LOGINหลังจากที่เก็บตัวเงียบอยู่ในห้องน้ำนานหลายชั่วโมง ฉันหยุดโทษตัวเองก่อนจะลุกขึ้นแต่งตัวและเดินออกจากห้องมาเผชิญหน้ากับโลกของความเป็นจริง เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่พลาดไปมันไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้
นอกจากฉันจะต้องยอมรับและเผชิญหน้ากับความผิดพลาดในครั้งนี้...ในชีวิตฉัน นี่ค่อเรื่องที่ฉันเสียใจที่สุด “พี่กล้า...” เมื่อเปิดประตูออกมาจากห้องแล้ว คนแรกที่เจอคือพี่กล้า ในตอนนี้ฉันยังอยู่ที่บ้านพักต่างอากาศของคุณป๋า “คุณหนูดีขึ้นแล้วใช่มั้ยครับ” “...ค่ะ” “นายมีธุระด่วน รีบไปเลย...” “เรากลับบ้านกันดีกว่าค่ะ” พูดจบฉันก็เดินนำหน้าพี่กล้าไปเลย ฉันเชื่อว่าพี่กล้าต้องรู้เรื่องแล้วแหละ แต่เพราะเป็นเรื่องของเจ้านายจึงไม่กล้ายุ่งเมื่อกลับมาถึงบ้านฉันก็เก็บตัวเงียบอยู่ที่เรือนเล็ก ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึกอะไรเลยกับเรื่องที่มันเกิดขึ้น แต่ฉันไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อดี เวลาเจอคุณป๋าฉันต้องทำหน้ายังไง ต้องพูดอะไร ทุกอย่างมันอื้ออึงอยู่ในสมองจนแทบจะระเบิดออกมา
เมื่อคิดอะไรไม่ออก ฉันจึงจัดการโทรนัดให้เอวากับฟาร์นไปดื่มที่คลับเป็นเพื่อน แต่เอวาไม่ว่างเลยได้ไปกับฟาร์นแค่สองคน “คุณหนูไปบอกนายก่อนนะครับว่าจะออกไปดื่ม” เมื่อฉันเดินออกมาจากเรือนเล็กก็เห็นพี่กล้ากำลังเดินมาทางนี้พอดี “คงไม่จำเป็นหรอกค่ะ” ที่ตอบไปแบบนี้เพราะฉันไม่พร้อม ไม่พร้อมที่จะประจันหน้ากับคุณป๋าในตอนนี้ “นายให้ผมเรียกให้ไปพบครับ” “.....” ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ พอได้ยินที่พี่กล้าบอก “ฝากบอกคุณป๋าด้วยนะคะว่าวันนี้หนูไม่ว่าง” ฉันไม่รู้ว่าจะอ้างอะไรจริงๆ ตอนนี้มันคิดอะไรไม่ออก “เห็นทีจะไม่ได้ครับ เพราะนายกำชับมาว่าคุณหนูต้องไปพบ” ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อเลี่ยงไม่ได้ “...ค่ะ” ฉันเดินตามพี่กล้าเข้าไปที่เรือนใหญ่ คิดว่าคุณป๋าจะรออยู่ที่ห้องนั่งเล่นหรืออาจจะสวนหลังบ้าน แต่ก็ไม่ใช่ทั้งสองที่ ฉันเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อพี่กล้าพาเดินขึ้นไปที่ชั้นสองซึ่งเป็นห้องนอนของคุณป๋า “คุณป๋าให้มาหาที่ห้องนอนหรอคะ ?” ฉันถามในขณะที่เรากำลังเดินขึ้นบันได “ครับ” “งั้นช่วยพี่กล้าช่วยไปบอกคุณป๋าให้หนูทีนะคะว่าหนูจะรออยู่ที่ห้องนั่งเล่น” “เอ่อ...” “ขึ้นมา !!” เสียงนี้ไม่ใช่เสียงของพี่กล้า แต่เป็นเสียงจากคนที่ยืนอยู่บนชั้นสองของบ้าน ซึ่งก็คือคุณป๋า เมื่อเห็นหน้าของคุณป๋ามันก็ทำให้ฉันทำตัวไม่ถูก ต่างกัน สีหน้าของคุณป๋าดูเหมือนว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้เลย “ทำไมต้องคุยที่ห้องด้วยคะ” ฉันทำใจกล้าถามคุณป๋าออกไป “เธอจะกลัวอะไร ?” คำพูดของคุณป๋าทำให้ฉันเงียบ ก่อนจะเดินขึ้นบันไดตามคุณป๋าเข้าไปมนห้องภายในห้องนอนของคุณป๋า...
คุณป๋าเดินเข้ามาประชิดตัวฉัน ทำให้ฉันรีบถอยหนีอย่างหวาดระแวง “ฉันเคยบอกเธอไปแล้วว่าอย่าดื่มอะไรที่ศัตรูเอาให้” “...ค่ะ” “ทำไมเธอถึงไม่จำ” คุณป๋าพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ อย่างไม่ชอบใจ “ครั้งนี้ถือว่าจำไว้เป็นบทเรียนแล้วกัน” “...ค่ะ” “เธอจะไม่ถามอะไรสักหน่อย ?” “ไม่ค่ะ” “ก็ดี” คุณป๋าก้าวขาเดินเข้ามาใกล้ๆ ฉันแล้วพูดต่อ “ถ้าเธอไม่อยากจะพูดถึงมัน ฉันก็จะไม่พูดถึงมันเหมือนกัน” “จะไปเที่ยว ?” คุณป๋าเลิกคิ้วขึ้น มองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า “ค่ะ” “ฉันไม่อนุญาต !!” คุณป๋าประกาศเสียงกร้าว “หนูจะไปค่ะ !!”คุณป๋ายืนกอดอกทำหน้ายักษ์ไม่รับมุกที่ฉันส่งไปให้ ใจคอจะตีฉันด้วยไม้เรียวนี่จริงๆ หรือไง “เลือกได้หรือยัง” คุณป๋าถามเสียงเข้ม สมองของฉันคิดอะไรไม่ได้นอกจากเรื่องอย่างว่า ฉันค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงเดินมาหยุดตรงหน้าของคุณป๋า “เลือกได้แล้วค่ะ” “เลือกอันไหนก็หยิบขึ้นมา” ฉันวางมือลงบนแผงอกแกร่ง แล้วค
ผมค่อยๆ หันมองทางเมียตัวดีของตัวเองที่ในตอนนี้แทบจะยืนไม่อยู่ “ออกไปให้หมด” สิ้นสุดคำสั่งของผม พวกลูกน้องก็รีบพากันออกไปในทันที เหลือเพียงไอ้กล้าที่เป็นลูกน้องคนสนิท “นายอย่าดุคุณหนูเลยนะครับ คุณหนูคงอยากจะออกไปดื่มกับเพื่อนบ้าง” “มึงเลิกให้ท้ายเมียกูสักที” ผมขบกรามแน่นระงับอารมณ์โกรธของตัวเอง
3 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ฉันแต่งงานกับคุณป๋าแล้ว แต่งแบบงงๆ ในตอนนั้นที่คุณป๋าคุกเข่าขอฉันแต่งงาน หลังจากนั้นสองอาทิตย์เราทั้งคู่ก็จูงมือกันเข้าหอ จดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ที่ผ่านมสฉันไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าคุณป๋าดูแลฉันดีมาก และซื่อสัตย์กับฉันอย่างที่เคยสัญญาเอาไว้ว่าจะไม่ทำให้ฉ
“อาเหนือสวัสดีค่ะ ^_^” ฉันกับเพื่อนยกมือไหวอาเหนือ “มึงน่าอิจฉาจริงๆ ว่ะไอ้หิรัญที่มีเมียสวยขนาดนี้” อาเหนือรับไว้แล้วหันหน้าพูดกับคุณป๋า “แล้วผู้หญิงของมึงล่ะ ทำไมไม่พามางานด้วย ?” “ก็แค่ของเล่น กูจะพามาออกงานทำไม” อาเหนือตอบแบบไม่ใส่ใจ นี่ถ้าฉันเป็นผู้หญิงคนนั้นคงจะเสียความรู้สึกมากที่ถูกจำกัดแ
ในตอนนี้ฉันกำลังนั่งทำแผลให้กับคุณป๋าอยู่ คิดแล้วก็ขำ ใครจะไปคิดว่าคุณป๋าจะมีมุมที่อ่อนแอแบบนี้ ความรักมักทำให้คนอ่อนแอเสมอ “ห้ามโดนน้ำนะคะเดี๋ยวแผลจะอักเสบ” “เป็นหมอหรือไง” คุณป๋าทำหน้ามุ่ยใส่ฉัน “เป็นเมียคุณหิรัญค่ะ ^_^” พอฉันพูดแบบนั้นคุณป๋าก็หน้าแดงขึ้นมาเฉียบพลัน ก่อนที่จะคว้ามือมาดึงตั
ถึงจะคิดว่าคุณป๋าไม่ได้อยู่หน้าประตูแล้วแต่ฉันก็ยังโวยวาย เอาแต่ทุบประตูห้องอยู่แบบนั้นเผื่อคุณป๋าจะเห็นใจกลับมาเปิดให้ “อื้อ หนูทุบประตูจนมือแดงหมดแล้วนะคะ” ฉันแสร้งทำเป็นพูด ถ้าคุณป๋าแอบฟังอยู่คงจะเห็นใจ นี่ฉันเป็นเมียเชียวนะ จะใจดำขนาดนั้นหรือไง แต่!!! ไร้สัญญาณใดๆ จากด้านนอก เงียบกริบไม่ได้ย







