เดินทางข้ามเวลาไปเป็นคุณหนูชนบทยุค 60s

เดินทางข้ามเวลาไปเป็นคุณหนูชนบทยุค 60s

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-06-28
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
Belum ada penilaian
62Bab
5.3KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เสิ่นเฟยฟางกำลังวิ่งวุ่นภายในร้านขนมหวานด้วยความเหน็ดเหนื่อย อยู่ ๆ เจ้าของร้านก็ยื่นคำสั่งซื้อขนมจำนวนหนึ่งให้พนักงาน เสิ่นเฟยฟางในฐานะผู้จัดการร้านต้องลงมาช่วยงานลูกน้องเพราะคนไม่พอ! ระหว่างส่งขนมให้ลูกค้า จู่ ๆ เกิดอาการหน้ามืด ได้ยินเพียงเรียกคนสนิทแต่ฝืนดวงตาอันหนักอึ้งไม่ไหว จึงหลับไปในที่สุด ใครจะไปรู้ว่าตื่นขึ้นมาอีกทีเธอคือเสิ่นเฟยฟางลูกสาวคนเล็กของบ้านในสาธารณรัฐประชาชนจีนปี 1960 ไม่ใช่เสิ่นเฟยฟางผู้จัดการร้านขนมหวานชื่อดังอีกต่อ ที่สำคัญชีวิตใหม่ของเธอเป็นเพียงเด็กอายุ 5 ขวบ ที่ฐานะครอบครัวยากจนแถมยังบาดเจ็บอีกต่างหาก! เสิ่นเฟยฟางกำลังมึนงงกับความทรงจำเด็กผู้หญิงที่มีร่างกายผอมโซ เจ้าตัวเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้านกำลังถูกผู้เป็นย่าใหญ่ทุบตีด้วยข้อหาขโมยอาหาร ที่บ้านต้องยากจนเพียงใดถึงต้องทุบตีให้ถึงตาย!

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 ไม่ชอบมาพากล

‘นังสารเลว!มา

เสียงหญิงวัยกลางคนตวาดลั่นลานบ้านตระกูลเสิ่น ในมือของแม่เฒ่าใหญ่มีร่างเด็กผู้หญิงผอมโซถูกหิ้วคอเอาไว้ นางลากถูพลางก่นด่า “ตระกูลเสิ่นของฉันเลี้ยงดูพวกแกไม่ดีหรืออย่างไร ถึงได้มาขโมยอาหารบ้านคนอื่น!”

“ป้าสะใภ้อย่าตีฟางเอ๋อร์เลยค่ะ ฮือ ๆ” โจวเหม่ยฮุ่ยวิ่งออกจากบ้านด้วยเท้าเปล่า กอดร่างลูกสาวที่ถูกตีพลางสะอื้นไปด้วย

เสียงก่นด่า เสียงร้องไห้ ภายในลานบ้านตระกูลเสิ่นไม่นานปรากฏสมาชิกตระกูลเสิ่น บางคนมีใบหน้าไม่สบอารมณ์ บางคนเบื่อหน่ายถึงขั้นไม่อยากออกมา

แม่เฒ่าใหญ่มีท่าทางโมโห โยนหลานสาวไปไกลแล้วถุยน้ำลายลงพื้น “เมื่อครู่ฉันวางเนื้อเอาไว้บนโต๊ะ ออกไปตักน้ำเพียงครู่เดียวนังเด็กสารเลวนี่ก็เข้ามาขโมยเนื้อไปแล้ว!”

“พี่สะใภ้ท่านแน่ใจหรือว่าหลานสาวฉันเป็นคนขโมยไป” แม่เฒ่าสามมองลูกสะใภ้กับหลานสาวอย่างกังวลแล้วบอก “ถึงแม้จะขโมยจริง แต่ทำไมหลานสาวถึงเข้าไปในบ้านของพี่สะใภ้ได้”

ตระกูลเสิ่นในอำเภอถุนชางเป็นครอบครัวใหญ่มีฐานะไม่ค่อยดี ถึงแม้ตอนนี้จะมีด้วยกันถึงสี่รุ่นแล้วแต่ยังไม่แยกบ้าน เพราะพ่อแม่สามีของพวกเขายังอยู่ ทำให้ภายในตระกูลมีความขัดแย้งกันค่อนข้างสูง

หยางหย่าชิงลูกสะใภ้แม่เฒ่าใหญ่เสิ่นโผล่หน้าออกมามองสองแม่ลูกอย่างรังเกียจ “บ้านนี้อีกแล้ว! เดือนก่อนเข้ามาขโมยไข่ไก่บ้านเราออกไป ครั้งนี้ยังมาขโมยเนื้ออีก”

“พวกเราไม่ได้ขโมยไข่ไก่จริง ๆ นะ” โจวเหม่ยฮุ่ยยกมืดเช็ดน้ำตาแล้วเล่าต่อ “แม่เฒ่าหลันเห็นว่าฟางเอ๋อร์ช่วยเก็บผักเลยนำไข่ไก่มาให้”

เหตุการณ์เมื่อเดือนก่อนแม่เฒ่าหลันเพื่อนบ้านอาศัยอยู่กับลูกชายคนเดียว บ้านนี้ไม่ขัดสนเงินทองเพราะลูกชายเป็นทหาร เวลามีของกินดี ๆ ก็จะเอาให้เสิ่นเฟยฟางลูกสาวของหล่อนเสมอ แต่วันนั้นไข่ไก่ที่บ้านใหญ่ต้มกลับหายไปฟองหนึ่ง ทำให้ทุกคนมองว่าบ้านของหล่อนขโมยไข่ไก่

แม่เฒ่ารองรีบพูด “พี่สะใภ้ใหญ่พวกเราจะให้บ้านสามอาศัยกับพวกเราไปตลอดไม่ได้หรอกนะ! คราวหน้าคงมาขโมยของอีก”

“นั่นสิ”

ภายในตระกูลเสิ่นประกอบไปด้วยสามสาย สายหลัก สายรองมีมารดาคนเดียวกัน หลังแม่เฒ่าเสิ่นคนก่อนเสียชีวิตไม่นานแม่สามีของแม่เฒ่าสามก็แต่งเข้าตระกูล ให้กำเนิดลูกชายคนที่สามและตอนนี้ยังคงมีชีวิตอยู่ บ้านสายหลัก บ้านสายรอง ถือว่ามีบรรพบุรุษคนเดียวกันจึงเข้ากัน ส่วนบ้านสายสามนั่นได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

สะใภ้รองบ้านสามมีสีหน้าอึ้มครึ้มหลังสังเกตเห็นอะไร เจ้าตัวมองสลับน้องสะใภ้กับของสิ่งนั้นแล้วชี้ให้ทุกคนได้ดู “แล้วสะใภ้สี่บ้านใหญ่ถืออะไรกัน!”

“เอ๋ นั่นเนื้อไม่ใช่เหรอ”

สมาชิกบ้านสามหันไปมองด้วยสีหน้าไม่พอใจ แต่ละคนสวมเสื้อผ้าขาดริ้ว มีรอยประชุนบนเสื้อทุกจุด และที่สำคัญมีแต่คนผอม ๆ ไร้เรี่ยวแรง

“อ้า นั่นเนื้อของฉัน!” แม่เฒ่าใหญ่เห็นเนื้อหมูแล้วก็เดินถือเข้าไปในบ้าน ไม่ได้สนใจสิ่งที่ทำไปก่อนหน้านี้

“แยกย้าย ๆ”

เสิ่นกวงผิงผู้เป็นพ่อได้แต่มองภรรยากับลูกสาวบนพื้น หลังแยกย้ายกันไปถึงได้เข้าไปอุ้มลูกสาวคนเล็กกลับบ้านสามที่อยู่ทางด้านหลัง

ระหว่างทางเดินคนที่ถูกอุ้มกำลังมึนงงกับความทรงจำของเด็กผู้หญิงที่ร่างกายผอมโซ เจ้าตัวเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้านก่อนหน้านี้ถูกผู้เป็นย่าใหญ่ทุบตีเพราะขโมยอาหาร ที่บ้านต้องยากจนเพียงใดถึงต้องทุบตีให้ถึงตาย!

ก่อนหน้านี้เสิ่นเฟยฟางกำลังวิ่งวุ่นภายในร้านอาหารขนมหวานด้วยความเหน็ดเหนื่อย อยู่ ๆ เจ้าของร้านก็ยื่นคำสั่งซื้อขนมจำนวนหนึ่งให้พนักงาน เสิ่นเฟยฟางในฐานะผู้จัดการร้านต้องลงมาช่วยลูกน้องเพราะคนไม่เพียงพอ

ระหว่างส่งขนมให้ลูกค้า จู่ ๆ เกิดอาหารหน้ามืด ได้ยินเพียงเสียงเรียกคนสนิทแต่ฝืนดวงตาอันหนักอึ้งไม่ไหวจึงหลับไปในที่สุด

ใครจะไปรู้ว่าตื่นขึ้นมาอีกทีเธอจะเป็นเสิ่นเฟยฟางลูกสาวคนเล็กของบ้านที่มีฐานะทางบ้านยากจน ในสาธารณรัฐประชาชนจีนปี 1960 ไม่ใช่เสิ่นเฟยฟางผู้จัดการร้านขนมหวานชื่อดังอีกต่อไป ที่สำคัญชีวิตใหม่ของเธอยังเป็นเพียงเด็กอายุ 5 ขวบ!

หลี่โจวหว่านมองสมาชิกบ้านสามทุกคนที่แออัดกันภายในบ้านเล็ก ๆ หลังนี้อย่างอดสู่ บ้านใหญ่ของตระกูลกลับถูกอีกสองบ้านแย่งไป ต่อให้เหลือพื้นที่พวกนั้นก็ไม่ให้บ้านสามเข้าไปเหยียบ

“ฉันว่าต่อไปบ้านสามอย่าเข้าไปในลานบ้านอีกเลย ดูจากวันนี้ก็รู้ว่าสะใภ้สี่จงใจให้ฟางเอ๋อร์ถูกตี”

“เฮ้อ จะให้ฉันทำอย่างไรล่ะ ถ้าไม่เอาอาหารไปให้ย่าพวกเธอก็คงไม่มีอะไรกิน” แม่เฒ่าสามถอนหายใจ

ย่าที่หมายถึงคือแม่สามีของแม่เฒ่าสาม พ่อสามีไม่น่าห่วงเนื่องจากลูกชายทั้งสองกตัญญูอยู่บ้างแต่ย่านั่นลูกแท้ ๆ มีเพียงสามีของแม่เฒ่าสาม

เสิ่นกวงหยางลูกชายคนรองของบ้านบอก “หรือพวกเราจะไปพาย่ามาอยู่กับพวกเราดีครับ สถานการณ์ทีนี่ย่ำแย่บ้านใหญ่คงงดอาหารย่าแน่”

หลายปีมานี้เศรษฐกิจและพืชผักไม่ดี ผลผลิตที่ได้สวนทางกับจำนวนคนที่เพิ่มขึ้น ตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกคนประคับประคองมาได้จนถึงครั้งนี้ที่รุนแรงที่สุด ปีนี้ผลผลิตที่ลงทุนไปไม่ได้เก็บเกี่ยวแม้กระทั้งเมล็ดพันธุ์เดียว! ฝนไม่ตก หลายคนล้มตาย

“พี่รองผมว่าทำแบบนั้นป้าสะใภ้ใหญ่คงไม่ยอม ส่วนแบ่งของย่ายังพอมีอยู่ พวกเขาไม่ยอมให้ย่าออกมาแน่นอน” ลูกชายคนที่สาม เสิ่นกวงเหยียนหนักใจไม่ต่างกัน

พ่อเฒ่าสามผู้เป็นหัวหน้าบ้านกวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้วออกปากไล่ “ไป แยกย้ายไปหาทำงานบ้านเถอะ เรื่องนี้อย่าพูดอะไรออกมาอีก”

“ครับ” “ค่ะ”

“สะใภ้สี่ต้มไข่ให้ฟางเอ๋อร์สักฟอง” แม่เฒ่าสามบอกก่อนลูกสะใภ้จะเดินออกจากห้องไป

ผู้ชายในบ้านออกไปช่วยกันหาบน้ำที่เหลืออีกไม่มากในแม่น้ำ ผู้หญิงช่วยกันทำงานบ้าน ส่วนเด็ก ๆ ออกไปเก็บผักป่ามากินเพราะที่บ้านไม่เหลืออะไรให้กินแล้ว

หลังลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานออกจากบ้านไปสองสามีภรรยาเดินเข้าห้องแล้วพูดคุยกัน “ตาเฒ่า เรื่องกวงลี่ล่ะเป็นอย่างไรบ้าง สามีของหล่อนไม่ได้เสียชีวิตจริง ๆ ใช่ไหม”

ก่อนหน้านี้แม่เฒ่าสามบังเอิญเจอคนของหมู่บ้านสามีลูกสาวใหญ่จึงได้รู้ว่าพวกเขามาส่งข่าวว่าลูกเขยเสียชีวิตแล้ว แต่แม่เฒ่าสามไม่เชื่อและไม่อยากให้บ้านอื่นรู้จึงให้สามีไปดู

พ่อเฒ่าสามส่ายหน้า “เรื่องจริง!” ก่อนกล่าวต่อด้วยความหนักใจ “ลูกเขยตายแล้วจริง ๆ ตอนเข้าป่าไปล่าสัตว์กับคนอื่น พวกเขาบอกว่าลูกเขยขัดคำสั่งตอนล่าสัตว์ทำให้ถูกสัตว์ทำร้าย แต่ลูกสาวบอกไม่ใช่เรื่องจริง”

“หมายความว่าอย่างไรหรือ” แม่เฒ่าสามชะงัก

พ่อเฒ่าสามเปิดหน้าต่าง เปิดประตูเพื่อดูว่ามีคนอยู่ใกล้ไหมแล้วรีบปิดก่อนกระซิบ “หมู่บ้านเย่ถางขาดแคลนอาหารอย่างหนัก บ้านไหนไม่มีผู้ชายพวกเขาเข้าไปแย่งชิงอาหาร!”

แม่เฒ่าสามเบิกตากว้าง หมายความว่าการตายของลูกเขยมีเงื่อนงำ! “ตาเฒ่า รีบพาเจ้ารอง เจ้าสาม เจ้าสี่ ไปรับลูกสาวกับหลานสาวของฉันมาเร็วเข้า!”

“แต่บ้านเราไม่มีอาหารเหลือแล้ว” พ่อเฒ่าสามเป็นห่วงลูกสาวแต่ไม่ลืมว่าตอนนี้ที่บ้านมีสถานการณ์เป็นอย่างไร

ตระกูลเสิ่นไม่ได้แยกบ้านกันเพราฉะนั้นรายได้จึงอยู่กับแม่เฒ่าใหญ่หมด แต่ละบ้านจะได้ส่วนแบ่งทุกเดือนแต่ว่าได้น้อยมาก เดือนละห้าหยวนกับธัญพืชที่ได้น้อย โชคดีว่าลูกชายของบ้านล่าสัตว์ได้ จึงไม่ได้อดตายกัน

แม่เฒ่าสามมีสีหน้าบิดเบี้ยว “ตอนนี้พวกเราเหลือเงินเพียง 50 หยวน เดือนนี้บ้านใหญ่ไม่ยอมแบ่งธัญพืชให้อีกไม่นานพวกเราคงอดตาย ลูกสาวใหญ่เป็นลูกสาวคนเดียวของเรา ก่อนหน้านี้มีอะไรดีหล่อนก็นำมาให้”

“อืม”

กลางดึกสี่พ่อลูกพากันเดินเท้าออกจากบ้านไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่งเพื่อรับลูกสาวที่เพิ่งเป็นหม้ายกับหลานสาวกลับไปอยู่บ้าน กว่าจะมาถึงก็ตอนที่บ้านของลูกสาวใหญ่ถูกปล้นไปแล้ว!

ข้าวของในบ้านถูกค้นไม่เว้นแม้แต่น้ำในถังยังถูกขโมยไป พ่อเฒ่าสามเป็นห่วงลูกสาวรีบเดินหาภายในบ้าน ไม่ต่างจากลูกชายทั้งสามคน

เสิ่นกวงผิงมาหาพี่สาวบ่อยเขาย่ำเท้าไปยังห้องใต้ดินและเคาะลงที่ประตู “พี่สาวใหญ่! พวกเรามารับพี่กับหลานสาวกลับบ้านแล้ว”

“น้องสี่!”

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
62 Bab
บทที่ 2 บีบกันตาย
เสิ่นเฟยฟางตื่นขึ้นมาตอนเช้าหลังตื่นมากินไข่ต้มเมื่อคืนนี้ ถึงได้รู้ว่าสถานการณ์ภายในอำเภอกำลังแย่ ลุงเขยถูกหลอกเข้าป่าก่อนเสียชีวิต และเมื่อคืนบ้านป้าสะใภ้ถูกปล้น นอกจากนี้ยังมีบ้านอื่น ๆ ที่ถูกปล้น ทำให้หลายครอบครัวหวาดกลัวสมาชิกตระกูลเสิ่นถูกเรียกรวมในตอนเช้าที่ลานบ้าน เสิ่นเฟยฟางสวมชุดเก่า ๆ แล้วเดินตามหลังไป เธอรวมกลุ่มกับพี่สาวของเธอสามคนอาศัยวงล้อมของผู้ใหญ่ในบ้านสามอยู่“หมู่บ้านเย่ถางถูกปล้นเมื่อคืนคงรู้ข่าวแล้ว ตอนนี้หลาย ๆ หมู่บ้านก็ถูกปล้น มีคนตายหลายคน ฉันกับตาเฒ่าคุยกันแล้วว่าจะไปซินเจียง สถานการณ์ที่นั่นดีกว่าที่นี่มาก” แม่เฒ่าใหญ่เป็นคนบอกที่ซินเจียงมีญาติตระกูลเสิ่นอยู่ที่นั่น จริง ๆ จะบอกว่าตระกูลเสิ่นก็ไม่ถูก ต้องเป็นญาติจากตระกูลหยูมากกว่า ย่าทวดทั้งสองคนเป็นคนตระกูลหยูที่แต่งงานเข้าตระกูลเสิ่นของที่นี่แต่พ่อเฒ่าสามไม่เห็นด้วย “พ่อกับแม่อายุเยอะแล้ว การเคลื่อนย้ายระยะไกลย่อมลำบาก เกรงว่าท่านจะทนไม่ไหว”พ่อเฒ่าใหญ่ถอนหายใจ “เป็นเช่นนั้น ฉันกับพี่สะใภ้ของนายเลยคุยกันว่าจะพาพ่อเฒ่าไปด้วย ส่วนแม่เฒ่านั้นบ้านสามจะเป็นคนดูแล”“นั่นไม่เท่ากับว่าพวกเราแยกบ้านกันหรือ!” แ
Baca selengkapnya
บทที่ 3 ภัยใกล้ตัว
อย่างไรก็ตามตอนที่เสิ่นเฟยฟางตัดสินใจเดินกลับบ้านเธอได้ปลามาอีกสองตัว ในตะกร้านอกจากผักป่าที่ใช้ปิดของในตระกร้าเพียงน้อยนิด ด้านในมีไข่ไก่สิบสามฟอง และปลาตัวใหญ่อีกสามตัวเสิ่นเฟยฟางมองป้าสะใภ้รองในครัวแล้ววางตะกร้าลง “ป้าสะใภ้รอง”ผูซีหลินหันมามองหลานสาว “ฟางเอ๋อร์มีอะไรหรือ”เธอไม่ตอบแต่เปิดของในตะกร้าให้อีกฝ่ายได้ดู ผูซีหลินตะลึง “ฟางเอ๋อร์ไปเก็บมาจากไหนกัน! ไม่ได้ไปขโมยมานะ”ต้องบอกว่าไข่ไก่ถ้าไม่ได้เลี้ยงเอาไว้ก็ต้องเข้าป่าไปเก็บมา แต่ความแห้งแล้งของที่นี่บอกได้ว่าพวกเธอไม่ได้กินของดี ๆ มานานแล้ว สัตว์ในป่าถูกล่า โดยเฉพาะไก่ฟ้า ไข่ไก่จึงไม่มีให้เก็บ“ฉันเก็บได้ที่รังเก่าของไก่ค่ะ เลยเก็บมาไว้ทำอาหารให้ที่บ้าน ส่วนปลาฉันบังเอิญเห็นในแม่น้ำแล้วจับมาได้” เสิ่นเฟยฟางบอกผูซีหลินถูมือมองปลาในตะกร้าพลางกลืนน้ำลาย “ป้าสะใภ้จะทำน้ำแกงปลาสักตัว! ที่เหลือขังเอาไว้ทำกินวันหน้า”บ้านสามไม่ได้กินเนื้อมาหลายเดือนแล้ว ธัญพืชยังไม่มีส่วนแบ่งอีกทำให้ต้องกินผักป่าประทังชีวิตไปวัน ๆ พอมีปลามาจึงอยากทำน้ำแกงปลาซดให้โล่งคอสักหน่อยแต่เสิ่นเฟยฟางไม่เห็นด้วย “ไม่ได้! ถ้าทำน้ำแกงปลาจะได้กลิ่น ข้างนอกล้ว
Baca selengkapnya
บทที่ 4 อาหารคือสิ่งล้ำค่า
เมื่อคืนมีบ้านถูกปล้น แต่ยังดีว่านอกจากถูกทำร้ายร่างกายแล้วยังไม่ถึงแก่ชีวิต เสิ่นเฟยฟางตื่นมาตั้งแต่เช้าหลังนอนได้ไม่นานเพื่อเข้าป่า จึงทันได้ยินตอนบ้านสามเหลียงร้องห่มร้องไห้ไม่มีคนออกมาช่วยเหลือ“แม้แต่ตระกูลเสิ่นที่อยู่ใกล้ยังไม่ออกมาช่วย!”สมาชิกตระกูลเสิ่นที่ถูกกล่าวถึงไม่ได้ออกมารับหน้า พวกเขาล้วนต้องเห็นแก่ตัวไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถอยู่รอดที่นี่ได้ พ่อเฒ่าสามก่อนหน้านี้มีคนนับถือเขามากแต่พอคนเหลือน้อยแล้วคิดจะมารังแกเขามันไม่ง่ายเช่นนั้นเสิ่นเฟยฟางสะพายตะกร้าเล็กขึ้นหลัง บ้านรอง และเด็ก ๆ จะพากันเข้าป่าเพื่อหาผักป่ามาทำอาหารกิน แต่ความจริงคือต้องการไปทำน้ำแกงปลาข้างนอกมากกว่า สองเท้าเดินตามหลังลุงรองไปนอกจากพวกเธอแล้วยังมีอีกหลายคนที่ต้องการเข้าไปเสี่ยงโชคในป่าด้วย ป่าไม่ได้อุดมสมบูรณ์ขนาดนั้นเนื่องจากมีภูเขาน้อย ส่วนมากจะเป็นน้ำทะเล ก่อนหน้านี้คุณปู่ ลุงรอง ลุงสาม และพ่อของเธอ เป็นลูกจ้างเรือประมง แต่ว่าตอนนี้สถานการณ์ไม่ดีจะออกจากหมู่บ้านผู้หญิงจะถูกรังแก“ลุงรอง พวกเราขึ้นไปด้านบนอีกดีกว่าค่ะ” เสิ่นเฟยฟางบอกเมื่อเห็นเขาวางตะกร้า “ตรงนี้คนในหมู่บ้านสามารถเข้ามาถึงได้ หากพว
Baca selengkapnya
บทที่ 5 ดิ้นรนเพื่ออยู่รอด
หลายวันก่อนเสิ่นกวงหยางแบกไข่ไก่กลับบ้านมาหนึ่งตะกร้า คนที่บ้านดีใจจนร้องไห้เพราะอาหารที่เหลือเพียงพอให้กินต่อได้อีกไม่กี่วัน พ่อเฒ่าสาม แม่เฒ่าสาม ขอบคุณหลานสาวอย่างเสิ่นเฟยฟางที่หาอาหารให้ทุกคนได้กินไม่อย่างนั้นชะตาของคนที่บ้านคงไม่พ้นเหมือนบ้านอื่น ๆ ที่ตายเพราะทนความหิวไม่ไหว ภายในหมู่บ้านถูกปล้นทุกวันแต่บ้านตระกูลเสิ่นนำสิ่งของเขาไปไว้ในห้องด้วย ทำให้ไม่สามารถขโมยได้ผู้ชายในบ้านถูกบำรุงด้วยไข่ไก่และของกินดี ๆ ให้อิ่มท้อง นอนหลับตอนกลางวันและเฝ้ายามตอนกลางคืน สองวันก่อนมีคนเข้ามาขโมยของในบ้าน เป็นตอนที่พ่อเฒ่าสามออกไปปลดทุกข์พอดีจึงมีการปะทะกัน ด้วยความที่บ้านสามกินข้าวอิ่มทำให้มีแรงต่อสู้ และของไม่ถูกปล้น“เมื่อเช้าหัวหน้าหมู่บ้านบอกว่าบ้านฉินจากไปแล้วทั้งหมด อยากให้พวกเราเข้าไปช่วยจัดการศพ ไม่อย่างนั้นกลิ่นจะเน่าเหม็นไปทั่วหมู่บ้าน ไม่ต้องทำพิธีมากมายเพียงแค่ฝังศพ” แม่เฒ่าสามตื่นตั้งแต่เช้าทันหัวหน้าหมู่บ้านพอดี จึงนำเรื่องนี้มาบอกทุกคนโจวเหม่ยฮุ่ยเอ่ยเบา ๆ “บ้านฉินจากไปแล้ว ถึงว่าหลายวันมานี้ฉินซื่อได้ออกมาหาบน้ำ ที่แท้ที่บ้านก็ไม่เหลือคนอยู่แล้วนี่เอง เฮ้อ ปีนี้มันโหดร้ายจร
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ช่วยเหลือกันและกัน
เหลือเวลาอีกสองเดือนที่ฤดูหนาวจะมาถึง บ้านเสิ่นเลยต้องวางแผนกันใหม่ ในบ้านเหลือเงินห้าสิบหยวนรวมกับเงินของป้าสะใภ้ใหญ่ก็รวมเป็นสองร้อยหยวนแม่เฒ่าสามให้ลูกชายช่วยกันซ่อมแซมห้องนอนภายในบ้านตระกูลเสิ่น ก่อนหน้านี้มันทรุดโทรมอยู่แล้วไหนจะโจรเข้ามาปล้นภายในบ้านอีก พอซ่อมแซมเสร็จค่อบนำฟืนเข้ามาเก็บไว้ในบ้าน ก่อนหน้านี้ไม่มีคนนำฟืนเข้ามาเก็บในบ้าน แต่ว่าถ้าไม่นำเข้ามาก็ถูกปล้นไปทุกห้องถูกซ่อมแซมให้แข็งแรงแล้ว แต่ยังไม่มีใครแยกห้องออกไป เสิ่นเฟยฟางนั่งเล่นกับแม่เฒ่าเสิ่นในลานบ้าน ส่วนคนอื่นช่วยกันเก็บฟืนมาไว้ใช้ในฤดูหนาวเสิ่นเฟยฟางมองแม่เฒ่าสามแล้วถาม “ย่าคะ โอ่งในบ้านพวกเรามีมากน้อยแค่ไหน”แม่เฒ่าสามเป็นคนนำฟืนเข้าไปเรียงในห้องเพื่อให้มันบรรจุได้มากที่สุด “บ้านสามมีโอ่งดินสามใบแต่พวกเราไม่ได้ย้ายมันมาด้วยเพราะที่นี่มีอยู่ห้าใบ”“ย่าให้คุณลุงกับพ่อยกเข้ามาไว้ในห้องได้ไหมคะ เหลือไว้ใช้งานข้างนอกแค่ใบเดียว” เสิ่นเฟยฟางตัดสินใจ “แล้วให้ทุกคนช่วยกันหาบน้ำมาต้มเก็บไว้ น้ำพวกนี้จะใช้ดื่ม”ทุกคนในบ้านใช้น้ำในแม่น้ำทั้งดื่ม อาบ และทำอาหาร ทำอาหารยังพอยอมรับได้เพราะมันผ่านการต้มน้ำแล้ว แต่ดื่มเสิ่น
Baca selengkapnya
บทที่ 7 ดาวนำโชค
ทันทีที่รู้ว่าลูกชายต้องการเผาถ่านขายแน่นอนว่าสองผู้เฒ่าของบ้านปฏิเสธทันที ลำพังหากพวกเขาถูกจับก็แค่ถูกทุบตีจนตาย แต่เด็กรุ่นสี่ยังเด็กอยู่มาก พวกเขาไม่อยู่หลาน ๆ ก็ต้องตาย แต่พอรู้ว่าเป็นความคิดของใครกลับยอมตกลงอย่างง่ายดายแม่เฒ่าสามคุยกับสามีว่าหลานสาวคนเล็กของบ้านต้องเป็นดาวนำโชคอย่างแน่นอน พวกเขาไม่เชื่อความบังเอิญ ตั้งแต่เสิ่นเฟยฟางต้องออกไปช่วยคนอื่นหาของกินหล่อนก็ได้ของกินกลับมาจำนวนมาก ให้คนอื่นไปหากลับไม่ได้อะไรตอนนี้ภายในบ้านแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ แบ่งตามห้องนอน ครอบครัวของเสิ่นกวงหยาง ครอบครัวของเสิ่นกวงผิงจะรับหน้าที่หาของกินอยู่นอกบ้าน ส่วนที่เหลือดูแลบ้านและหาบน้ำเข้าบ้านเสิ่นเฟยฟางบอกพ่อของเธอ “ดินที่ใช้ต้องเป็นดินเหนียวมันทนความร้อนได้ หลังสร้างเตาเผาถ่านเสร็จต้องรอให้มันแห้งก่อนถึงจะเริ่มเผาถ่านได้ ระหว่างนี้พวกเราก็หาฟืนรอ”บอกได้ว่าการสร้างเตาเผาถ่านนั้นอยู่ในป่าลึกมาก ไม่มีใครกล้าเข้ามาซึ่งใช้เวลาเดินครึ่งวันกว่าจะมาถึง พวกเธอออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืดไม่มีใครรู้ว่าที่บ้านคนเหลือน้อย เสิ่นเฟยฟางตั้งใจว่าสร้างเตาเผาถ่านเสร็จและเผาทิ้งไว้ค่อยกลับบ้าน ซึ่งใช้เวลาอย่
Baca selengkapnya
บทที่ 8 รีบทำรีบกลับบ้าน
การมีเนื้อสัตว์กลับมาย่อมสร้างความตกใจให้แก่คนในบ้าน แต่เสิ่นเฟยฟางให้พ่อของเธอบอกคนอื่นว่าเขาเป็นคนจับได้พอดี ทำให้ตอนกลางคืนทุกคนย่างกระต่ายกิน และยังมีน้ำแกงไข่ซดให้โล่งคออีกด้วยอันที่จริงการกินเนื้อกระต่ายไม่แบ่งคนที่อยู่ด้านนอกนับว่าพวกเขาตัดสินใจดีแล้ว ไม่รู้ว่าจะได้ออกจากป่าไปตอนไหนเนื้อกระต่ายที่ตายแล้วคงเน่าก่อน“ทำไมถึงมีผ้าใหม่ล่ะ!”เมื่อคืนพอมาถึงที่พักแล้วยุ่งกับกระต่ายและอาหาร หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายปีนขึ้นไปนอนบนต้นไม้ ไม่ได้สอบถามว่าได้ผ้ากลับมากี่ผืน และแม่เฒ่าสามได้ฝากอะไรกลับมาบ้างหรือไม่เสิ่นกวงผิงยิ้มเล็กน้อยแล้วบอก “ก่อนหน้านี้ป้าใหญ่ของลูกซื้อผ้าเก็บไว้ในห้องใต้ดิน วันนั้นพวกเราไม่ได้นำมาด้วยเนื่องจากความรวดเร็ว และป้าใหญ่ของลูกเพิ่งนึกขึ้นได้เลยให้ลุงสามไปนำกลับมา พ่อกลับไปถึงพอดีจึงนำเข้ามา”“ป้าใหญ่รวยจริง ๆ” เสิ่นเฟยฟางลูบผ้าเนื้อดี แล้วหันไปบอกพ่อของเธอ “พ่อช่วยทำราวตากผ้าให้หน่อยได้ไหมคะ เอาไว้ตรงนู้นจะได้ไม่ถูกกลิ่นควันจากการเผาถ่าน”ผ้าที่ได้มาเป็นผ้าใหม่และยังมีผ้าเก่าอีกด้วย จำเป็นต้องซักตากแห้งก่อน มันจะได้ไม่มีกลิ่นผ้าเก่า ผ้าที่นำมาทำได้หลายผืน
Baca selengkapnya
บทที่ 9 เตรียมพร้อมสำหรับอนาคต
เข้าสู่วันที่สามของการเข้าป่าสำหรับสมาชิกตระกูลเสิ่น เมื่อคืนนี้เสิ่นกวงผิงพาเสิ่นกวงเหยียนกับหลี่โจวหว่านมาถึงที่พักตอนดึกแล้ว ทุกคนจึงพากันนอนพักเอาแรง เพราะตอนเช้ายังมีงานรออยู่มากมายเสิ่นเฟยฟางตื่นขึ้นมาก่อนคนอื่นที่เหนื่อยจากการทำงาน พอเธอปีนลงจากต้นไม้ก็เห็นว่าลุงกับพ่อของเธอที่นอนด้านล่างเมื่อคืนนี้ตื่นขึ้นมากันแล้ว จริง ๆ แล้ว การนอนกลางป่าแบบนี้ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่รู้ว่าจะมีสัตว์ร้ายเข้ามาหรือไม่ ทุกคนนอนบนต้นไม้มาสองวันแล้วรวมเมื่อคืนก็เป็นสามวัน แต่ไม่ได้ทำเผื่อคนมาใหม่และกลัวว่าด้านบนจะรับน้ำหนักไม่ไหว ผู้ชายในบ้านจึงลงมานอนด้านล่างแทนเสิ่นกวงเหยียนกำลังลับมีดแล่หมูและพูดถึงสถานการณ์ข้างนอก “เมื่อวานก่อนเจ้าสี่ไปรับมา หัวหน้าหมู่บ้านแวะมาที่บ้านแล้วถามว่ายังพอมีอาหารไหม ในหมู่บ้านล้มตายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อยากจะขอแบ่งอาหารไปให้บ้านอื่น”“หัวหน้าหมู่บ้านมาที่บ้านหรือ แล้วเขาสังเกตไหมว่าที่บ้านคนเหลือน้อย” เสิ่นกวงหยางถามน้องชายด้วยความกังวล “โชคดีที่เด็ก ๆ ในบ้านทะเลาะกัน ข้างนอกจึงได้ยินเสียงวุ่นวาย ผมเลยบอกไปว่าไม่มีเหลือแล้ว” บ้านของเขาออกมาหาอาหารท
Baca selengkapnya
บทที่ 10 แย่งชิงอาหาร
อยู่ในป่าลึกนับครึ่งเดือนในที่สุดเสิ่นเฟยฟางก็ได้กลับบ้านแล้ว ระหว่างออกจากป่าทุกคนช่วยกันหาอาหารไปด้วย และไม่ลืมหันไปมองทางเตาเผาถ่านว่ามันมีควันออกมามากไหม พอเห็นว่ามันกลมกลืนไปในป่าจึงลดความกังวลลงเสิ่นเฟยฟางเดินตามหลังผู้เป็นแม่ที่เดินนำมาคนอื่น ด้านหลังมีตะกร้าที่เต็มไปด้วยไข่ไก่ ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในป่าไข่ไก่มีให้เจออยู่ทุกวัน ในตะกร้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยไข่ไก่ ก่อนหน้านี้เสิ่นเฟยฟางไปเจอรังไก่อยู่สองรัง นอกจากไข่ไก่ยังได้ไก่กลับมาอีกหลายตัว ทุกคนลงความเห็นกันว่าจะลักลอบนำเข้าไปขายในอำเภอโจวเหม่ยฮุ่ยที่เดินนำหยุดนิ่ง แล้วหันกลับมาบอกเด็ก ๆ “จำเอาไว้ว่าอย่าให้ใครเข้าใกล้ตะกร้า”แต่ละตะกร้าเต็มไปด้วยไข่ไก่ มีเพียงด้านบนที่ปกปิดด้วยผักป่ากับกิ่งไม้ ทุกคนไม่ได้เร่งรีบจะเข้าบ้านเพราะรอเวลากลางคืนกว่านี้ คนอื่นจะได้ไม่เห็นว่าพวกเธอกลับเข้าบ้านทุกคนตอบรับพลางวางตะกร้าลงพื้น บริเวณนี้คือหลังบ้านตระกูลเสิ่น หรือก็คือทางบ้านสามของพวกเขา โชคร้ายที่ประตูทางเข้าบ้านใหญ่นั้นอยู่คนละทางและไม่สามารถเข้าจากทางบ้านสามได้ เลยต้องรอเวลาค่ำกว่านี้ก่อนเสิ่นกวงผิงไม่ได้วางตะกร้าลงพื้น กลับกันเขามองค
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status