไปต่างประเทศจนเลยเวลาที่แจ้งไว้กับทางฝ่ายบุคคล หากทว่าเมื่อกลับมาทุกอย่างก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เพื่อนร่วมงานยังคงปฏิบัตต่อเธอดังที่เคยผ่านมา ไม่มีใครถามถึงเหตุผลว่าเธอไปทำอ







