Masuk“บุษราคัม!”
เสียงคำรามที่ลั่นขึ้นเบื้องหลังทำให้ร่างบอบบางชะงักอีกครั้งขณะปีนขึ้นไปบนขอบหน้าต่างซึ่งเธอเห็นว่าสูงจากพื้นด้านล่างไม่มากนัก
“คุณไม่มีวันหนีผมพ้น! ไม่มีวันหนีไปจากไดโอนีของผมได้!”
บุษราคัมไม่สนใจคำคาดโทษที่กังวานก้อง หญิงสาวตัดสินใจกระโดดลงไปบนพื้นทรายก่อนรีบลุกขึ้นและตั้งหน้าออกวิ่ง เธอหวังว่าจะได้เห็นเครื่องบินลำนั้นจอดอยู่ที่เดิม แต่แล้วกลับเห็นเพียงแนวหาดทรายว่างเปล่าทอดยาวออกไปไม่สิ้นสุด เธอควรจะไปที่ใด...หญิงสาวมืดมนไปหมดทั้งที่แสงแดดแผดกล้า และแล้วร่างบางก็วิ่งตัวปลิวเข้าไปในป่ารกเรื้อริมชายหาด
บุษราคัมวิ่งลัดเลาะไปตามทางเต็มไปด้วยรากอากาศของไม้ใหญ่ที่โผล่พ้นดินทรายอย่างทุลักทุเลโดยไม่ยอมเหลียวหลังกระทั่งรู้สึกว่าไกลห่างออกมาจาก ที่นั่น มากแล้ว ร่างแน่งน้อยวิ่งหอบแฮกถึงใต้พงไม้ใหญ่ก่อนหันกลับไปเห็นว่าไม่มีใครตามมาก่อนค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งพิงโคนไม้และเริ่มร้องไห้กับความโชคร้ายที่ไม่เคยคาดคิด
“พี่อิง...พี่อิงไปทำอะไรให้เขาเจ็บแค้นถึงมาทำกับบุษแบบนี้”
บุษราคัมรำพึงกับตัวเองขณะปาดน้ำตาที่หยดไหลผสมเหงื่อกาฬและเม็ดทรายเปรอะเปื้อนด้วยความเหน็ดเหนื่อย หญิงสาวยกมือขึ้นกุมบนหน้าอกข้างซ้ายรู้สึกถึงเสียงหัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก เสี้ยวหนึ่งของสำนึกแห่งความหวาดหวั่นใบหน้าของบิดาก็แวบเข้ามาในความคิด
“พ่อขา...พ่อช่วยบุษด้วย บุษกลัวเหลือเกิน”
ร่างอรชรยกมือข้างซ้ายขึ้นมองแหวนทองเหลืองบนนิ้วนางพลางหลั่งน้ำตา ถ้าผู้ชายคนนั้นตามมาเจออาจฆ่าเธอทิ้งเสียก็เป็นได้ หญิงสาวยังนึกเห็นแววตาแค้นเคียดของมัจจุราชในคราบบุรุษรูปงามปานเทพ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเธอจะไม่มีวันให้เขาจับได้ จะไม่กลับไปที่บ้านหลังนั้น จะไม่...
“หนีมาได้ไกลแค่นี้เองหรือ ยาหยี”
เสียงห้าวดุดันกระชากบุษราคัมจากความสับสน หญิงสาวเบิกตาโพลงเพราะยังไม่ทันหายเหนื่อยมัจจุราชที่เธอนึกถึงก็ตามมาทันจนได้ เธอได้ยินเสียงฝ่าเท้าหนักใกล้เข้ามาและเร็วเท่าความคิดที่ร่างบางลุกขึ้นหันไปเผชิญหน้าพร้อมกับคว้าท่อนไม้ไว้ในมือมั่น
“อย่าเข้ามานะ! ถ้าเข้ามาคุณเจ็บตัวแน่!”
บุษราคัมขู่ฟ่อแต่น้ำเสียงสั่นเครือที่ไม่มั่นคงพอกลับจุดรอยยิ้มเหยียดบนใบหน้าหล่อเหลา
“คิดว่าของเด็กเล่นแค่นี้จะทำอะไรผมได้ ถ้าไม่ยอมกลับไปกับผมแต่โดยดีคุณนั่นแหละที่จะเจ็บตัว”
“ฉันไม่มีวันทำตามคำสั่งของคนบ้าโรคจิตอย่างคุณ! ฉันจะไม่กลับไปที่นั่น ฉันอยากกลับบ้านของฉัน ได้ยินมั้ย...ไอ้คนบ้า ฉันจะกลับบ้าน!”
“ผมก็ทำตามที่คุณร้องขอไม่ได้เหมือนกัน! คิดว่ามาถึงที่นี่แล้วจะกลับบ้านมันไม่ง่ายไปหน่อยหรือยาหยี”
“ฉันไม่รู้ว่าคุณทำแบบนี้ทำไม คุณแม็คเคลน...ในเมื่อคุณมีเงินมากพอจะหาผู้หญิงมาอยู่ด้วยได้ก็ไม่จำเป็นต้องกักขังฉันไว้ที่นี่ ขอร้องเถอะกรุณาปล่อยฉันไป คุณอยากได้อะไรฉันจะคุยกับพี่สาวให้ก็ได้...ได้โปรด”
“ผมบอกไปแล้วยังไงว่าสิ่งที่ผมอยากได้...คือคุณ!”
“ว้าย!!” หญิงสาวกรีดร้องลั่นเมื่อเสียท่าให้บุรุษร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวตอนไหนไม่รู้ได้ ฮอฟมันน์บิดข้อมือบางจนท่อนไม้ร่วงหล่นบนพื้น อดีตนักรบหน่วยซีลใช้ความชำนาญจับร่างอรชรให้อยู่ในท่ามือไพล่หลังแล้วดันเอวอ้อนแอ้นจนอกอิ่มใต้เสื้อเชิ้ตชื้นเหงื่อเบียดกับอกกว้าง บุษราคัมร้องไม่ออกเมื่อเขาก้มหน้าลงมาหาเกือบชิด
“พวกทหารเวลาอยู่ในสนามรบต้องพึงสังวรตัวเองไว้เสมอ ว่าถ้าเราไม่ฆ่า เราก็จะถูกศัตรูฆ่า เพราะฉะนั้นเวลาพบข้าศึกเราต้องลงมือทันที ไม่คิดมากหรือลังเลอย่างที่คุณเป็น!”
“แล้วทหารมีกฎห้ามทำร้ายคนที่อ่อนแอไม่มีทางสู้หรือเปล่าล่ะ คุณแม็คเคลน!”
“นั่นแหละที่น่ากลัวที่สุด! ความอ่อนแอที่ไม่น่าไว้ใจคือผู้หญิง ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่กล้าตอบโต้ผมอย่างเมื่อครู่”
“สมน้ำหน้า!”
“คุณว่าอะไรนะ!”
ใบหน้าคร้ามคมเป็นสีเข้มจัดเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมลดราวาศอก บุษราคัมเชิดหน้าเหยียดปากใส่เขาบ้างทั้งที่ร่างเล็กถูกตรึงในอ้อมแขนทรงพลังแนน่นแนบ
“ฉันก็สมน้ำหน้าคุณยังไง ถ้ามีปืนในมือฉันจะยิงคนบ้าโรคจิตอย่างคุณให้ตายจะได้ไม่ต้องไปทำร้ายคนอื่นอีก...อื้อ...”
เจ้าของร่างแน่งน้อยไม่ทันได้ร้องออกมาเสียงดังเมื่อฮอฟมันน์ก้มหน้าลงไปหาและฉกปลายลิ้นเข้าไปในกลีบปากบางเพื่อสั่งสอนผู้หญิงตัวเล็กที่บังอาจปากกล้ากับคนอย่างเขา ชายหนุ่มกดริมฝีปากหนาลงไปแรง ๆ ไม่ยอมให้คำพูดก่นว่าเล็ดรอดออกมาอีก
เสียงพูดคุยด้านนอกทำให้เธอรู้ว่ากานต์นทีเพิ่งกลับเข้ามา ช่างโชคดีนักที่เขาไม่เห็นสภาพของเธอในตอนนี้ แต่...เธอเป็นอะไร อาการวิงเวียน คลื่นเหียนที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานตอนนี้เริ่มถี่ขึ้นจนน่าสงสัย หากหญิงสาวก็ไม่มีเวลาคิดนอกจากรีบเปิดประตูออกไปพบหน้าผู้จัดการกับแขกคนสำคัญซึ่งอยู่ในชุดสูทดูดีดังเดิม“คุณบุษราคัม ต้องขอโทษทีที่ปล่อยให้คุณอยู่ต้อนรับคุณฮอฟมันน์คนเดียว ผมต้องลงไปจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง เกรงว่าเดี๋ยวจะไม่เป็นไปตามคุณฮอฟมันน์ต้องการ”กานต์นทีพูดเสียงแจ่มชัด หากประชาสัมพันธ์ของเขากลับพยักหน้ารับและเพียงเสยผมเบา ๆ ถ้าเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้าเธอคงถูกไล่ออกเสียวันนี้“ไม่เป็นไรหรอกครับ อย่าซีเรียสมากเลย” ฮอฟมันน์กล่าวเสียงเรียบก่อนทิ้งตัวลงนั่งเอกเขนกบนเก้าอี้ที่เขาใช้เป็นสนามโรมรันบทพิศวาสแบบเร่งร้อนเมื่อครู่ บุษราคัมแก้มแดงปลั่งทว่ามีเขาเท่านั้นที่สังเกตเห็น“ถ้าคุณฮอฟมันน์ต้องการอะไรนอกเหนือจากนี้ก็บอกกันได้นะครับ”กานต์นทียืนยิ้มกว้างขณะมองเจ้าของร่างสูงใหญ่สง่างามในชุดสูทกำลังรินน้ำสีแดงเข้มจากขวดไวน์ชั้นดีลงในแก้ว ผู้ชายอะไรทั้งหล่อเหลาบึกบึนแถมรวยระยับแต่กลับโสดสนิท“
ร่างแน่งน้อยราวถูกกระชากขึ้นไปยังที่สูงเมื่อฮฟมันน์เริ่มขยับกายแกร่งไปพร้อม ๆ กับการโอ้โลมเพื่อช่วยเธอคลายความเจ็บปวด บุษราคัมกดกลั้นเสียงตัวเองไม่ได้สักครั้งเมื่อเขาส่งตัวตนเข้าไปและขยับมันออกอย่างไม่คิดระวัง เขาไม่ได้ป้องกันตัวเองอย่างเคย ละเลยไม่อยากให้มีสิ่งใดขวางกั้น แน่นอนว่าอดีตนาวิกโยธินหนุ่มต้องการให้เป็นดังเช่นทุกครั้งที่การประสานสนิทแน่นแบบกายถึงกาย“บีน่า...อา...คุณยังแน่นดีเหลือเกิน”ร่างสูงหลุดเสียงครางเมื่อความอ่อนนุ่มที่โอบล้อมบีบรัดจนเขาแทบจะระเบิด การที่ไม่ได้เห็นหน้าแม้จากกันเป็นเวลาไม่ถึงเดือนทำให้เขาหงุดหงิดงุ่นง่านเหมือนคนสมองมีปัญหา นี่เขาคิดถึงบุษราคัมมากขนาดที่อยากกระโจนใส่เมื่อพบหน้าตั้งแต่วินาทีแรก“แม็กซ์...แม็กซ์คะ...อ๊า”ร่างเล็กบอบบางแอ่นทรวงสวยขึ้นรับเรียวลิ้นที่โลมไล้อยู่บนยอดโดกเมนแดงกล่ำ หญิงสาวแทบขาดใจราวคลื่นร้อนนับหมื่นระลอกหมุนเกลียวบนเรือนร่างที่สั่นไหวไปตามแรงขยับโยก ความสุขกระสันเข้ามาแทนที่ความลังเลไม่แน่ใจ มันกำลังกร่อนกัดกายเธอให้แตกออกเป็นเสี่ยง บุษราคัมลืมไปแล้วว่ากานต์นทีอาจกลับเข้ามา หากเธอก็ไม่เห็นเขา รับรู้ก็แต่ความร้อนเร่าที่กำลังทว
เขายังคงร้อนแรงและทุกสัมผัสก็ยังเป็นที่จดจำของบุษราคัม นี่ไม่ใช่การข่มขืนซึ่งเธอก็รู้ดี ชั่วครู่อาการขมวดเกร็งของร่างกายจากการแข็งขืนก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นผ่อนตาม ทว่าเสี้ยวหนึ่งเธอยังคงตื่นเต้น กลัวเหลือเกินว่าจะมีใครเข้ามาเห็นร่างงามที่เสื้อเชิ้ตถูกแยกออกกว้างและกระโปรงถูกรั้งขึ้นมาถึงสะโพกผายกำลังนอนระทดระทวยอยู่ใต้ร่างสูงใหญ่ที่กอดก่ายไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ เขาคงไม่รู้ว่าเธอเจ็บปวดแม้เสียวซ่านทุกครั้งที่เจ้าของเรือนกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามกำยำปลุกปั่นหญิงสาวด้วยริมฝีปากอุ่น ลิ้นชื้นและมือสากหนาที่กำลังเลื่อนลงมาค่อย ๆ สอดลึกเข้าไปใต้อันเดอร์แวร์“แม็กซ์...หยุดเถอะค่ะ ฉันกลัวใครจะมาเห็นเข้า”“ผมหยุดไม่ได้ บีน่า คุณก็รู้...คุณไม่คิดถึงมันบ้างเลยหรือ”“ฉัน...ฉัน...” บุษราคัมอยากบอกเขาให้เสียงดังกว่ากระซิบ ว่าเธอรอคอยสัมผัสนี้เสมอ หากเขาไม่เห็นว่าเธอเป็นหญิงปลิ้นปล้อน หญิงสาวถูกล่วงล้ำอีกครั้งอย่างล้ำลึกจากปลายนิ้วแกร่งที่แทรกผ่านกลีบดอกไม้บอบบางชุมฉ่ำเข้าไปถึงชั้นในของหลืบถ้ำที่ยังคับแคบ มันบีบรัดตลอดเวลา ฮอฟมันน์กระตุกให้เลือดในกายสาวฉีดพล่าน แล้วเธอก็ยินยอมเป็นเชลยหัวใจให้เขาลงทัณฑ
“ผมไม่เชื่อคุณหรอก บีน่า...คุณแกล้งทำดีให้ผมตายใจ พอคุณเจอคู่หมั้นของคุณที่ไมแอมี่ก็ถึงกลับต้องรีบหนีกลับมาที่เมืองไทย คุณอาจทำตามแผนที่วาไว้สำเร็จ แต่คุณก็ยังรู้จักฮอฟมันน์คนนี้น้อยไป”“แม็กซ์...ไม่ว่าจะยังไงคุณก็ยังเป็นคนที่ไม่มีหตุผล คุณมาที่นี่เพื่ออะไรกันแน่”“ผมจะเอาคืน!” ฮอฟมันน์คำรามเสียงกร้าวขณะล้วงฝ่ามือหนาเข้าไปใต้ชายเสื้อผ้าไหมเนื้อลื่น ชายหนุ่มถือสิทธิ์ความเป็นเจ้าของล้วงลึกเข้าไปในบราเซียลูกไม้ บีบเคล้นนวลเนื้ออวบหยุ่นรุนแรงด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน“แม็กซ์! ฉันเจ็บนะคะ ปล่อย!” บุษราคัมบิดกายเร่าเมื่อถูกเขาคุกคาม เธออาจคิดถึงและปรารถนาอ้อมกอดของฮอฟมันน์ หากก็ไม่ต้องการความหยาบร้าย อดีตนาวิกโยธินหนุ่มไม่ยอมฟังเสียง เขาปิดปากเธอไว้ด้วยการแทรกลิ้นเข้าไปลึก ร่างเล็กบอบบางเจ็บระบมไปหมดเมื่อร่างสูงใหญ่ปลดปล่อยปิศาจร้ายครอบงำทุกอย่าง จูบนั้นทั้งเร่าร้อนรุนแรงจนเธอหายใจแทบไม่ทัน มือไม้ของเขาที่ครอบครองปทุมถันล้วนสร้างความปวดร้าวเกินจะทานทน“คนบ้า!” หญิงสาวร้องออกมาพร้อมทั้งจิกเล็บลงบนต้นแขนหนาภายใต้สูทเนื้อดีแรง ๆ หวังจะเรียกสติคนหยาบเถื่อนให้กลับคืน แต่ยิ่งทำเหมือนยิ่งยั่วยุให้มาเฟีย
อดีตนาวิกโยธินหนุ่มที่เธอเคยรู้จักหล่อเหลาในชุดสูทซึ่งเธอไม่คุ้นเคย เขาอยู่ในมาดนักธุรกิจผิดไปจากนักรบในหน่วยซีลที่ฝึกซ้อมตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตายบนเกาะไดโอนี นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มยังคงส่องประกายน่าหลงใหลบนใบหน้าทรงเสน่ห์หากแต่ท่าทีเครียดขรึมของเขามีแต่เธอเท่านั้นที่รับรู้ได้“สวัสดีครับ คุณบุษราคัม” เสียงทักทายนั้นราวกระชากหัวใจบอบบางให้ร่วงหล่น หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนตอบกลับไปโดยไม่ยอมมองหน้าเขาแม้แต่น้อย“สวัสดีค่ะ คุณฮอฟมันน์” ร่างแน่งน้อยหายใจขัด ทำไมเธอต้องมาพบเขาในสถานการณ์เช่นนี้ ต้องเผชิญหน้ากับคนที่คงตามเธอมาด้วยความคั่งแค้น“มิสเตอร์กานต์นที ผมอยากให้คุณช่วยจัดเตรียมไวน์อย่างดีของโรงแรมมาให้ผมตอนนี้จะได้ไหมครับ?”“อ้อ...ครับ...ครับ ถ้าคุณฮอฟมันน์ต้องการไวน์รสเลิศ เคปพาราไดส์ของเราน่ะมีชื่อเสียงในเรื่องนี้เลยล่ะครับ รอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมจะเป็นคนไปจัดการให้คุณฮอฟมันน์ด้วยตัวของผมเองเลยครับ”“เชิญตามสบายครับ แต่ผมอยากให้คุณบุษราคัมอยู่ที่นี่ก่อน เพราะผมมีอะไรที่อยากสอบถามเธอเกี่ยวกับที่นี่หลายอย่าง หวังว่าคุณคงไม่ขัดข้อง”คำพูดของแขกชั้นดีทำให้ร่างเล็กที่กำล
“แม่ครับ คงไม่เป็นไรใช่ไหมครับถ้าพ่อจะนำเสนอโปรเจ็คของบริษัทเพียงคนเดียว”“ทำไมล่ะจ๊ะ แม็กซ์...ลูกจะไปไหนอย่างนั้นหรือ”“ใช่ครับแม่” อดีตนาวิกโยธินหนุ่มว่าพลางลุกขึ้นยืนและมองคลอเดียอย่างมีความหมาย “ผมจะเดินทางไปประเทศไทย”“เมื่อไหร่ล่ะลูก มันเป็นธุระด่วนมากเลยหรือ?”“ผมจะเดินทางคืนนี้ครับ มันเป็นธุระด่วน...มากเลยล่ะครับแม่”ชายหนุ่มกุมโทรศัพท์ในมือแน่นและคลอเดียก็ไม่ถามอะไรต่อเพราะรู้นิสัยลูกชายดี ร่างสูงตระหง่านรู้สึกราวกับเลือดในกายสูบฉีดแรงเมื่อนักสืบรายงานกลับมาว่าบุษราคัมกลับประเทศไทยแล้วจริง ๆ เธอยังเป็นประชาสัมพันธ์ในโรงแรมเคป พาราไดส์ ซึ่งเป็นที่ทำงานเดิม แต่ทุกอย่างอาจไม่เหมือนเดิมเพราะเขาจะไปที่นั่นและทำให้เธอรู้ว่าการหนีจาก ฮอฟมันน์ แม็คเคลน ไม่ใช่เรื่องง่าย!บุษราคัมมาถึงโรงแรมในตอนเช้าดังทุกวันเป็นปกติ หากผู้จัดการไม่ติดต่อให้กลับเข้ามทำงานที่นี่ป่านนี้เธอคงต้องหาที่ทำงานใหม่เพราะรู้สึกเกรงใจที่ไปต่างประเทศจนเลยเวลาที่แจ้งไว้กับทางฝ่ายบุคคล หากทว่าเมื่อกลับมาทุกอย่างก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เพื่อนร่วมงานยังคงปฏิบัตต่อเธอดังที่เคยผ่านมา ไม่มีใครถามถึงเหตุผลว่าเธอไปทำอ







