LOGIN“หมอต้องรับน้องไว้ดูอาการก่อนนะคะ คุณแม่สะดวกไหมคะ? ถ้าจะให้แอดมิทก่อนสักสองวัน”
‘คุณแม่’ ตอนนี้จิตใจลอยเคว้งไปไกลแล้ว...จนพยาบาลต้องถามอีกรอบ พร้อมกับบอกทางออกไว้ให้กับทราวดีด้วยว่า ถ้าจะขอรับความช่วยเหลือควรทำแบบไหน การรักษาพยาบาลควรจะไปต่อที่ใด ถ้าเกิดว่าเธอไม่พร้อมเรื่องค่าใช้จ่าย
เนื้องอกในสมอง...
ก้อนเนื้อยังไม่ได้เติบโตมาก
ทางรักษาคือผ่าตัด...
แต่อาจจะยังไม่หายขาด ต้องคอยดูต่อไปว่าเป็นเนื้อร้ายไหม?
ลูกเอ๋ย อายุก็เพียงเท่านี้ทำไมอะไรๆ มันถาโถมหนูเหลือเกิน...
น้ำตาของเธอกบตา เรียกสมาธิอีกหน แล้วฟังที่พยาบาลคุยบอก ขอถามทวนซ้ำอีกหน เพื่อจดสิ่งที่ทางนั้นได้บอกมา นางพยาบาลคงจะสงสารกับสภาพของเธอ แม่ลูกหนึ่งเลี้ยงเดี่ยว แถมตกงาน ยังเป็นนางสาว ไม่มีแม้แต่ชื่อพ่อในทะเบียนเกิดลูก
ในใบเกิด เป็นชื่อของเธอที่เป็นแม่ นางสาวทราวดี เป็นมารดาของเด็กชายปภัทรพล
ความรับผิดชอบมันกลายเป็นของเธอ
ถ้าเกิดว่าใจดำ ทราวดีคงจะทิ้งขว้างแกไปแล้ว เพราะธุระไม่ใช่ ภาระชัดๆ แต่นี่...เด็กตาดำๆ ใครจะไปทิ้งลง แม่ของแกไปไหนแล้วก็ไม่รู้ คงจะเหินฟ้าไปหามารดา คุณอัมพร...ให้ตายเถอะ เธอไม่มีแม้กระทั่งที่อยู่ของฝ่ายนั้น เธอตัดขาดจากคุณอัมพรนานแล้ว การจากไปของอมราภัทรทำให้ทราวดีช็อค ที่จู่ๆ ได้รับภาระมาแบบน้ำที่สาดโครมลงมา แกกระเสาะกระแสะต้องพาเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ ในตอนแรก หมอนัดบ่อยมาก พอมารู้ความจริงสุดช็อคว่าหลานเป็นอะไร เธอถึงกับตัวชาไปทั้งตัว ใจเหมือนตกลงไปในเหวลึกแล้ว
หนีไป...ทิ้งเด็กไว้
เขาไม่ใช่ลูกของเธอสักหน่อย
แต่...
ทราวดีทำไม่ได้จริงๆ คืนนั้นเมื่อเธอเฝ้าน้องป๊อบที่โรงพยาบาล เธอก็ตัดสินใจสืบค้นหาประวัติของ บิดาของแก ตามที่มารดาของแกได้เอ่ยถึงไว้ก่อนหนีไป
ปพนภพ วัชระโชติ
นามสกุลโคตรคุ้น คุ้นจัดๆ เหมือนกับ เคยเห็นที่ไหนสักที่
วัชระโชติ
วัชระโชติ!
ทราวดีอุทานลั่นในใจไม่กล้าเสียงดัง เพราะเกรงจะรบกวนคนไข้คนอื่นๆ เธอใช้นิ้วปัดจอโทรศัพท์ แล้วเข้าไปในกูเกิลหาประวัติของเขาอย่างรวดเร็ว
จริงด้วย...เขาเป็นประธานของ วีอาร์กรุ๊ป ยังโสด หล่อมาก ให้ตายหล่อจริงๆ ใบหน้าคมเข้ม ของเขาทำให้ทราวดีตะลึงไปครู่หนึ่ง โดยเฉพาะนัยน์ตาดุดันมีเสน่ห์นั้น ยามมองจ้องมาตรงๆ เล่นเอาหัวใจเต้นแรง ผมของเขาตัดสั้นเป็นทรงอันเดอร์คัท หวีเสยขึ้นไป อวดรูปหน้าคมคาย ยิ่งภาพเคลื่อนไหวของเขาที่มาเป็นคลิปสั้นๆ ตอนที่โปรโมต ตำแหน่งประธานของวีอาร์ มือที่เซ็นเอกสารก็ยังมีเสน่ห์ คนอะไรหล่อยันนิ้ว!
ไม่แปลกที่คุณหนูอัมราภัทรจะยอมมอบกายถวายตัวให้ จนยอมมีสายใยเล็กๆ นี้ด้วยกัน
แต่เขาไม่รับผิดชอบเลย...
ไอ้คนหล่อใจร้ายเอ๊ย จะรู้ไหมว่าไข่ทิ้งไว้ หึ!
โกรธเขาแหละ ตอนนี้ก็เชื่อมั่นไปแล้วว่าเขาคือคนที่เป็นพ่อตาหนูป๊อบจริงๆ เธอพึ่งสังเกตว่าชื่อจริงของตาหนูคือ ปภัทรพล อีตานั่นชื่อปพนภพ ชื่อพ้องกันมาก คุณแอ้มคงจะบอกชื่อพ่อไปกับนางพยาบาลนั่นแหละ ทางนั้นเลยตั้งให้ เพราะนึกสงสารเด็กที่แม่ไม่ยอมตั้งชื่อจริงให้
โอ๊ย..
ลูกเอ๊ย...
ยิ่งมองหน้าตาหนูที่นอนนี้นอนหลับสนิท มีสายระโยงระยาง น้ำตามันก็ไหลซึมออกมา
ทราวดีตั้งใจอย่างแม่นมั่น ว่าเธอนี่แหละ จะพาตาหนูบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากพ่อที่แท้จริงของแก ตระกูลวัชระโชติร่ำรวยยิ่งใหญ่จะตายไป แบ่งเจียดเงินมาเลี้ยงลูกแท้ๆ ของตัวเอง มันจะเป็นอะไรไปล่ะ
แต่...
เธอติดต่ออัมราภัทรก็ไม่ได้ แล้วเธอจะทำยังไงกันนะ? ทราวดีคิดอย่างสับสน นั่งวางแผนทั้งคืนว่า เธอจะโผล่ไปพร้อมเด็ก แล้วให้ท่านประธานแห่งวีอาร์กรุ๊ป เชื่อได้ยังไงกันว่าเขามีลูกกับพี่สาวของเธอ
งานวิวาห์ของท่านประธานวีอาร์ กรุ๊ป ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สมเกียรติฐานะของวัชระโชติ พร้อมกับเปิดตัวทายาทนามสกุลวัชระโชติ อย่างเด็กชาย ปภัทรพล วัชระโชติไปด้วยพร้อมกัน แม้จะมีการซุบซิบนินทากันบ้างเรื่องความเป็นมาของเจ้าสาว แต่ในที่สุดคนนินทาก็แพ้กับความเก่ง และความสง่างามของ ทราวดี ที่กำลังพาดรีมทีมของวัชระโชติ คว้าโปรเจกต์ใหญ่ไปได้หลายงาน ในบรรดาพ่อแม่และญาติของปพนภพไม่มีใครกังขา กับที่มาของทราวดี ชื่นชมด้วยว่าลูกเจอเพชรเม็ดงาม นอกจากตาหนูป๊อบ ทั้งสองก็ถูกคาดหวังให้สร้างทายาทเพิ่มอีกสักคนสองคน เป็นผู้ชายยิ่งดีจะได้มีคนสืบนามสกุลเพิ่ม เพราะรุ่นก่อนมีผู้หญิงเสียเยอะ เหลือคนสืบต่อนามสกุลแค่สองคนคือปพนภพและปพนภัทร คุณปพลคุยว่า จะยังไงหนุ่มๆ ก็ต้องมีลูกชายเยอะกว่าลูกสาว เพราะคนเป็นพ่อไม่เจ้าชู้ไม่เหมือนปภพที่ได้แต่ลูกสาวเพราะพี่ชายเจ้าชู้ นี่คือคำที่สองพี่น้องชอบเย้าเล่นกันตั้งแต่รุ่นหนุ่ม มาจนรุ่นนี้ในงานสดชื่น สดใสไปด้วยบรรยากาศของความรัก มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ค่อยสดชื่นสักเท่าไหร่ เพราะมีเรื่องน่าปวดหัวที่จะต้องเคลียร์ เขาอยู่ร่วมงานถึงแค่ช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ก็ขอตัว เพราะต้องบินไปต่างปร
ตาหนูกำลังคลานบนพื้นพรม โดยมีคุณพ่อลงไปคลานแข่งอยู่ข้างๆ ทราวดีรับฝ่ายนั่งลุ้น แกคลานหนีพ่อจริงจัง หัวเราะอย่างมีความสุขเล่นคลานแข่งกัน แกร้องกรี๊ดๆ เมื่อปพนภพทำท่าจะตะปบที่ก้นกลมๆ นั้น เธอมองภาพนั้นแล้วก็น้ำตาคลอจนต้องปาดมันออก ดีใจแทนตาหนู...ที่ได้เจอกับครอบครัววัชระโชติ เธอรู้ว่าปพนภัทรทำอะไรเพื่อเธอและตาหนู ปพนภพบอกเองว่าไม่ต้องเป็นกังวลอีกแล้วเรื่องอมราภัทร และเรื่องความลับของตาหนู แกคือปภัทรพล วัชระโชติ สายเลือดของเธอและเขา ตามหลักฐานทางกฎหมายแกหัวเราะและเล่นจนเหนื่อย พอเกือบสามทุ่มครึ่ง ไลน์จากคุณย่านิ้งก็ดังขึ้น ถามว่าหลานน้อยหลับหรือยัง อย่าพาลูกเล่นนอนดึก สองสามีภรรยาเลยมองตากันแล้วยิ้ม ทราวดีพาตาหนูไปกล่อมนอน สักพักลูกชายของพวกเขาก็หลับปุ๋ยเพราะวันนี้กิจกรรมเยอะ คนเยอะ ซนทั้งวันเลยเหนื่อย“ขอบคุณนะคะพี่ไนท์”“ขอบคุณพี่บ่อยแล้วด้วยคำพูด ขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหม?” ตามองตา เธอยิ้มเขินๆ ให้ แล้วก็เป็นฝ่ายรุกเร้าเขาก่อน ปพนภพแม้จะชอบที่จะเป็นฝ่ายรุก แต่พอภรรยาเริ่มก่อนบ้าง เขาก็ชอบยิ่งกว่า...มันแสดงว่าเธอปรารถนาในตัวเขาไม่แพ้กันริมฝีปากของเธอบดเบียดลงมา มือนุ่มนั้นลูบ
คืนนั้น...หลังจากมื้ออาหารเย็นแล้ว ทุกคนก็รวมพลกันที่ห้องโถงของบ้านคุณปภพ คุยกันเรี่องแพลนงานแต่งงาน แต่ไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องที่คุณอัมพรและอมราภัทรเข้ามาที่บ้าน เพราะไม่อยากพูดให้ทราวดีไม่สบายใจ สาวๆ คุยกันเรื่องของเสื้อผ้าในงานแต่ง ที่คุยกันว่าไม่มีใครยอมใคร จะต้องสวยทุกคน เพราะไม่มีงานมงคลมานานแล้ว “เหลือคนเดียวแล้วสินะ” จรัสจันทร์เอ่ยขึ้นลอยๆ คุณหมอสาวเป็นคนกะเกณฑ์เรื่องธีมสีของงาน ว่าอยากได้สีนี้ ใส่แล้วสวยทุกคนแน่ๆ คือสีชมพู และสีทอง พอถามว่าทำไมต้องสองสีนี้ เธอตอบว่าเป็นสีประจำวันเกิดของทราวดี กับปพนภพ เล่นเอาว่าที่เจ้าสาวปลื้มนิดๆ ที่พี่สาวของสามีใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ให้มีความหมายในงาน“เอ...ไปนอนดีกว่า”หนุ่มที่ยังครองความโสดอยู่คนเดียว ทำปิดปากหาวแล้วบิดขี้เกียจ จรัสจันทร์ดึงน้องชายไว้ แล้วยิ้มตาหยีส่งให้“ไปนอนได้เหรอ? พี่มีของดีมาจากเขาใหญ่เลยนะ สนไหม?”“นี่คุณแม่น้องแฝดครับ ยังไม่เลิกเมา เลิกทำเหล้าอีกเหรอพี่ณจันทร์” “ชูว์ มงเมาอะไรกัน เค้าเรียกว่าของเรียกเลือดลม แหม...พี่ไม่ได้ขี้เหล้าขนาดนั้นสักหน่อยนะยะ แค่จิบๆ ชิมๆ เท่านั้นเองอะ”“ชิมทุกวันซะด้วย”“
“แม่จะเอาเรื่องพวกมัน” คุณอัมพรยังคงฮึดฮัด ขณะที่อมราภัทรก้มลงมองตัวเลขในบัญชี แล้วยิ้มค้างอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ แต่...ไม่ดีแน่ เธอจึงหันไปปลอบมารดา “แม่คะ อย่าไปงัดกับพวกวัชระโชติเลยค่ะ ไม่คุ้มหรอก”“มันด่าแม่เลยนะ ยัยแอ้ม คอยดูแม่จะป่วนงานแต่งงานของมัน ทำให้มันเสียชื่อ”“แม่คะ อย่าทำเลยค่ะ” อมราภัทรเอ่ยอีกรอบเสียงเข้ม ตอนนี้เธอกับท่านอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ อมราภัทรกำลังจองตั๋วกลับไปยังประเทศที่เธอจากมา เธอฝันหวานแล้วว่าจะเอาเงินทำอะไรบ้าง อาจจะต้องแบ่งบางส่วนเศษๆ ให้กับคุณอัมพรเสีย จะได้หยุดการไปยุ่งเกี่ยวกับทราวดีและตาหนูป๊อบเธอไม่อยากเสี่ยงจริงๆ กับโทสะของปพนภัทรคนพี่ว่าน่ากลัว ต้องเจอคนน้องเสียก่อน เห็นยิ้มๆ ทีเล่นทีจริง แต่ไม่ใช่เลย...เขามันน่ากลัวยังกับซาตาน“แต่...”“หนูโอนให้แม่ห้าล้านแล้วจบ โอเคไหมคะ?”“แกเอามาจากไหนตั้งห้าล้าน ยัยแอ้ม” “คือยัยไทม์โอนมาให้ค่ะ”เธอโบ้ยไปให้ทราวดีมารดาจะได้ไม่ซักมาก“หะ? มันโอนมาให้เหรอ หึ...แค่เศษเงิน จริงๆ แม่ต้องได้มากกว่านี้”“แต่แม่คะ ได้แค่นี้ก็ยังดีกว่าไม่ได้สักบาท แถมเสี่ยงกับพวกวัชระโชติด้วย หนูว่าแม่รับไปแล้
“ฉันเป็นป้าของยัยไทม์...” คุณอัมพรทำคอแข็งเล็กน้อย แล้วรอให้หลานสาวแนะนำเธอกับบรรดาญาติผู้ใหญ่ของปพนภพ ที่ตอนนี้มีคุณทยิดา และคุณเสน่ห์จันทร์ ที่นั่งอยู่บนโซฟาตรงโถงกลางบ้าน ถัดไปในคอกเด็กจรัสดารินทร์ ปานทิวา จรัสจันทร์ และหยกมณี แสร้งทำเป็นเล่นกับหลานทั้งสอง คือยัยหนูดาริน กับตาหนูป๊อบ แต่ก็คอยฟังไปด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น...“เอ่อ...คุณแม่คะ คุณป้าคะ นี่คุณอัมพร ป้าของไทม์ค่ะ”“บอกนามสกุลเขาไปด้วยสิ ยัยไทม์ เขาจะได้ไม่ทำอะไรข้ามหัวผู้ใหญ่ ฉันนามสกุล จิตราพลชัย พวกคุณคงจะเคยได้ยินบ้าง”หนนี้คุณทยิดาและคุณเสน่ห์จันทร์มองหน้ากันแวบหนึ่ง คุณทยิดาได้ช่วยสามีเรื่องธุรกิจเคยเป็นเลขานุการให้เขาอยู่พักหนึ่ง ฉะนั้นพอเคยจะได้ยินอยู่บ้าง แต่ก็นานแล้ว...ตอนนี้กิจการในเครือนามสกุลนี้ก็เปลี่ยนมือไปเกือบหมดแล้ว “คุณป้าคะ” ทราวดีเม้มปาก เธอมองหน้าคุณอัมพร ที่มาถึงก็เปิดศึกก่อนเลย ทางนั้นยังคงเชิดหน้าใส่เธอ แล้วเอ่ยเสียงดุๆ “ทำไมแกถึงไม่บอกเรื่องแต่งงาน จะให้เขากินฟรีแบบนี้หรือ ยัยไทม์ ฉันไม่ยอมหรอกนะ ต้องมีพิธี มีสินสอดทองหมั้น ฉันจะได้เก็บได้กันไว้ให้แก นี่ยังไงยอมให้เขาเอาฟรีไม่เข้าตามตรอกออก
“เบาๆ สิคะคุณไนล์ ทำไมต้องดึงแรงขนาดนี้ด้วยอะ”เสียงหวานนั้นโอด เมื่อคนตัวสูงดึงเธอแทบจะเป็นลาก พาเธอเข้ามายังบ้านของคุณย่า ตอนนี้ที่นี่ไม่มีทุกคนอยู่เพราะเป็นวันพักของช่าง เขายืนกอดอก และขวางอยู่ตรงประตู ปพนภัทรพาเธอมาในส่วนของโซนพักผ่อน ที่รีโนเวทแล้วเรียบร้อย“ตั้งใจจะทำอะไรถึงได้โผล่หัวมา” ตาของอมราภัทรเบิกกว้าง ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินอะไรแบบนี้จากปากของปพนภัทร เขากำลังกอดอก แล้วจ้องเธอด้วยสายตาคมจัด จนเธอมองสบแล้วต้องกะพริบตา...แล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ เขาน่ากลัวมาก สำหรับเธอในตอนนี้ แต่อมราภัทรก็ทำใจดีสู้เสือ“ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า คุณทำอะไรกับลูกของเรา...ถึงได้ยกให้เป็นลูกของพี่ชายคุณ”“หึ...”ปพนภัทรกลอกตา เขายิ้มเหยียดพลางเลิกคิ้ว “คุณยกเด็กให้กับน้องไทม์แล้ว มาสาระแนวุ่นวายอีกทำไมมิทราบ คุณก็ไม่น่าอยากจะให้ใครรู้ไม่ใช่เหรอ ว่าตาป๊อบเป็นลูกของคุณ”“ฉันไม่ได้ยกให้สักหน่อย ยัยไทม์พาตาหนูหนีต่างหาก พอเด็กนั่นรู้ว่าคุณเป็นพ่อเด็กก็เลย...คิดจะมา...ใช้ตาหนูต่อรองทำเงินให้กับตัวเองน่ะสิ” ปพนภัทรหรี่ตาลง พร้อมกับเอ่ยออกมาเสียงทุ้ม“อยากได้เท่าไหร่?”“เอ๊ะ!”อมราภัทร์หน้าซีด ก







