Mag-log inเมื่อถึงเวลาที่แขกคนสำคัญมา พี่กล้าเป็นคนมาตามฉันที่เรือนเล็ก
ในตอนนี้ฉันอยู่ในชุดเดรสสีแดงสด แหวกกลางหลังลงมาจนเกือบถึงก้น แต่โชว์หน้าอก วันนี้ฉันโนบาร์ด้วย เมื่อได้ยินเสียงของพี่กล้าเรียกแล้วฉันจึงลุกขึ้นเดินไปหยิบชุดคลุมมาสวมใส่ก่อนจะเดินไปเปิดประตู “ระวังตัวด้วยนะครับคุณหนู” พี่กล้าบอกอย่างเป็นห่วง “ค่ะ” ฉันเพียงแค่รับคำ ก่อนจะเดินไปยังเรือนใหญ่เมื่อเดินมาถึงห้องลับที่คุณป๋าเอาไว้ใช้คุยกับแขกคนสำคัญ พี่กล้าก็เปิดประตูให้ ก่อนที่ฉันจะเดินเข้าไปด้านใน
ภายในห้องเย็นเฉียบ มีเพียงคุณป๋าและผู้ชายวัยกลางคนอายุประมาณสามสิบปลายๆ นั่งคุยกันอยู่ เพียงสองคนเท่านั้น “คุณหิรัญนี่รู้ใจผมจริงๆ” ผู้ชายคนนั้นมองฉันอย่างพึงพอใจ เขาคงไม่รู้ว่าฉันคือลูกสาวบุญธรรมของคุณป๋า “ไปนั่งกับคุณเดชาสิ” คุณป๋าออกคำสั่ง “...ค่ะ” ฉันค่อยๆ ปลดชุดคลุมออก เมื่อเสื้อคลุมหล่นลงพื้น ผู้ชายที่ชื่อเดชาก็มองฉันตาเป็นมันส์ ฉันเดินไปนั่งข้างๆ กับคุณเดชาตามที่คุณป๋าสั่ง โดยที่นั่งหันหน้าประจันกับคุณป๋า ถ้าไม่ได้คิดไปเอง ฉันสังเกตเห็นคุณป๋าแอบลอบมองฉันอยู่หลายครั้ง การคุยกันระหว่างคุณป๋ากับคุณเดชา ทำให้ฉันรู้ว่าเพราะอะไรคุณป๋าถึงอยากจะจัดการเขามากขนาดนี้ การทะนงตัว กดราคา และข้อแลกเปลี่ยนที่มันมากเกินไปของอีกฝ่าย ทำให้คุณป๋าต้องจัดการ ฉันพอจะเข้าใจแล้วแหละ “นั่งตั้งนาน ว่าแต่หนูชื่ออะไรหื้ม” ไม่ถามเปล่า ยังโอบมือมากอดฉันอีก ถ้ากอดเฉยๆ คงจะไม่อะไร แต่นี่ยังแอบจับก้นฉันอีกต่างหาก “เมลค่ะ ^_^” ทุกครั้งที่มีคนถามฉันจะแนะนำว่าตัวเองชื่อเมล เป็นชื่อที่ฟาร์นมันชอบเรียก “แล้วหนูทำงานที่ไหน ถ้าฉันอยากจะรับเลี้ยง...” “แม้ๆ เพิ่งเจอกันเองนะคะ จะรับเลี้ยงแล้วหรอ” ไม่พูดเปล่า ฉันสอดมือเข้าไปในเสื้อเชิดตัวนอก แล้วแสร้งหยอกล้อกับเม็ดไตบนแผงอกเบาๆ ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอยากรู้จักฉันมากขึ้น ที่ทำแบบนี้เพราะฉันเอาเครื่องแอบดักฟังไปติดไว้ที่เสื้อของเขาด้วย การที่จะไม่ให้ถูกสงสัยก็ต้องทำให้อีกฝ่ายเคลิบเคลิ้ม “เบาๆ กับคนของผมหน่อยสิครับ” คุณป๋าพูดขึ้นมาขัดจังหวะ แล้วใช้สายตามองฉันอย่างดุดัน นั่นหมายความว่าสิ่งที่ฉันทำมันมากเกินไป ก็คุณป๋าเองไม่ใช่หรอที่อยากให้ฉันทำแบบนี้ แล้วจะมาขัดจังหวะทำไม ฉันก็ทำให้เต็มที่นี่ไง ฉันไม่สนใจสายตาของคุณป๋า และออดอ้อนคนข้างกายต่อ ไม่ว่าเขาจะสัมผัสส่วนไหนฉันก็ไม่ห้าม เพราะยังไงเดี๋ยวเขาก็หายไปจากโลกนี้อยู่ดี ฉันไม่โกรธคนที่กำลังจะตายหรอก “คุยธุระเสร็จแล้วน้องเมลสะดวกจะไปต่อด้วยกันกับพี่มั้ยครับ” คนข้างๆ ถามฉันอย่างเสน่ห์หา พลางยื่นหน้าลงมาสูดดมที่ซอกคอของฉัน สัมผัสนี้มันทำให้ขนฉันลุกซู่ไปทั้งตัว แต่ก็ไม่ได้ดันคุณเดชาออกไปแต่อย่างใด “รีบหรอคะ” ฉันทำเชิงเหมือนอยากจะเล่นด้วย “ถ้าอยากรู้จักเมลมากกว่านี้ เมลมีที่มาแนะนำเป็นที่เงียบๆ ที่มีแค่เราสองคน ไม่รู้ว่าคุณเดชาจะสนใจหรือเปล่า” “มันก็ขึ้นอยู่ว่าน้องเมลจะพาพี่ไปหรือเปล่า” “ใจง่ายจังเลยนะคะ” “สำหรับคนสวยแบบน้องเมล พี่คงไม่กล้าขัด” คุณเดชาปัดไรผมของฉันมาทัดไว้ที่หู ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มฉันเบาๆ “เดี๋ยวผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับคุณหิรัญ” คุณเดชาหันไปบอกคุณป๋า “เชิญครับ” คุณป๋าผายมือไปทางประตู ก่อนที่คุณเดชาจะลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป ในตอนนี้ภายในห้องมีเพียงแค่ฉันกับคุณป๋าสองคน แถมคุณป๋าก็ยังเอาแต่มองฉันไม่ละสายตา “หนูเอาเครื่องดักฟังติดที่ตัวของเขาแล้วนะคะ” “ไหนตอนแรกบอกไม่อยากทำ แต่ท่าทางของเธอดูพร้อมจะถวายตัวให้มันจังเลยนะ...” คุณป๋าพูดด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่ง น้ำเสียงที่เย็นยะเยือกทำให้ฉันพอจะรู้ว่าคุณป๋าไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ “หนูอยากทำให้คุณป๋าประทับใจไงคะ” ฉันตอบในเชิงประชด “มันมากเกินไป !!” “หนูว่ามันน้อยไปด้วยซ้ำ” พูดจบฉันก็ยิ้มจางๆ ให้คุณป๋า “เธอรีบออกไปซะ!!” ฉันมองคุณป๋าอย่างไม่เข้าใจทันทีเมื่อถูกไล่ให้ออกไปจากห้อง “...คะ?” “งานนี้ฉันจะให้คนอื่นมาทำแทนเธอ” “ทำไมล่ะคะ” “ฉันสั่ง !!” คุณป๋าย้ำเสียงแข็ง “ไม่ค่ะ หนูไม่ออกไปไหนทั้งนั้น ถ้าให้หนูทำงานนี้ก็ต้องให้หนูทำให้จบงาน” ฉันต่อปากต่อคำอย่างไม่เกรงกลัว ทำให้คุณป๋าลุกขึ้นเดินตรงปรี่เข้ามากระชากแขนฉันอย่างแรง จนฉันต้องลุกขึ้นตามแรงกระชาก “ทำไม !!” “หนูต้องถามเหตุผลคุณป๋ามากกว่า ถ้าจะเป็นแบบนี้ก็ไม่ควรบังคับให้หนูทำตั้งแต่แรกนะคะ !!” “หรือเธอชอบที่ถูกมันจับ....” ไม่พูดเปล่า คุณป๋ายังก้มหน้าลงมามองหน้าอกของฉันด้วย “ทุเรสสิ้นดี !!” ฉันเริ่มจะโมโหแล้วจริงๆ วันนี้คุณป๋าเป็นบ้าอะไร ถึงได้แสดงอาการพวกนี้ออกมาคุณป๋ายืนกอดอกทำหน้ายักษ์ไม่รับมุกที่ฉันส่งไปให้ ใจคอจะตีฉันด้วยไม้เรียวนี่จริงๆ หรือไง “เลือกได้หรือยัง” คุณป๋าถามเสียงเข้ม สมองของฉันคิดอะไรไม่ได้นอกจากเรื่องอย่างว่า ฉันค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงเดินมาหยุดตรงหน้าของคุณป๋า “เลือกได้แล้วค่ะ” “เลือกอันไหนก็หยิบขึ้นมา” ฉันวางมือลงบนแผงอกแกร่ง แล้วค
ผมค่อยๆ หันมองทางเมียตัวดีของตัวเองที่ในตอนนี้แทบจะยืนไม่อยู่ “ออกไปให้หมด” สิ้นสุดคำสั่งของผม พวกลูกน้องก็รีบพากันออกไปในทันที เหลือเพียงไอ้กล้าที่เป็นลูกน้องคนสนิท “นายอย่าดุคุณหนูเลยนะครับ คุณหนูคงอยากจะออกไปดื่มกับเพื่อนบ้าง” “มึงเลิกให้ท้ายเมียกูสักที” ผมขบกรามแน่นระงับอารมณ์โกรธของตัวเอง
3 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ฉันแต่งงานกับคุณป๋าแล้ว แต่งแบบงงๆ ในตอนนั้นที่คุณป๋าคุกเข่าขอฉันแต่งงาน หลังจากนั้นสองอาทิตย์เราทั้งคู่ก็จูงมือกันเข้าหอ จดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ที่ผ่านมสฉันไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าคุณป๋าดูแลฉันดีมาก และซื่อสัตย์กับฉันอย่างที่เคยสัญญาเอาไว้ว่าจะไม่ทำให้ฉ
“อาเหนือสวัสดีค่ะ ^_^” ฉันกับเพื่อนยกมือไหวอาเหนือ “มึงน่าอิจฉาจริงๆ ว่ะไอ้หิรัญที่มีเมียสวยขนาดนี้” อาเหนือรับไว้แล้วหันหน้าพูดกับคุณป๋า “แล้วผู้หญิงของมึงล่ะ ทำไมไม่พามางานด้วย ?” “ก็แค่ของเล่น กูจะพามาออกงานทำไม” อาเหนือตอบแบบไม่ใส่ใจ นี่ถ้าฉันเป็นผู้หญิงคนนั้นคงจะเสียความรู้สึกมากที่ถูกจำกัดแ
ในตอนนี้ฉันกำลังนั่งทำแผลให้กับคุณป๋าอยู่ คิดแล้วก็ขำ ใครจะไปคิดว่าคุณป๋าจะมีมุมที่อ่อนแอแบบนี้ ความรักมักทำให้คนอ่อนแอเสมอ “ห้ามโดนน้ำนะคะเดี๋ยวแผลจะอักเสบ” “เป็นหมอหรือไง” คุณป๋าทำหน้ามุ่ยใส่ฉัน “เป็นเมียคุณหิรัญค่ะ ^_^” พอฉันพูดแบบนั้นคุณป๋าก็หน้าแดงขึ้นมาเฉียบพลัน ก่อนที่จะคว้ามือมาดึงตั
ถึงจะคิดว่าคุณป๋าไม่ได้อยู่หน้าประตูแล้วแต่ฉันก็ยังโวยวาย เอาแต่ทุบประตูห้องอยู่แบบนั้นเผื่อคุณป๋าจะเห็นใจกลับมาเปิดให้ “อื้อ หนูทุบประตูจนมือแดงหมดแล้วนะคะ” ฉันแสร้งทำเป็นพูด ถ้าคุณป๋าแอบฟังอยู่คงจะเห็นใจ นี่ฉันเป็นเมียเชียวนะ จะใจดำขนาดนั้นหรือไง แต่!!! ไร้สัญญาณใดๆ จากด้านนอก เงียบกริบไม่ได้ย







