[Mpreg]หวนคืนครานี้ข้าจะไม่(รัก)สามีไร้ใจเช่นท่าน

[Mpreg]หวนคืนครานี้ข้าจะไม่(รัก)สามีไร้ใจเช่นท่าน

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-12-08
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
32Bab
887Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

หลี่อวี้เหิง ชาตินี้เขาไม่อาจทำให้สามีรักได้ ชาติหน้าเขา ขอไม่รักคนไร้หัวใจเช่นนี้อีกเมื่อคำขอได้ส่งถึงสวรรค์ ทำให้เขาย้อนกลับมาตอนที่กำลังคลอดบุตรฝาแฝด สวรรค์ช่างเมตตาทำให้ชาตินี้เขาย้อนกลับมาตอนที่ลูกน้อยยังมีชีวิตอยู่ ชาตินี้เขาจะต้องปกป้องลูกน้อยและครอบครัวให้ได้ และจะไม่รักสามีใจร้ายเช่นท่านอีก ไท่ฉางจวิน!

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 เกอผู้งดงาม

บทที่ 1 เกอผู้งดงาม

ภายในเมืองประดับประดาไปด้วยผ้าสีแดงเป็นทางยาวเป็นสาย วันนี้เป็นงานอภิเษกขององค์ชายสี่ตระกูลหลี่ เกอรูปงามอย่างหาที่ใดเปรียบใบหน้าขาวผ่องอ่อนหวานมิได้ต่างอะไรจากอิสตรีหน้าผากได้รูปรับกับโครงหน้าเรียวรูปไข่ ริมฝีปากกบอบบางราวกับกลีบดอกเหมย

ทั่วทั้งแคว้นต้าเจิงไม่มีใครไม่รู้จักหลี่อวี้เหิง เพราะความงามเป็นที่เลื่องลือของเขาทำให้เป็นที่หมายตาของบุรุษหลายคน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครเข้าตาท่านอัครเสนาบดีหลี่เลยสักคนแน่นอนว่าท่านอัครเสนาบดีเองก็เป็นที่โปรดปรานอย่าหาที่ใดเปรียบ นั่นจึงทำให้ใคร ๆ ต่างก็หวั่นเกรงอีกฝ่ายยิ่งนัก เรียกได้ว่าอยู่เหนือใต้หล้าอยู่ต่ำกว่าเพียงคนเดียวอย่างแท้จริง

หลายวันก่อนมีความดีความชอบฮ่องเต้ไท่ฉางจิ้งจึงมีราชโองการพระราชทานมงคลสมรสให้กับบุตรชายคนรองของตระกูลกับฉินอ๋อง อ๋องแห่งแคว้นต้าเจิง

บัดนี้ขบวนแต่งงานเป็นที่พร้อมแล้ว ไท่ฉางจวินเป็นชายร่างสูงเก้าฉื่อใบหน้าเรียบเฉยเย็นชา ยามที่นั่งอยู่บนหลังม้ามุมปากก็ไม่กระตุกสักนิดเลย อาจจะเพราะไม่ได้เต็มใจจึงทำให้ออกมาเป็นเช่นนี้

หลี่อวี้เหิงอยู่ในชุดแต่งงานสีแดงสลับเขียว บนศีรษะมีผ้าแดงปกคลุมเอาไว้

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ลูกลาก่อน” หลี่อวี้เหิงโค้งตัวลงเล็กน้อย แม้ไม่อยากไปแต่ก็ต้องไป เพราะนี้เป็นคำบัญชาจากสวรรค์มิอาจบิดพลิ้วได้ ไม่เช่นนั้นตระกูลหลี่ก็คงไม่มีที่ยืนบนแผ่นดินนี้แล้ว

“เจ้าไปเถอะ” อัครเสนาบดีหลี่กล่าว ด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม

พระราชทานสมรสวันนี้คนอื่นไม่มีความสุขก็มิเป็นไรเพียงแค่เขาถูกใจเท่านั้นก็พอ

“เหิงเอ๋อร์” ยามเห็นแผ่นหลังบุตรชายกำลังเดินจากไป

อวิ๋นหยางผู้เป็นมารดา ก็บังเกิดความรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา เขาไม่อาจวางใจจึงเผลอร้องเรียกออกไปโดยไม่รู้ตัว

“ท่านแม่” หลี่อวี้เหิงหันมายิ้ม เขาอยากให้มารดาเบาใจ “ท่านดูแลสุขภาพด้วย”

หน้าจวนมีบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่บนหลังม้า ใบหน้าหล่อเหลามองไปเบื้องหน้า จวบจนกระทั่งหลี่อวี้เหิงเดินออกมาก็ไม่ได้เหลือบมองแม้แต่นิดเดียว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจ เลือกที่จะเดินไปยังเกี้ยวเจ้าสาวพร้อมกับนางกำนัลที่ติดตามตนทั้งสามคน

“ไป” สองเท้าตบเข้าที่ท้องม้า อาชาสีดำราวกับราตรีมืดเชื่อฟังเป็นอย่างยิ่ง เรียวขาของมันก้าวเดินอย่างสง่างาม ส่งผลให้บุรุษบนหลังม้ายิ่งดูน่าเกรงขามมากขึ้นกว่าเดิม

กว่าที่ไท่ฉางจวินจะก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้บัญชาการองครักษ์ฝ่ายในผู้เกรียงไกรนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายผู้คนต่างร่ำลือกันว่าฉินอ๋องมีจิตใจเด็ดเดี่ยวและมีฝีมือเก่งกาจจนเป็นที่ประจักษ์ นั่นจึงทำให้ฮ่องเต้ทรงพอพระทัยเป็นอย่างมาก จึงมอบสมรสพระราชทานให้เป็นรางวัล

เมื่อมาถึงจวนของฉินอ๋องผู้คนก็รอดูอยู่มากมาย รอบด้านจึงเต็มไปด้วยเสียงดังเซ็งแซ่ ต่างบอกว่าทั้งสองรูปงามเหมาะสมกันยิ่งนัก ขณะที่ฉินอ๋องรอเจ้าสาวลงจากหลังม้า ในใจกลับคิดว่าคนน่าชังเช่นนี้จะไปน่ารักน่าชอบได้อย่างไร

เขาหมายมั่นในใจแล้วว่าจะไม่มีวันรักใคร่ปรองดองกับเกอผู้นี้อย่างแน่นอน

‘อยากแต่งเข้าจวนอ๋องหรือก็แต่งไป เช่นนั้นเจ้าก็อย่าหาว่าคนอย่างเปิ่นหวางใจร้ายก็แล้วกัน!!’

พิธีแต่งงานผ่านไปอย่างราบรื่น จวบจนกระทั่งแม่สื่อพาหลี่อวี้เหิงเข้ามารอในห้องหอ เขานั่งบนเตียงนิ่ง ๆ ไม่กล้าจะขยับตัว ใบหน้างดงามเหม่อลอย คิดไม่ตกว่าหลังจากนี้ชีวิตของตนจะเป็นอย่างไร

ผ่านไปค่อนคืนเสียงใบไม้เสียดสีหวีดหวิวตามลม คนผู้หนึ่งเดินโอนเอนเดินอยู่บนทางเดินสะพานไม้ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ แว่วดังเข้ามาจนกระทั่งถึงหน้าประตูก่อนจะตามมาด้วยเสียงเปิดที่ไม่เบามือสักเท่าไรนัก ทำเอาเจ้าสาวที่กำลังนั่งอยู่บนตั้งเตียงใจเต้นตึกตัก ใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงผืนนั้นร้อนไปทั้งดวงหน้า รอคอยใจจดจ่ออย่างน่าสงสาร

เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ย้ำก้าวเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่เบื้องหน้าตนเอง ไท่ฉางจวินหลุบตาลงมองต่ำ ก่อนผ้าคลุมหน้าจะถูกเปิดอย่างออกอย่างไม่ใส่ใจ

หลี่อวี้เหิงเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาชายหนุ่มตระหนกเล็กน้อยแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่พูดสิ่งใดออกมา ฉินอ๋องมองแล้วแสยะยิ้มมุมปากบิดเบี้ยวเสียจนน่าใจหาย

ร่างบางถูกจ้องจนประหม่า เขาจึงหลีกเลี่ยงโดยการเดินไปผ่านไปยังโต๊ะตรงกลางห้อง มือข้างหนึ่งจัดการรินสุรามงคลใส่จอกใบเล็ก แล้วจึงเดินกลับมาเบื้องหน้าไท่ฉางจวินอีกครั้ง

“ท่านอ๋อง..”

ทว่าไท่ฉางจวินกับไม่รับมัน ตอนที่เขาเห็นใบหน้าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ผู้นี้แล้วทำให้รู้สึกโมโหยิ่งนัก ทั้ง ๆ ที่ใคร ๆ ก็รู้ว่าเขามีคนที่หมายตาเอาไว้อยู่แล้ว แต่อัครเสนาบดีหลี่ก็ยังส่งบุตรชายคนรองเข้ามา เหตุใดจึงหน้าไม่อายทั้งพ่อทั้งลูก อยากแต่งเข้าจวนอ๋องเสียจนตัวสั่น อำนาจลาภยศคงจะหอมหวานเสียจนไม่สนสิ่งใดแล้ว

สุรามงคลถูกบีบจนแหลกคามือ หลี่อวี้เหิงตกใจรีบไปจับมือของเขาเพราะกลัวว่าจะเป็นแผลผุดพอง ทว่าเพียงแค่สัมผัสโดนหลังมือ ก็ถูกสะบัดทิ้งอย่างไม่ไยดี

“อย่ามาแตะต้องตัวข้า เจ้ากับบิดาเจ้าช่างน่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก ชาตินี้อย่าหวังเลยว่าข้าจะรับเจ้าเป็นพระชายา อย่างมากเจ้าก็เป็นได้แค่ชายอุ่นเตียง เท่านั้น ดูสิใบหน้างดงามนี้จะเป็นอย่างไร”

หลี่อวี้เหิงปัดมือที่บีบคางของตนออกอย่างไม่พอใจ เมื่อได้ยินคำพูดไม่น่าฟังก่อนจะกล่าวขึ้น

“ท่านคิดว่าข้าอยากแต่งกับท่านมากนักหรือ หากแต่ทั้งหมดนี่เป็นเพราะพระบัญชาของฝ่าบาททำให้ยากที่จะขัด หาไม่แล้วแม้แต่ใบหน้านี้ของท่าน ข้าเองก็ไม่ได้อยากจะมอง แต่ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วท่านจะไม่ให้เกียรติข้าที่เป็นชายาเอกบ้างหรืออย่างไร!”

“อย่างเจ้าจะมีเกียรติอะไรอีก ใบหน้าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์เช่นนี้จะมีเกียรติอยู่หรือ”

ไท่ฉางจวินก้าวประชิดตัวอย่างคุกคาม ทำให้หลี่อวี้เหิงถอยหลังจนชนเข้ากับเสาเตียง แต่ยังไม่ทันจะได้หลบไปไหนทัน มือแกร่งก็คว้าหมับเข้าที่ลำคอพลางบีบ ชายหนุ่มมองหน้าชายาของตนอย่างมุ่งร้าย แววตาฉายแววสังหารแล้ว

“ท่านมันชั่วร้ายหาที่ใดเปรียบ” หลี่อวี้เหิงพูดอย่างยากลำบาก เขาพยายามจะแกะมือที่แข็งแรงดังเหล็กกล้าออก

“ฮึก..ถึงข้าจะไม่มีเกียรติในสายตาท่านแต่ข้าก็จะไม่มีวันยอมให้ใครมาข่มเหงโดยง่ายเป็นแน่”

หลี่อวี้เหิงกล่าวทั้งน้ำตา ดูถูกตนได้แต่อย่าดูถูกไปถึงบิดามารดา หาไม่แล้วเขาจะไม่ยินยอม

“เจ้าไม่ยินยอมแล้วจะทำสิ่งใดได้” ไท่ฉางจวินขยับหน้าเข้ามาใกล้ จนหลี่อวี้เหิงได้กลิ่นลมหายใจของเขา ชายหนุ่มหลับตาแน่น

ไท่ฉางจวินไล่มองไปทั้งดวงหน้า คาดไม่ถึงว่าริมฝีปากกลีบเหมยจะดึงดูดสายตาเขาจนละไปไหนไม่ได้ ราวกับว่าถูกมนต์สะกดทำให้ร่างสูงขยับใบหน้าเข้าไปใกล้มากขึ้นโดยไม่รู้ตัวแล้วกล่าว

“ข้ารู้แล้วว่าเจ้าทำสิ่งใดได้ จงทำหน้าที่ที่ควรทำเสียเถอะ” กล่าวจบก็ครอบครองริมฝีปากหลี่อวี้เหิงโดยพลัน แต่มีหรือพระชายาจะยินยอมการล่วงล้ำเช่นนี้ เขาพยายามจะส่ายหน้าหนี แต่มือราวกับเหล็กก็บีบเข้าที่สันกราม

“กลัวแล้วหรือ”

“ทะ..ท่านปล่อยข้านะ…. เหตุใดข้าต้องกลัวท่านด้วยเล่า” หลี่อวี้เหิงตอบทั้ง ๆ ที่ริมฝีปากบวมแดง บัดนี้เครื่องหัวหลุดลุ่ย ผมบางส่วนตกลงมาคลอเคลียตามกรอบหน้า บังเกิดเป็นภาพที่ยั่วยวนยิ่งนัก

“ดี” เอ่ยวาจาเพียงสั้น ๆ แล้วจึงกดร่างของหลี่อวี้เหิงลงแนบกับที่นอน กดสองมือคนใต้ร่างเอาไว้เหนือศีรษะ ก้มใบหน้าลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ

“ท่าน…ออกไป” หลี่อวี้เหิงกล่าวอย่างแข็งกร้าว เบือนใบหน้าหนีปลายจมูกที่กำลังก้มลงมา ในใจก็คิดอย่างเจ็บช้ำว่าเหตุใดไท่ฉางจวินจึงทำถึงขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่เขามิได้รักใคร่ตนเองแท้

“ออกหรือ… ได้อย่างไร ไหน ๆ เจ้าก็อยู่ตรงนี้แล้ว” ไท่ฉางจวินคลอเคลียที่แก้ม ไล่ลงมาจนถึงลำคอ หลี่อวี้เหิงเครียดเกร็งขึ้นในทันใด แต่เพราะรู้ว่าทำสิ่งใดไม่ได้จริงไม่ขัดขืน

"หน้าไม่อายนัก…ไท่ฉางจวิน ท่านอ๋อง เหตุใดหน้าไม่อายเช่นนี้"

"ฮ่า ๆ ข้าหรือหน้าไม่อาย ใคร่ชายบำเรอมีสิ่งใดที่น่าอาย” ไท่ฉางจวินเลือดขึ้นหน้าแล้ว เขาใช้มือเพียงข้างเดียวกดสองมือของหลี่อวี้เหิงไว้เหนือหัว ส่วนมืออีกข้างก็เปลี่ยนมาบีบคาง จากนั้นก็บดจูบล่วงล้ำอย่างรุนแรง

หลี่อวี้เหิงก็หาจะยอมโดยง่าย พยายามเม้นปากเสียงจนเจ็บร้าว ก่อนจะรู้สึกว่าตัวเองโดนกัดเต็มแรง

“อ๊ะ! ท่าน” กำลังจะอ้าปากกล่าวแต่เสียงกลับเงียบลง เพราะตนเผยให้อีกคนรุกล้ำเข้ามาภายในกลีบปากนุ่ม ปลายลิ้นไท่ฉางจวินไล่ต้อนไปทั่วทั้งโพรงปาก ดูดดุนเสียจนหายใจลำบาก

หลี่อวี้เหิงพยายามเบือนหน้าหนีทว่าฝ่ามือที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กยึดเอาไว้ไม่ยอมปล่อยแม้จะขัดขืนเพียงใดก็ไม่อาจหนีพ้น

“หึ ยังปากเก่งอยู่อีกหรือไม่…” ไท่ฉางจวินผละออกยกยิ้มร้าย ก่อนจะจรดริมฝีปากทาบทับอีกครั้ง คราแรกเพียงแค่อยากจะปราบพยศแต่พอส่งปลายลิ้นไล่ต้อนไปทั่วทั้งโพรงปากตักตวงกลับหยุดไม่ได้ ราวกับว่าเขาไม่เคยลิ้มลองสิ่งหอมหวานขนาดนี้มาก่อน

หลี่อวี้เหิงยอมรับการรุกรานนั้นอย่างจำนน นัยน์ตานั้นแข็งกร้าวแต่แฝงไปด้วยความเศร้า แต่ถึงอย่างนั้นก็คงไม่มีทางเปลี่ยนแปลงอะไรได้ มีแต่เขาต้องอยู่ในฐานะชายาเอกอย่างเข้มแข็งเท่านั้นจึงจะไม่ทำให้ครอบครัวกับบิดาต้องผิดหวัง ความเครียดเกร็งก่อนหน้ากลับกลายเป็นโต้ตอบในที่สุด

ไท่ฉางจวินตายใจปล่อยมือที่กำลังกดอยู่เหนือหัวช้า ๆ หลี่อวี้เหิงยกแขนทั้งสองข้างคล้องไปที่ลำคอ ร่างกายร้อนรุ่มราวกับสุมไฟในทุกที่ที่ฝ่ามือเลื่อนผ่าน เขาลูบไล้เข้าไปในชุดแต่งงานสีแดงสด สัมผัสเบาราวกับปุยนุ่นเมื่อต้องขาขาวก็ยิ่งชวนให้รู้สึกร้อนรุ่มกายใจ ผิวพรรณหลี่อวี้เหิงช่างเนียนลื่นมือบริสุทธิ์ดุจหยกขาว นั่นจึงทำให้ไท่ฉางจวินได้ใจไล่ฝ่ามือร้อนวนเวียนไม่ห่าง

แควก!!! ชุดแต่งงานหลุดคามือ ความรู้สึกวาบหวามเย็นเยียบแล่นกระทบบนผิวกายชวนขนลุกชัน ไท่ฉางจวินใช้ช่วงจังหวะเผลอไผล เอาเข่าของตนถูไถขาเรียวให้แยกออก ก่อนจะจับประคองส่วนแข็งขืนของตนแล้วกดเข้าไปในร่างของหลี่อวี้เหิงอย่างไม่ปรานี

“อึก..อื้อข้าเจ็บ” หลี่อวี้เหิงเอ่ยเสียงสั่น น้ำตาคลอหยดเล็ก ๆ คลอหน่วย เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อขอความเมตตา

“แล้วอย่างไร อดทนเสีย” พูดแล้วก้มลงบดริมฝีปากจูบปลอบประโลม ภายในหลี่อวี้เหิงอ่อนนุ่มโอบรัดความแข็งแกร่งของเขาได้อย่างพอดิบพอดี

“เจ้ายังจะพูดว่าไม่ยอมรับข้าอีกหรือไม่ดูสิเจ้าโอบรัดข้าแน่นถึงเพียงนี้”

หลี่อวี้เหิงหาได้ตอบอะไร นั่นจึงทำให้บทรักของคนทั้งสองจึงเริ่มต้นขึ้นในทันที

ไท่ฉางจวินรุกรานอย่างหนักหน่วง รุนแรงเสียจนหลี่อวี้เหิงจิกปลายนิ้วลงที่ท่อนแขน ทั้งสองตอบรับกันอย่างเหมาะเจาะ ทุกครั้งที่ฉินอ๋องส่งแรงเข้าใส่จึงโดนจุดอ่อนไหวหลี่อวี้เหิงเต็มแรง ทุกอย่างดำเนินอย่างเป็นจังหวะเร่าร้อน บังเกิดความซ่านสยิวไป ไท่ฉางจวินยังคงเน้นหนักส่งแรงใส่พระชายาเสียจนขาเตียงสั่นคลอน

ไม่นานหลี่อวี้เหิงถึงกับร้องลั่น สมองขาวโพลนเพราะถึงฝั่งฝันในทันใด มุมปากยกยิ้มพึงใจขยับบดสะโพก เกร็งส่วนแข็งขืนโถมเข้าใส่ร่างกายหลี่อวี้เหิงแนบแน่น ก่อนจะปลดปล่อยน้ำรักเข้าสู่ภายในเต็มแรง

ทั้งสองหายใจหอบเหนื่อย ไท่ฉางจวินก้มลงจูบริมฝีปากอิ่มเป็นการส่งท้าย

....

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
32 Bab
บทที่ 1 เกอผู้งดงาม
บทที่ 1 เกอผู้งดงามภายในเมืองประดับประดาไปด้วยผ้าสีแดงเป็นทางยาวเป็นสาย วันนี้เป็นงานอภิเษกขององค์ชายสี่ตระกูลหลี่ เกอรูปงามอย่างหาที่ใดเปรียบใบหน้าขาวผ่องอ่อนหวานมิได้ต่างอะไรจากอิสตรีหน้าผากได้รูปรับกับโครงหน้าเรียวรูปไข่ ริมฝีปากกบอบบางราวกับกลีบดอกเหมยทั่วทั้งแคว้นต้าเจิงไม่มีใครไม่รู้จักหลี่อวี้เหิง เพราะความงามเป็นที่เลื่องลือของเขาทำให้เป็นที่หมายตาของบุรุษหลายคน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครเข้าตาท่านอัครเสนาบดีหลี่เลยสักคนแน่นอนว่าท่านอัครเสนาบดีเองก็เป็นที่โปรดปรานอย่าหาที่ใดเปรียบ นั่นจึงทำให้ใคร ๆ ต่างก็หวั่นเกรงอีกฝ่ายยิ่งนัก เรียกได้ว่าอยู่เหนือใต้หล้าอยู่ต่ำกว่าเพียงคนเดียวอย่างแท้จริงหลายวันก่อนมีความดีความชอบฮ่องเต้ไท่ฉางจิ้งจึงมีราชโองการพระราชทานมงคลสมรสให้กับบุตรชายคนรองของตระกูลกับฉินอ๋อง อ๋องแห่งแคว้นต้าเจิงบัดนี้ขบวนแต่งงานเป็นที่พร้อมแล้ว ไท่ฉางจวินเป็นชายร่างสูงเก้าฉื่อใบหน้าเรียบเฉยเย็นชา ยามที่นั่งอยู่บนหลังม้ามุมปากก็ไม่กระตุกสักนิดเลย อาจจะเพราะไม่ได้เต็มใจจึงทำให้ออกมาเป็นเช่นนี้หลี่อวี้เหิงอยู่ในชุดแต่งงานสีแดงสลับเขียว บนศีรษะมีผ้าแดงปกคลุมเอาไว้“ท่าน
Baca selengkapnya
บทที่ 2 ชายาผู้ถูกลืม
บทที่ 2 ชายาผู้ถูกลืมท่านอ๋องผู้นั้นก็ยังคงมาที่เรือนแห่งนี้ทุกวัน ถึงอย่างนั้นความเป็นอยู่ของสองสามีภรรยาก็เป็นไปตามหน้าที่เท่านั้น ไท่ฉางจวินให้หลี่อวี้เหิงปรนนิบัติทุกคืน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เป็นที่โปรดปรานแต่กลับไม่คิดเล็กคิดน้อยร่างบางดูแลจวนอ๋องและทำสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างดี ไท่ฉางจวินอยากหาข้ออ้างมาต่อว่าก็ยังทำไม่ได้ ยิ่งมีคนชมชอบพระชายานอกสายตาผู้นี้มากเท่าไรเขายิ่งรังเกียจอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้นเท่านั้นวันนี้เขายิ่งอารมณ์เสียหนัก ดวงตาเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ ไท่ฉางจวิน ดื่มสุราเสียจนเมามาย ร่างสูงเก้าฉื่อเดินโอนเอนไปโอนเอนมา เหตุเพราะวันนี้ท่านอ๋องมีนัดกับเว่ยหนิงจื่อ หญิงสาวผู้เป็นคนรักของตน ทันทีที่นางเห็นเขาก็เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายเสียใจที่ตัวเองไม่ได้เป็นพระชายาไท่ฉางจวินมองหญิงสาวที่รักกันมานานก็บังเกิดความเจ็บปวด ยิ่งเห็นนางเอาแต่ร้องไห้อย่างสงสารหัวใจเหมือนถูกบีบ นางซุกตัวเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขาขนาดนั้นแต่กลับทำอะไรให้นางไม่ได้เลย เขาจึงทำได้แค่ปลอบประโลม แล้วบอกกับไปว่ารอให้เวลาผ่านไปอีกหน่อยจึงจะแต่งนางเข้าจวนหลังจากที่เว่ยหนิงจื่อได้ยินก็หยุดร้องไห้ในทันที แววตาน่าสงสารเ
Baca selengkapnya
บทที่ 3 นางในดวงใจ
บทที่ 3 นางในดวงใจรถม้าของเว่ยหนิงจื่อจอดที่หน้าประตูจวนอย่างโจ่งแจ้ง แต่เท่านั้นยังไม่พอ ไท่ฉางจวินยังไปยืนรอรับถึงหน้าจวน ตอนที่นางลงมา ทั้งสองสบตากันอย่างแช่มชื่น ราวกับว่าเจ้าบ่าวมารอรับเจ้าสาวอย่างไรอย่างนั้น ชาวบ้านเห็นเหตุการณ์นี้ก็กระซิบกระซาบ มองดูแล้วไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง แต่ถึงอย่างนั้นอีกฝ่ายเป็นถึงฉินอ๋องจะให้คนธรรมดาสามัญมาวิพากษ์วิจารณ์ได้หรือที่เว่ยหนิงจื่อต้องมาเป็นแขกของจวน เนื่องจากตอนนี้จวนของนางเกิดไฟไหม้นั่นจึงทำให้ต้องซ่อมแซมเป็นการใหญ่ แม้ความจริงนางจะไปอยู่อีกฝั่งที่ไฟลุกลามไปไม่ถึงก็ได้ แต่เพราะความรักของไท่ฉางจวินมีต่อนาง กลัวว่าจะไม่ได้รับความสะดวกสบายเขาจึงเสนอให้มาอยู่ที่เป็นการชั่วคราวในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน ซูหลิงที่กำลังเดินลัดเลาะไปที่เรือนพระชายา กลับได้ยินเสียงซุบซิบของบ่าวไพร่ว่า ฉินอ๋องพาแขกมาพักที่จวนและสั่งให้บ่าวเตรียมเรือนให้พักข้างห้องฉินอ๋องอีกด้วย ด้วยความอยากรู้ นางจึงแอบตามไปดูพบว่าแขกที่มาพักที่จวนคือคุณหนูเว่ยคนรักของฉินอ๋อง หลี่อวี้เหิง นั่งอ่านตำราอยู่ในเรือนเงียบๆ ตั้งแต่เขาตั้งครรภ์ท้องเริ่มโตขึ้น ทำให้เขาเดินไปไหนยากลำบาก
Baca selengkapnya
บทที่ 4 แท้งครรภ์
บทที่ 4 แท้งครรภ์ทันทีหลี่อวี้เหิงเดินพ้นจากเรือนของเว่ยหนิงจื่อ เข่าของเขาก็แทบทรุดแต่ดีที่ซูหลิงกับซูหมิงรีบเข้ามาประคองเอาไว้ได้ทัน นางกำนัลทั้งสองไม่ได้เข้าไปเพราะคำสั่ง“ตายจริง พระชายาเหตุใดไยท่านถึงเลือดไหลเยอะถึงเพียงนี้เพคะ”“ข้าไม่เป็นอะไร พาข้ากลับเรือนก่อน”หลี่อวี้เหิงพูดเสียงเบาหวิว เขาระโหยโรยแรงตั้งแต่ได้เห็นความรักของคนทั้งกับตาแล้วซูหลิงกับซูหมิงพาร่างของพระชายานั่งลงบนเตียงก่อนจะช่วยดูบาดแผลให้ บาดแผลแม้ไม่ลึกมากแต่ก็น่ากลัวยิ่งนัก พวกนางเพียงแค่ห้ามเลือดแล้วบอกคนให้ไปตามหมอมาในทันที“พวกเจ้าอย่าทำเป็นเรื่องใหญ่”“มิได้นะเพคะ หากทิ้งรอยแผลไว้จะทำอย่างไร” ซูหมิงกล่าว“นั่นสิเพคะ พระองค์ไยถึงเป็นเช่นนี้ได้ ห่างกับพวกหม่อมฉันเพียงชั่วขณะเดียวเอง”ซูหลิงกล่าวบ้างหลี่อวี้เหิงไม่ใคร่ใส่ใจพวกนาง เขาหลับตาลง นางกำนัลทั้งสองเห็นแบบนั้นจึงไม่กวนอีก“เช่นนั้นพวกหม่อมฉันเอาอ่างน้ำกับอุปกรณ์พวกนี้ไปเก็บก่อนนะเพคะ แม้จะพันแผลแล้วแต่อย่าเพิ่งขยับจะดีกว่า”“พวกเจ้าไปเถอะ” หลี่อวี้เหิงพูดทั้ง ๆ ที่ยังไม่ลืมตา เขานอนฟังฝีเท้าของทั้งสองออกไป แต่ก็ต้องแปลกใจเพราะจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงฝ
Baca selengkapnya
บทที่ 5 มิอาจสงบใจ
รถม้าเคลื่อนตัวมาถึงวังหลวง เว่ยหนิงจื่อที่ไม่เคยเข้าวัง ทำให้นางตื่นเต้นจนออกหน้าออกตาจนกระทั่งเมื่อถึงตำหนักตงลิ่วกวนอี้ขันทีคนสนิทของซีกุ้ยเฟยได้ออกมารอรับทั้งสองและนำทางไป เฮ่อหลานซีนั่งจิบชาร้อนท่าทางสงบนิ่งของพระนาง อาตู้กับอาเนี่ยนนางกำนันส่วนพระองค์รู้สึกเย็นวาบที่หลัง พวกนางนั้นรู้ดีเวลาพระสนมทรงกริ้วน่ากลัวเพียงใด“พระสนม ท่านอ๋องและคุณหนูเว่ยมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เสียงเล็กแหลมของขันทีดังขึ้น เฮ่อหลานซีจึงวางถ้วยชาลง อาตู้กับอาเนี่ยนจะออกไปต้อนรับให้เข้ามาด้านใน แต่ก็ถูกพระนางห้ามไว้เสียก่อน“ไม่ต้อง..”เว่ยหนิงจื่อเดินเข้ามาพร้อมกับไท่ฉางจวิน ทั้งสองคุกเข่าลงแต่ไม่ทัน ได้กล่าวอะไร พระนางก็เขวี้ยงจอกชาลงพื้นทันทีนางกำนัลประจำพระองค์และขันที รีบคึกเข่าลงพร้อมกันทันที“พระสนมโปรดระงับโทสะด้วยเพคะ/พ่ะย่ะค่ะ”“เสด็จแม่โปรดระงับโทสะด้วยพ่ะย่ะค่ะ”เว่ยหนิงจื่อตัวแข็งทื่อไม่กล้าเงยหน้าสบตาซีกุ้ยเฟย ไท่ฉางจวินจึงจับมือนางเอาไว้“ทั้งที่ชายาของเจ้าพึ่งแท้งครรภ์แทนที่เจ้าจะเอาเวลาไปปลอบใจดูแล แต่เจ้ากลับพาสตรีผู้นี้เข้ามาในจวน”เฮ่อหลานซี ตวาดเสียงดังลั่นมองมาที่เว่ยหนิงจื่อด้วยสายต
Baca selengkapnya
บทที่ 6 พิษเกรี้ยวโกรธ
บทที่ 6 พิษเกรี้ยวโกรธหลังจากเซียวอี้หรานกลับไปแล้ว หลี่อวี้เหิงได้กลับมาเศร้าโศกดังเดิม ซูหลิงและซูหมิง เห็นพระชายากลับมามีสีหน้าโศกเศร้าก็อดสงสารไม่ได้ หากพระชายาไม่แต่งงานกับฉินอ๋อง คงไม่ต้องมานั่ง ทุกข์ระทมถึงเพียงนี้..หลี่อวี้เหิงนั่งใช้ตะเกียบคีบอาหารเข้าปากแค่สองสามคำ ก็วางตะเกียบลง“พระชายาเสวยอีกสักหน่อยเถิดเพคะ”ซูหลิงพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง หมู่นี้พระชายากินน้อยจนน่าใจหาย“ข้าอิ่มแล้ว..พวกเจ้ายกออกไปเถอะข้าอยากพักผ่อน..”ซูหลิงได้ยินเช่นนั้นก็ได้ถอนหายใจเบาๆ และยกถาดอาหารออกไป ซูหมิงจึงเตรียมอ่างน้ำไว้ให้เขาบ้วนปากก่อนจะเดินออกไปก็ไม่ลืมเตรียมน้ำให้เขาอาบหลังจากที่ชำระกายเสร็จเข้าก็รีบดับตะเกียงเข้านอนทันที....ยาวซวี 19.00 – 21.00 น.ไท่ฉางจวินเดินมาที่เรือนอนของหลี่อวี้เหิง เขาไม่สนใจบ่าวรับใช้ที่ยืนเฝ้าอยู่ตรงหน้าประตู แต่กลับผลักประตูเข้าไปเองในทันที ภายในห้องโถงเล็กว่างเปล่า จึงเดินอ้อมฉากกั้นไปยังห้องนอนหลี่อวี้เหิงนอนหลับอยู่บนนั้นถึงขนาดกรนออกมาเล็กน้อยอีกด้วย ไท่ฉางจวินเห็นแบบนั้นก็ยิ่งเดือดดาลมากขึ้นไปอีก เหตุใดคนที่เอาแต่ทุกข์ตรมถึงหลับสนิทได้ถึงเพียงนี้แน
Baca selengkapnya
บทที่ 7 บีบเจ้าออกหน้า
บทที่ 7 บีบเจ้าออกหน้าวันต่อมาทันทีที่เว่ยหนิงจื่อออกจากจวนอ๋องไป หลี่อวี้เหิงก็เข้าวังมาในทันที ชายหนุ่มนั่งอยู่บนรถม้าก่อนจะนึกถึงสีหน้าขับแค้นใจของเว่ยหนิงจื่อ ไม่แน่ว่างนางอาจรู้แล้วว่าทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นเพราะฝีมือของตนเอง แต่จะให้รู้แล้วอย่างไร หลี่อวี้เหิงไม่เก็บมาใส่ใจเช่นเดียวกัน เฮ่อหลานซีเห็นลูกสะใภ้มาหานางถึงที่ตำหนัก นางจึงรีบส่งอาตู้กับอาเนี่ยนนางกำนัลประจำพระองค์ออกไปต้อนรับให้เขารีบเข้ามาด้านใน “กระหม่อม หลี่อวี้เหิงคารวะเสด็จแม่”“มากพิธีรีตองไปทำไมกัน รีบลุกขึ้นมาแล้วนั่งใกล้ ๆ ข้าเถอะ”ซีกุ้ยเฟยเห็นเช่นนั้นก็รีบเข้าไปประคองคนให้ลุกขึ้น แถมยังพาไปนั่งยังที่นั่งข้าง ๆ ของตนเอง ความจริงพระนางเห็นหลี่อวี้เหิงมาตั้งแต่เล็ก จึงบังเกิดความเอ็นดูอยู่มาก ทั้งชาติตระกูลก็ดี มารยาทก็ดี แถมใบหน้ายังงดงามมากอีกด้วย“เป็นอย่างไรบ้าง เพิ่งจะแท้งบุตรไปแท้ ๆ ไม่น่ารีบเข้าวังมาหาข้าเลย”“ทูลเสด็จแม่ กระหม่อมดีขึ้นมากแล้วขอรับ ขอบพระทัยที่ทรงเป็นห่วง”“เป็นห่วงเจ้านะถูกแล้ว ดูสิผอมกว่าคราวก่อนตั้งเยอะ” พระนางกล่าวด้วยสีหน้าเป็นกังวล“ทรงทำให้เสด็จแม่เป็นกังวลแล้ว กระหม่อมแข็งแรงขึ้น
Baca selengkapnya
บทที่ 8 จิ้งจอกเจ้าเล่ห์
บทที่ 8 จิ้งจอกเจ้าเล่ห์หลี่อวี้เหิงขนลุกชัน ลมหายใจอุ่นร้อนของไท่ฉางจวินรดรินข้าง ๆ ใบหูจนชายหนุ่มรู้สึกว่าใบหูเริ่มร้อนผ่าว ไท่ฉางจวินบีบติ่งหูเล็กน่ารักเบา ๆ ก่อนจะแลบลิ้นออกมาโลมเลียไปตามใบหูและติ่งหูของร่างบางอย่างเชื่องช้า“เป็นอย่างไร...” เสียงทุ้มแฝงด้วยแรงอารมณ์ถาม แต่หลี่อวี้เหิงไม่ใช่คนหน้าไม่อายเช่นเขาจึงไม่ตอบแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ไท่ฉางจวินรำคาญใจ เขาใบหน้างดงามของหลี่อวี้เหิงหันมาจูบ ไท่ฉางจวินลูบไล้ร่างกายบอบบางอย่างอ่อนโยนอย่างหาได้ยาก ทั้งยังเต็มไปด้วยความปรารถนา ร่างสูงกำข้อมือข้างหนึ่งของหลี่อวี้เหิงแล้วพรมจูบไปทั่ว“อ๊ะ..” หลี่อวี้เหิงยกขาขึ้นแล้วถูไถต้นขาด้านในกับอีกฝ่ายโดยไม่ทันได้ตั้งตัว แต่พอรู้ตัวก็รีบผงกศีรษะขึ้นมอง สายตาเลื่อนไปตามลำคอแข็งแกร่ง กล้ามอกที่เด่นชัดไปจนถึงหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของคนด้านบนไท่ฉางจวินเห็นคนใต้ร่างมองตาไม่กะพริบ เขาจึงคว้าข้อมือบอบบางมาวางลงบนกล้ามหน้าท้องของตัวเอง หลี่อวี้เหิงหน้าแดงก่ำ ก่อนหน้านี้ได้เพียงแค่เหลือบมองไม่เคยได้ลองสัมผัส คราวนี้พอได้จับแล้วกลับรู้สึกว่ามันแข็งแรงกว่าที่คิด ถึงว่ายามที่อีกฝ่ายขยับเอวบนร่างตน
Baca selengkapnya
บทที่ 9 ความจริงของเรื่องทั้งหมด
บทที่ 9 ความจริงของเรื่องทั้งหมดหลังจากวันนั้น ไท่ฉางจวินก็เหมือนจะมาเอาใจหลี่อวี้เหิงมากขึ้นกว่าเดิม ตอนที่ไปร้านขายเครื่องประดับเมื่อวานเขาถึงกับซื้อกำไลหยกให้หลี่อวี้เหิงอีกด้วย แม้ว่าร่างบางจะแปลกใจแต่เขาก็ยอมรับกำไลมาแต่โดยดีไม่เพียงเท่านั้นจากปกติไท่ฉางจวินไม่เคยมากินอาหารเช้ากับตนเอง ทว่าวันนี้เขากลับมา แถมยังบอกอีกด้วยว่า ตั้งแต่วันนี้จะมากินด้วยกันทุกวัน ตอนที่กินอาหารยังใส่ใจคีบกับข้าวใส่ถ้วยให้เขาเสียจนพูน แถมยังกำชับอีกด้วยว่า “กินให้เยอะหน่อย ร่างกายจะได้แข็งแรง” แบบนี้มิใช่ไท่ฉางจวินมีใจบ้างแล้วหรือตกดึกในคืนเดียวกันนั่นเอง ไท่ฉางจวินที่เอาแต่อ่านตำราให้ห้องหนังสือ จู่ ๆ ก็กลับมาห้อง แล้วเรียกให้หลี่อวี้เหิงเข้าไปปรนนิบัติ มีหรือร่างบางจะอิดออด เขาเดินผ่านฉากกั้นห้องก่อนจะถอดชุดเสียจนร่างกายเปลือยเปล่า เรียวขาขาวก้าวลงไปในถังอาบน้ำ ตอนนี้ยังมีเวลาอีกมาก เขาจึงกะว่าจะอาบให้มากหน่อย เพราะไท่ฉางจวินชอบที่ร่างกายของเขามีกลิ่นหอม ตอนที่ร่วมรักกันคราวก่อนยังสูดดมไปตามผิวกายเขาชมไม่หยุดปากเลยไท่ฉางจวินรออยู่ที่เรือนอย่างร้อนใจ เขาอดรนทนไม่ไหว จึงเดินไปหาหลี่อวี้เหิงที่เรือน
Baca selengkapnya
บทที่ 10 แผนร้าย
บทที่ 10 แผนร้ายหลี่อวี้เหิงที่หลับ ๆ ตื่น ๆ ก็ได้ยินทั้งสองแม่ลูกคุยกันทั้งหมด ใบหน้างดงามเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา หลายวันก่อนเขาเอาแต่คิดไม่ตกว่าเหตุใดพระสวามีถึงได้ดีกับเขาจากหน้ามือเป็นหลังมือ บัดนี้กลับแจ้งแก่ใจดีแล้วว่า แท้จริงระยะหลังมานี้ทั้งหมดที่ไท่ฉางจวินดีทำก็เพื่อจะได้แต่งงานกับนางในดวงใจของเขา คิดแล้วหลี่อวี้เหิงก็เศร้าโศกยิ่งนัก ยกมือขึ้นลูบหน้าท้องของตนเอง หลังจากที่ไท่ฉางจวินส่งมารดากลับไป เขาก็กลับเข้ามาในเรือนนอนของหลี่อวี้เหิงอีกครั้ง ร่างบางที่กึ่งหลับกึ่งตื่นก็ส่งยิ้มให้เขา หากแต่ไท่ฉางจวินจะสังเกตสักนิดก็จะเห็นว่านัยน์ตาของพระชายาเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง“เหตุใดยังไม่นอนอีก”“ตื่นแล้ว ไปส่งเสด็จแม่มาหรือ”“อืม” เขาตอบในลำคอก่อนจะพุดขึ้นอีก “เจ้าเป็นอย่างไร ดีขึ้นบ้างหรือไม่”“ดีแล้ว ท่านอ๋องไม่ต้องห่วง”“ไม่ห่วงได้อย่างไร เจ้าต้องดูแลลูกของเราให้ดี อย่าให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นอีก”“อืม ข้าจะดูแลให้ดี” หลี่อวี้เหิงได้ฟังก็รับคำ แต่ในใจกับมีความคิดมากมาย จะดีเพียงใดหากไท่ฉางจวินห่วงใยตนกับลูกจริง ๆ ทว่าดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะอีกฝ่ายไม่ได้รักตน แม้เพียงสักนิ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status