Beranda / วาย / เดี๋ยวก่อน! นายเป็นนายเอกไม่ใช่เหรอ!? / บทที่ 31 เหมือนฟ้าสดใสหลังพายุใหญ่

Share

บทที่ 31 เหมือนฟ้าสดใสหลังพายุใหญ่

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-22 20:00:57

ช่วงที่ถูกคุมขังอยู่ในตำหนัก อันวาร์เคยถามถึงหวังต้าเหยียนจากผู้ตรวจการที่เข้ามาสอบปากคำเขาอยู่สองถึงสามครั้ง แต่คำตอบที่ได้กลับมาก็มีเพียงคำว่า “เป็นความลับพ่ะย่ะค่ะ”

เฉินฝู่หมิงและซูมู่ถงรายงานแก่เขาว่า หวังต้าเหยียนพักรักษาตัวอยู่ที่ตำหนักของนาง อาการค่อย ๆ ดีขึ้นแต่ยังไม่ใคร่แข็งแรงนัก ยังมีแพทย์หลวงคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

อันวาร์พอทราบอาการนางคร่าว ๆ จากทั้งสองผู้เฒ่าก็รีบไปตำหนักนางทันที ที่นั่นทุกอย่างยังเหมือนเดิม ทั้งดอกยี่โถส่งกลิ่นอบอวล และอารักขาผู้ขานการมาเยือนของเขาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

ในห้องบรรทม หวังต้าเหยียนอยู่ในชุดนอนขาวสะอาด นางกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่กลางแท่นบรรทมใหญ่ รับแดดสายที่สาดผ่านช่องหน้าต่างมาพาดผ่านฟูกนอนอย่างง่วงงุน จนกระทั่งอันวาร์และเสื้อผ้าของเขามาเยือน

เขาเลือกใส่ฉลองพระองค์สีสันแสบตา เพราะเป็นวันดีที่จะได้เจอน้องสาว เป็นเสื้อนอกสีไข่แดงเค็มปักดิ้นทองตัวเดียวกันกับที่เคยใส่ไปเจอรจนาครั้งแรก และทันทีที่นางเห็นเขาใต้แสงตะวัน ใบหน้าเล็กซูบตอบก็ปรากฏรอยยิ้มยินดี

“ท่านพี่ซิงอีนี่! ข้าตาแทบบอดแล้ว&r

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • เดี๋ยวก่อน! นายเป็นนายเอกไม่ใช่เหรอ!?   บทที่ 33 คือข้ามาเก็บกับแกล้ม

    มีเพียงไม่กี่คนในพระบรมมหาราชวังไป๋และนักบวชชั้นสูงเท่านั้นที่รู้ว่า เหตุที่องค์ชายไป๋เหลียนฮวามีพระพลานามัยไม่แข็งแรงมาตั้งแต่วันประสูตินั้น...เป็นเพราะทรงมีพระวิญญาณเพียงครึ่งดวง...และอีกครึ่งของพระองค์ก็คือ เฉินอวี้ในวัยเยาว์ เฉินอวี้จำได้ว่า ใต้แดดจ้าของโอเอซิสกลางทะเลทรายและร่มเงาของบ้านใหญ่สกุลเฉิน เขาและเพื่อนสนิท..ไป๋เหลียนฮวา มักจะเล่นหาสมบัติด้วยกันตามส่วนต่าง ๆ ของบ้าน จะอาคารเก็บของหรือห้องหับในเรือนใหญ่ พวกเขาวิ่งเล่นไปด้วยกันทุกห้อง มุดเข้ามุดออกไปเสียทุกที่ไม่ว่าจะใต้โต๊ะอาหารหรือบนขื่อคานของบ้าน จะโดนดุสักกี่ครั้งกี่คราวก็ไม่เคยเลิกพวกเขาติต่างว่าพวกตนเป็นจอมยุทธ์ตามหาสมบัติวิเศษ สมบัติที่ไม่อาจประเมินค่าได้ แต่ขณะเดียวกันก็มิได้ระบุว่าคือสิ่งใด อาจจะเป็นกระบี่ของเทพเซียน คัมภีร์ลับ หรืออัญมณีวิเศษ พวกเขาไม่รู้เลย รู้แค่ว่าต้องตามหาให้เจอ แล้วเมื่อเจอก็คงจะรู้เองว่าคือสิ่งใดพวกเขาเล่นกันทุกวัน แล้ววันหนึ่งก็ไปพบภาพเหมือนภาพหนึ่งในห้องเก็บขอ

  • เดี๋ยวก่อน! นายเป็นนายเอกไม่ใช่เหรอ!?   บทที่ 32 ราวกับภาพฝันละเมอ

    เมื่อซานหลินกลับมาอยู่ข้างกายอันวาร์ เฉินฝู่หมิงและซูมู่ถงก็ขอตัวกลับไปที่ตำหนักองค์ชายเจ็ดอันวาร์พอหมดธุระกับหวังต้าเหยียนแล้ว เป้าหมายต่อไปก็คือรจนา แต่พอสอบถามกับขันทีผู้ทำหน้าที่ดูแลนัดหมายขององค์จักรพรรดิแล้วทราบว่า หญิงสาวในร่างชายหนุ่มออกไปทำธุระนอกวัง และจะกลับมาในช่วงเย็น เขาก็ชวนซานหลินออกไปเดินเล่นรอบวัง เพื่อฆ่าเวลารอหล่อนแทนตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะกลับไปเล่นกับหวังต้าเหยียนอีกรอบ แต่คิดไปคิดมา เขาเพิ่งออกมาจากตำหนักของนาง หากกลับไปตอนนี้มันก็จะเขินหน่อย ๆ ไว้เขาเดินเล่นจนเท้าปวดแล้วค่อยแวะไปหานางอีกทีน่าจะดีกว่า เผื่อเขาจะได้ขนมจากโรงครัวไปฝากนางด้วยเขาเพิ่งได้ออกมานอกตำหนักเมื่อเช้า อยู่อุดอู้ในนั้นมาก็ตั้ง 17 วัน ขอเขาออกไปเดินเหินที่อื่นนอกจากตามห้องหับในตำหนักของตนบ้างเถอะ ถึงนิสัยเขาดั้งเดิมจะติดบ้านแค่ไหน ให้มาอยู่เหมือนกักตัวเป็นโรคระบาดแบบนี้ เขาเองก็ไม่ไหวหรอกนะ บอกเลยอันวาร์และซานหลินพากันเดินไปทั่วพระบรมมหาราชวังหยาง พวกเขาเดินตั้งแต่ตำหนักของหยางลู่จื้อ โรงครัวกลาง สนามหญ้าหลังโรงครัว ลานฝึกทหาร หอจดหมายเหตุ โรงเก็บม้า ศาลากลางน้ำ

  • เดี๋ยวก่อน! นายเป็นนายเอกไม่ใช่เหรอ!?   บทที่ 31 เหมือนฟ้าสดใสหลังพายุใหญ่

    ช่วงที่ถูกคุมขังอยู่ในตำหนัก อันวาร์เคยถามถึงหวังต้าเหยียนจากผู้ตรวจการที่เข้ามาสอบปากคำเขาอยู่สองถึงสามครั้ง แต่คำตอบที่ได้กลับมาก็มีเพียงคำว่า “เป็นความลับพ่ะย่ะค่ะ”เฉินฝู่หมิงและซูมู่ถงรายงานแก่เขาว่า หวังต้าเหยียนพักรักษาตัวอยู่ที่ตำหนักของนาง อาการค่อย ๆ ดีขึ้นแต่ยังไม่ใคร่แข็งแรงนัก ยังมีแพทย์หลวงคอยดูแลอย่างใกล้ชิดอันวาร์พอทราบอาการนางคร่าว ๆ จากทั้งสองผู้เฒ่าก็รีบไปตำหนักนางทันที ที่นั่นทุกอย่างยังเหมือนเดิม ทั้งดอกยี่โถส่งกลิ่นอบอวล และอารักขาผู้ขานการมาเยือนของเขาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆในห้องบรรทม หวังต้าเหยียนอยู่ในชุดนอนขาวสะอาด นางกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่กลางแท่นบรรทมใหญ่ รับแดดสายที่สาดผ่านช่องหน้าต่างมาพาดผ่านฟูกนอนอย่างง่วงงุน จนกระทั่งอันวาร์และเสื้อผ้าของเขามาเยือนเขาเลือกใส่ฉลองพระองค์สีสันแสบตา เพราะเป็นวันดีที่จะได้เจอน้องสาว เป็นเสื้อนอกสีไข่แดงเค็มปักดิ้นทองตัวเดียวกันกับที่เคยใส่ไปเจอรจนาครั้งแรก และทันทีที่นางเห็นเขาใต้แสงตะวัน ใบหน้าเล็กซูบตอบก็ปรากฏรอยยิ้มยินดี“ท่านพี่ซิงอีนี่! ข้าตาแทบบอดแล้ว&r

  • เดี๋ยวก่อน! นายเป็นนายเอกไม่ใช่เหรอ!?   บทที่ 30 ไม่ควรมีอยู่

    ตอนที่รู้ผลการสืบสวน อันวาร์รู้สึกเหมือนตนถูกลอตเตอรี่รางวัล 300 ล้านบาท...เป็นโชคดีของเขาที่หยางซิงอีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีลักพาตัวหวังต้าเหยียน แต่ในความยินดี เวลาหลายวันที่ผ่านมาก็ทำให้ชายหนุ่มได้ขบคิดบางสิ่งบางอย่างและไม่ช้าก็เร็ว เขาก็คาดว่าตนและรจนาคงมีเรื่องต้องคุยกันสักหน่อยมีเรื่องเล่าในกองทัพอยู่เรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องราวของกองกำลังพิเศษแห่งแคว้นหวังที่ล่มสลายไปแล้ว โดยแคว้นนี้ดั้งเดิมตั้งอยู่ทางใต้ของแคว้นหยาง ขั้นอยู่ตรงกลางระหว่างแคว้นหยางและแคว้นเยี่ย เล่าขานกันว่า กองกำลังพิเศษนี้ดั้งเดิมเป็นชนเผ่าจากเขาสูงนาม “เจียง” เพื่อให้เผ่าพันธุ์อยู่รอดได้กลางป่าเขา คนเผ่านี้จึงฝึกฝนร่างกายอย่างหนักตั้งแต่อายุยังน้อย จนคนในเผ่ามีลักษณะทางกายภาพแปลกประหลาด ทั้งร่างกายสูงใหญ่ราวกับยักษา แขนขายาวเหมือนไม้พลอง และมือใหญ่ที่เต็มไปด้วยรอยแผลพุพองจากการฝึกกับกรวดทรายในกระทะร้อนหลังแคว้นหวังค้นพบการมีอยู่ของชนเผ่าเจียงก็จับพวกเขามาเป็นทหาร และนำการฝึกฝนของพวกเขามาประยุกต์ใช้คู่กับการฝึกวรยุทธ์เดินลมปราณ ไม่นานจาก “

  • เดี๋ยวก่อน! นายเป็นนายเอกไม่ใช่เหรอ!?   บทที่ 29 สี่ผู้อยู่ในเหตุการณ์

    เฉินอวี้กำลังยกชาร้อนขึ้นจิบหลินซีกำลังจัดปลอกแขนของตนให้เข้าที่ซานหลินกำลังพูดคุยกับซูมู่ถงและหยางซิงอี...อันวาร์ วราหะกำลังนั่งอยู่ข้างหน้าต่างในห้องรับรอง...ยามผู้ตรวจการเข้ามาหาพวกเขาหลังหวังต้าเหยียนพ้นขีดอันตรายได้ไม่ถึงชั่วยาม บรรดาผู้ตรวจการก็เริ่มสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เนื่องจากเป็นคดีใหญ่ ผู้รับผิดชอบจึงเป็นขุนนางยศเสนาบดีกรมยุติธรรม และบรรดาเจ้าหน้าที่สืบสวนก็มีแต่ยอดฝีมือ และเพราะนี่เป็นเหตุที่เกิดแก่เชื้อพระวงศ์ พวกเขาจึงหลีกเลี่ยงการขอกำลังสืบสวนจากภายนอกใคร ๆ ก็รู้ว่าสถานการณ์ระหว่างแปดแคว้นเปราะบางเช่นไร หากแคว้นอื่นรู้ว่าราชวงศ์หยางอยู่ในสภาวะกระสับกระส่ายก็อาจมีการแทรกแซงจากภายนอกได้ เหมือนน้ำที่ไหลซึมในรอยร้าวที่มองไม่เห็น ซึมจากรอยหนึ่งสู่อีกรอย แม้แต่แคว้นไป๋ที่ปรองดองกันอยู่เองก็อาจเป็นแคว้นแรกที่หันมีดใส่อันตราย ฉะนั้น จนกว่าจะได้ตัวหรือสืบทราบผู้กระทำผิด...จนกว่าการสืบสวนจะจบลง พวกเขาจะให้มีข่าวหลุดออกไปไม่ได้

  • เดี๋ยวก่อน! นายเป็นนายเอกไม่ใช่เหรอ!?   บทที่ 28 แต่หัวใจยังตามไม่ทัน

    ขณะหลินซีและเฉินอวี้ไล่ตามโจรลักพาตัวและหวังต้าเหยียนบนหลังคา อันวาร์และซานหลินผู้ตัดสินใจไปขอกำลังจากผู้ตรวจการมา ก็ส่งม้าเร็วคนหนึ่งไปแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายนี้แก่องค์จักรพรรดิหม่าเยว่แจ้งเหตุร้ายนี้ด้วยใบหน้าซีดเผือด และทันทีที่ทราบเรื่องจากขันทีคู่ใจ การประชุมของราชสำนักและองค์จักรพรรดิก็เป็นอันหยุดลง“เจ้าว่าเช่นไรนะหม่าเยว่” สุรเสียงที่ยามปกติเยือกเย็นวันนี้ร้อนรน และขันทีวัยกลางคนก็ได้แต่แจ้งข่าวร้ายซ้ำอีกครั้ง“องค์หญิงหวังต้าเหยียนถูกลักพาตัวไปพ่ะย่ะค่ะ”ราวกับโลกหยุดหมุน รจนารู้สึกเย็บวาบไปทั้งสรรพางค์กาย บรรดาขุนนางเองพอทราบเหตุก็ตกใจ ท้องพระโรงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและคำถาม แต่ไม่มีสิ่งใดเข้าหูรจนา หล่อนสั่งให้คนช่วยเตรียมม้า และเพียงก้านธูป ขบวนเสด็จขององค์จักรพรรดิก็ออกจากวังหลวงไปยังสำนักงานผู้ตรวจการของตลาดที่เกิดเหตุบนหลังม้า จมูกของรจนาคล้ายได้กลิ่นดอกยี่โถ และหล่อนนึกถึงคำพูดของหยางซิงอีในความฝัน“ข้าบอกท่านแล้วว่าไม่ควรปล่อยข้าไป...ท่านพี่”แล้วหล่อนก็ได้แต่คิดว่าหล่อนน่าจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status