Mag-log inตอนที่ 3 เสนอตัว
เพลงรักสะดุ้งเหมือนถูกตบหน้า ทำให้เธอก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม ความอับอายแล่นปรู๊ดขึ้นมาทั้งตัวจนรู้สึกถึงความร้อนวูบวาบ
หลังจากที่เขาพูดคำบาดหูนั้นจบ การันต์ได้เบือนหน้าหนีก่อนจะถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เขาก้าวเท้าเตรียมออกจากห้อง โดยไม่ได้คิดจะพูดอะไรกับเธออีกแม้แต่คำเดียว แต่เขาเดินไปได้แค่สามสี่ก้าว ก็มีเสียงฝีเท้าเบา ๆ จากคนป่วยรีบตามลงมาอย่างเร่งรีบ
ปลายนิ้วเรียวคว้าจับที่ชายเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่น ทำให้ชายหนุ่มชะงักก่อนจะหันหลังกลับมาช้า ๆ ดวงตาคมสบเข้ากับใบหน้าเล็กที่กำลังเงยหน้ามองเขาร
เพลงรักกัดริมฝีปากตัวเองแน่น แน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดแตะโพรงจมูก เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังจะพูดมันถูกหรือเปล่า ไม่รู้ว่าถ้าหากพูดไปแล้วมันจะเปลี่ยนชีวิตเธอให้ไปทางไหน แต่อย่างน้อยก็อาจจะช่วยให้เธอไม่ต้องกลับไปตกนรกที่ก็เป็นได้
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเป็นการเรียกสติ สายตาของเธอจับจ้องที่ใบหน้าของการันต์ที่ไม่พูดอะไรออกมา เขาทำแค่หรี่ตามองมาที่เธออย่างรำคาญและ.. รังเกียจ ก่อนจะสะบัดชายเสื้อออกจากมือเธอแรง ๆ จนเจ้าตัวเซไปเล็กน้อย
“อ๊ะ!”
“อย่ามาแตะ สกปรก!” คำพูดของเขาทำให้เธอรู้สึกหน้าชาอีกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าใครมอบความกล้าให้กับเธอกันแน่ แทนที่เธอจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้ แต่เหมือนมีบางอย่างกำลังบอกเธอว่าเขาอาจจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายให้กับเธอในเวลานี้ก็ได้
‘ใจเย็น ๆ นะเพลงรัก สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ'
“คุณ.. สนใจรับเลี้ยงผู้หญิงสักคนไหมคะ?” เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบามากราวกับว่าอยากให้ได้ยินกันสองคน
“อะไรนะ?” เพลงรักหลุบตาลง อย่างคนที่ไม่กล้าเอ่ยอะไรอีก มือเล็กกำแน่นขึ้นจนข้อนิ้วสั่นก่อนจะพูดซ้ำด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม
“ให้หนูทำอะไรก็ได้ งานบ้านงานเรือน ซักผ้า ถูบ้าน กวาดบ้าน หุงข้าว หนูทำได้หมดเลย หรือว่า..” เธอหยุดนิ่งหลุบตาลงมองพื้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว ลมหายใจกระตุกขาดห้วง ก่อนจะกัดริมฝีปากแน่นและพูดต่อด้วยเสียงที่เบาเสียจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ
“จะให้เป็นผู้หญิงของคุณก็ได้”
“นี่เธอกำลังจะขายตัวให้ฉันเหรอ” เสียงนั้นดังก้องไปทั่วห้อง จนราเชนทร์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูถึงกับหันกลับมา มองทั้งคู่ด้วยสีหน้าอึดอัด เขาดูมีสีหน้าเหมือนจะห้ามแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยแทรก
แต่เพราะคำถามที่ตรงไปตรงมาของเขา มันกลับทำให้เพลงรักสะดุ้งสุดตัว มองหน้าเขาสลับกับมองราเชนทร์ก่อนจะเบือนหน้าหนี เพื่อหลบเลี่ยงความอับอาย มือสองข้างกำแน่นกว่าเดิมเหมือนจะฝังเล็บลงบนฝ่ามือตัวเอง
“หนู..”
“เธอคิดว่าเธอเป็นใคร.. เธอแน่ใจเหรอว่าเธอสะอาดพอจะเอาตัวมาเสนอให้ฉัน” การันต์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก พร้อมทั้งใช้สายตาที่คมกริบกวาดมองใบหน้าของผู้หญิงตรงหน้าอย่างดูแคลน
“ฉันไม่ชอบกินของเก่า ของมือสอง หรือของที่ถูกใช้งานมาแล้วหรอกนะ มันสกปรก!!” คำพูดของเขาเย็นจัดและบาดลึกยิ่งกว่าคำด่า
เพลงรักหน้าชา ใบหน้าแดงซ่าน ริมฝีปากอ้าออกน้อย ๆ ดวงตาเบิกขึ้นด้วยความตกใจ มือเธอสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่
“หนูไม่ใช่คนแบบนั้นนะ..” เสียงเธอเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“ขอแค่.. ขอแค่ไม่ต้องกลับไปที่บ้านหลังนั้น” หญิงสาวใช้มือกำชายเสื้อผู้ป่วยแน่น บ่งบอกได้ว่าเธอกำลังอึดอัดมากแค่ไหน แต่ในเมื่อตัดสินใจจะร้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่นแล้ว เธอก็หวังว่าสิ่งน่าอายพวกนี้จะไม่เสียเปล่า
'ต่อให้ต้องไปตายเอาดาบหน้าก็ยังดีกว่า..'
การันต์จ้องหน้าผู้หญิงตรงหน้านิ่ง ภาพของพ่อแม่ของเธอที่เขาเห็นเมื่อครู่มันทำให้เขามองเธอดีไม่ได้เลย แค่ปราดสายตาดูก็รู้ว่าคนเป็นแม่ติดการพนันอย่างหนัก ฝ่ามือของนางด้านเฉพาะปลายนิ้วทำให้คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้
ส่วนคนเป็นพ่อนั้นนอกจากจะติดการพนันแล้ว คิดว่าน่าจะเป็นคนติดยาอีกด้วย ครอบครัวที่พ่อแม่เป็นแบบนั้น แล้วผู้หญิงคนนี้จะเหลืออะไรไว้ให้เขาเชยชมได้งั้นเหรอ
การันต์กวาดสายตามองผู้หญิงคนนี้ให้ชัด ๆ อีกครั้ง แม้จะดูโทรมและผอมแห้งไปบ้าง แต่ถ้าเลี้ยงดี ๆ แต่งนิด เติมหน่อยใบหน้านี้ก็สามารถส่งไปขายที่ฮ่องกงได้สบาย
"หึ! อย่างน้อย.. ฉันก็ควรจะได้ทดสอบความสะอาดสักหน่อยไหม" เขาก้าวเข้าไปใกล้เพียงนิด ดวงตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างเล็กที่สั่นเทา
“ขึ้นไปบนเตียงสิ แล้วก็~ อ้าขาออกซะ” เพลงรักเบิกตากว้าง ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความตกใจสุดขีด เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ก่อนจะหันไปมองราเชนทร์ที่ยืนฟังอยู่ด้วย
มีหลายครั้งที่เธอรู้สึกว่าสิ่งที่เธอกำลังทำนั้นถูกต้องแล้วจริง ๆ ใช่ไหม แต่พอคิดว่าหากกลับไปที่บ้านหลังนั้นชีวิตของเธอก็จะถูกขังไว้ปรนเปรอผู้ชายที่ไม่รู้จักอีกหลายคน หากเป็นแบบนี้การเลือกที่จะเป็นผู้หญิงของผู้ชายคนนี้อาจจะดีกว่า
“หะ.. ให้คนอื่นออกไปก่อนได้ไหมคะ” การันต์เลิกคิ้วน้อย ๆ ราวกับตกใจในคำพูดของผู้หญิงตรงหน้า เขาจ้องมองพิจารณาใบหน้าของเธอ บางครั้งก็รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ช่างดูสดใสและอ่อนต่อโลก แต่บางทีก็มีความกล้าแบบแปลก ๆ
‘น่าสนุกดี.. ดูสิเธอจะปากดีไปได้แค่ไหนกัน'
“ออกไปจัดการเรื่องค่ารักษาพยาบาล แล้วไม่ต้องกลับเข้ามา” การันต์หันไปพูดกับราเชนทร์ที่ยืนอยู่ ถึงแม้ท่าทางของลูกน้องคนสนิทจะเหมือนไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
“แต่ว่า..” และเพราะทำงานกับเขามานานเป็น 10 ปี มีหรือที่จะไม่รู้ว่าเจ้านายของตัวเองเป็นคนยังไง ถึงแม้ว่าเขาจะทำธุรกิจอย่างว่าแต่ไม่เคยมีสักครั้งที่จะรับเลี้ยงผู้หญิงสักคน ด้วยเหตุผลที่ว่าเอาคนเดิมมันจำเจ
“ฉันบอกให้ออกไป” การันต์เน้นเสียงดังขึ้น ดวงตานั้นเย็นจัดราวกับพร้อมจะฆ่าคนได้ในเสี้ยววินาที
ทำให้ราเชนทร์ปิดปากเงียบก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ แล้วรีบหมุนตัวออกไป
สองเท้าก้าวไปกดล็อกประตู จนเมื่อทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ การันต์จึงหันกลับมามองผู้หญิงตรงหน้าอีกครั้ง
“ไหนล่ะ” เสียงเขาแหบพร่าราวกับว่ากำลังรอดูเรื่องสนุก แต่แววตากลับมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับดูถูก
"ทำให้ฉันดูหน่อยสิ ว่าถ้าฉันจ่ายเงินให้เธอฉันจะได้อะไรบ้าง” เขาขยับเข้าใกล้อีกก้าว พร้อมน้ำเสียงเย้ยหยัน จงใจใช้คำพูดหยามเหยียดบีบให้เธออับอาย
“ขอดูหน่อยสิว่ามันจะคุ้มกับเงินที่ฉันจะจ่ายไหม หรือแค่.. คิดจะแสร้งตีหน้าเศร้าแล้วเอาของที่ถูกใช้จนพังมาหลอกขายฉัน” เพลงรักยืนนิ่งด้วยเนื้อตัวที่สั่นจนเห็นได้ชัด ริมฝีปากปากเม้มเข้าหากันแน่น หัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ
'อดทนหน่อยเพลงรัก แค่.. มันจะน่ากลัวกว่าถูกจับไปขายได้ไง’
เมื่อคิดดังนั้น เพลงรักค่อย ๆ ถอยหลังช้า ๆ ไปจนถึงเตียงผู้ป่วย เธอดันตัวเองขึ้นไปบนเตียงก่อนจะนั่งนิ่ง ๆ ราวกับรูปปั้น เธอปรายตามองชายหนุ่มยังคงยืนกอดอกมองเธอโดยที่ไม่ขยับไปไหนสักน้อย
เพลงรักช้อนสายตามองเขา ก่อนจะหลุบตามองมือที่กำกันแน่น ดวงตาหวานหลับลงก่อนจะนึกถึงความทรงจำอันเลือนรางในหัว
เธอนึกย้อนไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ในตอนนั้นเธอยังเป็นเพียงแค่เด็กไม่ถึง 10 ขวบ ภาพของแม่กับผู้ชายแปลกหน้าที่เคยผ่านเข้ามาในบ้าน
เธอพยายามคิดว่าพวกเขาทำกันยังไงก่อนจะใช้มือข้างที่ไม่มีสายน้ำเกลือค่อย ๆ ถอดกางเกงและชั้นในของตัวเองออกช้า ๆ จนมันไปกองอยู่ที่ข้อเท้าข้างหนึ่ง
เพลงรักใช้มือลูบไปตามเรียวขาของตัวเองอย่างเงอะงะ ก่อนจะค่อย ๆ อ้าขาออกเพียงเล็กน้อยด้วยความเขินอาย เผยให้เห็นกลีบอูมที่มีป่าหญ้าเล็กน้อยปกคลุมอยู่
“หึ! มีประสบการณ์ดีนี่!!”
“แล้วเฮีย.. อยากให้เพลงไปไหมคะ” ทันทีที่เธอถามออกไปแบบนั้น การันต์ส่ายหน้ารัวราวกับเด็กน้อย “เฮียไม่อยากให้เธอไป เพลงรัก.. เธออยู่กับเฮียตลอดไปได้ไหม ไม่ต้องห่วงว่าเธอจะเป็นอันตราย ตราบใดที่การันต์ยังมีลมหายใจ เขาจะต้องปกป้องเพลงรักไปตลอดกาล” เพลงรักยังคงมองหน้าเขานิ่งก่อนที่ใบหน้าของเธอจะฉีกยิ้มหวานส่งไปให้แล้วเอ่ยขึ้นเบา ๆ “เพลงเชื่อใจเฮียนะ” คำพูดนั้นเหมือนปลดล็อกบางอย่างในใจของเขา การันต์โน้มตัวลงมากอดเธอไว้แน่นในอ้อมแขน “ขอบใจนะเพลงรัก.. ขอบใจที่หนูยังยืนอยู่ข้าง ๆ เฮีย” เสียงหัวใจของเขาเต้นแรงราวกับเด็กหนุ่มที่เพิ่งได้รู้จักความรักครั้งแรกในวัยสามสิบสองปี ครืด~ ครืด~ เขาผละออกจากเธอเล็กน้อยก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง เมื่อหยิบขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นสายของลูกน้องคนสนิท “ว่าไงราเชนทร์” ชายหนุ่มนิ่งฟังอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนที่สีหน้าของการันต์จะเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด “เจอเบาะแสพวกมันแล้วเหรอ” อีกด้านของฟากฟ้า คลับใต้ดินเขตมงก๊ก – ฮ่องกง 01.49 น. เสียงเพลงบีตต่ำดังคลอไปกับจังหวะหรี่แสงของไฟแดงสลัว กลิ่นเหล้าราคาแพงผสมกับกลิ่นกายจนตีปนแทบแยกไม่อ
ตอนที่ 46 ฉันเชื่อใจคุณ ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ เพลงรักถึงถามขึ้นมาแบบนั้น แต่คำถามนี้ของเธอมันสามารถทำให้มาเฟียทาคนต่างเกรงกลัว และเขาที่ไม่เคยกลัวใครที่ชื่อการันต์ถึงได้รู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ “ว่ายังไงคะคุณการันต์.. คุณมีอะไรอยากจะบอกฉันหรือเปล่า?” เขาเบือนหน้าไปอีกทางนิดหน่อย แต่กลับเป็นเพลงรักที่เอื้อมมือไปบีบคางเขาให้หันกลับมา และทันทีที่ชายหนุ่มสบสายตากับหญิงสาว ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองไหม แต่สายตาของเพลงรักนั้นไม่เหมือนเพลงรักที่เขารู้จัก โดยเฉพาะเขาไม่รู้เลยว่าคำถามที่เธอถามนั้นหมายถึงเรื่องไหน “คือฉันไม่รู้ว่าเพลงอยากรู้เรื่องอะไร.. แล้วฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าปิดบังอะไรเธอ ถึงทำให้เพลงรักของฉันถามคำถามนี้ได้” การันต์พยายามพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งเล่นกึ่งจริง เขายกมือขึ้นหยิกแก้มของเธอเล็กน้อย แต่กลับเป็นเพลงรักที่ยังคงนั่งหน้ามุ่ยบอกบุญไม่รับอยู่บนเตียง “แล้วเฮียมีอะไรที่ปิดบังฉันอยู่บ้างเหรอ” ยิ่งเมื่อเธอถามคำถามนี้ ชายหนุ่มกลับยิ่งรู้สึกลุกลี้ลุกลนอย่างบอกไม่ถูก “ฉันจะไปโกหกอะไรเธอได้..” เขายังคงยืนกรานด้วยคำพูดกำกวม แต่สายตากลับเบือนไปอีกทางอย่างเห็นได้ชัด “ถ้าอย่างนั้นเปลี่ยนเป็นเพลงขอถา
เขากระซิบเบา ๆ ด้วยความเป็นห่วงขณะอุ้มเธอขึ้นบันได “ที่แบบนี้มันไม่เหมาะกับเธอเลยนะรู้ไหม?” ในตอนที่การันต์อุ้มเพลงรักขึ้นไปบนชั้นสามนั้น ทางด้านล่างต่างมีสายตาของหญิงสาวที่ต่างใฝ่ฝันที่จะขึ้นไปกับเขาด้านบน ทุกสายตาจดจ้องไปที่แผ่นหลังของชายหนุ่ม ก่อนจะเริ่มเกิดเสียงซุบซิบนินทาดังขึ้น ถึงแม้ในกลุ่มของหญิงสาวนั้นจะมีความอิจฉาริษยากันอยู่มาก และทุกคนต่างมีความคิดที่เห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น ถึงแม้พวกเธอจะมาทำงานเป็นหญิงขายบริการที่นี่ แต่ความใฝ่ฝันสูงสุดของพวกเธอก็คงจะหนีไม่พ้นการได้ปรนเปรอชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าทั้งดิบและเถื่อนอย่างเขา และความคิดเหล่านี้ก็รวมไปถึงเชอร์รี่ที่แอบรักผู้ชายคนนี้มาตั้งแต่ต้น เธอมองเห็นตั้งแต่เพลงรักเดินเข้ามากับบอดี้การ์ดของคุณท่านเดวิด เธอไม่รู้เลยว่าตกลงแล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันแน่ ทำไมคุณเดวิดถึงได้ให้ความสำคัญกับเธอถึงขั้นมาร์ติน ซึ่งต่างรู้จักกันดีว่าเขาคือหนึ่งในสี่ของบริการที่แข็งแกร่งที่สุด “อะไรเหรอเชอร์รี่ ทำไมยืนหน้าเหมือนเห็นผีแบบนั้น?” ในตอนที่เธอกำลังมองการันต์อุ้มเพลงรักขึ้นไปด้านบนนั้น เสียงของราเชนทร์ได้ดังขึ้นจนทำให้หญิงสาวหันขวับไปมองก่
ตอนที่ 45 สถานที่ที่เคยเห็น หลังจากนั้นทั้งสองก็ได้พูดคุยกันอีกไม่กี่คำ และเป็นเดวิดที่ขอตัวกลับก่อน เพราะอย่างไรเพลงรักก็เป็นผู้หญิง คงจะไม่ดีหากมีใครมาเห็นว่ามีผู้ชายอยู่กับเธอในห้องนาน “วันนี้เจ้าลูกชายตัวดีก็คงไม่ได้กลับมาหรอกนะ” เขาหันมาพูดกับเธอในตอนที่หญิงสาวกำลังมองเขาราวกับกำลังชั่งใจว่าจะถามออกไปไหมอยู่เช่นกัน “แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนเหรอคะ” ชายสูงวัยหยุดฝีเท้าลงแล้วหันกลับมามองเธอเล็กน้อย “เธอเคยไปที่คฤหาสน์มืดหรือเปล่า” เพลงรักชะงักไปเล็กน้อย เธอรู้สึกเหมือนเคยได้ยินชื่อนี้มาจากที่ไหนสักแห่งแต่กลับนึกไม่ออก เมื่อเป็นเช่นนั้นเธอจึงเลือกที่จะส่ายหน้าเบา ๆ “ถ้าอย่างนั้นก็ลองไปที่นั่นดู บางทีเธออาจจะเปิดโลกอีกด้านของเขาก็ได้” คนเป็นพ่อพูดแค่นั้นก่อนจะเตรียมตัวเดินจากไปแต่เป็นหญิงสาวที่เอ่ยเรียกเขาเอาไว้อีกครั้ง “แล้ว.. มันอยู่ที่ไหนเหรอคะ” เพลงรักถามอย่างจริงจัง ก่อนจะเป็นเดวิดที่หันหลังมามองเธอนิ่ง ๆ เขามองอย่างชั่งใจก่อนจะหันไปสั่งกับมาร์ตินเสียงเข้ม “ไปส่งเธอที่คฤหาสน์มืดของการันต์” ไม่รู้ว่าเพลงรักเชื่อใจคนอื่นง่ายไปหรือเปล่า แต่ทันทีที่เดวิดสั่งให้เพลงรักลองมาหาเขา
ชายหนุ่มเอนตัวพิงโซฟาด้วยท่าทางสบาย ๆ ก่อนจะกอดอกแล้วจ้องหน้าเธอนิ่ง ๆเขากวาดตามองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพิจารณา ผู้หญิงคนนี้แววตาของเธอดูมีความพิเศษกว่าผู้หญิงทั่วไป แม้ว่าร่างกายจะดูสั่นเทาเพราะความหวาดกลัว แต่ดวงตาคู่นั้นในยามที่ตัดสินใจอะไรไปแล้วกลับดูแน่วแน่จนเขารู้สึกได้ว่าเธอเองก็ผ่านอะไรมาเยอะเช่นกัน“ฉันจะถามเขาเอง.. ถ้าเขาบอกว่าไม่ต้องการฉัน ฉันจะไปโดยไม่เอาอะไรเลยสักบาท แต่ถ้าเขายืนยันว่าต้องการฉัน ต่อให้เป็นเมียน้อย หรืออีตัวอะไรก็ได้ที่เขาอยากให้เป็น หรือแม้เขาจะส่งฉันไปตาย ฉันก็จะอยู่ข้างเขาไม่ปล่อยมือเขาเด็ดขาด!” สิ้นสุดคำพูดที่หนักแน่นของเพลงรัก เดวิดได้เด้งตัวขึ้นมานั่งตรงก่อนจะตบโต๊ะเสียงดังปัง! ทำให้บอดี้การ์ดสองคนนั้นก้าวเข้ามาทันทีแต่ชายคนนั้นกลับยกมือห้ามเอาไว้ก่อนจะจ้องหน้าเพลงรักด้วยท่าทางโกรธเกรี้ยว และเหมือนว่าครั้งนี้เพลงรักเองก็ไม่คิดจะยอมแพ้ เธอเองก็จ้องหน้าเขาเอาไว้ในชนิดที่ไม่ละสายตาเช่นกัน ทั้งสองคนจ้องกันอยู่แบบนั้นหลายนาทีโดยไม่มีใครยอมใคร ก่อนจะเป็นเดวิดที่จู่ ๆ ก็หัวเราะออกมาเสียงดังลั่นจนเธอต้องขมวดคิ้ว
ตอนที่ 44 ฝึกหงส์ให้กางปีกหลังจากที่ราเชนทร์กลับไปจัดการงานที่โกดังอะไรสักอย่างที่เขาว่า ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะกลับมาเงียบเหงาอีกครั้งเหมือนที่ผ่านมาตลอดเกือบหนึ่งปีเพลงรักยังคงนั่งเอนกายอยู่บนโซฟาหรูตัวยาวที่อยู่กลางห้องโถง ร่างบางขยับบิดตัวไปมาอย่างคนเบื่อหน่าย เธอกดรีโมตเปลี่ยนช่องทีวีแทบจะทุกห้าวินาทีแต่กลับไม่มีอะไรน่าสนใจเลยสักนิดมือขยับเหมือนอัตโนมัติแต่ใจล่องลอยไปไหนต่อไหน พอภาพข่าวเศรษฐกิจขึ้น เธอก็เปลี่ยน พอเจอละครน้ำเน่าเธอก็ถอนใจ“นี่มันไม่มีอะไรที่ทำให้ใจมันดีขึ้นบ้างเลยหรือยังไงนะ!” สุดท้ายเธอก็ลุกพรวดขึ้น ก่อนจะมองออกไปที่ประตู เพลงรักจ้องที่หน้าประตูเพนต์เฮาส์อยู่นานก่อนจะพึมพำออกมากับตัวเองเบา ๆ“ออกไปแค่ตรงนั้น.. คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง” เธอชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินเข้าห้องไปหยิบกระเป๋าจุดหมายปลายทางของเธอคือร้านดอกไม้ที่ไม่ไกลจากเพนต์เฮาส์ ที่ตรงนั้นเป็นร้านเล็ก ๆ ที่อยู่ตรงหัวมุมถนน เธอจำได้เป็นอย่างดีว่าร้านนี้มีดอกไม้สวยๆ เข้าใหม่อยู่เสมอ แต่เพียงแวบเดียวเธอก็หยุดชะง







