Masukเมื่อคืนของดีไหมพี่ไนท์ (ปพนภัทร)
ก็...ดี (ปพนภพ)
โหย...ผมยอมให้ตัวแรร์พี่ไปเลยนะ ตอบมาได้ว่าก็ดี ชิ...วันหลังหาเอาเองนะครับ(ปพนภัทร)
ไม่กลัวมีปัญหาจริงๆ น่ะเหรอ นายไนล์ ถ้าเกิดว่าเด็กของนายอยากเล่นตุกติก จับนายขึ้นมา เสี่ยงนะโว้ย(ปพนภพ)
ไม่มีปัญหาแน่นอนครับ ผมมีกฎ กติกากับทุกคน รับประกันได้(ปพนภัทร)
อย่าให้มันมากนัก นายไนล์ นายอายุเยอะแล้ว เพลาๆ บ้าง(ปพนภพ)
พี่ไนท์เราอายุห่างกันปีเดียวนะครับคุณพี่ ผมแก่พี่ก็แก่ละว้า(ปพนภัทร)
แล้วนี่ไปกี่วัน จริงสิ...เจอกับพ่อแม่ แล้วก็ลุงปริ้นซ์กับป้าจ้อยพอดีสินะ พวกนั้นไปพักกับพวกอาแมวนี่เที่ยวกันฉ่ำเลย อิจฉาว่ะ(ปพนภพ)
อิจฉาก็ลาพักร้อนมาได้นะครับท่านประธาน คิดโปรเจกต์เสร็จ รออนุมัติพี่ก็หนีมาได้เลย ผมจะเตรียมของแจ่มๆ ไว้ให้(ปพนภัทร)
พอ เรื่องของแจ่มของนาย พอเลย พอแล้ว(ปพนภพ)
โอเค พี่มันคนดี ปล่อยให้ผมเป็นคนเหี้ยไปงี้แหละ แต่ถ้าต้องการเรียกผมได้นะ(ปพนภัทร)
ถ้านายพลาดเมื่อไหร่ จะรู้สึก ไนล์(ปพนภพ)
ระดับไนล์ ไม่มีพลาด (ปพนภัทร)
ปพนภพกลอกตา ระอากับน้องชายตัวแสบ ที่ทำตัวแซ่บลอยไปลอยมา เมื่อคืนเขาไปเที่ยวตามที่หมอนั่นลากไป ก็จบลงด้วย...คนสวยคนหนึ่ง หุ่นดี บริการถึง บนเตียงของเขา ยอมรับว่าสุขกาย สบายใจ แต่ก็ไม่ได้ติดเนื้อต้องใจอะไร เหมือนกินแล้วก็อิ่ม พอ...
เพราะมีงานที่จะต้องคิดทำกระมัง เขาถึงไม่ได้โฟกัสอะไรมากมายเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ อีกอย่างอายุขนาดนี้แล้ว เที่ยวมาจนปรุในสมัยวัยคะนอง เขาก็ดาวคนหนึ่งตอนเรียนมหาวิทยาลัย จนมาฝึกงานต่อที่วีอาร์กรุ๊ป ก็เสือพอๆ กับพ่อน้องชายตัวแสบนั่นแหละ เพิ่งจะมาสงบสุขบรรเทาลง และตั้งใจทำงานก็ตอนที่บิดาเรียกไปคุยเรื่องรับตำแหน่งงานจริงจังนี่แหละ เรียกได้ว่าตั้งใจทำงานมุ่งมั่นจนเลือนเรื่องอื่นไปเลย ขณะที่พ่อตัวยุ่งก็ยังทำตัวเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนในเรื่องหญิง
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นหมายเลขของน้องสาวคนเล็กของวัชระโชติ จรัสดารินทร์ มีเรื่องอะไรกันหนอ ถึงได้โทรมาในวันหยุดแบบนี้ได้
“ว่าไง?”
“พี่ไนท์ หนูมีเรื่องรบกวนค่ะ”
“เรื่องอะไร จะฝากหลานมาให้เลี้ยงหรือไง”
ถามไปเล่นๆ แต่ทางนั้นรีบตอบอย่างรวดเร็ว
“ใช่แล้ว พี่ไนท์รู้ได้ไง มีพลังจิตแน่ๆ เลย หนูขอฝากดารินสักสามสี่วันนะคะ พอดีว่าพ่อพี่ภัทรต้องเข้าแอดมิทที่โรงพยาบาลค่ะ ที่บ้านกำลังวุ่นๆ หนูเลยว่าจะไปช่วยเฝ้าท่านน่ะค่ะ จะได้คุยกับหมอเรื่องหนทางการรักษาด้วย พี่ภัทรก็อาการไม่ค่อยดีเมื่อวานกลับมามีไข้ สงสัยว่าจะไปติดโควิดมาคงจะต้องจับกักตัวค่ะ ไม่มีคนไปจัดการเรื่องคุณพ่อ ไหนจะเรื่องดารินอีก หนูปวดหัวไปหมดแล้วตอนนี้ ที่บ้านใหญ่ก็ไม่มีใครอยู่ ตอนแรกว่าจะไปฝากอานิ้ง แต่เขาไปเที่ยวกันหมด พี่ไนท์เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ของหนู”
เสียงละห้อยของน้องสาว ทำให้เขาปฏิเสธไม่ได้ ตอนนี้ที่บ้านวัชระโชติที่เคยอุ่นหนาฝาคั่งไปด้วยสมาชิกในครอบครัว ไม่มีคนอยู่เพราะไปทัวร์ต่างประเทศกันหมด มีแต่คนรับใช้ที่เฝ้าอยู่ เขาเองก็ไม่ค่อยได้กลับบ้านเท่าไหร่ระยะนี้เพราะอยู่คอนโดสะดวกกว่า ใกล้กับที่ทำงานกว่า เนื่องจากพวกพ่อๆ แม่ๆ ไปกันนานเป็นเดือน เขาเลยไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว น้องชายตัวแสบก็ไม่อยู่
“เอาสิ...พี่ต้องทำอะไรบ้าง”
“ก็แค่ไปส่งหลานที่โรงเรียนสอนพิเศษ หนูลงเรียนไว้ให้แกตอนปิดเทอม อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าที่คอนโดพี่นั่นแหละค่ะ สองสถานี แล้วก็ฝากดูแลเรื่องอาหารการกินให้หน่อยค่ะ หลานกินง่าย กินได้ทุกอย่าง อ้อ ยกเว้นอาหารที่พี่ไนท์ทำ”
“นี่...”
เสียงเข้มดังขึ้น ขณะที่ยัยน้องหัวเราะกิ๊กที่ได้แหย่เย้าพี่ชายของเธอเล็กๆ น้อยๆ ตอนนี้รุ่นเจนใหม่ของวัชระโชติมีครอบครัวกันหมดแล้ว ทั้งปานทิวา จรัสจันทร์ และเธอ เหลือก็แค่หนุ่มโสดสองคนอย่างปพนภพ กับปพนภัทร ที่ไม่มีวี่แววเลยสักนิดว่าจะมีคนในดวงใจ ถ้าคุณย่ายังอยู่พวกเขามีหวังโดนจับดูตัวแน่ๆ คิดถึงท่านแล้ว จรัสดารินทร์ก็เศร้าด้วยความอาลัย...ถึงศูนย์รวมดวงใจของวัชระโชติ ที่เสียชีวิตไปหลังจากที่วรดารินทร์ เกิดมาได้เพียงแค่ไม่กี่เดือน ท่านอายุยืนมากในวัยเก้าสิบกว่าปี แข็งแรงและเต็มไปด้วยความสุขพร้อมหน้าลูกหลาน
มาถึงรุ่นคุณทยิดา คุณปพนไม่มีใครที่จะบังคับกะเกณฑ์ลูกๆ ในเรื่องคู่ครอง ให้อิสระเต็มที่ เนื่องจากคนที่พวกเขาห่วงที่สุดอย่างปานทิวานั้นได้แต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว กับน.อ.แกล้วกล้า ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่โคราชเป็นหลัก โดยมีลูกพี่ลูกน้องอย่างครอบครัวของจรัสจันทร์ซึ่งเป็นลูกสาวของคุณเสน่ห์จันทร์ และคุณปภพ อยู่ที่นั่นด้วย ก็ได้ดูแลกันและกัน ศูนย์รวมญาติตอนนี้เริ่มเปลี่ยนไปเป็นที่โคราชแทนในกรุงเทพฯ ไปเสียแล้ว
บ้านใหญ่เงียบเหงาไปบ้างตอนจรัสดารินทร์แต่งออกไปกับวรภัทร นั่นแหละคุณทยิดาถึงเริ่มเปรยๆ กับลูกชายที่ยังโสดทั้งสองว่า...หาแฟนมาไหว้แม่กับพ่อบ้าง ไม่อยากให้วัชระโชติสั้นกุด เนื่องจากตอนนี้มีเพียงพวกเขาที่ยังใช้วัชระโชติในรุ่นเจนนี้ ส่วนพี่สาวและน้องสาวเปลี่ยนนามสกุลตามสามี
“หยอกๆ ค่า พี่ไนท์ต้มมาม่าอร่อยที่สุด”
“หึ...ตบหัวแล้วลูบหลังรึไงเราน่ะ พูดถึงมาม่า พี่คิดถึงมาม่าของพี่ณจันทร์มากเลยแหะ”
นึกถึงพี่สาวที่เป็นคุณหมออยู่ที่โคราช ชีวิตวัยเด็กยาวมาจนถึงวัยรุ่นได้คลุกคลีสนิทสนมอยู่ด้วยกันตลอด มาจากกันก็ตอนที่เธอแต่งงานกับ น.อ.บินเหนือ และไปอยู่โคราชนี่แหละ
“เดี๋ยวรอคุณพ่อคุณแม่ กับลุงปริ้นซ์แล้วก็ป้าจ้อยกลับมา เราก็นัดไปโคราชกันสิพี่ไนท์ เห็นว่า...อุ๊บ ไม่พูดดีกว่า”
“เห็นว่าอะไร?”
ยัยน้องมาทำให้อยากรู้ แล้วจะไม่เล่า คนพี่คิ้วขมวดรอแล้ว เพราะสังหรณ์แปลกๆ มารดาเริ่มบ่นถี่แหละระยะหลังมานี้เรื่องเขาไม่มีแฟนสักทีนี่ อ้อ...ที่ท่านบ่นกับเขา เพราะรู้ว่าลูกชายคนรองนั้น แสบ แซ่บแค่ไหน เลยไม่อยากเร่งเรื่องนี้ จะออกแนวบ่นอีกแบบว่า เพลาๆ ความแรดลงบ้างนะลูก เดี๋ยวจะมีสาวหอบไข่ที่ไปทิ้งไว้มาให้รับผิดชอบหรอก
“หนูพูดไม่ได้ สัญญากับแม่จ้อยแล้ว”
“แบบนี้พี่รู้แล้ว รอบก่อนไปป้าจ้อยเกริ่นแล้ว ว่าจะแนะนำผู้หญิงให้รู้จัก”
“แหะๆ ยังจะไปไหมอะ พี่ไนท์”
“ไปสิ พี่รู้จักไปพี่ก็คงไม่รู้สึกอะไร ตอนนี้เครียดๆ กับงานไม่มีอารมณ์”
“เมื่อไหร่จะมีอารมณ์”
คนน้องถามเย้า
“น่าจะอีกนาน”
คนพี่ตอบนิ่มๆ
“ฝ่อหมดแล้วมั้งพี่ชายหนู”
“ทะลึ่งนะเรา ตั้งแต่มีสามีนี่ หืม...ยัยณดาว”
“แหม...หยอกๆ เดี๋ยวสักวันอังคาร หนูจะไปส่งยัยดารินนะคะพี่ชาย กราบค่ะ ที่รับเลี้ยงหลานให้”
“ได้ครับผม”
วางสายจากน้องสาวแล้ว เขาก็ลุกขึ้นบิดขี้เกียจ พลางมองนาฬิกาดิจิตอลที่ตั้งประดับไว้ตรงโต๊ะข้างเตียงนอน มันบอกเวลาบ่ายสองแล้ว เขาเพิ่งจะตื่น...เมื่อคืนกลับมาก็เกือบตีห้า เขาไม่นอนค้างที่อื่น นอกจากที่ห้องของตัวเองเท่านั้น
นับถือเจ้าไนล์เหมือนกัน ที่กรำศึกมาทั้งคืน มีแรงขึ้นเครื่องต่อตอนหกโมงเช้า...แล้วยังมีอารมณ์มาส่งข้อความเมาท์กับเขาอีก น่าจะต่อเครื่องพอดีแหละ เลยมีเวลา...
ชายหนุ่มเข้าห้องน้ำ อาบน้ำให้สดชื่น สวมเสื้อยืดสีขาว กับกางเกงยืดห้าส่วนสีเขียวขี้ม้า ในวันพักผ่อนแบบนี้เขาชอบใส่อะไรสบายๆ อาจจะนอนเล่นดูซีรีส์ที่ชอบ เย็นๆ ค่อยไปต่อที่ยิม อยากออกกำลังแบบหนักๆ สักวันให้เหงื่อซ่ก เขาไม่ได้ไปยิมนานแค่ไหนแล้วนะ เทรนเนอร์ที่สนิทกันจนกลายเป็นเพื่อนดื่มเบียร์บ้างในวันหยุดจะว่างไหมวันนี้ เขาอยากผ่อนคลายบ้าง พักนี้มีแต่เรื่องให้ตึงหัวไปหมด
เขาลงมาจากคอนโดเพราะอยากเดินดูของรับประทานในร้านสะดวกซื้อ จริงอย่างที่น้องสาวพูดคือฝีมือการทำอาหารของเขาไม่เอาไหน แต่เขาก็เป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย และขี้เกียจคิดเมนูให้วุ่นวาย เคยชินกับการอยู่ที่บ้านมีอาหารอร่อยทุกมื้อกระมัง ขนาดไปเรียนต่างประเทศก็ยังมีอาแมว ที่ทำอาหารขุนทั้งเขาและน้องชายจนไม่เคยขาดเรื่องอาหารการกิน ปพนภัทรนั้นค่อนข้างจะซีเรียสเรื่องอาหารการกิน ต้องจัดเต็มต้องอร่อย แต่เขาเป็นคนยังไงก็ได้ พอมาอยู่คนเดียวแบบนี้ อาหารแช่แข็งจากร้านสะดวกซื้อคือทางออกทางหนึ่ง ที่เอาใส่ตู้เย็นไว้ หิวๆ ดึกๆ ก็เอามาอุ่นรับประทานอิ่มท้องก็จบมื้อ สะดวกสบายดี
ร่างสูงเดินออกมาจากคอนโดหรู เดินเอื่อยๆ ข้ามถนนจากคอนโดไปยังฝั่งร้านสะดวกซื้อ ท่าทางของเขาดูสมาร์ตและเด่นมาก แม้จะสวมเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายธรรมดา คนที่มาเฝ้ารอคอยดักคอยเขาอยู่ตรงบริเวณกำแพงคอนโดเห็นเขาเข้าแทบจะร้องไชโย เมื่อเห็นว่าคนที่เธอหอบตาหนูมาเฝ้ารออย่างอดทนมาสองวันแล้วในที่สุดก็ได้เจอเสียที
“ให้พรน้าด้วยนะ หนูป๊อบ สาธุ! ขอให้เรื่องหนนี้สำเร็จด้วยเทอญ”
หญิงสาวที่หอบหิ้วทารกไว้ในเป้อุ้ม ยกมือขึ้นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ข้างหลังเธอหอบเป้หนึ่งใบ ข้างหน้าเป็นเป้อุ้มที่มีเด็กน้อยหน้าตาน่ารักกำลังหลับปุ๋ย เธอมีผมหยักศกยาวประบ่ายุ่งฟูเล็กน้อย มัดผมครึ่งศีรษะ สวมเสื้อยืดสีน้ำตาลและกางเกงยีนขาสั้น รองเท้าผ้าใบ
เมื่อร่างสูงสง่านั้นเดินถือถุงพลาสติกสีไข่ไก่พะรุงพะรังกลับมาจากร้านสะดวกซื้อ ใจของหญิงสาวที่เฝ้ารอก็เต้นตุบๆ เมื่อเขาข้ามถนนกลับมา กำลังจะถึงประตูของคอนโด ร่างเพรียวเล็กก็วิ่งตุบๆ ไปดักหน้า ขวางเขาไว้ เล่นเอาปพนภพที่กำลังเดินอยู่ถึงกับหยุดแทบไม่ทันเมื่อถูกตัดหน้าในระยะประชิดแบบนั้น
“เฮ้!”
เขาส่งเสียงออกมาอย่างตกใจ มือของทราวดีกำเข้าหากันแน่น เงยหน้าขึ้นมองสบตากับเขา ปากของเธอซีด หน้าของเธอกำลังเขียวเพราะความตื่นเต้น มือเย็นเท้าเย็นไปหมด ขณะที่เธอเอ่ยออกมาเสียงสั่น
“คะ คุณชื่อปพนภพ วัชระโชติใช่ไหม?”
“ใช่...”
คิ้วเข้มขมวด มองเธออย่างสงสัย มองกวาดหัวจรดเท้า มองเป้บรรจุทารกที่ห้อยอยู่ด้านหน้าของเธอ ใจของเขาเต้นแรง สังหรณ์ประหลาดดังก้องเตือนทันที
หรือเรื่องที่เขาเคยคิดเกี่ยวกับน้องชาย...มันจะแจ็กพ็อตเข้าแล้วหว่า?
“นี่คือลูกของ คะ คุณ ชะ...”
จู่ๆ เสียงของเธอก็ขาดหาย คนตัวเล็กเซ คนตัวใหญ่กว่ามือไวมากทิ้งถุงที่ถืออยู่แล้วคว้าเธอไว้ก่อนที่เธอและเด็กน้อยจะตกกระทบพื้น
แง้ๆๆ
เสียงเด็กน้อยร้องจ้า เมื่อจู่ๆ ถูกกระตุกคว้าเข้าไปหากำแพงเนื้ออันแสนอุ่นนั่น ปพนภพถึงกับทำอะไรไม่ถูกไปชั่วคราว กับเรื่องอลม่านทั้งหมดนี่
เขาแค่ลงมาซื้อของกิน
ทำไมเขาต้องมาเจออะไรแบบนี้ในวันหยุดด้วยวะ!
งานวิวาห์ของท่านประธานวีอาร์ กรุ๊ป ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สมเกียรติฐานะของวัชระโชติ พร้อมกับเปิดตัวทายาทนามสกุลวัชระโชติ อย่างเด็กชาย ปภัทรพล วัชระโชติไปด้วยพร้อมกัน แม้จะมีการซุบซิบนินทากันบ้างเรื่องความเป็นมาของเจ้าสาว แต่ในที่สุดคนนินทาก็แพ้กับความเก่ง และความสง่างามของ ทราวดี ที่กำลังพาดรีมทีมของวัชระโชติ คว้าโปรเจกต์ใหญ่ไปได้หลายงาน ในบรรดาพ่อแม่และญาติของปพนภพไม่มีใครกังขา กับที่มาของทราวดี ชื่นชมด้วยว่าลูกเจอเพชรเม็ดงาม นอกจากตาหนูป๊อบ ทั้งสองก็ถูกคาดหวังให้สร้างทายาทเพิ่มอีกสักคนสองคน เป็นผู้ชายยิ่งดีจะได้มีคนสืบนามสกุลเพิ่ม เพราะรุ่นก่อนมีผู้หญิงเสียเยอะ เหลือคนสืบต่อนามสกุลแค่สองคนคือปพนภพและปพนภัทร คุณปพลคุยว่า จะยังไงหนุ่มๆ ก็ต้องมีลูกชายเยอะกว่าลูกสาว เพราะคนเป็นพ่อไม่เจ้าชู้ไม่เหมือนปภพที่ได้แต่ลูกสาวเพราะพี่ชายเจ้าชู้ นี่คือคำที่สองพี่น้องชอบเย้าเล่นกันตั้งแต่รุ่นหนุ่ม มาจนรุ่นนี้ในงานสดชื่น สดใสไปด้วยบรรยากาศของความรัก มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ค่อยสดชื่นสักเท่าไหร่ เพราะมีเรื่องน่าปวดหัวที่จะต้องเคลียร์ เขาอยู่ร่วมงานถึงแค่ช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ก็ขอตัว เพราะต้องบินไปต่างปร
ตาหนูกำลังคลานบนพื้นพรม โดยมีคุณพ่อลงไปคลานแข่งอยู่ข้างๆ ทราวดีรับฝ่ายนั่งลุ้น แกคลานหนีพ่อจริงจัง หัวเราะอย่างมีความสุขเล่นคลานแข่งกัน แกร้องกรี๊ดๆ เมื่อปพนภพทำท่าจะตะปบที่ก้นกลมๆ นั้น เธอมองภาพนั้นแล้วก็น้ำตาคลอจนต้องปาดมันออก ดีใจแทนตาหนู...ที่ได้เจอกับครอบครัววัชระโชติ เธอรู้ว่าปพนภัทรทำอะไรเพื่อเธอและตาหนู ปพนภพบอกเองว่าไม่ต้องเป็นกังวลอีกแล้วเรื่องอมราภัทร และเรื่องความลับของตาหนู แกคือปภัทรพล วัชระโชติ สายเลือดของเธอและเขา ตามหลักฐานทางกฎหมายแกหัวเราะและเล่นจนเหนื่อย พอเกือบสามทุ่มครึ่ง ไลน์จากคุณย่านิ้งก็ดังขึ้น ถามว่าหลานน้อยหลับหรือยัง อย่าพาลูกเล่นนอนดึก สองสามีภรรยาเลยมองตากันแล้วยิ้ม ทราวดีพาตาหนูไปกล่อมนอน สักพักลูกชายของพวกเขาก็หลับปุ๋ยเพราะวันนี้กิจกรรมเยอะ คนเยอะ ซนทั้งวันเลยเหนื่อย“ขอบคุณนะคะพี่ไนท์”“ขอบคุณพี่บ่อยแล้วด้วยคำพูด ขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหม?” ตามองตา เธอยิ้มเขินๆ ให้ แล้วก็เป็นฝ่ายรุกเร้าเขาก่อน ปพนภพแม้จะชอบที่จะเป็นฝ่ายรุก แต่พอภรรยาเริ่มก่อนบ้าง เขาก็ชอบยิ่งกว่า...มันแสดงว่าเธอปรารถนาในตัวเขาไม่แพ้กันริมฝีปากของเธอบดเบียดลงมา มือนุ่มนั้นลูบ
คืนนั้น...หลังจากมื้ออาหารเย็นแล้ว ทุกคนก็รวมพลกันที่ห้องโถงของบ้านคุณปภพ คุยกันเรี่องแพลนงานแต่งงาน แต่ไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องที่คุณอัมพรและอมราภัทรเข้ามาที่บ้าน เพราะไม่อยากพูดให้ทราวดีไม่สบายใจ สาวๆ คุยกันเรื่องของเสื้อผ้าในงานแต่ง ที่คุยกันว่าไม่มีใครยอมใคร จะต้องสวยทุกคน เพราะไม่มีงานมงคลมานานแล้ว “เหลือคนเดียวแล้วสินะ” จรัสจันทร์เอ่ยขึ้นลอยๆ คุณหมอสาวเป็นคนกะเกณฑ์เรื่องธีมสีของงาน ว่าอยากได้สีนี้ ใส่แล้วสวยทุกคนแน่ๆ คือสีชมพู และสีทอง พอถามว่าทำไมต้องสองสีนี้ เธอตอบว่าเป็นสีประจำวันเกิดของทราวดี กับปพนภพ เล่นเอาว่าที่เจ้าสาวปลื้มนิดๆ ที่พี่สาวของสามีใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ให้มีความหมายในงาน“เอ...ไปนอนดีกว่า”หนุ่มที่ยังครองความโสดอยู่คนเดียว ทำปิดปากหาวแล้วบิดขี้เกียจ จรัสจันทร์ดึงน้องชายไว้ แล้วยิ้มตาหยีส่งให้“ไปนอนได้เหรอ? พี่มีของดีมาจากเขาใหญ่เลยนะ สนไหม?”“นี่คุณแม่น้องแฝดครับ ยังไม่เลิกเมา เลิกทำเหล้าอีกเหรอพี่ณจันทร์” “ชูว์ มงเมาอะไรกัน เค้าเรียกว่าของเรียกเลือดลม แหม...พี่ไม่ได้ขี้เหล้าขนาดนั้นสักหน่อยนะยะ แค่จิบๆ ชิมๆ เท่านั้นเองอะ”“ชิมทุกวันซะด้วย”“
“แม่จะเอาเรื่องพวกมัน” คุณอัมพรยังคงฮึดฮัด ขณะที่อมราภัทรก้มลงมองตัวเลขในบัญชี แล้วยิ้มค้างอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ แต่...ไม่ดีแน่ เธอจึงหันไปปลอบมารดา “แม่คะ อย่าไปงัดกับพวกวัชระโชติเลยค่ะ ไม่คุ้มหรอก”“มันด่าแม่เลยนะ ยัยแอ้ม คอยดูแม่จะป่วนงานแต่งงานของมัน ทำให้มันเสียชื่อ”“แม่คะ อย่าทำเลยค่ะ” อมราภัทรเอ่ยอีกรอบเสียงเข้ม ตอนนี้เธอกับท่านอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ อมราภัทรกำลังจองตั๋วกลับไปยังประเทศที่เธอจากมา เธอฝันหวานแล้วว่าจะเอาเงินทำอะไรบ้าง อาจจะต้องแบ่งบางส่วนเศษๆ ให้กับคุณอัมพรเสีย จะได้หยุดการไปยุ่งเกี่ยวกับทราวดีและตาหนูป๊อบเธอไม่อยากเสี่ยงจริงๆ กับโทสะของปพนภัทรคนพี่ว่าน่ากลัว ต้องเจอคนน้องเสียก่อน เห็นยิ้มๆ ทีเล่นทีจริง แต่ไม่ใช่เลย...เขามันน่ากลัวยังกับซาตาน“แต่...”“หนูโอนให้แม่ห้าล้านแล้วจบ โอเคไหมคะ?”“แกเอามาจากไหนตั้งห้าล้าน ยัยแอ้ม” “คือยัยไทม์โอนมาให้ค่ะ”เธอโบ้ยไปให้ทราวดีมารดาจะได้ไม่ซักมาก“หะ? มันโอนมาให้เหรอ หึ...แค่เศษเงิน จริงๆ แม่ต้องได้มากกว่านี้”“แต่แม่คะ ได้แค่นี้ก็ยังดีกว่าไม่ได้สักบาท แถมเสี่ยงกับพวกวัชระโชติด้วย หนูว่าแม่รับไปแล้
“ฉันเป็นป้าของยัยไทม์...” คุณอัมพรทำคอแข็งเล็กน้อย แล้วรอให้หลานสาวแนะนำเธอกับบรรดาญาติผู้ใหญ่ของปพนภพ ที่ตอนนี้มีคุณทยิดา และคุณเสน่ห์จันทร์ ที่นั่งอยู่บนโซฟาตรงโถงกลางบ้าน ถัดไปในคอกเด็กจรัสดารินทร์ ปานทิวา จรัสจันทร์ และหยกมณี แสร้งทำเป็นเล่นกับหลานทั้งสอง คือยัยหนูดาริน กับตาหนูป๊อบ แต่ก็คอยฟังไปด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น...“เอ่อ...คุณแม่คะ คุณป้าคะ นี่คุณอัมพร ป้าของไทม์ค่ะ”“บอกนามสกุลเขาไปด้วยสิ ยัยไทม์ เขาจะได้ไม่ทำอะไรข้ามหัวผู้ใหญ่ ฉันนามสกุล จิตราพลชัย พวกคุณคงจะเคยได้ยินบ้าง”หนนี้คุณทยิดาและคุณเสน่ห์จันทร์มองหน้ากันแวบหนึ่ง คุณทยิดาได้ช่วยสามีเรื่องธุรกิจเคยเป็นเลขานุการให้เขาอยู่พักหนึ่ง ฉะนั้นพอเคยจะได้ยินอยู่บ้าง แต่ก็นานแล้ว...ตอนนี้กิจการในเครือนามสกุลนี้ก็เปลี่ยนมือไปเกือบหมดแล้ว “คุณป้าคะ” ทราวดีเม้มปาก เธอมองหน้าคุณอัมพร ที่มาถึงก็เปิดศึกก่อนเลย ทางนั้นยังคงเชิดหน้าใส่เธอ แล้วเอ่ยเสียงดุๆ “ทำไมแกถึงไม่บอกเรื่องแต่งงาน จะให้เขากินฟรีแบบนี้หรือ ยัยไทม์ ฉันไม่ยอมหรอกนะ ต้องมีพิธี มีสินสอดทองหมั้น ฉันจะได้เก็บได้กันไว้ให้แก นี่ยังไงยอมให้เขาเอาฟรีไม่เข้าตามตรอกออก
“เบาๆ สิคะคุณไนล์ ทำไมต้องดึงแรงขนาดนี้ด้วยอะ”เสียงหวานนั้นโอด เมื่อคนตัวสูงดึงเธอแทบจะเป็นลาก พาเธอเข้ามายังบ้านของคุณย่า ตอนนี้ที่นี่ไม่มีทุกคนอยู่เพราะเป็นวันพักของช่าง เขายืนกอดอก และขวางอยู่ตรงประตู ปพนภัทรพาเธอมาในส่วนของโซนพักผ่อน ที่รีโนเวทแล้วเรียบร้อย“ตั้งใจจะทำอะไรถึงได้โผล่หัวมา” ตาของอมราภัทรเบิกกว้าง ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินอะไรแบบนี้จากปากของปพนภัทร เขากำลังกอดอก แล้วจ้องเธอด้วยสายตาคมจัด จนเธอมองสบแล้วต้องกะพริบตา...แล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ เขาน่ากลัวมาก สำหรับเธอในตอนนี้ แต่อมราภัทรก็ทำใจดีสู้เสือ“ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า คุณทำอะไรกับลูกของเรา...ถึงได้ยกให้เป็นลูกของพี่ชายคุณ”“หึ...”ปพนภัทรกลอกตา เขายิ้มเหยียดพลางเลิกคิ้ว “คุณยกเด็กให้กับน้องไทม์แล้ว มาสาระแนวุ่นวายอีกทำไมมิทราบ คุณก็ไม่น่าอยากจะให้ใครรู้ไม่ใช่เหรอ ว่าตาป๊อบเป็นลูกของคุณ”“ฉันไม่ได้ยกให้สักหน่อย ยัยไทม์พาตาหนูหนีต่างหาก พอเด็กนั่นรู้ว่าคุณเป็นพ่อเด็กก็เลย...คิดจะมา...ใช้ตาหนูต่อรองทำเงินให้กับตัวเองน่ะสิ” ปพนภัทรหรี่ตาลง พร้อมกับเอ่ยออกมาเสียงทุ้ม“อยากได้เท่าไหร่?”“เอ๊ะ!”อมราภัทร์หน้าซีด ก







