Se connecterตั้งแต่งานแต่งของพี่ชายคนโต พี่สาวคนรอง และพี่ชายพี่สาวคนอื่น เสิ่นเฟยฟางจะตื่นเต้นเสมอ ทุกครั้งที่มีงานแต่งเธอจะเป็นคนแรกที่ต้องตรวจสอบความเรียบร้อยของงาน ทุกคนในบ้านเสิ่นรับรู้เรื่องนี้ดี และยังช่วยตรวจสอบด้วย แต่ว่ารอบนี้มันแตกต่างจากรอบอื่น งานแต่งงานของเสิ่นเฟยฟาง เป็นงานแต่งงานที่จัดขึ้นใหญ่กว่างานแต่งงานของพี่คนอื่น อาจเป็นเพราะว่าเสิ่นเฟยฟางคือน้องสาวคนเล็กของบ้านที่ถูกให้ความสำคัญ และคนสำคัญของฝั่งเจ้าบ่าวก็มาร่วมงานเยอะมากแม้แต่คนงานของบ้านเสิ่นยังไม่เพียงพอจนต้องจ้างคนนอกมาช่วยงานอีกหลายคน แต่ถึงอย่างนั้นคนที่ดูแลงานแต่งงานหลัก ๆ ก็คือสี่หญิงแก่งของบ้านเสิ่น เสิ่นกวงลี่ ผูซีหลิน หลี่โจวหว่าน และโจวเหม่ยฮุ่ยเสิ่นเฟยฟางถาม “แม่คะ คุณตาคุณยาย พวกคุณลุงมากันแล้วใช่ไหม?”แม้จะไม่ค่อยได้เจอกันเพราะทุกคนยุ่งกับงานที่ได้รับมอบมาย แต่งานแต่งงานของเสิ่นเฟยฟางเป็นงานใหญ่ เธออยากให้คนสำคัญมาร่วมงานแต่งงานด้วย ซึ่งมีการแจ้งล่วงหน้าเอาไว้ตั้งแต่ได้ฤกษ์แต่งงาน“มาแล้ว”“พ่อยังวุ่นวายข้างนอกเหรอ”เสิ่นเฟยเย่บอก “ฉันให้พี่สาวของเธอไปตามพ่อมาแล้ว”ระหว่างรอเจ้าบ่าวช่วงนี้
การสร้างตลาดเป็นการวางแผนระยะยาว แม้ทยอยแต่งงานและยังไม่ได้แต่งงานอีกหลายคน แต่เรื่องนี้ถูกนำเสนอหลังอาหารมื้อเย็นแทบทุกวัน และเป็นวันที่เหล่าสะใภ้ เหล่าลูกเขย ทั้งที่จะแต่งงานและยังรอแต่งงานเข้ามาฟังด้วยเสิ่นเฟยฟางอยากเปิดเป็นตลาดใหญ่ให้มันจบ มีอาคารพาณิชย์ให้เช่า เป็นตลาดที่ลูกค้าต้องเข้ามาซื้อของตลอดทั้งวัน เหมือนตลาดในตัวอำเภอที่ไปซื้อของบ่อย ๆ อีกทั้งเสิ่นเฟยฟางอยากเปิดร้านขายเครื่องปรุงด้วย ทำให้ต้องวางแผนเอาไว้นานมาก ๆอย่างน้อยมันต้องใช้เวลาสร้าง 3 ปี ทำให้ทุกคนเริ่มลงมือกันทีละนิด และจะจริงจังอีกทีคือหลังงานแต่งงานของเสิ่นเฟยฟาง“ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปจริง ๆ ฉันจำได้ว่าแต่ก่อนตรงนี้เป็นป่รกร้าง หลังจากนี้มันจะกลายเป็นตลาดของตระกูลเสิ่นแล้ว” เสิ่นเฟยฟางมองที่ดินจำนวนร้อยหมู่ที่ต้องการสร้างเป็นตลาด ตลาดตรงนี้ห่างจากจวนตระกูลเสิ่นพอสมควร ถ้าเดินใช้เวลาเป็นชั่วโมง แต่ถ้าขับรถยนต์ก็ใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นโม่ตงจวินมองดูแล้วอดทึ่งไม่ได้ “ตอนบ้านเสิ่นมาที่นี่แรก ๆ ดูลำบากมาก ตอนนี้ร่ำรวยกว่าตระกูลโม่แล้ว”“ฉันก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน แค่อยากมีเงินเอาไว้เลี้ยงครอบครัวเ
ปี 1983 พี่น้องบ้านเสิ่นมีแพลนแต่งงานในปีนี้อีกสี่คู่ และอีกสามคู่จะแต่งงานในปี 1984 เสิ่นเฟยฟางกับโม่ตงจวินอยู่ในกลุ่มหลัง ปีนี้การแต่งงานเริ่มต้นที่เสิ่นเฟยเจิน หลานสาวคนที่สี่ของบ้านเสิ่นและเป็นพี่สาวคนโตในบ้านสี่ของเสิ่นเฟยฟางโม่ตงจวินยืนข้างเสิ่นเฟยฟาง ทั้งคู่กำลังช่วยกันดูแลความเรียบร้อยในงานแต่ง เสิ่นเฟยฟางไม่อยากให้งานผิดพลาด อีกอย่างผู้ใหญ่ฝั่งเจิ้งหยูเชาก็มีแต่ทหารยศใหญ่ พ่อของเขาตอนนี้มียศเป็นนายพลเทียบเท่ากับพ่อของฮวาเจียเฉิง“ไม่ต้องดูแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อยไม่มีอะไรผิดพลาด ฟางฟางหยุดกังวลได้แล้ว วุ่นวายตั้งแต่เช้าได้กินข้าวเช้าหรือยัง?”ช่วงนี้บ้านเสิ่นจัดงานแต่งงานต่อ ๆ กัน เว้นช่วงไม่นาน ทำให้คุ้นชินกับการจัดงานแต่ง และนี่เพิ่งผ่านมาไม่ถึงสองเดือนด้วยซ้ำเสิ่นเฟยฟางดื่มน้ำอึกใหญ่บอก “ถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้”ให้พูดกันตามตรงพี่น้องบ้านเสิ่นที่คบหากับคนรักนานสุดย่อมเป็นสาว ๆ บ้านสี่ เสิ่นเฟยฟางไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด“ทุกอย่างพร้อมแล้ว ไม่มีใครกล้าสร้างปัญหาแน่”งานแต่งที่ผ่านมารัดกุมเป็นอย่างมาก ตอนงานแต่งของเสิ่นจิ้งรุ่ยมีผิดพลาดบ้าง แต่แก
เมื่อวานพี่น้องบ้านเสิ่นยังคงอยู่ในหมู่บ้านต่ออีกราว ๆ ครึ่งชั่วโมง และสอบถามถึงคนอื่นในหมู่บ้าน ทำให้เสิ่นเฟยฟางได้รู้ว่าปีนั้นคนในหมู่บ้านเสียชีวิตไปเกือบหมด ส่วนใหญ่ที่เหลือล้วนเป็นเด็กหนุ่มที่แข็งแรง คนที่ออกจากหมู่บ้านไปเอาชีวิตรอด ช่วงนี้พวกเขาทยอยกลับมาที่หมู่บ้าน บ้านในอำเภอที่เช่าเอาไว้พวกเขาแบ่งกันนอนเป็นชายและหญิง สำหรับสาว ๆ บ้านแค่เช่าเอาไว้บังหน้า เพราะพากันเข้าไปนอนในมิติทั้งหมด แถมเมื่อคืนพี่สาวของเสิ่นเฟยฟางยังพากันบ่นอีกด้วย อุตส่าห์รีบกลับมาเพื่อหวังว่าพ่อเฒ่าเสิ่นจะยังมีชีวิตอยู่ เสิ่นเฟยฟางอยากให้เขาเห็นว่าลูกหลานที่เขาเลือกทอดทิ้งในปีนั้นตอนนี้รุ่งเรืองแค่ไหน สุดท้ายก็ทำได้เพียงจัดการปัญหาเรื่องขายบ้าน เพราะชายชราชิงเสียชีวิตไปก่อน หลังจากรับประทานอาหารมื้อเช้าแล้ว ทุกคนพร้อมเจ้าหน้าที่ซื้อบ้านเดินทางไปยังหมู่บ้าน พวกเขาจัดการฝังพ่อเฒ่าเสิ่นเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ยอมย้ายออกจากบ้านเหมือนที่เสิ่นเฟยฟางได้แจ้งล่วงหน้า พ่อเฒ่าใหญ่ไม่ยอม “ฉันอายุเยอะแล้วถ้าออกจากบ้านหลังนี้ไปจะไปอยู่ที่ไหน? พวกคุณทำแบบนี้ไม่สงสารคนแก่หน่อยเหรอ”
“ที่นี่บ้านของฉัน พวกแกเป็นใครถึงกล้าบอกว่าเป็นบ้านของตัวเองน่ะ!”ราวกับเสียงเรียกรวมตัว พี่น้องคนอื่นที่เดินสำรวจข้างในบ้านรีบเดินออกมาดู เสิ่นเฟยฟางเดินปรี่ไปหาพวกเขาด้วยความโมโหทันที “เป็นสะใภ้ยังไงปล่อยให้พ่อสามีตายแล้วยังไม่รู้”แม่เฒ่าใหญ่มีสีหน้าตกใจก่อนเปลี่ยนเป็นโล่งอก พูดหน้าตาเฉย “อ้อ ตายแล้วเหรอ ดีเลย จะได้ไม่เป็นภาระพวกฉัน อายุมากขนาดนี้ล้างผลาญไม่หยุดจริง ๆ”บ้านเสิ่นในตอนนี้ตกต่ำลงเป็นอย่างมาก ลูกสาวไม่เหลือ นอกจากเหล่าสะใภ้ในบ้านก็จะมีแต่ลูกชายที่ทำอะไรไม่เป็นทั้งนั้น แต่ก่อนพวกเขาดูแลพ่อเฒ่าเสิ่นเป็นอย่างดี วันนี้กลับปล่อยให้เขานอนตายและไร้คนเหลียวแลเสิ่นจิ้งรุ่ยหน้านิ่ง “ตายแล้ว?”สิ่งที่ติดค้างในใจพวกเขามาตลอดนั่นก็คือการที่ปู่ทวดทอดทิ้งพวกเขา ครั้งนี้เสิ่นจิ้งรุ่ยอยากมาให้พ่อเฒ่าเสิ่นได้เห็นว่าชีวิตบ้านสามได้ดีกันขนาดไหน สุดท้ายก็ยังมาไม่ทันโม่ตงจวินเดินออกไปนอกรั้วตระกูลเสิ่น เหมือนจะไปตามหัวหน้าหมู่บ้าน เสิ่นเฟยฟางเลยพูดกับแม่เฒ่าใหญ่ว่า “ก่อนเดินทางไปซินเจียง จำได้ไหมว่ายกบ้านหลังนี้ให้ใครแล้ว”“จำไม่ได้ ฉันไม่ได้ยกให้ใครนะ อย่ามาพูดมั่ว ๆ” แม่เฒ่าใหญ่ทำเฉไฉ
งานเลี้ยงต้อนรับพร้อมงานฉลองให้กับพี่น้องบ้านเสิ่น ทำให้บ้านเสิ่นได้หน้าได้ตากันหมด หลายคนอยากเกี่ยวดองด้วย แต่ว่าพวกเขาไม่มีโอกาสเนื่องจากข้าง ๆ เด็กทุกคนมีชายหนุ่มกับหญิงสาวยืนอยู่ข้างกัน แถมทุกคนยังแนะนำว่าเป็นคนรักของตัวเองอีกด้วย คนที่ย้ายมาทำงานที่นี่ล้วนพากันไปสมัครงาน เสิ่นจิ้งเหวินกับเสิ่นเฟยเสียนถูกกองทัพเรียกตัวเพราะก่อนไปเรียนทำงานให้ที่นี่ หรงหลูเฟยกับหลิวอี้หงจึงตามไปสมัครด้วย โชคดีว่าเป็นช่วงขาดแคลนบุคลากร ทำให้พวกเขาเริ่มงานได้ทันทีเดือนหน้า เสิ่นเฟยเจินเรียนวรรณคดีหล่อนตั้งใจเป็นครูตั้งแต่แรก และมีฉีเหวินลี่ที่เป็นครูอยู่แล้ว ทำให้ทั้งคู่ไปสมัครทำงานด้วยกัน เป็นโรงเรียนประถม เงินเดือนไม่ได้เยอะเหมือนในเมืองใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็ยินดีทำงานใกล้บ้าน วันไหนเลิกงานเร็วจะได้ช่วยงานคนอื่นด้วย ส่วนคนที่เหลือล้วนเข้ามาทำงานในธุรกิจของตระกูลเสิ่น บางส่วนไปจัดการขนมหวานบ้านเสิ่น และวางแผนเปิดร้านธัญพืช ร้านเนื้อสัตว์ในตลาดของท่าเรือ สินค้าทั้งหมดล้วนมาจากฟาร์มตระกูลเสิ่น ไหนจะเครื่องปรุงที่หมักเอาไว้ บางคนทำงานในฟาร์มตระกูลเสิ่น อย่
เมื่อคืนมีบ้านถูกปล้น แต่ยังดีว่านอกจากถูกทำร้ายร่างกายแล้วยังไม่ถึงแก่ชีวิต เสิ่นเฟยฟางตื่นมาตั้งแต่เช้าหลังนอนได้ไม่นานเพื่อเข้าป่า จึงทันได้ยินตอนบ้านสามเหลียงร้องห่มร้องไห้ไม่มีคนออกมาช่วยเหลือ“แม้แต่ตระกูลเสิ่นที่อยู่ใกล้ยังไม่ออกมาช่วย!”สมาชิกตระกูลเสิ่นที่ถูกกล่าวถึงไม่ได้ออกมารับหน้า พวกเ
อย่างไรก็ตามตอนที่เสิ่นเฟยฟางตัดสินใจเดินกลับบ้านเธอได้ปลามาอีกสองตัว ในตะกร้านอกจากผักป่าที่ใช้ปิดของในตระกร้าเพียงน้อยนิด ด้านในมีไข่ไก่สิบสามฟอง และปลาตัวใหญ่อีกสามตัวเสิ่นเฟยฟางมองป้าสะใภ้รองในครัวแล้ววางตะกร้าลง “ป้าสะใภ้รอง”ผูซีหลินหันมามองหลานสาว “ฟางเอ๋อร์มีอะไรหรือ”เธอไม่ตอบแต่เปิดของใน
เสิ่นเฟยฟางตื่นขึ้นมาตอนเช้าหลังตื่นมากินไข่ต้มเมื่อคืนนี้ ถึงได้รู้ว่าสถานการณ์ภายในอำเภอกำลังแย่ ลุงเขยถูกหลอกเข้าป่าก่อนเสียชีวิต และเมื่อคืนบ้านป้าสะใภ้ถูกปล้น นอกจากนี้ยังมีบ้านอื่น ๆ ที่ถูกปล้น ทำให้หลายครอบครัวหวาดกลัวสมาชิกตระกูลเสิ่นถูกเรียกรวมในตอนเช้าที่ลานบ้าน เสิ่นเฟยฟางสวมชุดเก่า ๆ แ
‘นังสารเลว!มาเสียงหญิงวัยกลางคนตวาดลั่นลานบ้านตระกูลเสิ่น ในมือของแม่เฒ่าใหญ่มีร่างเด็กผู้หญิงผอมโซถูกหิ้วคอเอาไว้ นางลากถูพลางก่นด่า “ตระกูลเสิ่นของฉันเลี้ยงดูพวกแกไม่ดีหรืออย่างไร ถึงได้มาขโมยอาหารบ้านคนอื่น!”“ป้าสะใภ้อย่าตีฟางเอ๋อร์เลยค่ะ ฮือ ๆ” โจวเหม่ยฮุ่ยวิ่งออกจากบ้านด้วยเท้าเปล่า กอดร่างล







